Thailand Economic News 2019 - Page 82 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions


Reply
 
Thread Tools
Old Yesterday, 06:41 PM   #1621
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,858
Likes (Received): 6163

สแกนงบความมั่นคง-เศรษฐกิจ รัฐบาลตู่ 2 เช็กกำลังฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ก่อนโหวตชี้ชะตา

วันที่ 17 October 2019

ศึกซักฟอกงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ระเบิดขึ้นในวันนี้ (17 ต.ค.) ลากยาวไปถึงวันที่ 19 ต.ค. โดยฝ่ายรัฐบาลที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นแม่ทัพนำคณะรัฐบาลประยุทธ์ 2 ได้เวลาชี้แจง-อภิปราย 18 ชั่วโมง และฝ่ายค้านนำทีมโดย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน 7 พรรคการเมือง ได้เวลาลับฝีมือ-ซักฟอก 18 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จำนวน 3,200,000,000,000 บาท มากกว่างบประมาณปี 2562 จำนวน 2 แสนล้านบาท เป็นการจัดสรรงบประมาณขาดดุล 469,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น งบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน 518,770,918,000 บาท เช่น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 96,000,000,000 บาท

@ งบสำนักนายกรัฐมนตรี 3 หมื่นล้าน

งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ 30,017,877,700 บาท แบ่งออกเป็น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 1,768,333,200 บาท กรมประชาสัมพันธ์ 1,850,661,200 บาท สำนักงบประมาณ 721,555,200 บาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 261,598,000 บาท

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 1,720,764,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 149,377,500 บาท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ 204,787,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 401,317,000 บาท สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 282,755,300 บาท

สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 473,962,500 บาท สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 729,560,700 บาท สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 6,027,039,200 บาท



ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 4,768,720,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 133,227,200 บาท สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) 148,074,800 บาท สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) 23,094,300 บาท สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) 188,865,700 บาท

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) 1,462,595,800 บาท สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) 543,665,900 บาท สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 146,841,200 บาท

สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 215,484,100 บาท สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 131,102,400 บาท กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 6,775,777,900 บาท ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 888,717,600 บาท

นอกจากนี้ยังมีส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงและเป็นหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี-พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 46,221,423,200 บาท ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 41,519,467,600 บาท ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 318,024,600 บาท สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 230,996,900 บาท สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 154,862,400 บาท

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 90,237,800 บาท สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง 52,196,100 บาท สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเรื่องมาจากพระราชดำริ 764,579,200 บาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 2,992,519,900 บาท สำนักงานราชบัณฑิตยสภา 98,538,700 บาท

@ กระทรวงความมั่นคง 3 ป.


กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกำกับที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จำนวน 125,918,522,500 บาท ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 6,230,967,600 บาท กองทัพบก 52,943,083,300 บาท กองทัพเรือ 25,229,478,500 บาท กองทัพอากาศ 29,670,466,300 บาท กองบัญชาการกองทัพไทย 10,868,253,600 บาท สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 976,273,200 บาท

กระทรวงมหาดไทย ที่มี “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น มท.1 จำนวน 289,084,035,800 บาท

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “บี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มอดีต กปปส. เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่อต้านข่าวปลอม จำนวน 4,567,618,800 บาท

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” โควต้าพรรคชาตไทยพัฒนา เป็นรัฐมนตรี จำนวน 12,574,495,000 บาท

กระทรวงแรงงานและหน่วยงานในกำกับ ทีมี “คุณชายเต่า-ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล” หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นเสนาบดีกระทรวงกึ่งเศรษฐกิจ-กึ่งความมั่นคง จำนวน 56,519,321,900 บาท ปิดท้ายที่กระทรวงต่างประเทศ จำนวน 5,134,473,000 บาท

เป็นกระทรวงความมั่นคงที่มี “พี่น้อง ป.3” ป.ประยุทธ์-ป.ประวิตร-ป.ป๊อก เป็น 3 ประสานทหารเสือราชินี กำกับ



