Ranong : City of Mineral Water - Page 2 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 25th, 2009, 03:58 PM   #21
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

สายลับพม่าโผล่เกลื่อนเมืองระนองแฝงตัวล้วงความลับ

Nation 25 พย. 2552 12:50 น.


แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง จ.ระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พบข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ประเภทสายลับหรือเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยข่าวกรองจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพม่าได้แฝงตัวเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง และใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก โดยลักษณะการแฝงตัวจะเข้ามาหลากหลายรูปแบบทั้งตังเกบนเรือประมง,คนงานก่อสร้าง,หญิงรับใช้ เป็นต้น เพื่อทำหน้าที่เก็บข้อมูลในแต่ละด้านทั้งด้านความมั่นคง,เศรษฐกิจ,สังคม,สิ่งแวดล้อม,การศึกษา,การท่องเที่ยว,การลงทุน,การค้าขายฯ

โดยที่ผ่านมามีข้อสังเกตหลายๆครั้ง จากหลายกรณีที่เป็นการยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแฝงตัวอยู่ในเขตพื้นที่จ.ระนองหรืออื่นๆ จริง อาทิเมื่อเกิดกรณีความขัดแย้งซึ่งนำไปสู่การประท้วงในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนฯ พบว่าข้อมูลที่ทางการพม่านำมาใช้ในการประท้วงนั้นจะมีรายละเอียดที่ชัดเจน

จากเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังพ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ซึ่งรับมอบภารกิจดูแลพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดระนอง-ชุมพร กล่าวว่า เคยมีข้อมูลเช่นกันว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของทางการพม่าแฝงตัวเข้ามาอยู่ฝั่งไทย ซึ่งหลายครั้งที่ทหารเคยนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้ามาสอบสวน แต่พบว่าไม่มีหลักฐานใดๆ จึงจำเป็นต้องปล่อยตัวไปในที่สุด เรื่องนี้ทหารไม่ยอมอย่างแน่นอน หากพบหรือปรากฏแน่ชัดว่าเป็นสายลับ ที่เข้ามาล้วงความลับของไทย ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างแน่นอน ทางทหารพร้อมที่จะดำเนินการทันที
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old December 1st, 2009, 08:39 PM   #22
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ตั้งแง่"เมืองระนอง"เอื้อเอกชน

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11587 มติชนรายวัน


หลังมติสภาให้เช่าที่ใกล้บ่อน้ำร้อน ทำสัญญานาน10ปี-ไม่ต้องประมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีการประชุมสภาเทศบาลเมืองระนอง สมัยสามัญสมัยที่ 4 ประจำปี 2552 โดยนายสนชัย อุ่ยเต็กเค่ง เป็นประธานการประชุม มีญัตติน่าสนใจ 3 เรื่อง เสนอโดยนายสมบุญ ติกวัฒนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองระนอง คือ 1.ญัตติขออนุมัติให้เอกชนเช่าที่ดินแปลงถนนทวีสินค้า จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 3 ไร่ 59.20 ตารางวา ระยะเช่า 30 ปี เพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 2 ชั้น 2.ญัตติขออนุมัติให้เอกชนเช่าที่ดินแปลงสหพันธ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 10 ตารางวา ระยะเช่า 30 ปี เพื่อก่อสร้างอาคารตลาดสด 1 หลัง อาคารพาณิชย์ 70 คูหา พร้อมสาธารณูปโภค และ 3.ญัตติขออนุมัติให้บริษัท สยามฮอทสปา จำกัด เช่าอาคารจำหน่ายของที่ระลึกพร้อมห้องสุขาและบริเวณต่อเนื่องบริเวณสยามฮอทสปา บ่อน้ำแร่ร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยขอยกเว้นวิธีการประมูล คิดค่าเช่าปีที่ 1-3 ปีละ 30,000 บาท ปีที่ 4-6 ปีละ 36,000 บาท และปีที่ 7-10 ปีละ 43,200 บาท และค่าตอบแทนการต่อสัญญาเช่าร้อยละ 5 ของมูลค่าสัญญาเช่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบทั้ง 3 ญัตติ

ทั้งนี้ นายสมบุญได้กล่าวในส่วนบริษัท สยามฮอทสปาฯ ที่ได้เช่าพื้นที่โดยยกเว้นวิธีการประมูลนั้นสามารถทำได้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และเหตุผลหนึ่งที่ไม่ต้องประมูล เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของกิจการที่ก่อนหน้านี้ประสบภาวะขาดทุนเดือนละ 1 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมีการนำญัตติขออนุมัติ สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากราชการเสียผลประโยชน์อย่างมาก เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนมากเกินไป เพราะพื้นที่ดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นรีสอร์ทชั้นดีได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด เนื่องจากอยู่ติดบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ ส่วนขอบเขตพื้นที่การให้เช่าก็ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงมีการล็อบบี้กันหลายรอบจนสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วย

ส่วนที่ดินแปลงสหพันธ์เดิม สมาชิกสภาส่วนใหญ่เคยคัดค้านโครงการดังกล่าวมาแล้วสมัยนายสุทธิเดช จันทวิชานุวงษ์ เป็นนายกเทศมนตรี เมื่อปี 2549 แต่ปีนี้กลับลงมติให้ความเห็นชอบ ทั้งที่เคยหาเสียงไว้ว่า หากได้รับการเลือกตั้งจะพัฒนาให้เป็นปอดกลางเมืองแห่งใหม่

หน้า 8
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 28th, 2010, 03:36 PM   #23
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

หน่วยความมั่นคงระนองเชื่อ “จัดคอนเสิร์ตพม่า” มีเจตนาแอบแฝง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2553 10:45 น.


ระนอง - หน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัดระนอง เชื่อการจัดคอนเสิร์ตนักร้องดังพม่า “อาซานี” พร้อมกัน 2 อำเภอ อ้างเพื่อการกุศล สนับสนุนโครงการจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์ เชื่อมีเจตนาแอบแฝง เพียงต้องการแสดงพลังของคนต่างด้าว หลังปีที่ผ่านมาเคยถูกล้มมาแล้วที่จังหวัดสมุทรสาคร

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดระนองว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศล วัฒนธรรมไร้พรมแดน ของคณะศิลปินนักร้องชื่อดังชาวพม่า “อาซานี” ที่ร้องเพลงแนวป็อปร็อก และฮิปฮอป ซึ่งได้รับความนิยมจากวัยรุ่นชาวพม่าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีนักร้องอื่นๆ อีกหลายคน เช่น ฮันทุน, นอนอ, สิน และนักร้องสาว แอล ไซซี

โดยกำหนดจัดพร้อมกัน 2 อำเภอในจังหวัดระนอง วันที่ 28-29 มกราคม 2553 ใช้วิธีการวิ่งรอกของนักร้อง คือ ที่ตลาดนัดบ้านหัวถนน ต.น้ำจืด อ.กระบุรี ชายแดนไทย-พม่า ตรงข้ามบ้านไซปู ต.หมาราง อ.เกาะสอง จ.เกาะสอง และที่โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 หมู่ 6 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง

โดยมีการจำหน่ายบัตรในราคาใบละ 200, 300 และ 500 บาท ซึ่งที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ระบุว่า การจัดคอนเสิร์ตดังกล่าว สนับสนุนโดยโครงการจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์ บริษัท MP3 (Thailand) และศูนย์รวมเพลงฮิตไร้พรมแดน ซึ่งทั้ง 3 องค์กรไม่ได้ระบุที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดใด ๆ ได้


ทั้งนี้ การจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวมีความพยายามจัดมาแล้วเมื่อวันที่ 26-27 กันยายน 2552 ที่วัดศรีบูรณาวาส ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แต่หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางผู้จัดได้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตจัดต่อนายอำเภอกระบุรี และนายอำเภอเมืองระนอง ซึ่งได้อนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวแล้วเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 อำเภอ

สำหรับหนังสืออนุญาตของอำเภอเมืองระนอง ระบุรายละเอียดว่า ในอนุญาตที่ 2/2553 ลงวันที่ 27 มกราคม 2553 ด้วยนางสร้อยเพ็ชร ภูววิมล อยู่บ้านเลขที่ 12/50 ถ.ดับคดี ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง ขออนุญาตจัดคอนเสิร์ตการกุศล วัฒนธรรมไร้พรมแดน โครงการจัดสร้างพระไตรปิฎก ฉบับ ภาพยนตร์ บริษัท MP3(Thailand) จำกัด ในวันที่ 28-29 มกราคม 2553 ณ โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น.

