Thailand Floodway Projects - Page 140 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 15th, 2019, 07:17 PM   #2781
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

สั่งทุกหน่วยเร่งรับมือภัยแล้งหนักสุด มี 60 จังหวัดเสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค-วอนชาวนางดทำนาปรัง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

“ประวิตร” สั่งทุกหน่วยเร่งรับมือภัยแล้งหนักสุด มี 60 จังหวัดเสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค ในเขตชลประทาน มี 8 จังหวัดน้ำไม่พอทำการเกษตร วอนชาวนางดทำนาปรัง

สั่งทุกหน่วยเร่งรับมือภัยแล้ง – นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และประธานการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562/63 และเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562/63 โดยเฉพาะการป้องกันผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ตามที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้สำรวจพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า แบ่งเป็น ในเขต กปภ. 22 จังหวัด และนอกเขต กปภ. ซึ่งปริมาณฝนสะสมน้อย ไม่มีแหล่งน้ำสำรอง ปัจจุบันใช้ประปาท้องถิ่น อีก 38 จังหวัด รวมพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค 60 จังหวัด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ กำหนดมาตรการรองรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องปี 2562 โดยไม่ให้กระทบต่อแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2562/63 เนื่องจากในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศเกินแผน 1,350 ล้านลบ.ม. ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่จัดสรรน้ำเกินแผน 495 ล้านลบ.ม. ลุ่มน้ำภาคตะวันตกจัดสรรน้ำเกินแผน 579 ล้านลบ.ม. และลุ่มน้ำภาคใต้จัดสรรน้ำเกินแผน 549 ล้านลบ.ม. ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวนาปีจากข้อมูลดาวเทียมในวันที่ 7 พ.ย. 2562 พบว่า พื้นที่ปลูกข้าวนาปี 60.08 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 17.11 ล้านไร่

ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง 1.35 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 1.27 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทาน 80,000 ล้านไร่ ขณะที่การประเมินพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 2562/63 จากข้อมูลดาวเทียม ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 21 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 229,803 ไร่

“ในเขตชลประทาน มี 8 จังหวัดที่น้ำไม่พอทำการเกษตร ได้แก่ สุพรรณบุรี อุทัยธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ จึงขอแจ้งให้ชาวนาทราบว่า ในพื้นที่ภาคกลางให้งดปลูกข้าวนาปรัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จะไม่มีน้ำส่งมาให้ ถ้าปลูกไปก็จะเกิดความเสียหาย ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกนาปรังได้บางพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จะมีพื้นที่ที่พอทำนารอบสองได้ บางพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง สกลนคร นครพนม นครราชสีมา ชลบุรี และระยอง ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทาน มี 109 ตำบล 54 อำเภอ 20 จังหวัดที่เสี่ยงขาดน้ำเกษตร”


ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ติดตามสภาพอากาศ และคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนพ.ย.นี้ พบว่า ปริมาณฝนรวมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีค่าต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 30% ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 20% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ ส่วนเดือนธ.ค. 2562 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 50% และเดือนม.ค. ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 50% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ

ขณะที่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำมีทั้งสิ้น 53,316 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 65% แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง ปริมาณน้ำใช้การ 23,768 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 50% โดยพบว่ามีถึง 10 เขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนกระเสียว เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ ขณะที่แหล่งน้ำขนาดกลางน้ำน้อย 74 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ 28 แห่ง อีสาน 37 แห่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงที่ลดลงในช่วงฤดูแล้ง โดยสถานการณ์เอลนีโญจะยังคงมีผลต่อภูมิภาคทำให้ไม่มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ โดยมอบหมาย สทนช. เร่งดำเนินการใช้มาตรการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลักดันและแก้ปัญหาแม่น้ำโขง แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์น้ำแล้งในภูมิภาค และมาตรการภายในประเทศในระยะเร่งด่วนป้องกันผลกระทบกับวิถีชีวิตประชาชนและการประกอบอาชีพใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. จัดหาแหล่งน้ำสำรองและขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล เพื่อสำรองปริมาณน้ำในการอุปโภค-บริโภค 2. มอบหมายกระทรวงมหาดไทยโดยจังหวัด (ริมแม่น้ำโขง) สร้างการรับรู้ความเข้าใจแนวโน้มสถานการณ์วิกฤตน้ำ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้น้ำภาคการเกษตรและประมงได้รับทราบ และ 3. มอบหมายกระทรวงคมนาคมกำหนดมาตรการการขนส่งและการคมนาคมทางน้ำ รวมทั้งมาตรการรองรับการพังทลายของตลิ่งริมฝั่งโขงด้วย

“รองนายกฯ มอบให้หน่วยงานเร่งดำเนินการตามมาตรการแนวทางปฏิบัติตามมติ ครม. ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งเพื่อป้องกันภัยแล้ง และอุทกภัยทางภาคใต้ โดยต้องมีการเก็บกักน้ำทุกรูปแบบทั้งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน มีการบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งปี 2562/63 อย่างรัดกุมเป็นไปตามมาตรการที่กำหนด รวมถึงประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ที่ถูกต้องรวมทั้งการช่วยเหลือของรัฐบาล และรายงานผลการดำเนินการต่อ สทนช.ทุกสัปดาห์เพื่อกำกับ ติดตามผลการดำเนินการ หรือปรับแผนดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์”

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3056924
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 15th, 2019, 08:11 PM   #2782
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

น้ำโขงลดเหลือแค่ 1 เมตร กระทบเลี้ยงปลากระชังเกษตรกรต้องหยุดเลี้ยงชั่วคราว

เผยแพร่: 15 พ.ย. 2562 10:59 ปรับปรุง: 15 พ.ย. 2562 12:19 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

หนองคาย - ระดับน้ำโขงลดต่ำเหลือเพียง 1 เมตร ส่งผลกระทบผู้เลี้ยงปลากระชังที่หนองคายแล้ว บางรายต้องพักการเลี้ยงชั่วคราว หลายรายลดปริมาณปลาลง



สถานการณ์น้ำโขงที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ (15 พ.ย. 62) ระดับน้ำวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคายอยู่ที่ระดับ 1.22 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 10.98 เมตร โดยเป็นระดับน้ำที่คงที่ต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว

ระดับน้ำที่มีระดับต่ำมากขนาดนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลกระชังในแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่บ้านพร้าว ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย ที่มีเกษตรกรเลี้ยงปลากระชังกันค่อนข้างมากมีกระชังปลานับพันกระชัง ปรากฏว่าขณะนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากน้ำโขงลดต่ำลง เพราะน้ำมีน้อย ต้องหมั่นขยับกระชังปลาให้มีระดับพอเหมาะ บางรายต้องพักการเลี้ยงชั่วคราว ยกกระชังขึ้นฝั่ง บางรายก็ลดปริมาณการเลี้ยงลง


อย่างเช่นนายครรชิต โสภากุล อายุ 48 ปี หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลกระชังบ้านพร้าว บอกว่า เลี้ยงปลากระชังไว้ 11 กระชัง ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำโขงลดเป็นอย่างมาก จึงลดปริมาณปลากระชังจากเดิมที่นำปลาลงกระชัง กระชังละ 3,000 ตัว ต้องลดลงเหลือกระชังละ 1,500-1,800 ตัว

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการตายของปลา และลดจำนวนอาหารปลาด้วย แต่ก็จำเป็นต้องเลี้ยงแม้รายได้จะลดลงก็จำเป็นต้องทำ ส่วนปลาตายก็ยังมีปลาตายเฉลี่ยวันละ 10-20 ตัว

https://mgronline.com/local/detail/9620000109669
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2019, 07:56 PM   #2783
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
กลเกมการบริหารงบประมาณรัฐบาล “ประยุทธ์” 6 ปี 17.2 ล้านล้านบาท “ตีเช็คเปล่างบกลาง – ตั้งงบกลางปี – โยกงบกลับ”

8 กันยายน 2019 https://thaipublica.org/2019/09/stra...budget-prayut/

กางข้อมูลครม. “คสช.-ประยุทธ์ 2” รวม 5 ปี จัดงบอุ้มเกษตรกร – แก้ภัยพิบัติกว่า 1 ล้านล้าน