@ กระทรวงเศรษฐกิจ 3 รองนายกฯ 3 พรรคการเมือง

กระทรวงการคลังและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มสี่กุมาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำนวน 14,358,249,000 บาท กระทรวงพลังงาน ที่มี “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มสี่กุมาร เป็นรัฐมนตรีว่าการ จำนวน 1,329,920,400 บาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม-หน่วยงานในกำกับ ที่มี “สุวิทย์ เมษินทรีย์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่มีสถาบันการศึกษาในกำกับกว่า 50 แห่ง จำนวน 49,037,823,700 บาท กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มสามมิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง จำนวน 2,128,665,100 บาท

เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ผู้มีบารมีนอกพรรคพลังประชารัฐ เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงายในกำกับ ที่มี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ฯ จำนวน 32,577,767,300 บาท กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงายในกำกับ ที่มี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ จำนวน 4,320,456,100 บาท

เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่มี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำกับ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มี “พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” โควตาพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว ฯ จำนวน 3,551,514,000 บาทกระทรวงคมนาคม ที่มี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเมกะโปรเจ็กต์ จำนวน 54,622,962,200 บาท กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานกำกับ ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกัญชา จำนวน 28,049,048,300 บาท

เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับ

@ กระทรวงกึ่งสังคม-กึ่งการเมือง

กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “เสี่ยตั้น-ณัฐพล ทีปสุวรรณ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มอดีต กปปส. เป็นเจ้ากระทรวงเสมา จำนวน 133,743,297,800 บาท

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานในกำกับ ที่มี “จุติ ไกรฤกษ์” อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ ฯ จำนวน 17,898,200,500 บาท

กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำกลุ่มสามมิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง จำนวน 14,052,869,300 บาท

กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานในกำกับ ที่มี “อิทธิพล คุณปลื้ม” อดีต ส.ส.สอบตกพรรคพลังประชารัฐ-แกนนำบ้านใหญ่คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง จำนวน 4,866,359,000 บาท

@ รัฐสภา-ศาล-อำนาจที่ 4

ขณะที่งบประมาณของรัฐสภา-1 ใน 3 อำนาจ จำนวน 4,474,858,400 บาท แบ่งออกเป็น สถาบันพระปกเกล้า 177,776,400 บาท สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 540,817,200 บาท สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3,756,264,800 บาท

หน่วยงานของศาล จำนวน 6,229,204,200 บาท แบ่งออกเป็น สำนักงานศาลปกครอง 537,357,600 บาท สำนักงานศาลยุติธรรม 5,583,772,500 บาท ศาลรัฐธรรมนูญ 108,074,100 บาท

ด้านอำนาจที่ 4 – หน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ จำนวน 4,125,548,900 บาท แบ่งออกเป็น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 269,791,900 บาท สำนักงานคณะกรรมการการเลือตั้ง 337,264,900 บาท สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 555,744,100 บาท สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 76,521,200 บาท สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 90,446,100 บาท สำนักงานอัยการสูงสุด 2,795,780,700 บาท

@ งบกลุ่มจังหวัด 2.4 หมื่นล้าน – อปท. 5.5 หมื่นล้าน

สำหรับงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด จำนวน 24,000,000,000 บาท ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 55,037,059,300 บาท เช่น องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร 25,339,174,100 บาท เมืองพัทยา 1,942,535,700 บาท

@ กองทุนประชารัฐ 4 หมื่นล้าน

นอกจากนี้ยังมีงบประมาณรายจ่ายของน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน 318,261,200 บาท ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 150,273,700 บาท สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ 167,987,500 บาท สภากาชาด จำนวน 10,619,162,900 บาท และส่วนราชการในพระองค์ 7,685,282,800 บาท

ส่วนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการตามภารกิจ ได้แก่ บูรณาการการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 10,865,463,300 บาท บูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 17,009,098,000 บาท บูรณาการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม 416,530,100 บาท บูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 957,087,900 บาท บูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย 875,163,000 บาท บูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 59,431,072,500 บาท

บูรณาการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 5,319,091,200 บาท บูรณาการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ 1,305,251,400 บาท บูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ 97,389,023,600 บาท บูรณาการพัฒนาผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล 1,886,910,300 บาท นบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 6,954,577,800 บาท บูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค 20,811,202,700 บาท บูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก 3,185,556,700 บาท บูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 1,313,539,900 บาท บูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 7,371,447,000 บาท

สำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 777,267,620,100 บาท สำหรับทุนหมุนเวียน 202,268,635,400 บาท เช่น กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม 40,000,000,000 บาท กองทุนการออมแห่งชาติ 505,929,500 บาท กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 3,858,869,100 บาท กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ 40,000,000 บาท

ขณะที่งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ จำนวน 272,127,134,200 บาท แบ่งออกเป็น กระทรวงการคลัง ได้แก่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 221,823,342,100 บาท รัฐวิสาหกิจ 50,303,792,100 บาท ประกอบด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 9,031,326,900 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 8,033,534,200 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 30,166,376,800 บาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 3,072,554,200 บาท และงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 62,709,465,800 บาท

@ เช็กเสียงรัฐบาลขี่ฝ่ายค้าน 6 เสียง

เช็กเสียงล่าสุด สภาเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ 497 เสียง จาก 500 เสียง ฝ่ายรัฐบาลมี 252 เสียง ประกอบด้วย พลังประชารัฐ 117 เสียง ประชาธิปัตย์ 53 เสียง ภูมิใจไทย 51 เสียง ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง

รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พลังท้องถิ่นไท 3 เสียง ชาติพัฒนา 3 เสียง รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง พลังชาติไทย 1 เสียง ประชาภิวัฒน์ 1 เสียง พลังไทยรักไทย 1 เสียง ครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง ประชานิยม 1 เสียง พลเมืองไทย 1 เสียง ประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พลังธรรมใหม่ 1 เสียง

ฟากฝั่ง 7 พรรคฝ่ายค้าน มี 243 เสียง เพื่อไทย 135 เสียง ตัดเสียงของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีรับคำร้องเรื่องคุณสมบัติคดีถูกคำพิพากษาให้จำคุก อนาคตใหม่ 79 เสียง หักเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม เขต 5 และเสียงของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เสรีรวมไทย 10 เสียง ประชาชาติ 7 เสียง เศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง เพื่อชาติ 5 เสียง พลังปวงชนไทย 1 เสียง

ขณะที่ฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง ของ “เสี่ยเต้พระราม 7-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย

ทว่าเมื่อหักเสียงของประธานสภา-รองประธานสภา 3 เสียง ทำให้ฝ่ายรัฐบาลเหลือ 249 เสียง ทำให้เสียงฝ่ายรัฐบาลที่มี 249 เสียง ขี่ฝ่ายค้านที่มี 243 เสียง เพียง 6 เสียง จำเป็นต้องใช้ “บริการเสริม” 20 กว่าเสียงไว้สำรอง ไม่ให้ถูกตลบหลัง และเสียงของ “ฝ่ายค้านอิสระ” 2 เสียงที่พร้อมจะเป็น “ตัวแปร” – “พลิกข้าง” ได้ตลอดเวลา

https://www.prachachat.net/politics/news-381519
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old Yesterday, 06:51 PM   #1622
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,858
Likes (Received): 6163

'เทพไท' ตั้งฉายางบฯปี 63 'โปลิโอ หัวโต ขาลีบ'

17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 19:46 น.