โดยเก็บค่าผ่านประตู อำเภอเมืองระนอง ได้พิจารณาแล้ว อนุญาตให้จัดงานการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล วัฒนธรรมไร้พรมแดนได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว และขอให้ผู้ได้รับอนุญาตปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้

1.การแสดงคอนเสิร์ตฯจะต้องไม่ขัดต่อความสงบของบ้านเมือง 2.การใช้เสียง ต้องไม่รบกวน และสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น 3.ให้นำใบอนุญาตนี้แสดงต้อเจ้าหน้าที่สายตรวจของตำรวจ หากผู้ได้รับอนุญาตทำผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด ผู้อนุญาตมีอำนาจงดการแสดงได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ลงชื่อ นายสมรรถชัย หวังเจริญ นายอำเภอเมืองระนอง ผู้อนุญาต

ขณะที่ครูโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 รายหนึ่ง กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากให้มีการจัดคอนเสิร์ตในสนามของโรงเรียน เพราะเป็นสถานที่ราชการ จะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในทางอ้อม ไหนจะเรื่องของความสะอาด ขยะ โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นของปัสสาวะและอุจจาระที่ผู้มาชมคอนเสิร์ตถ่ายทิ้งไว้เรี่ยราด

นอกจากนี้ ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหายด้วย ขณะนี้สนามโรงเรียนเป็นสถานที่จัดงานประจำไปแล้ว มีการจัดคอนเสิร์ตต่าง ๆ บ่อยมาก ล่าสุดจัดงานเทศกาลปีใหม่ 2553
ถึง 9 วัน 9 คืน ในขณะที่ผู้จัดก็จะจ่ายเงินค่าสถานที่ให้กับทางโรงเรียนเพียงน้อยนิด ซึ่งไม่คุ้มกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง ส่วนจะจ่ายใต้โต๊ะเท่าไหร่นั้นไม่ทราบ

ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ทางราชการอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตพม่าในครั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะทุกครั้งที่มีงานในโรงเรียนจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เสียงดนตรีดังมาก นอนไม่หลับ บางครั้งก็ดื่มเหล้า เบียร์ เมาแล้วทะเลาะวิวาทกันเอง

พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี กล่าวว่า ทางฝ่ายทหารไม่เห็นด้วยที่จะอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าว เพราะจังหวัดระนองยังอยู่ในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก ถือว่าไม่เหมาะสม การอนุญาตไม่อยู่ในอำนาจของฝ่ายทหาร แต่ก็น่าจะแจ้งให้ทราบด้วย

พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องการจัดคอนเสิร์ตพม่าในพื้นที่จังหวัดระนอง หากได้รับอนุญาต ทางตำรวจก็มีความจำเป็นต้องจัดกำลังเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุร้าย ซึ่งทางผู้จัดน่าจะแจ้งให้ฝ่ายตำรวจได้รับทราบด้วย

นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า เมื่อนายอำเภอเซ็นอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตไปแล้ว การปฏิบัติต่อไปเจ้าหน้าที่ต้องลงไปดูแลรักษาความปลอดภัย เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นต่อไป จะได้เอาคอนเสิร์ตนี้เป็นบทเรียน อย่างนายอำเภอเมืองเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ได้ 1 อาทิตย์

คงยังไม่ทราบข้อมูลต่างๆ จึงเซ็นอนุญาตไป ในอนาคตหากมีการขอจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของแรงงานต่างด้าวในลักษณะนี้อีก แม้ว่าอำนาจการอนุญาตจะอยู่ที่นายอำเภอ แต่ต้องรายงานให้จังหวัดทราบก่อน เพื่อจะได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงมาให้ความคิดเห็นก่อน


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวด้านความมั่นคงที่ประจำอยู่ในจังหวัดระนองหลายหน่วยได้เฝ้าระวังการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการจัดคอนเสิร์ตแบบทั่วไปอย่างแน่นอน น่าจะมีอะไรแอบแฝง เป็นการโชว์พลังของกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวพม่าบางกลุ่มมากกว่า

นอกจากนี้ มีความเป็นห่วงในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หากเกิดเหตุร้ายขึ้นจะยากต่อการควบคุมดูแล เพราะพม่าที่อยู่ในระนองทั้งหมดแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีใบอนุญาตทำงาน แต่ก็ถือว่ายังเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ราชการอนุญาตให้อยู่ เพื่อรอการส่งกลับ และให้ทำงานได้ชั่วคราวตามมติของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะมาทำอะไรก็ได้

นอกจากนี้ เมื่อปี 2550 จังหวัดระนองได้ออกประกาศจังหวัดระนอง เรื่องกำหนดมาตรการจัดระเบียบคนต่างด้าวบางจำพวก เพื่อให้นายจ้าง คนต่างด้าว และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ถือปฏิบัติ เช่น ห้ามไม่ให้แรงงานต่างด้าวออกนอกสถานที่พักอาศัยหลังเวลา 22.00-06.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น ยกเว้นต้องทำงานหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ

แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนายจ้างอย่างใกล้ชิด ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามไม่ให้แรงงานต่างด้าวใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อความมั่นคงของชาติ หากมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ นายจ้างทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวผู้ใช้โทรศัพท์พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ส่งให้จังหวัดทราบทุกคน

และให้นายจ้างเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว และให้นายจ้างดูแลในเรื่องของความสะอาดด้วย ซึ่งประกาศดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้อยู่ และการจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวถือว่าฝ่าฝืนประกาศดังกล่าวด้วย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old January 28th, 2010, 03:37 PM   #24
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ผู้จัด “คอนเสิร์ตพม่า” ที่ระนองยันไร้เจตนาแอบแฝง หวังหารายได้ช่วยงานกุศล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2553 18:06 น.


ระนอง-“อุปนายกสมาคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจไทย-พม่า” ประธานจัดงานคอนเสิร์ตพม่า ที่จังหวัดระนอง ยันไม่มีเจตนาแอบแฝง หวังส่งเสริมสนับสนุนความสัมพันธ์ของประชาชน 2 ประเทศเท่านั้น ส่วนรายได้ จะนำไปช่วยเหลืองานการกุศล โดยเฉพาะจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์ คาดมีชาวพม่าร่วมชมรอบละ 3,000 คน

จากกรณีที่หลายฝ่าย มีความเป็นห่วงเรื่องการรักษาความปลอดภัยการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปินนักร้องชื่อดังของพม่า ที่จังหวัดระนอง พร้อมกันใน 2 เวที คือ ที่ตลาดเทศบาลตำบลน้ำจืด อ.กระบุรี และที่สนามโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 อ.เมือง จ.ระนอง ระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม 2553 ระหว่างเวลา 18.00-24.00 น. นั้น

ล่าสุด พล.อ.วิภาส ตันสุหัช อุปนายกสมาคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจไทย-พม่า ประธานการจัดคอนเสิร์ตการกุศลวัฒนธรรมไร้พรมแดน กล่าวว่า การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีเป้าหมายหลัก เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับพม่า เพราะประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีการติดต่อข้ามไป-ข้ามมา เหมือนเป็นพี่น้องกัน ซึ่งเป็นการทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน โดยใช้วัฒนธรรมเป็นสื่อ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่ง จะนำไปช่วยเหลือการกุศล สนับสนุนสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย-พม่า และสนับสนุนสมาคมกีฬาโอเรียลเทียริ่ง ซึ่งเป็นสมาคมกีฬาที่จัดตั้งขึ้นใหม่

ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ที่หลายฝ่ายในจังหวัดระนองมีความกังวล ได้มีการประสานงานกับทั้งฝ่ายทหาร และฝ่ายตำรวจเรียบร้อยแล้ว ในการเข้าไปดูแลตรวจค้นอาวุธ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ส่วนของรายได้นั้น เพียงไม่ขาดทุนก็ถือว่าพอใจแล้ว ขอเพียงความมั่นใจจากผู้ชมเท่านั้น

โดยตั้งเป้าหมายมีแรงงานชาวพม่าเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้รอบละประมาณ 3,000 คน จำหน่ายบัตรใบละ 250-350 บาท ในส่วนของนักร้องนักดนตรีนั้น โดยเฉพาะ “อาซานี” และ “แอล ไซชี” ซึ่งเป็นนักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ของพม่านั้น เดินทางมาถึงจังหวัดระนองแล้ว พร้อมขึ้นเวทีคอนเสิร์ตทั้ง 2 เวทีอย่างแน่นอน จากการจัดมาหลายเวทีทั้งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเขตบางบอน กรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาใด ๆ

ด้านนายสนั่นพงษ์ สุขดี ผู้อำนวยการโครงการจัดสร้างพระไตรปิฎก ฉบับภาพยนตร์ กล่าวว่า รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตการกุศลวัฒนธรรมไร้พรมแดนครั้งนี้ ทางคณะผู้จัดจะนำรายได้ส่วนหนึ่งมาสนับสนุนโครงการด้วย เพื่อให้การจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์เสร็จตามกำหนด ซึ่งต้องใช้งบประมาณถึง 1,200 ล้านบาท เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะมีการส่งขายทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน แต่สำหรับประเทศไทยจะแจกจ่ายให้ผู้ที่สนใจฟรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาวันนี้ (28 ม.ค.) ทางคณะผู้จัดคอนเสิร์ตวัฒนธรรมไร้พรมแดน ได้พาคณะนักร้องแห่ไปตามถนนสายต่าง ๆ ย่านแพใหม่ สะพานปลา และปากคลอง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ปรากฏว่า ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีการของจับมือ และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สร้างความคึกคัก และความมั่นใจให้กับผู้ที่ตั้งใจจะเข้าชมคอนเสิร์ตว่า ได้สัมผัสใกล้ชิดกับนักร้องที่ชื่นชอบ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 29th, 2010, 09:21 AM   #25
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

