Rayong | High Speed Train - Page 76 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old September 29th, 2019, 09:20 PM   #1501
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

ปีก่อนรถไฟจะให้เอกชนทุบ ตอนนี้รัฐต้องมาทุบเอง

ไม่ทราบว่า TOR ประมูลจริงเป็นยังไง

ฝากติ่งไปช่วยแกะดู จะได้รู้ว่าใครผิด
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 29th, 2019, 09:31 PM   #1502
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

สั่งขุนคลังต่อสาย “เจบิก” เคลียร์ปมไฮสปีด

แจงปมไม่ค้ำประกันเงินกู้ไฮสปีด 3 สนามบิน ยันเคลียร์ ซี.พี.ประเด็นส่งมอบพื้นที่เรียบร้อย มั่นใจได้เซ็นสัญญาหวังจุดพลุความเชื่อมั่นต่างประเทศ

นายสมคิดกล่าวว่า สำหรับในส่วนของการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ก็จะต้องผลักดันให้โครงการเดินหน้าไปตามแผน โดยเฉพาะโครงการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ

“กรณีโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เอกชนจะไม่เซ็นสัญญา เราก็ช่วยเต็มที่ ปัญหาเงื่อนไขการเงินก็ไม่น่าติดอะไรแล้ว เพราะกรณีที่ต่างประเทศต้องการให้รัฐค้ำประกันเงินกู้นั้นคงทำไม่ได้ เพราะโครงการเซฟอยู่แล้ว เป็นโครงการของรัฐและจ่ายเงินผ่านอีอีซี ซึ่งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีคลัง (นายอุตตม สาวนายน) ต่อสายทำความเข้าใจกับทางเจบิกแล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร” นายสมคิดกล่าวและว่า

ส่วนเรื่องปัญหาการส่งมอบพื้นที่ตามเส้นทางไฮปีดซึ่งทางกลุ่ม ซี.พี.ต้องการให้ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดก่อนนั้น การทำโครงการขนาดใหญ่แบบนี้คงทำไม่ได้ ซึ่งก็ได้มีการเคลียร์กับทางผู้บริหาร ซี.พี.แล้วว่าจะส่งมอบโดยแบ่งเป็นท่อน ๆ ซึ่ง ร.ฟ.ท.ก็เห็นด้วยก็น่าจะเริ่มได้ ซึ่งก็เข้าใจว่าทางกลุ่ม ซี.พี.ประมูลได้ในราคาต่ำ กำไรน้อย ก็ต้องมีการเจรจาต่อรองเต็มที่

“อย่างไรก็ตามถ้าโครงการไฮสปีดเซ็นไม่ได้ไม่ใช่ว่าซี.พี.เสียหาย แต่ประเทศที่เสียหาย แต่ผมมองโลกในแง่ดี หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในกำหนด”

29/9/2562 https://www.prachachat.net/economy/news-375935
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 02:44 PM   #1503
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

“บิ๊กตู่” ขอตอบหลังประชุมบอร์ดอีอีซีบ่ายนี้จะเซ็นสัญญาไฮสปีดกับ ซี.พี.15 ต.ค.นี้หรือไม่

วันที่ 30 September 2019

หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำหนดเดดไลน์ให้กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. โดยให้รัฐอุดหนุน 117,227 ล้านบาท ให้มาลงนามในสัญญาภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้



ผู้สื่อข่าว ”ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค อย่างเป็นทางการ

โดยถามว่าจะได้เซ็นสัญญาไฮสปีดเทรนกับกลุ่ม ซี.พี.ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวสั้นๆ ว่าขอดูผลประชุมคณะกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือบอร์ดอีอีซีบ่ายวันนี้ก่อน

https://www.prachachat.net/property/news-376084
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 30th, 2019, 02:46 PM   #1504
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,352
Likes (Received): 6810

ดีเดย์!! ลงนามแน่ไฮสปีด 3 สนามบิน 15 ต.ค.นี้ ส่งมอบพื้นที่ 72 % ใน1ปี
วันที่ 30 ก.ย. 2562 เวลา 18:25 น.

บอร์ดอีอีซี เดินหน้าลงนามรถไฟฟ้าความเร็วสูง3สนามบิน 15 ต.ค.นี้ ตีกรอบส่งมอบพื้นที่ 72% ภายใน1ปี ด้านมาบตาพุดเฟส3ลงนามเอกชน1 ต.ค.

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบการวางกำหนดการส่งมอบที่ดินในในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะต้องส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการ

สำหรับการย้ายสาธารณูปโภคมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้เพื่อสรุปแผนต่างๆ โดยเบื้องต้นให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซยาว 12 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 16 ฟุต

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย จะเร่งรัดย้ายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 จุด ย้ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงยาว 14 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 39 จุด ย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม.และกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อน้ำมันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม. รวมทั้งเร่งรัด พรฎ.เวนคืนที่ดิน พ.ศ.... ซึ่งจะทำให้การส่งมอบพื้นที่ในโครงการเป็นไปตามแผนงาน และโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ส่งหนังสือกลับไปให้กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง และพันธมิตร (CPH) ผู้ชนะการประมูลเอกชนเพื่อแจ้งถึงการส่งมอบพื้นที่ได้ทันที 72% หลังเซ็นสัญญาร่วมทุน เพราะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไม่ติดกับที่ดินที่ถูกบุกรุก พร้อมกำหนดให้กลุ่ม CPH ร่วมลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการนี้ ในวันที่ 15 ต.ค. 2562


อย่างไรก็ตามบอร์ดอีอีซียังได้รับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี ดังนี้ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 สัญญาร่วมทุนผ่าน ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอขอขยายเขตนิคมอุตสาหกรรมเข้าครม. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 และจะมีการลงนามกับเอกชนผู้ชนะประมูล คือ กลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) ในวันเดียวกัน

โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ศาลปกครองเห็นตาม คณะกรรมการคัดเลือก และ มติอุทธรณ์ของ กพอ. ไม่รับเอกสาร 2 กล่อง (กล่องข้อเสนอแผนธุรกิจ และกล่องข้อเสนอผลตอบแทนทางการเงิน) ของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง ซึ่งบริษัท ฯ ได้ไปยื่นคำร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการต่อโดยกำหนดพิจารณาเอกสารทางเทคนิคให้จบภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 และเปิดซองการเงิน เพื่อหาผู้เข้าเจรจาสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2562

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ Fศาลปกครอง มีมติให้ คำพิพากษา 1. ให้ถอนฟ้องคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ไม่ผ่านการประเมินในซองที่ 2 2.ให้การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการคัดเลือก ฯ มีคำสั่ง และให้มีผลต่อไป จนกว่า มีคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด 3.ให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กพอ.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฯ) 4. คณะกรรมการคัดเลือก ฯ จะเร่งดำเนินการต่อไป

https://www.posttoday.com/economy/news/602231
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 02:56 PM   #1505
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

ไฮสปีดซีพี ติดล็อกเวนคืนเต็มที่แค่ 72% สั่ง3กระทรวงสนธิกำลังรื้อท่อก๊าซ-เสาไฟฟ้า-ท่อประปา

วันที่ 30 September 2019

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ EEC ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้รับทราบและพิจารณา ความก้าวหน้าโครงการ EEC Project List 5 โครงการ ประกอบด้วย 1) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 นั้นสัญญาร่วมทุนได้ผ่าน ครม. ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอขอขยายเขตนิคมอุตสาหกรรมเข้า ครม. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยเอกชนพร้อมลงนามในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งศาลปกครองเห็นตาม คณะกรรมการคัดเลือก และมติอุทธรณ์ของบอร์ด EEC ไม่รับเอกสาร 2 กล่อง (กล่องข้อเสนอแผนธุรกิจ และกล่องข้อเสนอผลตอบแทนทางการเงิน) ของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง ซึ่งบริษัทฯ ได้ไปยื่นคำร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการต่อโดยกำหนดพิจารณาเอกสารทางเทคนิคให้จบภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 และเปิดซองการเงิน เพื่อหาผู้เข้าเจรจาสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและลงนามได้ภายในเดือนตุลาคม 2562


3) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งบอร์ด EEC รับทราบ การวางกำหนดการส่งมอบที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คือ ส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการ

และเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซ ยาว 12 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 16 จุด กระทรวงมหาดไทย เร่งรัด ย้ายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 จุด ย้ายเสาส่ง ไฟฟ้าแรงสูงยาว 14 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 39 จุด ย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม. และกระทรวงคมนาคม โดย รฟท.ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อน้ำมันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม. รวมทั้งเร่งรัด พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน พ.ศ. … ซึ่งจะทำให้การส่งมอบพื้นที่โครงการเป็นไปตามแผนงาน และโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย คาดว่าจะลงนามได้ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