18 ตุลาคม 2019


เปิดฐานข้อมูลประชุม ครม. “คสช.-ประยุทธ์ 2” รวม 5 ปีจัดงบฯอุ้มเกษตรกร – แก้ภัยพิบัติกว่า 1 ล้านล้านบาท

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2562 กว่า 29 จังหวัด 418,549 ครัวเรือน รัฐบาลทยอยช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประสบภัย วงเงินรวม 7,642 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ครม.ได้อนุมัติโครงการแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วง(ภาวะแล้งไม่มีน้ำ)และอุทกภัย ปี 2562 จำนวน 5 โครงการ วงเงินรวม 3,120.8 ล้านบาท และคาดว่าจะมีงบประมาณช่วยเหลือตามมาอีก

คำถามคือเกษตรกรอยู่กับภาวะนี้มาอย่างยาวนาน ยิ่งปัจจุบันภาวะโลกร้อนที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศ ยิ่งมีความแปรปรวนมากขึ้น แต่การบริหารจัดการน้ำยังไม่รองรับกับโครงสร้างของประเทศที่คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคเกษตร ส่วนใหญ่มีแต่มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมาตรการเยียวยา จากการรวบรวมของสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าพบว่า ในระยะเวลามากกว่า 5 ปีที่รัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในยุคของหัวหน้าคณะรัฐประหารอย่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนเกษตรกรและภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องทุกปีรวมกันไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านบาท

5 ปีเศรษฐกิจ คสช.ก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม 1.35 ล้านล้านบาท คุ้มค่าแค่ไหน?

กลเกมการบริหารงบประมาณรัฐบาล “ประยุทธ์” 6 ปี 17.2 ล้านล้านบาท “ตีเช็คเปล่างบกลาง-ตั้งงบกลางปี-โยกงบกลับ”

ทั้งนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการประชุมกันในวันอังคารของทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลอีกชุดหนึ่ง นอกเหนือจากข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารของสำนักงบประมาณที่ยังไม่มีหน่วยงานใดนำเสนอมาก่อน พบว่าในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.ในสมัยรัฐบาล คสช. และประยุทธ์ 2 ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้วกว่า 6,320,463.38 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการอนุมัติงบประมาณ เพื่อพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี เช่น สร้างรถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ ขุดคลอง ขุดบ่อน้ำ ทุนการศึกษา ประมาณ 3,900,975.27 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วน 62% ของการอนุมัติทั้งหมด 6.32 ล้านล้านบาท , เป็นการอนุมัติงบฯ พัฒนาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมประมาณ 3,449,543.73 ล้านบาท และเป็นการอนุมัติงบฯ พัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมประมาณ 451,431.53 ล้านบาท





อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแยกตามการบริหารงานของรัฐบาลออกเป็นรายปี พบว่าในช่วงปีแรกสัดส่วนของการใช้งบประมาณ ในกลุ่มของการพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี ยังมีสัดส่วนน้อย (ดูแท่งกราฟสีส้ม) แต่ในช่วง 4 ปีหลัง สัดส่วนการใช้งบประมาณกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 60% ของการใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่งบฯอุดหนุนเกษตรกร เอสเอ็มอี มาตรการสวัสดิการสังคม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทยอยลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปีแรก เนื่องจากรัฐบาลต้องเข้าไปพยุงราคายางพารา และแก้ไขปัญหาข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงปี 2557 และปัญหาภัยแล้งรุนแรงในปี 2558 สัดส่วนของการอุดหนุนเกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนที่ทยอยลดลงไป

ส่วนที่เหลืออีก 2,162,536.36 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% ของงบประมาณทั้งหมดที่ผ่านการอนุมัติจากครม. กลุ่มนี้เป็นการใช้ไปเพื่ออุดหนุนเกษตรกร เอสเอ็มอี มาตรการสวัสดิการสังคม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากเจาะลึกลงไปที่การอุดหนุนเกษตรกร พบว่ารัฐบาลได้ใช้เงินไป 1,031,433.39 ล้านบาท เช่น การจ่ายเงินชดเชย การให้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การอุดหนุนเงินค่าปัจจัยการผลิต การช่วยเหลือภัยพิบัติ ในรายละเอียดจะแบ่งเป็นเรื่องของข้าววงเงิน 359,553.93 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 35% ของงบฯอุดหนุนเกษตรกรทั้งหมด รองลงมา คือ ยางพาราวงเงิน 252,283.75 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วน 24%

ขณะที่การอุดหนุนกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงแต่ให้ความช่วยเหลือทั้งหมด ซึ่งมีบางรายการทับซ้อนกับการช่วยเหลือภายหลังการประสบภัยพิบัติมีวงเงิน 168,156.22 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16% และยังมีโครงการให้ความช่วยเลือเกษตรกรที่ระบุชัดเจนว่าเป็นการช่วยเหลือภัยพิบัติเท่านั้น กลุ่มนี้มีวงเงิน 104,121.81 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วน 10% นอกนั้นจะเป็นกลุ่มพืชอื่นๆ เช่น มันสำปะหลังและอ้อย ปาล์ม และภาคประมง เป็นต้น

https://thaipublica.org/2019/10/pray...rs-18-10-2562/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 17th, 2019, 08:21 PM   #2784
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

สทนช.เตือนไทยแล้งหนัก‘20จว’นอกเขตชลประทานขาดน้ำทำเกษตร

17 พฤศจิกายน 2562 นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดมาตรการรองรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องปี 2562 โดยไม่ให้กระทบต่อแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2562/63 เนื่องจากในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศเกินแผน 1,350 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ จัดสรรน้ำเกินแผน 495 ล้าน ลบ.ม. , ลุ่มน้ำภาคตะวันตก จัดสรรน้ำเกินแผน 579 ล้าน ลบ.ม. และลุ่มน้ำภาคใต้ จัดสรรน้ำเกินแผน 549 ล้าน ลบ.ม.


ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวนาปีจากข้อมูลดาวเทียมในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 พบว่า พื้นที่ปลูกข้าวนาปี 60.08 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 17.11 ล้านไร่ ยังมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง 1.35 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 1.27 ล้านไร่ และที่เหลือเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน



ขณะที่การประเมินพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 2562/63 จากข้อมูลดาวเทียม ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 21 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 229,803 ไร่

ส่วนพื้นที่เขตชลประทานมี 8 จังหวัดที่น้ำไม่พอทำการเกษตร ได้แก่ สุพรรณบุรี อุทัยธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ จึงขอแจ้งให้ชาวนาทราบว่าในพื้นที่ภาคกลางให้งดปลูกข้าวนาปรัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จะไม่มีน้ำส่งมาให้ ถ้าปลูกไปก็จะเกิดความเสียหาย


ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปลูกนาปรังได้บางพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ทำนารอบสองได้บางพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง สกลนคร นครพนม นครราชสีมา ชลบุรี และระยอง ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทาน มี 109 ตำบล 54 อำเภอ 20 จังหวัดที่เสี่ยงขาดน้ำเกษตร

นายสมเกียรติ ระบุว่า จากการวิเคราะห์ติดตามสภาพอากาศ และคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนพฤศจิกายน 2562 พบว่า ปริมาณฝนรวมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีค่าต่ำกว่าค่าปกติ 30% ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ 20% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ

ส่วนเดือนธันวาคม 2562 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 50% และเดือนมกราคม 2563 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 50% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ ขณะที่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำมีทั้งสิ้น 53,316 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 65% แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง ปริมาณน้ำใช้การ 23,768 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% โดยพบว่ามีถึง 10 เขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% เช่น เขื่อน ภูมิพล กระเสียว จุฬาภรณ์ อุบลรัตน์ ขณะที่แหล่งน้ำขนาดกลางน้ำน้อย 74 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ 28 แห่ง อีสาน 37 แห่ง

นายสมเกียรติ ระบุว่า ส่วนสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงที่ลดลงในช่วงฤดูแล้ง โดยสถานการณ์เอลนีโญจะยังคงมีผลต่อภูมิภาคทำให้ไม่มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ โดย สทนช.เร่งดำเนินการใช้มาตรการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลักดันและแก้ปัญหาแม่น้ำโขง แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์น้ำแล้งในภูมิภาค และมาตรการภายในประเทศในระยะเร่งด่วนป้องกันผลกระทบกับวิถีชีวิตประชาชนและการประกอบอาชีพใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1.จัดหาแหล่งน้ำสำรองและขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล เพื่อสำรองปริมาณน้ำในการอุปโภค-บริโภค

