Rayong | High Speed Train - Page 80 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 18th, 2019, 07:09 AM   #1582
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,954
Likes (Received): 6746

'ซีพี' ลงนามไฮสปีดเทรนแค่ยกแรก ยังมียกสองแสนสาหัส!
เผยแพร่: 18 ต.ค. 2562 10:17 ปรับปรุง: 18 ต.ค. 2562 10:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จับตาการลงนามไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินของ 'กลุ่มซีพี' เป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้การก่อสร้างเกิดได้ และแผนพัฒนา EEC บรรลุเป้าหมาย จากการก่อสร้างช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เดินหน้าได้สำเร็จ ส่วนอุปสรรคใหญ่ยังคงอยู่ช่วงพญาไท-ดอนเมือง คาดอนาคตอาจถูกตัดออกไป เหมือน “Two-Airport Rail Link” เหลือเพียง Airport Rail Link พญาไท-สุวรรณภูมิ แต่หากจะเดินหน้าสร้างถึงดอนเมือง ต้องใช้เซียนกฎหมายบวกบิ๊กคอนเนกชันเจรจาผลประโยชน์กันใหม่!

ในที่สุดกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 2.24 แสนล้านบาทได้ฤกษ์ลงนามสัญญาเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างไฮสปีดเทรน ซึ่งอาจจะก่อนวันที่ 25 ต.ค. หรือในวันที่ 25 ต.ค.ตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดเวลาไว้

แต่การลงนามในครั้งนี้ถูกจับตาว่าในอนาคตรัฐบาลจะต้องเสียค่าโง่ให้กับกลุ่มซีพีหรือไม่? และคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด ร.ฟ.ท.) ชุดใหม่ที่เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเข้ามาซึ่งมีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นประธาน จะกลายเป็นแพะรับบาปหากโครงการนี้มีปัญหาหรือผิดเงื่อนไขไปจากร่างข้อเสนอ (Request for Proposal : RFP) หรือไม่?

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ถ้าการลงนามในสัญญาเป็นไปตามกรอบ RFP บอร์ดใหม่ก็จะไม่มีความเสี่ยง เพราะโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการอนุมัติผลการประกวดราคาแล้ว และตัวสัญญาก็ได้มีการอนุมัติไปเช่นกัน

อีกทั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กอพ.) หรือบอร์ด EEC ที่มีบิ๊กตู่เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้ ร.ฟ.ท. สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่มซีพี เข้าไปทำงานต่อได้

“บอร์ด EEC ได้เร่งรัดให้ ร.ฟ.ท.เรียกกลุ่มซีพีมาลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการนี้โดยเร็ว ก็เท่ากับว่าโครงการนี้มีการอนุมัติจากระดับที่สูงขึ้นมาแล้ว”

โดยความเป็นจริงโครงการนี้ไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าบอร์ด ร.ฟ.ท.อีกแล้ว แต่เป็นเพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบกระทรวงคมนาคม ต้องการให้มีความรัดกุมในด้านกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ใช้เพียง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 แต่ยังนำ พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 มาใช้ด้วย จึงทำให้เรื่องนี้ต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด ร.ฟ.ท. ก่อนที่ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท หรือรักษาการผู้ว่าฯ จะลงนาม

“ที่ดินเป็นของรถไฟฯ การผ่านบอร์ด เป็นการป้องกันความเสี่ยงไม่ให้การเมืองหรือฝ่ายค้านนำไปโจมตีได้ จึงใช้กฎหมาย 2 ฉบับ เพราะจริงๆ หากใช้กฎหมาย EEC เรื่องนี้ไม่ต้องเข้าบอร์ด ร.ฟ.ท.แล้ว”


ขณะเดียวกันคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องทำเอกสารสรุปส่งให้บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้อ่านและต้องยืนยันเอกสารทุกหน้าที่สรุปมาให้ เพราะบอร์ดไม่สามารถไปอ่านเอกสารการประมูลที่มากมายได้ในเวลาสั้นๆ

“คณะกรรมการฯ ต้องบอกมีอะไรบ้างที่ออกนอก RFP เหตุผลที่ออก จะมีปัญหาอะไรตามมามั้ย บอร์ดใหม่ก็ต้องซักถามกัน แต่ถ้าไม่มีออกนอก RFP ทุกอย่างก็จบง่าย”

แหล่งข่าวระบุว่า การออกนอกกรอบ จะมีทั้งเรื่องสำคัญและไม่สำคัญซึ่งก็ต้องดูว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่? โดยเฉพาะที่จะต้องดูกันอย่างละเอียดก็คือเรื่องของการเงิน เพราะถ้าผิดไปจาก RFP บอร์ดจะมีความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะโครงการนี้ กลุ่มซีพีต้องจ่ายให้กับ ร.ฟ.ท. เช่น เรื่องค่าเช่าที่ดิน 52,327 ล้านบาท, ค่าสิทธิ์การบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่ต้องจ่ายให้ ร.ฟ.ท.ไม่น้อยกว่า 10,671 ล้านบาท, ค่าลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ ที่กำหนดไว้ต้องไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท เป็นต้น

“อะไรยอมได้ก็ยอม เรื่องเวลาส่งมอบ คุยกันได้ แต่เรื่องที่ต้องใส่ใจ คือภาพรวมด้านการเงิน เราต้องจ่ายซีพีเร็วขึ้นหรือจ่ายมากขึ้นมั้ย หรือรถไฟฯ ได้รับจากซีพีช้าลงมั้ย ตรงนี้แหละจะทำให้บอร์ดผิดกฎหมายได้ แต่การผ่านบอร์ดครั้งนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเพื่อทราบหรือเห็นชอบซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบที่ต่างกัน เห็นชอบก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เห็นชอบ มันมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า แต่เพื่อทราบก็ผ่านเรื่องไปเฉยๆ”

ดังนั้นบอร์ดชุดใหม่ที่เข้ามาจึงต้องช่วยกันดูให้ละเอียด และเชื่อว่าจะไม่มีค่าโง่เกิดขึ้น เพราะรัฐสามารถขยายเวลาได้แต่ไม่มีการชดเชยเงินใดๆ เกิดขึ้น

แหล่งข่าวระบุว่า จุดสำคัญที่ทำให้การเซ็นสัญญาเกิดขึ้นได้ข้อหนึ่งมาจากเรื่องของการนับเวลาในสัญญาจะเริ่มนับกันวันไหน (NTP: Notice to Proceed) ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการออกหนังสือแจ้งเริ่มงานประมาณ ม.ค.2564 คือหลังจากมีการลงนาม 1 ปี 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถรื้อย้ายสาธารณูปโภคได้ทันในช่วงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปถึงอู่ตะเภา

“รัฐเดินหน้าย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นปัญหาให้แล้ว เช่นเรื่องสายส่งไฟฟ้ากำลังสูง 500KV ถือเป็นโครงข่ายระดับชาติ (National Grid) ภาคตะวันออก กฟผ.ก็พร้อมดำเนินการให้ ส่วนเรื่องการเวนคืนที่ดินทำสถานีที่ฉะเชิงเทราไม่น่ามีปัญหา ยังมีระยะเวลา1 ปีกว่าๆ”

อย่างไรก็ดี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานซึ่งอยู่ใน RFP กลุ่มซีพีก็น่าจะสามารถเดินงานก่อสร้างตั้งแต่ช่วงสถานีสุวรรณภูมิลงไปฉะเชิงเทรา จนถึงอู่ตะเภา พร้อมกับการปรับปรุงแอร์พอร์ตลิงก์ทั้งในเรื่องของการจัดหาขบวนรถเพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และการปรับปรุงตัวสถานีทุกแห่ง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ลิฟต์ บันไดเลื่อน ห้องน้ำ เป็นต้น

“สถานีมักกะสันต้องมีการปรับปรุงเพราะเดิมเป็นจุดเช็กอินผู้โดยสารที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ กระเป๋าต่างๆ จะมีการลำเลียงจากมักกะสันไปสุวรรณภูมิ โดยผู้โดยสารไม่ต้องมากังวลกับสัมภาระ จะทำให้สามารถเดินเที่ยวบริเวณคอมเพล็กซ์มักกะสันที่จะมีการพัฒนาในอนาคตได้ แต่วันนี้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยมีอยู่ชำรุดเสียหายใช้ไม่ได้แล้ว”

แหล่งข่าวบอกว่า หากซีพีทำตามแผนการพัฒนาแอร์พอร์ตลิงก์ได้สำเร็จ ประชาชนที่มาใช้บริการ เกิดความสะดวก รวดเร็ว ก็จะทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นว่ากลุ่มซีพีไม่ได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐเพียงอย่างเดียวรวมทั้งยังทำให้โครงการก่อสร้างไฮสปีดเทรน ช่วงจากสุวรรณภูมิไปจนถึงอู่ตะเภา สำเร็จได้ตามแผน จะช่วยให้โครงการอีอีซีประสบความสำเร็จเช่นกัน

“โครงการไฮสปีดเทรนในช่วงจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภาสำเร็จได้แน่ แต่ช่วงจากพญาไทไปถึงดอนเมือง ซึ่งอยู่ในเมืองเป็นช่วงที่ยากที่สุดในด้านกายภาพ ทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ท่อส่งน้ำมัน ท่อไซฟอนของ กทม. ท่อประปา หรือต้องทุบหอพักพยาบาลของโรงพยาบาลรามาฯ พื้นที่ก่อสร้างแคบมากในการขุดอุโมงค์ ระยะทางเพียง 21 กม. แต่จะต้องใช้เวลาทำงานเท่ากับพญาไทถึงอู่ตะเภา จึงเป็นข้อกังวลว่าจะสามารถทำตามแผนได้หรือไม่”