สนามบินระนองพร้อมเปิดรับเที่ยวบินพาณิชย์อีกครั้ง

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:04:54 น. มติชนออนไลน์


เมื่อวันที่ 29 ม.ค.53 นางพรทิพย์ เฉลียวการ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานระนอง กล่าวว่า สายการบินแอร์เอเซีย ได้หยุดให้บริการเที่ยวบิน กรุงเทพ-ระนอง-กรุงเทพ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2552 ซึ่งไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใดที่หยุดบิน ทั้ง ๆ ที่เกือบทุกเที่ยวบินมีผู้โดยสารเกือบเต็มทุกที่นั่ง โดยให้บริการสัปดาห์ละ 3 วัน คือ อังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ ซึ่งหลังจากที่สายการบินแอร์เอเชีย หยุดให้บริการทางกรมการขนส่งทางอากาศ รวมทั้งจังหวัดระนอง และหน่วยงานภาคเอกชนในจังหวัด ได้พยายามผลักดันให้สายการบินต้นทุนต่ำมาทำการบิน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีสายการบินใดให้ความสนใจ ส่วนที่ทางส่วนกลางจะมีการประชุมเพื่อรับฟังความต้องการและแนวทางการบริหารสนามบินในส่วนภูมิภาคนั้น ยังไม่ได้รับหนังสือสั่งการใด ๆ จากส่วนกลางในการจัดเตรียมข้อมูลต่าง ๆ


นางพรทิพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางอากาศสภาพทั่วไปของท่าอากาศยานระนองถือว่ายังอยู่ในภาพที่ดี อุปกรณ์ทุกชนิดยังสามารถใช้งานได้เพราะได้มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพื้นที่โดยรอบสนามบินมีรั้วรอบขอบชิดทั้งสี่ด้าน ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปจัดกิจกรรมใด ๆ หรือนำสัตว์เข้าไปเลี้ยงอย่างเด็ดขาด เพราะท่าอากาศยานถือเป็นเขตหวงห้าม ปัจจุบันมีข้าราชการ ลูกจ้าง ปฏิบัติงานทั้งหมด 21 คน จากอัตราเดิม 23 คน ไปช่วยราชการที่สนามบินอื่น 2 คน แบ่งเป็น 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายบริหารและพิธีการบิน ฝ่ายช่าง และฝ่ายความปลอดภัย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 29th, 2010, 01:41 PM   #26
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

"โจ๋หม่อง"นับแสนแห่ชมคอนเสิร์ต "เบิร์ดพม่า-อาซานี"ที่ระนอง ผู้ว่าฯสั่งตร.ดูแลเต็มที่ป้องกันเหตุร้าย

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 17:07:02 น. มติชนออนไลน์


นักร้องชื่อดังแนวป็อปร็อก-ฮิพฮอพ ชาวพม่า"อาซานี" หรือที่เรียกในหมู่ชาวพม่าว่า "เบิร์ดพม่า" กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของวัยรุ่นแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยนับล้านคน เปิดคอนเสิร์ตที่จ.ระนอง คาดโจ๋หม่องนับแสนแห่ชม


ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดระนองว่า ขณะนี้ ศิลปินนักร้องชื่อดังชาวพม่า "อาซานี" หรือที่เรียกในหมู่ชาวพม่าว่า "เบิร์ดพม่า" กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยนับล้านคน โดย"อาซานี"เป็นนักร้องเพลงแนวป็อปร็อก และฮิพฮอพ ซึ่งได้รับความนิยมจากวัยรุ่นชาวพม่าเป็นอย่างมาก


ล่าสุด มีการจัดคอนเสิร์ตการกุศล วัฒนธรรมไร้พรมแดน ซึ่งประกอบด้วย "อาซานี" และยังมีนักร้องอื่น ๆ อีกหลายคน เช่น ฮันทุน ,นอนอ, สิน และนักร้องสาว แอล ไซซี โดยกำหนดจัดพร้อมกัน 2 อำเภอในจังหวัดระนอง วันที่ 28-29 มกราคม 2553 ใช้วิธีการวิ่งรอกของนักร้อง คือ ที่ตลาดนัดบ้านหัวถนน ต.น้ำจืด อ.กระบุรี ชายแดนไทย-พม่าตรงข้ามบ้านไซปู ต.หมาราง อ.เกาะสอง จ.เกาะสอง และที่โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 หมู่ที่ 6 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง


โดยมีการจำหน่ายบัตรในราคาใบละ 200, 300 และ 500 บาท ซึ่งที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ระบุว่า การจัดคอนเสิร์ตดังกล่าวสนับสนุนโดยโครงการจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์ บริษัท MP3 (Thailand) และศูนย์รวมเพลงฮิตไร้พรหมแดน ซึ่งทั้ง 3 องค์กรไม่ได้ระบุที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดใด ๆ ได้


ซึ่งจัดคอนเสิร์ตดังกล่าว ทางผู้จัดได้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตจัดต่อนายอำเภอกระบุรี และนายอำเภอเมืองระนอง ซึ่งได้อนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวแล้วเรียบร้อยแล้วทั้งสองอำเภอ โดยผู้ได้รับอนุญาตปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
1. การแสดงคอนเสิร์ตฯจะต้องไม่ขัดต่อความสงบของบ้านเมือง
2. การใช้เสียง ต้องไม่รบกวนและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
3. ให้นำใบอนุญาตนี้แสดงต่อเจ้าหน้าที่สายตรวจของตำรวจ
หากผู้ได้รับอนุญาตทำผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด ผู้อนุญาตมีอำนาจงดการแสดงได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น โดย นายสมรรถชัย หวังเจริญ นายอำเภอเมืองระนอง เป็นผู้อนุญาต


นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ในเมื่อนายอำเภอเซ็นอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตไปแล้ว การปฏิบัติต่อไปเจ้าหน้าที่ต้องลงไปดูแลรักษาความปลอดภัย เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากมีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นต่อไปจะได้เอาคอนเสิร์ตนี้เป็นบทเรียน อย่างนายอำเภอเมืองเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ได้ 1 อาทิตย์ คงยังไม่ทราบข้อมูลต่าง ๆ จึงเซ็นอนุญาตไป ในอนาคตหากมีการขอจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของแรงงานต่างด้าวในลักษณะนี้อีก แม้ว่า อำนาจการอนุญาตจะอยู่ที่นายอำเภอ แต่ต้องรายงานให้จังหวัดทราบก่อน เพื่อจะได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงมาให้ความเห็นก่อน


สำหรับบรรยากาศ การจัดคอนเสิร์ต เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมานั้น เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. เปิดการแสดง พร้อมกัน 2 จุด คือที่สนามหน้าโรงเรียนมิตรภาพที่ 60 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง กับที่สนามหน้าตลาดสด อ.กระบุรี ปรากฏว่าในส่วนของสนามหน้าโรงเรียนมิตรภาพที่ 60 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับย่านชุมชนแรงงานพม่า แพปลา และโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า มีกลุ่มแรงงานพม่าเดินทางมาซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 19.30 น.ซึ่งเป็นช่วงที่ เปิดทำการแสดงโดยน่อน่อ ศิลปินหนุ่มหล่อของพม่า พบว่า มีกลุ่มแฟนเพลงชาวพม่าซื้อบัตรเข้าชมกว่า 10,000 คน โดยมี จนท.ตำรวจ,อส.,อปพร. ร่วมดูแลความปลอดภัยกว่า 300 คน


นายมนัส พิศุทธิกฤติยา ป้องกันจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า คาดการณ์กันว่าจะมีคนพม่าที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดระนองและชาวพม่าจาก จ.เกาะสองข้ามฟากเข้ามาชมการเปิดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังนำโดย อาชานี ศิลปินฮิพฮอพชื่อดังหรือฉายาเบิร์ดพม่า พร้อมศิลปินชื่อดังอีก 4 คนประกอบด้วยนอนอ,สิน,ฮันทุน และแอลไซซี จะมีคนพม่าเข้าร่วมชมทั้งสองคน ซึ่งเปิดการแสดง 4 รอบใน 2 เวที ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน


