Rayong | High Speed Train - Page 81 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old October 24th, 2019, 07:05 AM   #1601
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,491
Likes (Received): 6828

"อนุทิน"ปลื้ม! ปิดจ็อบเซ็นสัญญารถไฟ 3 สนามบินสำเร็จ
วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.01 น.

"อนุทิน"ปลื้ม! ปิดจ็อบเซ็นสัญญารถไฟ 3 สนามบินสำเร็จ ช่วยรักษาผลประโยชน์รัฐ ก่อนปล่อยมุก สบายใจไม่ต้องควักค่าทุบโฮปเวลล์เอง ขณะที่ "รฟท.-กลุ่มซีพี" พร้อมพันธมิตรลงนามสัญญาร่วมลงทุนเรียบร้อย


วันที่ 24 ต.ค.2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำกับดูแลงานด้านคมนาคม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ระบุว่า วันนี้ (24 ต.ค.62) จะมีการเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญและมีผลต่ออนาคตการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โครงการที่จะนำการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวนมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อครั้งโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ผมมีความสุขที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งให้เกิดการลงนามในสัญญาวันนี้ได้ 1.สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลก ที่เฝ้ารอดูการการเกิดขึ้นของโครงการนี้ 2.รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ได้ ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท 3.จะมีการลงทุนและการจ้างงานในโครงการนี้ มูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท และ การพัฒนาที่ดิน การก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนการจัดทำโครงการ โรงงานต่างๆ อีกมาก ซึ่งคาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ เป็นการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของประชาชน และประเทศไทย 4.โครงการนี้ จะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทย ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ถ้าจำกันได้ ผมเคยพูดว่าผมจะสนับสนุนให้มีการลงนามในสัญญาโครงการนี้ให้ได้ โดยให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด หากผู้ที่ชนะการประมูล คือ CPH มีปัญหาอุปสรรคตรงไหน อย่างไร ผมจะพยายามแก้ไข และ เคลียร์ให้ได้มากที่สุด ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งผมได้ทำตามที่พูดไว้แล้ว คือ จะมีการลงนามในสัญญาฉบับนี้ ในวันนี้แล้ว และมั่นใจว่าผมได้รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ไว้ สำคัญที่สุด ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ริเริ่มโครงการนี้ และผู้ปฏิบัติทุกท่านที่ช่วยกันคิดหาแนวทางที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น และ ขอบคุณ CPH ที่มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศไทยของเรา

สุดท้าย ที่สบายใจ คือ การลงนามสัญญาวันนี้ ผมไม่ต้องจ่ายเงินส่วนตัวทุบเสาตอม่อโฮปเวลล์ เพราะคู่สัญญาคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย กับ CPH ตกลงกันได้แล้ว ขอบคุณที่สุดคือ ประชาชน และ สื่อมวลชน ที่ช่วยกันตรวจสอบ และสนับสนุน การทำงานของรัฐบาล

รฟท.-กลุ่มซีพีพร้อมพันธมิตรลงนามสัญญาร่วมลงทุนเรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสาม สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า การลงนามสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลอย่างรัดกุมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานโดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฎว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา


สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร (กม.) โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็งสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตรา ใน 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วิธีการทำงานในโครงการด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

https://www.banmuang.co.th/news/politic/167603
https://www.facebook.com/AnutinC/pos...747724?__xts__
https://www.facebook.com/AnutinC/pho...type=3&theater








“อนุทิน”ยิ้มลงนามไฮสปีดเทรน 3 สนามบินวันนี้ เชื่อ 2 ปีเริ่มตอกเสาเข็ม ย้ำมุ่งทำงานให้เสร็จ อย่ามัวดูข้อได้เปรียบเสียเปรียบของสัญญา
เผยแพร่: 24 ต.ค. 2562 11:04 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“อนุทิน” เผยหลังลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินวันนี้ ยังมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะลงมือตอกเสาเข็ม โดยเฉพาะการโยกย้ายสิ่งกีดขวางเพื่อส่งมอบพื้นที่ คาดใช้เวลา 2 ปีครบ 100% เชื่อผ่านฉลุยทุกขั้นตอน โดยต้องมุ่งหวังให้งานเสร็จ ไม่ใช่มัวแต่ดูข้อได้เปรียบเสียเปรียบของสัญญา

เมื่อเวลา 09.15 น.วันนี้(24 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการฯ ในช่วงบ่ายของวันนี้ว่า หลังจากลงนามแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการ ดังนั้น กว่าจะตอกเข็มได้คงอีกนาน หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องไปจ้างที่ปรึกษาโครงการฯ โดยยังมีหลายขั้นตอน เช่น การออกแบบการก่อสร้าง สั่งซื้อรถไฟ การดำเนินการย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางการก่อสร้าง ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องทำตามสัญญา และเป็นไปตามกำหนดเวลา คาดต้องใช้เวลาในการรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง หรือกว่าจะส่งมอบพื้นที่ได้ร้อยละ 100 คงใช้เวลาเกือบ 2 ปี ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในเรื่องของการทำงาน อย่างไรก็ตาม จะต้องมุ่งหวังให้งานสำเร็จ ไม่ใช่มัวแต่ดูที่ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบของสัญญา เพราะงานก่อสร้างจะต้องเป็นวิศวกรที่ดำเนินการ ไม่ใช่ดำเนินการโดยนักกฎหมาย

นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการทุบเสาตอม่อโฮปเวลล์ เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า เรื่องนี้เกิดก่อนที่พวกตนเข้ามาทำงาน แต่ก็ยึดว่าอะไรที่รักษาประโยชน์ของบ้านเมืองได้ เราก็จะทำงานเต็มที่ ส่วนรายละเอียดเรื่องสัญญาต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องหารือและปรึกษากับสำนักอัยการสูงสุด กฤษฏีกา เพื่อดูในเรื่องการจ่ายค่าชดเชย หรือค่าโง่ที่สื่อชอบใช้

https://mgronline.com/politics/detail/9620000102128






'เสี่ยหนู'เริงร่าได้ฤกษ์เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบินมั่นใจไม่เกิน2ปีตอกเสาเข็มได้

24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 10:59 น.

24ต.ค.62-เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการฯ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ (24ต.ค.) ว่า หลังจากลงนามแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการ ดังนั้น กว่าจะตอกเข็มได้คงอีกนาน หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องไปจ้างที่ปรึกษาโครงการฯ โดยยังมีหลายขั้นตอน เช่น การออกแบบการก่อสร้างสั่งซื้อรถไฟ การดำเนินการย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางการก่อสร้าง
"ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องทำตามสัญญา และเป็นไปตามกำหนดเวลา คาดต้องใช้เวลาในการรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง หรือกว่าจะส่งมอบพื้นที่ได้ร้อยละ 100 คงใช้เวลาเกือบ 2 ปี ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในเรื่องของการทำงาน อย่างไรก็ตาม จะต้องมุ่งหวังให้งานสำเร็จ ไม่ใช่มัวแต่ดูที่ข้อได้เปรียบ เสียเปรียบของสัญญา เพราะงานก่อสร้างจะต้องเป็นวิศวกรที่ดำเนินการ ไม่ใช่ดำเนินการโดยนักกฎหมาย"
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการทุบเสาตอม่อโฮปเวลล์ เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ว่า เรื่องนี้เกิดก่อนที่พวกตนเข้ามาทำงาน แต่ก็ยึดว่าอะไรที่รักษาประโยชน์ของบ้านเมืองได้ เราจะทำงานเต็มที่ ส่วนรายละเอียดเรื่องสัญญาต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องหารือและปรึกษากับสำนักอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดูในเรื่องการจ่ายค่าชดเชย หรือค่าโง่ที่สื่อชอบใช้เรียก

https://www.thaipost.net/main/detail/48762

Last edited by wwc234; October 24th, 2019 at 11:21 AM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 24th, 2019, 07:09 AM   #1602
farich
Registered User
 
farich's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 279
Likes (Received): 83

Quote:
Originally Posted by Nevadaboy View Post
อยากเห็น พณ อาคม ในงานนี้มากเลยครับ
สำหรับผม ท่านมีส่วนสำคัญกับโครงการนี้มากๆ
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

น่าจะเชิญมาด้วยนะ มีส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการมากๆ เชิญมาๆ
farich no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 10:14 AM   #1603
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,491
Likes (Received): 6828

เซ็นเรียบร้อยแล้ว #HighSpeedRail #รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน



https://www.facebook.com/ThaiRailNew...585095?__xts__


หน้าแรกเศรษฐกิจจรดปากกาเซ็นสัญญารถไฟ 'ไฮสปีดเทรน เชื่อม3สนามบิน (มีคลิป)
จรดปากกาเซ็นสัญญารถไฟ 'ไฮสปีดเทรน เชื่อม3สนามบิน (มีคลิป)
24 ตุลาคม 2562 14:14

รัฐบาลจัดพิธีลงนามโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)


https://www.youtube.com/watch?v=bBvhFfXk7xA
https://www.facebook.com/Thailand.In...312753?__xts__
https://www.facebook.com/Thailand.In...983423?__xts__
วันนี้ (24ต.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ -อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) (กลุ่ม CPH) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท

https://www.tnnthailand.com/content/19864


ชื่นมื่น...เซ็นแล้ว'ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
'24 Oct 2019