ดังนั้นการลงนามสัญญาของกลุ่มซีพี ที่จะมีขึ้นนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะทำให้โครงการนี้เกิดได้จริง แต่จะเกิดได้เต็มรูปแบบคือสามารถเชื่อม 3 สนามบินได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่หนักใจผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ภาพเชื่อม 2 สนามบินสุวรรณภูมิกับอู่ตะเภา ชัดแล้วว่าเกิดแน่ แต่จากพญาไทไปดอนเมืองยากที่สุด จะไปสร้างตรงบางซื่อ-ดอนเมืองก่อนก็จะทำให้การเดินรถไม่สำเร็จ เพราะช่วงที่สำคัญคือพญาไท-บางซื่อ”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า หากย้อนไปดูโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ความจริงแล้ว รัฐบาลในยุคนั้นมีแผนเชื่อม 2 สนามบินคือดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ จึงให้ชื่อโครงการนี้ว่า “Two-Airport Rail Link” ซึ่งมีจุดประสงค์ให้สนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินในประเทศ คนที่เดินทางมาและต้องการต่อไปต่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ไม่ต้องโหลดกระเป๋ากันใหม่ จะมีระบบลำเลียงไว้พร้อม ผู้โดยสารก็ขึ้นแอร์พอร์ตลิงก์มาที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เลย

“แต่ด้วยอุปสรรคในการก่อสร้าง ช่วงออกแบบก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นอุโมงค์หรือต้องการทำยกระดับ และการทำอุโมงค์ในพื้นที่จำกัด สาธารณูปโภคที่ต้องรื้อย้ายเป็นปัญหาหนักมาก เรื่องนี้ สนข.รู้เรื่องดีว่ามันเกิดยาก”

ในที่สุด“Two-Airport Rail Link” จึงเหลือเพียง Airport Rail Link ตัดเส้นทางก่อสร้างจากพญาไท-ดอนเมืองออกไป โดยไม่ผิดเงื่อนไขการประมูลเนื่องจากรัฐทำการประกวดราคาเป็นช่วงๆ

ขณะที่กลุ่มซีพี ส่วนของพญาไท-ดอนเมือง อยู่ในเงื่อนไขการประมูลไปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลและกลุ่มซีพีต้องคิดหาทางออกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

“ที่มีการพูดคุยกัน การมีไฮสปีดจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินอินเตอร์ ถึงสนามบินอู่ตะเภา ก็สามารถเปิดแค่นี้ได้ EEC ก็เกิดได้ ก็น่าจะตัดช่วงพญาไทถึงดอนเมืองออกไป แต่จะต้องหาวิธีการที่ต้องไม่ผิด RFP”

แหล่งข่าวบอกว่า การจะเปลี่ยนแปลงถึงขั้นบอกยกเลิกสัญญาในการก่อสร้างช่วงนี้นั้นต้องมีเหตุสุดวิสัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ รวมไปถึงหากรัฐบาลใหม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงอะไรที่มีผลต่อการก่อสร้างบริเวณนี้ กลุ่มซีพีก็สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงสัญญาได้

“จริงๆ แล้วตรงนี้ไม่จำเป็นต้องก่อสร้างแล้ว เพราะทุกวันนี้แอร์พอร์ตลิงก์กลายเป็นบีทีเอส จอดทุกสถานี ถ้าจะทำไฮสปีดก็ต้องชัดเจน และเส้นบางซื่อก็มีสายสีแดง มีบีทีเอส มีรถไฟชานเมืองวิ่งกันเต็มไปหมด จึงไม่จำเป็นต้องมีไฮสปีดเทรนมาช่วย”

ส่วนการลงนามในสัญญาของกลุ่มซีพี จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการเท่านั้น แต่เมื่อใดที่ต้องเข้ามาทำการก่อสร้างในเขตเมือง ผู้คนในสังคมก็จะได้เห็นถึงข่าวการเจรจาแก้ปัญหาระหว่างการก่อสร้างและการยื่น Notice ที่มีต่อ ร.ฟ.ท.ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะนำไปสู่ทางออกอย่างไร

“อาจจะได้เห็นการตัดการก่อสร้างช่วงนี้ออกไปจากนโยบายรัฐ หรือการเจรจาใหม่ที่ยังมีการก่อสร้าง แต่จะต้องมีการเสนอผลตอบแทนกันใหม่ เพื่อให้โครงการนี้เป็นไปตามแผน”

นี่คือประเด็นปัญหาที่จะนำไปสู่การเจรจายกสองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อให้การก่อสร้างช่วงพญาไท-ดอนเมืองเกิดขึ้นได้ ว่ากันว่าต้องใช้มือกฎหมายระดับเซียน บวกกับบิ๊กคอนเนกชันเท่านั้นที่จะทำสำเร็จ!!

https://mgronline.com/specialscoop/detail/9620000100228
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 18th, 2019, 11:28 AM   #1583
maxna
Registered User
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 1,351
Likes (Received): 140

ไม่เห็นด้วยให้ตัด บางซื่อก็สร้างรอไว้แล้ว
maxna no está en línea   Reply With Quote
Old October 18th, 2019, 03:16 PM   #1584
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,954
Likes (Received): 6746

ร่วมมือเต็มที่! ซีอีโอปตท.พร้อมย้ายท่อน้ำมัน-ก๊าซ แนวไฮสปีด 3 สนามบิน
เผยแพร่: 18 ต.ค. 2562 17:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า ทางปตท.ได้เข้ามาแนะนำตัว ว่า ปัจจุบัน ปตท.มีการให้บริการอะไรบ้างกับ หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม เช่น บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สนามบิน และน้ำมันสำหรับเรือ

นอกจากนี้ ทาง ปตท.ได้แจ้งถึงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายระบบ สาธารณูปโภคของปตท.ที่อยู่ในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ตามแนวเส้นทางโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท ซึ่งมีท่อน้ำมันและท่อก๊าซกีดขวางบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) หารือร่วมกับ ปตท.ในการใช้พื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ในการ ตั้งจุดเช็คกิ้งพ้อยท์ รถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีทั้งปั๊มที่ปตท.ดำเนินการเองและที่ให้ผู้แทนจำหน่าย รวมถึง ปั๊มแก้ส ของปตท. ที่มีอีกประมาณ 400 กว่าแห่ง เพื่อคัดเลือกปั๊มที่อยู่ในระยะ 90 กม. ในการตั้ง จุดเช็คกิ้งพ้อยท์ และมีขนาดพื้นที่เพียงพอ เพื่อไม่ให้ส่งกระทบต่อการให้บริการรถประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีการใช้พื้นที่จุดตรวจฯ ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. จำนวน 19 แห่ง

และให้ ขบ.หารือกับปตท.ในการสนับสนุนการใช้ ก๊าซ NGV ในรถขนส่งสาธารณะและผู้ที่มีรายได้น้อย เพื่อลดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งอาจจะใช้รูปแบบ บัตรเติมก๊าซ NGV ซึ่งจะต้องหาวิธีการคัดเลือกผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ เป็นต้น

https://mgronline.com/business/detail/9620000100499
https://www.newtv.co.th/news/43190
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 18th, 2019, 08:23 PM   #1585
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

'ซีพี' ลงนามไฮสปีดเทรนแค่ยกแรก ยังมียกสองแสนสาหัส!

เผยแพร่: 18 ต.ค. 2562 10:17 ปรับปรุง: 18 ต.ค. 2562 10:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จับตาการลงนามไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินของ 'กลุ่มซีพี' เป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้การก่อสร้างเกิดได้ และแผนพัฒนา EEC บรรลุเป้าหมาย จากการก่อสร้างช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เดินหน้าได้สำเร็จ ส่วนอุปสรรคใหญ่ยังคงอยู่ช่วงพญาไท-ดอนเมือง คาดอนาคตอาจถูกตัดออกไป เหมือน “Two-Airport Rail Link” เหลือเพียง Airport Rail Link พญาไท-สุวรรณภูมิ แต่หากจะเดินหน้าสร้างถึงดอนเมือง ต้องใช้เซียนกฎหมายบวกบิ๊กคอนเนกชันเจรจาผลประโยชน์กันใหม่!

ในที่สุดกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 2.24 แสนล้านบาทได้ฤกษ์ลงนามสัญญาเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างไฮสปีดเทรน ซึ่งอาจจะก่อนวันที่ 25 ต.ค. หรือในวันที่ 25 ต.ค.ตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดเวลาไว้

แต่การลงนามในครั้งนี้ถูกจับตาว่าในอนาคตรัฐบาลจะต้องเสียค่าโง่ให้กับกลุ่มซีพีหรือไม่? และคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด ร.ฟ.ท.) ชุดใหม่ที่เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเข้ามาซึ่งมีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นประธาน จะกลายเป็นแพะรับบาปหากโครงการนี้มีปัญหาหรือผิดเงื่อนไขไปจากร่างข้อเสนอ (Request for Proposal : RFP) หรือไม่?



แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ถ้าการลงนามในสัญญาเป็นไปตามกรอบ RFP บอร์ดใหม่ก็จะไม่มีความเสี่ยง เพราะโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการอนุมัติผลการประกวดราคาแล้ว และตัวสัญญาก็ได้มีการอนุมัติไปเช่นกัน

อีกทั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กอพ.) หรือบอร์ด EEC ที่มีบิ๊กตู่เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้ ร.ฟ.ท. สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่มซีพี เข้าไปทำงานต่อได้

“บอร์ด EEC ได้เร่งรัดให้ ร.ฟ.ท.เรียกกลุ่มซีพีมาลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการนี้โดยเร็ว ก็เท่ากับว่าโครงการนี้มีการอนุมัติจากระดับที่สูงขึ้นมาแล้ว”

โดยความเป็นจริงโครงการนี้ไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าบอร์ด ร.ฟ.ท.อีกแล้ว แต่เป็นเพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบกระทรวงคมนาคม ต้องการให้มีความรัดกุมในด้านกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ใช้เพียง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 แต่ยังนำ พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 มาใช้ด้วย จึงทำให้เรื่องนี้ต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด ร.ฟ.ท. ก่อนที่ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท หรือรักษาการผู้ว่าฯ จะลงนาม

“ที่ดินเป็นของรถไฟฯ การผ่านบอร์ด เป็นการป้องกันความเสี่ยงไม่ให้การเมืองหรือฝ่ายค้านนำไปโจมตีได้ จึงใช้กฎหมาย 2 ฉบับ เพราะจริงๆ หากใช้กฎหมาย EEC เรื่องนี้ไม่ต้องเข้าบอร์ด ร.ฟ.ท.แล้ว”



ขณะเดียวกันคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องทำเอกสารสรุปส่งให้บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้อ่านและต้องยืนยันเอกสารทุกหน้าที่สรุปมาให้ เพราะบอร์ดไม่สามารถไปอ่านเอกสารการประมูลที่มากมายได้ในเวลาสั้นๆ

“คณะกรรมการฯ ต้องบอกมีอะไรบ้างที่ออกนอก RFP เหตุผลที่ออก จะมีปัญหาอะไรตามมามั้ย บอร์ดใหม่ก็ต้องซักถามกัน แต่ถ้าไม่มีออกนอก RFP ทุกอย่างก็จบง่าย”

แหล่งข่าวระบุว่า การออกนอกกรอบ จะมีทั้งเรื่องสำคัญและไม่สำคัญซึ่งก็ต้องดูว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่? โดยเฉพาะที่จะต้องดูกันอย่างละเอียดก็คือเรื่องของการเงิน เพราะถ้าผิดไปจาก RFP บอร์ดจะมีความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะโครงการนี้ กลุ่มซีพีต้องจ่ายให้กับ ร.ฟ.ท. เช่น เรื่องค่าเช่าที่ดิน 52,327 ล้านบาท, ค่าสิทธิ์การบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่ต้องจ่ายให้ ร.ฟ.ท.ไม่น้อยกว่า 10,671 ล้านบาท, ค่าลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ ที่กำหนดไว้ต้องไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท เป็นต้น

“อะไรยอมได้ก็ยอม เรื่องเวลาส่งมอบ คุยกันได้ แต่เรื่องที่ต้องใส่ใจ คือภาพรวมด้านการเงิน เราต้องจ่ายซีพีเร็วขึ้นหรือจ่ายมากขึ้นมั้ย หรือรถไฟฯ ได้รับจากซีพีช้าลงมั้ย ตรงนี้แหละจะทำให้บอร์ดผิดกฎหมายได้ แต่การผ่านบอร์ดครั้งนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเพื่อทราบหรือเห็นชอบซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบที่ต่างกัน เห็นชอบก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เห็นชอบ มันมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า แต่เพื่อทราบก็ผ่านเรื่องไปเฉยๆ”

ดังนั้นบอร์ดชุดใหม่ที่เข้ามาจึงต้องช่วยกันดูให้ละเอียด และเชื่อว่าจะไม่มีค่าโง่เกิดขึ้น เพราะรัฐสามารถขยายเวลาได้แต่ไม่มีการชดเชยเงินใดๆ เกิดขึ้น

แหล่งข่าวระบุว่า จุดสำคัญที่ทำให้การเซ็นสัญญาเกิดขึ้นได้ข้อหนึ่งมาจากเรื่องของการนับเวลาในสัญญาจะเริ่มนับกันวันไหน (NTP: Notice to Proceed) ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการออกหนังสือแจ้งเริ่มงานประมาณ ม.ค.2564 คือหลังจากมีการลงนาม 1 ปี 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถรื้อย้ายสาธารณูปโภคได้ทันในช่วงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปถึงอู่ตะเภา

“รัฐเดินหน้าย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นปัญหาให้แล้ว เช่นเรื่องสายส่งไฟฟ้ากำลังสูง 500KV ถือเป็นโครงข่ายระดับชาติ (National Grid) ภาคตะวันออก กฟผ.ก็พร้อมดำเนินการให้ ส่วนเรื่องการเวนคืนที่ดินทำสถานีที่ฉะเชิงเทราไม่น่ามีปัญหา ยังมีระยะเวลา1 ปีกว่าๆ”

สถานีมักกะสัน
สถานีมักกะสัน

อย่างไรก็ดี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานซึ่งอยู่ใน RFP กลุ่มซีพีก็น่าจะสามารถเดินงานก่อสร้างตั้งแต่ช่วงสถานีสุวรรณภูมิลงไปฉะเชิงเทรา จนถึงอู่ตะเภา พร้อมกับการปรับปรุงแอร์พอร์ตลิงก์ทั้งในเรื่องของการจัดหาขบวนรถเพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และการปรับปรุงตัวสถานีทุกแห่ง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ลิฟต์ บันไดเลื่อน ห้องน้ำ เป็นต้น

“สถานีมักกะสันต้องมีการปรับปรุงเพราะเดิมเป็นจุดเช็กอินผู้โดยสารที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ กระเป๋าต่างๆ จะมีการลำเลียงจากมักกะสันไปสุวรรณภูมิ โดยผู้โดยสารไม่ต้องมากังวลกับสัมภาระ จะทำให้สามารถเดินเที่ยวบริเวณคอมเพล็กซ์มักกะสันที่จะมีการพัฒนาในอนาคตได้ แต่วันนี้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยมีอยู่ชำรุดเสียหายใช้ไม่ได้แล้ว”

แหล่งข่าวบอกว่า หากซีพีทำตามแผนการพัฒนาแอร์พอร์ตลิงก์ได้สำเร็จ ประชาชนที่มาใช้บริการ เกิดความสะดวก รวดเร็ว ก็จะทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นว่ากลุ่มซีพีไม่ได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐเพียงอย่างเดียวรวมทั้งยังทำให้โครงการก่อสร้างไฮสปีดเทรน ช่วงจากสุวรรณภูมิไปจนถึงอู่ตะเภา สำเร็จได้ตามแผน จะช่วยให้โครงการอีอีซีประสบความสำเร็จเช่นกัน

“โครงการไฮสปีดเทรนในช่วงจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภาสำเร็จได้แน่ แต่ช่วงจากพญาไทไปถึงดอนเมือง ซึ่งอยู่ในเมืองเป็นช่วงที่ยากที่สุดในด้านกายภาพ ทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ท่อส่งน้ำมัน ท่อไซฟอนของ กทม. ท่อประปา หรือต้องทุบหอพักพยาบาลของโรงพยาบาลรามาฯ พื้นที่ก่อสร้างแคบมากในการขุดอุโมงค์ ระยะทางเพียง 21 กม. แต่จะต้องใช้เวลาทำงานเท่ากับพญาไทถึงอู่ตะเภา จึงเป็นข้อกังวลว่าจะสามารถทำตามแผนได้หรือไม่”

ดังนั้นการลงนามสัญญาของกลุ่มซีพี ที่จะมีขึ้นนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะทำให้โครงการนี้เกิดได้จริง แต่จะเกิดได้เต็มรูปแบบคือสามารถเชื่อม 3 สนามบินได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่หนักใจผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ภาพเชื่อม 2 สนามบินสุวรรณภูมิกับอู่ตะเภา ชัดแล้วว่าเกิดแน่ แต่จากพญาไทไปดอนเมืองยากที่สุด จะไปสร้างตรงบางซื่อ-ดอนเมืองก่อนก็จะทำให้การเดินรถไม่สำเร็จ เพราะช่วงที่สำคัญคือพญาไท-บางซื่อ”



แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า หากย้อนไปดูโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ความจริงแล้ว รัฐบาลในยุคนั้นมีแผนเชื่อม 2 สนามบินคือดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ จึงให้ชื่อโครงการนี้ว่า “Two-Airport Rail Link” ซึ่งมีจุดประสงค์ให้สนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินในประเทศ คนที่เดินทางมาและต้องการต่อไปต่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ไม่ต้องโหลดกระเป๋ากันใหม่ จะมีระบบลำเลียงไว้พร้อม ผู้โดยสารก็ขึ้นแอร์พอร์ตลิงก์มาที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เลย




“แต่ด้วยอุปสรรคในการก่อสร้าง ช่วงออกแบบก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นอุโมงค์หรือต้องการทำยกระดับ และการทำอุโมงค์ในพื้นที่จำกัด สาธารณูปโภคที่ต้องรื้อย้ายเป็นปัญหาหนักมาก เรื่องนี้ สนข.รู้เรื่องดีว่ามันเกิดยาก”

ในที่สุด“Two-Airport Rail Link” จึงเหลือเพียง Airport Rail Link ตัดเส้นทางก่อสร้างจากพญาไท-ดอนเมืองออกไป โดยไม่ผิดเงื่อนไขการประมูลเนื่องจากรัฐทำการประกวดราคาเป็นช่วงๆ

ขณะที่กลุ่มซีพี ส่วนของพญาไท-ดอนเมือง อยู่ในเงื่อนไขการประมูลไปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลและกลุ่มซีพีต้องคิดหาทางออกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

“ที่มีการพูดคุยกัน การมีไฮสปีดจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินอินเตอร์ ถึงสนามบินอู่ตะเภา ก็สามารถเปิดแค่นี้ได้ EEC ก็เกิดได้ ก็น่าจะตัดช่วงพญาไทถึงดอนเมืองออกไป แต่จะต้องหาวิธีการที่ต้องไม่ผิด RFP”

แหล่งข่าวบอกว่า การจะเปลี่ยนแปลงถึงขั้นบอกยกเลิกสัญญาในการก่อสร้างช่วงนี้นั้นต้องมีเหตุสุดวิสัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ รวมไปถึงหากรัฐบาลใหม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงอะไรที่มีผลต่อการก่อสร้างบริเวณนี้ กลุ่มซีพีก็สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงสัญญาได้

“จริงๆ แล้วตรงนี้ไม่จำเป็นต้องก่อสร้างแล้ว เพราะทุกวันนี้แอร์พอร์ตลิงก์กลายเป็นบีทีเอส จอดทุกสถานี ถ้าจะทำไฮสปีดก็ต้องชัดเจน และเส้นบางซื่อก็มีสายสีแดง มีบีทีเอส มีรถไฟชานเมืองวิ่งกันเต็มไปหมด จึงไม่จำเป็นต้องมีไฮสปีดเทรนมาช่วย”

