Pattaya | U-Tapao TG MRO Complex Development - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old June 14th, 2019, 10:25 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

Pattaya | U-Tapao TG MRO Complex Development




Pattaya | U-Tapao Aeronautical and Space Training Center https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=2171528
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old June 14th, 2019, 10:27 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

.......
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:29 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266



napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old June 14th, 2019, 10:30 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

U-tapao eyed as new aircraft centre choice

Published: 30/11/2012 at 12:00 AM Newspaper section: News

The Transport Ministry has expanded its choices for the site of a new aircraft building and maintenance centre to include U-tapao airport besides the one in Nakhon Ratchasima.

The final decision is expected in two weeks and the new centre should be running within a year, Transport Minister Chatchart Sithipan said yesterday.

The site would host private aircraft building and repair contractors.

Nakhon Ratchasima airport was previously the only option but the ministry later added U-tapao airport as another possibility.

Although the Nakhon Ratchasima airport is situated on 4,600-rai, a larger piece of land, U-tapao airport had one major advantage that makes it an equally good choice, he said. "U-tapao airport is closer to Bangkok," the minister said.

A plan is in the works to create a rail link between Don Mueang, Suvarnabhumi and U-tapao airports, Mr Chatchart added.

However, he pointed out that U-tapao airport is owned by the Royal Thai Navy which might make access to the site more complicated than at Nakhon Ratchasima airport, which is owned by the ministry's Department of Civil Aviation.

Meanwhile, the ministry is now in the process of amending the Aviation Act of 1954 to allow foreign shareholders to take bigger stakes in aircraft building and maintenance ownership, the minister said.

He said the share which foreign shareholders could legally hold would increase from 50% to 70%.

Thailand would become more attractive to potential investors in the aircraft business, he said, adding the amendment should take about six months to finish.

The minister dismissed concerns the change would unfairly benefit aviation giants like Rolls-Royce and GE Aviation.

He said the changes would equally benefit any company from any country, and noted that Japanese firms have taken a particular interest in investing in Thailand's aircraft industry.

China is now the biggest player in Asia's aircraft-parts sector, which generates about US$45 billion a year.

China is trailed by Singapore and Malaysia, Mr Chatchart said.

http://www.bangkokpost.com/news/loca...-centre-choice
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:31 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

คมนาคมเร่งแก้กม.เพิ่มหุ้นต่างชาติ ดันตั้งศูนย์ซ่อมครื่องบิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2556 22:16 น.

บพ.เร่งแก้ข้อกำหนดเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติลงทุนตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานโคราชคาดยกร่างเสร็จประกาศใช้ในปี 56 รวมถึงแก้กฎหมายเพิ่มสัดส่วนต่างชาติตั้งสายการบินในไทย,ลงทุนบริการในลานจอด เพิ่มการแข่งขันลดการผูกขาด "วรเดช"เผยบพ.เตรียมจ้างที่ปรึกษายกร่างพ.ร.บ.เดินอากาศใหม่ทั้งฉบับแต่บางมาตราต้องแก้ก่อนเพื่อทันกับการเปิด AEC และให้ไทยเป็นฮับการบิน

นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บพ.อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ของพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 เกี่ยวกับคุณสมบัติของผุู้ลงทุนผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน โดยยกร่างพ.ร.บ.ยกเว้นคุณสมบัติที่กำหนดให้เป็นของบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51% ต่างชาติ 49% เป็นต่างชาติไม่เกิน 70% เพื่อส่งเสริมการลงทุนในการผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศและเป็นการปฎิบัติตามพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศ (อาเซียน) และให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค

ทั้งนี้ สนามบินนครราชสีมา(โคราช) ซึ่งมีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมอากาศยาน และมีต่างชาติหลายรายสนใจลงทุน เช่น สิงคโปร์ และ สแกนดิเนเวีย แต่ถูกจำกัดเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทย ในขณะที่การลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานจะต้องมาพร้อมกับเทคโนโลยี ดังนั้นการขอยกเว้นคุณสมบัติ ใน 3 กรณี คือ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศ , มีเหตุอันควรในการส่งเสริมการประกอบกิจการ,ต้อวปฎิบัติตามความตกลงอาเซียน โดยร่างพ.ร.บ.อยู่ระหว่างเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ6 เดือนจากนั้นจะเสนอกฤษฎีกาคาดว่าจะประกาศได้ในปี 2556

นอกจากนี้ ยังจะมีการแก้ไขประกาศผู้ให้บริการในลานจอดอากาศยานจากที่กำหนดให้ต้องมีผู้ถือหุ้นคนไทยไม่ต่ำกว่า 51% ต่างชาติ 49% โดยเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติได้มากกว่า 49% ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการในลานจอดมีหลายรายมากขึ้น ลดการผูกขาดและแก้ปัญหาเมื่อมีพนักงานสไตร์ส โดยปัจจุบันงานบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Equipment )ส่วนใหญ่สายการบินจะทำเอง เช่น ที่สนามบินสุวรรณภูมิให้สัมปทาน 2 ราย และเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่า 49% สำหรับการจัดตั้งสายการบินของไทย โดยกำหนดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยและปฎิบัติตามกฎเกณฑ์เรื่องความปลอดภัยการบินของไทยอย่างครบถ้วน

นายวรเดชกล่าวว่า การแก้สัดส่วนผู้ถือหุ้นดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการก่อนเพื่อให้ทันกัยการเปิด AEC ส่วนการปรับปรุงพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 นั้นบพ.จะจ้างที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาเพื่อปรับปรุงและยกร่างใหม่ทั้งฉบับและใหเข้อกฎหมายเป็นประกาศกระทรวงหรือกฎกระทรวงเพื่อทำให้การปรับปรุงทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิมที่เป็นพ.ร.บ.ที่ต้องเสนอสภาพิจารณา

http://www.manager.co.th/iBizchannel...=9560000011510
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:31 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

การบินไทยจับมือแอร์บัสพัฒนาศูนย์อบรมช่างอากาศยานป้อนการบินในภูมิภาค

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2556 19:51 น.


การบินไทยจับมือแอร์บัส เปิดโครงการฝึกอบรมช่างอากาศยาน ยกระดับมาตรฐานช่างอากาศยานที่ได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานยุโรป ลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลง ตั้งเป้าผลิตบุคลากรในทุกสาขาที่เกี่ยวข้องรองรับการขยายตัวของธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชีย

เรืออากาศเอก มนตรี จำเรียง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้ร่วมมือกับบริษัท แอร์บัส ศึกษาความเป็นไปได้ในการฝึกอบรมช่างอากาศยานเพื่อยกระดับมาตรฐานของฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรช่างของการบินไทย ให้ได้การรับรองจาก The European Aviation Safety Agency (EASA) part 147 และร่วมสร้างเสริมความก้าวหน้าในอาชีพให้แก่บุคลากรทางการบิน โดยให้ได้รับการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากพัฒนาบุคลากรฝ่ายช่างของการบินไทยแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการรับฝึกอบรมบุคลากรในตลาดเอเชียและยุโรปด้วย ซึ่งการฝึกอบรมกับการบินไทยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสายการบิน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบทั้งในด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษาที่ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ความเป็นมิตรและอัธยาศัยอันดีงามของคนไทย ตลอดจนค่าครองชีพ ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ ทั้งนี้ ฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรช่าง การบินไทย ได้จัดหลักสูตรที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานของสายการบินลูกค้า ทั้งยังสามารถจัดหลักสูตรนอกสถานที่ อาทิ สำนักงานของสายการบินลูกค้าอีกด้วย

โดยปัจจุบัน ฝ่ายฝึกอบรมช่างการบินไทยดำเนินการสอนมาแล้วกว่า 250 หลักสูตรต่อปี มีผู้สอนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีคุณภาพ ถือเป็นผู้นำในการบำรุงรักษาเครื่องบินแอร์บัสในภูมิภาค โดยผู้สอนทุกคนของการบินไทยได้เรียนรู้ทักษะการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องตามมาตรฐานจากหลักสูตรของบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน และบริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน นอกจากนี้ การบินไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่อง ห้องปฏิบัติการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานในระดับเดียวกับแอร์บัส อุปกรณ์การฝึกอบรมด้านการบินเสมือนจริง การเรียนการสอนเชิงปฏิบัติการทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติจริงในการซ่อมบำรุงของเครื่องบินแอร์บัส เอ 320, เอ 330, เอ 340 และ เอ 380 ในโรงซ่อมอากาศยาน การบินไทย (Hangar)

ด้านนายดิดิเยร์ ลุคซ์ รองประธานบริหารฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์แอร์บัส กล่าวว่า การบินไทยมีเครื่องบินแอร์บัสหลากหลายรุ่นไทยจึงเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือในการศึกษาการฝึกอบรมช่างอากาศยานและการได้รับรองจาก EASA จะส่งผลให้สายการบินสามารถนำเสนอบริการด้านการฝึกอบรม ซ่อมบำรุงและดำเนินงาน ให้แก่ผู้ประกอบการในตลาดการบินทั่วภูมิภาคภายใต้มาตรฐานเดียวกับแอร์บัส ซึ่งการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการบิน ถือเป็น องค์ประกอบสำคัญที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการก้าวเข้าสู่การแข่งขันของธุรกิจสายการบินที่กำลังเติบโต อีกทั้งยังตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐ ในการเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมช่างอากาศยาน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรต่างชาติ เดินทางเข้ามาเรียนรู้ และ ท่องเที่ยวในประเทศไทย อีกด้วย

http://www.manager.co.th/iBizchannel...=9560000024474
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:33 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

“ชัชชาติ” ชู 10 ปี ไทยขึ้นชั้นฮับการบินในภูมิภาค ศูนย์รวมเครือข่าย ซ่อมและผลิตอากาศยาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2556 15:32 น.