นับ1 เซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

เมื่อเวลา 13.45 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมี นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์

พร้อมกันนี้ในพิธีดังกล่าวยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน โดยมี นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ร่วมลงนาม นายวรวุฒิ เผยว่า การลงนามในสัญญาครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย นับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP Net Cost) มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท ซึ่งไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานนี้ โดยมีกรอบวงเงินที่ ครม.อนุมัติ 119,425 ล้านบาท ปรากฎว่าเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา นายศุภชัย เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่มีโอกาสร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด หรือ Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd” ซึ่งภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางประกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยะทางรวม 220 กม. โดยขบวนสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ คาดว่าจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท จะมีการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตราและการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปีข้างหน้า ที่สำคัญคือโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้มีควาทเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้

https://www.thansettakij.com/content/412831


รฟท. จับมือ ซีพีเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เซ็นสัญญาเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
24 ตุลาคม 2562 6
ได้ฤกษ์ลงนามสัญญาไอสปีดเทรนแลัว "นายกฯร่วมเป็นสักขีพยาน" ขณะที่กลุ่มซีพีชี้เป็นประวัติศาสตร์รัฐ-เอกชนร่วมโครงการใหญ่ระดับนานาชาติ

วันนี้ (24 ต.ค. 62) เวลา 13.45 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย โดย นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์

และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดย นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูง สายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851969




วันประวัติศาสตร์! นายกฯ ร่วมพิธีลงนามสร้างไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน
เผยแพร่: 24 ต.ค. 2562 15:41 ปรับปรุง: 24 ต.ค. 2562 16:53 โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ร.ฟ.ท.จับมือกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง (CPH) เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ 24 ต.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยนายวราวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

จากนั้นร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยนายคณิตศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าฯ กลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ หรือเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองวิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกงเข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร (กม.) โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยการลงนามสัญญาครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานโดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาทปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจกับก้าวหน้าของโครงการฯ เพราะเห็นว่าเราทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้มากว่า 2 ปีแล้ว วันนี้ถือเป็นการนับหนึ่งลงนามสัญญาในการเริ่มก่อสร้าง โดยมีหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมทั้ง 3 สนามบิน ยังเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นด้วย สำหรับภาพรวมในการลงทุนขั้นต้นกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไทย ทั้งในเรื่องทางบก รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทางอากาศ รวมถึงท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด ทั้งหมดคือการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ และวางอนาคตที่เป็นความร่วมมือของ 3 ประเทศร่วมกัน โดยวันนี้ยังมีอิตาลีมาร่วมด้วยในส่วนของการเดินรถ ตามสัญญาการร่วมทุน Public Private Partnership หรือ PPP ซึ่งเป็นการลงทุนใหม่ของเราที่มีกฎหมายกำกับควบคุมทุกตัว ขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจว่าเราเดินหน้ามาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเดินมาก้าวหนึ่งแล้ว และขอให้ทุกคนสนับสนุนให้เดินไปสู่ก้าวที่ 2 ให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการก่อสร้างคาดทุกอย่างจะเป็นไปตามสัญญา แต่ทั้งนี้เราได้หาทางออกไว้แล้วในกรณีที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างกรณีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเดิมที่กีดขวางในเส้นทางการก่อสร้างก็จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ในฐานะความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผลงานนี้ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ปัญหายังไม่จบ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้สานต่อในการเรื่องการลงนามสัญญาก่อร้าง


“ความมุ่งหมายเราจะต้องมองไปยังอนาคตข้างหน้า เพราะถ้ามองปัจจุบันก็จะเห็นแต่ปัญหาของเรา เห็นถึงการที่จะต้องดูแลประชาชนของเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่ม อาจไม่เร็วนัก เพราะจะต้องใช้เวลาก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญเมื่อสำเร็จ จะเกิดผลหลายอย่าง ทั้งผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องลดผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยทุกสถานีที่รถไฟจอดล้วนมีโอกาสเติบโตทั้งสิ้น ทำให้เกิดการเชื่อมต่อเส้นทางและเปิดพื้นที่เชื่อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ การขนส่งสินค้าเกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนรถไฟรางคู่ เครื่องบินก็จะมาจอดยังพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องห่วง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว




https://mgronline.com/politics/detail/9620000102267


วันประวัติศาสตร์! “บิ๊กตู่-เจ้าสัวซี.พี.” เซ็นสัญญาไฮสปีด3สนามบิน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-ญี่ปุ่น
วันที่ 24 October 2019 - 17:29 น.

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในสัญญาและบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท ระยะเวลา 50 ปี

โดยมีนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.), นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และตัวแทนบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ร่วมลงนาม

นายศุภชัยกล่าวว่า นับเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำ PPP โครงการกับภาครัฐ ซึ่ง กลุ่มซี.พี.ใช้เวลาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าประมูลโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี และเมื่อได้รับการคัดเลือกแล้วก็ต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองกับรัฐอีก 11 เดือน ทุกๆ อย่างและรายละเอียดต่างๆ ถือว่าเราร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่

สำหรับการเริ่มงานแอร์พอร์ตลิ้งก์จะเป็นช่วงที่เริ่มได้เร็วที่สุด เพราะมีเพียงการปรับปรุงบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่ยากที่สุดคือช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง – พญาไท และส่วนที่ยาวที่สุด คือช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ซึ่งมีความท้าทายแตกต่าง และต้องอาศัยความร่วมมือจาก ร.ฟ.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องร่วมมือกัน ยืนยันจะทำเต็มที่ และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างให้ได้ภายใน 1 ปี ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปีให้เสร็จ


“พาร์ทเนอร์ของเรา ทั้งอิตาเลียนไทย และ ช.การช่าง มีความสามารถด้านการก่อสร้างงานโยธาอยู่แล้ว ส่วน China Railway Construction Corporation Limited (CRCC) มีความเชี่ยวชาญด้านระบบรางและการบริหารของรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการจัดหาขบวนรถด้วย ด้าน FS (บริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี) เป็นผู้ที่มาร่วมในด้านการบริหารเดินรถพาร์ทเนอร์ แต่ละบริษัทมีความเข้มแข็งในด้านของตัวเอง แต่ยังไม่สรุปอะไร ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนภายใน”

ขณะที่แหล่งเงินกู้มีทั้งในและต่างประเทศ สำหรับต่างประเทศ มีธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) กับ China Development Bank (CDB) ซึ่งมาช่วยเป็นที่ปรึกษาและทำให้เราเข้าใจการลงนามในโครงการนี้มากขึ้น

“ภาคเอกชนกลัวที่สุด คือความเสี่ยงร่วมลงทุนใช้เงินกว่าแสนล้าน ถ้าทำแล้วขาดทุนจะไม่ใช่แค่แสนล้าน ทุกปีที่ขาดทุนต้องระดมทุนเข้าไป เรื่องนี้เราศึกษาอย่างละเอียดก็เชื่อมั่นว่าจะทำให้สำเร็จได้ โครงการนี้เป็น ppp โครงการแรกที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่และจากความยืดหยุ่นต่างๆ จะเป็นโครงการนำร่องไปยังโครงการอื่นๆ”

ทั้งนี้โครงการนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง

จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด” หรือ “Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.” เป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมลงทุน Public – Private – Partnership หรือ PPP ในครั้งนี้

โดยภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่างๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที

“นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่ภาคเอกชนได้ร่วมลงนามในสัญญาร่วมลงทุน PPP กับภาครัฐผลักดันให้เกิดโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ระดับนานาชาตินี้ขึ้นมาได้สำเร็จ“ นายศุภชัยกล่าว

นายคณิศกล่าวว่า เป็นความยินดีหลังจากทำงานในโครงการนี้มา 22 เดือน ต่อจากนี้ความสัมพันธ์ของรัฐและเอกชนจะเป็นไปในทางพาร์ทเนอร์ร่วมกัน ส่วนการเปิดเผยร่างสัญญาต้องรอฝ่ายกฎหมายของอีอีซีเป็นผู้เปิดเผยก่อน

ขณะที่การจ่ายเงินอุดหนุนโครงการ 117,227 ล้านบาท กระบวนการเดิมคือต้องสร้างเสร็จก่อน แล้วรัฐตรวจสอบจึงจะเริ่มจ่ายเงินส่วนนี้เมื่อเปิดเดินรถ แต่โครงการแบ่งเป็นท่อนๆ ใน RFP ไม่ได้ยึดติดว่าต้องทำเสร็จทั้งช่วง จึงจะจ่ายเงิน แต่ถ้าช่วงใดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถเปิดเดินรถได้ก่อนก็จะทยอยจ่ายอุดหนุนเฉพาะส่วนนั้นๆ ไปก่อน

ด้านนายวรวุฒิกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มต้นของการทำงานตามสัญญา 50 ปีของโครงการนี้ ยอมรับว่าหายเหนื่อย แต่ก็แค่พักเดียว เพราะหลังจากนี้มีอะไรต้องทำร่วมกันอีกมาก ต้องเหนื่อยกันอีก เพราะต้องลงรายละเอียดในเนื้องานของโครงการจริงๆ แล้ว

ส่วนการส่งมอบพื้นที่ของโครงการ ในส่วนของการพัฒนา TOD มักกะสัน และศรีราชา จะส่งหนังสือเริ่มดำเนินการ (NTP : Notice to Proceed) ได้ ก็เมื่อมีการส่งมอบหนังสือ NTP ให้เริ่มการก่อสร้าง เมื่อส่งมอบ NTP ก่อสร้างจึงจะออก NTP พัฒนา TOD

ทั้งนี้ การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง สาระสำคัญมี 2 เรื่อง คือ 1.การเคลียร์ผู้บุกรุก ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้จัดการ ส่วนเอกชนจะต้องเคลียร์ซากปรักหักพังต่างๆ และ 2.การเคลียร์พื้นที่ใต้ดินหรือระบบสาธารณูปโภค เอกชนต้องออกแบบให้เห็นแนวเส้นทางก่อน จากนั้นจึงจะเชิญหน่วยงานเจ้าของระบบสาธารณูปโภคทั้ง 8 หน่วยมาคุยกันว่าจะออกแบบอย่างไร ต้องหลบไหมหรือขยับอะไร ซึ่งหน้าที่การรื้อย้ายต่างๆ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของระบบนั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการ
https://www.prachachat.net/property/news-384033

ลงนามแล้ว!! ไฮสปีด3สนามบิน ปักหมุดรออีก 6 ปี ได้นั่งแน่นอน
วันที่ 24 ต.ค. 2562 เวลา 17:39 น.