ส่วนการลงนามในสัญญาของกลุ่มซีพี จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการเท่านั้น แต่เมื่อใดที่ต้องเข้ามาทำการก่อสร้างในเขตเมือง ผู้คนในสังคมก็จะได้เห็นถึงข่าวการเจรจาแก้ปัญหาระหว่างการก่อสร้างและการยื่น Notice ที่มีต่อ ร.ฟ.ท.ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะนำไปสู่ทางออกอย่างไร

“อาจจะได้เห็นการตัดการก่อสร้างช่วงนี้ออกไปจากนโยบายรัฐ หรือการเจรจาใหม่ที่ยังมีการก่อสร้าง แต่จะต้องมีการเสนอผลตอบแทนกันใหม่ เพื่อให้โครงการนี้เป็นไปตามแผน”

นี่คือประเด็นปัญหาที่จะนำไปสู่การเจรจายกสองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพื่อให้การก่อสร้างช่วงพญาไท-ดอนเมืองเกิดขึ้นได้ ว่ากันว่าต้องใช้มือกฎหมายระดับเซียน บวกกับบิ๊กคอนเนกชันเท่านั้นที่จะทำสำเร็จ!!

https://mgronline.com/specialscoop/detail/9620000100228





ชื่นมื่น! “ปตท” พร้อมย้ายท่อขวางไฮสปีดซีพี-เปิดปั๊มเพิ่มจุดตรวจรถสาธารณะครบ 245 จุด

วันที่ 18 October 2019

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) นำโดยนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการได้เข้าพบ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีใหม่ และเล่าถึงความร่วมมือในหลายโครงการที่มีมาในปัจจุบัน

ทางกระทรวงได้ขอหารือในเรื่องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น การบริการระบบรถโดยสารสาธารณะ จะออกบัตรสำหรับเติมน้ำมันโดยเฉพาะ และการตั้งจุดตรวจรถ Chrcking Point 245 จุดของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่ง ปตท.ก็ได้แนะนำว่า นอกจากปั๊มน้ำมันแล้ว ปตท ยังมีปั๊มแก๊สอีก 400 แห่ง และทางปตท.พร้อมสนับสนุนนโยบายนี้และจะประสานงานให้ ก็ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ช่วยดูเรื่องนี้แล้ว

นอกจากนี้ ปตท. ยังยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะช่วยเหลือในการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคที่กีดขวางโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) หรือโครงการลงทุนอื่นๆในนโยบายอีอีซีด้วย

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งจุด Checking Point 245 จุด ปัจจุบันติดตั้งได้แล้ว 208 จุด แบ่งเป็น ตำรวจทางหลวง 61 จุด, ขบ. 103 จุด, ปั๊มน้ำมันปตท. 19 จุด ปั๊มน้ำมันอื่น 5 จุด และจุดลงเวลาสถานีขนส่งบขส.อีก 20 จุด คาดว่าจะตั้งได้ครบ 245 จุดภายใน 6 เดือน จะต้องไปพร้อมกันกับการช่วยเหลือด้านการวางระบบ และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พนักงาน เพราะเจ้าหน้าที่ก็ยังมีไม่เยอะ

“พยายามเอาเครื่องมือที่สามารถทุ่นแรงเข้ามาช่วยเช่นระบบ GPS ที่สามารถบอกพิกัดของรถโดยสาร, ความเร็วของรถ, จุด Checking Point แต่ละจุด เป็นต้น เป็นการช่วยคัดกรองรถที่ทำผิดระเบียบกับรถที่ทำถูกระเบียบด้วยไปในตัว”

ส่วนจะต้องจัดซื้อเครื่องมือเพิ่มหรือไม่นั้น มองว่าไม่จำเป็น เพราะกรมมีแผนจะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถใช้งานกับระบบปฏิบัติการมือถือให้ได้ในอนาคต เพราะระบบเหล่านี้สามารถใช้งานในเว็บไซด์ได้อยู่แล้ว

https://www.prachachat.net/property/news-382355

Last edited by napoleon; October 24th, 2019 at 08:37 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 19th, 2019, 09:24 AM   #1586
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,954
Likes (Received): 6746

รถไฟความเร็วสูงซีพี มาช้าแต่มาแล้ว!
เผยแพร่: 18 ต.ค. 2562 19:51 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"ฝั่งขวาเจ้าพระยา"
"โชกุน"

เมื่อ 25 ปีก่อน เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพีก้าวเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคม ด้วยการเข้าประมูลโครงการโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมายขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือ ทศท.ในตอนนั้น นอกจากจะเป็นการเข้ามาในธุรกิจที่ตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์แล้ว ยังเป็นครั้งแรกของการลงทุนแบบผู้รับสัมปทานจากรัฐของซีพี

ซีพีเป็นผู้เข้าประมูลเพียงรายเดียว เพราะโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ ต้องลงทุนเองทั้งหมดด้วยเงินมหาศาล ในขณะที่มีความเสี่ยงสูงมากว่า จะมีผู้ใช้บริการมากพอที่จะคุ้มการลงทุน และมีกำไรหรือไม่ จึงมีแต่ซีพีรายเดียวที่กล้าเสี่ยง

ช่วงที่ซีพีได้สัมปทาน 3 ล้านเลขหมาย เกิดการรัฐประหาร รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ โดยคณะนายทหาร จปร.รุ่น 5 ในนาม รสช.โครงการ 3 ล้านเลขหมาย ยังไม่ได้เซ็นสัญญา เพราะรอฤกษ์ดี ถูกรัฐบาลที่ รสช.แต่งตั้งมีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี สั่งรื้อโครงการ โดยอ้างว่า การประมูล 3 ล้านเลขหมายไม่โปร่งใส

สุดท้ายโครงการ 3 ล้านเลขหมาย ซึ่งมีขอบเขตทั่วประเทศ ถูกหั่นเหลือ 2 ล้านเลขหมาย และให้ติดตั้งเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเท่านั้น อีก 1 ล้านเลขหมายถูกแยกออกไปเป็นโครงการติดตั้งทั่วประเทศ

โครงการ 2 ล้านเลขหมาย ซึ่งขยายเป็น 2.6 ล้านเลขหมาย หมดอายุสัมปทานเมื่อปีที่แล้ว โครงการนี้ทำให้คนไทยมีโทรศัพท์ใช้อย่างทั่วถึง ขอติดตั้งได้ในเวลาอันรวดเร็ว และมีค่าบริการที่ถูกลงมาก แม้ว่า หลังจากโครงการดำเนินไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็เข้ามาแทนที่โทรศัพท์แบบมีสาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ คือ กรุงเทพฯ มีเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้น สามารถรองรับต่อยอดเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ ได้จนถึงปัจจุบัน

ส่วนซีพีเอง ก็ได้โครงการ 2.6 ล้านเลขหมาย เป็นฐานในการขยายกิจการเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมอย่างเต็มตัว ซึ่งวิวัฒนาการมาเป็นบริษัท ทรู ในทุกวันนี้

นี่คือบทบาทของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง มีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูงในเรื่องผลตอบแทน

สัปดาห์ที่จะถึงนี้ หากไม่มีสิ่งเหนือความคาดหมาย ซีพีก็จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ที่ไม่เคยทำ ไม่เคยมีประสบการณ์ ต้องใช้เงินลงทุนสูง มีความเสี่ยงในเรื่องผลตอบแทนสูง และเป็นโครงการสัมปทานของรัฐ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน หรือรถไฟความเร็วสูงอีอีซี

หลังจากใช้เวลาเจรจาต่อรองกับคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการมานานเกือบ 10 เดือน โครงการนี้ ก็ได้ฤกษ์กำหนดวันเซ็นสัญญาในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

ซีพีหรือซีพีเอช ในโครงการนี้ ได้รับการคัดเลือกให้ได้สิทธิดำเนินโครงการก่อน เพราะเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐต่ำกว่านักลงทุนอีกกลุ่มที่มีบีทีเอส เป็นแกนนำ การเจรจาใช้เวลานาน เพราะเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูง มีรายละเอียดมาก ต่างฝ่ายต่างต้องมีความรอบคอบ ป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด และให้โครงการบรรลุเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด

ระหว่างที่การเจรจาดำเนินไป การเมืองก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล คสช.ที่มาจากการรัฐประหาร เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นต้นสังกัด การรถไฟแห่งประเทศไทย เจ้าของโครงการนี้ ถูกแบ่งไปให้พรรคภูมิใจไทย กำกับดูแล

รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม จึงจำเป็นต้องแสดงบทบาทขอมีส่วนร่วมกับการผลักดันโครงการนี้บ้าง แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ รวมทั้งโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีอื่นๆ แม้รัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงคมนาคม จะเป็นเจ้าของโครงการ แต่การผลักดัน โครงการเป็นอำนาจโดยตรงของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ดอีอีซี ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนแต่ละโครงการ

รัฐมนตรีคมนาคม และรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย จึงทำได้แค่กวนน้ำให้ขุ่น ส่งสัญญาณกดดันให้ซีพีเอชรีบมาเซ็นสัญญา มิฉะนั้น จะเรียกกลุ่มบีทีเอส อาร์มาเจรจา และหากซีพีเอชไม่เซ็นสัญญา จะถูกริบเงินประกัน 2 พันล้านบาท และโดนขึ้นบัญชีดำห้ามประมูลงานรัฐ โทษฐานทิ้งงาน

แต่อำนาจในการเห็นชอบอนุมัติให้เซ็นสัญญาหรือไม่ให้เซ็น เป็นของบอร์ดอีอีซี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมไม่มีอำนาจแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อบอร์ดอีอีซี เห็นชอบเอกสารแนบท้ายสัญญาที่เกี่ยวกับแผนการส่งมอบพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงได้เวลาเปิดหวูดเดินหน้าอย่างเป็นทางการเสียที

โครงการรถไฟความเร็วสูง มีความสำคัญต่อซีพีมาก ถือเป็นการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ คือ โครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชน และมีความสำคัญต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอีอีซี การเซ็นสัญญาที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และไทยต่ออีอีซี

https://mgronline.com/daily/detail/9620000100386
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 20th, 2019, 10:36 AM   #1587
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