4.) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F ซึ่งศาลปกครองมีมติให้คำพิพากษา ดังนี้ 1. ให้ถอนฟ้องคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ไม่ผ่านการประเมินในซองที่ 2
2.ให้การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีคำสั่ง และให้มีผลต่อไป จนกว่ามีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด
3.ให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กพอ.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ)
4.คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะเร่งดำเนินการต่อไป

https://www.prachachat.net/property/news-376254
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 03:29 PM   #1506
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,352
Likes (Received): 6810

"ศักดิ์สยาม" ยันรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินมาแน่ ชูสำเร็จผลงานโบว์แดง "บิ๊กตู่" เทียบ "ป๋าเปรม"
เผยแพร่: 30 ก.ย. 2562 18:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รมว.คมนาคม ย้ำรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินเกิดได้แน่ หากสำเร็จยกเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง “ลุงตู่” เทียบสมัย “ป่าเปรม” มี “อีสเทิร์นซีบอร์ด” สมัย “ประยุทธ์” มี “อีอีซี”

วันนี้ (30ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ว่า มติที่ประชุมวันนี้ เห็นชอบกับผลการเจรจาภายใต้กรอบเอกสารเชิญชวนเอกชนลงทุน (RFP) และออกหนังสือนัดบริษัทผู้ว่าจ้างมาลงนาม ซึ่งจะมีเงื่อนไขว่า การส่งมอบพื้นที่จะเป็นอย่างไร ปีแรกทันทีที่ลงนาม 70 เปอร์เซ็นต์ทำได้เลย หลังจากนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการโยกย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งมีเวลาให้ 18 เดือน ต้องแจ้งมาว่าจะทำเสร็จหรือไม่เสร็จอย่างไร แต่ถ้าไม่เสร็จ เราก็เปิดโอกาสให้ขยายเวลา โดยไม่มีการให้ชดใช้เงิน แต่พยายามจะทำให้จบ และเรื่องนี้ต้องทำทันที โดยบอร์ดเล็กของเรื่องนี้จะทำหน้าที่กำกับดูแล ซึ่งความจริงเขาก็คุยกันมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เป็นทางการ

ทั้งนี้ หลังจากที่กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (CPH) เขาประมูลได้ เขาก็ต้องรับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเอง ซึ่งเป็นไปตามที่ RFP กำหนด

เมื่อถามว่า ตกลงเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ไม่มีอะไรแล้ว ต้องรอดูวันที่ 15 ต.ค. ที่ CPH จะมาลงนามเซ็นสัญญา เมื่อถามว่าจะไม่มีอะไรที่จะมาทำให้การลงนามล่าช้าออกไปอีกใช่หรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เราได้เจรจาตามกรอบ RFP ครบถ้วนแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ว่าจ้างต้องออกหนังสือลงวันที่ในวันที่มาลงนามสัญญา ซึ่งเป็นหลักปกติในการดำเนินการกับรัฐ

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีกังวลอะไรในเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า นายกฯ เพียงแต่บอกว่า ให้ไปดูให้ดีว่าแผนที่จะให้มีการส่งมอบพื้นที่ขอให้ดำเนินการที่จะไม่ให้เป็นภาระของเอกชน แต่ขณะเดียวกันถ้ามีข้อจำกัดจริงๆ เราก็ขยายเวลา ไม่ปรับ

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ดูแล้วรัฐบาลพยายามอำนวยความสะดวกให้เอกชนเต็มที่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความจริง รัฐบาลอยากให้เรื่องนี้สำเร็จ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนี้ แต่ทุกเรื่องที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความมั่นใจได้

“เรื่องนี้ต้องเกิดให้ได้ ถ้าบริษัทที่หนึ่งไม่ได้ ก็ยังมีบริษัทที่สองอยู่ แต่เรายังคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะไปถึงบริษัทที่สอง น่าจะจบได้ที่บริษัทที่หนึ่ง เพราะทุกอย่างเจรจากันครบถ้วนหมดแล้ว เราหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญของประเทศไทย และหากโครงการนี้สำเร็จก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของนายกฯ ไม่ใช่ของผม หากเปรียบเทียบดูในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะมีโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด แต่สมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จะมีโครงการอีอีซีนี่แหละ เพราะฉะนั้นถือเป็นผลงานของนายกฯ”

https://mgronline.com/politics/detail/9620000094260
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 09:07 PM   #1507
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

บอร์ดรถไฟฯพร้อมใจกันลาออกยกชุดมีผลทันทีพรุ่งนี้

30 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 15:27 น.


30 ก.ย.62-นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือบอร์ด รฟท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบุว่าการประชุมวันนี้เป็นการประชุมสรุปผลการทำงานของบอร์ดในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งบอร์ด รฟท.ได้มีการยื่นใบลาออกทั้งหมด และได้แจ้งการลาออก ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทราบแล้ว โดยการลาออกจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการลาออกไม่ได้มีแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง โดยบอร์ดกำหนดกรอบเวลาที่จะมีการลาออกสิ้นเดือนกันยายนมาระยะหนึ่งแล้ว ยอมรับว่าบอร์ดชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา หรือในยุค คสช. เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม หากจะมีการลาออกเพื่อให้กระทรวงคมนาคมสามารถแต่งตั้งบุคคลเข้าไปเป็นบอร์ดช่วยขับเคลื่อนนโยบายตามที่ตั้งเป้าหมายไว้


นายกุลิศ กล่าวว่าสิ่งที่ยอมรับว่ายังมีความเป็นห่วงและฝากให้บอร์ดชุดต่อไปรีบเข้ามาช่วยสานต่อ นอกจากปัญหาคดีค่าโง่โฮปเวลล์แล้ว ก็มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ปัจจุบันนี้ประสบปัญหาล่าช้าจากการบุกรุกพื้นที่โครงการ ความล่าช้าในส่วนของการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ขณะที่การประกอบตัวรถไฟฟ้าเริ่มทยอยเสร็จแล้ว ในส่วนนี้ยอมรับว่ามีความกังวลว่าโครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ทันในต้นปี 2564 ตามเป้าหมายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ที่ต้องไปเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบังที่อยู่ระหว่างการเตรียมก่อสร้างเฟสใหม่ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นทางรถไฟควรจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนท่าเรือ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์เชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำเต็มกำลังของผมแล้ว ที่เหลือหลังจากนี้คงต้องรอให้คณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาเร่งดำเนินการสานต่อ" นายกุลิศ กล่าว

สำหรับประเด็นปัญหาการลงนามในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกระทรวงคมนาคมขีดเส้นให้กลุ่มซีพีต้องมาลงนามวันที่ 15 ตุลาคมนี้ และมีความกังวลว่าหากการลงนามไม่เกิดขึ้นจะต้องมีการเปลี่ยนเอกชนที่ประมูลได้คะแนนรองลงมาเข้ามาดำเนินการแทนจะเกิดความยุ่งยากหรือไม่ ในช่วงที่ รฟท. ไม่มีคณะกรรมการฯ

มองว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ด รฟท.ในช่วงที่ผ่านอยู่แล้ว เนื่องจากโครงการมีคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ดำเนินการและมีการรายงานผลดำเนินการลงสู่คณะกรรมการอีอีซีชุดใหญ่เลย

https://www.thaipost.net/main/detail/46956
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 1st, 2019, 02:11 PM   #1508
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

“บิ๊กป๊อก” เรียกปลัดมท.ถกด่วน ส่งมอบพื้นที่ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน ชง ครม.เศรษฐกิจ

วันที่ 1 October 2019

วันที่ 1 ตุลาตม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ให้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบถามมาเพียงว่าอยู่ในเขตปกครองอะไรเพื่อออกพ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินตามอำนาจหน้าที่


นอกจากนี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการคือ การไฟฟ้า ปะปา และกทม. ซึ่งตนและปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเร่งประชุมให้เร็วที่สุดแล้วเอาปริมาณงานที่มีทั้งหมดมาดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อจะสามารถทำให้เร็วที่สุดได้แค่ไหน โดยจะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

https://www.prachachat.net/property/news-376483
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 1st, 2019, 08:43 PM   #1509
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

ศักดิ์สยาม ลั่นขีดเส้นCPHเซ็นสัญญารถไฟเชื่อมสามสนามบิน15 ต.ค.นี้

1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1 ต.ค. 62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)โดยคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่าทราประชุมเห็นชอบกับผลการเจรจาภายใต้กรอบเอกสารเชิญชวนเอกชนลงทุน (RFP) และออกหนังสือนัดกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (CPH) มาลงนาม ในวันที่ 15 ต.ค.นี้


