Thailand Floodway Projects - Page 141 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 26th, 2019, 10:16 PM   #2801
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

แล้งมาเร็ว เกษตรกรปทุมธานี เศร้า น้ำไม่พอทำการเกษตร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้สำรวจภัยแล้งที่ อำเภอหนองเสือ ซึ่งในปีนี้ภาวะภัยแล้งมาเร็วกว่าที่คาดคิด โดยทุกๆ ปีภัยแล้งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม และพบว่าบริเวณคลองเก้าตลอดทั้งคลองมีน้ำแห้งขอด ชาวบ้านเดือดร้อนจากวิกฤตภัยแล้งคุกคามอย่างหนัก บางจุดเดินข้ามฝั่งได้ ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำที่จะใช้หล่อเลี้ยงพืชผลทางการเกษตร

นายเทียน คล้ายนุช อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลบึงบอน อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปลูกปาล์ม 30 ไร่ เคยได้ไปรวมประชุมกับเจ้าหน้าที่ชลประทาน เขาก็พูดว่าน้ำในเขื่อนไม่มี เราซึ่งเป็นเกษตรกรได้เพียงแต่ฟัง ก็สงสัยว่าเมื่อมีน้ำในเขื่อนแล้วทำไมไม่เก็บไว้ สภาพน้ำภายในคลองเก้าน้ำได้เริ่มลดระดับจะแห้งขอดแบบนี้มา 2 อาทิตย์แล้ว ปีนี้เมื่อวันลอยกระทงชาวบ้านต่างบ่นว่า งานประเพณีไทยแท้ๆ น้ำกลับไม่มีลอยกระทง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

นายทวี อ่อนแย้ม กำนันหมู่ 1 ตำบลบึงบอน อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ปลูกข้าว 40 ไร่ กล้วย 25 ไร่ และเลี้ยงปลาดุกและปลาเกล็ด 100 ไร่ สภาพน้ำภายในคลองเก้าขณะนี้แย่ที่สุด สังเกตได้ว่าปีนี้น้ำจะแล้งเร็วกว่าปีที่ผ่านมา โดยปีที่ผ่านมานั้นน้ำจะแล้งช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ แต่ปีนี้เดือนพฤศจิกายนก็เริ่มแล้งแล้ว

โดยธรรมชาติแล้วน้ำจะมาได้จากคลองระพีพัฒน์ และคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งทั้ง 2 คลองน้ำน้อยจึงไหลเข้าคลองเก้าไม่ได้ ช่วงเช้าระดับน้ำจะสูงขึ้นหน่อย และช่วงสายๆ เกษตรกรต่างตั้งเครื่องสูบน้ำ น้ำภายในคลองก็จะแห้งอย่างที่เห็น ก็หนักใจแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสภาพแบบนี้

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1768748
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 27th, 2019, 09:36 AM   #2802
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

คพ.เชือด สถานประกอบการ 304แห่ง ทิ้งน้ำเสียลงคลองแสนแสบ จ่อปรับวันละ 2พันบาท

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562

คพ.เชือด สถานประกอบการ 304แห่ง ทิ้งน้ำเสียลงคลองแสนแสบ จ่อปรับวันละ 2พันบาท

วันที่ 27 พ.ย. นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ คพ. ลงพื้นที่ตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่คลองแสนแสบ อย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 2559 – ปัจจุบัน พบมีสถานประกอบการ 593 แห่ง ในพื้นที่ริมคลองแสนแสบและคลองสาขา ระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด โรงแรม และอาคารสำนักงาน จึงได้ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด


นายประลอง กล่าวว่า โดยสถานประกอบการ 289 แห่ง ได้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย จนน้ำทิ้งมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว จึงยุติคำสั่ง และมีจำนวน 304 แห่ง ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและยังคงระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง คพ. ได้ใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยออกคำสั่งปรับเป็นรายวัน แล้ว 202 แห่ง และอีก 102 แห่ง อยู่ระหว่างเสนอเพื่อออกคำสั่งปรับเป็นรายวัน โดยมีโทษปรับสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน จนกว่าจะสามารถปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถบำบัดน้ำทิ้งเป็นไปตามค่ามาตรฐานได้




นายประลอง กล่าวต่อว่า ในปีนี้ คพ. ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน และใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ปรับเป็นรายวันกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และจะขยายผลการดำเนินงานไปยังคลองที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง และชั้นใน



เพื่อเป็นการกระตุ้นให้กับภาคผู้ประกอบการและภาคประชาชน เกิดความตระหนัก หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และบำบัดน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนของตนเอง ก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม และในที่สุด ก็จะสามารถยกระดับคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบที่ระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดได้ที่ “ระบบการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษสู่สาธารณะ” (Public Disclosure) : http://ecap.pcd.go.th/public

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3092048
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 28th, 2019, 08:58 PM   #2803
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

โคราชวิกฤติภัยแล้ง! ผู้ว่าเต้นผาง! เรียกประชุมบูรณาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 21.24 น.