2.มอบหมายกระทรวงมหาดไทยโดยจังหวัด (ริมแม่น้ำโขง) สร้างการรับรู้ความเข้าใจแนวโน้มสถานการณ์วิกฤติน้ำ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้น้ำภาคการเกษตรและประมงได้รับทราบ และ

3.มอบหมายกระทรวงคมนาคมกำหนดมาตรการการขนส่งและการคมนาคมทางน้ำ รวมทั้งมาตรการรองรับการพังทลายของตลิ่งริมฝั่งโขงด้วย

https://www.naewna.com/local/454515
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2019, 08:22 PM   #2785
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

สทนช.แจ้งเตือน 8 จังหวัด ภาคกลาง-อีสาน งดปลูกข้าวนาปรัง

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และประธานการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562/63

ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ กำหนดมาตรการรองรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องปี 2562 โดยไม่ให้กระทบต่อแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2562/63 เนื่องจากในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศเกินแผน 1,350 ล้าน ลบ.ม. ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่จัดสรรน้ำเกินแผน 495 ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำภาคตะวันตกจัดสรรน้ำเกินแผน 579 ล้าน ลบ.ม. และลุ่มน้ำภาคใต้จัดสรรน้ำเกินแผน 549 ล้าน ลบ.ม.

ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวนาปีจากข้อมูลดาวเทียมในวันที่ 7 พ.ย.2562 พบว่า พื้นที่ปลูกข้าวนาปี 60.08 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 17.11 ล้านไร่ ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง 1.35 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 1.27 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทาน 80,000 ล้านไร่ ขณะที่การประเมินพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 2562/63 จากข้อมูลดาวเทียม ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 21 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 229,803 ไร่

ทั้งนี้ เขตชลประทานมี 8 จังหวัดที่น้ำไม่พอทำการเกษตร ได้แก่ สุพรรณบุรี อุทัยธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธ์ุ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ จึงขอแจ้งให้ชาวนาทราบว่า ในพื้นที่ภาคกลางให้งดปลูกข้าวนาปรัง

โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องรับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จะไม่มีน้ำส่งมาให้ ถ้าปลูกไปก็จะเกิดความเสียหาย ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกนาปรังได้บางพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จะมีพื้นที่ที่พอทำนารอบสองได้ บางพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง สกลนคร นครพนม นครราชสีมา ชลบุรี และระยอง ส่วนในพื้นที่นอกเขตชลประทาน มี 109 ตำบล 54 อำเภอ 20 จังหวัดที่เสี่ยงขาดน้ำเกษตร

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ติดตามสภาพอากาศ และคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนพ.ย.นี้ พบว่า ปริมาณฝนรวมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีค่าต่ำกว่าค่าปกติ 30% ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ 20% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ

ส่วนเดือน ธ.ค.2562 ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 50% และเดือน ม.ค. ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 50% ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ

ขณะที่ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำมีทั้งสิ้น 53,316 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 65% แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง ปริมาณน้ำใช้การ 23,768 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% โดยพบว่ามีถึง 10 เขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% เช่น เขื่อน ภูมิพล กระเสียว จุฬาภรณ์ อุบลรัตน์ ขณะที่แหล่งน้ำขนาดกลางน้ำน้อย 74 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ 28 แห่ง อีสาน 37 แห่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงที่ลดลงในช่วงฤดูแล้ง โดยสถานการณ์เอลนีโญจะยังคงมีผลต่อภูมิภาคทำให้ไม่มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ มอบหมาย สทนช.เร่งดำเนินการใช้มาตรการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลักดันและแก้ปัญหาแม่น้ำโขง แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์น้ำแล้งในภูมิภาค และมาตรการภายในประเทศในระยะเร่งด่วนป้องกันผลกระทบกับวิถีชีวิตประชาชนและการประกอบอาชีพใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1. จัดหาแหล่งน้ำสำรองและขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล เพื่อสำรองปริมาณน้ำในการอุปโภค-บริโภค

2. มอบหมายกระทรวงมหาดไทยโดยจังหวัด (ริมแม่น้ำโขง) สร้างการรับรู้ความเข้าใจแนวโน้มสถานการณ์วิกฤติน้ำ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้น้ำภาคการเกษตรและประมงได้รับทราบ

3. มอบหมายกระทรวงคมนาคมกำหนดมาตรการการขนส่งและการคมนาคมทางน้ำ รวมทั้งมาตรการรองรับการพังทลายของตลิ่งริมฝั่งโขงด้วย

17/11/2562 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/854828
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2019, 08:24 PM   #2786
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

ปีนี้น้ำน้อย ขึ้นรถไฟวิ่งบนเขื่อนป่าสักฯ ได้เห็นพื้นเขื่อนเป็นครั้งแรก

17 พฤศจิกายน 2019

วันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมนั่งรถไฟลอยน้ำบนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทริปแรกเริ่มแล้วเสาร์ที่ 16 พ.ย.-อาทิตย์ที่ 17 พ.ย. แต่ปีนี้น้ำน้อยจึงได้ชมบรรยากาศที่แตกต่างไป

สำหรับเส้นทางกรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นขบวนรถพิเศษที่จะพานักท่องเที่ยวนั่งชมวิวตั้งแต่กรุงเทพฯ ผ่านอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ไปจนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นทางรถไฟที่อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำ ปกติแล้วรถไฟจะวิ่งมาจนถึงกลางเขื่อน และหยุดให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปถ่ายรูปกับรถไฟกลางอ่างเก็บน้ำ ราวกับว่าเส้นทางรถไฟสายนี้ลอยน้ำได้

ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจซ่อมบำรุง ในฐานะประธานคณะทำงานรถท่องเที่ยวทางรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวขบวนรถไฟลอยน้ำชมเขื่อนของพ่อ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี บรรยากาศที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่นั่งมากับขบวนรถไฟลอยน้ำจะพบเห็นว่ารถไฟวิ่งบนน้ำเพราะระดับน้ำจะสูงใกล้กับขอบรางรถไฟ แต่ในปีนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำน้อยเนื่องจากฝนตกน้อย ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปัจจุบันเพียงแค่ 300 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร บรรยากาศจุดจอดรถกลางเขื่อนจึงมีสภาพน้ำแห้ง มองเห็นโครงสร้างของเขื่อนอีกทั้งยังเป็นทุ่งหญ้าและมีสัตว์เลี้ยง เช่น วัว และนกนานาชนิด



“ทำให้วิกฤติเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมกับบรรยากาศใต้เขื่อนที่ถูกน้ำท่วมมา 20 ปี โดยเขื่อนเริ่มเก็บกักน้ำตั้งแต่ปี 2542 มาจนถึงปัจจุบัน ระดับและปริมาณน้ำที่แห้งจะเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่สำหรับขบวนรถไฟลอยน้ำที่น้ำแห้งก็เป็นครั้งแรก ทำให้นักท่องเที่ยวที่นั่งมากับขบวนรถได้ชมบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและเห็นโครงสร้างตลอดจนทุ่งหญ้าวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน”

ทั้งนี้ การจัดขบวนรถไฟลอยน้ำแต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นอีกด้วย



สำหรับปีนี้ เปิดขบวนรถพิเศษรถไฟลอยน้ำให้เที่ยวชมได้ในช่วงเดือน พ.ย. 2562 – ม.ค. 2563 รวมระยะเวลาทั้งหมด 18 วัน ดังนี้ เดือน พ.ย.2562 เริ่มขบวนแรกวันที่ 16, 17, 23, 24 และ 30 เดือน ธ.ค. 2562 วันที่ 1, 7, 8, 14, 15, 21 และ 22 เดือน ม.ค. 2563 วันที่ 11, 12, 18, 19, 25 และ 26

ในขบวนแรกมีทั้งหมด 15 ตู้ขบวน มีผู้โดยสารประมาณ 1.100 คน นอกจากนี้ยังมีนั่งท่องเที่ยวที่มีความประสงค์ขับรถมาเองและมานั่งรถไฟลอยน้ำที่สถานีต้นทางจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์- ไปสถานีบ้านโคกสลุง และมาแวะพักค้างคืนเที่ยวชมเขื่อนของพ่ออีกด้วย

https://workpointnews.com/2019/11/17/train-2/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2019, 08:27 PM   #2787
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