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าถึงกรณีหากจะมีการฟ้องร้องกันนั้น เรื่องทางอัยการสูงสุดก็ช่วยดูตอนนี้มันเจรจาหมดแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ และภาครัฐเดินตามกรอบ RFP แต่ถ้าผู้รับจ้างมองว่มีปัญหาก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้

พร้อมมองว่าเวลาที่เหลืออีก15 วันเพียงพอต่อการลงนามสัญญา เพราะทั้ง2ฝ่ายก็ต้องเตรียมตัวกันอยู่แล้วไม่ควรอ้างว่าเตรียมตัวไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็ต้องเชิญผู้เสนอราคารายที่ 2 มาเจรจาต่อ

“ซึ่งหากไม่มาลงนามตามกำหนดไว้จะถูกริบหลักประกันซองมูลค่า 2,000 ล้านบาทตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่ในเอกสาร RPF ข้อ 56.5 ได้มีการระบุถึงกรณีการริบเงินหลักประกันซองได้แก่

1.ผู้ยื่นข้อเสนอขอถอนเอกสารข้อเสนอของตนในช่วงเวลาที่เอกสารข้อเสนอยังไม่หมดอายุ

2.ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยอมรับการแก้ไขข้อมูลที่เสนอไป ตามที่ระบุไว้ในข้อ 46.การแก้ไขข้อผิดพลาด และ

3.ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่ไม่ดำเนินการลงนามในสัญญาร่วมทุน หรือยื่นหลักประกันสัญญา ตามข้อ 57.1 รวมถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการพร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำต่อไป”นายศักดิ์สยาม กล่าว

อย่างไรก็ตามหากมีการลงนามในสัญญาวันที่ 15 ต.ค.นี้ รฟท. ก็จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อดำเนินการเรื่องของการย้ายสาธารณูปโภคให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือนเพื่อดำเนินการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เอกชนอย่างน้อย 50% ของพื้นที่ทั้งหมด ภายใน1 ปีซึ่งตรงตามข้อกำหนดในRFP แต่ในแผนการส่งมอบพื้นที่คาดว่า รฟท.จะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ถึง 70%

“เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไปดูให้เกิดความเป็นธรรม ให้ดำเนินการไปตามแผนงานให้เรียบร้อย”นายศักดิ์สยาม กล่าว

https://www.thaipost.net/main/detail/47023
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 1st, 2019, 09:04 PM   #1510
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

“สมคิด” แย้มไฮสปีดเทรนอาจลงนามก่อน 15 ต.ค.

1 ต.ค. 2562 16:00 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วันนี้ (1 ตุลาคม) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (ร่วมทุนระหว่าง บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 70% กับ บ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด 30%) เพื่อพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 3 (ช่วงที่ 1)

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็น 1 ใน 5 โครงสร้างพื้นฐานหลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ EEC Project List ที่ได้มีการลงนามร่วมลงทุนกับเอกชนที่ชนะประมูล เป็นโครงการแรกที่จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นสูงและการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)

ในอนาคตที่จะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนและประคองเศรษฐกิจไทยให้อยู่ได้ ส่วนอีก 4 โครงการจะทยอยลงนามกับเอกชนต่อไป โดยในส่วนของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคาดว่าจะมีการลงนามได้ก่อน 15 ต.ค.นี้ และยืนยันว่าตนไม่ได้กดดันกลุ่มกิจการร่วมค้า บ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตรหรือกลุ่มซีพีให้ลงนามแต่อย่างใด


https://mgronline.com/business/detail/9620000094560
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 1st, 2019, 09:48 PM   #1511
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 2nd, 2019, 06:02 PM   #1512
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,384
Likes (Received): 3203

Dilemma for CP on the contract signing for High Speed train connecting 3 airports - If signing, they are going to bear the heavy initial cost while they failed to get the deal of U-Tapao Airport to get revenue to finance the construction cost - not signing means being blacklisted for government contracts in addition to the confication of 2 billion Baht deposit https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/849369
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 3rd, 2019, 01:35 PM   #1513
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

“ไฮสปีด” ติดหล่มที่ดินรถไฟ วิบากกรรมสัมปทานเมกะโปรเจ็กต์ “โฮปเวลล์-แอร์พอร์ตลิงก์-สายสีแดง”

วันที่ 3 October 2019

การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา พาดยาว 220 กม. ที่กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง และนำมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการต่อรองก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

ดูแล้วน่าจะเป็นหนังม้วนยาวในเมื่อเวลาเป็นสิ่งมีค่าสำหรับ “กลุ่ม ซี.พี.” ที่ต้องการได้พื้นที่ว่างโล่งพร้อมสร้าง 100% หวังเร่งงานให้เสร็จ 5 ปีตามเดดไลน์ เพราะถ้าเกินจากนี้อาจจะถูกปรับวันละ 9 ล้านบาท ขณะเดียวกัน รัฐชดเชยให้แค่เวลาแต่ไม่ได้ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นระหว่างทางให้

ส่งมอบพื้นที่ได้หมด 1-2 ปี

ขณะที่คณะกรรมการคัดเลือกโครงการมี “วรวุฒิ มาลา” รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นประธานเคลียร์ชัดนัดล่าสุดวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา มีพื้นที่พร้อมส่งมอบ 50% ที่เหลือจะทยอยส่งมอบภายใน 1-2 ปี

นั่นหมายความว่า มีพื้นที่ว่างตรงไหนก็ให้ “กลุ่ม ซี.พี.” เคลียร์พื้นที่เปิดไซต์ก่อสร้างได้ทันทีหลังเซ็นสัญญา ส่วนที่ติดปัญหาจะทยอยเคลียร์และออกหนังสือเริ่มต้นสัญญาโครงการ



จาก 4.4 พันไร่ พร้อมทันที 50%

“แผนส่งมอบพื้นที่ต้องใช้ก่อสร้าง 3,571 ไร่ รวมเวนคืน 850 ไร่ เป็น 4,421 ไร่ ขณะนี้มีความสมบูรณ์ 50% เช่น สถานีมักกะสัน 100 ไร่ และที่ว่างในแนวเส้นทาง 100 กม. เป็นไปตามทีโออาร์ประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนกำหนด ร.ฟ.ท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ให้ได้ก่อน 50% เป็นไปไม่ได้จะส่งมอบ 100% โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นสาระสำคัญช่วงพญาไท-ดอนเมือง และช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ที่ยังติดผู้บุกรุกและระบบสาธารณูปโภคต้องใช้เวลาในการเคลียร์” นายวรวุฒิกล่าว และว่า

การส่งมอบพื้นที่ที่ถกเถียงกันมี 2 ส่วนสำคัญ คือ พื้นที่บนดิน เช่น สิ่งปลูกสร้าง ผู้บุกรุก ซึ่ง ร.ฟ.ท.มีหน้าที่ในการจัดการกับผู้บุกรุก ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่เหลือ เช่น บ้านของผู้บุกรุก เอกชนจะต้องเป็นผู้รื้อถอน เป็นต้น

และส่วนของพื้นที่ใต้ดิน ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบสาธารณูปโภค ในทีโออาร์ให้ทั้ง ร.ฟ.ท.และเอกชนต้องช่วยกันประสานงานกับเจ้าของระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น เสาไฟฟ้าแรงสูง ท่อประปา ท่อระบายน้ำ ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ

โดย ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้แจ้งกับเจ้าของจะต้องใช้พื้นที่ตรงไหน และต้องย้ายอะไรออก ซึ่งต้องดูแบบก่อสร้างของเอกชนก่อน โดยเจ้าของสาธารณูปโภคจะเป็นผู้รื้อเอง แต่อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะแต่ละหน่วยมีขั้นตอนต้องขออนุมัติ

รถไฟรื้อเองซากโฮปเวลล์

“ตอม่อโฮปเวลล์ 228 ต้น ร.ฟ.ท.จะรื้อถอนเองเพราะเป็นเจ้าของและยังติดพันการดำเนินคดี ต้องขอจัดสรรงบฯ แต่ถ้าเอกชนจะดำเนินการไปก่อนมาเบิกเงินคืนภายหลังก็ได้ ส่วนพื้นที่เวนคืนไม่มีอะไรหนักใจรอออก พ.ร.ฎ.เวนคืนและประเมินราคา” นายวรวุฒิกล่าวย้ำ

การที่ “กลุ่ม ซี.พี.” ต้องคิดหนักเพราะที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ติดหล่มที่ดินของรถไฟ จนทำให้ต้นทุนก่อสร้างบานตะไท

สารพัดโปรเจ็กต์ติดปมที่ดิน

ไม่ว่าจะเป็น “โฮปเวลล์” อภิมหาโปรเจ็กต์ 8 หมื่นล้านบาทที่ล่มสลายกลายเป็นมหากาพย์ค่าโง่ลากยาว 30 ปี โดยเหตุผลหนึ่งที่ “บริษัทโฮปเวลล์” เอกชนคู่สัญญานำมาเป็นข้ออ้างที่ไม่สามารถผลักดันโครงการให้สำเร็จได้ คือ การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าจาก ร.ฟ.ท.