โคราชขณะนี้วิกฤติภัยแล้งมากๆ อ่างลำพระเพลิงน้ำ 16% ผู้ว่าเต้นผางเรียกประชุมบูรณาการหัวหน้าส่วนราชการครบครันช่วยเหลือประชาชนขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ อ่วม.อ่างใน อ.คงและอ.พระทองคำ น้ำใช้การได้เป็นศูนย์


นคราชสีมา ช่วงสายของวันนี้ (28 พ.ย. 2562) ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลาง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ จ.นครราชสีมา โดยมีรอง ผวจ. , หัวหน้าส่วนราชการ , นายอำเภอ , ผกก.สถานี และตัวแทน ทั้ง 32 อำเภอ , ปภ.เขต 5 , ปภ.นครราชสีมา , สำนักชลประทานที่ 8 , ชลประทานจังหวัด , เกษตรจังหวัด , เกษตรอำเภอ , กรมทรัพยากรน้ำบาดาล , ผอ.โครงการเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่ง อาทิ เขื่อนลำตะคอง , เขื่อนลำพระเพลิง , เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำมูลบน , อปท. เข้าร่วมประชุมครบครัน ซึ่งมีวาระเรื่องการรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง และน้ำในเขต จ.นครราชสีมาที่ขณะนี้วิกฤติมากส่งผลกระทบรุนแรงเป็นบริเวณกว้างใน 28 อำเภอ 72 ตำบล 236 หมู่บ้าน ได้มีการสั่งการให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวบ้าน ซึ่งมีการแจกจ่ายน้ำให้กับหมู่บ้าน จำนวน 22 หมู่บ้าน แต่มีหมู่บ้านที่จะต้องจับตาที่จะต้องแจกน้ำในช่วงเดือนมกราคม 2563 จำนวน 297 หมู่บ้าน และให้ทางอำเภอแต่ละอำเภอวิเคราะห์ในการแก้ปัญหา โดยในระดับท้องถิ่นทำอย่างไรที่จะแก้ได้ อาทิ เจาะบ่อบาดาลหริการสูบน้ำระยะไกล ส่วนอะไรที่แก้ไม่ได้ให้ต้องเน้นย้ำในการรายงานเข้ามายังจังหวัดฯ โดยถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรก ส่วนมาตรการที่สองเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ทั้งค่าเก็บเกี่ยวและการปรับปรุงคุณภาพข้าว ไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนไม่เกิน 20 ไร่หรือครัวเรือนไม่เกิน 10,000 บาท และเรื่องสนับสนุนต้นทุนการผลิต


ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. แล้วเสร็จ 3 ครั้งมีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน กรณีฝนแล้งเงินชดเชยช่วยเหลือพี่น้องประชาชนใน จ.นครราชสีมา เป็นยอดเงินที่สูงมาก เกือบ 2,000 ล้านบาท ด้านค่าข้าว พืชต่างๆ รวม 29 อำเภอ รวมเป็นเงินกว่า 1,900 เกือบ 2,000 ล้านบาท (อยู่ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ ครม.เพื่อพิจารณาให้การอนุมัติ) เนื่องจากปีนี้ จ.นครราชสีมาจะต้องได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่แล้งมากๆ ขอฝากให้นายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. ประชุมกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องการเก็บสต็อกน้ำที่มีอยู่ตามลำคลองต่างๆหรือการทำฝายชะลอน้ำกักเก็บน้ำ

ในส่วนชลประทาน จ.นครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์นำเขื่อน 4 แห่งและอ่างเก็บน้ำ 27 แห่ง โดยสภาพน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้วฯ ปัจจุบันมีน้ำอยู่ที่ 167 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 53% น้ำใช้การได้อยู่ที่ 114 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 49% , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัยฯ มีน้ำเก็บกักอยู่ 25 ล้าน ลบ.ม. และน้ำใช้การ 25 ล้านหรือประมาณ 16% , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรีฯ มีน้ำเก็บกัก 50 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 36% น้ำใช้การได้ 43 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 32% และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรีฯ มีน้ำเก็บกัก 92 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การได้ 85 ล้าน ลบ.ม. โดยภาพรวมของน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 337 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 38% น้ำใช้การได้อยู่ประมาณ 290 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% สำหรับอ่างขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างวิกติ ซึ่งจะต้องจัดสรรน้ำแบบประณีตและเข้มงวดมากที่สุดก็คือ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัยฯ สถานการณ์น้ำขณะนี้สนับสนุนได้เพียงเรื่องการอุปโภค บริโภค เท่านั้น

ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ทั้ง 23 แห่งปัจจุบันปริมาณน้ำเก็บกักรวมมีเพียง 93 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 28% คิดเป็นปริมาณน้ำใช้การ 68 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 22% ถือว่าวิกฤติค่อนข้างมาก โดยมีอ่าง 14 แห่งมีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% และขณะนี้น้ำใช้การที่เป็นศูนย์ 0 หรือน้ำแห้งขอด มีอยู่ 2 อ่างคือ อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ อ.คงฯ และอ่างเก็บน้ำหนองกก อ.พระทองคำฯ ส่วนอีก 4 อ่างได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน และ อ่างห้วยปราสาทใหญ่ อ.ด่านขุนทดฯ , อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม อ.บัวใหญ่ฯ และอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน อ.ประทาย ตอนนี้ วิกฤติ ทั้ง 4 อ่างมีน้ำใช้การได้ต่ำกว่า 5% โดยสรุปในภาพรวมสถานการณ์น้ำทั้ง 27 แห่งรวมทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางปัจจุบันมีน้ำรวม 430 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 35% น้ำใช้การได้ทั้ง 27 แห่งรวม 307 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 31% ส่วนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งในเขต จ.นครราชสีมาแบ่ง 4 กิจกรรมหลักไว้คือ การอุปโภค บริโภค จัดสรรไว้ 62 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% , การอุตสาหกรรม 16 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9% , การรักษาระบบนิเวศน์ 92 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51% และการเกษตรกรรม 9 ล้าน ลบ.ม.หรือ 5% สนับสนุนการปลูกพืชใช้น้ำน้อย พืช ผัก สวนครัวหรือพืชไม้ยืนต้นตามบ้าน ส่วนการน้ำนาปรัง ประกาศนำนักงานชลประทานที่ 8 งดการทำนาปรังทั้งหมด 100% ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานทั้งหมด เพื่อการอุปโภค บริโภคเป็นหลัก โดยรวมแผนจัดสรรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2562/2563 จัดสรรน้ำไว้ 179 ล้าน ลบ.ม. ทั้ง 4 กิจกรรม ส่วนการช่วยเหลือการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคโดยการสูบน้ำยานไกลที่ อ.แก้งสนามนาง มาช่วยเหลือการผลิตประปาที่อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ ต.หนองมะนาว อ.คงฯ และการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ .เสิงสาง เพื่อเก็บกักน้ำในแหลบ่งเก็บกักในเขตพื้นที่ อ.ห้วยแถลงฯ และการสูบน้ำจากลำน้ำลำตะคอง เพื่อเข้ามาช่วยเหลือการอุปโภค บริโภคที่อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง ต.โคกกรวด อ.เมืองฯ และการผันน้ำจากลำน้ำลำตะคอง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทั้งสองฝั่ง ลุ่มลำตะคองเองและลุ่มลำเชียงไกร เขตพื้นที่ อ.โนนไทย , อ.เมือง และ อ.โนนสูง เป็นต้น

ส่วนการแจกจ่ายน้ำหรือการเปิดน้ำประปาเป็นเวลา หรือเป็นช่วงๆขอทางนายอำเภอได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวบ้านในหมู่บ้าน โดยผ่าน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านออกประชาสัมพันธ์หรือเสียงตามสายให้ทั่วถึง เช่น การลดแรงดันน้ำ การเปิดหรือปล่อยน้ำเวลา เช้า บ่าย เย็น กลางคืน เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ เหล่านี้เป็นต้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ปภ.นครราชสีมา ได้สรุปรายงานหมู่บ้านที่คาดว่าจะขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 – เดือนมกราคม 2563 รวมทั้งสิ้น 28 อำเภอ 72 ตำบล 236 หมู่บ้าน

สถานการณ์ภัยแล้งที่ตำบลจันอัด อโนนสูง จ.นครราชสีมา นายอุทัย คงกลาง รองนายกฯ อบต.จันอัด เปิดเผยว่าทาง อบต.จันอัดได้ร่วมกำนัน ตำบลจันอัด และผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ช่วยกันไปขอน้ำจากเขื่อนลำตะคลอง (คลองไผ่) เพื่อนำน้ำมาใช้บริโภคภายในตำบลจันอัดและหมู่ใกล้เคียง โดยเริ่มไปขอให้เปิดนำ้มาแล้วก่อนหน้า 15 วัน กว่ามวลน้ำจะมาถึงตำบลจันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายอุทัยเปิดเผยต่อไปว่า ตนเองเมื่อเห็นน้ำมาถึงตำบลเราแล้ว ก็หายเหนื่อย ส่วนตัวไข้ขึ้น 2 ครั้ง แต่ก็ต้องสู้เพื่อชาวบ้าน ทั้งกำลังกายกำลังทรัพย์ที่พอจะช่วยได้


ผู้สื่อข่าวสอบถามนายพรชัย ปลั่งกลาง หนึ่งในชาวบ้านที่ไปช่วยกันลอกคูคลอง และถางหญ้าร่วมกับชาวตำบลจันอัด นายพรชัยกล่าวว่าตนและเพื่อนทีมหมูทองก็ได้ไปช่วย และนำนำ้เครื่องดื่มไปให้ชาวบ้านที่มาร่วมกันทำงานในครั้งนี้ และรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนร่วมยามที่ชาวบ้านทุกข์ยากลำบากเช่นนี้


ทางด้าน กำนันทองพูล ปลั่งกลาง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นี่เป็นครั้งประวัติศาสตร์ของตำบลจันอัดเลยทีเดียว ที่ต้องเจอกับภัยแล้งหนักขนาดนี้ ทางตำบลเราร่วมหลายหน่วยงาน และทางนายอำเภอโนนสูง โดยนายอำเภอก็ช่วยประสานงานขอให้ทางเขื่อนลำตะคอง และที่ต่างที่อยู่ใต้เขื่อนช่วยอำนวยความสะดวก ในการปล่อยนำ้สำหรับบริโภคในตำบลจันอัดครั้งนี้ ซึ่งได้ความร่วมเป็นอย่างดี ตนเองร่วมผู้ใหญ่และผู้ช่วย 8 หมู่บ้าน นำประชาชนไปช่วยกันถางหญ้าตามแหล่งส่งน้ำ คูคลอง เพื่อให้น้ำไหลสะดวกขึ้น


กำนันกล่าวต่อไปว่า “ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ตนรู้สึกเกรงใจชาวบ้าน และผู้นำชุมชนทุกส่วนทุกฝ่ายที่ต้องสละเวลามาช่วยกันในครั้งนี้ บางคนไม่ได้มาช่วยด้วยแรง ก็นำเงินมาซื้อน้ำดื่มช่วยทีมงานที่มาถางหญ้า ลอกคลองเพื่อน้ำจะได้ไล่ได้สะดวกขึ้น”


ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ย.) น้ำจากเขื่อนลำตะคองมาถึงบ้านด่านติงแล้ว กำลังไหลเข้าลำห้วยแล้ว บ้านโค้งกระชายก็มีน้ำมาถึงแล้ว อีก 1 วันก็ถึง จันอัด และสำโรง กำนันกล่าวว่าตนรู้สึกเป็นห่วงบ้านสำโรง เพราะอยู่ปลายน้ำ กลัวว่าทางเขื่อนเขาจะปิดน้ำก่อน ทำให้น้ำไม่ไปถึงสำโรง ตนหวังว่ามันคงไม่เป็นแบบนั้น


ผู้สื่อข่าวถามว่าน้ำจะพอใช้ไปได้นานแค่ไหน กำนันทองพูล ตอบว่าน่าจะถึงเดือนเมษายนนี้ ทางตนเองก็ได้ประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้าน บอกให้ประชาชนต้องช่วยกันประหยัดการใช้น้ำทุกวัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องถึงขั้น เปิด-ปิดน้ำประปาเป็นเวลาไหม กำนันตอบว่าบ้านเราคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ต้องดูสถานการณ์อีกที ถ้าจำเป็นเราก็จะทำ กำนันทองพูลกล่าวปิดท้าย

https://www.banmuang.co.th/news/region/171682
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 29th, 2019, 01:05 PM   #2804
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

คณะองคมนตรีร่วมประชุมน้ำแล้ง-เหลือน้ำในอ่างฯ 65% ใช้ได้แค่อุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2562 คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ นายอำพน กิตติอำพน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท พล.อ.อ.จอม รุ่งส่าวง ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 2562/63 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน เป็นต้น ณ ห้องธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวรายงานว่า ปัจจุบัน 28 พ.ย. 2562 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมกันประมาณ 49,558 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 65% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,548 ล้านลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% มีอยู่ด้วยกัน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว ปริมาณน้ำที่มีอยู่เขื่อนเหล่านี้สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น



สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฯ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,700 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 5,004 ล้านลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลไม้ยืนต้น เท่านั้น


กรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ไว้อย่างรัดกุม โดยภาพรวมทั่วประเทศจัดสรรไว้ปริมาณ 29,039 ล้านลบ.ม. เฉพาะในช่วงเดือนพ.ย. 2562-เม.ย. 2563 ได้จัดสรรน้ำไว้ 17,699 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 61% ของปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งจะเน้นสนับสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ก่อนเป็นหลัก ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 11,340 ล้านลบ.ม. จะสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค. 2563



ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมกับจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ ที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3098859
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 29th, 2019, 06:20 PM   #2805
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาผลกระทบโครงการฝายราษีไศล จ่ายค่าชดเชยเป็นธรรม

28 พ.ย.62 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวความคืบหน้าการแก้ปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล ซึ่งรองนายกฯเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ว่าได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะ โดยเชิญตัวแทนผู้เดือดร้อนมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น

ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาจ่ายค่าชดเชยเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฯ เร่งสร้างคันกั้นน้ำเพิ่มเติม ความยาวประมาณ 15 กิโลเมตร

ตามแนวทางแก้ไขปัญหากรณีน้ำท่วมนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำมูล ดำเนินการศึกษาผลกระทบที่เกิดกับเกษตรกรที่มีพื้นที่ติดกับแนวคันกั้นน้ำ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพต่อไป


รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า มากไปกว่านั้น ยังกำหนดแผนระยะยาวเพื่อป้องกันภัยแล้งด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกและจัดทำแก้มลิงบริเวณสถานีสูบน้ำบ้านดงแดง และที่สำคัญ กระทรวงเกษตรฯได้ประสานงานกับประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้กับผู้ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการอยู่นี้ น่าจะทำให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสบายใจและการแก้ปัญหาจะไม่ยืดเยื้อ เพราะเป็นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมและมุ่งสร้างความยั่งยืนทางอาชีพแก่ประชาชนผู้เดือดร้อน ซึ่งนายจุรินทร์จะรายงานความคืบหน้าดังกล่าวให้แก่นายกรัฐมนตรีทราบในการประชุมครม.ครั้งหน้า

https://www.thaipost.net/main/detail/51306
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 29th, 2019, 06:27 PM   #2806
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ฮือฮา! น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีคราม นักวิชาการเรียก 'น้ำหิว' ชี้สวยแต่อันตราย

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เมื่อระดับน้ำโขงผันผวนหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี และเปลี่ยนเป็นสีคราม นักวิชาการเรียก 'น้ำหิว' ชี้สวยแต่อันตราย ขณะที่เรือสำราญหยุดล่องเรือตั้งแต่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค.เพื่อประเมินสถานการณ์

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีจังหวัดนครพนม ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ และสร้างความฮือฮาแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากระดับในน้ำโขงมีความผันผวน และแห้งขั้นวิกฤต ล่าสุดระดับน้ำโขงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี ทำให้หลายจุดกลางน้ำโขงในเขตอำเภอท่าอุเทน, อำเภอเมือง และอำเภอธาตุพนม เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างหลายร้อยไร่

บางจุดมีสันดอนทรายโผล่ยาวเป็นระยะทางยาวกว่า 2-3 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำในการเกษตร ต้องมีการวางท่อสูบน้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น และล่าสุดเรือสำราญแม่โขงพาราไดซ์ครูซ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ของจังหวัดประกาศแจ้งหยุดล่องเรือ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค.เพื่อประเมินสถานการณ์