ชป.ห่วงปชช.ย้ำให้ใช้น้ำอย่างประหยัด

ชป.ห่วงประชาชน ย้ำให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำ

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ส่งผลให้เกิดความผันผวนของสภาพอากาศ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้มีน้ำต้นทุนที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้อยลงไปด้วย จนหลายพื้นที่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากความผันผวนของสภาพอากาศในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนจึงสั่งการให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้ง โดย วางแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งให้รัดกุม เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้พร้อมสำหรับเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน อาทิ สำนักงานชลประทานที่ 3 สนับสนุนเครื่องสูบน้ำบริเวณคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือนในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ด้านสำนักงานชลประทานที่ 12 สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่จังหวัดสิงห์บุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช สำนักงานชลประทานที่ 10 ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโพกรวม จังหวัดสิงห์บุรี ดำเนินการกำจัดวัชพืชในคลองชัยนาท-อยุธยา บริเวณหน้าไซฟอน บ้านไร่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำให้ดีขึ้น ส่วนในพื้นที่ของที่สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในเขตเทศบาลบ้านใหม่ ประปาเทศบาลนครนครราชสีมา และประปามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมีแผนสร้างทำนบดินและปรับปรุงพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นแก้มลิง เพื่อเก็บกักน้ำไว้สำหรับการจัดสรรน้ำตามความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด และทำการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง รวมทั้งขอให้เกษตรกรหันมาทำการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่กำหนดไว้ และเพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้

17/11/2562 https://www.innnews.co.th/social/news_534247/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2019, 08:28 PM   #2788
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

ถนนทรุดพังพินาศ 200 เมตร บ้านเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกกว่า 100 หลังคา

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00 น. นายชิติภัทร ชูรัตน์หิรัญโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากลูกบ้านว่า ถนนสายขุนสมุทรจีน-วัดทองรำไพ ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ เกิดทรุดเป็นแนวยาว รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม นาย วรพจน์ ศรีใย ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคงอำเภอพระสมุทรเจดีย์

จุดเกิดเหตุแยกจากถนนสุขสวัสดิ์ประมาณ 10 กิโลเมตรเข้าถนนขุนสมุทรจีน-วัดทองรำไพ ไปประมาณ 3 กม. ด้านซ้ายมือพบเป็นเส้นทางถนนลูกรังตัดใหม่ เชื่อมถนนสายหลักและสายรองขุนสมุทรจีน-วัดคลองรำไพ มีความกว้าง 12 เมตรยาว 4 กม.พบถนนเกิดการทรุดตัวลึกประมาณ 6 เมตรยาวประมาณ 200 เมตร รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ขณะที่ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

นายประสาท พึ่งสาย อายุ 64 ปี อดีต ส.อบต.แหลมฟ้าผ่า กล่าวว่า ถนนสายนี้กำลังก่อสร้างโดย แขวงทางหลวงชนบทสมุทรปราการ เป็นโครงการขยายการก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงถนนสายหลักและสายรอง สายขุนสมุทร-วัดทองรำไพ เริ่มสัญญาวันที่ 21 ธ.ค. 59 กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 19 เม.ย. 60 งบประมาณวงเงิน 14,990,000 บาทและได้ต่อสัญญาการก่อสร้างและเซ็นต์สัญญาในงบประมาณใหม่จนถึง ณ.ปัจจุบันแต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ก่อนเกิดเหตุ เมื่อประมาณ 13.00 น.วันนี้ขณะที่ตนกำลังออกจากบ้านไปทำธุระ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุถนนเกิดการทรุดตัวอย่างรวดเร็วตนตกใจจึงรีบเดินหนีก่อนที่จะเห็นถนนทรุดตัวลงไปต่อหน้าต่อตา

ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนปี 60 มาแล้วครั้งหนึ่งโดยผู้รับเหมาได้นำเสาปูนขนาดความกว้าง 6 นิ้วยาว 12 เมตรมาปักเรียงบริเวณริมคลองเพื่อสร้างเป็นเขื่อนกันดินสไลด์พร้อมนำดินมาเทอัดบริเวณริมเสาไฟพร้อมบดอัดแน่ก่อนที่จะนำดินลูกลังมากลบทำถนนใหม่กระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมามีน้ำทะเลหนุนจนท่วมถนนทำให้กัดเซาะดินที่อยู่ใต้พื้นถนนเกิดการทรุดตัว ทั้งๆที่นำเสาไฟฟ้ามาปักกันเขื่อนไว้แล้ว ยังเอาไม่อยู่เป็นห่วงแต่ชาวบ้านไม่สามารจะออกมาได้ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนดังกล่าว

https://www.naewna.com/local/454561
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 18th, 2019, 09:16 PM   #2789
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

เจาะลึกแผนจัดการน้ำพื้นที่อีอีซี 20 ปี

18 Nov 2019

สทนช. วางมาตรการรองรับทุกปัญหาน้ำเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี 20 ปี หวังกระจายน้ำทั่วถึง ครอบคลุมความต้องการรอบด้าน ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ 3 จังหวัด พร้อมเตรียมชี้เป้าพื้นที่เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดปัญหาน้ำท่วม รุดศึกษารับมือปัญหาน้ำเสื่อมโทรมและการรุกตัวของน้ำเค็ม

วันที่18 พ.ย.62 ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยว่า พื้นที่ 3 จังหวัดของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC ได้แก่ จ.ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นั้น มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะด้านอุปโภคบริโภค ซึ่งในอนาคตจำเป็นจะต้องรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการเพิ่มของจำนวนประชากรและการพัฒนาในด้านต่างๆ

อาทิ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว รวมถึงความเสี่ยงขาดแคลนทางด้านการเกษตร เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อย 65 ของพื้นที่ EEC เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนี้ จากการประเมินความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วนพบว่าพื้นที่ 3 จังหวัด EEC มีความต้องการใช้น้ำถึง 2,419 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 58 ของภาคตะวันออก นอกจากนี้ สทนช. ยังได้มีการประเมินความต้องการใช้น้ำในระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2580) พบว่ามีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นในทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี เพิ่มขึ้น 50% โดยมาจากด้านอุปโภคบริโภคเป็นหลัก จ.ระยอง เพิ่มขึ้น 52 % ในด้านอุตสาหกรรมเป็นหลัก และ จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้น 12% ในด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก และความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ EEC มีอัตราเพิ่มขึ้นของผู้ใช้น้ำ จาก 4 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน โดยเฉพาะในเขต จ.ชลบุรี

ดังนั้น สทนช. จึงได้วางมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขต EEC โดยมุ่งเน้นการกระจายน้ำให้ทุกภาคส่วน ซึ่งได้มีการวิเคราะห์ปัญหาการขาดแคลนน้ำ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1.ระยะเร่งด่วนในปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่ามีการขาดแคลนน้ำบางส่วน โดยขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม ในพื้นที่ชลบุรีและระยอง ในส่วนผู้ใช้น้ำนอกเครือข่ายน้ำ โดยปริมาณน้ำที่ขาดแคลนมีเพียงแค่ 1.23 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสามารถใช้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้ 2.ระยะกลาง ปี 2570 จะมีการวางแผนโดยหน่วยงานต่างๆอาทิ กรมชลประทาน ดำเนินการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำใหม่ ปรับปรุงแหล่งเก็บน้ำเดิม ปรับปรุงระบบเครือข่ายน้ำเดิม และการทำระบบสูบน้ำกลับเข้าไปในแหล่งน้ำเดิม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการสำรวจขุดเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม ซึ่ง สทนช. ได้ทำการศึกษาและจัดทำเป็นแผนงานเพื่อเสนอเพิ่มเติม เช่น การนำน้ำจากลุ่มน้ำบางปะกง หรือการสูบกลับที่อ่างฯ ประแสร์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำในโครงการชลประทานเดิม รวมทั้งมีการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืช ใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งการดำเนินการได้ทำการจัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนในแต่ละโครงการโดยจะทำให้มีปริมาณน้ำในช่วงปี 2563-2570 เพิ่มขึ้น 705 ล้าน ลบ.ม. พร้อมกับได้ทำการพัฒนาแผนงานออกเป็นทางเลือก เช่น โครงการการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ที่จะทำให้การใช้น้ำมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น 3) ระยะยาวปี 2580 จะมีการจัดทำระบบเครือข่ายน้ำเพิ่มเติม และมีการวางแผนการเพาะปลูกพืชใหม่ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าร้อยละ 15-20 ของปริมาณน้ำเสีย ซึ่งภายในช่วงปี 2570-2580 จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 166 ล้าน ลบ.ม.สำหรับภาพรวมผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ EEC เมื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำระหว่างปี 2563-2580 จะส่งผลทำให้ ปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 217 ล้าน ลบ.ม. เกษตรกรรม 547 ล้าน ลบ.ม. อุตสาหกรรม 107 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใน จ.จันทบุรีด้วย ได้แก่ อุปโภคบริโภค 45 ล้าน ลบ.ม. และเกษตรกรรม 270 ล้าน ลบ.ม. นอกจากปัญหาเสี่ยงขาดแคลนน้ำแล้ว พื้นที่ EEC ยังประสบกับปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำบางปะกงเป็นหลัก สทนช. จะมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม

ซึ่งครอบคลุมบริเวณตั้งแต่แม่น้ำบางปะกงไปจนถึงแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันมีอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี ช่วยระบายน้ำมาเพื่อทำให้การรุกตัวของน้ำเค็มเจือจางลง และปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมในขณะนี้ทาง สทนช. ได้ศึกษาร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ( สกว.) ในการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อปรับปรุงและขยายระบบบำบัดน้ำเสียเดิมและก่อสร้างระบบน้ำเสียใหม่ พร้อมรณรงค์ให้มีการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

ทั้งนี้ สทนช. จะเร่งนำเสนอแผนพัฒนาโครงการแหล่งน้ำต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำเพื่อพิจารณา และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการในขั้นตอนต่อไป“สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาน้ำในเขต EEC สทนช. ในฐานะหน่วยงานกลางด้านน้ำ ได้มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและมีเอกภาพ รวมทั้งได้มีการจัดประชุมติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีความมุ่งหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ EEC ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมความต้องการใช้น้ำทั้งอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ ในทุกพื้นที่ พร้อมสำหรับรองรับสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและการเติบโตในด้านต่าง ๆ ของพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศในอนาคตได้” ดร.สมเกียรติ กล่าว

https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/414844?
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2019, 08:40 PM   #2790
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

กรมชลประทานวอนทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้ง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 23/2562 ซึ่งมีผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมฯ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังสำนักงานชลประทาน และเครือข่าย SWOC ทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ พร้อมดำเนินการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ อาคาร 99 ปีหม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน

สภาพฝน ภาคใต้มีฝนปานกลางในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า ซึ่งมีปริมาณฝนใกล้เคียงกับค่าปกติ จะน้อยกว่าในบางช่วง ส่วนปริมาณฝนรวมบริเวณ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีค่าต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 40

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ วันเดียวกันนี้ มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 49,787 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,889 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของปริมาณน้ำใช้การได้ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,847 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 5,151 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำในอ่างฯ อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย จึงต้องบริหารจัดการน้ำตามความเหมาะสม ซึ่งจะใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เป็นหลัก

สภาพน้ำท่าทางตอนบนของประเทศไทย วันเดียวกันนี้ ปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 250 ลบ.ม./วินาที(เมื่อวาน 240 ลบ.ม./วินาที) ต่ำกว่าตลิ่ง 8.69 เมตร และคงปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 70 ลบ.ม./วินาที มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ อ.บางไทร เฉลี่ย 96 ลบ.ม./วินาที(เมื่อวาน 97 ลบ.ม./วินาที) สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่วนทางภาคใต้อยู่ในเกณฑ์น้ำปานกลาง – มาก

ด้านแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 2562 ทั้งประเทศ ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำรวม 17,699 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน (19 พ.ย. 62) ได้จัดสรรน้ำตามความต้องการไปแล้ว 1,738 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10 เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำตลอดฤดูแล้ง รวม 4,000 ล้าน ลบ.ม. วันเดียวกันนี้ ได้จัดสรรน้ำตามความต้องการไปแล้ว 514 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 13

สำหรับแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2562/63 ทั้งประเทศรวม 6.85 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่(คิดเป็นร้อยละ 34 ของแผนฯ) , พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่(คิดเป็นร้อยละ 7 ของแผนฯ) และพืชอื่นๆ 4.01 ล้านไร่ (คิดเป็นร้อยละ 59 ของแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำแม่กลอง มีแผนเพาะปลูกรวม 2.07 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 0.84 ล้านไร่(คิดเป็นร้อยละ 41 ของแผนฯ) , พืชไร่-พืชผัก 0.69 ล้านไร่(คิดเป็นร้อยละ 8 ของแผนฯ) และพืชอื่นๆ 1.06 ล้านไร่ (คิดเป็นร้อยละ 51 ของแผนฯ) ด้านลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง จึงมีแผนเพาะปลูกเพียงพืชอื่นๆ เช่น อ้อย ที่ต้องใช้การเพาะปลูกแบบต่อเนื่องเท่านั้น รวมจำนวน 0.99 ล้านไร่

จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่าสายหลักต่างๆ ทั่วประเทศมีปริมาณน้อย การสนันสนุนน้ำเพื่อการเกษตรและการประมง จึงมีแผนการจัดสรรอย่างจำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน อีกทั้ง กรมชลประทาน จะต้องดำเนินการตามแผนจัดสรรน้ำอย่างเคร่งครัด จัดหาแหล่งน้ำสำรอง ให้ความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ ซึ่งในขณะนี้มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ไม่มากนัก จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนประหยัด พร้อมทั้งสร้างกระบวนการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงของปริมาณน้ำ รวมทั้ง ตรวจสอบคุณภาพของน้ำ ค่าความเค็ม อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ ไว้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสามารถสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1759647
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 21st, 2019, 07:18 PM   #2791
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

สทนช. ถก 25 หน่วยงานรับมือแล้ง-พร้อมประสานสธ.ชี้เป้าโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำ 38 จังหวัด

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 25 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2562/63 ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โดยมีข้อสรุปที่สำคัญ 3 ประเด็นหลัก คือ

1. ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการจัดสรรน้ำและระบายน้ำของแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางเป็นรายสัปดาห์ ซึ่ง สทนช. ได้ติดตามแผนการจัดสรรน้ำเขื่อนขนาดใหญ่ พบว่ามีการจัดสรรน้ำเกินแผนแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกระเสียว ซึ่งเป็น 1 ใน 5 แห่งของเขื่อนที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอทำการเกษตร ปัจจุบันพบว่า แผนการจัดสรรน้ำ 13 ล้านลบ.ม. แต่มีการจัดสรรน้ำแล้ว 17.62 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 135% ที่ประชุมจึงได้เน้นย้ำกรมชลประทาน (ชป.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ควบคุมการจัดสรรน้ำให้กับพื้นที่ ตามปริมาณน้ำที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยขอให้จังหวัด กำกับ ดูแลพร้อมสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาการสูบน้ำไว้ใช้ระหว่างการส่งน้ำ ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นที่ต้องมีการจัดสรรน้ำมากกว่าแผน ต้องมีการรายงานให้สทนช. ทราบก่อนด้วย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้ในการจัดสรรน้ำตลอดฤดูแล้งนี้และต้นฤดูฝนปี 2563

ประเด็นที่ 2. การกำหนดเจ้าภาพหลักในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับพื้นที่เป้าหมายเสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งเบื้องต้นที่ประชุมได้มอบหมายให้การประปานครหลวง (กปน.) พิจารณาการใช้น้ำจากฝั่งตะวันตก มาทดแทนการใช้น้ำจากฝั่งตะวันออกให้มากขึ้น พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อสำรองน้ำเพิ่มเติม ขณะที่พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคในเขตการประปาภูมิภาค (กปภ.) 48 สาขา 64 อำเภอ 26 จังหวัด ที่มีการสำรวจไว้เดิม และอีก 13 แห่งของ กปภ.ริมแม่น้ำโขง ใน 7 จังหวัด 19 อำเภอ ได้มอบหมายกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพิจารณาสนับสนุนการดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล 13 แห่ง รวมถึงมอบกรมชลประทานจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม 19 แห่ง ส่วนอีก 29 แห่งที่เหลือให้ กปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาหาแหล่งน้ำสำรอง