อีกโปรเจ็กต์ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์” ช่วงพญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กม. ที่รัฐทุ่มลงทุนสร้างเพื่อรับสนามบินสวรรณภูมิ โครงการนี้ได้กลุ่ม บี.กริมฯ-ซีเมนส์-ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งฯ เป็นผู้ก่อสร้างและจัดหาระบบและขบวนรถไฟฟ้า ด้วยวงเงิน 25,900 ล้านบาท

ซิโน-ไทยฯเจ๊กอั้ก 1.7 พันล้าน

ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่งานภาคก่อสร้าง มี “ซิโน-ไทยฯ” ธุรกิจรับเหมา “ตระกูลชาญวีรกูล” เป็นผู้ก่อสร้าง นับจากเริ่มตอกเข็มก็มีปัญหาส่งมอบพื้นที่ตลอดช่วงอายุสัญญา โดยเฉพาะช่วง “มักกะสัน-พญาไท” จนต้องขอต่อเวลาเพิ่มอีก 730 วัน ทำให้โครงการสร้างล่าช้า 2 ปี

นอกจากจะกระทบแผนเปิดบริการแล้ว ยังทำให้ “ซิโน-ไทยฯ” ขาดทุนยับจากโครงการนี้ 1,700 ล้านบาท จากที่ประเมินจะมีกำไร 5-6% แม้ว่าจะได้ค่าเค 721 ล้านบาท เป็นการชดเชยจากรัฐ และได้รับการยกเว้นไม่เสียค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทก็ตาม

สายสีแดงขอทั้งเวลา-ค่าชดเชย

ล่าสุด “รถไฟฟ้าสายสีแดง” ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กม. ก็ติดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ในแนวเส้นทางที่มีทั้งรื้อท่อน้ำมัน ผู้บุกรุก จนผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง “ยูนิคฯ-ซิโน-ไทยฯ-อิตาเลียนไทยฯ” พร้อมใจกันขอขยายเวลาและค่าชดเชยจาก ร.ฟ.ท.กว่า 9 พันล้านบาท

ขณะที่โครงการมีกำหนดทดลองเปิดบริการปลายปี 2563 จนถึงขณะนี้ ร.ฟ.ท.ยังเคลียร์ผู้บุกรุกไซต์สถานีกลางบางซื่อไม่จบคิดเป็นพื้นที่ 35 ไร่ เพิ่งมาออกโรงฮึ่ม ๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าผู้บุกรุกเพิ่งโผล่มาใหม่หรือมีใครอยู่เบื้องหลังถึงปักหลักยืนหยัดมานานขนาดนี้

เป็นความเสี่ยงที่บริหารจัดการได้ยากและประเมินค่าไม่ได้

เช่นเดียวกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่กลุ่ม ซี.พี.กำลังจะเผชิญ

งานนี้ “กลุ่ม ซี.พี.” เตรียมงบฯ 2,850 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นมาจากวงเงินก่อสร้างที่ยื่นเสนอขอรัฐอุดหนุน 117,227 ล้านบาท สำหรับรื้อถอนสิ่งกีดขวางพ้นแนวเส้นทาง

เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อให้งานก่อสร้างเสร็จทันเวลา 5 ปี เพื่อปิดจุดเสี่ยงโครงการ

https://www.prachachat.net/property/news-377343

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 3rd, 2019, 02:15 PM   #1514
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

ไฮสปีดจ่อขยับ จับซีพีตอกเข็ม

3 Oct 2019

รฟท. ยันส่งมอบพื้นที่ล็อตแรก 3,000 ไร่ ภายใน 1 เดือนนับจากเซ็นสัญญา เปิดทางกลุ่มซีพีลงพื้นที่ตอกเข็มมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 9/2562 เห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามในสัญญากับกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) วันที่ 15 ตุลาคม 2562

สะท้อนความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีว่า การตอกเสาเข็มต้นแรกของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอนาคตอันใกล้หากไม่มีเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น

ขณะความล่าช้าเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ที่กลุ่มซีพี พยายามนำมาเป็นเงื่อนไขยื้อเซ็นสัญญา ที่ว่ารฟท.ต้องส่งมอบพื้นที่ 100% ล่าสุด ได้ข้อยุติกพอ.มอบให้รฟท. เร่งส่งมอบพื้นที่ 72% ภายใน 1 ปี ส่วนพื้นที่ไหนไม่ติดปัญหาก็สามารถลงมือได้ทันที ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในเชิงรุกของกพอ.เพื่อให้อีอีซีขับเคลื่อนได้ในครั้งนี้ ประเมินว่ากลุ่มซีพีน่าจะเซ็นสัญญาตามนัด มั่นใจ100% ซีพีมาตามนัด

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รฟท.มั่นใจ 100% ว่าวันที่ 15 ตุลาคม 2562 กลุ่มซีพี จะลงนามร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน

เนื่องจากรฟท. เตรียมส่งมอบพื้นที่ล็อตแรกที่ปราศจากสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3,000 ไร่ ภายใน 1 เดือนนับจาก ลงนามในสัญญา ช่วยให้กลุ่มซีพี เข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ทันที

ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณช่วงปลาย โครงการสนามบินอู่ตะเภา พัทยา และพื้นที่อื่นๆบางบริเวณขณะพื้นที่ที่ยังติดปัญหากรณีบุกรุก เขตทางรถไฟ มี 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงตั้งแต่ ดอนเมือง-ฉะเชิงเทรา ประมาณ 200-300 ครอบครัว และ ช่วงบริเวณสถานีศรีราชา อีก จำนวนหนึ่งนับ 100 ครอบครัว

เร็วๆนี้ รฟท.เตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่ โดยเริ่มจากช่วงดอนเมืองเป็นต้นไป เจรจาปรับแนวท่อสำหรับการเจรจาการรื้อย้ายสาธารณูปโภค เช่นท่อส่งนํ้ามัน ท่อส่งก๊าซ กับ ปตท. เสาไฟฟ้ากับ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ท่อประปากับการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค เป็นต้น จะใช้วิธีออกแบบ หลบแนวเส้นทางไฮสปีด ส่วนค่าใช้จ่ายรื้อย้ายเอกชนตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้“

กพอ. เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซยาว 12 กม. ยกเสาไฟฟ้าแรงสูง 16 จุด กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม. และกระทรวงคมนาคมโดย รฟท.ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อนํ้ามันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม .”

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า มั่นใจจะสามารถส่งมอบที่ดิน 72% และที่ยังติดปัญหาได้ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการส่วนสัญญาแนบท้ายกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ เช่น ใช้เวลา 2 ปีในการแก้ปัญหาบุกรุก

รวมถึงการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเพื่อส่งมอบพื้นที่ ได้ถูกยกเลิกไปสำหรับพื้นที่เวนคืน 850 ไร่ 12 แปลง ส่วนใหญ่ อยู่ในพื้นที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา 400 ไร่ จำนวน 1 แปลง เพื่อก่อสร้างสถานีและอู่ซ่อม พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวน คืนที่ดิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาประเมินว่าอีกไม่นาน น่าจะประกาศใช้

ตอม่อโฮปเวลล์ ซีพีต้องจ่ายแหล่งข่าวจากรฟท.เสริมว่า ส่วนตอม่อโฮปเวลล์ จำนวน 200 ต้น มูลค่า 200 ล้านบาทยืนยันว่าเอกชนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและรื้อถอนซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณ บางซื่อ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา กพอ. ได้เร่งรัดให้รฟท.ดำเนินการ จัดทำแผนการส่งมอบพื้นที่ให้ได้มากที่สุดและพร้อมเซ็นสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ด้านความก้าวหน้าโครงการอีอีซี

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยว่าภายในปีนี้ โครงการขนาดใหญ่ได้รับอนุมัติโครงสร้างพื้นฐานอยู่ระหว่างการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังมีการเซ็นสัญญาขณะไฮสปีดของรฟท. ก็จะมีการลงนาม กับกลุ่มซีพี วันที่ 15 ตุลาคมนี้