ผมสงสัยโครงการนี้ ว่าถ้าการรถไฟจะสร้าง

สมมุติซีพีชนะ จะฟ้องไหม

Bangkok to Pattaya https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=2117618

หรือรถไฟฟ้า Local เส้นนี้ จะถูกดอง อย่างน้อย 10 ปี

ถ้าไม่เปลี่ยนระบบ สถานี Central ที่ชลบุรี ศรีราชา พัทยา พอเอารถไฟน้ำมันเข้าไม่ได้ ก็ใช้สถานีไม่เต็มประสิทธิภาพ คนเข้าสถานีลดลงอีก
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 20th, 2019, 10:05 PM   #1588
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

"อนุทิน" ยันสร้างรถไฟ 3 สนามบิน ยึดสัญญาเดิม พร้อมชดเชยเอกชนด้วยการขยายเวลา

สยามรัฐออนไลน์ 19 ตุลาคม 2562

จากกรณที่มีกระแสข่าวว่า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง อู่ตะเภา สุวรรณภูมิ ภาครัฐและกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ผู้ชนะการประมูล ได้ตกลงแก้ไขสัญญาเดิม จากที่ภาครัฐ ต้องชำระค่าก่อสร้างในปีที่ 6 หรือหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นภาครัฐชำระค่าก่อสร้าง ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง นอกจากนั้น ภาครัฐพร้อมจะจ่ายเงินชดเชย กรณีการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งไม่ใช่ความบกพร่องของเอกชน

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภาครัฐยังยึดสัญญาฉบับเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง RFP ว่าอย่างไร ให้เป็นไปตามนั้น ส่วนเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะไม่ทันใน 2 ปี เนื่องจากยังมีคนอาศัยอยู่ มีท่อ มีสายไฟ มีสาธารณูปโภคขวางอยู่ ตนไม่เป็นห่วง เพราะเคยประชุมร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางนั้นบอกว่าจัดการได้แน่นอน บางหน่วยงานเปิดเผยว่า จะใช้เวลาน้อยกว่า 2 ปีด้วย ก็ต้องเชื่อ

แต่ถ้าครบ 2 ปีแล้ว มันยังติดขัด ต้องไปดูว่าเพราะอะไร หากเกิดจากภาครัฐ เพิกเฉิย ไม่ยอมทำอะไรเลย มันก็ต้องจัดการแบบหนึ่ง แต่ถ้าภาครัฐทำเต็มที่ แต่ไม่ทันจริงๆ ก็ต้องหารือกับเอกชน หาทางออกร่วมกัน แต่ขอให้ย้อนดูกฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของทางภาครัฐ ที่กำหนดให้ชดเชยด้วบการขยายเวลา ตามหลักก็ต้องเป็นไปตามนั้น

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ระหว่างการส่งมอบพื้นที่ ไปจนถึงการก่อสร้าง มีโอกาสที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ฝนตก น้ำท่วม มันไม่ใช่ความผิดของใคร แต่มันทำให้การดำเนินงานล่าช้า ตรงนี้ ก็ชดเชยด้วยการขยายเวลาไป แต่ไม่มีทางที่รัฐจะไปจ่ายเงินชดเชยให้เอกชน และถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เอกชนมีสิทธิ์ฟ้องเอาเงิน แต่โอกาสชนะยาก ส่วนการยกเลิกสัญญา จะทำโดยฝ่ายเดียวไม่ได้ แม้เอกชนจะยกเลิกสัญญาไปแล้ว แต่ก็ต้องทำงานต่อ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา ดูเหมือนว่ารัฐจะได้เปรียบทุกประตู แต่กว่าจะถึงวันนี้ รัฐก็ต้องทำตามสัญญา และทำมากด้วย การที่เอกชนมาทำงานกับรัฐ สิ่งที่มั่นใจได้ คือ เมื่อทำงานเสร็จ รัฐจ่ายแน่นอน

"ราคาที่ผู้ชนะประมูลเสนอมา เป็นราคาที่ดีมากๆ ดังนั้นภาครัฐประคบประหงมอย่างเต็มที่ อะไรที่ทำได้ ไม่ขัดกับกฎหมาย ไม่ขัดกับสัญญา รัฐทำเต็มที่ เพราะเปิดประมูลใหม่ หรือทำอย่างไร ก็ไม่มีทางได้ราคานี้ ล่าสุด ได้ยินข่าวว่าทางกลุ่ม CPH มาเซ็นดำเนินงานแน่นอน แต่ขอดูฤกษ์ดูยาม ซึ่งทางรัฐไม่ขัดข้อง ขออย่าให้ถึงวันที่ 7พฤศจิกายน 2562 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดวันยืนสัญญาก็พอ"

https://siamrath.co.th/n/109941
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 10:59 AM   #1589
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

ขยับเร็ว1วัน เซ็นไฮสปีด 24 ตุลา

21 Oct 2019

สัญญาไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน เซ็นไวขึ้น 1 วัน ศักดิ์สยามยัน ไม่มีสัญญาเอื้อเอกชน การประชุมมอบนโยบาย ติดตามผล และตรวจเยี่ยมศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับร้องเรียน 1584 จากกรมขนส่งทางบก

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นการเซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน โดยเปิดเผยว่า เดิมทีเรากำหนดวันลงนาม คือ 25 ต.ค.62 แต่ทางกลุ่ม ซีพี แจ้งว่ามีความพร้อมจะลงนามในวันที่ 24 ต.ค.นี้

ซึ่งทางเราเองก็พร้อม โดยในวันดังกล่าว จะมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.30 น. ซึ่งผมมั่นใจว่าดำเนินการเซ็นสัญญาได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงการพัฒนาประเทศต่อไป

รมว.คมนาคม เผยต่ออีกว่า เมื่อเซ็นสัญญาทางปลัดกระทรวงฯ จะเร่งรัดการดำเนินงานทั้งการส่งคืนพื้นที่และติดตามการรื้อถอนสาธารณูปโภค โดยจะสรุปออกมาเป็นแผนว่าแต่ละวันเราดำเนินการคืบหน้าส่วนไหนไปบ้าง

ซึ่ง ณ วันนี้ยังมีความคลาดเคลื่อนทั้งการปรับสัญญาหลักโดยเฉพาะการเอื้อต่อเอกชน ตนได้สั่งให้คณะกรรมการคัดเลือกตรวจสอบอย่างละเอียด และยืดตามสัญญาแนบท้าย ยืนยันไม่มีอะไรเกินหรือขาด

https://www.thansettakij.com/content/412542
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 11:57 AM   #1590
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,954
Likes (Received): 6746

“ซีพี” พร้อมเซ็นไฮสปีด! 24 ต.ค. “ศักดิ์สยาม” สั่งเปิดเงื่อนไขสัญญา
เผยแพร่: 21 ต.ค. 2562 15:26 ปรับปรุง: 21 ต.ค. 2562 15:37 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ศักดิ์สยาม” เผยซีพีแจ้งพร้อมเซ็นสัญญา "รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน" 24 ต.ค. ขณะที่เร่งคณะทำงานฯ ทำแผนส่งมอบพื้นที่ และเตรียมเปิดเผยร่างสัญญาและเอกสารแนบท้าย ยันรัฐเริ่มจ่ายค่าร่วมทุนหลังสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าจะมีการลงนามสัญญา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในวันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 13.30 น. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธาน

ทั้งนี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมวันที่ 25 ต.ค. 2562 เนื่องจากทางกลุ่ม CPH แจ้งว่ามีความพร้อมก่อน ซึ่งไม่มีปัญหาทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ การลงนามสัญญาเป็นการแจ้งว่าโครงการได้เริ่มต้นแล้ว ซึ่งคณะทำงานกำกับดูแลในการทำแผนส่งมอบพื้นที่ที่มี นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน จะมีแผนรายละเอียดในการส่งมอบพื้นที่ และเร่งรัดกระบวนการในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน

นายศักดิ์สยามยืนยันว่า “การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมยึดหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งหลังลงนามสัญญาโครงการกับเอกชนแล้วจะนำรายละเอียดสัญญาทั้งหมด และเอกสารแนบท้ายให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ เพื่อช่วยกันตรวจสอบว่ามีอะไรที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่ เพราะคิดว่าวันนี้ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในหลายเรื่อง

เช่น ประเด็นการปรับร่างสัญญาหลัก หรือเขียนเงื่อนไขที่เอื้อเอกชนนั้นยืนยันว่าไม่มี ซึ่งก่อนที่จะกำหนดวันลงนามสัญญานั้นได้ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือคณะกรรมการอีอีซี ในเรื่องแผนการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งช่วงนั้นกระทรวงคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่เอาเปรียบเอกชน แต่พอกำหนดวันลงนามสัญญาได้ข่าวก็เปลี่ยนเป็นเอื้อเอกชนอีก ซึ่งขอยืนยันว่าการดำเนินงานยึดความชัดเจนของเอกสารและเอกสารแนบท้าย ซึ่งได้กำชับไปยังคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องยึดกฎหมายและเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal) ไม่ให้มีอะไรขาดหรือเกิน”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการชำระเงินในส่วนที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ วงเงิน 149,650 ล้านบาท โดยการแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี นายศักดิ์สยามกล่าวว่า รัฐจะเริ่มจ่ายเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% และเริ่มการให้บริการ อย่ากังวลทุกอย่างเป็นไปตาม RFP และกฎหมาย โครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะพัฒนาพื้นที่อีอีซี

https://mgronline.com/business/detail/9620000101201
https://www.prachachat.net/property/news-382858

Last edited by wwc234; October 21st, 2019 at 01:51 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 09:24 PM   #1592
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

ซีพีขอฤกษ์ “ปิยมหาราช” ไฮสปีดเลื่อนลงนาม 24 ตุลาคมนี้

วันที่ 21 October 2019

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเป็นประธานในการลงนามในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพีเอช)