“คมนาคม” จัดเวิร์กชอปหน่วยงานการบินทลายกำแพงร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การบิน ดันไทยเป็นฮับภูมิภาคใน 10 ปี ทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อ ศูนย์ซ่อมและผลิตชิ้นส่วน รวมถึงฝึกอบรมบุคลากรด้านอากาศยาน ดึงแอร์เอเชีย-นกแอร์เป็นเครือข่ายหลักกระจายผู้โดยสารในประเทศและภูมิภาค

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กชอป) “การพัฒนาระบบการเดินอากาศของไทย กับก้าวต่อไปของการเดินอากาศสากล” เมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่า ปัจจุบันการขนส่งทางอากาศของไทยอยู่ในอันดับ 28 ของโลกสูงกว่ามาเลเซีย ซึ่งตามยุทธศาสตร์ 10 ปีของประเทศจะมีการพัฒนาเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนทางทางอากาศ ซึ่งจะต้องเตรียมความพร้อมใน 3 มิติ คือ ศูนย์กลางในการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและศูนย์กลางในการฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน โดยการขนส่งทางอากาศของไทยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้มแข็งทั้ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สามารถจัดหาเงินกู้มาลงทุนได้เองโดยภาครัฐไม่ต้องรับภาระ ดังนั้นใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทจึงไม่มีการลงทุนทางอากาศ

ทั้งนี้ ปัญหาของอุตสาหกรรมการบิน คือ ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงเร็วและแข่งขันกันรุนแรง จะเห็นได้จากช่วง 2-3 ปีก่อน สายการบินต้นทุน (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) เพิ่งเข้ามาทำให้รูปแบบการบินเปลี่ยนแปลง เส้นทางบินหนาแน่น ท่าอากาศยานทั้งสุวรรณภูมิ และดอนเมืองเต็มขีดความสามารถอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นฮับการบินหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบินทั้งในส่วนของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานนอก คือ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ต้องมาร่วมกันเพื่อกำหนดประเด็นของยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

นอกจากนี้ การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคจะต้องมีบริการพื้นฐานที่ดีเพื่อให้สายการบินสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายการบินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้ผู้โดยสารต่อเครื่อง (Transit) ที่สุวรรณภูมิใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 90 นาที หากลดได้อีกก็จะทำให้การเชื่อมต่อทำได้มากขึ้น ซึ่งทอท.อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารปฏิบัติการและระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terminal) เพื่อแยกกระเป๋าของผู้โดยสารต่อเครื่องออกทำให้เวลาในการเปลี่ยนเครื่องลดลง รวมถึงต้องพัฒนาเครือข่ายการบิน โดยร่วมมือกับสายการบินโลว์คอสต์ อย่างไทยแอร์เอเชีย หรือนกแอร์ เพื่อเป็นหลักกระจายผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและในภูมิภาค

“ยุทธศาสตร์การพัฒนาควรกำหนดทุกๆ 5 ปี เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับการลงทุนของหน่วยงานที่จะใช้เวลาระดับหนึ่ง ปัจจุบันไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่ก็มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องก้าวต่อไปให้สูงขึ้น โดยเชื่อว่าข้อได้เปรียบจากภูมิศาสตร์และบุคคลากรจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการบินได้ ซึ่งนอกจากให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์แล้ว จะต้องมองทิศทางของโลก ศูนย์กลางการบินของโลกอยู่ตรงไหน และจะวางตำแหน่งตัวเองไว้ตรงไหน คือถ้าไม่เข้าใจก็จะกำหนดยุทธศาสตร์ไม่ถูกต้อง ส่วนการแก้ปัญหาเส้นทางบินคับคั่งน่านฟ้าหนาแน่น เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน” นายชัชชาติกล่าว

http://www.manager.co.th/iBizChannel...=9560000028895
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:34 PM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

Thailand Repositions Itself to Become Full-Service Regional Aviation Hub

BANGKOK, March 8, 2013 /PRNewswire/ -- Bangkok, Thailand is aiming to become centre for the regional aviation which will provide full-service for aircraft repair and maintenance, as well as training centre for regional pilots and air crew. Strategically located within the region along with strong supporting industries on aviation, the opportunities for growth and improvement are very high. The Boeing forecasted there will be 8,960 new airplanes in the period from 2009 to 2028 for Asia-Pacific region in response to growing travels volume within the region.

Thailand's current aviation sector comprise of air transportation service for passengers and cargoes and ground-based supporting activities such as refueling, catering, repair and maintenance.

Bangkok Suvarnabhumi International Airport has also been ranked world 13th busiest airport by passenger traffic in 2012 up from 16th place in 2011 and ranked world 20th busiest by cargo traffic in 2010. In response to the increasing growth in the aviation industry in the region, Thai government plans to expand the 2nd phase of Suvarnabhumi Airport to support increases in passenger traffic which already exceeded its existing capacity of 45 million passengers per year.

The expansion will increase its capacity to handle 80 million passengers by 2019. The government has also approved 5.8 billion baht plan to increase the airport's capacity to 12.5 million passenger by 2018 and recently Chiang Mai International Airport has completed its 2 billion baht expansion.

Regarding the aircraft repair and maintenance, Transport Minister Chadchart Sittipunt has assigned the Department of Civil Aviation to conduct study on making Nakhon Ratchasima Airport as a new aircraft repair and maintenance and service centre. Nakhon Ratchasima Airport is located on 6.4 sq. km. land north-east of Bangkok.

Training for personnel supporting the aviation industry is undertaken by Thailand's Civil Aviation Training Center (CATC). In corporation with international airlines, CATC has supply Thai Aviation industry with qualified personnel for the ground support, repair and maintenance of aircraft as well as pilot training program for airplanes and helicopter. Thailand national airline, the Thai Airways is also due to sign an agreement with Airbus in mid-February 2013 to build corporate training centre at THAI facility.

In support of aircraft repair and maintenance sector, Thailand has growing aircraft parts industry of which several companies had already open its factory in Thailand - Ducommun Incorporated, which produces high-performance and high-reliability commercial microwave switches; Weston SEA Limited, a manufacturer of complex precision components and sub-assemblies, predominantly for the aerospace market, and Primus International Bangkok Co., Ltd, a Tier II integrator of composites, metallic parts, and assemblies for the commercial, regional, and business aircraft industries; and Driessen Aircraft Interior Systems (Thailand) Ltd, a world leader in galley and air cargo equipment for the commercial aviation industry; MRAS Asia, manufacturing aircraft engine parts; and Leistriz (Thailand) Ltd, manufacturing blades for aircraft.

In line with the government policy to make Thailand full-service aviation hub, the BOI promotes the manufacture, repair or conversion of aircraft, including aircraft parts and equipment.

These activities are classified as a priority activity of special importance and benefit to the country, which means that projects in the aircraft maintenance industry are eligible for exemption of import duties on machinery, regardless of zone, and an eight-year corporate income tax exemption, regardless of zone, and not subject to the corporate income tax exemption cap. For more information please go to www.boi.go.th.

http://www.prnewswire.com/news-relea...196249141.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:35 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

"คมนาคม"ฝันปั้นไทยฮับบินอาเซียน เร่งศึกษาแผนหนุน"อู่ตะเภา"ขึ้นนิคมอุตฯการบิน

updated: 26 มี.ค. 2558 เวลา 10:00:19 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"คมนาคม" เร่งคลอด "นิคมอุตสาหกรรมการบิน" รับลูก "บิ๊กตู่" ดันไทยขึ้นแท่นฮับบินอาเซียนเต็มตัว หลัง "สนข." ศึกษามาแล้วครึ่งทาง เผยเอกชนกว่า 90% หนุนปักธงฮับซ่อมบำรุงที่ "อู่ตะเภา" ชี้อินฟราสตรักเจอร์-ฟาซิลิตี้พร้อมสุด ด้าน "การบินไทย" ซึ่งถือที่ดินนับ 100 ไร่ เล็งกระโดดร่วมวงพัฒนา

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาแนวทางจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินในไทยเมื่อเดือนกันยายนปี 2557 สนองนโยบายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการให้เร่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศ การซ่อมบำรุงสนามบิน พร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) อุตสาหกรรมการบิน ผลิตชิ้นส่วน และซ่อมบำรุงเครื่องบินของภูมิภาคอาเซียน หนุนเศรษฐกิจไทยขยายตัว ขณะนี้แผนการศึกษาคืบหน้าเกือบ 50% แล้ว

ล่าสุด ได้จัดประชุมสัมมนาทดสอบตลาด โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อระดมความเห็นจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนกว่า 30 บริษัททั้งในไทยและต่างประเทศว่าเอกชนมองอย่างไร เพื่อนำมาพัฒนาแผนจัดตั้งนิคมและวางกรอบวงเงินลงทุนที่ชัดเจน เพื่อผลักดันเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะกรรมการกำกับและดูแลโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินนี้ต่อไป

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า ปลัดกระทรวงคมนาคมต้องการให้นำข้อสรุปแผนศึกษานี้เสนอต่อกระทรวงภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะมองว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย

สำหรับสนามบินที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินจำนวน 5 แห่งด้วยกัน ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา, นครราชสีมา, พิษณุโลก, สุราษฎร์ธานี และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ส่วนพื้นที่ที่มีศักยภาพของการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน 5 ลำดับแรกคือ นิคมฯอมตะซิตี้, ปิ่นทอง, เหมราช 2, ระยอง และอาร์ ไอ แอล