ซึ่งเชื่อว่าราคาที่ดินจะขยับอีก รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนที่ ก้าวเข้ามาใน 3 จังหวัดอีอีซี

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3510 วันที่ 3-5 ตุลาคม 2562

https://www.thansettakij.com/content/411127
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 3rd, 2019, 06:36 PM   #1515
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

“อนุทิน” ไม่คิดแตกหักซีพี ยันเดินหน้า รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อประโยชน์ชาติ

วันที่ 3 ตุลาคม 2562

“อนุทิน” ไม่คิดแตกหักซีพี ยันเดินหน้า รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อประโยชน์ชาติ

วันที่ 3 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าในโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกำหนดให้กลุ่มบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูลหรือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ต้องมาเซ็นรับงานในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ว่า มีการสื่อสารว่าตนหักกับกลุ่ม CP แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ขอให้เข้าใจว่าในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ จำเป็นต้องทำงาน หากอยู่เฉยๆ จะจ้างตนทำไม และกลุ่ม CPH ก็ชนะการประมูลมาจะครบปีแล้ว จำเป็นต้องเดินหน้ากันเสียที

ทั้งนี้ เมื่อทางเอกชนเสนอราคาต่ำสุดถูกกว่าคู่แข่งประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ก็ต้องยอมรับว่าภาครัฐเองยังตะลึงกับราคานี้ และพอใจมาก แน่นอนว่าพร้อมจะช่วยเหลือฝ่ายเอกชน แต่ก็ขอให้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้ นอกจากนี้เรามองถึงอนาคต เนื่องจากหากเซ็นรับงานไปทำแล้ว รู้ราคาแน่นอน ทางเอกชนจะได้ไปคุยกับซัพพลายเออร์ได้ งานจะได้เดินหน้า


“การดำเนินการให้ CPH มาเซ็นรับงาน เป็นการทำเพื่อชาติ เพราะถ้ารถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังคาราคาซังกันอยู่ จะไปลดทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน ที่จะมาลงทุนในโครงการ EEC โครงการทั้งหมดจะเกิดปัญหาทันที ดังนั้น ผมจำเป็นต้องทำ โครงการอื่นที่เกี่ยวกับ EEC ภาครัฐเดินหน้าเต็มที่ การที่เราออกจดหมายเรียกกลุ่ม CPH มาเซ็นสัญญา ก็เท่ากับทางนั้นรับทราบไปหมด” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าทางกลุ่ม CPH ต้องการให้รัฐ ส่งมอบพื้นที่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงจะลงนามสัญญาก่อสร้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตามสัญญากำหนดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ไว้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ และตอนนี้รัฐก็ทำได้ตามสัญญา ถ้าจะขอเพิ่มไปกว่านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ดูแลรับผิดชอบ ต้องไม่ยอมแน่นอน

ส่วนที่บอกว่ากลุ่ม CPH กำลังหาแหล่งทุน อันนั้นไม่ทราบ เป็นเรื่องของเอกชน แต่ส่วนตัวมองว่าทางผู้ชนะการประมูล แค่ต้องการเงื่อนไขที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพฝ่ายเอกชนทำโครงการนี้ได้แน่นอน และขอยืนยันว่าภาครัฐจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตาม TOR

คิดว่าวันที่ 15 ต.ค. กลุ่ม CPH มาลงนามสัญญาก่อสร้างแน่นอน เพราะหากไม่มาจะต้องโดนแบล็กลิสต์จากรัฐ เป็นการเสียชื่อบริษัท ยิ่งกว่านั้นหมายถึงว่านอกจาก CP แล้ว กลุ่มบริษัทที่ร่วมทุนทั้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ.ช.การช่าง และบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ ก็จะได้รับผลกระทบในการประมูลงานรัฐในอนาคตด้วย เรียกว่าผลเสียมหาศาลจริงๆ

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2942027
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 3rd, 2019, 07:48 PM   #1516
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

พลังงานชงผลประชุมรื้อถอนสิ่งกีดขวางไฮสปีดอีอีซีเข้าบอร์ดบริหารอีอีซี 7ต.ค.

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน
เปิดเผยถึงผลการประชุมติดตามความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางในเส้นทางการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงe
(ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา)
ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่กลุ่มซีพีชนะการประมูล
ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ภายในระยะเวลา 1 ปี ว่า
จากการประชุมร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
และการรถไฟแห่งประเทศ
ไทย(รฟท.)

ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการกำหนดพื้นที่ของรฟท.ที่หน่วยงานด้านพลังงานจะต้องรื้อถอน 2
พื้นที่ คือ ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ และช่วงบางซื่อ-พญาไท
โดยที่ประชุมรายงานเบื้องต้นว่า ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ
มีท่อน้ำมันของบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ เอฟพีที และบริษัท
ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด(แทปไลน์) รวมอยู่ด้วย
ส่วนท่อก๊าซของปตท.นั้นจะไปพิจารณาข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้ง
ขณะที่กฟผ.รายงานสายส่งที่ต้องรื้อถอนรวม 16 จุด

นายกุลิศกล่าวว่า หลังจากนี้ทั้ง 3
หน่วยงานและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะไปหารือในรายละเอียดร่วมกัน
โดยจะยึดสัญญาของรฟท.ที่ให้เอกชนเช่าพื้นที่ว่ามีรายละเอียดอย่างไร กรณีต้องรื้อถอน
การเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เก่าไปพื้นที่ใหม่ผู้ให้เช่าหรือผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไ
ขณะเดียวกันต้องดูรายละเอียดการตั้งในพื้นที่ใหม่ว่าจะต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)อีกหรือไม่ม
หากทำก็จะใช้เวลานานพอสมควร

“วันที่ 7 ตุลาคม
จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน
โดยที่ประชุมจะมีการพิจารณาถึงแผนการรื้อถอนสิ่งกีดขวางเส้นทางก่อสร้างไฮสปีดอีอีซี
ตามมติกพอ. ซึ่งกระทรวงพลังงานโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
จะเสนอความคืบหน้าจากการประชุมครั้งนี้ให้ที่ประชุมดังกล่าวรับทราบ”นายกุลิศกล่าว

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.
จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า
ในการหารือกับภาครัฐเพื่อรื้อถอนหรือเปลี่ยนเส้นทางท่อส่งน้ำมันและท่อก๊าซธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม"
3 สนามบิน คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา หรือโครงการไฮสปีดเทรน
เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคน้ำมันและภาคอุตสาหกรรมนั้น
รูปแบบการดำเนินการอาจทำได้หลายส่วน อาทิ
การโยกย้ายปรับเปลี่ยนสิ่งติดตั้งไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมแทน
ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นหน้าที่ของเอกชนผู้ดำเนินธุรกิจตามสัญญาที่ตกลงกันไว้=
ซึ่งในรายละเอียดต่างๆ จะต้องมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

3/10/2562 https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1697527
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2019, 09:03 AM   #1517
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,384
Likes (Received): 3203

เปิดพื้นที่ก่อสร้าง 'ไฮสปีดเทรน' มหาโหด ทุบตึกกรมทางหลวง-รพ.รามา!
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 4 ตุลาคม 2562 เวลา 10:36

เปิดพื้นที่อุปสรรคในการก่อสร้างไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ของกลุ่มซีพี คาดจะเซ็นสัญญาได้ภายใน 15 ตค.นี้ ตามที่ 'เสี่ยหนู' กำหนดเส้นตายไว้ ระบุ พื้นที่มหาโหดจะอยู่ช่วงพญาไทไปจนถึง รพ.วิชัยยุทธ ที่ก่อสร้างเป็นอุโมงค์ ชี้ต้องทุบอาคารและปั๊มน้ำมันในกรมทางหลวง รวมทั้งตึกพยาบาลในโรงพยาบาลรามาฯ ด้าน FPT เจ้าของท่อส่งน้ำมัน บ่นอุบงานนี้หืดขึ้นคอ ขณะที่ท่อไซฟอนของ กทม.ปัญหาหนักอกซีพี-ร.ฟ.ท. ส่วนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง กฟผ.500 KV เพื่อเชื่อมกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคตะวันออกทั้งหมดและภาคกลางเพื่อความมั่นคงของพลังงานไทยจะทำอย่างไร!

ในที่สุดกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มCPH) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร ต้องมาเซ็นสัญญาโครงการนี้แน่นอน เพียงแต่ว่าจะเป็นวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งเป็นเส้นตาย (Deadline) ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบกระทรวงคมนาคม กำหนดไว้หรือไม่?