17 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 63 ในช่วงบ่ายถึง เย็นก่อน เคารพธงชาติ ไม่คึกคักเท่าที่ควร สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลสลับกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังคงสนับสนุน อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนพิจารณารายละเอียดของการจัดงบด้านโลจิสติกส์ ของกรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมขนส่งทางราง กรมขนส่งทางบก กรมท่าอากาศยาน รวมถึงการจัดงบประมาณของรัฐวิสาหกิจต่างๆ มีการจัดงบฯน้อยมาก โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ของภาคใต้ ที่อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางถนน และทางรถไฟ สามารถเชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำลงสู่อ่าวไทย และทะเลอันดามันได้ การคมนาคมทางถนนเป็นศูนย์กลางการขนส่งเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และมาเลเซียได้ แต่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดงบประมาณรองรับเลย

ทางหลวงสำหรับภาคใต้ก็มีเพียงสายเดียวคือ ถนนเพชรเกษม ไม่มีถนนทางเลือกหรือถนนคู่ขนานลงสู่ภาคใต้เลย ในขณะที่ภาคอื่นๆมีถนนมอเตอร์เวย์ มีทางหลวงระหว่างเมืองครบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ จึงขอเสนอให้สร้างรถไฟรางคู่ไปถึงสถานีรถไฟทุ่งสง สร้างถนนมอเตอร์เวย์สู่ภาคใต้ สร้างถนนโลว์คอลโรดคู่ขนานกับทางรถไฟ ซ่อมแซมและฟื้นฟูถนนทางหลวงหมายเลข 4 และ42 เพื่อเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในภาคใต้อย่างแท้จริง

“จึงอยากจะบอกกับรัฐบาลว่า กรุงเทพฯไม่ใช่ประเทศไทย และประเทศไทยก็ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯเท่านั้น ถ้ารัฐบาลจัดงบประมาณกระจุกตัวเฉพาะในเมืองหลวงแบบนี้ ก็จะตั้งฉายางบประมาณปีนี้ว่า งบโปลิโอ หัวโต ขาลีบ ขอเสนอให้นำไปปรับปรุงแก้ไขในการพิจารณาวาระที่2 ถ้าทำในปีงบประมาณนี้ไม่ได้ ก็ขอให้จัดงบประมาณในปีหน้า”นายเทพไท กล่าว

https://www.thaipost.net/main/detail/48267
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 07:04 PM   #1623
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,858
Likes (Received): 6163

ม็อบเกษตรกรยาเส้น ยกทัพบุกสภาฯ จี้รัฐช่วย หลังขึ้นภาษียาเส้น 2,000% หวั่นไม่มีผู้รับซื้อ

สยามรัฐออนไลน์ 17 ตุลาคม 2562

ม็อบเกษตรกรยาเส้น ยกทัพบุกสภาฯ จี้รัฐช่วย หลังขึ้นภาษียาเส้น 2,000% หวั่นไม่มีผู้รับซื้อ วอนขึ้นภาษีตามขั้นบันได พร้อมหาพืชทดแทนเพาะปลูกสร้างรายได้ ลั่น!! ถ้ารัฐบาลทำลายอาชีพเกษตรกร ก็ไม่มีความชอบธรรมอยู่บริหารประเทศ


วันที่ 17 ต.ค. ที่รัฐสภา เกียกกาย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 400 คน นำโดยนายนิพนธ์ นอกไธสง และนายยุพราช บัวอินทร์ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ปัญหาผลกระทบจากการขึ้นภาษียาเส้น 2,000% ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ขาดศักยภาพไม่สามารถรับซื้อยาเส้นได้ทั้งหมด ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น มีความหวั่นวิตกว่า เริ่มเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกแล้ว จะไม่มีผู้รับซื้อ โดยมีนางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นายอันวาร์ สาและ ประธานคณะกรรมธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร และนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ยังได้ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือ และเยียวยา โดยมีนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับมอบ




นายนิพนธ์ นอกไธสง กล่าวว่า การขึ้นภาษี 2,000% สร้างความลำบากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยาเส้น ซึ่งเป็นผู้รับภาระ โดยปีที่ผ่านมาขึ้นภาษีแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ถ้า 10 กิโลกรัม แค่ 58 บาท แต่ในปีนี้ พุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 1,175 บาท ลองคิดว่าเป็นภาษีโหดหรือไม่ เป็นธรรมกับเกษตรกร หรือยัง และคำหนึ่งที่ว่า “เกษตรกรไม่เดือดร้อน ไม่เสียภาษี” ซึ่งเกษตรกรไม่เสียภาษีก็จริง แต่ผู้ประกอบการเป็นผู้เสียภาษีหนัก แล้วใครจะมาซื้อยาเส้นของเรา