"ทาง ผวจ.ระนองสั่งกำชับดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นกรณีพิเศษ ไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ โดยเฉพาะการทะเลาะวิวาทในระหว่างที่มีการแสดงคอนเสิร์ต ดังนั้นทางจนท.ฝ่ายปกครอง จึงได้ร่วมกับ จนท.ตำรวจ และอาสามัคร อปพร.จัดกำลังร่วมดูแลความเรียบร้อยในบริเวณงาน และจุดล่อแหลมต่างๆ ในช่วงเวลา 2 วันที่มีการจัดคอนเสิร์ตไม่ต่ำกว่า 1,000 คน และจะมีการตรวจค้นอาวุธผู้ที่เข้าไปชมการแสดงทุกคนเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้" นายมนัส กล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 4th, 2010, 10:03 PM   #27
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ระนองทุ่มงบฯ ผลิตน้ำประปา

วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7008 ข่าวสดรายวัน


ระนอง - นายอุกฤษฐ์ ตันติธรรมานันท์ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง เปิดเผยว่า ทางเทศบาลจัดสรรงบประมาณจำนวน 20.5 ล้าน ซึ่งเป็นเงินสะสมของเทศบาลเอง แบ่งเป็นโครงการจ้างเหมาก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาเทศบาล วงเงิน 18.5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง เป็นระบบผลิตประปาด้วยการตกตะกอนจากถังตกตะกอนชนิดหัวเจ็ตดูดตะกอนเก่าผสมตะกอนใหม่ พร้อมส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ท่อสูบน้ำเข้าสระพักน้ำดิบ สระพักน้ำดิบและอาคารน้ำล้น ระบบท่อส่งน้ำแรงดันต่ำ ถังเก็บน้ำใส คสล.ขนาด 500 ลบ.เมตร หอถังสูง คสล.ความจุ 120 ลบ.เมตร สระพักตะกอน อาคารสำนักงาน งานเครื่องกลและงานไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้จัดสรรงบประมาณอีก 2 ล้านบาท วางระบบท่อส่งน้ำจากโรงผลิตน้ำประปาแห่งใหม่อีกด้วย

หน้า 28
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 7th, 2010, 07:42 PM   #28
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

กำลังผสมระนองบุกตรวจพื้นที่ป่า หลังนายทุนจ้างคนงานแผ้วถางกว่า1,500ไร่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2553 17:22 น.


ระนอง-กำลังผสมทหาร ตชด.และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดระนอง กว่า 50 นาย บุกตรวจยึดพื้นที่ป่าบ้านทรายแดง หลังรับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีนายทุนกำลังจ้างคนงาน และเครื่องกลหนักเข้ามาแผ้วถางป่า เนื้อที่กว่า 1,500 ไร่

พ.อ.มนัส คงแป้น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 (ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก 1) พร้อมด้วย พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังสตรี (ผบ.ฉก.ร25.กกล.) นายสมหวัง จันทร์ฉาย หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รน.8 บ่อน้ำร้อน อ.เมือง จ.ระนอง พร้อมด้วยกำลัง ทหาร ตชด.และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กว่า 50 นาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบ้านทรายแดง ม.2 ต.ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีนายทุนว่าจ้างคนงาน และเครื่องจักรกลหนักเข้าไปตัดโค่นแผ้วถาง และเผาทำลายป่า จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน

เมื่อเดินทางไปถึงพบ นายพวง ทองเขียว อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ม.1 ต.ทรายแดง กำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์กำลังตัดไม้ และพบแรงงานพม่า จำนวน 2 คน คือ นาย อ่าว อายุ 23 ปี และนายอ่าวซอ อายุ 37 ปี กำลังใช้รถแบ็คโฮ กำลังเกลี่ยดิน ขุดซากตอไม้ และมีการเผาเศษไม้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาทำการสอบสวน

ขณะเดียวกันได้มี นายวิสูตร พุ่มพวง อายุ 43 ปี อ้างว่า เป็นผู้ดูแลที่ดินดังกล่าว พร้อมนำเอกสารสิทธิ์ นส.3 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยบอกว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของนายทุนใหญ่ประกอบธุรกิจส่งออกคนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดระนอง

เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบเอกสารครอบครองที่ดินประมาณ 10 แปลง พื้นที่ประมาณ 450 ไร่ แต่การแผ้วถางป่ามีบริเวณกว้าง ยาวหลายกิโลเมตร ติดแม่น้ำกระบุรี และเป็นที่ลาดชันเกิน 45 องศา น่าจะมากกว่า 1,500 ไร่ เบื้องตนทราบว่า พื้นที่ดังกล่างอยู่ในเขตป่าสงวน พ.ศ.2484 จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป้องกัน และรักษาป่าที่ รน.8 ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด โดยใช้เครื่องตรวจจับพิกัดจีพีเอสในการวัด ใช้เวลา 2-3 วัน จะทราบผล ในระหว่างตรวจสอบห้ามดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน 15 นาย พร้อมอาวุธครบมือเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง และประสานให้ร้อยเวร สภ.เมือง ทำการสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเกินกว่าที่ระบุไว้ในเอกสารสิทธิ์จะดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมจะติดตามตัวนายทุนตามที่ถูกกล่าวอ้างมาสอบสวนดำเนินคดีเช่นเดียวกัน.

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 17th, 2010, 03:28 PM   #29
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ระนองผวาภัยพิบัติหลังพบฝูงปลาลอยตายเกลื่อนทะเล

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X9256231.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 7th, 2010, 09:34 PM   #30
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ทหารหน่วย ฉก.ร.25 ยึดไม้ซุง 2 คันรถสิบล้อ อ้างตัดในที่เอกสารสิทธิ์รับวันสิ่งแวดล้อมโลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2553 16:46 น.


ระนอง-ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ตรวจยึดไม้ซุง 2 คันรถบรรทุกสิบล้อ พร้อมผู้ต้องหา 6 คน อ้างขออนุญาตตัดในที่ดินเอกสารสิทธิ์รับวันสิ่งแวดล้อมโลก

วันนี้ ( 5 มิ.ย.53) เมื่อเวลา 07.30 น. ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม ผบ.ร้อย ร. 2521 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 (ฉก.ร.25) กองกำลังเทพสตรี นำกำลังทหารเข้าตรวจยึดรถบรรทุกสิบล้อ จำนวน 2 คัน หมายเลขทะเบียน 70-1406 ชุมพร และ ทะเบียน 70-1217 ชุมพร หน้ารถติดสติ๊กเกอร์ บริษัท เขาการร้องชุมพรพาราวู้ด จำกัดทั้งสองคัน ซึ่งจอดอยู่ในซอยห่างจากถนนเพชรเกษมประมาณ 200 เมตร บ้านบางกุ้ง หมู่ที่ 6 ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง โดยมีผ้าใบปิดคลุมมิดชิด เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกมาดูพบไม้ซุงเต็มทั้ง 2 คัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 50-80 เซนติเมตร ยาว 2-4 เมตร ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางป่า จึงควบคุมตัวนายพรทวี มโนสาร อายุ 36 ปี และนายเอิน บุญมาก อายุ 32 ปี คนขับรถไว้ พร้อมคนงานอีก 4 คน คือนายภูวิจน์ ภาศภาการ อายุ 24 ปี นายเกรียงไกร พลวัชรินทร์ อายุ 29 ปี นายอภินันท์ คงเรือง อายุ 16 ปี และนายมานิตย์ ไพถาวร อายุ 44 ปี และเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง ใกล้กันมีไม้ซุงวางกองอยู่อีกหลายสิบท่อน ตรวจสอบบนภูเขาพบตอไม้ที่ถูกตัดจำนวนมาก และพบร่องรอยการใช้ช้างชักลากไม้ลงมาที่พื้นราบ

สอบถามนายมานิตย์ ไพวาวร ทราบว่า ตนเองเป็นเพียงผู้รับจ้างตัดไม้เท่านั้น โดยเจ้าของที่ดินบอกว่ามีเอกสารสิทธิ์ คิดค่าจ้างตามน้ำหนักไม้กิโลกรัมละ 30 สตางค์ ส่วนการชักลาก ขนย้ายออกนอกพื้นที่ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้เอาสำเนาหนังสือ นส. 3 มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ตัดไม้ในเขตที่ดินมาเอกสารสิทธิ์ จำนวน 26 ไร่ ขออนุญาตตัดไม้สะตอ 22 ต้น แต่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม้ที่ตรวจยึดไม้ไม่มีไม้สะตอแม้แต่ท่อเดียว แต่ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางป่า ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม และน่าจะตัดนอกที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เนื่องจากพบตอไม้ที่ถูกตัดอยู่บนภูเขาสูงชัน จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ รน.6 (น้ำทุ่น)เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดทางทหารได้ใช้อำนาจตามประกาศกฎอัยการศึก ควบคุมไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ค่ายรัตนรังสรรค์ จ.ระนอง เป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 21st, 2010, 08:06 PM   #31
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ไทย-พม่าจับมือตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7145 ข่าวสดรายวัน