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า เวลานี้ยังมีบางส่วนที่ทั้งกลุ่มซีพี และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน จึงจะใช้เวลาจากนี้ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม ประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาที่ยังไม่สามารถสรุปได้ให้แล้วเสร็จ เพื่อจะได้ลงนามในสัญญาได้ทัน แต่ถ้าการเจรจายังไม่ชัดเจนก็อาจจะมีการขยับเวลาเซ็นสัญญาไปบ้าง

“ทุกอย่างต้องชัดเจน ถ้าเข้าใจตรงกันได้เร็วก็อาจเซ็นก่อน 15 ตุลาฯ หรือวันที่ 15 ตุลาฯ ตามกำหนด แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็อาจเลื่อนออกไปได้บ้าง ก็ไม่ใช่เพื่อจะช่วยกลุ่มซีพี แต่ต้องการให้โครงการนี้เกิดได้ การรถไฟฯ ก็จะต้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐให้มากที่สุด”


อย่างไรก็ดี สิ่งที่กลุ่มซีพีมีความกังวลในเรื่องของการส่งมอบที่ดิน เพราะมีอุปสรรคในเรื่องของการรื้อย้ายสาธารณูปโภคต่างๆ และการบุกรุกของประชาชน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปทำการก่อสร้างได้ หรือถ้าก่อสร้างได้ ก็จะทำได้เป็นจุดๆ แล้วก็ต้องหยุดไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้อีก ซึ่งจะทำให้กลุ่มซีพีต้องแบกรับดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งเป็นภาระด้านต้นทุนที่สูงอยู่แล้วเพิ่มมากขึ้น ทาง ร.ฟ.ท.ก็ได้เร่งรัดเพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว

เราบอกส่งมอบที่ดินได้ถึง 72% แต่กลุ่มซีพีก็ยังไม่เข้าใจอีกว่า 72% คิดอย่างไร เป็นที่ดินที่พร้อมทำงานได้เลยมั้ย เพราะเดิม ร.ฟ.ท.กับซีพี กำหนดส่งมอบที่ดินเป็น 2 ส่วน คือพื้นที่พร้อมส่งมอบ กับพื้นที่ส่งมอบภายหลัง เราก็ต้องนำปัญหาที่ดินมานั่งคุยกันให้ชัดเจน”

โดยที่ดินพร้อมส่งมอบนั้น ที่มีการเจรจาไว้ก่อนหน้านี้ก็คือ พื้นที่ที่มีอุปสรรคในเรื่องของการรื้อย้ายสาธารณูปโภค เมื่อส่งมอบมาให้แล้วทาง ร.ฟ.ท.และกลุ่มซีพี จะต้องไปร่วมกันย้ายสิ่งที่เป็นอุปสรรคด้วยกัน เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่พร้อมทำงานก่อสร้างได้

“พื้นที่ประเภทอุปสรรคมีจำนวนมาก และบางแห่งจะย้ายยากมากๆ ซึ่งรถไฟฯ ก็มีความหนักใจ แม้จะเป็นเจ้าของพื้นที่ก็จริง แต่การจะไปให้หน่วยงานอื่นที่มาขอใช้พื้นที่รื้อย้าย ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ติดอุปสรรคเยอะมากๆ และบางแห่งก็ยังไม่ได้ไปบอกให้เขารู้ว่าต้องรื้อย้าย“

แต่หลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับทราบการวางกำหนดส่งมอบที่ดินโครงการไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน ที่มีการรายงานว่า ร.ฟ.ท.จะส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างได้ และรับทราบถึงอุปสรรคต่างๆ จึงได้มีการเร่งรัดให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการร่วมกับ ร.ฟ.ท.หาทางรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่หน่วยงานนั้นๆ เป็นเจ้าของและเป็นอุปสรรคในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

“บิ๊กตู่ลงมาดำเนินการเรื่องนี้เอง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน ลงมาช่วยกัน ก็ทำให้กลุ่มซีพีรู้สึกมั่นใจว่าน่าจะสามารถเข้าไปทำการก่อสร้างในพื้นที่ได้”

โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โดยเรียก ร.ฟ.ท.และหน่วยงานในสังกัด ทั้งการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร ฯลฯ มาร่วมประชุมหารือกัน ว่าตรงไหนเป็นอุปสรรคก็ให้รีบไปดำเนินการแก้ไขเพื่อให้โครงการนี้เกิดได้


แหล่งข่าวบอกอีกว่า ในการก่อสร้างไฮสปีดเทรน หากจะพูดถึงการทำงานช่วงต่อขยายจากพญาไท-ดอนเมือง เป็นระยะทางแค่ 21 กิโลเมตร ถือเป็นช่วงที่มหาโหดที่สุด โดยเฉพาะจุดเริ่มต้นจากพญาไท ซึ่งเป็นพื้นที่แคบ จะต้องมีการรื้อรางรถไฟสายตะวันออกที่ปัจจุบันยังใช้วิ่งอยู่ทั้ง 2 ราง ออกไป 1 ราง โดยพื้นที่จากกำแพงแนวเขตรถไฟ ขยับเข้ามาจนถึงรางรถไฟ ประมาณ 1 เมตร จะมีท่อส่งน้ำมันใต้ดินขนาด 14 นิ้ว เพื่อใช้ส่งน้ำมันไปในสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ของบริษัท Fuel Pipeline Transportation Limited : FPT วางขนานแนวเส้นทางรถไฟ ซึ่งจะต้องรื้อย้ายหรือขยับไปตรงอื่นก่อน เพื่อให้กลุ่มซีพีเข้ามาทำการเปิดหน้าดินเพื่อสร้างอุโมงค์ วิ่งแบบคลองแห้ง (Open Trench and Cut & Cover Tunnel) ซึ่งเหมือนถนนลอดทางแยก เป็นผนังสองข้าง ผ่านสถานีจิตรลดา ไปจนถึงโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ที่จะก่อสร้างเป็นอุโมงค์ขนาด 17 เมตร เพื่อให้รถไฟไฮสปีดวิ่งไปและกลับ และจะมีบางช่วงต้องก่อสร้างเป็น 2 อุโมงค์เพื่อให้สายสีแดง Missing Link วิ่งไปด้วยกัน

“จะมีเปิดหน้าดินลึกลงไปถึง 10 เมตร จากกิโลเมตรที่ 0 +700 จะเป็นอุโมงค์ยาวไปถึงวิชัยยุทธ แต่ตรงพญาไทถึงแยกกรมทางหลวงช่วงถนนพระรามที่ ๖ พื้นที่จะถูกบีบเหลือ 6-7 เมตร และเมื่อข้ามถนนพระรามที่ ๖ ไปจะพบตึกกรมทางหลวง และปั๊มน้ำมันของกรมทางหลวง ตรงนั้นต้องทุบทิ้งแน่นอน เพราะเป็นช่วงวงเลี้ยวของไฮสปีดที่ต้องใช้พื้นที่เยอะมาก”

ขณะเดียวกัน บริษัท FPT ซึ่งเป็นเจ้าของท่อส่งน้ำมัน ก็ได้มาพูดคุยกับ ร.ฟ.ท.และยอมรับว่าการโยกย้ายท่อส่งน้ำมันตรงจุดพญาไท ข้ามฝั่งไปพระรามที่ ๖ เป็นเรื่องที่ยากที่สุด เพราะจะต้องหาพื้นที่บริเวณเดียวกันขยับไปสร้างเป็นท่อส่งน้ำมันชั่วคราว และอุปสรรคใหญ่จะเป็นช่วงถนนพระรามที่ ๖ ที่รถวิ่งไปมา จะย้ายท่อชั่วคราวมาไว้เหนือพื้นดินก็ไม่สามารถทำได้

“FPT บอกขั้นตอนรื้อย้ายลำบาก และหนักใจ เพราะเป็นท่อแรงดันสูง ส่งไปจ่ายที่คลังน้ำมันเครื่องบินตรงข้ามดอนเมือง แต่ก็ต้องไปหาแนวทางให้ได้ และท่อส่งน้ำมันนี้เป็นท่อสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี กว่าจะได้ท่อ เพราะการรื้อครั้งนี้ต้องรื้อไปถึงดอนเมืองด้วย”