"บิ๊กตู่" นั่งหัวโต๊ะ ลงนามรถไฟไฮสปีดอีอีซี ตอกเสาเข็มปลายปี'63 เปิดให้บริการภายในปี' 68 กระตุ้นเศรษฐกิจเอเชีย-สร้างงานนับแสนตำแหน่ง กลุ่มซีพีทุ่มลงทุนมักกะสัน 1.4 แสนล้านบาท เนรมิตอสังหาฯไฮเอนด์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงินลงทุน 2.4 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ว่า ถือเป็นโครงการที่สำคัญของประเทศ ทั้งการพัฒนาการคมนาคมทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การขยายเมืองใหม่ รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการก่อสร้างโครงการดังกล่าวนั้น เป็นไปตามที่สัญญากำหนดไว้

ทั้งนี้ได้เตรียมทางออกในการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่เป็นปัญหาไว้แล้ว เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานในเรื่องนี้

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นโครงการประวัติศาสตร์ที่จะพลิกโฉมไปสู่ยุคใหม่ของระบบรางประเทศไทย สนับสนุนการเดินทางแบบไร้รอยต่อระหว่างระบบขนส่งคมนาคม ไปพร้อมกับยกระดับไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งยังสะท้อนความแข็งแกร่งของความร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในภูมิภาคเอเซียเพื่อต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจโลก และเป็นครั้งแรกที่ผู้นำเทคโนโลยีรถไฟไฮสปีดอย่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน จับมือกันลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในประเทศที่สาม ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าสูงที่สุดตั้งแต่ไทยเคยพัฒนาระบบขนส่งมวลชน แน่นอนว่าไม่เพียงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนไทย ทั้งการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับโครงการไม่ต่ำกว่า 100,000 ตำแหน่ง แต่ยังเกิดประโยชน์กับประชากรเอเซียที่สามารถเดินทางถึงกันได้แบบไร้รอยต่อ ผ่านเส้นทางรถไฟไฮสปีดในไทย 2 สาย ได้แก่ ช่วงกรุงเทพ-หนองคาย และ ช่วงดอนเมือง-อู่ตะเภา

ด้านนายหยาง จินจุน รองประธานบริษัท China Railway Construction Corporation หรือ CRCC กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย ในวันที่การเดินทางสะดวกมากขึ้น ย่อมเป็นสิ่งจูงใจให้โอกาสไหลเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งผลประโยชน์ยังกระจายโอกาสไปยังเพื่อนบ้านในอาเซียนและมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจในทวีปเอเซียได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามรู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมลงทุนระหว่างจีน-ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง

ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร กล่าวว่า โครงการนี้ต้องเริ่มการก่อสร้างภายใน 12 เดือน และเสร็จภายใน 5 ปี คือเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงต.ค. 2563 และเปิดบริการในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งในส่วนของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นส่วนการก่อสร้างได้เร็วที่สุดเนื่องจากได้เตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูงไว้แล้ว ส่วนช่วงดอนเมือง-พญาไท และพื้นที่สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา น่าจะเป็นส่วนที่มอบพื้นที่ยากที่สุด

อย่างไรก็ตามด้านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บนที่ดินมักกะสันนั้นจะมีการลงทุน 140,000 ล้านบาท เน้นพัฒนาเป็นพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ ศูนย์วิจัยฯ รวมถึงรีเทล โรงแรม เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ด้านแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินกู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีธนาคารจากจีนและญี่ปุ่น รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย หากเป็นการกู้ในประเทศจะคิดเป็นค่าเงินบาท แต่ถ้านำเข้าจากต่างประเทศจะคิดเป็นเงินดอลลาสหรัฐ

สำหรับในโครงสร้างงานโยธามีสัดส่วน 65-70% ขณะที่งานระบบเทคโนโลยีอยู่ที่ 30-35% ซึ่งการแบ่งงานภายในกลุ่มพันธมิตร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) มีความสามารถในการก่อสร้างด้านโยธา ขณะที่บริษัท China Railway construction Corporation limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เชี่ยวชาญเรื่องระบบรางรถไฟความเร็วสูง การบริหารงานเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง และการจัดหาดำเนินการรถไฟ

ส่วนบริษัทจากประเทศอิตาลีมีความเชี่ยวชาญการบริการหลังจากเอาระบบรถไฟขึ้น ซึ่งพาร์ทเนอร์ทั้ง 3 หน่วยงานนั้น มีความเข้มแข็งส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นยังไม่สามารถบอกได้

นายคณิต แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า ส่วนแผนผลักดันโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อส่งทีมมาดูว่าโครงการนี้ควรนำเข้าระดมทุนในช่วงไหน ที่เหมาะสม

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า รฟท.ได้รับการยืนยันจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.)เกี่ยวกับการจัดการเรื่องสาธารณูปโภคของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเวนคืนพื้นที่ท่อส่งน้ำมันไม่มีปัญหา แม้ว่าในช่วงของพญาไท-ดอนเมืองมีปัญหาจริงแต่จะได้รับการดำเนินการแก้ไขตั้งแต่แรก ส่วนในการมอบพื้นที่นั้นสามารถทยอยมอบพื้นที่พร้อมการก่อสร้างให้ได้หากพื้นที่ในช่วงใดมีปัญหาจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในสัญญาระบุว่าจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้ไม่เกิน 2 ปี โดยทางการรถไฟฯจะพยายามเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ให้เร็วขึ้น

https://www.posttoday.com/economy/news/604468
https://www.youtube.com/watch?v=SqNmceNI3Ug

Last edited by wwc234; October 24th, 2019 at 02:13 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 24th, 2019, 10:29 AM   #1604
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

“ศุภชัย เจียรวนนท์” นำทัพซี.พี.กราบสักการะรัชกาลที่ 5 ก่อนเซ็นสัญญาประวัติศาสตร์ไฮสปีด3สนามบิน

วันที่ 24 October 2019

เช้าวันนี้ 24 ตุลาคม 2562 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร นำทีมผู้บริหารเครือฯ กราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ณ พระลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อตั้งกรมรถไฟหลวง เมื่อ 123 ปีก่อน ซึ่งนับตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา สามารถขยายการเดินรถไฟในประเทศจนเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ




โดยในวันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ ทั้งนี้เพราะในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายศุภชัยพร้อมคณะผู้บริหารเครือฯ และกลุ่มบริษัทพันธมิตรจะได้ร่วมในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุน Public-Private-Partnership หรือ PPP ที่จะดำเนินการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าลงทุน 2.2 แสนล้านบาท กับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และระบบขนส่ง (รถไฟ) จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก



ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครือฯ พร้อมด้วยบริษัทพันธมิตรทั้งไทยและนานาชาติ มีความมุ่งมั่นผลักดันให้โครงการสำคัญนี้เดินหน้าต่อให้ได้ด้วยความสำเร็จลุล่วงทุกประการ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนี้ให้เชื่อมโยงโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เป็นยุทธศาตร์การพัฒนาประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งไทยและนานาชาติ จึงถือเป็นโครงการสำคัญระดับโลกที่จะมาพลิกโฉมหน้าประเทศไทยในอนาคต

https://www.prachachat.net/property/news-383731





napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 11:26 AM   #1605
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

"ศุภชัย"เร่งทำแผนก่อสร้างลุยไฮสปีด

24 Oct 2019

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยภายหลังการลงนามสัญญา รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ –อู่ตะเภา) ว่าจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง

รวมทั้งเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันทีว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่มีโอกาสร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด หรือ Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd”

https://www.thansettakij.com/content/412834


Last edited by napoleon; October 24th, 2019 at 12:49 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 11:29 AM   #1606
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

ชื่นมื่น...เซ็นแล้ว'ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน' นับ1 เซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

24 Oct 2019

เมื่อเวลา 13.45 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมี นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์


พร้อมกันนี้ในพิธีดังกล่าวยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน โดยมี นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ร่วมลงนามนายวรวุฒิ เผยว่า การลงนามในสัญญาครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย นับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP Net Cost) มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท ซึ่งไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานนี้

โดยมีกรอบวงเงินที่ ครม.อนุมัติ 119,425 ล้านบาท ปรากฎว่าเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญานายศุภชัย เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่มีโอกาสร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด หรือ Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd”

ซึ่งภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางประกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยะทางรวม 220 กม.

โดยขบวนสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่

คาดว่าจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท จะมีการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตราและการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปีข้างหน้า ที่สำคัญคือโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้มีควาทเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้

https://www.thansettakij.com/content/412831




Last edited by napoleon; October 24th, 2019 at 11:59 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 12:02 PM   #1607
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

CP led consortium to sign contract for high-speed train airport project

October 24, 2019

Prime Minister Prayut Chan-o-cha will, this afternoon, preside over the signing of a public-private-partnership (PPP) contract between the State Railway of Thailand (SRT) and the Charoen Pokphand Group-led consortium for the development of the 224 billion baht high-speed train project, linking Don Muang and Suvarnabhumi international airports in Bangkok with U-Tapao airport in Rayong.

He will also chair the signing of joint investment contract between the SRT and Eastern Route High-Speed Train Company and the signing of a memorandum of understanding between the Office of Eastern Economic Corridor Committee and the Eastern Route High-Speed Train Company.

CP Group CEO Supachai Cheeravanont, this morning, led a group of his executives to pay homage to the late King Chulalongkorn at the equestrian statue, before proceeding to sign the PPP contract with the SRT.

King Chulalongkorn introduced rail transport to Thailand 123 years ago and set up the Royal Train Department to operate train services.

The high-speed train project will provide connections to five provinces, namely Bangkok, Samut Prakan, Chachoengsao, Chon Buri and Rayong.

The project will run along a 29km stretch of the existing track and a 191km stretch of the new high-speed rail.

It consists of three segments, including a 21km extension of high-speed rail from the Airport Rail Link at Don Muang international airport to Phya Thai. It will also feature construction of a 29km stretch of Airport Rail Link from Phya Thai to Suvarnabhumi international airport as well as a new 170km high-speed line from Suvarnabhumi to U-Tapao airport.

The new high-speed rail section will feature 181km of elevated track, 8m of underground track and 2km of surface track.

The project will have nine high speed rail stations and ten city line stations. The electric trains will operate at a maximum speed of 160km/hr on the urban line from Don Muang to Suvarnabhumi station, while the operating speed on the city line from Suvarnabhumi to U-Tapao will be 250km/hr.

https://www.thaipbsworld.com/cp-led-...rport-project/





















Last edited by napoleon; October 24th, 2019 at 01:58 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 12:03 PM   #1608
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

.......
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 12:30 PM   #1609
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

วันประวัติศาสตร์! นายกฯ ร่วมพิธีลงนามสร้างไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน

เผยแพร่: 24 ต.ค. 2562 15:41 ปรับปรุง: 24 ต.ค. 2562 16:19 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รฟท. จับมือกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง (CPH) เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ 24 ต.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) และบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยนายวราวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประไทย และบริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

จากนั้นร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยนายคณิตศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าฯกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สินรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยและบริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมีแนวเส้นทางเชื่อมโยงผ้ากาดสญาณสำคัญของประเทศหรือเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองวิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อผ่านสถานีมักกะสันเลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมุ่งหน้าตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกผ่านแม่น้ำบางปะกงเข้าสู่สถานีฉะเชิงเทราสถานที่ชลบุรีสถานีศรีราชาสถานีพัทยาและเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้ายรวมระยะทาง 220 กิโลเมตร (กม.) โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยการลงนามสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาทโดยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานโดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาทปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาทส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2200 ล้านบาทภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปีอีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา



ต่อมาเวลา 14.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจกับก้าวหน้าของโครงการฯ เพราะเห็นว่าเราทำงานขับเคลื่อนเรื่องนี้มากว่า 2 ปีแล้ว วันนี้ถือเป็นการนับหนึ่งลงนามสัญญาในการเริ่มก่อสร้าง โดยมีหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมทั้ง 3 สนามบิน ยังเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นด้วย สำหรับภาพรวมในการลงทุนขั้นต้นกว่า 2 แสนล้านบาท โดยเราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไทย ทั้งในเรื่องทางบก รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทางอากาศ รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ทั้งหมดคือการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ และวางอนาคตที่เป็นความร่วมมือของ 3 ประเทศร่วมกัน โดยวันนี้ยังมีอิตาลีมาร่วมด้วยในส่วนของการเดินรถ ตามสัญญาการร่วมทุน Public Private Partnership หรือ PPP ซึ่งเป็นการลงทุนใหม่ของเราที่มีกฎหมายกำกับควบคุมทุกตัว ขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจว่าเราเดินหน้ามาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเดินมาก้าวหนึ่งแล้ว และขอให้ทุกคนสนับสนุนให้เดินไปสู่ก้าวที่สองให้ได้



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการก่อสร้างคาดทุกอย่างจะเป็นไปตามสัญญา แต่ทั้งนี้ เราได้หาทางออกไว้แล้วในกรณีที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างกรณีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเดิมที่กีดขวางในเส้นทางการก่อสร้าง ก็จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ในฐานะความรับผิดชอบของรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผลงานนี้ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ปัญหายังไม่จบ และรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้สานต่อในการเรื่องการลงนามสัญญาก่อร้าง


“ความมุ่งหมายเราจะต้องมองไปยังอนาคตข้างหน้า เพราะถ้ามองปัจจุบันก็จะเห็นแต่ปัญหาของเรา เห็นถึงการที่จะต้องดูแลประชาชนของเรา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่ม อาจไม่เร็วนัก เพราะจะต้องใช้เวลาก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญเมื่อสำเร็จ จะเกิดผลหลายอย่าง ทั้งผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องลดผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยทุกสถานีที่รถไฟจอดล้วนมีโอกาสเติบโตทั้งสิ้น ทำให้เกิดการเชื่อมต่อเส้นทางและเปิดพื้นที่เชื่อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศการขนส่งสินค้า เกี่ยวข้องการโลจิสติกส์ของไทย ตลอดจนรถไฟรางคู่ เครื่องบินก็จะมาจอดยังพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องห่วง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

https://mgronline.com/politics/detail/9620000102267
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 12:33 PM   #1610
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

“บิ๊กตู่” ปลื้ม ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินนับ 1 มอบ “บิ๊กป๊อก” รับงานหินส่งมอบพื้นที่

วันที่ 24 October 2019

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.62 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร มูลค่าการลงทุน 2.2 แสนล้านบาท ว่า ดีใจกับความก้าวหน้าโครงการฯในครั้งนี้ ภายหลังทำงานมาโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การลงนามในสัญญาครั้งถือว่าเป็นการนับ 1 เพื่อเริ่มก่อสร้าง โดยมีหลายฝ่ายร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะเพียง 3 สนามบิน แต่จะเชื่อมต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนด้วย หรือ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศอื่นด้วย เพราะฉะนั้นต้องมองในภาพรวมด้วย เบื้องต้นเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนประมาณ 2 แสนล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไทยทั้งทางบก รถไฟความเร็วสูง ทางอากาศเพิ่มเติม รวมถึงท่าเรือแหลมฉบับและมาบตาพุด ทั้งหมดเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพและวางรากฐานไปสู่อนาคต ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศร่วมกัน ได้แก่ ไทย จีนและญี่ปุ่น ซึ่งวันนี้มีอิตาลีมาร่วมด้วยในเรื่องของการเดินรถ เพราะเป็นการลงทุนในรูปแบบระหว่างภาครัฐกับเอกชน Public-Private-Partnership : PPP เป็นการลงทุนรูปแบบใหม่และมีกฎหมายรองรับ


“โครงการนี้เป็นโครงการร่วมลงทุน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีนและญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการลงทุนในลักษณะนี้ หรือ เรียกว่าความร่วมมือไตรภาคี ซึ่งในวันข้างหน้าจะเกิดโครงการในลักษณะนี้ ซึ่งตนได้เสนอไปยังหลาย ๆ ประเทศว่าเรามีการร่วมลงทุนในลักษณะนี้ เพื่อการลงทุนในวันหน้าจะได้ไม่มีปัญหาซึ่งกันและกัน เพราะการลงทุนไตรภาคีจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือและมีเสถียรภาพ”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นและไว้วางใจว่า เราเดินหน้ามาถึงวันนี้ได้ ถือเป็นการเดินก้าวที่หนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนสนับสนุนให้เราเดินก้าวที่สองได้

“การก่อสร้างยังเป็นไปตามสัญญา ซึ่งได้หาทางออกไว้หมดแล้ว กรณีความร่วมมือของภาครัฐเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น เรื่องการส่งมอบพื้นที่ที่มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานตามแนวเส้นทางโครงการ ฯ ซึ่งจำเป็นต้องแก้ปัญหาในฐานะที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ซึ่งได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้วโดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานเพื่อประชุมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ผลงานในครั้งนี้ ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้วและรัฐบาลนี้ รัฐบาลที่แล้วเริ่มต้นมาแต่ยังไม่จบ ยังเซ็นสัญญาไม่ได้ จนถึงรัฐบาลนี้ก็สืบสานงานนี้ต่อเนื่องจนกระทั่งสามารถลงนามในสัญญาโครงการได้ในวันนี้ ความมุ่งหมายของเราคือการมองอนาคตไปข้างหน้า จึงจำเป็นต้องมีรายได้เพิ่ม อาจจะไม่เร็วนักเพราะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญเมื่อสำเร็จแล้วจะทำให้เกิดขึ้นหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะการมีผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ต้องลดผลกระทบที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย เพราะทุกสถานีที่จอดมีโอกาสที่จะเติบโตทั้งสิ้น โดยการทำระบบคมนาคมเชื่อมระบบเข้ามา เช่น ถนน ราง เพื่อเปิดเส้นทางใหม่เข้ามาในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมทั้ง-ภาคกลางด้วย