สำหรับนอกพื้นที่บริการ กปภ. ที่มีความเสี่ยง 38 จังหวัด โดยเฉพาะประปาชุมชนและประปาหมู่บ้านซึ่งมักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทุกปี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะสำรวจสถานภาพแหล่งน้ำที่มีอยู่ หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงขาดน้ำต้องประสานกับกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดลจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน และน้ำบาดาล เป็นแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงพิจารณาหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่การเกษตรที่เป็นไม้ผล พืชต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สทนช. ได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขสำรวจพื้นที่ให้บริการต่างๆ โดยประสานกับหน่วยบริการจ่ายน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีความเสี่ยงขาดน้ำในฤดูแล้ง 38 จังหวัด เพื่อวางมาตรการป้องกันโดยเร่งด่วนด้วย

ประเด็นสุดท้าย ที่ประชุมได้มีการพิจารณาพื้นที่นำร่องในการกำหนดเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสำหรับหน่วงและเก็บกักน้ำหลากเพื่อดำเนินการในระยะแล้งนี้ เพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝนหน้า โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง 12 ทุ่ง และทุ่งบางระกำ โดยเพิ่มเติมโครงการนำร่องพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง จ.ร้อยเอ็ด และบางพลวง จ.ปราจีนบุรี พร้อมทั้งให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางการจ่ายค่าชดเชยตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สทนช.ได้สรุปผลการประชุมเพื่อนำเสนอต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมทำหนังสือถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องรับทราบมติที่ประชุมข้างต้น เพื่อให้เกิดผลที่ชัดเจนในทางปฏิบัติในการดำเนินการเชิงป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.พ.-พ.ค. 2563 เนื่องจากแนวโน้มปริมาณฝนในภาพรวมของประเทศลดลงต่อเนื่องด้วย

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3077011
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2019, 11:27 AM   #2792
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

ภัยแล้งมาเยือนอีกแล้ว...ชาวนาอ่างทองระทม

เผยแพร่: 22 พ.ย. 2562

22/11/2019 ภัยแล้งมาเยือนอีกแล้ว...ชาวนาอ่างทองระทม . ชาวนาหลายพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เดือนร้อนหนัก ภัยแล้งเริ่มลุกลามขยายวงกว้างนาข้าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนาน น้ำในลำคลองชลประทานหลายแห่ง แห้งขอด ชาวบ้านต่างเร่งสูบน้ำเข้านาข้าวเพื่อเลี้ยงต้นข้าวประคองให้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว สุดท้ายทนไม่ไหวชาวนารวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้ชลประทานปล่อยน้ำรักษาระบบนิเวศ และหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรหลายพันไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งไม่ให้ทวีความรุนแรง

https://mgronline.com/news-clips/-OEGdCYxNPk
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2019, 01:07 PM   #2793
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

พัทลุงน้ำยังท่วมในหลายหมู่บ้าน

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562


ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ยังคงหลากท่วมในหลายหมู่บ้าน โดยล่าสุดเมื่อเช้าที่ผ่านมามวลน้ำที่หลากท่วมในพื้นที่ ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา ที่ไหลหลากลงมาท่วมในพื้นที่ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง ได้ไหลลงมายังพื้นที่ด้านล่าง ยังตำบลหานโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน ทำให้น้ำที่ไหลผ่านลงมาเอ่อล้นลำคลอง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.8.9 ของตำบลหานโพธิ์


นอกจากจะท่วมบ้านเรือนแล้ว ยังท่วมเส้นทางเข้าออกในหมู่บ้านรถเล็กต้องใช้ความระมัดระวัง รวมถึงสวนยางพารา นาข้าว และสวนปาล์ม ขณะที่ชาวบ้าน ต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดรวมกันไว้ริมถนน เพื่อสะดวกในการออกไปชื้อหาอาหาร เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวเป็นที่ลุ่มหากน้ำท่วมขังต้องใช้เวลานานหลายวันกว่าจะลด นอกจากนี้ ในพื้นที่ ม.9 ต.หานโพธิ์ ชาวบ้านกว่า10 ครอบครัว ที่อยู่ด้านท้ายหมู่บ้าน ต้องปิดตัวเองเหมือนสภาพติดเกาะเพราะไม่สามารถออกมายังด้านนอกได้ เพราะระดับท่วมเส้นทางบางจุด เกือบ1 เมตร ต้องอาศัยอยู่กันแต่ภายในบ้านเท่านั้นเมื่อเข้าช่วงน้ำท่วม


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่าจนถึงขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ประกอบกับฝนได้ตกลงมาเป็นช่วงๆ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าเป็นห่วง โดยล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ได้เปิดศูนย์บรรเทาสาธารณะภัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งหากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรกระสานไปยังสายด่วน หมายเลข 1131 ของ อบจ.พัทลุง ได้ตลอด24ชั่วโมง

https://www.banmuang.co.th/news/region/170891

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2019, 08:02 PM   #2794
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

พิษแผ่นดินไหว!พบ 17 วัดเก่าแก่เมืองน่าน-พระเจ้าทองทิพย์ ร้าว ยอดฉัตรพระธาตุแช่แห้งเอียง

เผยแพร่: 22 พ.ย. 2562


น่าน - แผ่นดินไหวใน สปป.ลาว กระทบ 17 วัดเก่าแก่เมืองน่าน เบื้องต้นพบทั้งพระเจ้าทองทิพย์-วัดพระธาตุช้างค้ำ วัดภูมินทร์ ฯลฯ เกิดรอยร้าว ยอดฉัตรพระธาตุแช่แห้งเอียงงอ

วันนี้(22 พ.ย.)นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายจรัสพันธ์ อรุณคง ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เร่งตรวจสอบความเสียหายของวัดเก่าแก่และโบราณสถาน 17 แห่งในจังหวัดน่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในสปป.ลาว ที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกถี่ยิบแบบข้ามวันข้ามคืนจนถึงขณะนี้ เพื่อประเมินความเสียหาย ก่อนประสานกับทางสํานักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ วางแผนบูรณะต่อไป

โดยพบว่าองค์พระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ อายุ 600 กว่าปีวัดสวนตาล ที่ชาวน่านให้ความเคารพนับถือ และเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองมาแต่อดีต มีรอยร้าวที่พระหัตถ์ และด้านหลังองค์พระ รวมทั้งฐานชุกชีสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ก็แตกร้าวเป็นแนวยาว ทางคณะศรัทธาเกรงว่าจะรับน้ำหนักองค์พระเจ้าทองทิพย์ ที่มีน้ำหนักถึง 12 ตันไม่ไหว

ส่วนที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พบผนังพระวิหารหลวงมีรอยร้าว และวัดภูมินทร์ พบปากพญานาคทิศตะวันออกของพระอุโบสถเกิดร้อยร้าว ขณะที่วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง พบยอดฉัตรพระธาตุได้รับความเสียหายเอียงงอ

นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่าแม้จังหวัดน่านอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว แต่โชคดีที่ไม่เกิดความเสียหายมาก และไม่มีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยขณะนี้จะเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อลดความตื่นตระหนก รวมถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ และแนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว


ขณะที่โรงเรียน ตชด.100 ปี ต.บ่อเกลือเหนืออ.บ่อเกลือ ที่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 30 กิโลเมตรได้รับความเสียหายฝ้าเพดานด้องเรียน หล่นลงมา และอาคารได้รับความเสียหายมีรอยร้าว ที่ต้องประกาศหยุดเรียนเมื่อวานนี้21 พ.ย. ได้แจ้งปิดการเรียนการสอนในวันนี้(

22 พ.ย.)อีก 1 วันให้นักเรียนกลับมาเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 25 พ.ย.แทนเพื่อดูสถานการณ์ว่ายังมีการสั่นไหว หรืออาฟเตอร์ช็อกหรือไม่