อีกทั้งเมื่อเปิดหน้าดินด้านหลังกรมทางหลวงผ่านแยกศรีอยุธยาหลังกระทรวงการต่างประเทศ และขุดอุโมงค์ยาวไปจนถึงหลังโรงพยาบาลรามาฯ ก็จะเจออุปสรรค ทั้งระบบระบายน้ำ(ในถนน) และบ่อสูบน้ำหลังโรงพยาบาลรามาฯ และในแนวเขตนั้น จะมีอาคารสูงซึ่งเป็นที่พักของพยาบาลภายในโรงพยาบาล น่าจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างไฮสปีดเทรนเช่นกัน

“ร.ฟ.ท.ยังไม่ได้ไปคุยกับทางโรงพยาบาลรามาฯ อาจจะต้องมีการทุบตึกหรืออาคารพักของพยาบาล เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการก่อสร้างได้ แต่เชื่อว่าจำเป็นจริงๆ ทางรามาฯ คงเข้าใจและหาทางออกร่วมกัน”

นอกจากนี้ในบริเวณนี้จะมีสาธารณูปโภคที่ต้องรื้อย้ายอีกก็คือท่อส่งน้ำของการประปานครหลวง และท่อระบายน้ำต่างๆ ของ กทม.อีก 3-4 แห่ง แต่ที่จะมีปัญหายากที่สุดอีกจุดหนึ่งก็คือ เรื่องของระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นท่อไซฟอน ใต้คลองบางซื่อเพื่อส่งเข้าโรงบำบัดที่ดินแดง

“ปัญหาคือท่อไซฟอนกว้าง 1.8 เมตร ลึงลงไปในคลอง ซึ่งการก่อสร้างต้องขุดลึกลงไปถึงตัวท่อแน่ เพราะตัวอุโมงค์ไฮสปีดจะอยู่ต่ำกว่าคลอง เราจะต้องไปรื้อท่อไซฟอนให้ขึ้นมาอยู่ท้องคลอง แต่ปัญหาด้วยสภาวะแรงดันของท่อจะทำให้วิ่งไปถึงโรงบำบัดน้ำเสียดินแดงได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ กทม.จะต้องเข้ามาตรวจสอบและแก้ปัญหาให้ ส่วนเหนือท่อไซฟอน ตรงนี้ก็จะมีท่อส่งน้ำของการประปานครหลวง (ท่อสีฟ้า) และเหนือขึ้นไป (ท่อสีขาว) ก็จะเป็นท่อส่งน้ำมันของบริษัท FPT จึงต้องแก้ปัญหาร่วมกัน”

แหล่งข่าวบอกอีกว่า ส่วนบริเวณจากสถานีบางซื่อไปยังดอนเมือง ยังมีปัญหาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230KV ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.) พาดผ่านรางรถไฟ ซึ่งเป็นสายไฟขนาดใหญ่มาก แม้จะเป็น 230 KV แต่เป็นสายวงจรคู่ สองชั้น รวมแล้ว 4 วงจร ที่เชื่อมกับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียวที่อยู่ใจกลาง กทม. จึงถือว่ามีความสำคัญในระดับ National Grid

“ตรงนี้อาจจะไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะไฮสปีดเทรนอยู่ในระดับเดียวกันกับสายสีแดง ส่วนรถไฟไทย-จีน จะอยู่เหนือขึ้นไป ซึ่งอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้างก็ไปแก้ไขในเวลานั้น แต่ไฮสปีดเทรน ก็คงต้องปรึกษา กฟผ.เพื่อให้งานเดินได้”

ที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคในการก่อสร้างเช่นกันก็คือท่อส่งน้ำมันและท่อส่งก๊าซ ที่เป็นของ ปตท. ซึ่งเป็นท่อที่เตรียมการไว้เพื่อใช้ในศูนย์ราชการ แต่ในวันนี้ยังไม่ได้มีการเปิดใช้ แต่ ปตท. มีการดูแลและบำรุงรักษามาตลอด

“ท่อก๊าซ ปตท.จะอยู่ตรงสถานีดอนเมือง ซึ่งเป็นจุดที่ไฮสปีดจะไปก่อสร้างพอดี แต่เชื่อว่า ปตท.ไม่มีปัญหาที่จะทำการรื้อย้าย เพื่อให้กลุ่มซีพีเข้าไปทำการก่อสร้างได้ และอีกหนึ่งจุดตรงสถานีหลักสี่ ถนนวิภาวดีฯ มุ่งหน้าดอนเมือง ท่อของ ปตท.ก็จะอยู่ด้านซ้าย ก็ต้องมีการรื้อย้ายเช่นกัน”


ขณะที่เสาตอม่อของโครงการโฮปเวลล์เดิม จำนวน 300 ต้นนั้น ในด้านวิศวกรรมไม่มีปัญหาเรื่องการรื้อย้าย เพียงแต่เสียเวลาและลำบากมากในการลำเลียงออกไปทิ้งได้ทางรถไฟเพียงทางเดียว จึงเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้การก่อสร้างล่าช้าได้เช่นกัน

ดังนั้นในการก่อสร้างไฮสปีดเทรนสายนี้ แหล่งข่าวบอกว่า การก่อสร้างจากพญาไท ไปถึงดอนเมือง เพียงแค่ 21 กิโลเมตรจะต้องใช้เวลาทำงานเท่ากับการก่อสร้างจากพญาไทถึงอู่ตะเภา 200 กม. เป็นเพราะพื้นที่จำกัด ถ้าเป็นการก่อสร้างบนพื้นดินปกติ การหลบท่อน้ำมัน หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ก็จะทำได้ง่ายกว่าช่วงที่ต้องขุดเปิดหน้าดินทำอุโมงค์ให้รถวิ่งได้


อย่างไรก็ดี ในการก่อสร้างจากสุวรรณภูมิไปจนถึงอู่ตะเภา ตามเส้นทางนั้น ส่วนที่จะเป็นอุปสรรค ยังคงเป็นท่อน้ำมัน Thapp Line ระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร แต่ที่จะเป็นปัญหามากที่สุดก็คือตรงที่เป็น Block Station และส่วนที่เป็น Block Valve ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างจำนวนมาก ตรงนี้ต้องรื้อกันแน่ๆ

อีกทั้งยังมีสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอีก 16 จุดจากฉะเชิงเทราถึงพัทยา และปัญหาหลักคือเป็นจุดตัดที่สายส่งไฟแรงสูงขวางทางรถไฟ เพราะรถไฟไฮสปีดเทรน เป็นรถไฟก่อสร้างยกระดับ และสายอยู่ในอากาศ ซึ่งเป็นเหตุให้ตัวของรถไฟจะติดกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เป็นเรื่องที่รื้อย้ายก็ยาก และสายส่งแรงสูง 2 เส้นอยู่ติดกัน ก็เป็นอันตรายต่อการเดินรถได้ด้วย

“ปัญหาที่หนักใจมากคือ มีสายส่งไฟฟ้า 500 KV อยู่ 1 สายส่ง ถือเป็นโครงข่ายระดับชาติ (National Grid) ที่มีความสำคัญ เพราะถือเป็นระดับกระดูกสันหลัง (Backbone) ที่เชื่อมต่อกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคตะวันออกทั้งหมดกับโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าภาคกลาง เพราะตรงนั้นคือพลังงานไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงของระบบ”

นี่คือความยากลำบากที่กลุ่มซีพีต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะทำให้การก่อสร้างเดินหน้าได้โดยไม่ไปกระทบโครงสร้างต่างๆ ที่มีอยู่ ซึ่งประเด็นนี้เชื่อว่ากระทรวงพลังงานและกฟผ.จะเข้ามาช่วยดูแล รวมไปถึงสายส่งไฟฟ้าแรงงาน 230 KV อีก 16 จุด

“ส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสายส่งขนาด 115 KV จำนวน 12 จุด และ 24 KV อีก 100 กว่าจุด ไม่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างไฮสปีด เพราะขนาด 115 KV เป็นเสาปูนสูง 14 เมตร เท่านั้น”

สำหรับเรื่องของการเวนคืนที่ดิน เพื่อการก่อสร้างสถานีแห่งใหม่ที่ฉะเชิงเทรา และ บริเวณที่ต้องเวนคืนอื่นๆ เชื่อว่า ร.ฟ.ท.จะสามารถดำเนินการให้ได้ จึงเป็นเรื่องที่ ร.ฟ.ท.และกลุ่มซีพีต้องเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้เพื่อให้การเซ็นสัญญาดำเนินโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน เกิดขึ้นได้ทันวันที่ 15 ตุลาคมนี้ แต่หากไม่ทันจริงๆ ว่ากันว่ารัฐบาลบิ๊กตู่ก็ยังให้โอกาสกลุ่มซีพี เพราะมั่นใจว่าโครงการนี้ถึงอย่างไรกลุ่มซีพีก็ต้องเซ็นสัญญาแน่นอน!
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2019, 01:44 PM   #1518
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,384
Likes (Received): 3203