“จุดนี้เชื่อมต่อทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ เพราะฉะนั้นสินค้าต่าง ๆ ก็จะมาในระบบโลจิสติกส์ของเราตรงนี้ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟขนส่งสินค้า หรือเครื่องบิน ซึ่งเป็นอนาคตของเรา ไม่ต้องห่วงรัฐบาลจะขับเคลื่อนให้ได้”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตบท้ายว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณภาครัฐ ทั้งกระทรวงมหาดไทย คมนาคม วันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วมาในการริเริ่มโครงการฯ

https://www.prachachat.net/politics/news-383979
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 12:43 PM   #1611
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

cr. ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย









napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 01:22 PM   #1612
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

เซ็นแล้ว ! รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

24 ต.ค. 2019

ทำเนียบฯ 24 ต.ค. - เรียบร้อย!! รฟท.-ซีพี เซ็นสัญญาเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้ว คาดเปิดให้บริการปี 66

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท.และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์



รวมถึงจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รฟท.โดยนายวรวุฒิ และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด โดยนายศุภชัย



นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี กล่าวว่า ความชัดเจนในการส่งมอบพื้นที่แนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้แก่เอกชนจะดำเนินการในระยะกรอบเวลาสูงสุดไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน โดยพื้นที่ที่จะมีการส่งมอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ที่เป็นโครงการรถไฟฟ้า airport rail link ปัจจุบันส่วนนี้สามารถดำเนินการส่งมอบได้ทันที ส่วนที่เหลือจะส่งมอบพื้นที่ตั้งแต่สุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภา ซึ่งในส่วนนี้ รฟท.วางกรอบเวลาที่จะส่งมอบพื้นที่ให้ได้ภายใน 2 ปี รวมทั้งมีแผนที่จะเร่งรัดให้การส่งมอบพื้นที่เร็วขึ้นภายในเวลา 1 ปี 3 เดือน และส่วนสุดท้ายมีความจำเป็นต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่อยู่ในแนวเส้นทางจำนวนมาก คือ ตั้งแต่ช่วงดอนเมืองถึงพญาไท เดิมทีประมาณกรอบเวลาว่าจะใช้เวลา 4 ปี แต่ รฟท.จะเดินหน้าเร่งรัดให้การรื้อย้ายสาธารณูปโภคเสร็จและส่งมอบพื้นที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 3 เดือน ถือว่าสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ครบทั้งหมดของโครงการ



นายศุภชัย กล่าวว่า ในส่วนของภาคเอกชนตั้งเป้าหมายที่จะต้องสามารถเลิกงานก่อสร้างให้เร็วที่สุด เบื้องต้นไม่ควรใช้ระยะเวลาเกิน 12 เดือน นับจากการลงนามวันนี้ พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเสร็จภายใน 5 ปี ส่วนการลงทุนพัฒนาพื้นที่มักกะสันนั้น ขณะนี้ตั้งเป้าหมายที่จะมีการใช้เงินลงทุนประมาณ 140,00 ล้านบาท เพื่อพัฒนาให้เกิดพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 2 ล้านตารางเมตร ด้วยพื้นที่ดังกล่าวจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่ shopping Center ,convention Center รวมถึงพื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบรางที่จะมีการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกับการรถไฟในอนาคตส่วนประเด็นพันธมิตรที่จะเป็นผู้ได้รับงานพัฒนาตัวระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง กลุ่มซีพีมีพันธมิตรที่มาร่วมงานทั้งจากประเทศญี่ปุ่น จีน และอิตาลี แต่ประเทศที่จะได้งานตรวจระบบรถไฟฟ้านั้น จะมีการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรก่อน



นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน บริษัทฯ ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ. ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด” หรือ “Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.” เป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมลงทุน PPP ครั้งนี้ ภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ/ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่าง ๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที



นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่ภาคเอกชนได้ร่วมลงนามในสัญญาร่วมลงทุน PPP กับภาครัฐผลักดันให้เกิดโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็คระดับนานาชาติสำเร็จ โดยต้องขอขอบคุณพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า รวมทั้งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) และธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (CDB) รวมทั้งได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากเอกอัครราชทูต 3 ประเทศ ประกอบด้วย นายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และนายโลเรนโซ กาลันตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนและร่วมเป็นสักขีพยานในโครงการประวัติศาสตร์ที่เป็นความร่วมมือระดับโลกเพื่อพลิกโฉมหน้าประเทศไทยครั้งนี้

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2566 เมื่อเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงาน ทั้งเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วิธีการทำงานในโครงการด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ เริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทาน โดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา.-สำนักข่าวไทย

https://tna.mcot.net/view/7Zijz_i
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 01:24 PM   #1613
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

เซ็นเเล้ว! สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดเปิดบริการปี 66

เขียนวันที่วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม 2562

เซ็นเเล้ว! สัญญาเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระยะทาง 220 กม. สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี คาดเปิดให้บริการปี 2566 เกิดการจ้างงานช่วงก่อสร้าง 1.6 หมื่นอัตรา -ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 1 หมื่นอัตรา ใน 5 ปีข้างหน้า


วันที่ 24 ต.ค. 2562 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดย นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลอย่างรัดกุมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทาน

โดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และ พันธมิตร เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) โดยได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ. ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด” หรือ “Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.” เป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมลงทุน Public – Private - Partnership หรือ PPP ในครั้งนี้ โดยภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ/ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่างๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที

“นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่ภาคเอกชนได้ร่วมลงนามในสัญญาร่วมลงทุน PPP กับภาครัฐผลักดันให้เกิดโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็คระดับนานาชาตินี้ขึ้นมาได้สำเร็จ โดยต้องขอขอบคุณพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า รวมทั้งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (CDB) รวมทั้งได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากเอกอัครราชทูต 3 ประเทศ ประกอบด้วย นายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ นายโลเรนโซ กาลันตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนและร่วมเป็นสักขีพยานในโครงการประวัติศาสตร์ที่เป็นความร่วมมือระดับโลกเพื่อพลิกโฉมหน้าประเทศไทยในครั้งนี้” นายศุภชัยกล่าว

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตรา ใน 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วิธีการทำงานในโครงการด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคณะกรรมการของบริษัท รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ประกอบด้วย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, นายอติรุฒม์ โตทวีเเสนสุข รองประธานสำนักพัฒนาโครงการพิเศษ เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายนพปฏล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เเละเป็นผู้ร่วมเจรจากับคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ, ม.ล.สุภสิทธิ์ ชุมพล ที่ปรึกษากิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด เเละกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซีที อินฟราตรักเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพี เเละการส่งงบการเงินปี 2561 ระบุทำธุรกิจก่อสร้างทางรถไฟเเละรถใต้ดิน, นายชาติวุฒิ ตันจันทร์พงศ์, นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี, นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานปฏิบัติการบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน), นายเหล่ย จั่ว เเละนางโป หง

โดยบริษัทฯ จะมีหน้าที่ออกเเบบงานโยธา ส่วนซ่อมบำรุง ติดตั้งระบบรถไฟความเร็วสูง เดินรถ บำรุงรักษา รวมถึงพัฒนาพื้นที่มักกะสัน -ศรีราชา เเละพื้นที่พาณิชย์บริเวณสถานี เเละรับโอนเเอร์พอร์ตเรียลลิงก์ ซึ่งต้องชำระหนี้บริหาร 10,671 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี


ขณะที่ก่อนลงนามสัญญา นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และ พันธมิตร นำทีมผู้บริหารเครือฯ กราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ณ พระลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อตั้งกรมรถไฟหลวง เมื่อ 123 ปีก่อน ซึ่งนับตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา สามารถขยายการเดินรถไฟในประเทศจนเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับด้วย

https://www.isranews.org/isranews-ne...igh-speed.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 01:38 PM   #1614
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

วันประวัติศาสตร์! “บิ๊กตู่-เจ้าสัวซี.พี.” เซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-ญี่ปุ่น

วันที่ 24 October 2019

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในสัญญาและบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท ระยะเวลา 50 ปี

โดยมีนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.), นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และตัวแทนบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ร่วมลงนาม

นายศุภชัยกล่าวว่า นับเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำ PPP โครงการกับภาครัฐ ซึ่ง กลุ่มซี.พี.ใช้เวลาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าประมูลโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี และเมื่อได้รับการคัดเลือกแล้วก็ต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองกับรัฐอีก 11 เดือน ทุกๆ อย่างและรายละเอียดต่างๆ ถือว่าเราร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่