“ทั้งนี้ อยากฝากไปถึงกรมสรรพสามิต ถ้าท่านกล้าขึ้นภาษี ก็ต้องกล้าหาคนมาซื้อยาเส้นเราให้ได้ หรือท่านก็ซื้อยาเส้นเราทุกเส้น จะปลดทุกข์ให้กับเกษตรกรอย่างแท้จริง หากท่านทำไม่ได้ แต่ทำไมกล้าขึ้นภาษี ตั้งแต่เกิด จนอายุ 64 ปี ไม่เคยเจอการขึ้นภาษีแบบนี้ ต้องจารึกเป็นอนุสรณ์ ขึ้นภาษี 2,000% ดังนั้น เมื่อท่านกล้าขึ้น กล้าเสี่ยง ท่านต้องกล้าช่วยเรา ให้เราได้ขายยาทุกเส้น รวมทั้งฝากคณะกรรมาธิการ ทั้ง 2 คณะ ผลักดันปัญหาดังกล่าวเข้าสู่สภาฯ ต่อไป”นายนิพนธ์ กล่าว



นายยุพราช บัวอินทร์ กล่าวว่า พวกเราทุกคน ไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะมีแนวทางรณรงค์ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ แต่ไม่ใช่มาออกกติกาเฮงซวยที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างนี้ เรารับไม่ได้ ถ้าจะขึ้นภาษี 2,000% ต้องขึ้นเป็นขั้นบันได และระหว่างนั้นหาพืชทดแทนมาให้พี่น้องเกษตรกรได้เพาะปลูก เพื่อให้มีรายได้ ที่จะต้องลดการเพาะปลูกยาเส้น ของเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และทั่วประเทศ ซึ่งพร้อมยอมทำตามกติกาของรัฐบาลในระยะยาว แต่ท่านต้องให้โอกาสพวกเราบ้าง และรายได้หลักของชาวอ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก มาจากการปลูกยาเส้น คือวิถีชีวิตของพวกเรา คือเงินที่ต้องดำรงชีวิต รักษาพยาบาล ส่งลูกหลานเรียน แต่อย่าทำลายชีวิต หรืออาชีพของพี่น้องเกษตรกร

“ผมและพี่น้องเกษตรกร ที่มาตากแดดหน้ารัฐสภาไม่สนุกหรอก แต่ท่านนายกฯ ต้องทราบข้อเท็จจริง ว่าลูกน้องในการกำกับดูแลของท่าน ออกระเบียบ กติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ และข้อมูลที่ได้รับ เป็นข้อมูลเท็จ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ถ้ารัฐบาลนี้ทำลายอาชีพของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลนี้ก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่บริหารประเทศต่อไป”นายยุพราช กล่าว



ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พวกเราทุกคน เข้าใจผลเสียของการสูบยา ในแง่สุขภาพ แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า ไม่มีธุรกิจไหนที่สามารถยื่นอยู่รอดได้ ถ้ามีการปรับภาษีเพิ่มขึ้น 2,000% วันนี้มีเกษตรกรที่ทำมาหากิน ดูแลครอบครัวด้วยอาชีพการปลูกยาเส้น ฉะนั้นการเดินไปสู่การจำกัดสูบยา ควรจะมีมาตรการที่มีความพอดี ในการดูแลประโยชน์ของประชาชนทุกฝ่าย เราไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้มีการส่งเสริมการสูบยา เห็นด้วยกับแนวทางการปรับเพิ่มภาษี แต่ขอให้มีการปรับเพิ่มเป็นขั้นตอนในลักษณะไม่เป็นผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร

https://siamrath.co.th/n/109531
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 08:31 PM   #1624
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,858
Likes (Received): 6163

เดือด! 'ม็อบมันสำปะหลัง' บุกเกษตรฯ ยื่นพวงหรีด ‘มนัญญา’