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงนามในครั้งนี้เลื่อนมาจากวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้ฝ่ายซีพีเอช เคยแสดงความประสงค์จะลงนามในวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็น “วันปิยมหาราช” แต่นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจ ร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น และจะเดินทางกลับในช่วงเช้าของวันที่ 24 ตุลาคม

https://www.prachachat.net/prachacha...ry/news-382569
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 09:28 PM   #1593
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

“บิ๊กตู่” เปิดทำเนียบรับเจ้าสัว ซี.พี.เซ็นไฮสปีดอีอีซี 24 ต.ค.นี้ “ศักดิ์สยาม” ยืดจ่ายหนี้โฮปเวลล์

วันที่ 21 October 2019

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การยืนยันวันลงนามในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท เป็นวันที่ 24 ต.ค.นี้ เกิดจากการตอบกลับของกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกว่า พร้อมจะลงนามในวันดังกล่าว ซึ่งได้เชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 13.30 น. เป็นไปตามหลักการปกติ

เมื่อลงนามแล้วเสร็จ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งมอบพื้นที่ จะเร่งรัดการดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ยืนยันว่าจะใช้หลักธรรมาภิบาลในการดำเนินการ และเมื่อลงนามเสร็จจะนำสัญญาและเอกสารแนบท้ายมาเผยแพร่กับสื่อมวลชน เพื่อช่วยดูว่ามีสิ่งใดที่ยังไม่ทำตาม เพราะมีความคลาดเคลื่อนในหลายเรื่อง เช่น มีการกล่าวหามีการปรับร่างสัญญาหลัก หรือใส่เงื่อนไขเอื้อเอกชนเพิ่มเข้าไป ซึ่งไม่มีการทำแบบนั้นเลย


“ผมประหลาดใจ เพราะช่วงที่ประชุมเรื่องส่งมอบพื้นที่ตอนแรก ผมกับรองอนุทิน (อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม) ถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบเอกชน แต่พอกำหนดวันลงนามได้ก็หาว่าเราเอื้อเอกชนอีก ก็ไม่รู้ะว่ายังไง แต่ทั้งหมดนี้เอาความชัดเจนจากเอกสารแนบท้ายและสัญญาเป็นหลัก โดยคณะกรรมการคัดเลือกจะต้องยึด RFP เป็นหลักในการดำเนินการ” นายศักดิ์สยามกล่าาว


ส่วนข่าวการปรับแก้เอกสารแนบท้ายสัญญาที่เปิดให้ยกเลิกสัญญาเมื่อส่งมอบพื้นที่ไม่ครบ ไม่เป็นความจริง เพราะในที่ประชุมการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยได้ยืนยันกับเจ้าของหน่วยงานระบบสาธารณูปโภคทั้ง 8 แห่งแล้วว่า พร้อมดำเนินกันหมดก็จบ และการเขียนให้ “Exit” ในสัญญาถือว่าเป็นหลักปกติอยู่แล้ว แต่เราจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้น ตนในฐานะคณะอนุกรรมการอีอีซีและปลัดกระทรวงจะติดตามประเด็นนี้

ส่วนการจ่ายค่าอุดหนุน 117,227 ล้านบาท ที่มีข่าวว่าจะเบิกจ่ายเมื่อสร้างและเปิดเดินรถส่วนใดส่วนหนึ่งได้ก่อนนั้น ยืนยันว่าไม่มี ยึดตาม RFP คือต้องสร้างให้เสร็จทั้งเส้นทาง 100% และเปิดเดินรถทั้งเส้นทางจึงจะจ่ายค่าอุดหนุน ซึ่งมีกรอบดำเนินการอยู่คือ หลังสร้างเสร็จตามระยะเวลา 5 ปี

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าคดีโฮปเวลล์ นายศักดิ์สยามตอบว่า ได้ยื่นขอชะลอการบังคับคดีการจ่ายค่าชดเชย 25,000 ล้านบาท ในคดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกระทรวงคมนาคมแพ้คดีในศาลปกครองสูงสุดต่อ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด แต่ศาลจะให้เลื่อนอีกกี่วันก็ต้องรอการพิจารณาของศาลก่อน

ในตอนนี้ได้ตั้งคณะทำงานชุดใหม่มาดำเนินการเจรจากับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเศไทย) จำกัดแล้ว ประกอบด้วย นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน มีนายชยธรรม์ พรหมศร ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), ตัวแทนจากร.ฟ.ท., ตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นกรรมการ

โดยจะเอาข้อมูลต่างๆ มาดู ซึ่งมีจำนวนมาก จริงๆ มีคณะทำงานเดิมอยู่แล้ว แต่ได้หยุดไปเมื่อรัฐมีแผนจะฟ้องร้องขอรื้อฟื้นคดี แต่เมื่อบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัดยื่นขอเจรจาเข้ามาใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) แต่ต้องรอการวิจิฉัยของศาลปกครองก่อนว่าจะให้ชะลอการจ่ายเงินหรือไม่ ถ้าให้ชะลอก็จะมีเวลาศึกษากระบวนการการประมูลทั้งหมด เพราะเอกสารมันเก่ามากตั้งแต่ปี 2533 แต่น่าจะใช้เวลาศึกษาไม่นาน ประมาณ 2 สัปดาห์ก็แล้วเสร็จ

“โฮปเวลล์ยังไม่ได้ยื่นประเด็นที่จะเจรจามา เราต้องกลับไปดูความถูกต้องและความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อน ถ้ากระบวนการประมูลไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้นก็เป็นโมฆะ ถ้าพบว่าทำผิดกฎหมายก็แจ้งความดำเนินคดี ก็คือต้องดูทีโออาร์ สัญญา และการปฏิบัติตามสัญญา” นายศักดิ์สยามทิ้งท้าย

https://www.prachachat.net/property/news-382858
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 11:12 PM   #1594
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

“ซีพี” พร้อมเซ็นไฮสปีด! 24 ต.ค. “ศักดิ์สยาม” สั่งเปิดเงื่อนไขสัญญา

เผยแพร่: 21 ต.ค. 2562 15:26 ปรับปรุง: 21 ต.ค. 2562 15:37 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศักดิ์สยาม” เผยซีพีแจ้งพร้อมเซ็นสัญญา "รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน" 24 ต.ค. ขณะที่เร่งคณะทำงานฯ ทำแผนส่งมอบพื้นที่ และเตรียมเปิดเผยร่างสัญญาและเอกสารแนบท้าย ยันรัฐเริ่มจ่ายค่าร่วมทุนหลังสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าจะมีการลงนามสัญญา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในวันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 13.30 น. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธาน

ทั้งนี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมวันที่ 25 ต.ค. 2562 เนื่องจากทางกลุ่ม CPH แจ้งว่ามีความพร้อมก่อน ซึ่งไม่มีปัญหาทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ การลงนามสัญญาเป็นการแจ้งว่าโครงการได้เริ่มต้นแล้ว ซึ่งคณะทำงานกำกับดูแลในการทำแผนส่งมอบพื้นที่ที่มี นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน จะมีแผนรายละเอียดในการส่งมอบพื้นที่ และเร่งรัดกระบวนการในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน

นายศักดิ์สยามยืนยันว่า “การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมยึดหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งหลังลงนามสัญญาโครงการกับเอกชนแล้วจะนำรายละเอียดสัญญาทั้งหมด และเอกสารแนบท้ายให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ เพื่อช่วยกันตรวจสอบว่ามีอะไรที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่ เพราะคิดว่าวันนี้ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในหลายเรื่อง




เช่น ประเด็นการปรับร่างสัญญาหลัก หรือเขียนเงื่อนไขที่เอื้อเอกชนนั้นยืนยันว่าไม่มี ซึ่งก่อนที่จะกำหนดวันลงนามสัญญานั้นได้ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือคณะกรรมการอีอีซี ในเรื่องแผนการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งช่วงนั้นกระทรวงคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่เอาเปรียบเอกชน แต่พอกำหนดวันลงนามสัญญาได้ข่าวก็เปลี่ยนเป็นเอื้อเอกชนอีก ซึ่งขอยืนยันว่าการดำเนินงานยึดความชัดเจนของเอกสารและเอกสารแนบท้าย ซึ่งได้กำชับไปยังคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องยึดกฎหมายและเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal) ไม่ให้มีอะไรขาดหรือเกิน”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการชำระเงินในส่วนที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ วงเงิน 149,650 ล้านบาท โดยการแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี นายศักดิ์สยามกล่าวว่า รัฐจะเริ่มจ่ายเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% และเริ่มการให้บริการ อย่ากังวลทุกอย่างเป็นไปตาม RFP และกฎหมาย โครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะพัฒนาพื้นที่อีอีซี

https://mgronline.com/business/detail/9620000101201
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 22nd, 2019, 10:44 PM   #1595
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

เซ็นสัญญาไฮสปีดเทรน 24 ตุลาคมแน่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
22 ต.ค. 2562 05:15 น.