"จากเทรนด์ตลาดเครื่องบินโลกพบว่าดีมานด์การเดินทางทั่วโลกดีมาก ๆ ทำให้สายการบินทั่วโลกในช่วงปี 2556-2576 มีดีมานด์เครื่องบิน 36,770 ลำ โดยการส่งมอบเครื่องบินใหม่เกือบ 40% หรือ 13,460 ลำ จะเกิดขึ้นในเอเชีย-แปซิฟิก ถือเป็นโอกาสเปิดกว้างให้ธุรกิจซ่อมบำรุงมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงของสายการบินพาณิชย์ในเอเชีย-แปซิฟิกปี 2558 อยู่ที่ราว 3.84 แสนล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 5.35 ล้านล้านบาทในปี 2567"

ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องบินพาณิชย์ให้บริการ 224 ลำ มีมูลค่าตลาดให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องบินพาณิชย์ปีละ 24,672 ล้านบาท มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6.3% ต่อปี และคาดว่ามูลค่าการซ่อมบำรุงเครื่องบินในไทย ระหว่างปี 2558-2567 จะสูงถึง 339,840 ล้านบาท

การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ ในอาเซียนนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีตัวเลขการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ชนิดลำตัวแคบมากถึง 1,565 ลำ และลำตัวกว้าง 447 ลำ เฉพาะสายการบินไลอ้อนแอร์ ประเทศอินโดนีเซีย สั่งซื้อโบอิ้ง 777 ถึง 251 ลำ ขณะที่กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย สั่งซื้อแอร์บัส เอ320 สูงถึง 500 ลำ

"การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินในไทย จะช่วยให้เราชิงส่วนแบ่งตลาดการซ่อมบำรุงเครื่องบินมาได้ เพราะนอกจากเครื่องบินในไทยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเพื่อนำไปซ่อมที่ต่างประเทศแล้ว การดึงสายการบินอื่น ๆ ในภูมิภาคมาซ่อมบำรุงที่นี่ เพิ่มเม็ดเงินเข้าประเทศ ก็ถือเป็นอีกบทบาทสำคัญในการก้าวสู่เป็นฮับการบินอาเซียน"

นายคริส เดอ ลาวีน ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทวิจัยตลาดระดับโลก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ให้ข้อมูลว่า สำหรับเฟสแรกของการพัฒนาโครงการนิคม วางไว้บนพื้นที่ 62.5 ไร่ ประกอบด้วยโรงซ่อมเครื่องบิน 3 หลุมจอดต่อ 2 โรงซ่อม, 1 โรงซ่อมเครื่องยนต์ 4 หลุมเครื่อง และ 5 โรงซ่อมชิ้นส่วนเครื่องบินและเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถรองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบินได้ปีละ 60 ลำและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ได้ปีละ 30 เครื่อง และในเฟสที่ 2 และ 3 จะขยายขีดความสามารถให้รองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบินได้เป็นปีละ 15 ลำ และซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ได้เป็นปีละ 90 เครื่อง

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวแอสเซท แอดไวเซอร์ จำกัด ที่ปรึกษาโครงการกล่าวว่า จากสอบถามภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่ากว่า 90% สนับสนุนให้สนามบินอู่ตะเภา เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินมากที่สุด

"ที่สนามบินอู่ตะเภา การบินไทยมีศูนย์ซ่อมเครื่องบิน และที่ดินตรงนั้นรวมกว่า 100 ไร่ หลังหารือด้วยเบื้องต้น การบินไทยสนใจนำพื้นที่ดังกล่าวมาร่วมพัฒนาในโครงการนี้ด้วย หากเลือกอู่ตะเภา"

ด้านนายชัยวัฒน์ นวราช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด เห็นว่า สิ่งที่ภาคเอกชนค่อนข้างกังวลคือ รัฐบาลใหม่ที่จะมาบริหารประเทศต่อจากรัฐบาลนี้จะให้ความสำคัญและเดินหน้านโยบายจัดตั้งนิคมนี้มากแค่ไหน เพราะภาคเอกชนต้องการความมั่นใจ จึงจะกล้ามาลงทุน และอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการบินพลเรือน เร่งแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานองค์กรให้เป็นที่ยอมรับขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อดำเนินการออกใบรับรองมาตรฐานการซ่อมบำรุงเครื่องบินของไทยร่วมกับชาติอื่น ๆ

ส่วนภาคเอกชนอื่น ๆ ที่ร่วมเสนอความคิดเห็นภายในงานสัมมนานี้ ค่อนข้างเห็นตรงกันว่าสนามบินอู่ตะเภาเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบิน เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ กระทรวงคมนาคมเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่ง และพัฒนาอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์รองรับเที่ยวบินได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีที่พัก โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ รองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาอาศัยระยะยาว

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1427309451
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:35 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

แผนปั้นนิคมอุตฯการบิน วางโมเดลใหม่ดันอู่ตะเภาแทนโคราช

พูดกันนานหลายรัฐบาลตั้งแต่ปี 2551 สำหรับนโยบายการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการซ่อมบำรุงอากาศยานของเอเชีย รวมถึงแนวคิดการผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมการบิน เพราะเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจนี้ จากเครื่องบินที่มีอยู่มากมาย เฉพาะอุตสาหกรรมการบินในเอเชียมีอัตราการขยายตัวของเครื่องบินใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกปี โบอิ้ง ประเมินว่าภายในปี2573 จะมีความต้องการเครื่องบินใหม่ในเอเชียกว่า 1.14 หมื่นลำ หรือราว 1 ใน 3 ของทั้งหมด และไหนจะดีมานด์ของธุรกิจการบินที่เติบโต จากการเปิดน่านฟ้าเสรี โดยเฉพาะหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี

++ไทยตามหลังสิงคโปร์-มาเลย์

สำหรับไทยปัจจุบันมีเครื่องบินให้บริการมากกว่า 200 ลำ และกว่า 50% ต้องนำเครื่องบินไปซ่อมยังต่างประเทศ เสียค่าใช้จ่ายบินเที่ยวบินเปล่าไปซ่อมบำรุงราว 4 แสนบาทต่อครั้ง ขณะที่งานซ่อมบำรุง MRO- Maintenance Repair Overhaul ทั่วโลกมีมูลค่าในธุรกิจนี้อยู่ที่ 63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทุกคนเห็นโอกาสมานาน แต่ที่ผ่านมาการขยายตัวด้านขนส่งทางอากาศของไทย เติบโตเฉพาะธุรกิจสายการบินและท่าอากาศยานเท่านั้น

ส่วนแผนการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์ซ่อมและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ก็ยังอยู่แค่ไอเดีย มีเพียงการบินไทยเท่านั้น ที่มีศักยภาพในธุรกิจซ่อมบำรุงแต่กว่า 90% ก็เป็นการซ่อมเฉพาะเครื่องบินในฝูงบินของการบินไทยเท่านั้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงและการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ก็เบนเข็มไปลงทุนในสิงคโปร์เป็นหลัก อาจมีการลงทุนในเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานอยู่บ้างบางชิ้นส่วน ตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆในไทย แต่ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก อาทิ การลงทุนโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูปสำหรับอากาศยาน และชิ้นส่วนคอมโพสิตสำหรับอากาศยาน เช่น WING FLAB DETAILS ซึ่งก็เทียบไม่ได้กับการเข้าไปลงทุนเต็มตัวในสิงคโปร์

ในที่สุดประเทศสิงคโปร์ ก็แซงหน้ากลายเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานในภูมิภาคนี้ไปนานแล้ว โดยเฉพาะการซ่อมบำรุง MRO ที่ไทยใฝ่ฝันมานาน รวมถึงการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ การซ่อมบำรุงระบบไฮดรอลิก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบแลนดิ้ง เกียร์ ของเครื่องบิน เป็นต้น อีกทั้งรัฐบาลสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็มีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนจนเกิดนิคมอุตสาหกรรมเพื่อซัพพอร์ตธุรกิจนี้ทั้งที่นิคมอุตสาหกรรมSeletar Aerospace Park (SAP)ติดกับสนามบินSeletar ของสิงคโปร์ และนิคมอุตสาหกรรม มาเลเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล แอโรสเปซ เซ็นเตอร์(MIAC) ที่สนามบินSultan (SAAS)

++เล็งดันอู่ตะเภาแทนโคราช

มาถึงวันนี้เข้าสู่ยุคคสช. แผนการผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมการบินก็ยังอยู่แค่ระดับการศึกษา แต่ก็ยังพอมีหวังขึ้นมาบ้างว่ายังไงผลการศึกษาก็น่าแล้วเสร็จในปีนี้ เนื่องจากในการแถลงนโยบายของ"บิ๊กตู่ "ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็มีเรื่องของการสนับสนุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้เกิดขึ้นจริง พร้อมเปิดสัมมนาทดสอบความสนใจจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต่อแนวคิดดังกล่าว

ต่อเรื่องนี้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังการประชุมสัมมนาทดสอบตลาด โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยว่า กระทรวงได้มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ใช้เวลา 1 ปีในการศึกษาเรื่องนี้

ขณะนี้ดำเนินไปเกือบ 50% แล้ว ซึ่งผลการศึกษาตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนในส่วนของพื้นที่พัฒนา และน่าจะได้บทสรุปของแนวทางการลงทุนว่าเอกชนมองอย่างไรอยากเข้าร่วมลงทุนหรือไม่ และน่าจะได้กรอบวงเงินที่จะนำมาพัฒนาโครงการนี้ด้วย ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปต้องรอให้ทาง สนข.ส่งผลการศึกษามายังกระทรวง ก่อนเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อผลักดันเข้า ครม. และจัดตั้งคณะกรรมการทำงานเพื่อดูแลโครงการต่อไป