ระนอง - นายสุภัท กุขุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน นายอู อ่องเตียน เอกอัครราชทูตพม่า ประจำประเทศไทย และนายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติและออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้กับแรงงานพม่าที่จังหวัดระนอง บริเวณแพปลาโกฟุก อยู่ในซอยชาวประมง ย่านสะพานปลาระนอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งจะทำให้แรงงานสัญชาติพม่าที่ได้ยื่นเอกสารการพิสูจน์สัญชาติแล้วได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่าย

รองอธิบดีกรมการจัดหางานกล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า ที่จังหวัดระนอง เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมที่เมืองพุกาม ประเทศพม่า ทางฝ่ายไทยมีความเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของแรงงานที่ต้องเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติฝั่งพม่าในช่วงฤดูมรสุม จึงเสนอให้ทางการพม่าส่งเจ้าหน้าที่มายังฝั่งไทย ทางการพม่าได้รับข้อเสนอ ส่งเจ้าหน้าที่มาดูสถานที่และประชุมร่วมกัน คาดว่าศูนย์ดังกล่าวจะเริ่มเปิดบริการในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ไปสิ้นสุดประมาณเดือนตุลาคม จะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติที่จังหวัดระนองประมาณ 20 คน สามารถพิสูจน์สัญชาติได้วันละ 800 คน ส่วนในอนาคตจะมีการขยายเวลาหรือไม่ต้องมีการหารือกันต่อไป และอาจจะเป็นการนำไปสู่การตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และอ.แม่สาย จ.เชียงราย ในอนาคต

รองอธิบดีกรมการจัดหางานกล่าวด้วยว่า แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าที่ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2552 จำนวนทั้งสิ้น 1,079,991 คน มีแรงงานขอรับใบอนุญาตทำงาน และยื่นแบบพิสูจน์สัญชาติ จำนวน 833,013 คน ได้รับหนังสือเดินทางแล้ว จำนวน 94,000 คน ยังไม่ได้รับหนังสือเดินทางประมาณ 739,900 คน ส่วนมีแรงงานที่ยังไม่เข้าระบบการพิสูจน์สัญชาติ จำนวน 246,978 คน ทางมหาดไทยกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

หน้า 28
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 18th, 2011, 07:15 AM   #32
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

จี้รัฐผุดรางเดี่ยว'ระนอง-ชุมพร'

เอกชนระนอง จี้รัฐเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟรางเดี่ยวเชื่อมระนอง-ชุมพร รับยุทธศาสตร์เมืองท่าขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน ทั้งรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน

นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร หอการค้าจังหวัดระนอง และหอการค้าจังหวัดชุมพร เตรียมที่จะเดินหน้าเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการรถไฟรางเดี่ยว หรือระบบราง ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันว่าระบบรางเป็นโครงการที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนอุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้า ที่สำคัญยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัดระนอง และกลุ่มจังหวัดอันดามันที่กำหนดให้ระนองเป็นเมืองท่าขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน อีกทั้งรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ฝั่งอ่าวไทย และอันดามันด้วย

"ระบบรางมีการพูดคุยมานาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ ทำให้การขนส่งสินค้ามายังจังหวัดระนอง และจากจังหวัดระนองสู่จังหวัดอื่นๆ มีความยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายการขนส่งสูง ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือต้องใช้ระบบราง อีกทั้งปัจจุบันจังหวัดระนองมีท่าเรือขนาดใหญ่แต่ยังไม่ได้ใช้เต็มศักยภาพ ยังไม่มีบริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการ เพราะมีปัญหาในส่วนของการขนส่งสินค้าจากท่าเรือระนองสู่พื้นที่ต่างๆ หรือจากพื้นที่ต่างๆ มายังท่าเรือระนอง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเสียโอกาสให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบว่าขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ และมีการตัดโครงข่ายถนนเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีน"

นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ระนอง อดีตประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่าจังหวัดระนองได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างท่าเรืออเนกประสงค์ที่บ้านเขานางหงส์ แต่พบว่ายังไม่สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพเนื่องจากบริษัทขนส่ง และบริษัทการเดินเรือยังไม่ให้ความสนใจ เนื่องจากระบบการคมนาคมทางบกที่ยังไม่สะดวก ในขณะที่ท่าเรือระนองเป็นท่าเรือที่สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศกลุ่มบริมเทค และตะวันออกกลางได้กว่า 10-15 วัน เมื่อเทียบกับท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือสิงคโปร์ ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่ากุญแจสำคัญที่จะผลักดันให้จังหวัดระนองเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามันได้นั้นจะต้องมีระบบรางเข้ามาช่วยรองรับและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางตู้คอนเทนเนอร์จากฝั่งอ่าวไทยมายังฝั่งอันดามัน

"หากสามารถวางโครงข่ายให้ระนองและชุมพรสามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้น่าจะส่งผลดีต่อระบบการขนส่ง และผลดีต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ของทั้ง 2 จังหวัดอย่างแน่นอน โดยจากการศึกษาพบว่าระยะทางของระบบรางที่จะใช้เชื่อมต่อมายังจังหวัดระนองนั้นประมาณ 100 กม. ใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,627 17-20 เมษายน พ.ศ. 2554


http://www.thanonline.com/index.php?...-38&Itemid=479
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 12th, 2011, 07:44 AM   #33
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ภาครัฐ-เอกชนระนองผลักดันตั้งเขตศก.พิเศษ

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:35 น.

ภาครัฐ-เอกชนระนอง ประสานมือผลักดันระนองสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับแผนเชื่อมการค้า การลงทุน การขนส่งฝั่งอันดามัน ดันท่าเรืออเนกประสงค์ระนองเป็นศูนย์กลางการค้าสู่อ่าวเบงกอล

นางนฤมล ขรภูมิ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางภาคเอกชนจังหวัดระนอง ประกอบด้วยหอการค้าจังหวัดระนอง สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนองสมาคมประมงจังหวัดระนอง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ผลักดันจังหวัดระนอง เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองระนอง โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพท่าเรืออเนกประสงค์ ให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า สู่ อ่าวเบงกอล ด้วยศักยภาพด้านพื้นที่ตั้งของท่าเรือระนอง เหมาะสำหรับการเปิดเส้นทางการเดินเรือ เพื่อเชื่อมโยงการค้าผ่านทางเรือไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเบงกอล แหลมมลายู และสามารถถ่ายลำเรือเพื่อขนส่งต่อเนื่องไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และยุโรปได้

ท่าเรือระนอง มี 2 ท่าเทียบเรือ คือท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ มีขนาดกว้าง 26 เมตร ยาว 134 เมตร สามารถรับเรือสินค้าขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอสส์ จอดเทียบท่าได้พร้อมกัน 2 ลำ มีสะพานเชื่อมฝั่งกว้าง 7.5 เมตร ยาว 210 เมตร จำนวน 2 สะพาน และ 2 ท่าเทียบเรือตู้สินค้า มีความกว้าง 30 เมตร ยาว 150 เมตร สามารถรับเรือสินค้าขนาดไม่เกิน 12,000 เคดเวตตัน จอดเทียบท่าได้ครั้งละ 1 ลำ มีสะพานเชื่อมฝั่งกว้าง 7.5 เมตร ยาว 210 เมตร สะพานเชื่อมกับท่าเรืออเนกประสงค์ กว้าง 10 เมตร ยาว 40 เมตร


"จากศักยภาพ ดังกล่าว จึงเหมาะสม ที่จะผลักดันจังหวัดระนอง ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริม และพัฒนาท่าเรือระนอง เป็นประตูการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศในซีกโลกตะวันตก โดยมีเส้นทางการเดินเรือที่สะดวกไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ที่มีการจราจรที่คับคั่งและปัญหาความไม่ปลอดภัยจากโจรสลัด ย่นระยะเวลาในการเดินทางและลดต้นทุนการขนส่งสินค้าให้กับผู้นำเข้าและส่งออก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการค้าไทยสู่ตลาดโลก "

นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จังหวัดระนองได้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นศูนย์กลางของการขนส่งและกระจายสินค้าสู่อ่าวเบงกอลในการผลักดันยุทธศาสตร์การค้าเพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามโครงการ 3 วงแหวน 5 ประตูการค้า โดยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมี นางสาวจิตรา พรหมชุติมา รองผู้ว่าฯเป็นประธาน ตามนโยบายของ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้าและประธานคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจการค้าชายแดนไทย-พม่า และคณะผู้บริหารระดับสูง ที่ได้เดินทางมายังจังหวัดระนองเพื่อสำรวจเส้นทางโลจิสติกส์ หรือเส้นทางการคมนาคมเชื่อมการค้า การลงทุน การขนส่ง เส้นทางชายแดนด้านระนอง-ชุมพร-ประจวบ-เพชรบุรี เพื่อเชื่อมสู่เส้นทางการค้ายังประเทศพม่า,กลุ่มประเทศเอเชียใต้,อ่าวเบงกอล