สำหรับการเริ่มงานแอร์พอร์ตลิ้งค์จะเป็นช่วงที่เริ่มได้เร็วที่สุด เพราะมีเพียงการปรับปรุงบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่ยากที่สุดคือช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง – พญาไท และส่วนที่ยาวที่สุด คือช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ซึ่งมีความท้าทายแตกต่าง และต้องอาศัยความร่วมมือจาก ร.ฟ.ท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องร่วมมือกัน ยืนยันจะทำเต็มที่ และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างให้ได้ภายใน 1 ปี ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปีให้เสร็จ


“พาร์ทเนอร์ของเรา ทั้งอิตาเลียนไทย และ ช.การช่าง มีความสามารถด้านการก่อสร้างงานโยธาอยู่แล้วส่วน China Railway Construction Corporation Limited (CRCC) มีความเชี่ยวชาญด้านระบบรางและการบริหารของรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการจัดหาขบวนรถด้วย ด้าน FS (บริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี) เป็นผู้ที่มาร่วมในด้านการบริหารเดินรถพาร์ทเนอร์แต่ละบริษัทมีความเข้มแข็งในด้านของตัวเอง แต่ยังไม่สรุปอะไร ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนภายใน”

ขณะที่แหล่งเงินกู้มีทั้งในและต่างประเทศ สำหรับต่างประเทศ มีธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) กับ China Development Bank (CDB) ซึ่งมาช่วยเป็นที่ปรึกษาและทำให้เราเข้าใจการลงนามในโครงการนี้มากขึ้น

“ภาคเอกชนกลัวที่สุด คือความเสี่ยงร่วมลงทุนใช้เงินกว่าแสนล้าน ถ้าทำแล้วขาดทุนจะไม่ใช่แค่แสนล้าน ทุกปีที่ขาดทุนต้องระดมทุนเข้าไป เรื่องนี้เราศึกษาอย่างละเอียดก็เชื่อมั่นว่าจะทำให้สำเร็จได้ โครงการนี้เป็น ppp โครงการแรกที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่และจากความยืดหยุ่นต่างๆ จะเป็นโครงการนำร่องไปยังโครงการอื่นๆ”



ทั้งนี้โครงการนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง

จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด” หรือ “Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.” เป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมลงทุน Public – Private – Partnership หรือ PPP ในครั้งนี้

โดยภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่างๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที

“นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่ภาคเอกชนได้ร่วมลงนามในสัญญาร่วมลงทุน PPP กับภาครัฐผลักดันให้เกิดโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ระดับนานาชาตินี้ขึ้นมาได้สำเร็จ “นายศุภชัยกล่าว

นายคณิศกล่าวว่า เป็นความยินดีหลังจากทำงานในโครงการนี้มา 22 เดือน ต่อจากนี้ความสัมพันธ์ของรัฐและเอกชนจะเป็นไปในทางพาร์ทเนอร์ร่วมกัน ส่วนการเปิดเผยร่างสัญญาต้องรอฝ่ายกฎหมายของอีอีซีเป็นผู้เปิดเผยก่อน

ขณะที่การจ่ายเงินอุดหนุนโครงการ 117,227 ล้านบาท กระบวนการเดิมคือต้องสร้างเสร็จก่อน แล้วรัฐตรวจสอบจึงจะเริ่มจ่ายเงินส่วนนี้เมื่อเปิดเดินรถ แต่โครงการแบ่งเป็นท่อนๆ ใน RFP ไม่ได้ยึดติดว่าต้องทำเสร็จทั้งช่วง จึงจะจ่ายเงิน แต่ถ้าช่วงใดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเปิดเดินรถได้ก่อนก็จะทยอยจ่ายอุดหนุนเฉพาะส่วนนั้นๆ ไปก่อน

ด้านนายวรวุฒิกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มต้นของการทำงานตามสัญญา 50 ปีของโครงการนี้ ยอมรับว่าหายเหนื่อย แต่ก็แค่พักเเดียว เพราะหลังจากนี้มีอะไรต้องทำร่วมกันอีกมาก ต้องเหนื่อยกันอีก เพราะต้องลงรายละเอียดในเนื้องานของโครงการจริงๆ แล้ว

ส่วนการส่งมอบพื้นที่ของโครงการ ในส่วนของการพัฒนา TOD มักกะสันและศรีราชา จะส่งหนังสือเริ่มดำเนินการ (NTP : Notice to Proceed) ได้ ก็เมื่อมีการส่งมอบหนังสือ NTP ให้เริ่มการก่อสร้าง เมื่อส่งมอบ NTP ก่อสร้างจึงจะออก NTP พัฒนา TOD

ทั้งนี้ การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง สาระสำคัญมี 2 เรื่อง คือ

1.การเคลียร์ผู้บุกรุก ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้จัดการ ส่วนเอกชนจะต้องเคลียร์ซากปรักหักพังต่างๆ และ

2.การเคลียร์พื้นที่ใต้ดินหรือระบบสาธารณูปโภค เอกชนต้องออกแบบให้เห็นแนวเส้นทางก่อน จากนั้นจึงจะเชิญหน่วยงานเจ้าของระบบสาธารณูปโภคทั้ง 8 หน่วยมาคุยกันว่าจะออกแบบอย่างไร ต้องหลบไหมหรือขยับอะไร ซึ่งหน้าที่การรื้อย้ายต่างๆ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของระบบนั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการ

https://www.prachachat.net/property/news-384033
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 01:39 PM   #1615
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,418
Likes (Received): 3222






Finally, signing the contract for 50 year concession for High Speed train connecting 3 Airports with total distance of 220 km, max speed of 250 kph, and a price tag of 224,544 Million Baht by CP which has recently formed Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd

CP has the following partners to run Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd and implement High Speed train connecting 3 Airports as follows:

1. China Railway Construction Corporation Limited
2. Italian Thai Development PCL
3. Ch. Karnchang PCL
4. BEM PCL
https://www.youtube.com/watch?v=Xsj52-tVb6k
https://www.youtube.com/watch?v=Yg7ax5bW0sw
https://www.facebook.com/thansettaki...6830698793553/
https://www.thansettakij.com/content/412831
https://www.facebook.com/photo.php?f...type=3&theater
https://www.facebook.com/pr.railway/...07507865930731
https://www.facebook.com/pr.railway/...3595526598541/
https://www.youtube.com/watch?v=K-lzxvAq0rA


Here the route map and the obstructive elements the company has to deal with which has to be handled in 3 sections:

1. Phyathai - Suvannabhum 28 km - immediately transferred to Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd after paying 10,671 Million Baht
2. Suvannabhum - U-Tapao - 170 km to be transferred within 2 year even though the government will help to clear the land so as to transfer to the company within 15 months after contract signing
3. Phyathai - Donmueang - 22 km to be transferred within 4 years but they have to speed up to transfer the land within 27 months after contract signing

By the end of 2023, the section from Phayathai to U-Tapao via Suvannabhum and Pataya will be ready ready for services.
By the end of 2025, the section from Phayathai to Donmueang will be ready for services.

The land expropriation decree is drafted and the survey to deal with those 500 slum dwellers who encroach the railway land and those landowners for the land outside SRT land strips in December 2019 - Here is the list of communes under the land expropriation

1. Bangkok
1.1 Klong Sam Prawet commune in Lad Krabang district of Bangkok
1.2 Lad Krabang Commune in Lad Krabang district of Bangkok
2. Samut Prakarn
2.1 Nong Prue commune, Bang Plee district of Samut Prakarn

3. Chachoengsao
3.1 Bang Toei commune, Mueang district of Chachoengsao
3.2 Wang Takian commune, Mueang district of Chachoengsao
3.3 Tha Kai commune, Mueang district of Chachoengsao
3.4 Bang Kwan commune, Mueang district of Chachoengsao
3.5 Ban Mai commune, Mueang district of Chachoengsao
3.6 Bang Phai commune, Mueang district of Chachoengsao

4. Chonburi
4.1 Ban Suan commune in Muang district of Chonburi
4.2 Nong Chang Khok commune in Muang district of Chonburi
4.3 Huay Kapi commune in Muang district of Chonburi
4.4 Bang Phra commune, Sri Racha district of Chonburi
4.5 Surasak commune, Sri Racha district of Chonburi
4.6 Na Kluea commune, Bang Lamung district of Chonburi
4.7 Nong Pruea commune, Bang Lamung district of Chonburi
4.8 Huay Yai commune, Bang Lamung district of Chonburi
4.9 Na Chom Thian commune, Sattahip district of Chonburi
4.10 Bang Sareh commune, Sattahip district of Chonburi
4.11 Ploo Ta Luang commune, Sattahip district of Chonburi

5. Rayong
5.1 Samnak Thorn commune, Ban Chang district of Rayong
5.2 Pla commune, Ban Chang district of Rayong

the total size of land expropriations is 850 Rai (136 Hectares) with the price tag of 3570 Milllion Baht which including 245 houses - Chachoengsao alone needs 550 Rai (88 Hectares) of expropriationed land for 330 Rai (52.8 Hectares) of EMU depot at 3000 Million Baht, 100 Rai (16 hectares) of High speed train land strips and 70 Rai (11.2 hectares) for New Chachoengsao station for High Speed train which is about 1-2 km north of Existing Chacheongsao Railway Junction. The rest is for the new houses for those who sacrifice the land for high speed train.