ทั้งนี้ผลจากการศึกษาค่อนข้างแน่ชัดว่าพื้นที่เหมาะสมในการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมการบินภายใต้รัฐบาลชุดนี้ มีแนวโน้มสูงจะใช้สนามบินอู่ตะเภา เปลี่ยนจากรัฐบาลยุคก่อนมองแผนจะผลักดันให้เกิดนิคม ที่จังหวัดนครราชสีมา ลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท แต่จากการศึกษาล่าสุดฟันธงว่าสนามบินที่มีศักยภาพมากที่สุดน่าจะเป็นสนามบินอู่ตะเภา หากเทียบกับตัวเลือกที่อยู่ในผลการศึกษา อย่างสนามบินนครราชสีมา สนามบินพิษณุโลก สนามบินสุราษฎร์ธานี และสนามบินเชียงราย

รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวแอสเซท แอดไวเซอร์ จำกัด (บริษัทที่ปรึกษาโครงการ) กล่าวว่า จากการศึกษาข้างต้นพบว่าความเห็นของเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ให้คะแนนกับท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% รองมาด้วยท่าอากาศยานพิษณุโลก โดยเหตุผลหลักมองจากปัจจัยความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งชิ้นส่วน อีกทั้งในพื้นที่ท่าอากาศยานดังกล่าว บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังมีที่ดินกว่า 100 ไร่ รวมทั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน ซึ่งเบื้องต้นหลังการหารือกับการบินไทยยังสนใจนำพื้นที่ดังกล่าวมาเข้าร่วมพัฒนาโครงการอีกด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมในการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานลำดับแรก คือ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมเหมราช นิคมอุตสาหกรรมระยอง นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล และนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ซึ่งรายชื่อข้างต้นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบินอู่ตะเภา และเอื้อต่อการขนส่งชิ้นส่วนอากาศยาน ส่งผลให้เสียงส่วนใหญ่บนเวทีการเอกซเรย์ความคิดเห็นครั้งนี้หยิบยกเอาข้อดีของการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างท่าอากาศยานและนิคมการผลิตมาตัดสินใจในการลงคะแนนเสียงให้แก่สนามบินอู่ตะเภา

++ เปิดแผนพัฒนา 3 ระยะ

สำหรับรูปแบบโครงการ และระยะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินนี้จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ

1. การให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ซึ่งจำเป็นต้องมีที่ตั้งที่มีทางวิ่งจากสนามบินมายังพื้นที่ซ่อมบำรุงได้ และต้องมีพื้นที่รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ประกอบด้วย โรงจอด ทางขับ ลานจอด อาคารอำนวยการ อาคารเก็บของ โรงซ่อม ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะอวกอื่นๆ

2. การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน ในส่วนนี้อาจจะมีที่ตั้งในบริเวณเดียวกันกับพื้นที่ซ่อมบำรุง หรือมีที่ตั้งในบริเวณใกล้เคียง


ส่วนแนวทางการพัฒนาขณะนี้มีหลายรูปแบบซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่ที่จะได้รับเลือก ซึ่งหากพื้นที่มีน้อยก็แน่นอนว่าอาจจะต้องแยกศูนย์ซ่อม และในส่วนของโรงงานผลิตชิ้นส่วนออกไป แต่หากพื้นที่ท่าอากาศยานมีมากก็สามารถพัฒนาทั้ง 2 ส่วนควบคู่กันไปได้ และถึงแม้ปัจจัยนี้จะไม่ได้เป็นปัญหาของการพัฒนานิคมการบิน แต่หากจะให้สะดวกมากที่สุดทั้ง 2 ส่วนก็ควรที่จะอยู่ด้วยกัน และอยู่ในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นที่ การคมนาคมสะดวก เพื่อเอื้อต่อการขนส่ง แน่นอนว่าเสียงส่วนใหญ่จึงเลือกสนามบินอู่ตะเภา โดยในส่วนของการเจรจากับเจ้าของพื้นที่อย่างกองทัพเรือก็คงต้องเป็นบทบาทของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินในขั้นตอนต่อไป

ด้านมุมมองของภาคเอกชน นายชัยวัฒน์ นวราช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด ให้ความเห็นว่า โครงการที่จะเกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐบาลต้องตอบได้อย่างชัดเจนว่าแผนงานนี้จะสามารถขับเคลื่อนไปได้หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล และต้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้ นอกจากนี้หากนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ต้องสามารถรับรองถึงมาตรฐานได้ เพราะลูกค้าจากต่างชาติจะต้องเข้ามาใช้ และก่อนการนำเครื่องมาก็ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานของประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นรัฐ ต้องเตรียมแก้ไขปัญหานี้อย่างดี

ทั้งหมดเป็นโมเดลของการปั้นนิคมอุตสาหกรรมการบินในไทย ซึ่งนอกจากทำเลที่ตั้งต้องสะท้อนถึงความเหมาะสมอย่างแท้จริงแล้ว ไทยยังต้องปลดล็อกปัญหาหลักๆโดยเฉพาะความยุ่งยากและล่าช้าในเรื่องของพิธีการศุลกากร และภาษีเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก ที่ซ้ำซ้อนกับหลายหน่วยงาน ปัญหาของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสวนทางกับการส่งเสริมในเรื่องนี้ อาทิ พ.ร.บ.การเดินอากาศฉบับที่ 11 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.การขนส่งทางอากาศพ.ศ.2497 ที่ยังจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศ

หากปลดล็อกปัญหานี้ไม่ได้การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินก็ไม่แคล้วอยู่แค่แผน ที่ไม่มีวันตั้งไข่ได้จริง !

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,038 วันที่ 26 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

http://www.thannews.th.com/index.php...8#.VRaUQfmUdqU
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:36 PM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

เตรียมดัน”อู่ตะเภา”เป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน-ลงทุน1.5หมื่นล.

วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 16:07:52 น.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในระหว่างเป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างรายงานโครงการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ว่า การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการบินถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยสนับสนุนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศ การซ่อมบำรุงท่าอากาศยาน และการพัฒนาขีดความสามารถการให้บริการขนส่งทางอากาศให้มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบสนองทั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและออกแบบ รวมทั้งการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่จากพันธมิตรต่างชาติ การสร้างงานใหม่ที่สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ การเพิ่มความหลากหลายให้กับประเภทผลิตภัณฑ์ เพิ่มการส่งออก ลดการนำเข้า การเพิ่มความเข้มแข็งและขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เพื่อความมั่นคง รวมถึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบิน การผลิตชิ้นส่วน และการซ่อมบำรุงอากาศยานในภูมิภาค

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ได้ทำการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ครอบคลุมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการออกแบบเบื้องต้น โดย กิจกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) โดยให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานรุ่นใหม่ เพราะมีอัตราการเติบโตสูง มีการแข่งขันน้อย ซึ่งการศึกษาได้กำหนดพื้นที่นำร่องในการจัดตั้ง MRO ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท รองรับเครื่องบินได้ 48 ลำต่อปี และกิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (Original Equipment Manufacturer : OEM) เช่น Landing gear, wheels & brakes และการผลิตวัสดุคอมโพสิต ลำดับที่ 4 เช่น แผ่นคาร์บอน ไฟเบอร์ สำหรับผลิตปีกเครื่องบิน โดยพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนากิจกรรมดังกล่าว คือ นิคมอุตสาหกรรมบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1440655099
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:37 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

"คมนาคม" ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน แจ้งเกิดนิคมอุตฯการบิน "อู่ตะเภา"

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 31 ส.ค. 2558 เวลา 10:30:00 น.

"อาคม" รมว.คมนาคม เร่งดันโปรเจ็กต์จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน "อู่ตะเภา" ชิงส่วนแบ่งมาเลย์-สิงคโปร์ คาดใช้งบฯลงทุนก่อสร้างกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้า คาดหนุนเพิ่มมูลค่าธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบินในไทยเป็น 3.9 หมื่นล้านบาทในปี 2567

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดทำโครงการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย โดยกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาในประเทศไทย คือกิจกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ซึ่งต้องใช้พื้นที่ในท่าอากาศยาน และท่าอากาศยานที่เหมาะสมเป็นอันดับแรกคือ อู่ตะเภา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (OEM) ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนา คือ นิคมอุตสาหกรรมบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก เพราะสามารถเชื่อมต่อพื้นที่ MRO และส่งออกทางเรือและทางอากาศ ทั้งนี้ทาง สนข.จะสรุปรายละเอียดอีกครั้งเพื่อนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมในเดือนตุลาคมนี้

นายอาคมกล่าวว่าการที่ไทยได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญมากของการจัดตั้งนิคม รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลมีแผนลงทุนระบบราง ท่าเรือ และท่าอากาศยาน ด้านมาตรการจูงใจ (อินเซนทีฟ) การลงทุน อนาคตต้องมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้มากพอ รวมถึงเพิ่มบุคลากรซึ่งปัจจุบันไม่เพียงพอ เพราะอุตสาหกรรมการบินเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลไทยโฟกัสและอยากให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้การจัดตั้งศูนย์ MRO ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จะแบ่งระยะการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ (เฟส) บนพื้นที่ 188 ไร่ โดยเฟสที่ 1 ระยะเวลาก่อสร้างปี 2559-2561 มีโรงซ่อมอากาศยาน 2 โรง โรงซ่อมเครื่องยนต์และอื่น ๆ ลงทุนก่อสร้าง 5,000 ล้านบาท เปิดให้บริการได้ในปี 2562 เป็นต้นไป มีขีดความสามารถในการซ่อมเครื่องบินได้ปีละ 48 ลำ และ 30 เครื่องยนต์ ส่วนเฟสที่ 2 ปี 2564-2566 เปิดให้บริการได้ในปี 2567 เป็นต้นไป รองรับการซ่อมได้ 96 ลำ และ 60 เครื่องยนต์ และเฟสที่ 3 ปี 2569-2571 เปิดให้บริการปี 2572 เป็นต้นไป รองรับได้ 144 ลำ และ 90 เครื่องยนต์ คาดว่าต้องใช้เงินลงทุน 15,273 ล้านบาท สามารถสร้างรายได้รวมตั้งแต่ปี 2562-2588 อยู่ที่ 240,921 ล้านบาท และคุ้มทุนได้ในปีที่ 16 "เทรนด์ในอีก 20 ปีข้างหน้า การเดินทางทางอากาศจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกที่จะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5.5% และมีสัดส่วนการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นเป็น 34% มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยแนวโน้มการส่งมอบเครื่องบินตั้งแต่ปี 2556-2575 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะมีปริมาณเครื่องบินมากถึง 12,820 ลำ รองลงมาคือยุโรป 7,450 ลำ อเมริกาเหนือ 7,250 ลำ"

แนวโน้มการขยายตัวของอากาศยานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ยกเว้นจีนและอินเดีย) ปริมาณการสั่งซื้อเครื่องบินในช่วงปี 2558-2567 ในกลุ่มเครื่องบินลำตัวแคบ 1,510 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้าง 519 ลำ ส่วนใหญ่อยู่ในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ขณะที่ประเทศไทยมียอดสั่งซื้อเครื่องบินล่วงหน้าจำนวน 55 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ทั้งหมด ได้แก่ โบอิ้ง B737 แอร์บัส A320 และบอมบาดิเย่ร์ Q402 โดยในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 2 ในด้านปริมาณความจุที่นั่งทั้งหมด และอยู่อันดับที่ 3 ในด้านการเข้าถึงของอัตราการเข้าถึงของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ในประเทศ โดยประเทศไทยมี 2 เส้นทางบินของสายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ระดับโลก ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์-ดอนเมือง และสิงคโปร์ชางงี-สุวรรณภูมิ

"เป็นโอกาสของไทยในการเร่งจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินทั้งธุรกิจ MRO และ OEM เพราะเราได้เปรียบจากตำแหน่งศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และการจัดตั้งธุรกิจซ่อมบำรุงในไทยจะช่วยให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก คาดว่าการจัดตั้งนิคมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการซ่อมบำรุงในไทยเป็น 39,000 ล้านบาท ในปี 2567 เติบโตเฉลี่ยปีละ 6.4% จากปัจจุบันอยู่ที่ 23,200 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการซ่อมบำรุงในต่างประเทศ 60% และในประเทศ 40%" นายอาคมกล่าว

https://www.prachachat.net/news_deta...sid=1440951881
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:38 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

คิกออฟ‘ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา’ โปรเจ็กต์นำร่องนิคมฯการบินของไทย

อังคาร ที่ 1 กันยายน 2558 ฐานเศรษฐกิจ

ในที่สุดชัดเจนแล้วว่าเราคงได้เห็นฝันที่เป็นจริงกับนโยบายการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการซ่อมบำรุงอากาศยาน และการขับเคลื่อนนิคมอุตสาห กรรมการบินในไทย ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในนโยบายที่ “บิ๊กตู่” แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเท่านั้น แต่ผลการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นในการ “จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของไทย” ขณะนี้การจัดทำร่างรายงานฉบับสุดท้ายแล้วเสร็จเป็นที่เรียบ ร้อย และทางกระทรวงคมนาคม เตรียมจะนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้ให้เกิดการลงทุนได้ภายในปี 2559

ชู 2 กิจกรรมที่เหมาะสมกับไทย

วิสัยทัศน์ของแผนดังกล่าว จะมุ่งสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานในภูมิภาคอาเซียน แต่ต้องยอมรับว่าด้วยความล่าช้าของการสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดขึ้น ทำให้ธุรกิจการผลิตและการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับโลกหลายราย อย่างโรลส์-รอยซ์ ที่เคยแสดงท่าทีเมื่อหลายปีก่อนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย ต่างเบนเข็มไปลงทุนขยายการลงทุนผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและซ่อมบำรุงที่โครงการเซเลตาร์ แคมปัส ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ติดกับสนาม บิน Seletar

ขณะที่ปัจจุบันในไทยแม้จะมีการลงทุนในเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานอยู่บ้าง โดยกระจัดกระจายไปอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆในบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกอาทินิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ซึ่งเป็นการรับจ้างผลิตจากผู้ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานระดับ 1 (Tier1) และระดับ 2 (Tier2) ที่ไปตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

ดังนั้นการที่ประเทศไทยจะไปตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน แล้วดึงเอกชนเข้ามาลงทุนผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน(OEM) เพื่อรองรับการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศ ยาน (MRO) ความเป็นไปได้ในทางธุรกิจจึงถือว่ายาก ทำให้การศึกษาและออกแบบการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของไทย จึงต้องมีจุดเน้นที่ไทยจะต้องมีศักยภาพจริงๆในการดึงให้เกิดการเข้ามาลงทุน เพราะการจะไปแข่งกับนิคมอุตสาหกรรมการบินของสิงคโปร์คงไม่มีประโยชน์

นี่เองจึงได้บทสรุปว่า กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่ไทยมีโอกาสในการดึงเข้ามาลงทุน สิ่งแรกคือการพัฒนากิจกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน(Maintenance Repair and Overhaul หรือ MRO) ซึ่งเลือกแล้วว่าพื้นที่ที่เหมาะสมคือ “สนามบินอู่ตะเภา” โดยประเภทการซ่อมบำรุงที่เหมาะสม คือการให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงโครงสร้างเครื่องบินลำตัวแคบ เช่น รุ่นเอ320 หรือเอ320 นีโอ รุ่นโบอิ้ง บี737NG หรือบี737 MAX เพราะมีสายการบินต้นทุนตํ่าหลายสายใช้อยู่ มีอัตราการเติบโตสูง ยังไม่มีผู้ให้บริการ MRO ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการแข่งขันและผู้ผลิตOEM กำลังเร่งผลิตเครื่องยนต์รุ่นใหม่ (นิวเจเนอเรชัน เอนจิน) และกำลังมองหาการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและการซ่อมบำรุง รวมถึงโอกาสของตลาดการซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอากาศยาน (Component MRO) ประเภทชุดฐานล้อ (แลนดิ้งเกียร์) ล้อและชุดเบรก (Wheels& Brakes) ระบบเครื่องปั่นไฟสำรอง (APU) ระบบจ่ายนํ้ามันและระบบควบคุม (Engine Fuel&Control) และอุปกรณ์สื่อและบันเทิง (IFE)

ทั้งนี้หากการผลักดันเรื่องศูนย์ซ่อมประสบความสำเร็จ ก็จะสร้างโอกาสให้ไทยเกิดกิจกรรมการลงทุนการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM ) ตามมา โดยจะส่งเสริมให้ผู้ผลิต OEM ที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วใน “นิคมอุตสาหกรรมบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก” (อีสเทิร์นซีบอร์ด) แตกไลน์การผลิต รวมถึงดึงให้เกิดผู้ผลิตรายใหม่ ซึ่งไทยเหมาะสมที่จะเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วน ลำดับที่ 3 (Tier 3 ) เช่น ชุดฐานล้อ (แลนดิ้งเกียร์) ล้อและชุดเบรก (Wheels&Brakes) และการผลิตวัสดุคอมโพสิต ลำดับที่ 4 (Tier 4) เช่นยางเครื่องบิน คาร์บอนไฟเบอร์สำหรับผลิตปีกเครื่องบิน วัสดุตั้งต้นต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากผู้ผลิตระดับนี้เน้นที่การบริหารต้นทุนและไม่ต้องการเทคโนโลยีระดับสูง ทำให้ผู้ผลิตระดับนี้พร้อมจะย้ายฐานการผลิตสู่ประเทศที่มีต้นทุนการผลิตตํ่า

“อาคม”ดันเฟสแรก MRO อู่ตะเภา

ต่อเรื่องนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าโครงการนิคมอุตสาหกรรมการบิน นี้ถือเป็นโครงการระยะยาวกว่า 10 ปี แต่จะผลักดันให้เกิดศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ก่อนในช่วง 2 ปีนี้ เพื่อนำร่องก่อน จากนั้นกิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานก็จะตามมาในอนาคต ซึ่งการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ประเมินการลงทุนทั้งโครงการจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ 22% ซึ่งรูปแบบการลงทุนและบริหารที่เหมาะสม จะเป็นภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชน จัดสรรที่ดินโดยภาครัฐ และแบ่งปันค่าเช่าพื้นที่ให้แก่สนามบินอู่ตะเภา ส่วนเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อาคารและโรงงาน) เครื่องมือและอุปกรณ์รวมถึงการให้บริการ

การลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภาจะแบ่งเป็น 3 ระยะที่สามารถพัฒนาได้เต็มพื้นที่ แต่จะผลักดันให้เกิดการลงทุนเฟสแรก (ปี 2559-2561)ก่อน โดยสร้างโรงซ่อมเครื่องบิน 2 อาคาร รองรับเครื่องบินได้ 48 ลำต่อปี เบื้องต้นลงทุนราว 5 พันล้านบาท (ตารางประกอบ) ซึ่งมั่นใจว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะแนวโน้มการส่งมอบเครื่องบินในช่วง 20 ปีข้างหน้า (ปี 2556-2575) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 อยู่ที่ 36% หรือ 12,820 ลำ