17 Oct 2019

นายวชิระ ถนัดค้า ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมด้วยเกษตรกร 60 รายตัวแทนครอบครัวเกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลัง 1.5 ล้านราย เดินทางมาจากอำเภอหนองบุญมาก ครบุรี และเสิงสาง ด่านขุนทด นครราชสีมา (วันที่ 16 ต.ค.62) มอบพวงหรีดให้แก่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหตุตัดสินใจไร้เหตุผลและขาดเท็จจริง หยุดอ้างผลกระทบสุขภาพประชาชน เพราะมันไม่จริง ใช้ข้อมูลบิดเบือนจาก NGO ย้ำเกษตรกรมันสำปะหลังจำเป็นต้องใช้พาราควอต ปลอดภัยต่อหัวมันใต้ดินมากที่สุด เพราะพาราควอตไม่ดูดซึม ชาวไร่มันไม่ขัดข้องถ้าจะยกเลิกไกลโฟเซตหรือคลอร์ไพรีฟอส มันสำปะหลังใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย

รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพ ได้มาตรฐานสินค้านายวชิระ ถนัดค้า ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยผลิตมันสำปะหลังเป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน รวมทั้งส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านบาท เป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย 542,000 ครอบครัว หรือ 1.5 ล้านราย ในพื้นที่ประมาณ 7.9 ล้านไร่ เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารคน อาหารสัตว์ เอทานอล และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเช่น กระดาษ กาว ยา เป็นต้น

จากประเด็นการแบนสารพาราควอตและให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในหลายด้านส่งผลกระทบต่อราคา ผลผลิตทางการเกษตร และมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิต ในความเป็นจริงการนำมันสำปะหลังไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร โรงงานผลิตมันสำปะหลังมีระบบประกันคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ISO GMP HACCP ขณะเดียวกัน สำนักงานมาตรฐานสินค้า ก็มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ยังไม่เคยพบสารพาราควอตในมันสำปะหลัง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า มันสำปะหลังมีคุณภาพดีและปราศจากการปนเปื้อน

ดังนั้น การห้ามใช้ พาราควอต จะส่งผลต้นทุนการเกษตรเพิ่มขึ้น ผลผลิตสูญหาย และกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังและมันสำปะหลังเส้น จนถึงการส่งออกไปต่างประเทศ“เกษตรกรชาวไร่มัน ต้องออกมาวันนี้ เพราะเดือดร้อนหนัก ตั้งแต่เรื่องความล้มเหลวของภาครัฐในการป้องกันโรคไวรัสใบด่าง ต้องเผาทำลายมัน เร่งเก็บเกี่ยวเร็วขึ้น การประกันราคาจากภาครัฐก็ยังไม่ตกผลึก และ รมช ก็จะมาแบนพาราควอตในสภาวะที่ราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนจากราคาพาราควอตที่สูงขึ้นจากข่าวการแบนในสองปีที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้ เคยลงมาถามเกษตรกรหรือไม่ ความเดือดร้อนของเกษตรกรคือสิ่งที่กระทรวงเกษตรต้องให้ความสำคัญ เร่งช่วยเหลือ ไม่ใช่มาซ้ำเติม

วันนี้เรามายื่นหนังสือคัดค้านการแบนพาราควอต เร่งรัดเรื่องการประกันราคา และเร่งช่วยเหลือชาวไร่มันเรื่องโรคใบด่าง แล้วเราจะกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง”

นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด เลขานุการของ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับเรื่องแทนพร้อมกล่าวว่า “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรู้ถึงปัญหาเกษตรกรเป็นอย่างดี และจะนำข้อเสนอเรื่องการจัดการปัญหาโรคไวรัสใบด่าง การยกเลิกการแบนสามสารเคมี และราคาผลิตผลมันสำปะหลัง ไปดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด”

https://www.thansettakij.com/content/412239
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Today, 11:34 AM   #1627
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,274
Likes (Received): 6605