นางสาวชญาดา ศรีวรรณ ครูประจำโรงเรียน ตชด.100ปี กล่าวว่ารู้สึกหวาดกลัวมาก ในช่วงที่แผ่นดินไหว ต้องวิ่งออกจากบ้านพักมาอยู่กลางสนามซึ่งในขณะนี้ ยังมีอาฟเตอร์ช็อกนิดหน่อย แต่ยังไม่มั่นใจที่จะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านพักส่วนนักเรียน ทางโรงเรียนให้หยุดเรียนก่อน รอดูสถานการณ์ และตรวจสอบสภาพอาคารให้แล้วเสร็จก่อนค่อยให้กลับมาเรียน

https://mgronline.com/local/detail/9620000112263
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 23rd, 2019, 08:59 PM   #2795
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

ภัยแล้งเล่นงานชาวนาโคราชไม่มีเงินจ้างรถเกี่ยวข้าว

ภัยแล้งเล่นงาน ชาวนาโคราชต้องเกี่ยว ตี ขนข้าวเอง ไม่มีเงินจ้างรถเกี่ยวข้าว

ชาวนาตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กำลังช่วยกันตีข้าวที่เกี่ยวด้วยมือ เพราะไม่มีเงินว่าจ้างรถเกี่ยวข้าว เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งยาวนานหลายเดือน ผลผลิตข้าวที่ปลูกเสียหาย เมล็ดลีบ ขายไม่ได้ราคา

นายนิวัตน์ เหลาชัย อายุ 70 ปี ชาวนาหมู่ที่ 11 ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย บอกว่า ลงทุนปลูกข้าวนาปี จำนวน 5 ไร่ แต่ปีนี้ต้องประสบปัญหาภัยแล้งหนักสุดในรอบ 50 ปี ทำให้ขาดแคลนน้ำใช้ในการทำนา ต้นข้าวจึงหยุดการเจริญเติบโต โดยเฉพาะข้าวนาปีที่ปลูกไว้บนที่ราบสูง ไม่มีแหล่งน้ำไหลผ่าน จำเป็นต้องรอคอยน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาลเท่านั้น

แต่ในปีนี้ฝนตกลงมาน้อยมาก ทำให้ไม่มีน้ำทำนา ต้นข้าวจึงเสียหาย ข้าวออกรวงน้อย จำเป็นต้องเกี่ยวข้าวเองและตีข้าวเอง ไม่มีเงินว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวเพราะไม่คุ้มทุน เพระข้าว 1 ไร่ในปีนี้ได้ผลผลิตข้าวเพียง 2 ถุงปุ๋ยเท่านั้น แตกต่างจากในช่วงฝนตกชุก จะได้ข้าวประมาณ 6-7 กระสอบป่าน ปีนี้ ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานที่สุด นายนิวัตน์ กล่าว

23/11/2562 https://www.innnews.co.th/regional-news/news_538963/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 24th, 2019, 06:40 PM   #2796
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

สัญญาณแล้งปีหน้า 6เขื่อน - แม่น้ำสายหลักน้ำน้อย

วันที่ 24 พ.ย. คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เผยแพร่ข้อมูล สรุปพื้นที่เฝ้าระวังว่า ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาสตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.เป็นต้นไป

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำสำคัญ ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักใน ภาคเหนือมีระดับน้ำน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำน้อยโดยเฉพาะต้นน้ำของแม่น้ำชี ภาคตะวันออกและภาคกลางมีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำมาก กับ มีน้ำล้นตลิ่งต่ำบริเวณปากแม่น้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนภาคใต้มีระดับน้ำเพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงมีระดับน้ำปานกลางถึงมาก

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาณน้ำกักเก็บรวมทั้งประเทศอยู่ร้อยละ 66 โดยมีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย ดังนี้ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 23 ใช้น้ำใต้ระดับกักเก็บไปแล้ว 30.01ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยวิกฤต เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 0.14 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 0.65ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนลำพระเพลิง จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 17 เป็นน้ำใช้การได้จริง 25 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 0.01 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 0.08 ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 20 เป็นน้ำใช้การได้จริง 21 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย เมื่อวานนี้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างฯ และไม่มีการระบายน้ำ

เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 27 เป็นน้ำใช้การได้จริง 58 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่างฯ 0.19 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 0.04 ล้านลูกบาศก์เมตร

เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 24 เป็นน้ำใช้การได้จริง 21 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย เมื่อวานนี้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างฯ และไม่มีการระบายน้ำ

เขื่อนกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 21 เป็นน้ำใช้การได้จริง 23 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย เมื่อวานนี้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างฯ และระบายน้ำ 0.02 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนคาดการณ์ฝน ช่วงวันที่ 24-26 พ.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศจะอ่อนกำลังลงในช่วงวันที่ 24 พ.ย. ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนกระแสลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักได้ในบริเวณภาคใต้ตอนล่าง จากนั้นบริเวณความกดอากาศระลอกใหม่จะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. ทำให้กระแสลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี และนราธิวาส

ช่วงวันที่ 27-30 พ.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศมีกำลังแรงขึ้น ทำให้กระแสลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง

https://www.thansettakij.com/content/normal_news/415353
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 06:16 PM   #2797
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

“เมืองคอน” ฝนตกต่อเนื่อง-น้ำป่าทะลัก แจ้งชาวบ้านเฝ้าระวัง

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมอุตุฯ เตือนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีฝนตกร้อยละ 60 ของพื้นที่ให้เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดในสถานการณ์ฝนตกในจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 วันที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ประสานงานเตือนภัยพิบัติ อำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่น้ำตกพบว่าที่น้ำตกต่างๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนโซนที่ราบลุ่ม ระวังน้ำท่วมฉับพลัน


นายรณชัย คีรีเพ็ชร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพรหมโลก อ.พรหมคีรี ได้เข้าสำรวจที่วังปลาแงะ ของพื้นที่หมู่ 1 ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี พบว่าระดับน้ำสูงขึ้นและไหลตัดผ่านเส้นทางบางจุด ซึ่งการเข้าสำรวจเพื่อจะได้แจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนพื้นที่ ต.บ้านเกาะ ต.ไม้เรียง รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ที่อยู่ในที่ราบลุ่มให้เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย เนื่องจากในขณะนี้มีฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

ขณะกองทัพภาคที่ 4 ได้เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติบริเวณโซนเทือกเขา โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้กำลังพลตรวจสภาพความพร้อม เตรียมยุทโธปกรณ์ ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมทหารราบที่ 15 เพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ อ.พรหมคีรี, ช้างกลาง และ อ.เมือง ในการรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ จากภัยธรรมชาติ เป็นการป้องกันละลดความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป

https://www.prachachat.net/local-economy/news-394988
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 06:21 PM   #2798
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

แฉ! เขื่อนกันคลื่น ราคา 130 ล้าน แทบไม่ช่วยอะไร ชาวบ้านเดือดร้อนเหมือนเก่า

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562

เขื่อนกันคลื่น – เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายว่า สภาพเขื่อนกันคลื่นในพื้นที่หลายหมู่บ้านของ ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งอ่าวไทยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร โดยงานก่อสร้างส่วนใหญ่นั้นแล้วเสร็จ เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดในบางจุดเท่านั้น

อย่างไรก็ตามพบว่า เขื่อนกันคลื่น ซึ่งกรมเจ้าท่าใช้งบประมาณ กว่า 130 ล้านบาท ในการดำเนินการ ส่อเค้าที่จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากพบว่าในบางจุดนั้น มีปัญหามีรอยรั่วของเขื่อน ที่เกิดจากการเชื่อมต่อของแผ่นคอนกรีต ที่ใช้ตอกลงไปในทะเลนั้นไม่ได้เชื่อมติดกันสนิท และมีการเทคอนกรีตทับด้านบน ทำให้ยังมีน้ำทะเลซัดเข้าสู่ชายฝั่งและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่


นอกจากนี้ เขื่อนยังมีความสูงต่ำ และห่างจากชายหาดไม่เท่ากัน ทำให้แม้จะมีเขื่อนกันคลื่นแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังกังวลว่าจะได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอีกครั้ง ที่สำคัญผู้รับเหมาโครงการ ไม่ได้มีการนำความเห็นข้อแนะนำของชาวบ้านไปประเมินปรับใช้ จนทำให้เกิดปัญหาในช่วงที่มีคลื่นลมแรง