ทั้งปัจจุบันการซ่อมบำรุงที่มีอยู่ในไทยก็รองรับเฉพาะการบริการสายการบินของตัวเองเป็นหลัก อย่างของการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์สทำให้เครื่องบินของไทย อีกหลายสายการบินอย่างไทยแอร์เอเชีย ต้องบินไปซ่อมที่ต่างประเทศ ซึ่งมูลค่าการซ่อมเครื่องบินในต่างประเทศต่อปีอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากไทยมีศูนย์ซ่อมไว้บริการสายการบินอื่นๆได้ เบื้องต้นมั่นใจว่าสายการบินเหล่านี้จะเลือกซ่อมที่เมืองไทย เพราะใกล้และค่าใช้จ่ายตํ่ากว่าซึ่งระยะแรกศูนย์ซ่อมจะมีรายได้ทัน ทีร่วม 1 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมการดึงเครื่องบินจากภูมิภาคนี้ที่มีการเติบโตจากอุตสาห กรรมการบินที่เพิ่มสูงขึ้น และการจ้างแรงงานในธุรกิจนี้อีกร่วม 6 พันคนที่ต้องมองแนวทางการผลิตบุคลากรไว้รองรับ

เอกชนแนะแก้จุดอ่อนหนุนลงทุน

สำหรับมุมมองของภาคเอกชน ต่อทิศทางกิจกรรมซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยานของไทยนั้น เอกชนฝากให้ภาครัฐดูแลในเรื่องการปลดล็อกข้อจำกัดผู้ถือหุ้นต่างชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ลดขั้นตอนการติดต่อที่เกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน ควรรวมศูนย์ให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส การสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่นสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศ โดยการขยายเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 8 ปีเป็น 8-15 ปี โดยเฉพาะกิจการที่ต้องการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นต้น

นายฮิวจ์ วนิชประภา กรรมการผู้จัดการบริษัท โรลส์-รอยซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในขณะนี้เริ่มเห็นทิศทางการสนับสนุนโครงการนี้ของรัฐบาล และมองว่ารัฐบาลควรส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร ทักษะทางภาษา งานด้านวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานควบคู่กันไปด้วยเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ที่ต้องการผลักดันให้ลงทุน

นายเจษฎา กิ่งแก้ว ผู้จัดการสายวิศวะ บริษัท ซีเนียร์ แอโรสเปซ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า จุดสำคัญที่จะทำให้เอกชนเข้ามาลงทุน คือ ภาครัฐต้องให้ความสำคัญในการเชิญชวนให้เข้ามาลงทุน และมองว่ากิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศ ยานในไทย ถือว่ายังมีโอกาส ที่ผ่านมาไม่เพียงบริษัทจะลงทุนกว่า 15 ล้านปอนด์เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนใบพัดในปีกและในคอมเพรสเซอร์ของเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์สัญญา 20 ปีแล้ว บริษัทก็เตรียมจะผลิตใบพัดให้กับผู้ผลิตเครื่องยนต์อย่าง แพทท์แอนด์วิทนีย์ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดล้วนเป็นโมเดลในการขับเคลื่อนแผนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินที่เหมาะสมจริงๆที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3083 วันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2558

http://www.thansettakij.com/2015/09/01/9459
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:46 PM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

THAI closer to finalising joint investment

September 17, 2016

THAI AIRWAYS International expects to finalise a joint investment in an aircraft-maintenance project in Rayong province in the next few months, with the goal being to make the new facility a regional maintenance hub.

"The company has hired a team of consultants to work on budget assessment for the project, which is expected to be finalised within two to three months," Areepong Bhoocha-oom, chairman of the national carrier's board of directors, said on Thursday. THAI will then form a joint venture with partners to build a new aircraft-maintenance centre at U-tapao Rayong Pattaya International Airport in Rayong's Ban Chang district, he said. The airline will seek qualified partners that are eager to participate in aviation and aircraft maintenance, he added.

"THAI aims to build a maintenance centre that means customer airlines [in Thailand] will not have to fly a long distance to get their aircraft maintained. The centre will also serve clients throughout the region," he explained. The new facility is expected to help stabilise the company's revenue, he said, but added that it is not yet in a position to disclose the investment budget for the project.

U-tapao Airport is undergoing a major expansion, although the work is months behind schedule, with the new opening date reported to be some time in the first quarter of next year. The expansion of the Royal Navy airfield and facilities is also reported to be well over the original budget of Bt700 million, now standing at around Bt1.7 billion. Once the expansion is complete, the airport will have a new passenger terminal as well as 20,000 square metres of commercial space. Capacity will be increased from 870,000 passengers per year to more than 3 million.

http://www.nationmultimedia.com/busi...-30295520.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:50 PM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

แอร์บัสลงนามบินไทย ผุดศูนย์ซ่อมเครื่องบินอู่ตะเภา

วันที่ 7 มีนาคม 2560 - 20:59 น.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตัวแทนบริษัท แอร์บัส เข้าพบ ในวันที่ 7 มี.ค. ว่า แอร์บัสมาหารือ ร่วมเรื่องการจัดตั้งอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยานที่ท่าอากาศนานาชาติอู่ตะเภา ร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยจะลงนามร่วมกับการบินไทย อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ แอร์บัสระบุว่าจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาศูนย์ซ่อม เช่น การพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ประหยัดพลังงาน, โรงซ่อมบำรุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ระบบอีมาบริหารจัดการการซ่อมในการซ่อมบำรุงเบื้องต้นคาดว่าจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากโครงการนี้มากถึง 2.5 เท่าจากมูลค่าการลงทุนรวมของโครงการ ส่วนจะมีการลงนามความร่วมมือกับเอกชนรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น การบินไทยจะเป็นผู้พิจารณา เบื้องต้นจะร่วมทุนแบบพีพีพี


ผู้สื่อข่ารายงานว่า สำหรับสนามบินอู่ตะเภาปัจจุบันมีพื้นที่ทว่างที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ มีราว 2,000 ไร่ แบ่งเป็น 1.ศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO 2.ศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและระบบโลจิสติกส์ 3.ศูนย์ฝึกอบรมด้านการบิน

https://www.khaosod.co.th/economics/news_244066
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:53 PM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

Airbus and THAI to evaluate new MRO business



State-of-the art facility to be developed at U-Tapao International Airport

Bangkok, 8th March 2017 - Airbus has signed a Memorandum of Understanding (MoU) with Thai Airways International (THAI) to evaluate the development of a major new maintenance and overhaul (MRO) facility at U-Tapao International Airport near Bangkok.


The MoU was signed in Bangkok today by Usanee Sangsingkeo, Acting President, Thai Airways International and Fabrice Brégier, President, Airbus Commercial Aircraft. The signing was witnessed by Somkid Jatusripitak, Deputy Prime Minister of the Kingdom of Thailand.
The new MRO would be one of the most modern and extensive in the Asia-Pacific region, offering line and heavy maintenance services for a wide range of aircraft types.

A new complex would feature the latest digital technologies to analyse aircraft maintenance data, as well as advanced inspection techniques, including the use of drones to monitor aircraft airframes.

The MRO campus would also include specialised repair shops, including a repair centre for composite structures, as well as a maintenance training centre offering extensive courses for technical personnel from Thailand and overseas.

“THAI has been studying the development of a new MRO business with several potential partners and is pleased to have been able to reach this initial agreement with Airbus,” said Usanee Sangsingkeo, Acting President, Thai Airways International. “This facility will be a showcase maintenance hub for the region and will offer its services to airlines across the region and beyond.”

“This exciting new project will help to meet strong demand for maintenance services in the fast-growing Asia-Pacific region,” said Fabrice Brégier, President Airbus Commercial Aircraft. “With the fleet in the region set to almost triple to over 15,000 aircraft over the next 20 years, this project represents a sound opportunity for Thailand to develop its footprint in the aerospace sector.”

This Airbus and THAI joint initiative will be a strategic contribution to the Eastern Economic Corridor designed by the Thai Government, in which U-Tapao International Airport is set to become a new aerospace hub in the region.

https://www.airbus.com/newsroom/pres...-business.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:57 PM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

THAI signs MoU with Airbus Industries to conduct study about MRO at U-tapao

Thai Airways International and Airbus Industries on Wednesday signed a memorandum of understanding for a feasibility study to be conducted about the development of an aircraft maintenance, repairs and overhaul facility at U-tapao airport.
Deputy Prime Minister Somkid Jatusripitak who chaired the MoU signing ceremony at THAI head office hailed the MoU signing as a “dream comes true” for Thailand, saying that Thailand has earned the trust of foreign investors that it could become the regional centre for aircraft maintenance, repairs and overhaul.

Noting that 40 percent of Airbus aircraft sale came from countries in the region, he said that Air Bus’s choice of Thailand for the development of MRO is quite meaningful for Thailand.

The deputy prime minister said that, after the MoU signing, both THAI and Airbus must speed up the feasibility study so it could be completed within this year and, then, the work would move to the next step of public private partnership (PPP) process.

Mr Somkid envisaged a chain of related businesses which will be created as a result of the MRO project within the next 1-2 years, especially the eastern economic corridor.

Acting president of THAI Mrs Usanee Saengsingkaew said the MOU signing with Airbus Industries was part and parcel of the EEC plan to transform Thailand as the MRO centre of Asia Pacific region to cater to the needs of airlines in the region and the world.