บิ๊กตู่บี้แพ็กเกจ เร่งรัดลงทุน ดึงต่างชาติซบ18 Oct 2019อ่าน 452 ครั้ง
53


ภาครัฐวิ่งฝุ่นตลบ เร่งจัดทำ Thailand Plus Package หลัง “ประยุทธ์” ให้ดำเนินการแล้วเสร็จธ.ค.นี้ กนอ.ดึงนิคมฯเอกชน จัดหาพื้นที่ลงทุนในอีอีซีให้เกาหลีใต้และจีน ได้แล้ว ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ เตรียมปลดล็อก 4 ธุรกิจดึงทุนต่างชาติ เร่ง 2 FTA ใหญ่คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา เห็นชอบแพ็กเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิต จากผลกระทบของสงครามการค้า หรือ Thailand Plus Package 7 ด้าน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 ล่าสุดในการจัดทำมาตรการกระตุ้นการลงทุนดังกล่าว มีความคืบหน้าเป็นลำดับนางปนัดดา รุ่งเรืองศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า หนึ่งในมาตรการที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้ดำเนินงาน เป็นเรื่องของการจัดหาและพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศเป็นการเฉพาะ เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับนิคมฯของเอกชนที่ร่วมดำเนินการกับกนอ. หากได้ข้อยุติแล้วจะเสนอรายละเอียดไปยังบีโอไอพิจารณา
ต่อไปทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่นิคมรองรับนักลงทุนจีนนั้น ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ได้อนุมัติพื้นที่ราว 3,068 ไร่ ตำบลมาบข่า และตำบลมาบข่าพัฒนา ในอำเภอนิคมพัฒนา และตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ของบริษัทซีพีจีซีฯ ภายใต้การร่วมทุนของบริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งเป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพื่อกิจการอุตสาหกรรม ที่ออกแบบไว้สำหรับการสื่อสารโดยใช้ภาษาเดียวกันอยู่แล้วนอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ของนิคมฯอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ประมาณ 2 พันไร่ จากที่มีอยู่ราว 1.6 หมื่นไร่ จะจัดสรรหรือแบ่งเป็นโซนให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนขณะที่พื้นที่รองรับนักลงทุนเกาหลีใต้นั้น ได้หารือกับทาง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะจัดสรรพื้นที่นิคมที่ประกาศเป็นเขตส่งเสริมฯแล้ว มีอยู่ใน 2 พื้นที่ให้กับนักลงทุนเกาหลีใต้ ได้แก่ นิคมฯดับบลิวเอชเอ 36 จังหวัดชลบุรี ที่มีพื้นที่รวม 1.28 พันไร่ ระยะแรกจะจัดสรรราว 500 ไร่ ก่อน และพื้นที่นิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ 2.19 พันไร่ จะจัดสรรราว 1 พันไร่ จะสามารถรองรับนักลงทุนเกาหลีใต้ได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปสำหรับด้านความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ที่มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งปรับปรุงบัญชีแนบท้ายตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายนั้น
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งปรับปรุงบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อลดข้อจำกัดการลงทุนของต่างชาติและเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาประเภทธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ได้เตรียมเสนอคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เพื่อพิจารณาถอด 4 ธุรกิจออกจากบัญชีสาม แนบท้าย พ.ร.บ.ฯ ได้แก่1. ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1(ไม่มีโครงข่าย) 2.ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน 3.ธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน และ 4.ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งนี้เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศให้มากขึ้น ส่วนกรณีให้กระทรวงพาณิชย์ไปเร่งฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าไทย-อียู และการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (CPTPP) ภายในปี 2562 นั้นนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การฟื้นเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู ทางกรมได้จัดสัมมนารับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนให้ครบทุกภาคในเดือนพฤศจิกายน จากนั้นจะสรุปผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รับทราบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป คาดจะได้ข้อสรุปได้ภายในปีนี้ส่วนความคืบหน้า CPTPP ไทยอยู่ระหว่างเตรียมตัวที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกโดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาถึงประโยชน์และข้อเสียเปรียบในการเข้าร่วม CPTPP เนื่องจากสมาชิกเดิมได้มีข้อตกกันไปแล้ว ไทยไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไทยอาจจะขอเวลาในการปรับตัวในการเข้าร่วม หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3514 วันที่ 17-19 ตุลาคม 2562

https://www.thansettakij.com/content/412194
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old Today, 12:23 PM   #1628
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,274
Likes (Received): 6605