Obstructive elements lying ahead for the construction of High Speed train connecting 3 Airports - need to make a serious discusion with minitry of Energy along with MEA, PEA, EGAT, PTT, BMA



1. Phyathai - Donmueang - 20 km that took the same time period as constructing the line from Suvannabhum - U-Tapao which is about 200 km long





1. Phyathai - Donmueang - 20 km that took the same time period as constructing the line from Suvannabhum - U-Tapao which is about 200 km long
1.1 Slum dwellers on Railway land
1.2 Jet fuel pipelines of FPT from Wat Samian Naree to Donmueang International airport (11 km) along with the oil pipelines of FPT along railway track near Samsen station (3 km) and oil pipelines of FPT at Chitladda Triangle near Rama 6 road
1.3 PTT Gas station and Highway Dept
1.4 Water pump building of Ramadhibodee Hospital.
1.5 the Nurse Dormitory of Ramadhibodee Hospital.
1.6 BMA Giant tunnel at Bangsue and siphon pipeline under Samsen canal
1.7 MWA Water Main pipelines
1.8 EGAT's 500 KVAC power lines and power poles connecting to North Bangkok Power
1.9 MEA's 12-24 KVAC power lines and power poles near Donmueang
1.10 Hopewell's 200 pillars
1.11 Oil and Gas pipelines of PTT

After clearing the obstructive elements, next on the line is to dig the tunnels for both High Speed trains for 3 airports and red line commuter extension from Phyathai to the area behind VIjaiyut Hospital with 10 meter depth and 4 km long

2. Makkasan - Suvannabhum
2.1 Slum dwellers on Railway land
2.2 railway tracks and turnouts
2.3 EGAT's 230 KVAC power lines and power poles
2.4 Jet fuel pipelines of FPT to Suvannabhum International airport
2.5 MEA's 12-24 KVAC power lines and power poles near Ladkrabang




3. Suvannabhum - U-Tapao
3.1 EGAT's 500 KVAC power lines and power poles from Bang Pakong Power Plant - critical one since this one is National Grid
3.2 EGAT's 230 KVAC power lines and power poles
3.3 Oil Pipelines of TAP Line with the distance of 44 km from Lad Krabang road km 68 including block stations and block valves
3.4 New land for New Chachoengsao station - 1 km North of existing Chachoengsao Junciton
3.5 Old Telegraph Poles of SRT from Lad Krabang station (77 km)
3.6 Powerlines of PEA (11 points)
Land transfers by SRT must be 72% done in 1 year - and government will work to facilitate CP to handle the construction

Further discussion with Big Too will be held on 7 October 2019
https://www.prachachat.net/property/news-377948
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1697527
https://mgronline.com/specialscoop/detail/9620000095565
https://www.ryt9.com/s/iq03/3050557
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1697527
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; October 4th, 2019 at 02:39 PM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2019, 01:52 PM   #1519
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

"อนุทิน" ลั่นผลักดันไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินเกิดในรัฐบาลนี้ ขู่ CPH ทำตามสัญญา อย่าสร้างเงื่อนไขเพิ่ม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า หากผู้ชนะการประมูล คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ไม่ฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่กำหนดเซ็นสัญญาในวันที่ 15 ต.ค.นี้นอกจากจะถูกยึดเงินประกัน ยังจะถูกพิจารณาเป็นผู้ละทิ้งงาน และโดนขึ้นบัญชีไม่ให้ประมูลงานกับภาครัฐอีกต่อไป ผลเสียมากมายมหาศาล และยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อผู้ชนะการประมูล ไม่ดำเนินการ ภาครัฐต้องไปเรียกผู้ชนะการประมูลอันดับ 2 มาแทน ซึ่งราคาที่เสนอมาแพงกว่าของผู้ชนะรายแรกประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ส่วนต่างตรงนี้ กลุ่ม CPH ต้องจ่าย

ทั้งนี้ เมื่อเห็นราคาของคู่แข่งรายอื่นสูงกว่ามาก แล้วจะมาตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพราะภาครัฐทำตามกฎกรอบการประมูล ฝ่ายเอกชนก็ต้องทำตามด้วย

"ต้องทำความเข้าใจว่างานสร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เป็นงานที่มีความสำคัญมาก เป็นประตูสู่ EEC ซึ่งความคืบหน้าของโครงการรถไฟ จะเป็นสิ่งยืนยันความจริงจังที่รัฐบาลมีต่อโครงการ EEC ดังนั้น โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ก็ต้องเกิด เช่นเดียวกับการสร้างท่าเรือ และสาธารณูปโภคอื่น สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย มีโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด เป็นที่เชิดหน้าชูตา วันนี้ในยุคของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านจะเป็นผู้ก่อตั้ง EEC คนสำคัญ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต นี่จะเป็นตำนานของท่าน และท่านเอาจริงกับโครงการนี้"

นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า ทางภาครัฐมีความพร้อมเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกให้แก่เอกชนผู้ชนะประมูล เพียงแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา

4/10/2562 https://www.ryt9.com/s/iq03/3050557
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2019, 02:15 PM   #1520
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,358
Likes (Received): 6263

รถไฟถก 7 หน่วยทำแผนรื้อย้ายสิ่งกีดขวางไฮสปีดซี.พี.ส่ง “บิ๊กตู่” ดู 7 ต.ค.นี้

วันที่ 4 October 2019

นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ได้นัดหมาย 7 หน่วยงานที่มีระบบสาธารณูปโภคฝังอยู่ใต้ดินและอยู่บนแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท มาหารือและร่วมกันทำแผนรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคประเภทต่างๆ

ทั้ง 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร (กทม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

สำหรับระบบสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรค ยังไม่พบอะไรเพิ่มเติม ยังเป็นสิ่งเดิมที่เคยระบุไป ซึ่งประกอบไปด้วย 1.ท่อน้ำมันของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) 2 จุด ในจุดแรก ท่อน้ำมันวางขนานกับแนวเส้นทางบริเวณคลองแห้ง 3 กม. และอีกช่วงหนึ่ง ท่อบางส่วนทับแนวเส้นทางบริเวณโค้งถ.พระราม 6 เป็นจุดตัดอีก 2 จุด

2.ท่อน้ำมันของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (แทปไลน์) 1 จุด ขนานกับแนวเส้นทาง ช่วงลาดกระบัง กม. 68 มุ่งหน้าไปอู่ตะเภา เป็นแนวยาว 40 กม. และ 3.ท่อก๊าซของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 1 จุด ทับแนวเส้นทางช่วงหน้าวัดเสมียนนารี – สนามบินดอนเมือง ระยะทาง 11 กม.

นอกจากท่อน้ำมันและท่อก๊าซ ยังมีสายไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( EGAT) กระจายตลอดแนวเส้นทาง 16 จุด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อีก 11 จุด ส่วนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มี 2 จุด คือ มีสายไฟแรงสูงที่ขนานกับเส้นทางช่วงสนามบินดอนเมือง 1 จุด และช่วงลาดกระบังอีก 1 จุด

อาคารไซฟ่อน (คลองส่งน้ำ) ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร บริเวณคลองสามเสนและท่อระบายน้ำขนาดใหญ่อีก 1 จุด ทับแนวเส้นทาง 1 จุด และเสาโทรเลข ของ ร.ฟ.ท. ตั้งเป็นแนวยาว 77 กม. บริเวณลาดกระบัง

หลังจากนี้ ทั้ง 7 หน่วยงานจะต้องกลับไปทำแผนระบุพิกัดตำแหน่งและสิ่งที่กีดขวางให้ชัดเจน โดย กทม. กฟผ. กฟน. กฟภ. และการประปาจะต้องเสนอแผนให้พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนบริษัท ปตท. จะต้องเสนอแผนให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรับทราบ ก่อนที่ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ จะรายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) รับทราบต่อไป

“ได้รับทราบมาว่า ในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.) นายกรัฐมนตรีจะเรียกดูแผนส่งมอบพื้นที่โดยเฉพาะในส่วนของการรื้อย้ายระบบสาธาณูปโภคซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของโครงการ จึงได้ให้แต่ละหน่วยงานไปทำแผนของตัวเองเสนอให้รัฐมนตรีต้นสังกัดของแต่ละหน่วยงานรับทราบ นับเป็นเรื่องที่ดีที่พลเอกอนุพงษ์และนายสนธิรัตน์ลงมาช่วยกวดขันงานในส่วนนี้” นายสุจิตต์กล่าว

https://www.prachachat.net/property/news-377948
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:46 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us