March 8, 2017 http://englishnews.thaipbs.or.th/tha...y-mro-u-tapao/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 10:59 PM   #18
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

“การบินไทย” ผนึก “แอร์บัส” พัฒนาศูนย์ซ่อม “อู่ตะเภา” เป็นฮับภูมิภาค

เผยแพร่: 9 มี.ค. 2560 07:18 ปรับปรุง: 9 มี.ค. 2560 09:20 โดย: MGR Online

“การบินไทย” MOU “แอร์บัส” ศึกษาการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่อู่ตะเภา ยกระดับเป็นศูนย์ที่ทันสมัยแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก “สมคิด” ชี้สะท้อนถึงศักยภาพ EEC และสร้างรายได้ให้กับการบินไทยและประเทศไทยอย่างยั่งยืน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (TG MRO Complex Development) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท แอร์บัส ซึ่งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีความทันสมัยและครอบคลุมการบริการด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ให้บริการตั้งแต่การซ่อมบำรุงย่อยไปถึงการซ่อมบำรุงใหญ่สำหรับเครื่องบินในหลากหลายประเภท โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิตอลล่าสุดมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการบำรุงรักษาเครื่องบิน รวมทั้งเทคนิคการตรวจสอบขั้นสูง นอกจากนี้ ยังมีโรงซ่อมอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงที่ผลิตช่างฝีมือ และนายช่างอากาศยานตามมาตรฐานระดับสากล รองรับการขยายตัวของธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานในอนาคต

โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พ.ศ. 2560-2564 เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO หรือ Maintenance, Repair and Overhaul) ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินตามนโยบายของรัฐบาล

จากข้อมูลของแอร์บัสระบุว่า เครื่องบินที่แอร์บัสผลิตและขายในสัดส่วนกว่า 40% อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเที่ยวบินก็มากอยู่ในเอเชีย ดังนั้นความต้องการซ่อมบำรุงจึงมีมากขึ้น

นายสมคิดกล่าวว่า การที่แอร์บัสตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับการบินไทยเพราะเชื่อมั่นประเทศไทยสูง และมองไทยจะเป็นศูนย์กลางการบิน ทั้งนี้สะท้อนความมั่นใจของต่างประเทศที่มองว่าไทยเป็นเสาหลักของอาเซียน จึงถือว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายอันดี นโยบายของเราจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค การมีศูนย์ซ่อมฯ ที่ทันสมัยจะเป็นธุรกิจที่ทำรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ

“สิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราฝันมันเริ่มมาและกำลังขึ้นมา อนาคตข้างหน้าก็จะทยอยกันมา คอยดูต่อไป และแสดงว่าเขาเห็นศักยภาพของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ขณะนี้ไม่เพียงจะมีเรื่องการบิน แต่ยังมีทุกมิติอุตสาหกรรมใหม่เริ่มมา ด้วยการขับเคลื่อนของรัฐบาล โครงการลงทุนต่างๆ ที่กำลังดำเนินการโดยกระทรวงคมนาคมในปีนี้ และคาดว่าทุกอย่างจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1-2 ปีนี้ และหากเรายังรักษาสถานการณ์เช่นนี้ เชื่อว่าภายใน 3-4 ปีประเทศไทยจะไปได้อีกไกล” นายสมคิดกล่าว

นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า การบินไทยได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับแอร์บัสเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น และร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (TG MRO Complex Development) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC หรือ Eastern Economic Corridor) ปี 2560-2564 เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO หรือ Maintenance, Repair and Overhaul) ที่ทันสมัยที่สุดของเอเชียแปซิฟิก ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งใหม่จะให้บริการแก่สายการบินทั่วภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อสร้างรายได้ให้กับการบินไทยและประเทศไทยอย่างยั่งยืน นำพาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 เป็นมหานครแห่งอนาคต Gateway to Asia




ด้าน ร.อ.มนตรี จำเรียง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน THAI กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ พ.ย. 59 โดยศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของตลาดเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และได้ส่งเอกสารชี้ชวนการลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งมีเพียงแอร์บัสได้แสดงความสนใจในธุรกิจ

บริษัทฯ มีเป้าหมายโครงการพัฒนาธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานให้มีความทันสมัยก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกและทำรายได้ให้การบินไทยอย่างยั่งยืน โดยมี 3 กลยุทธ์ คือ 1) Good Partnership ร่วมลงทุนกับผู้ผลิตอากาศยานที่มีศักยภาพสูง 2) 4 Great Pillars เน้นพัฒนากิจการสำคัญเพื่อสร้างรากฐานศูนย์ซ่อมฯ ได้แก่ ศูนย์ซ่อมใหญ่อากาศยานลำตัวกว้างและลำตัวแคบ, โรงซ่อมบำรุงอากาศยานอัจฉริยะ, ศูนย์ซ่อมวัสดุผสมสังเคราะห์ และศูนย์ฝึกอบรมช่างฝีมืออากาศยาน 3) 3 Base Mission คือการพัฒนาปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานเดิมทั้งที่ท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ด้วยการพัฒนาโรงซ่อมอากาศยานด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลและนวัตกรรมที่ทันสมัย

มิสเตอร์ฟาบริซ เบรจิเย่ร์ ประธานบริษัท แอร์บัส กล่าวว่า โครงการใหม่ที่น่าตื่นเต้นนี้จะช่วยตอบสนองความต้องการสำหรับการให้บริการในการบำรุงรักษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนฝูงบินในภูมิภาคที่จะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าหรือกว่า 15,000 ลำ ในอีก 20 ปีข้างหน้า โครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีแก่ประเทศไทยในการพัฒนาขอบเขตการให้บริการในภาคธุรกิจการบิน

https://mgronline.com/business/detail/9600000024094




napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 11:00 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

บิ๊กดีล "แอร์บัส-บินไทย" เรียกเชื่อมั่นต่างชาติลงทุน EEC

13 มี.ค. 2560 เวลา 21:20:06 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา "การบินไทย" ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับแอร์บัส เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นและร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (TG MRO Complex Development) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปี 2560-2564

"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า โครงการพัฒนาธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของการบินไทย จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบินของไทยในระดับภูมิภาค สร้างซัพพลายเชนเกิดขึ้นตามมาอีกมหาศาล และช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศไทยได้จำนวนมาก

ที่สำคัญ ยังทำให้แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่หลายคนคิดว่าอาจเกิดขึ้นได้ยากนั้นทยอยเป็นจริงได้มากขึ้นด้วย

โดยผู้บริหารแอร์บัสได้เข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี พร้อมมอบความมั่นใจที่มีต่อประเทศไทย และตัดสินใจเลือกไทยเป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อม MRO ด้วยความเหมาะสมเรื่องที่ตั้ง โดยมีการบินไทยเป็นพันธมิตร เพื่อหนุนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มศักยภาพ

ขณะที่ "อุษณีย์ แสงสิงแก้ว" รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย บอกว่า เป้าหมายของบริษัทคือมุ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่ทันสมัยที่สุดของเอเชีย-แปซิฟิก เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินตามนโยบายของรัฐบาล

โดยศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งใหม่จะให้บริการแก่สายการบินทั่วภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อสร้างรายได้ให้กับการบินไทยและประเทศไทยอย่างยั่งยืน และทำให้ไทยเป็น Gateway to Asia

ทั้งนี้ การบินไทยกับแอร์บัสวางกรอบระยะเวลาการศึกษาร่วมกันว่าน่าจะแล้วเสร็จราวเดือนธันวาคมปีนี้ จากนั้นจะมาพิจารณากันอีกครั้งว่าจะร่วมลงทุนกันเท่าไร โดยกระบวนการทำพีพีพี หรือให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ น่าจะเริ่มเห็นราวเดือนมกราคม 2561

ด้าน "เรืออากาศเอก มนตรี จำเรียง" รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน การบินไทย เสริมว่า การบินไทยมีเป้าหมายผลักดันโครงการพัฒนาธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของ EEC ให้มีความทันสมัย ก้าวเป็นผู้นำอันดับ 1 ในโลก และทำรายได้ให้การบินไทยอย่างยั่งยืน

โดยกำหนดกลยุทธ์การพัฒนา 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. "Good Partnership" การร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตท่าอากาศยานที่มีศักยภาพสูง 2. "4 Great Pillars" มุ่งเน้นพัฒนา 4 กิจการสำคัญเพื่อสร้างรากฐานศูนย์ซ่อมอากาศยานยุคใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมใหญ่อากาศยานลำตัวกว้างและลำตัวแคบ, โรงซ่อมบำรุงอากาศยานอัจฉริยะ, ศูนย์ซ่อมวัสดุผสมสังเคราะห์, ศูนย์ฝึกอบรมช่างฝีมืออากาศยานขั้นสูง

และ 3. "3 Base Mission" การพัฒนาปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานเดิมของการบินไทยที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ด้วยการพัฒนาโรงซ่อมอากาศยานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมที่ทันสมัย มีมาตรฐานในระดับสากล

โดยการบินไทยได้เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ทั้งศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของตลาด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และได้ส่งเอกสารชี้ชวนการลงทุนไปยังบริษัทผู้ผลิตอากาศยาน ซึ่งมีเพียงบริษัทแอร์บัสรายเดียวที่สนใจ

"ก่อนหน้านี้ แอร์บัสได้เข้าไปลงทุนศูนย์ซ่อม MRO ที่จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์แล้ว โดยเหตุผลที่แอร์บัสเลือกไทยนั้นนอกจากเรื่องที่ตั้งแล้วยังมองถึงศักยภาพของสนามบินอู่ตะเภาที่เตรียมยกระดับเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 3 ในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเป็นท่าอากาศยานที่มีพื้นที่เพียงพอต่อการซ่อมบำรุง"

"ฟาบริซ เบรจิเย่ร์" ประธานบริษัท แอร์บัส บอกว่า นี่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญระหว่างแอร์บัสกับการบินไทยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีความสัมพันธ์อันดีที่ยาวนานกันมาร่วม 40 ปี