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า การลงนามสัญญาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระหว่าง รฟท. และกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (ซีพีเอช) จะเลื่อนมาเป็นวันที่ 24 ต.ค.62 จากเดิมวันที่ 25 ต.ค.62 เพราะซีพีเอชมีความพร้อมและต้องการลงนามวันดังกล่าว โดยพิธีลงนามจะจัดขึ้นเวลา 13.30 น. ณ อาคารภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน


“ภายหลังลงนามแล้ว จะเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง โดยจะมีแผนทำงานที่ชัดเจนว่า แต่ละวันจะดำเนินการอะไร บริเวณไหน ตั้งใจว่าจะส่งสัญญาและเอกสารแนบท้ายโครงการให้สื่อมวลชนเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนและฝ่ายต่างๆติดตามว่า มีสิ่งใดไม่เป็นไปตามสัญญาหรือเอกสารแนบท้าย รวมถึงต้องทำความเข้าใจประเด็นที่เข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น มีการปรับสัญญาหลัก ซึ่งไม่มี หรือมีข่าวเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ซึ่งก็ไม่มีเรื่องเหล่านี้ตรวจสอบได้จากเอกสาร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภา ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 ต.ค.62 ให้นำเอกสาร 2 กล่อง คือ ซองเทคนิคและซองราคา ของบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (เครือซีพี) และพันธมิตรมาพิจารณาร่วมในขั้นตอนประมูล และศาลปกครองสูงสุดเตรียมตัดสินครั้งสุดท้ายวันที่ 4 หรือ 7 พ.ย.62 นั้น ถือว่ากลุ่มซีพียังอยู่ในขั้นตอนการเสนอราคา เพื่อเข้าสู่กระบวนการร่วมการประมูล หากศาลตัดสินว่าซีพีเข้าร่วมไม่ได้จะเหลือเอกชนอยู่ 2 รายร่วมประมูล คือ 1.บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส และบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 2.กลุ่มกิจการร่วมค้าแกรนด์คอนซอร์เตียม โดยเมื่อนำเอกสารมาร่วมพิจารณาทั้งหมด คาดจะแล้วเสร็จใน 1 สัปดาห์ เมื่อเอกชนทุกรายผ่านการพิจารณาทางเทคนิคและคุณสมบัติถูกต้อง 80% จะร่วมประมูลราคาได้ คาดปลายเดือน พ.ย.นี้ จะลงนามกับผู้ชนะการประมูล

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาไม่น่าห่วงเท่ารถไฟความเร็วสูง ที่ต้องส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างกรุงเทพฯชั้นใน และ 230 จุดตัด อีกทั้งมีภาครัฐลงทุนโครงสร้างหลัก ส่วนอู่ตะเภา เป็นพื้นที่ว่างเปล่า 6,500 ไร่ ส่งมอบได้ทันที และเอกชนลงทุนเองจึงไม่น่าห่วง.

https://www.thairath.co.th/news/busi...siness/1687405
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2019, 11:26 AM   #1596
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

สิ้นปีจ่ายชดเชย 3 พันล้าน เวนคืนที่ดินเคลียร์ทาง ‘ไฮสปีด ซี.พี.’

วันที่ 23 October 2019

เวนคืนอัพเดต

เป็นที่ชัดเจนแล้วฤกษ์ดีวันที่ 24 ต.ค. 2562 กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ประกอบด้วย บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง, บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น, บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ผู้ชนะประมูลรับสัมปทาน 50 ปีลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 117,227 ล้านบาท จะเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการ หลังเจรจากันมาเกือบปี

ภารกิจการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ทั้ง “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” และ “กลุ่ม ซี.พี.” ต่างคนต่างเคลียร์เรื่องส่งมอบพื้นที่และออกแบบให้สอดคล้องกันตามไทม์ไลน์ที่กำหนดใน 2 ปี ก่อนจะออกหนังสือให้เริ่มโครงการ (ดูแผนที่)


ด้วยสภาพพื้นที่สุดวิบาก เพื่อให้การเดินหน้าโครงการไม่ติดขัด คณะกรรมการนโยบายพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ต้องหยิบเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ต้องมาร่วมทำแผนอย่างจริงจัง

โดยตัดแบ่งพื้นที่ส่งมอบ 3 ส่วน จากทั้งโครงการ 220 กม. ประกอบด้วย

1.สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ 28 กม. โครงสร้างแอร์พอร์ตลิงก์เดิม พร้อมส่งมอบทันที แต่ต้องจ่ายค่าเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671 ล้านบาทก่อน

2.สถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา 170 กม. ส่งมอบใน 2 ปี แต่เร่งให้ได้ 1 ปี 3 เดือน และ

3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง 22 กม. ส่งมอบใน 4 ปี เร่งรัดได้ 2 ปี 3 เดือน

พร้อมกับปรับการเปิดให้บริการตามผลงานการก่อสร้าง จะเปิดบริการช่วงสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ปลายปี 2566 ส่วนสถานีพญาไท-ดอนเมือง อาจเสร็จเปิดใช้ในปี 2567-2568

ต้องมาลุ้นกันต่อ “ร.ฟ.ท.” เจ้าของพื้นที่จะปฏิวัติการทำงานได้รวดเร็วทันใจอย่างที่รัฐบาลคาดหวังไว้ได้หรือไม่ ในเมื่อที่ดินมีทั้งผู้บุกรุกที่อยู่กันมายาวนาน และที่เช่าที่มีทั้งสัญญาและไม่มีสัญญา

สำหรับการเวนคืนที่ดินล่าสุด “วรวุฒิ มาลา” รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.และในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการกล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อเดือน ม.ค. 2562 ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอไปยัง ครม. เพื่ออนุมัติแล้ว คาดว่าในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้จะเริ่มเข้าพื้นที่สำรวจการเวนคืน รวมถึงผู้บุกรุกในแนวเส้นทางกว่า 500 ราย

รายละเอียดแนวเวนคืนที่ดินอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่

1.กรุงเทพฯ แขวงคลองสามประเวศ แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง

2.สมุทรปราการ ต.หนองปรือ อ.บางพลี

3.ฉะเชิงเทรา ต.บางเตย ต.วังตะเคียน ต.ท่าไข่ ต.บางขวัญ ต.บ้านใหม่ ต.บางไผ่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา

4.ชลบุรี ต.บ้านสวน ต.หนองข้างคอก ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี ต.บางพระ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ต.นาเกลือ ต.หนองปรือ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ และ

5.ระยอง ต.สำนักท้อน ต.พลา อ.บ้านฉาง

นายวรวุฒิกล่าวอีกว่า ที่ดินจากการเวนคืนจะนำมาก่อสร้างย่านสถานี ทางเข้าออกสถานี ทางรถไฟ และดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ แก่กิจการรถไฟ มีที่ดินที่จะต้องเวนคืน 850 ไร่เศษ และสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 245 หลัง ค่าเวนคืนที่ดิน 3,570 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนที่ จ.ฉะเชิงเทรา 550 ไร่ วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง (depot) ประมาณ 300 ไร่ แนวทางวิ่ง 100 ไร่ และสถานีรถไฟแห่งใหม่อีก 70 ไร่

ที่เหลือจะเป็นค่าสิ่งปลูกสร้างทดแทนผู้อยู่อาศัยเดิม 254 ครัวเรือนที่ต้องย้ายออกจากแนวเขตทาง นอกจากนี้ มีเวนคืนที่สถานีลาดกระบังเพิ่ม เพื่อสร้างทางวิ่งไปสนามบินอู่ตะเภา และมีบางส่วนบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและอู่ตะเภาอีกประมาณ 300 ไร่ จะเร่งเวนคืนให้เสร็จใน 2 ปี

https://www.prachachat.net/property/news-383586

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2019, 11:04 PM   #1597
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

นับหนึ่งเซ็นสัญญา”ไฮสปีด” ซีพีประเดิม 4 พันล้านตั้งบริษัท

วันที่ 23 October 2019

“บิ๊กตู่” เปิดทำเนียบรับเจ้าสัวเซ็นสัญญาไฮสปีดอีอีซี 24 ต.ค. สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน กลุ่ม ซี.พี.และพันธมิตรไทย-จีน ระดมทุน 4 พันล้านตั้งบริษัทใหม่ “รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน” ร.ฟ.ท.เร่งเวนคืนส่งมอบพื้นที่พญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาใน 2 ปี เปิดหวูดปี’66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่วม 4 ปีกว่ารถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกจะได้เซ็นสัญญา 24 ต.ค.นี้ นับจาก “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประกาศจะช่วย “รัฐบาลประยุทธ์ 1” ลงทุนรถไฟความเร็วสูง กทม.-ระยอง 193 กม. ลงทุนกว่า 1.52 แสนล้านบาท และตั้งทีมศึกษาโครงการเมื่อ มี.ค. 2558 จนมาสุกงอมในปี 2561 หลังหลอมรวมกับแอร์พอร์ตลิงก์ กลายเป็นรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ใช้เม็ดเงิน 224,544 ล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับนโยบายเขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

เลื่อนเซ็นเร็วขึ้น 1 วัน

โดยเปิดยื่นซองประมูลวันที่ 12 พ.ย. 2561 มี 2 กลุ่มยื่นแข่งขัน คือ กลุ่ม BSR (บีทีเอส-ซิโน-ไทยฯ-ราชกรุ๊ป) และกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ผลเปิดซองราคาวันที่ 21 ธ.ค. 2561 ปรากฏว่ากลุ่ม ซี.พี.คว้าชัยแบบไม่พลิกโผ โดยเสนอวงเงินให้รัฐร่วมลงทุน 117,227 ล้านบาท ต่ำกว่าเพดานคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 119,425 ล้านบาท อยู่ที่ 2,198 ล้านบาท ทิ้งห่างกลุ่ม BSR 52,707 ล้านบาท จากนั้นใช้เวลาเจรจากันมาจนได้ข้อยุติร่วมกัน วันที่ 16 ต.ค. 2562

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า 24 ต.ค. นี้จะเซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระหว่าง ร.ฟ.ท.กับกลุ่ม ซี.พี. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเป็นประธาน


“การลงนามเลื่อนเร็วขึ้นจาก 25 ต.ค. ซึ่งกลุ่ม ซี.พี.เคยแสดงความประสงค์จะลงนาม 23 ต.ค. วันปิยมหาราช แต่นายกรัฐมนตรีติดภารกิจที่ญี่ปุ่น”

แหล่งข่าวจากกลุ่ม ซี.พี.เปิดเผยว่า ได้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจใหม่ (SPV) เพื่อเซ็นสัญญาร่วมทุนโครงการ ชื่อ “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด หรือ Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd พร้อมเตรียมเงิน 4,500 ล้านบาท วางหลักประกันสัญญาให้ร.ฟ.ท. ตามสัดส่วนการร่วมทุน ประกอบด้วย บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง 70% บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น (CRCC) 10% บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) 15% และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 5%

“หลังเซ็นสัญญา ต้องออกแบบทำการเจาะสำรวจพื้นที่คาดว่าใช้เวลา 6 เดือน วางแผนรื้อย้ายสาธารณูปโภค เร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อให้โครงการสร้างเสร็จ 5 ปี รวมถึงยื่นขอรับสิทธิและประโยชน์จากบีโอไอ ทำแผนเงินกู้เพื่อลงทุนโครงการให้เสร็จใน 270 วัน เป็นต้น”

เคาะฤกษ์ดี 13.45 น.