ขณะเดียวกันในแม่น้ำโขง เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากน้ำที่เคยเป็นขุ่นสีปูน ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล ทำให้มีสีสันสวยงาม บวกกับเกิดหาดทรายตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง กลายความสวยสวยงามทางธรรมชาติที่ลงตัว ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางไปชมและเซลฟี่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งจากข้อมูลของนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงาม แต่ที่สำคัญคือสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้น้ำนิ่งจนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่าง หินทราย ทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม

นายอาทิตย์ พนาศูนย์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวนปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมาถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันถึงปีใหม่ น้ำโขงแห้งขอดหนักกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยไม่เพียงเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนในประเทศลาวเท่านั้นยังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ หรือภาวะโลกร้อนที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย สภาพอากาศแปรปรวน เป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญทำให้ปริมาณฝนน้อยทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้แล้งน้ำมีปริมาณน้ำต่ำ รวมถึงน้ำโขง สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย

นอกจากนี้ หลังน้ำโขงแห้ง ยังเกิดปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่สวยงาม หลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่งชี้ว่าภัยแล้งวิกฤตจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ อาชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ บวกกับคนในพื้นที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา

กรณีน้ำโขงเปลี่ยนสี นักวิชาการเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Hungry Water Effect: เมื่อน้ำโขงหิวตะกอน น้ำห่างฝั่งใสเป็นสีฟ้าราวน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "น้ำหิว" คือน้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้าในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกัดเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ

https://www.naewna.com/likesara/457246







napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 29th, 2019, 07:26 PM   #2807
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ชาวนากว่า 200 คน บุกเขื่อนเจ้าพระยา ขอน้ำหลังนาหลายพันไร่กำลังแห้งตาย

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562


วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ชาวนาจากอ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี จำนวนกว่า 200 คน เดินทางด้วยรถยนต์ 30 คัน ไปยังสำนักงานชลประทานที่12เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท



โดยแกนนำแจ้งว่าชาวนาททั้งหมดกำลังได้รับความเดือดร้อนเพราะนาข้าวจำนวนนับหมื่นไร่กำลังจะแห้งตายเสียหาย เนื่องจากน้ำในคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองที่ส่งจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปยัง อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี มีไม่พียงพอที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าวและมีความกังวลอย่างหนัก เพราะตามประกาศของกรมชลประทาน จะหยุดส่งน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองในวันที่3ธันวาคมหรือในอีก5วันข้างหน้า ซึ่งหากเป็นไปตามกำหนดดังกล่าวข้าวในนาของพวกตนก็จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก หรืออาจจะเสียหายทั้งหมดเพราะกำลังอยู่ในช่วงออกรวง จึงต้องการขอความเห็นใจให้กรมชลประทานไก้ขยายเวลาส่งน้ำเข้าคลองออกไปอีกอย่างน้อย7วันหรือ15วันเพื่อให้นาข้าวได้มีโอกาสรอดไปจนถึงเก็บเกี่ยว


ทางสำนักชลประทานที่12 จึงเชิญแกนนำเข้าไปพูดคุยตกลงซึ่งทางฝ่ายของแกนนำชาวนาเองก็งัดไม้แข็งขึ้นมาใช้ โดยโทรศัพท์ไปหานายประพัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้สั่งการเจ้าหน้าที่ส่งน้ำให้ตามความต้องการ ซึ่งเมื่อเจอไม้นี้ทางเจ้าหน้าที่เองก็จำเป็นต้องรับคำสั่งของรัฐมนตรีช่วย แม้จะระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาจะลดระดับลงต่อเนื่องก็ตามทำให้ชาวนาพึงพอใจและยอมสลายตัวเดินทางกลับ จ.สุพรรณบุรีหลังจากได้รับคำตอบที่พึงพอใจคือกรมชลประทานจะขยายเวลาในการส่งน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองต่อไปอีก7วัน หรือจนถึงวันที่10ธันวาคม...ปล่อยเสียง ประพัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ และชาวนา อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

https://www.banmuang.co.th/news/region/171795
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 30th, 2019, 11:59 AM   #2808
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

update พฤศจิกา 62

- ดูคลิ๊ปคนลาวในยูทูปโซนหนองคาย มุกดาหาร ผลพวงน้ำโขงแห้ง มีเนินทรายโผล่กลางน้ำ

พวกเรือดูดทรายลาว เริ่มขยายแนวมาดูดทรายกลางลำน้ำโขง

จากที่อดีตยุคหลังปี 40 ดูแค่ทรายริมตลิ่ง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 30th, 2019, 09:29 PM   #2809
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ผู้รับเหมาแฉงบภัยแล้ง แก๊งนายหน้า ลั่นชัด ให้ขุดโคลนแปะ


ผู้รับเหมาแฉงบภัยแล้ง !! แก๊งนายหน้าหัก 40 % ให้ขุดโคลนแปะแล้วแต่งสวย มีเหลือบสื่อร่วมด้วย

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 นายปียา ผารุธรรม อายุ 48 ปี เครือข่ายธรรมาภิบาล ภาคประชาชน ในฐานะประธานรับเรื่องราวร้องทุกข์ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการขุดลอกหนองผักไหม บ้านหัวขัวใต้ หมู่ 1 ต.หนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม พิสูจน์โครงการขุดลอกพัฒนาแหล่งน้ำ

ตามโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล โดยอนุมัติงบประมาณให้จังหวัดนครพนมเกือบ 200 ล้านบาท และจัดสรรงบลงแต่ละอำเภอทั้ง 12 อำเภอๆละ 10-15 ล้านบาท เพื่อดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้งขุดลอก สร้างระบบประปา เพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรแก่ประชาชน

ต่อมามีขบวนการหักค่าหัวคิว ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรสื่อ ร่วมกันโกงเงินงบประมาณภัยแล้งก้อนนี้ และซิกแซกหลีกเลี่ยงการเปิดประกวดราคาหาผู้ประกอบการ นั่นคือการให้งานต่ำกว่า 5แสนบาทจึงสามารถเรียกผู้รับจ้างมาตกลงราคาได้ทำให้เอื้อต่อการพิจารณาหาผู้รับจ้างเข้าไปดำเนินโครงการ

กระทั่งชาวบ้านพบความไม่ชอบมาพากลจึงร้องเรียนผ่านสื่อ ว่า มีปัญหาเนื่องจากไม่ได้มีการขุดลอกจริง ขาดมาตรฐานหมกเม็ด ไม่ทำตามแบบสัญญาจ้าง เพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในระยะยาว เพราะได้โครงการที่ไม่คุ้มค่ากับความต้องการประชาชน และไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้

พบว่าในหนองผักไหมมีป้ายโครงการปักไว้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีว่าการดำเนินการขุดลอกดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมที่จะเบิกเงินค่าดำเนินการจำนวน 495,000 บาท(สี่แสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ในหนองมีรถแบคโฮกำลังขุดโคลนตมขึ้นมาทิ้งริมขอบจำนวนมาก แสดงว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการขุดลอกจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียน

นอกจากนี้ได้พบกับผู้ควบคุมงานของห้างหุ้นส่วนที่ได้งานขุดลอก เปิดเผยรายละเอียดว่า ได้งานมา 10 บาท จะให้ทำ 30 บาทคงไม่ใช่ ซึ่งโครงการนี้มีนายก อบต.คนหนึ่ง มาเสนองานให้ที่ออฟฟิศ โดยขอหักค่านายหน้า 40 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่ขุดดินโคลนในหนองมาแปะไว้ริมตลิ่ง จากนั้นก็ตบแต่งให้ดูสวยงาม ยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจรับ เพราะทุกอย่างไปเคลียร์ไว้หมด

ผู้คุมงานเผยต่อว่า เมื่อบริษัทได้เงินมาแค่นี้ จะให้ทำเกินราคาเป็นไปไม่ได้แน่ แต่หลังมีข่าวออกมา นายก อบต.รายนั้น มาบอกเพียงว่าทำใจ และไม่ยอมมาพบหน้าอีกเลย ถ้าเจอตอนนี้อยากตะบันหน้าสักครั้ง ซึ่งบริษัทตนต้องขนอุปกรณ์มาแก้ไขงานใหม่ทั้งหมด จะไม่กลับมาทำก็ถูกกล่าวหาว่าทิ้งงาน และจะถูกขึ้นบัญชีดำติดแบล็คลิสต์(Blacklist) ไม่สามารถประมูลงานราชการได้อีก ซึ่งงานขุดลอกลักษณะนี้ในอำเภอเรณูนคร มีอยู่ประมาณ 7 แห่ง คาดว่าน่าจะมีปัญหาหมดทุกแห่ง

ขณะที่นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้จัดตั้งคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตามต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินโครงการในพื้นที่ 12 อำเภอ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ให้มีการทุจริต เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 12 อำเภอ จำนวน 371 โครงการ ทุกขั้นตอนถูกต้องตามระเบียบราชการ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และจะต้องมีการรายงานความคืบหน้าวันต่อวัน หากพบว่าไม่ตรงตามแบบ กรรมการผู้ตรวจสอบจะต้องรับผิดชอบ

ด้าน นายปียา ผารุธรรม เครือข่ายธรรมาภิบาล ภาคประชาชนฯ เปิดเผยว่า มีขบวนการเรียกค่าหัวคิวอยู่หลายคน โดยหลังจากได้เปอร์เซ็นต์แล้ว จะมาแบ่งเค้กกันที่หลังวัดแห่งหนึ่ง โดยผู้นำองค์กรนี้จะทำหน้าที่เข้าไปตีสนิทกับผู้ใหญ่หลายหน่วยงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือกับทีมงาน มักคุยโวว่าเป็นสื่อใหญ่ ทั้งที่ความจริงไม่มีสื่อหลักอยู่ในมือเลย ขณะนี้หลายหน่วยงานเริ่มเอือมระอา เพราะถูกนำชื่อไปอ้างเพื่อผลประโยชน์เสมอ

https://www.komchadluek.net/news/local/401785
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 1st, 2019, 11:17 AM   #2810
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

โกลกวิกฤตแล้ว! ฝนถล่มนราธิวาส น้ำท่วม 13อำเภอ อพยพวุ่น จ่อประกาศภัยพิบัติ

วันที่ 1 ธันวาคม 2562

วิกฤตแล้ว! ฝนถล่มนราธิวาส น้ำทะลักท่วม 13อำเภอ สุไหงโก-ลก หนักสุด ชาวบ้านอพยพไปศูนย์ช่วยเหลือ ด้านจังหวัดเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติอุทกภัย
วันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า ล่าสุดยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แผ่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม 13 อำเภอ

แต่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จากมวลน้ำที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลบ่าลงมาสมทบลงสู่แม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งล่าสุดมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งสูง 1.69 เมตร ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก มีน้ำท่วมขัง 7 ชุมชน