โดยการตั้งสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินแห่งใหม่นั้น เป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของแอร์บัส เพราะตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคที่มีการเติบโตในด้านการขนส่งทางอากาศอย่างรวดเร็ว สามารถรองรับอากาศยานได้ทุกขนาด และยังมีโรงงานซ่อมบำรุงแบบครบครันที่ดำเนินการโดยการบินไทยอยู่แล้ว โดยมีแรงงานฝีมือที่ชำนาญการ และที่สำคัญคือมีโอกาสสำหรับการเติบโตยิ่งขึ้น

โดยประเมินว่ามูลค่าของภาคส่วนการซ่อมบำรุงอากาศยานในภูมิภาคนี้อย่างเดียวจะมีมูลค่าราว 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 10 ปีข้างหน้า

การร่วมมือของ 2 บิ๊กด้านการบินในครั้งนี้ จึงเป็นสเต็ปสำคัญในการเตรียมรองรับการขยายตัวของธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานในอนาคตอย่างแท้จริง

https://www.prachachat.net/news_deta...sid=1489392743
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 14th, 2019, 11:01 PM   #20
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,418
Likes (Received): 6266

"แอร์บัส" ผนึกพันธมิตร เดินหน้าขยายฐานตลาด "เอเชีย-แปซิฟิก"

updated: 14 มี.ค. 2560 เวลา 21:15:40 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

ประเทศไทยและผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์ระดับโลก "แอร์บัส" ได้ลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงครบวงจร (MRO) ที่โดดเด่นในระดับโลก สอดคล้องกับแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ "ไทยแลนด์ 4.0"

โดย "ฟาบริซ เบรจิเย่ร์" ประธานบริหาร แอร์บัส ได้กล่าวในงานสัมมนา "MFA CEO Forum with Airbus" ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ ถึงมุมมองของแอร์บัสกับการบินในเอเชีย และบทบาทของประเทศไทย รวมถึงความเป็นไปได้ในการก้าวมาสู่การเป็นผู้นำฮับซ่อมบำรุงของเอเชีย-แปซิฟิก

สัมพันธ์ "ไทย-แอร์บัส"

"ฟาบริซ" บอกว่า ท่าอากาศยานในกรุงเทพฯมีผู้เดินทางกว่า 90 ล้านคนต่อปีการเดินทางของทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเป็นพื้นฐานสำคัญที่สร้างความสำเร็จทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยทางแอร์บัสมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ปัจจุบันสายการบินไทยบริการด้วยเครื่องบินทุกรุ่นจากแอร์บัสไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเดินทางคนเดียว รุ่น เอ 320 เครื่องบินขนาดกลาง เอ 330 หรือเครื่องบินพิสัยไกลโฉมใหม่อย่าง เอ 350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี และเครื่องบินนำร่องรุ่น เอ 380 ขณะที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และไทยแอร์เอเชีย ก็เป็นลูกค้าของแอร์บัสเช่นกัน

ขณะเดียวกัน การให้บริการทางการบินในประเทศไทยทุกวันนี้ ตั้งแต่สายการบินต้นทุนต่ำไปจนถึงสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ได้สะท้อนการพัฒนาตลาดการบินของทางภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้อย่างเด่นชัด

เอเชียกับการเติบโตด้านการบิน

ทั้งนี้แอร์บัสกำลังเดินหน้าขยายธุรกิจมาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเนื่องจากความต้องการโดยสารทางเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ปัจจุบันเอเชียถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของแอร์บัส ด้วยเครื่องบินกว่า 3,000 ลำ ถือเป็น 1 ใน 3 ของเครื่องทั้งหมดที่ให้บริการในปัจจุบัน และยังมียอดการสั่งซื้อสำหรับส่งมอบในอนาคตกว่าอีก 2,000 ลำ และมีซัพพลายเออร์ในภูมิภาคกว่า 600 ราย

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกในปัจจุบันถือว่าเป็นผู้นำโลก ส่งผลให้มีการบริโภคและการเดินทางเพิ่มขึ้นในระดับภูมิภาค การจราจรทางอากาศของเอเชียจึงมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า โดยความต้องการทางการบิน 40% ของโลกจะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ในอีก 20 ปีข้างหน้า และจะมีเครื่องบินเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ลำเป็น 15,000 ลำภายในสองทศวรรษ

อย่างไรก็ดี ความต้องการด้านเครื่องบินในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็มาพร้อมกับความต้องการด้านการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

"ซ่อมบำรุง" หัวใจธุรกิจการบิน

ซีอีโอแห่งยักษ์เครื่องบินพาณิชย์ยังคาดการณ์ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากบริษัทให้บริการซ่อมบำรุง ยกเครื่องอากาศยาน หรือ RMO จะเพิ่มขึ้นถึง 4.6% ต่อปี และมีมูลค่าถึง 646,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกสองทศวรรษข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยเองก็มีศักยภาพที่แข็งแรงในการเข้ามาเป็นฮับเอ็มอาร์โอของภูมิภาค

"ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวของรัฐบาลไทยในการพัฒนาภาคตะวันออกของประเทศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งปัจจุบันมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งออก โดยรัฐบาลไทยมีแผนงานที่จะจัดตั้งศูนย์กลางการบินและอวกาศที่สนามบินอู่ตะเภา และก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างสนามบินอู่ตะเภา และอีกสองสนามบินในกรุงเทพฯ การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะช่วยให้ไทยก่อตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานได้สำเร็จ"

ประธานบริหารแอร์บัสยังบอกอีกว่าสนามบินอู่ตะเภาถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและประเทศไทยได้เปรียบเพราะทำเลอยู่ใจกลางภูมิภาค ขณะที่แอร์บัสเองสามารถร่วมมือในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เครื่องบินมีการผลิตข้อมูลทางเทคนิคมหาศาล เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อระบุปัญหาทางเทคนิคและคาดการณ์ช่วงเวลาที่เครื่องบินควรซ่อมบำรุงลดความล่าช้าทางเทคนิคการจอดรอซ่อมบำรุงได้นอกจากนี้ ในการตรวจสอบโครงสร้างเครื่องบินที่รวดเร็ว จะใช้เทคโนโลยีโดรนเข้ามาช่วยเหลือด้วย

แม้ว่าด้านโครงสร้างและทรัพยากรจะเพียบพร้อมแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงทุนทุกด้านในสายตาของซีอีโอแอร์บัสคือ การลงทุนด้านแรงงานฝีมือ โดย "ฟาบริซ" บอกว่า เมื่อทรัพยากรมนุษย์มีประสิทธิภาพ ทุกอย่างจะมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยด้านการบิน หรือการก้าวไปให้บริการลูกค้าบุคคลที่ 3

"ในอีก 20 ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะต้องการช่างเทคนิคด้านอากาศยานเพิ่มถึง 215,000 คน เพื่อให้บริการในภูมิภาค"

ตั้งศูนย์เทรนนิ่งการบินในไทย

ประธานบริหารแอร์บัสยังบอกด้วยว่าสิ่งที่ต้องพัฒนาในระดับนานาชาติณ วันนี้คือ งานด้านวิศวกรรม ซึ่งปัจจุบันแอร์บัสตั้งศูนย์เทรนนิ่งในหลายประเทศ เช่น อินเดีย อเมริกา และจีน โดยพยายามมองหาความร่วมมืออื่น ๆ รวมถึงในประเทศไทยด้วย แต่แอร์บัสกำลังเริ่มเมกะโปรเจ็กต์ระดับยักษ์ในไทย จึงไม่สามารถทำในเรื่องนี้ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ถูกสร้างขึ้น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศนั้นต้องอาศัยประสบการณ์ ขณะเดียวกัน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ดังนั้น ในอนาคตแอร์บัสจึงต้องการร่วมงานกับมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพื่อเก็บเกี่ยวความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่จะสามารถไปไกลในระดับโลกได้ อะไรที่ยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ซึ่งทวีปเอเชียเป็นทวีปแห่งนวัตกรรมมากกว่ายุโรปหรืออเมริกาเสียอีก

การให้บริการด้านการฝึกอบรมบุคลากรทางเทคนิคจากแอร์บัสจึงมีโอกาสจะเกิดขึ้นแต่อาจจะยังไม่ใช่วันนี้

เพราะวันนี้ต้องเริ่มต้นกับโครงการที่เป็นรูปธรรมคือการร่วมมือกับการบินไทยและรัฐบาลไทยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงครบวงจรระดับโลก

ที่สำคัญการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอีกมากซึ่งจะสร้างผลกำไรไม่ใช่แค่เพียงกับแอร์บัสเท่านั้น แต่เป็นผลกำไรต่อซัพพลายเชนทั้งหมดในอุตสาหกรรมการบินด้วย.

https://www.prachachat.net/news_deta...sid=1489391622
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off


Similar Threads
Thread Thread Starter Forum Replies Last Post
LONDON | Projects & Construction wjfox City/Metro Compilations 24060 Today 12:11 AM
[Bratislava] Full Summary of Projects alien Bratislava 636 October 3rd, 2018 01:45 PM
Aston University Student Residences | 18fl | Comp. Biosonic Completed Projects 840 January 7th, 2012 02:48 AM
DEVELOPMENT SUMMARY - Sunderland and Durham Forum PROJECTS Listing Newcastle Historian Sunderland and Durham 0 March 2nd, 2010 04:41 PM
DEVELOPMENT SUMMARY - Teesside Forum PROJECTS Listing Newcastle Historian Teesside 0 October 14th, 2009 10:54 PM


All times are GMT +2. The time now is 12:52 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us