For the land expropriation in Bangkok, it is for the track from Suvannabhum Airport to U-Tapao airport. Some parts of Suvannabhum Airport and U-Tapao Airport have to be part of this high speed train which has to be done in 2 years.

https://www.prachachat.net/property/news-383586


Right after signing the contract, CP and Easten High-Speed Rail Linking Three Airport Co.,Ltd are drafting the construction plan so as to speed up the opening the line fron Phayathai to U-Tapao before the end of 2024 and Donmueang before the end of 2025 and CP is going to ask the partner like China Railway Construction Corporation Limited to speed up the work

CP is going to use financial resources from China and Japan to finance the project - 65% for track construction and platelayings and 35% for system installation - and 140 Rai of land around Makkasan Center will be on the retailing development for tourists and business persons while helping SRT to set up railway research center - need 140 billion Baht capital to implement such investments.

https://www.thansettakij.com/content/412846
https://www.thansettakij.com/content/412787
https://www.thansettakij.com/content/412834
__________________
BKK Mass Transit Expert

wwc234 liked this post
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 02:30 PM   #1616
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,491
Likes (Received): 6828


https://www.youtube.com/watch?v=SqNmceNI3Ug

สรุปรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากคลิปของการรถไฟ ให้เข้าใจง่าย ใน 1 โพสต์

หลังจากมีการเซ็นสัญญา PPP ก่อสร้าง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แล้ว ในงานมีการเปิดคลิป รายละเอียดโครงการ เลยขอเอารายละเอียดมาสรุปให้ฟังในโพสต์นี้ครับ

ลิ้งค์คลิป Youtube
https://youtu.be/Yg7ax5bW0sw

ขออนุญาตใช้รูปจากเพจ EEC นะครับ
https://www.facebook.com/24806168567...078042?sfns=mo

——————————

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

โครงการ เชื่อม 3 สนามบิน คือ

- สนามบิน ดอนเมือง
- สนามบิน สุวรรณภูมิ
- สนามบิน อู่ตะเภา

ระยะทาง ทั้งหมด 220 กิโลเมตร

—————————
รูปแบบการก่อสร้างทางของโครงการ แบ่งเป็น 4 ช่วง คือ

1. ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ ซึ่งช่วงนี้รางมาตรฐานจะมี 4 ทาง ซึ่งแยกกันระหว่างรถไฟความเร็วสูง และ Airport Link แต่เท่าที่ทราบที่จริงๆที่ต้องแยกเพราะสายเหนือที่รัฐบาลคุยกับญี่ปุ่นไว้ ซึ่งญี่ปุ่นไม่ยอมจะไปรวมกับรถไฟความเร็วสูงจีน

แต่เนื่องจากอาณัตสัญญาณจีนเป็นอาณัตสัญญาณแบบเปิด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน ETCS Level 2 ซึ่งกำหนดไว้ใน TOR ของรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ซึ่งตัวอาคารสถานีดอนเมืองจะเป็น 4 ชั้น เท่ากับสายสีแดง ซึ่งแบ่งได้คือ
ชั้น 1 คือ ชั้นถนน และทางขึ้นสถาน
ชั้น 2 เป็นห้องจำหน่ายตั๋ว
ชั้น 3 เป็นรถไฟ 3 สนามบิน
ชั้น 4 เป็นรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ

2. ช่วงบางซื่อ- พญาไท หลังจากออกจากตัวสถานีบางซื่อ จะลดระดับลงคลองแห้งซึ่งร่วมกับคลองแห้งของโครงการรถไฟสายสีแดง (Missing Link)

ช่วง บางซื่อ-หัวลำโพง-พญาไท ซึ่งงานนี้รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะสร้างให้รฟท ก่อน แล้วรฟท จ่ายคืนภายหลังเมื่อได้งบ Missing Link

3. ช่วงพญาไท-สวรรณภูมิ คือของเดิมที่เราใช้อยู่ แต่มีส่วนเพิ่มเติม ทางแยก ลาดกระบัง ซึ่งทำเป็นสามแยกใหม่

4. ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา จะทำเป็นทางยกระดับเช่นเดียวกับช่วงพญาไท-สวรรณภูมิ จนถึงสนามบินอู่ตะเภา

————————
สถานีในโครงการ ทั้งหมด 9 สถานี ได้แก่

ตำแหน่งสถานีในโครงการ
1. สถานีดอนเมือง ตรงกับสถานดอนเมืองของสายสีแดง ซึ่งตรงกับพื้นที่พัฒนา Junction Terminal ใหม่ของดอนเมือง

2. สถานีบางซื่อ ซึ่งรถไฟ 3 สนามบินนี้ จะใช้ชานชลาชั้น 3

3. สถานีมักกะสัน ใช้สถานี ARL เดิม

4. สถานีสุวรรณภูมิเดิมชั้นใตดินของ Terminal 1 เดิม ของ Airport Link

5. สถานีฉะเชิงเทรา เป็นสถานีใหม่เปิดพื้นที่ใหม่ และพัฒนาเมืองใหม่ฉะเชิงเทราได้ ถ้าตามแผนเดิมจะติดกับ ถนน 304 ซึ่งตรงนี้เป็นตำแหน่งที่ทางผู้ชนะประมูลสามารถเลือกหรือขยับตัวสถานีได้ตามต้องการเพื่อการพัฒนาเมืองใหม่ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงกับเจ้าของสัมปทาน

6. สถานีชลบุรี ตามการศึกษาของรฟท. จะอยู่ทับสถานีรถไฟเดิม

7. สถานีศรีราชา ตามการศึกษาของรฟท. จะอยู่ทับสถานีรถไฟเดิม พร้อมมีที่เพื่อพัฒนาเมืองอีกจำนวนหนึ่ง

8. สถานีพัทยาตามการศึกษาของรฟท. จะอยู่ทับสถานีรถไฟเดิม

9. สถานีอู่ตะเภา จะอยู่ติดกับ Terminal 3 ใหม่ที่กำลังประมูลอยู่

10. สถานี ระยอง(อนาคต) จะอยู่ใกล้กับเซ็นทรัล ระยองครับ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้สร้างพร้อมกับ Phase นี้เลยรึเปล่า

—————————
ความเร็วสูงสุดของโครงการ

ช่วง สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา 250 กม/ชม
ช่วง ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ 160 กม/ชม

ระยะเวลา การเดินทาง มักกะสัน-อู่ตะเภา ไม่เกิน 45 นาที สำหรับ รถด่วน

————————-
มูลค่าการลงทุน รวมทั้งโครงการ

ส่วนลงทุนด้านระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 168,718 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนเริ่มต้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ 2 ที่ คือ มักกะสันและ ศรีราชา มูลค่า 45,155 ล้านบาท

การคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

เชื่อม 2 สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ และ Cityline จะมีผู้โดยสารส่วนหลัก ที่ 100,000 คน/วัน ซึ่งตรงนี้ได้สบายๆอยู่แล้ว เพราะฐานลูกค้าเดิม ARL ก็มีถึง 60,000 คน/วันอยู่แล้ว

เชื่อมระหว่าง เมือง และ ระหว่าง สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา จะมีผู้โดยสาร 65,000 คน

————————
ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ

ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา
การจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปี

การจ้างงานระหว่างก่อสร้าง 16,000 อัตรา

ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศ (เหล็ก 1 ล้านตัน ปูน 8 ล้านลูกบาศก์เมตร)

การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประเทศ

ผลตอบแทนต่อเศรษฐกิจ ตลอดอายุโครงการ 652,152 ล้านบาท

———————————
ขออธิบายรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน อีกครั้งหนึ่ง โครงการนี้มันคือโครงการ 3 โครงการย่อย ซ้อนกันอยู่ คือ

1. Airport link ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ

2. รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก กรุงเทพ(บางซื่อ-ระยอง) แต่ทำแค่พัทยาก่อนเพราะมันสร้างช่วง อู่ตะเภา-ระยองยังไม่ได้ ติด EHIA ในพื้นที่มาบตาพุดซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่จะมีการขยายเส้นทางไปถึงระยอง ต่อแน่นอน

3. Airport link พัทยา-อู่ตะเภา

ซึ่งจับทั้ง 3 โครงการมารวมกัน เราก็จะได้เพิ่ม Function การใช้งานมาอีกอย่างนึงคือ
การเชื่อมโยงระหว่าง 3 สนามบินคือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เป็น Function เสริม

ทั้ง 4 Function ที่พูดมา สามารถตัดเดินรถแยกกันได้ และสามารถเดินบนทางรถไฟเส้นเดียวกันได้หมด

น่าจะทำให้เพื่อนๆมองเห็นภาพการพัฒนา และการเชื่อมโยงของการสร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบินนี้แล้วนะครับ

——————————————

ใครที่อยากรู้จัก รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินให้มากกว่านี้เชิญทางนี้เลยครับ

ข้อมูล series รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ตอนที่ 1 https://www.facebook.com/49176687459...4586148646535/

ตอนที่ 2 https://www.facebook.com/49176687459...7405518364598/

ตอนที่ 3 https://www.facebook.com/49176687459...0711901367293/

ตอนพิเศษ ประเทศไหน มีรถไฟความเร็วสูงเข้าสนามบินบ้าง https://www.facebook.com/49176687459...002750&sfns=mo

ตอน 2 รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ไทย VS ยุโรป
https://www.facebook.com/49176687459...988987?sfns=mo

ดราม่า ชัชชาติ กับรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน https://www.facebook.com/49176687459...002750&sfns=mo




https://www.facebook.com/Thailand.In...298728?__xts__
https://pantip.com/topic/39346867