"ล่าสุดคณะทำงานได้ประชุมจัดหาพื้นที่หรือที่ดินที่มีความเหมาะสมในการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละอำเภอที่มีพื้นที่ที่เป็นของรัฐนำเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุม สรุปผลในการจัดหาพื้นที่หรือที่ดินของรัฐเพื่อนำเสนอพิจารณาที่จะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดระนอง สำหรับในเบื้องต้นขณะนี้พบมีที่ดินที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ในการกำหนดเป็นโซนเศรษฐกิจพิเศษรวม 5 แปลง ประกอบด้วยเขตอำเภอเมืองระนอง 3 แปลง ได้แก่พื้นที่บริเวณสนามบินระนอง,ท่าเรือระนอง และ ม. 5 ต.บางริ้น ส่วนที่อำเภอกระบุรี ตำบลมะมุ บริเวณบ้านสวัสดิ์ 1 แปลง และอำเภอกะเปอร์ 1 แปลงที่บ้านเชี่ยวเหลียง "

นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระนองกล่าวว่า การพัฒนาการค้าการลงทุนในเขตพื้นที่จ.ระนองยังประสบปัญหาที่รอการดำเนินการจากรัฐบาลหลายประการ อาทิ เส้นทางคมนาคมขนส่งทางบก ที่ยังเป็นเส้นทาง 2 เลน และคดเคี้ยว ไม่เหมาะแก่การขนส่งสินค้า,ระบบรางเชื่อมระนองกับชุมพร เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากฝั่งอ่าวไทยมายังอันดามัน รวมถึงการพัฒนาท่าเรืออเนกประสงค์ จังหวัดระนองที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มศักยภาพตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่กำหนดให้ระนองเป็นเมืองท่าขนส่งสินค้าทางทะเลฝั่งอันดามัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,634 12-14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...-38&Itemid=479
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 19th, 2011, 08:49 AM   #34
KhimNawa
Panorama
 
KhimNawa's Avatar
 
Join Date: May 2010
Location: Bangkok(Ekkamai)-UdonThani THAILAND
Posts: 1,589
Likes (Received): 357

ธุรกิจระนองฝากความหวังนกแอร์

เอกชนระนองนัดถกนกแอร์ ดึงสยายปีกเส้นทางระนอง-กรุงเทพฯ หลังระนองแอร์ ปิดฉากอีกรายเป็นสายการบินที่สามหลังเข้ามาเปิดบริการได้ปีเศษ ขณะที่ททท. หนุนโครงการมหัศจรรย์เมืองน้ำแร่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางชุมพร-ระนอง

นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าจากการที่สายการบินระนองแอร์ ตัดสินใจยกเลิกเส้นทางการบินระนอง-กรุงเทพฯไป ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะการท่องเที่ยว การลงทุนในเขตพื้นที่ จ.ระนองเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา จ.ระนองมีจุดด้อยที่การคมนาคม จนทำให้แทบที่จะไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถผลักดันได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

"ภาคเอกชนได้รับแจ้งจากสายการบินระนองแอร์ ซึ่งเปิดบินเส้นทางระนอง-กรุงเทพฯ ,ระนอง-ภูเก็ต และระนอง-หาดใหญ่ ว่าจะหยุดบินตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2554 เป็นต้นไป หลังเปิดบินในเส้นทางดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 โดยให้เหตุผลถึงความไม่พร้อมของเครื่องบิน ซึ่งจากผลของการหยุดบินของสายการบินระนองแอร์ ขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของจ.ระนอง รวมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เนื่องจาก จ.ระนองมีปัญหามากในเรื่องของเส้นทางคมนาคม จนส่งผลกระทบต่อการลงทุนในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว"

อีกทั้งเส้นทางถนนเพชรเกษม ก็มีปัญหา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยว ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเข้ามายังพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ ได้พยายามผลักดันโครงการถนน 4 เลน ส่วนการคมนาคมทางอากาศนั้น ล่าสุดทาง 4 องค์กรภาคเอกชนระนองประกอบด้วยหอการค้า จ.ระนอง,สภาอุตสาหกรรม จ.ระนอง,สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระนอง และสมาคมประมง จ.ระนอง เตรียมที่จะเข้าไปพบผู้บริหารของสายการบินนกแอร์ เพื่อพิจารณาเปิดเส้นทางบินระนอง-กรุงเทพฯ

ด้านนายกฤษณะ เอี่ยมวงษ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสายการบินเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้จ.ระนองมีความคึกคักทั้งในส่วนของภาคการท่องเที่ยว และการลงทุน หากจ.ระนองไม่มีสายการบิน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นสายการบินที่ 3 ที่เข้ามาเปิดบินและหยุดบินไป อันจะส่งผลให้ จ.ระนองกลับเข้าสู่เมืองลับแลอีกครั้ง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วน ในส่วนของภาคเอกชนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและร่วมมืออย่างเต็มที่

ขณะที่นายอุทัย วรมาศกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานชุมพร เปิดเผยว่า ททท.ชุมพร ต้องการผลักดันการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจ.ชุมพรและระนอง ด้วยการจัดโครงการมหัศจรรย์เมืองน้ำแร่ ดูแลสุขภาพ เส้นทางจังหวัดชุมพร -ระนอง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นโครงการตามแผนการตลาด ปี 2554 ในการสร้างกระแสให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อนำเสนอคุณค่าและความมหัศจรรย์ของน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของน้ำแร่ร้อนของจังหวัดระนอง มีคุณภาพติด 1 ใน 3 ของโลกเลยทีเดียว

อีกทั้งจ.ระนองเป็นจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมาย อาทิ สปาน้ำแร่ที่มีคุณภาพระดับโลกทั้งบ่อน้ำร้อน ณ สวนสาธารณะรักษะวาริน และ บ่อน้ำร้อนพรรั้ง , แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เช่น พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ศึกษาความเป็นมาของเจ้าเมืองระนอง ณ จวนเจ้าเมืองระนอง, แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติพลับพลึงธารแห่งคลองนาคา(ตุลาคม - ธันวาคมของทุกปี) นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น โฮมสเตย์ชุนชนมุสลิมบ้านม่วงกลวง อ. กะเปอร์ เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,636 19-21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
KhimNawa no está en línea   Reply With Quote
Old May 19th, 2011, 05:31 PM   #35
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ดันท่าเรือระนองเชื่อมทะวาย

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:35 น.

เอกชนระนอง หนุนดันท่าเรือระนองเชื่อมท่าเรือทะวายของพม่า หลังพบพม่ากำลังเร่งเดินหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือทะวาย เพื่อดันเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ทางตอนใต้รองรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้ากับภูมิภาคต่างๆทั่วโลก หวังดันให้ท่าเรือระนองเป็นฮับย่อยในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้า การขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามัน หลังไม่สามารถผลักดันขึ้นเป็นท่าเรือหลักในฝั่งอันดามันได้

นางนฤมล ขรภูมิ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ปรับลดบทบาทท่าเรือปากบาราของจังหวัดสตูล จากเดิมที่กำหนดเป็นท่าเรือขนาดใหญ่รองรับโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ดและเชื่อมเส้นทางการขนส่งสินค้าทางทะเลฝั่งอันดามัน ในขณะเดียวกันพบว่าประเทศพม่ากำลังเดินหน้าโครงการท่าเรือทะวาย ที่พม่ากำหนดให้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่รองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางตอนใต้เชื่อมโยงการค้ากับหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการค้ากับประเทศจีน ทำให้กลายเป็นโอกาสที่ดีของท่าเรือระนองที่จะหาช่องทางในการเชื่อมโยงกับท่าเรือทะวาย เนื่องจากจุดได้เปรียบที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือทะวายได้ ก็จะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เส้นทางการค้า การขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามันได้

"ต้องยอมรับในศักยภาพของท่าเรือระนองว่า ไม่สามารถที่จะผลักดันให้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ได้มากไปกว่าในปัจจุบัน ดังนั้นจุดที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพของท่าเรือระนองได้ คือ จะต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับท่าเรืออื่นๆ โดยเฉพาะท่าเรือทะวายที่ทุกฝ่ายมองว่ามีโอกาสที่ดีมากที่สุด เนื่องจากขณะนี้ทางประเทศจีนเข้ามาสนับสนุนท่าเรือดังกล่าว รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการจากไทย โดยต่อไปจะมีการตัดถนนเชื่อมโยงจากไทยผ่านด่านสิงขรเข้าไปยังท่าเรือทะวาย เพื่อขนส่งสินค้าสู่ประเทศในฝั่งอันดามัน ดังนั้นท่าเรือระนองต้องใช้โอกาสนี้เข้าไปเชื่อมโยงให้ได้ รวมถึงผู้ประกอบการและนักลงทุนจากไทย ก็ถือเป็นโอกาสที่จะเข้าไปสร้างฐานการลงทุนรองรับการขยายตัวของตลาดการค้า การลงทุน การขนส่งสินค้าในย่านดังกล่าว โดยทางคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจฯวุฒิสภา จะร่วมสนับสนุนและผลักดันอีกด้าน"