นายกาจบัณฑิต รามมาก ปธ.สภาองค์กรชุมชนอำเภอระโนด กล่าวว่า อยากให้กรมเจ้าท่า หรือหน่วยเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มาตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าหรือไม่ ก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างได้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง และพยายามเสนอแนวทางให้วิศวกรผู้ควบคุมงานทราบ จึงอยากให้มีการรับฟังชาวบ้าน และขอให้แก้ไขปรับปรุงเพื่อช่วยชาวบ้าน และให้มีการใช้งบประมาณรัฐอย่างคุ้มค่ามากกว่าที่เป็นอยู่

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3086684
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 08:47 PM   #2799
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 107,237
Likes (Received): 6490

แปลงข้าวนาปีเขต อ.บางปะอิน กว่า 3,500 ไร่ แห้งตายหมด ชาวนากว่า 300 ครัวเรือน เดือดร้อน


เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายวรชันย์ หลักกรด เกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่ชาวนาใน 5 ตำบลของ อ.บางปะอินประกอบด้วย ต.บ้านกรด , บ้านหว้า , ตลิ่งชัน , คุ้งลาน และ สามเรือน ร้องเรียนเข้ามาว่า มีชาวนากว่า 300 ครัวเรือน รวมพื้นที่แปลงนาข้าวกว่า 3,500 ไร่ ซึ่งเพาะปลูกข้าวนาปี ด้วยวิธีการและสายพันธุ์ข้าวแบบดั่งเดิม หรือที่เรียกว่า ปลูกข้าวขึ้นน้ำหรือข้าวฟางลอย ซึ่งเริ่มเพาะปลูกช่วงต้นฤดูฝนและเก็บเกี่ยวช่วงปลายปี รวมระยะเวลาการเพาะปลูกนาน 6 เดือน ล่าสุดขณะนี้ต้นข้าวนาปีแห้งตาย เพราะว่าขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว

โดยตนเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นตรวจสอบแล้ว และพบว่าเป็นเรื่องจริง แปลงข้าวนาปีกว่า 3,500 ไร่ เสียหายทั้งหมดแล้ว ต้นข้าวแห้งตาย ยากที่จะกู้หรือฟื้นคืบสภาพ ซึ่งข้าวนาปีประเภทนี้ จำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อเพาะปลูกจำนวนมาก โดยต้องมีน้ำท่วมขังอยู่ในทุ่งนาสูง 1 เมตร ต้นข้าวจึงจะสมบูรณ์ออกรวง แต่ปีนี้น้ำต้นทุนจากเขื่อนมีน้อย และหน่วยงานกรมชลประทานในพื้นที่ แจ้งว่าไม่สามารถหาน้ำ เพื่อปล่อยเข้าทุ่งนาได้เหมือนเดิมในทุก ๆ ปี

ดังนั้นในเบื้องต้น ตนเองจึงได้สำรวจความเสียหาย เก็บหลักฐานทั้งรายชื่อชาวนาและจำนวนพื้นที่นาปี พร้อมจะทำเรื่องด่วน เสนอนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่หากติดหลักเกณฑ์อื่นใด จนไม่สามารถประกาศได้ ก็จะต้องหาทางอื่น เพื่อช่วยเหลือเยียวยา ชาวนากว่า 300 ครัวเรือนนี้ โดยด่วนเช่นกัน

ภาพ…นายวรชันย์ หลักกรด เกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา ( คนในภาพที่ชูต้นข้าวแห้งตาย ) ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย 5 ตำบลของ อ.บางปะอิน ประกอบด้วย ต.บ้านกรด , บ้านหว้า , ตลิ่งชัน , คุ้งลาน และ สามเรือน รวมพื้นที่แปลงนาข้าวปี กว่า 3,500 ไร่ แห้งตาย และชาวนากว่า 300 ครัวเรือน เดือนร้อน

https://www.matichon.co.th/region/news_1767491
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 26th, 2019, 06:23 AM   #2800
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,599
Likes (Received): 6947

คอลัมน์ไทยวันนี้: ติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการบริหารจัดการน้ำ พื้นที่ จ.ชัยภูมิ

ข่าวทั่วไป 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สายลม... นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายอำพล กิตติอำพล องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯเดินทางไปติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำโดยเร็ว ณ พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เพื่อสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเดินทางไปยังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านเขว้า และอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานพร้อมกับตรวจเยี่ยมสภาพพื้นที่โครงการฯ และพบปะเยี่ยมราษฎรในพื้นที่โครงการฯ

"วันนี้มาดูความก้าวหน้าของโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านเขว้า และอำเภอหนองบัวระเหว และโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ทั้ง 2 โครงการมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในภาคอีสานเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นต้นน้ำของแม่น้ำชี ที่มีอิทธิพลต่อหลายจังหวัดทางตอนใต้ของลำน้ำ หากบริหารจัดการต้นน้ำชีได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้พื้นที่ทางตอนล่างของลำน้ำมีความปลอดภัยจากอุทกภัยในช่วงหน้าฝนและแก้ปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้งได้ด้วย ทั้ง 2 โครงการนี้โชคดีที่ประชาชนในเขตจังหวัดชัยภูมิให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทางกรมชลประทานจะได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างโครงการฯ และการทดแทนแก่ราษฎรที่เสียสละพื้นที่ให้กับโครงการฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2567 และในช่วงที่กำลังก่อสร้างซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีการเก็บกักน้ำไว้บ้างแล้วนั้น ก็จะนำมาบริหารจัดการเพื่อก่อประโยชน์ให้แก่ประชาชนควบคู่กันไปด้วย ที่สำคัญประชาชนในภาคอีสานตอนล่างของแม่น้ำชีลงไปจะได้รับประโยชน์กันอย่างทั่วถึง" นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี กล่าว

ทางด้านนางศศินี ปลีการ ราษฎรบ้านหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิ หนึ่งในผู้ได้รับประโชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ประชาชนชาวหนองบัวแดง ต่างรอคอยโครงการนี้มา 30 ปี ถ้ามีอ่างความเป็นอยู่จะดีขึ้น สามารถปลูกพืชผักผลไม้ได้มากขึ้น เพราะหนองบัวแดงคืออำเภอที่ปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ส่งไปจำหน่ายประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีการปลูกลำไย เงาะ และทุเรียน ที่ผ่านมามักจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับบำรุงต้นพืชเหล่านี้ ถ้าอ่างเก็บน้ำแล้วเสร็จก็จะมีน้ำใช้ได้อย่างสมบูรณ์ "รู้สึกดีใจที่แหล่งน้ำแห่งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยราษฎรและให้องคมนตรีและคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและความคืบหน้าของโครงการฯ" นางศศินี ปลีการ กล่าว

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เมื่อปี 2526 เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำทำการเพาะปลูกและเพื่อการอุปโภคบริโภครวมถึงบรรเทาปัญหาอุทกภัย โดยเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการฯ กรมชลประทานจึงได้

กำหนดแผนการก่อสร้างรวม 6 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2567 และเมื่อปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมาคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร.ได้อนุมัติงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนทางเข้าหัวงาน และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการฯ ก็จะเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนให้กับสถานีสูบน้ำตามลำน้ำชี ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิจนถึงจุดบรรจบลำน้ำพองในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่รับประโยชน์ในช่วงฤดูฝน จำนวน 45,000 ไร่ ช่วงฤดูแล้ง 30,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการประมงน้ำจืด รวมถึงช่วยบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำอีกด้วย

ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ราบเชิงภูเขียว ตั้งแต่ปี 2526 ปี 2536 และปี 2540 ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ โดยในปี 2538ได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พบว่าบริเวณก่อสร้างโครงการฯ มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวจึงพิจารณาตำแหน่งการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ซึ่งอยู่บริเวณตอนล่างของลำสะพุงนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เพื่อเป็นการลดผลกระทบการใช้พื้นที่ป่า โดยกำหนดระยะเวลาการก่อสร้าง 6 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2567 ซึ่งในปี 2562 เป็นงานเตรียมความพร้อมของโครงการ และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ราษฎรจะมีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนจำนวน 40,000 ไร่ ในช่วงฤดูแล้ง 8,000 ไร่ และช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนและสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพประมงเสริมให้กับราษฎรเพิ่มขึ้นอีกด้วย


https://www.ryt9.com/s/tpd/3063185
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:47 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us