ประกอบด้วย ชุมชนท่าประปา, ชุมชนท่ากอไผ่, ชุมชนโปฮงยามู, ชุมชนท่าโรงเลื่อย, ชุมชนบือเร็ง, ชุมชนหัวสะพาน และชุมชนเจ๊ะกาเซ็ง โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50 ถึง 150 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ในเบื้องต้น 21 ครัวเรือน รวม 86 คน

เจ้าหน้าที่เข้าทำการอพยพชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วม
เจ้าหน้าที่เข้าทำการอพยพชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วม
ด้าน นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในครั้งนี้ พื้นที่ที่อยู่ในขั้นวิกฤติคือ อ.สุไหงโก-ลก ตนได้สั่งการให้ นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ลงพื้นที่สำรวจพร้อมรายงานให้ทราบ ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติอุทกภัย เฉพาะกิจที่อยู่ในขั้นวิกฤติในช่วงเย็นวันนี้

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_3106167
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 2nd, 2019, 07:19 PM   #2811
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

อ่วมหนัก! น้ำท่วมนราธิวาสขยายวงกว้าง 11 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 3 หมื่นคน

เผยแพร่: 2 ธ.ค. 2562 16:20 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นราธิวาส - สถานการณ์น้ำท่วมนราธิวาสยังอ่วมหนัก ล่าสุดขยายวงกว้าง 11 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 30,000 ราย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

วันนี้ (2 ธ.ค.) ความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า บรรยากาศโดยทั่วไปท้องฟ้าเริ่มแจ่มใสมีแสงแดดส่องจ้า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเริ่มทิ้งช่วงและตกประปรายในบางพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลกยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงของมวลน้ำในพื้นที่ อ.สุคิริน และ อ.แว้ง ได้ไหลลงมาสมทบเพื่อระบายสู่ทะเลอ่าวไทยด้าน อ.ตากใบ

โดยแม่น้ำสุไหงโก-ลกมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร ส่งผลทำให้น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ขยายเป็นวงกว้างเป็น 23 ชุมชน โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80 ถึง 200 ซ.ม. โดยชุมชนหัวสะพานมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุด

นอกจากนี้แล้วจากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 62 ถึงวันที่ 1 ธ.ค. 62 พื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนัก อยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก วัดได้ 353.4 ม.ม.รองลงมาในพื้นที่ อ.แว้ง วัดได้ 281.6 ม.ม. ส่วนอำเภอต่างๆ มีปริมาณฝนตกลดหลั่นกันไป แต่ก็ยังส่งผลทำให้มีน้ำท่วมขังขยายเป็นวงกว้าง 11 อำเภอแล้ว ประกอบด้วย อ.สุไหงโก-ลก, อ.แว้ง, อ.สุคิริน, อ.สุไหงปาดี, อ.จะแนะ, อ.ระแงะ, อ.รือเสาะ, อ.ศรีสาคร, อ.ตากใบ, อ.ยี่งอและอำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีพื้นที่น้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชน 209 หมู่บ้าน 49 ตำบล 29 เทศบาล มีประชาชนประสบอุทกภัย 16,051 ครัวเรือน รวม 30,573 คน



และจากการตระเวนสำรวจถนนหนทางที่ประชาชนสัญจรไปมาในพื้นที่ อ.แว้ง พบว่า ถนนสายบายพาสสุไหงโก-ลก จรดบูเก๊ะตา มีปริมาณน้ำท่วมขังสูง จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และมีโรงเรียนบ้านไม้ฝาด ม.8 ต.กายูคละ ถูกน้ำท่วมขังจนทางโรงเรียนได้ประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการฉุกเฉิน นอกจากนี้โรงพยาบาลสุขเสริมสุขภาพ ต.กายูคละ ก็มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านพักของเจ้าหน้าที่ จนต้องอพยพไปอาศัยอยู่ชั่วคราวบนสำนักงาน

ทางด้าน นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประชุมทางไกลสั่งการให้ทุกอำเภอ ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในช่วงที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ในพื้นที่เป็นระยะ เพื่อการแจ้งเตือนภัยประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทั้ง 13 อำเภอ

https://mgronline.com/south/detail/9620000115401
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 2nd, 2019, 07:50 PM   #2812
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

“ปีนี้น้ำน้อย”ชป.ย้ำให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำอย่างจริงจังลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในอนาคต

วันนี้(2 ธ.ค. 62) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการ-ติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกัน-และบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต-แห่งประเทศไทย เป็นต้น เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 5-10 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน(2 ธ.ค. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 49,046 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 25,164 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,633 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ประมาณ 4,937 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ต้องบริหารจัดการน้ำตามแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด จะใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น

ด้านแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 2562 ทั้งประเทศ ได้วางแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้งไว้ 17,699 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน (2 ธ.ค. 62) มีการนำน้ำไปใช้ไปแล้วประมาณ 2,774 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 16 ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนการใช้น้ำ(เริ่ม 1 พ.ย. 62 – 30 เม.ย. 63)ไว้ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 811 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 20 ของแผนจัดสรรน้ำฯ