นายประกวด ตันโสภณ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า นอกจากแผนการเชื่อมโยงท่าเรือระนองกับท่าเรือทะวาย รวมถึงท่าเรืออื่นๆในฝั่งอันดามันแล้ว ปัจจุบันยังมีปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องเร่งแก้ไข คือ ระบบการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ทำได้ลำบาก เพราะเส้นทางจากชุมพร-ระนอง มีความคดเคี้ยวมาก ใช้ได้เฉพาะทางรถยนต์ ซึ่งทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งที่สูง จึงขอเสนอให้ทางคณะกรรมาธิการ ช่วยการผลักดันระบบโลจิสติกส์การขนส่งระบบรางเชื่อมฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยผ่านจังหวัดระนองและชุมพร ขยายถนนเพชรเกษมเป็น 4 เลน และขอเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้า ที่อำเภอกระบุรี รวมถึงการตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวในจังหวัดระนอง เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต

นายณิวรรษณ์ ทัพวงศ์ ผู้จัดการท่าเรือระนอง การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เปิดเผยว่าแผนการผลักดันท่าเรือระนองสู่เมืองท่า หรือศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าฝั่งอันดามันตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบน ก็ยังคงดำเนินการต่อไป แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับเรื่องโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ยังไม่พร้อม และยังไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะให้บริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการได้ แต่มีหลายจุดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา อาทิ การร่วมเป็นท่าเรือพี่ท่าเรือน้องกับท่าเรือจิตตะกอง โดยเป็นท่าเรือหลักของประเทศบังกลาเทศ ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ Karnaphuli ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล

"ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่ 2 ท่าเรือ จะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางทะเลเชื่อมระหว่างกัน รวมถึงอาจจะมีการเชื่อมโยง 4 ท่าเรือเข้าด้วยกันประกอบด้วยท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง-ท่าเรือจิตตะกอง-ท่าเรือทะวาย หากเป็นไปได้จะมีจุดคุ้มทุนที่สูงกว่าในการที่จะดึงดูดให้บริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการ โดยทางบังกลาเทศอาสาที่จะเป็นตัวกลางในการดำเนินการในเรื่องนี้ และในอนาคตหากมีระบบรางเข้ามา ย่อมส่งผลดีอย่างแน่นอน"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,636 19-21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...-38&Itemid=479
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 2nd, 2011, 09:25 AM   #36
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ระนองรอชงรถไฟเชื่อมชุมพร

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:53 น.

เอกชนระนอง จี้ว่าที่ ส.ส. ใหม่เร่งรัฐเดินหน้าโครงการรถไฟรางเดี่ยวเชื่อมระนอง-ชุมพร หวังลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และรับยุทธศาสตร์เมืองท่าขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน อีกทั้งรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน

นายนฤมล ขรภูมิ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดระนองต้องการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นตัวแทนคนระนองเข้าทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ช่วยเร่งให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการรถไฟรางเดี่ยว หรือระบบราง ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันว่า ระบบรางเป็นโครงการที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้า ที่สำคัญยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัดระนอง และกลุ่มจังหวัดอันดามันที่กำหนดให้ระนองเป็นเมืองท่าขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน อีกทั้งรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน

"ระบบรางมีการพูดคุยมานาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ ทำให้การขนส่งสินค้ามายังจังหวัดระนอง และจากจังหวัดระนองสู่จังหวัดอื่นๆ มีความยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายการขนส่งสูง ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือต้องใช้ระบบราง อีกทั้งปัจจุบันจังหวัดระนองมีท่าเรือขนาดใหญ่แต่ยังไม่ได้ใช้เต็มศักยภาพ ยังไม่มีบริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการ เพราะมีปัญหาในส่วนของการขนส่งสินค้าจากท่าเรือระนองสู่พื้นที่ต่างๆ หรือจากพื้นที่ต่างๆ มายังท่าเรือระนอง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเสียโอกาสให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบว่าขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ และมีการตัดโครงข่ายถนนเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีน"

นางนฤมล กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางภาครัฐและเอกชนจังหวัดระนองได้ร่วมกับจังหวัดชุมพร ร่วมกันเดินหน้าผลักดันโครงการระบบราง ในโครงการรถไฟรางเดี่ยวเชื่อมเส้นทางการขนส่งระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร เพื่อรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ แต่ปรากฏว่ายังไม่มีความคืบหน้าและชัดเจนในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล หากสามารถวางโครงข่ายให้ระนองและชุมพรสามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้น่าจะส่งผลดีต่อระบบการขนส่ง และผลดีต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ของทั้ง 2 จังหวัดอย่างแน่นอน โดยจากการศึกษาพบว่าระยะทางของระบบรางที่จะใช้เชื่อมต่อมายังจังหวัดระนองนั้นประมาณ 100 กม. ใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,640 2-4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...-38&Itemid=479
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2011, 01:07 PM   #37
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ระนองตื่นรับกระแสนิคมทะวาย

วันพุธที่ 15 มิถุนายน 2011 เวลา 10:38 น.

นิตย์ อุ่ยเต็กเค่งเอกชนเมืองระนอง เห่อนิคมอุตสาหกรรมทะวาย ภาคอุตสาหกรรม-หอการค้า-ท่องเที่ยว ประสานเสียงมั่นใจแนวโน้มการขยายเขตการค้า การลงทุนของพม่าตอนใต้รุ่งแน่ เล็งใช้สัมพันธ์ทางการค้าที่มีมายาวนานนำร่องหาช่องทางลงทุนในพม่า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ

นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า
จากที่สหภาพพม่ามีแผนเปิดนิคมอุตสาหกรรมที่ จังหวัดทะวาย ส่งผลให้พื้นที่ตอนใต้ในแถบมะริดและทะวาย กำลังจะกลายเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญของพม่าในอนาคตอันใกล้นี้ โดยพบว่านักธุรกิจพม่ายังคงมีความต้องการค้าขาย หรือร่วมทำธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยมากกว่านักธุรกิจในประเทศอื่น และเชื่อว่าการค้าขายการลงทุนในย่านทางตอนใต้ของประเทศจะสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญที่นักธุรกิจไทยจะขยายการค้า การลงทุนเข้าไปยังประเทศพม่า

สอดคล้องกับนายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า จากแผนการเปิดนิคมอุตสาหกรรมทะวายบนพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ คาดว่าในอนาคตพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของพม่าตอนใต้ ทำให้ขณะนี้นักธุรกิจในจังหวัดระนองที่มีการค้าการลงทุนกับพม่ามายาวนาน เตรียมที่จะหาช่องทางเข้าไปลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมทะวาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งพบว่านักธุรกิจในจังหวัดระนองที่ปัจจุบันมีโรงงานกว่า 300 โรงงานกำลังให้ความสนใจและหาช่องทางที่จะเข้าไปลงทุน

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-พม่า ครั้งที่ 1 ขึ้นที่ จ.ระนอง ส่งผลให้นักธุรกิจไทยและพม่าได้มีโอกาสพบปะ พูดคุยและจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและพม่า ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นต่อความร่วมมือที่จะตามมาในอนาคตโดยเฉพาะการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการพม่า เนื่องจากพบว่าประเทศพม่ากำลังขยายการค้า การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทางผู้ประกอบการ ใน จ.ระนองกำลังประสานไปยังภาคเอกชนของพม่าเพื่อที่จะเดินทางไปยัง จ.เกาะสอง ทะวาย และมะริด เพื่อหาลู่ทางการค้า การลงทุนร่วมกันอีกครั้ง

นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า การที่พม่ากำลังผลักดันนิคมอุตสาหกรรมทะวาย ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จ.ระนองจะผลักท่าเรือระนองเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังเส้นทางดังกล่าวเนื่องจากจุดได้เปรียบที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือทะวายได้ก็จะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เส้นทางการค้า การขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามันได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,644 16-18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...-46&Itemid=418
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 27th, 2011, 01:16 PM   #38
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

สผ.ลุ้นระนองเต็มสูบ แหล่งมรดกธรรมชาติ

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 10:53 น.