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการ เปิดเผยว่า วันที่ 24 ต.ค.นี้ เวลา 13.45 น. ร.ฟ.ท.จะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ที่กลุ่ม ซี.พี.จัดตั้งเป็นนิติบุคคลใหม่ จากนั้น 13.50 น. จะลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการระหว่างอีอีซี-ร.ฟ.ท. และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด

สิ่งแรกที่ต้องทำหลังเซ็นสัญญา คือ ออกแบบก่อสร้างของโครงการ ซึ่งกลุ่ม ซี.พี.ต้องส่งผู้รับเหมาก่อสร้างมาหารือกับ ร.ฟ.ท.ในฐานะเจ้าของโครงการ เพื่อร่างแบบก่อสร้างและทำแผนส่งมอบพื้นที่ร่วมกัน ที่มีข้อยุติร่วมกัน ต้องร่างแบบให้เสร็จใน 3 เดือน

ส่วนการรถไฟฯคาดว่า พ.ย.-ธ..ค.นี้จะเข้าพื้นที่สำรวจการเวนคืนที่ดินตาม พ.ร.ฎ.เวนคืน และสำรวจผู้บุกรุกกว่า 500 ราย เคลียร์สัญญาเช่าต่าง ๆ รวมถึงแผนรื้อย้ายสาธารณูปโภคร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เสร็จใน 2 ปี ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เปิดบริการปี 2566-2567 และใน 4 ปี ช่วงพญาไท-ดอนเมือง เพื่อเปิดบริการปี 2567-2568 ตามที่แนบท้ายไว้ในสัญญา โดยมั่นใจว่าจะทำได้ตามแผน ส่วนการออกหนังสือเริ่มงาน(NTP)ให้เวลา 2 ปี หากเอกชนเห็นว่ามีพื้นที่มากพอและพร้อมก็ออกได้ เช่น ช่วงสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ เป็นโครงสร้างแอร์พอร์ตลิงก์เดิม 28 กม. แต่ต้องจ่ายค่าใช้สิทธิเดินรถ 10,671 ล้านบาทก่อนช่วงนี้จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างเดิมให้รองรับรถไฟความเร็วสูงได้

“ระหว่างนี้คณะกรรมการคัดเลือกต้องตรวจสอบและทบทวนเอกสารสัญญาและเอกสารแนบท้ายอีกครั้ง จากนั้นตั้งคณะกรรมการกำกับโครงการ และคณะกรรมการตรวจสอบ ตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2561 มีการแจ้งคณะกรรมการคัดเลือกในที่ประชุมถึงการตั้งคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดแล้ว”

สำหรับนิติบุคคลเฉพาะกิจใหม่ที่กลุ่ม ซี.พี.จัดตั้งขึ้นเพื่อเซ็นสัญญา ตามทีโออาร์ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท ในวันเซ็นสัญญาร่วมลงทุน และก่อนเริ่มการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อลงนามสัญญาแล้ว นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งมอบพื้นที่ จะเร่งรัดดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ ยืนยันว่าใช้หลักธรรมาภิบาลในการดำเนินการ และนำสัญญาและเอกสารแนบท้ายมาเผยแพร่กับสื่อมวลชน เพื่อช่วยกันดูว่ามีสิ่งใดที่ยังไม่ทำตามสัญญา เพราะคลาดเคลื่อนในหลายเรื่อง เช่น การปรับร่างสัญญาหลัก หรือใส่เงื่อนไขเอื้อเอกชน ซึ่งไม่มีการทำแบบนั้นเลย ทุกอย่างยึดตามทีโออาร์

https://www.prachachat.net/property/news-383629
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2019, 11:30 PM   #1598
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

"กลุ่มซีพี"ลงขัน4พันล้านตั้งบริษัทเซ็นสัญญาไฮสปีด

23 Oct 2019

การลงนามสัญญาประวัติศาสตร์ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ระยะทาง 220 กิโลเมตร ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กับกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี ในที่ 24 ตุลาคม 2562

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา กลุ่มซีพี ได้ยื่นจัดตั้งบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ชื่อ "บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด" ทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านบาท แจ้งวัตถุประสงค์ประกอบกิจการและ/หรือลงทุนในกิจการขนส่งทางราง และ/หรือการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ ที่อยู่เลขที่ 313 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร



"บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด" มีกรรมการ 9 คน ประกอบด้วย

1.นายศุภชัย เจียรวนนท์

2.นายนพปฎล เดชอุดม

3.นางโป หง

4.หม่อมหลวงสุภสิทธิ์ ชุมพล

5.นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข

6.นายชาติวุฒิ ตันจันทร์พงศ์

7.นายเปรมชัย กรรณสูต

8.นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล

9.นายเหล่ย จั๋ว ส่วนกรรมการลงชื่อผูกพัน กำหนดให้กรรมการกลุ่มที่ 1 คนใดคนหนึ่ง ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการ กลุ่มที่ 2 คนใดคนหนึ่ง รวมเป็นสองคน และประทับตราสำคัญของบริษัท

สำหรับกรรมการกลุ่มที่ 1 ได้แก่ นายศุภชัย เจียรวนนท์, นายนพปฎล เดชอุดม,นางโป หง และหม่อมหลวงสุภสิทธิ์ ชุมพล

ส่วนกรรมการกลุ่มที่ 2 ได้แก่ นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข,นายชาติวุฒิ ตันจันทร์พงศ์,นายเปรมชัย กรรณสูต, นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล และนายเหล่ย จั๋ว


การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดตามเอกสารคัดเลือกเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน หมวดที่ 10 ข้อ 59 "การจัดตั้งนิติบุคคลใหม่”ระบุว่า เมื่อคณะกรรมการนโยบายได้ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนแล้ว เอกชนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการเจรจาแล้วจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจใหม่ที่จดทะเบียนในประเทศไทย (Special Purpose Vehicle, SPV) และต้องมีนิติบุคคลไทยอย่างน้อย 1 ราย เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 25 ของทั้งหมด และผู้ถือหุ้นแต่ละรายต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของทั้งหมด โดยที่ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่ค้างชำระมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ตามที่กฎหมายไทยกำหนดเพิ่มทุน2.5หมื่นล้านก่อนเปิดบริการ

นอกจากนี้ยังกำหนดให้นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท ในวันลงนามในสัญญาร่วมลงทุน และก่อนเริ่มการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท โดยที่ภายหลังการลงนามในสัญญาร่วมทุนแล้ว นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายไทยตลอดระยะเวลาของโครงการฯ นิติบุคคลดังกล่าวจะต้องรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(Debt to Equity Ratio) ไม่เกิน 4 ต่อ 1 เว้นแต่ระยะเวลาในช่วงที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนดวางหลักประกันเพิ่ม4.5พันล้าน

ขณะที่ “หมวดที่ 8 หลักประกันสัญญาและหนังสือรับประกัน”ยังกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการประเมินข้อเสนอจะต้องวางหลักประกันสัญญาที่ออกโดยธนาคารให้กับรฟท. ในวันที่เข้าทำสัญญาร่วมลงทุนเป็นมูลค่าเท่ากับ 4,500 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาร่วมลงทุนของเอกชนคู่สัญญา ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเอกชนคู่สัญญาในส่วนของการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง

สำหรับหลักประกันสัญญาเงื่อนไขกำหนดว่า ต้องออกโดยสถาบันการเงินของไทย หรือธนาคารพาณิชย์ของไทยหรือธนาคารในต่างประเทศที่มีสาขาในประเทศไทย และออกโดยสาขาในประเทศไทยเท่านั้น หรือพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจไทยจ่ายค่าต๋งลงนามสัญญา80ล้านขณะเดียวกันยังกำหนดให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกต้องชำระค่าธรรมเนียมการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนเป็นเงินทั้งหมด 80 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

โดยชำระเป็นเช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายในนามการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาทและแบ่งจ่ายชำระให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท ณ วันที่ลงนามในสัญญาร่วมลงทุน

https://www.thansettakij.com/content/412785

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2019, 11:36 PM   #1599
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 102,161
Likes (Received): 6209

ถือฤกษ์ 13.40 เซ็นสัญญาประวัติศาสตร์ "ไฮสปีด"

23 Oct 2019

ผู้สือข่าวรายงานว่า วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562 จะมีการจัดพิธีลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กับ บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จํากัด หรือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จํากัด และพันธมิตร

ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ในโครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยพิธีจัดที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานในพิธี


โดยกําหนดการพิธีฯ มีดังนี้ เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ และคณะผู้บริหารเดินทางถึงตึกสันติ ไมตรี (หลังใน) ซึ่งจะได้รับชมวีดิทัศน์โครงการฯ 5 นาที จากนั้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต้อนรับและรายงานความเป็นมาของโครงการฯ

เวลา 13.40 น. พลเอกประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ต่อด้วยการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความ เข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่าง สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย และ บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จํากัด และถ่ายภาพร่วมกัน

และตอนท้ายพลเอกประยุทธ์ จะกล่าวแสดงความยินดีในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสาม สนามบิน ซึ่งจะแล้วเสร็จพิธีในเวลา 14.15 น.

https://www.thansettakij.com/content/412794
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 05:55 AM   #1600
Nevadaboy
Registered User
 
Nevadaboy's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 3,477
Likes (Received): 563

อยากเห็น พณ อาคม ในงานนี้มากเลยครับ
สำหรับผม ท่านมีส่วนสำคัญกับโครงการนี้มากๆ
__________________
Skyscrapercity..ที่นี่ไม่ใช่ MSN Facebook ไม่ต้องทักทายสวัสดีกันไปมา บางห้องอ่านผ่านไป 1 หน้ามีข่าวเดียวกับรูปชุดเดียว ที่ reply กันไปมา มันเสียเวลาคนอ่านนะครับ
Nevadaboy no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:39 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us