“คุดโลว์”เผยเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้ามากใกล้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
18 ตุลาคม 2562
นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าอย่างมีไม่เคยเป็นมาก่อนในการเจรจาข้อตกลงการค้า

นายคุดโลว์ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี โดยระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวกับบริการทางการเงิน สกุลเงิน และอื่นๆ พร้อมเผยด้วยว่า เขามองเห็นแรงผลักดันที่จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลง

ทั้งนี้ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าบางส่วนกับจีน โดยสหรัฐตกลงที่จะระงับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพื่อแลกกับการที่จีนเสนอซื้อสินค้าเกษตรจำนวนมากจากสหรัฐ รวมทั้งยังมีความคืบหน้าในด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐระบุว่า การเจรจาทำข้อตกลงส่วนใหญ่จะดำเนินต่อไป เพื่อที่จะลดยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐกับจีน และทำการปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติด้านการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาทิ การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวภายหลังการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรีในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่แล้วว่า สหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงขั้นต้นที่สำคัญมาก ซึ่งครอบคลุมถึงการซื้อสินค้าเกษตร การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา บริการด้านการเงิน และประเด็นสกุลเงิน

ด้านนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวกับปธน.ทรัมป์ที่ทำเนียบขาวว่า เขาพอใจกับความคืบหน้าอย่างมากในหลายๆ ด้าน

สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า สหรัฐจะระงับการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30% ที่กำหนดไว้ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ขณะที่จีนตกลงที่จะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐมูลค่าราว 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับในปัจจุบันที่ 8 พันล้านดอลลาร์

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851256

ผอ. IMF ขานรับความคืบหน้าเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ เรียกร้องทั่วโลกสร้างสันติภาพการค้า
ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 13:02:57 น.
นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ยกย่องความคืบหน้ารอบล่าสุดของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐว่า เป็นข่าวดีที่สุด และเรียกร้องให้ทั่วโลกฉวยโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายในการสร้างสันติภาพการค้า

"ดิฉันยินดีกับการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากสหรัฐและจีน" นางจอร์จีวากล่าวในการแถลงข่าวเปิดการประชุมประจำปีของ IMF-ธนาคารโลกในวอชิงตัน "การประชุมของเราในสัปดาห์นี้เป็นโอกาสสำหรับทุกฝ่ายที่จะทำให้เกิดความคืบหน้าในการเปลี่ยนจากการพักรบสงครามการค้า ไปเป็นสันติภาพการค้า"

ทั้งนี้ นับเป็นการแถลงข่าวการประชุม IMF-ธนาคารโลกครั้งแรกของนางจอร์จีวา หลังจากที่เธอเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ IMF เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ต่อจากนางคริสติน ลาการ์ดซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB)

"นี่เป็นข่าวดีอย่างยิ่งที่สหรัฐและจีนกำลังเจรจากัน" นางจอร์จีวา ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวบัลแกเรียกล่าวเมื่อผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซินหัวถามความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

นางจอร์จีวากล่าวเสริมว่า ความตึงเครียดทางการค้าที่ลดลงระหว่างจีนและสหรัฐ กำลังลดทอนผลกระทบทางลบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และคุณจะไม่แปลกใจ"
อย่างไรก็ตาม นางจอร์จีวาเตือนว่า ความคืบหน้าล่าสุดยังไม่ดีพอ "สิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่แค่การพักรบ แต่เราต้องสันติภาพการค้า" เธอกล่าว
"เราจำเป็นต้องผลักดันระบบบที่ได้รับการสนับสนุน และมีการบังคับใช้เพื่อให้เราสามารถเห็นการค้ากลับไปมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก" เธอกล่าวเสริม

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq38/3056230
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:17 PM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us