Last edited by wwc234; October 24th, 2019 at 06:03 PM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 03:18 PM   #1617
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 29,491
Likes (Received): 6828

เซ็นไฮสปีด 3 สนามบิน “ซีพี” เร่งตอกเข็มภายใน 1 ปี เปิดกว้างเจรจาพันธมิตรเพิ่ม
เผยแพร่: 24 ต.ค. 2562 18:58 ปรับปรุง: 25 ต.ค. 2562 09:23 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เซ็นแล้วไฮสปีด 3 สนามบิน “ซีพี” ลงทุน 1.4 แสนล้าน “มักกะสัน” ผุดมิกซ์ยูส ศูนย์กลางระบบรถไฟความเร็วสูงในอนาคต ลั่นเริ่มก่อสร้างใน 1 ปี และเสร็จใน 5 ปี พร้อมเปิดกว้างเจรจาพันธมิตรใหม่ร่วมทุน เล็งดันเข้าตลาดหุ้นหรือออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

วันนี้ (24 ต.ค.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยว่า ทางซีพีได้ร่วมกับพันธมิตรไทยและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญงานครอบคลุมกับงานในสัญญา ซึ่งในส่วนของรัฐต้องดำเนินการในการส่งมอบพื้นที่เพื่อก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน ส่วนเงินที่รัฐต้องจ่ายเงินค่าร่วมลงทุนจำนวน 117,227 ล้านบาทให้แก่ซีพีภายในระยะเวลา 10 ปีนั้นจะเริ่มจ่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จ ซึ่งเมื่อแบ่งงานออกเป็น 3 ท่อน เช่น หากการก่อสร้างช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เสร็จตรวจสอบและเปิดให้บริการรัฐจะจ่ายให้ก่อน ไม่ได้หมายความว่าต้องรอให้เสร็จทั้ง 3 ส่วนก่อนค่อยจ่าย เป็นระบบปกติที่ทำ

ส่วนพื้นที่มักกะสัน 140 ไร่ ที่ปรึกษามืออาชีพได้ประเมินราคาค่าเช่าที่เอกชนควรจ่าย ร.ฟ.ท.เป็นศูนย์กลางรถไฟความเร็วสูงในอนาคต ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้าอื่นด้วย จะต้องมีการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร ขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก แต่รถน้อยความถี่ทำได้แค่ 15 นาทีต่อขบวน แต่ต้องการอยู่ที่ 2-3 นาทีต่อขบวน หวังว่าเอกชนจะสามารถเข้ามาบริหารเพิ่มความถี่ในการบริการได้

สำหรับการนำบริษัทร่วมทุนฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นนโยบายของ EEC ซึ่งเมื่อมีโครงการขนาดใหญ่จะผลักดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้มีการหารือกับทางตลาดหลักทรัพย์ส่งทีมซึ่งมีรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เข้ามาช่วยดูแลแล้วว่าจะสามารถนำเข้าตลาดฯ ได้เมื่อใด ซึ่งโครงการจะต้องมีรายได้ที่เห็นชัดเจนก่อนเพื่อประเมินด้านราคา และประเมินการจ่ายผลตอบแทนได้

@ ร.ฟ.ท.คาดชง พ.ร.ฎ.เวนคืนเข้า ครม.
นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในสัญญากำหนดการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างภายใน 2 ปีหลังลงนาม โดยพื้นที่เวนคืนตาม พ.ร.ฎ.เวนคืน 850 ไร่ ที่ยังอยู่ระหว่างรอ พ.ร.ฎ.เวนคืน คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะมีประชุมร่วมกับซีพี ซึ่งจะมีการออกแบบ และเตรียมพื้นที่ย้ายสาธารณูปโภค

การส่งมอบพื้นที่เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์ (TOD) เช่น ที่ดินมักกะสัน 140 ไร่นั้น ร.ฟ.ท.จะออกมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) พร้อมกับ NTP ในส่วนของการก่อสร้าง ซึ่งในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างนั้นเป็นหน้าที่ ร.ฟ.ท. โดยการเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดินเป็นหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของ โดยซีพีจะต้องออกแบบการก่อสร้างภายใน 3 เดือนหลังจากนี้เพื่อให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องนำไปวางแผนในการย้ายสาธารณูปโภค เป็นการทำงานร่วมกัน

โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทาน โดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ซึ่งซีพีฯ เสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

@“ซีพี” ลั่น ต้องได้เริ่มก่อสร้างใน 1 ปี และเสร็จใน 5 ปี
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เตรียมการก่อนการประมูลไม่น้อยกว่า 2 ปี และหลังยื่นประมูลมาถึงวันนี้ 11 เดือนกว่า การเจรจาทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไข ในสัญญาและแนบท้ายได้กำหนดขั้นตอนกรอบเวลาในการดำเนินงานไว้ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งทางกลุ่มฯ ต้องการเริ่มก่อสร้างโดยเร็วภายใน 12 เดือนหรืออย่างช้าไม่เกิน 24 เดือน (2 ปี) โดยส่วนที่เริ่มต้นได้เร็วที่สุดคือ 1. โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) ซึ่งจะทำแผนการรับโอนและการปรับปรุงเพื่อรองรับระบบรถไฟความเร็วสูง 2. ส่วนที่ยากที่สุด คือ การก่อสร้างแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อขยาย ช่วงพญาไท-ดอนเมือง และ 3. ส่วนที่ต้องตกลงในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่มีระยะทางยาวที่สุด คือ ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา

ซึ่งทั้ง 3 ส่วนเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกฝ่าย โดยจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้เริ่มต้นการก่อสร้างภายใน 12 เดือน และเสร็จภายใน 5 ปี โดยหลังการลงนาม บริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ/ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่างๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที

@ลงทุน 1.4 แสนล้าน “มักกะสัน” ผุดมิกซ์ยูส ศูนย์กลางไฮสปีด
นายศุภชัยกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน 140 ไร่ว่า ตามแผนจะลงทุนประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอย 2 ล้าน ตร.ม. โดยแนวทางในการพัฒนาเพื่อสนับสนุนผู้ใช้บริการที่เดินทางผ่าน 3 สนามบิน ได้แก่ นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักธุรกิจที่ลงทุนในอีอีซี ดังนั้น มักกะสันจะเป็นศูนย์กลางมีกิจกรรมรองรับนักเดินทางดังกล่าว เช่น โรงแรม รีเทล เป็นต้น นอกจากนี้จะมีศูนย์วิจัยพัฒนาระบบรางให้ ร.ฟ.ท.ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์

สำหรับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.) ประกอบด้วย บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด, China Railway Construction Corporation Limited (CRCC) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน, บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บมจ.ช.การช่าง (CK)

ในการก่อสร้างงานโยธานั้น มีอิตาเลียนไทย และ ช.การช่าง ที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญ ส่วน CRCC เชี่ยวชาญด้านระบบรางของรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ยังมีบริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี (Ferrovie dello Stato Italiane S.p.A.) หรือ FS ที่เข้ามาร่วมมือในการให้บริการรถไฟ ซึ่งพาร์ตเนอร์ทุกรายมีความเข้มแข็งที่ต่างกันเพื่อผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ รวมถึงยังมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) และธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (CDB) อีกด้วย

ในด้านเงินลงทุนระหว่างเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศ งานที่ใช้วัสดุภายในประเทศจะใช้เงินกู้ในประเทศเป็นเงินบาท ส่วนใหญ่เป็นงานโยธา สัดส่วนลงทุน 65-70% ส่วนการลงทุนด้านระบบและเทคโนโลยีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ประมาณ 30-35% จะใช้เป็นเงินสกุลดอลลาร์

ส่วนจีนและญี่ปุ่นที่เข้ามาในส่วนของ CDB และ JBIC ซึ่งเป็นธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเข้าใจในการดำเนินการรถไฟความเร็วสูงมากขึ้น

ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นของซีพีจะไม่ต่ำกว่า 51% ในช่วงระหว่างก่อสร้าง หรือภายใน 6 ปีหลังจากนี้ เนื่องจากต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาด และเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทีโออาร์กำหนดให้ถือหุ้นใหญ่นั้นไม่ต่ำกว่า 40%

อนึ่ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70% ที่เหลือเป็น บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ถือ 10% CK ถือ 5% ITD ถือ 5% และ CRCC ถือ 10% ขณะที่ในส่วนทุนมีแนวโน้มจะมีผู้ร่วมทุนเข้ามาเพิ่มเติมอีก ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งการเพิ่มผู้ถือหุ้นจะต้องแจ้ง ร.ฟ.ท.รับทราบ

https://mgronline.com/business/detail/9620000102378

Last edited by wwc234; October 25th, 2019 at 08:28 AM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 06:42 PM   #1619
sf_alpha
Registered User
 
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 4,287
Likes (Received): 1028

ย้ายเสาไฟแรงสูง เยอะจริง ๆ
ดีนะเป็นนโยบายระดับชาติ น่าจะใช้งบประมาณจาก EEC ลงไปกฟผ. โดยตรง

ไม่งั้น ฝั่งรถไฟต้องออกค่าย้าย ตายแน่ ๆ
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ
sf_alpha no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2019, 08:31 PM   #1620
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,678
Likes (Received): 6276

.........

Last edited by napoleon; October 24th, 2019 at 08:37 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:42 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us