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดันระนองเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศเป็น "แหล่งมรดกของชาติ" หลังพบเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้าน ผวจ.ระนองชี้เป็นผลดีต่อยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าในขณะนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. เห็นควรเสนอให้ระนอง เป็นจังหวัดนำร่องจังหวัดแรก ในการเป็น "แหล่งมรดกของชาติไทย" (Thai National Heritage) และยกร่างแผนยุทธศาสตร์มรดกของชาติไทยจังหวัดระนอง โดยผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในพื้นที่ มีคณะทำงานของจังหวัดระนอง เป็นผู้ดำเนินการ

เนื่องจากจ.ระนองเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นในระดับชาติและระดับนานาชาติ ได้แก่ เขตสงวนชีวมณฑลระนอง (Ranong Biosphere Reserve) พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากแม่น้ำกระบุรี-คลองกะเปอร์ พลับพลึงธารพืชน้ำเฉพาะถิ่น มีแหล่งธรรมชาติที่ควรอนุรักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ หาดแหลมสน หาดประพาส ถ้ำพระขยางค์ น้ำตกหงาว น้ำตกปุญญบาล และน้ำร้อนธรรมชาติ

นอกจากนี้จังหวัดระนองจัดเป็นเมืองเก่าเนื่องจากเป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี โบราณสถานที่สวยงาม เช่น สุสานเจ้าเมืองระนอง พระราชวังรัตนรังสรรค์ กำแพงเมืองระนอง เนินประวัติศาสตร์ พระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ตลอดจนอาคารเก่าแก่อายุ 100 ปี เป็นต้น เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูและก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จึงเสนอให้จังหวัดระนองเป็นจังหวัดนำร่องจังหวัดแรกในการเสนอเป็น "แหล่งมรดกของชาติไทย" พร้อมทั้งยกร่างแผนยุทธศาสตร์มรดกของชาติไทยจังหวัดระนองต่อไป

"การตั้งเป้าระนองเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุขและสุขภาพดี แม้เป็นจังหวัดชายแดน พื้นที่เล็กน้อยก็ต้องอนุรักษ์และฟื้นฟูเพื่อรักษามรดกเหล่านี้ไว้ หากได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกของชาติ คนระนองจะมีส่วนร่วม ทั้งยังเกิดประโยชน์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยหลังเปิดตัวโครงการแล้วจะเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนใน 5 อำเภอ 30 ตำบล 178 หมู่บ้าน เรื่อง เสนอระนองมรดกของชาติ "

ประกอบกับในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2555 จะครบรอบ 150 ปี แห่งการสถาปนาเมืองระนอง ทางจังหวัดจึงมอบหมายท้องถิ่นปรับปรุงและพัฒนาสถานที่สำคัญ 4 แห่ง ประกอบด้วยพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ลานเจ้าเมือง หอเก้าเกจิ และแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติพรรั้ง ตลอดจนประสานไปรษณีย์ไทยจัดทำแสตมป์ชุดที่ระลึกในวาระ 150 ปี และหากระนองได้รับรองเป็นแหล่งมรดกของชาติไทยในปีหน้าก็จะเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญด้วย

ด้านนายสิริกุล บรรพพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สผ. กล่าวว่า จ.ระนอง เป็นจังหวัดนำร่องจังหวัดแรกในการเสนอเป็นแหล่งมรดกของชาติ เหตุที่เสนอ จ.ระนอง เพราะแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และโดดเด่น สำหรับขั้นตอนในการดำเนินงานจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หากคนระนองเห็นชอบ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (กก.วล.) เห็นชอบ จะนำเรื่องเข้าครม.ให้ความเห็นชอบ จัดทำแผนการจัดการยุทธศาสตร์มรดกของชาติไทย จ.ระนอง ก่อนจัดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งเพื่อให้ความเห็นชอบ นำเข้า ครม. หากอนุมัติจะนำแผนไปสู่การปฏิบัติพร้อมกับสร้างเครือข่ายประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนจัดตั้งศูนย์มรดกชาติไทย จ.ระนอง วางกฎระเบียบควบคุมดูแล ส่วนแผนนี้จำเป็นต้องทบทวนยุทธศาสตร์ทุก 5 ปี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,647 26-29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...sn-&Itemid=448
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 4th, 2011, 03:22 PM   #39
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 103,488
Likes (Received): 6266

ตั้งพื้นที่พิเศษระนอง-ชุมพร เชื่อมทะเล

วันอังคารที่ 02 สิงหาคม 2011 เวลา 11:58 น.

หอการค้าระนอง-ชุมพร เซ็นเอ็มโอยูเป็นพื้นที่จังหวัดพิเศษ ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด เดินหน้าผลักดันโครงข่ายระบบรางเชื่อม 2 จังหวัดระยะทาง 100 กิโลเมตร งบหมื่นล้าน พร้อมดันสร้างถนน 4 เลนชุมพร-ระนอง เตรียมผลักดันผ่านรัฐบาลใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญ

นายนฤมล ขรภูมิ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดระนอง ได้ร่วมทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมและผลักดันยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดพิเศษ เนื่องจากสภาพทำเล ที่ตั้งที่สองจังหวัดอยู่ใกล้ชิดกันรวมถึงอยู่คนละซีกฝั่งทะเล คือระนองอยู่ฝั่งอันดามัน ในขณะที่จังหวัดชุมพรติดกับอ่าวไทย จากการจัดกลุ่มจังหวัดแม้ว่าจะถูกจับแยกกลุ่มคนละจังหวัดแต่พบว่ามีหลายแผนยุทธศาสตร์ที่ระนองและชุมพรจะต้องร่วมขับเคลื่อน ดังนั้นภาคเอกชนจึงร่วมผลักดัน 2 จังหวัดให้เป็นเขตจังหวัดพิเศษเพื่อที่จะร่วมกันจัดทำแผนงาน และยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน จึงเป็นที่มาของการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือระหว่างกันของภาคเอกชนเพื่อที่จะร่วมนำเสนอและผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ภาครัฐต่อไป

ขณะนี้มีหลายโครงการที่ระนองและชุมพรจะต้องร่วมกันขับเคลื่อน อาทิ โครงการระบบราง ซึ่งเป็นโครงการที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ามีความสำคัญที่จะช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้า ที่สำคัญยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัดระนองและชุมพร ในการรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน

"ที่ผ่านมาทางภาครัฐและเอกชนจังหวัดระนองได้ร่วมกับจังหวัดชุมพร ร่วมกันเดินหน้าผลักดันโครงการระบบราง ในโครงการรถไฟรางเดี่ยวเชื่อมเส้นทางการขนส่งระหว่าง 2 จังหวัด เพื่อรองรับแผนการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ แต่ปรากฏว่ายังไม่มีความคืบหน้าและชัดเจนในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล"

นางนฤมล กล่าวต่อไปว่า หากวางโครงข่ายให้ระนองและชุมพรสามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ น่าจะส่งผลดีต่อระบบการขนส่ง และผลดีต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ของทั้ง 2 จังหวัดอย่างแน่นอน โดยจากการศึกษาพบว่าระยะทางของระบบรางที่จะใช้เชื่อมต่อมายังจังหวัดระนองนั้นประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท

ในส่วนของการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-ระนองอีกครั้งนั้น ที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากสายการบินต่างๆ ดังนั้นในขณะนี้ทุกฝ่ายจึงหันไปที่การผลักดันถนน 4 เลน เส้นทางชุมพร-ระนองอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นตัวเชื่อมเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญในการรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดโดยเฉพาะภาคการขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยหลายฝ่ายตั้งความหวังไว้ที่รัฐบาลชุดใหม่ที่มีนโยบายปรับปรุงเส้นทางการคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าการขนส่งจะเห็นความสำคัญในการเดินทางพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งจากฝั่งทะเลอ่าวไทยสู่อันดามัน เพื่อเชื่อมโยงสู่เส้นทางการค้า การขนส่งในภูมิภาคต่อไป

นายกิตติ กิตติชนม์ธวัธ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดชุมพร กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ยังร่วมกันผลักดันการขยายเส้นทาง 4 ช่องทางการจราจรในเส้นทางชุมพร-ระนอง-ตะกั่วป่า-ตรัง-สตูล เพื่อรองรับการขยายเส้นทางการค้า การขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกโครงการที่ภาคเอกชนทั้ง 2 จังหวัดร่วมผลักดันอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้จังหวัดชุมพรถูกจัดให้อยู่รวมกลุ่มกับจังหวัดพัทลุงและนครศรีธรรมราช ซึ่งมองว่าไม่สอดรับกับความเป็นจริง โดยกลุ่มจังหวัดที่เหมาะสมคือระนอง-ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ที่มีสภาพภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจที่เอื้อซึ่งกันและกัน แต่เมื่อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการจัดแบ่งกลุ่มจังหวัดใหม่ได้ การผลักดันสู่กลุ่มจังหวัดพิเศษจึงเกิดขึ้น โดยหวังว่าระนองและชุมพร จะเป็น 2 จังหวัดนำร่องแห่งแรกที่ดำเนินการ โดยเฉพาะการร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน เพื่อผลักดันสู่การสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,658 4 - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554


http://www.thanonline.com/index.php?...-38&Itemid=479
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 4th, 2011, 06:23 PM   #40
forrestgum
Registered User
 
Join Date: Nov 2010
Posts: 701
Likes (Received): 46

เป็นจังหวัดที่มีแรงงานพม่าเยอะมาก ป่าไม้อุดมสมบูรณ์
__________________
คชอาณาจักร ช้างสุรินทร์
forrestgum no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:06 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us