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนทำให้แม่น้ำโก-ลก แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำบางนรา มีปริมาณน้ำมากจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ โดยที่คลองตันหยงมัส บริเวณบ้านตันหยงมัส อำเภอระแงะ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร ส่วนแม่น้ำโก-ลก บริเวณ อำเภอสุไหงโก-ลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร กรมชลประทาน ได้เร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณอำเภอเมืองนราธิวาส จำนวน 7 เครื่อง และที่อำเภอเจาะไอร้อง อีก 2เครื่อง เร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำและน้ำท่าในพื้นที่ตอนบนของประเทศ อยู่ในเกณฑ์น้อย กรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมกับบริหารจัดการน้ำตามแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้งที่วางไว้อย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ส่วนด้านการเกษตร(ข้าวนาปรัง) ปริมาณน้ำมี ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุน จึงขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทน นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ ที่พร้อมให้การช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนกรมชลประทาน โทร. 1460 หรือติดตามสถานการณ์น้ำได้ทาง http://water.rid.go.th/ และ www.rid.go.th

https://www.innnews.co.th/social/news_545783/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 3rd, 2019, 08:23 PM   #2813
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ครม. ขยายเวลาจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5 พันบาท

วันที่ 3 ธันวาคม 2562

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติครัวเรือนละ 5,000 บาท วงเงิน 2,092.40 ล้านบาท ในพื้นที่ 32 จังหวัด ออกไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2563 จากเดิมที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึง ซึ่งจากการสำรวจของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีจำนวนผู้ประสบภัยพิบัติที่เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยาทั้งสิ้น 59,503 ครัวเรือน โดยทางธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์เสร็จแล้ว จำนวน 49,352 ครัวเรือน เป็นเงิน 246.76 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 4,652 ครัวเรือน

สำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาอีกจำนวน 5,499 ครัวเรือน เนื่องจากไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ไม่มีบัญชีธนาคารออมสินและบัญชีธนาคารถูกปิด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสบภัยพิบัติดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารและผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้ เนื่องจากได้มีการขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2563 หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด


นอกจากนี้ ครม. ยังได้อนุมัติหลักการในการนำงบประมาณที่เหลือจากการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติครัวเรือนละ 5,000 บาทนี้ไปใช้ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย เช่น ภาคใต้ ภาคตะวันออก เป็นต้น โดยใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกันกับการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุโพดุนและคาจิกิ

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3120418
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 3rd, 2019, 08:48 PM   #2814
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ฝนถล่มเมืองคอน! น้ำท่วมหลายพื้นที่ สั่งปิดน้ำตก6แห่งเทือกเขาหลวง

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562

3 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันในหลายพื้นที่ทั้ง 23 อำเภอ ทำให้ระดับน้ำในลำคลองต่างในหลายพื้นที่น้ำเริ่มขังบ้างแล้ว โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันและในช่วงเย็นทำให้น้ำท่วมตามตรอกซอกซอยต่างๆ เช่น ถนนบ่ออ่าง ถนนเพนียด ถนนประตูขาว ชุมชนหน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนท่าโพธิ์ ชุมชนมุมป้อม ถนนกระโรมบริเวณหน้าแขวงการทาง ชุมชนดอนไพร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมเข้าเหลืออพยพช่วยเหลือประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมไปอยู่ในที่ปลอดแล้วบางส่วน และช่วยเหลืออพยพข้าวของขึ้นสู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัย และให้มีการเฝ้าระวังน้ำป่าที่จะไหลหลากเข้าท่วมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชในค่ำคืนนี้



ขณะที่ใน อ.เมือง ต.ปากนคร ต.ท่าไร่ ต.บางจาก ต.ไชยมนตรี ต.มะม่วงสองต้น ต.นาเคียน ต.กำแพงเซา ต.โพธิ์เสด็จระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนราษฎรแล้วหลายหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่


ขณะที่น้ำตกจำนวน 6 แห่งในเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช นายวิกรานต์ ทั่วด้าว หน.อุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช ได้ประกาศผิดน้ำตก 6 แห่ง ในเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวงแล้วคือ น้ำตกพรหมโลก น้ำตกกรุงชิง น้ำตกอ้ายเขียว น้ำตกกะโรม น้ำตกท่าแพ น้ำตกเหนือฟ้า ซึ่ง จนท.อุทยานได้ประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้าเขตอุทยานเด็ดขาดแล้ว และเนื่องจากในน้ำป่าไหลหลากของน้ำตกทั้ง 6 แห่ง จึงได้ประกาศเตือนไปยังผู้นำชุมชนและประชาชนที่อยู่ด้านล่างของน้ำตกระมัดระวังน้ำท่วมด้วยเนื่องจากปริมาณน้ำป่ามีจำนวนมาก ให้รีบขนข้าวของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยก่อน



ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทศบาลฯได้เดินเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง


เมื่อเวลา 17.00 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายอุดมพร กาญจน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายไสว เขียวจันทร์ รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังจากที่ฝนได้ตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งระดับน้ำในคลองสายต่างๆ ที่ไหลผ่านตัวเมืองนครศรีธรรมราช สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ คลองท่าวัง คลองหน้าเมือง คลองคูพาย คลองป่าเหล้า เป็นต้น ซึ่งเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำด้วยระบบเครื่องยนต์ตามจุดต่างๆ กว่า 30 เครื่อง ซึ่งขณะนี้หลายจุดได้เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำแล้วเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนท่าโพธิ์ บริเวณสี่แยกพัฒนาการคูขวาง เป็นต้น

https://www.naewna.com/local/458034
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 4th, 2019, 07:20 PM   #2815
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

3 อำเภอในพัทลุงเตรียมรับมวลน้ำ หลังเจ้าหน้าที่พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ

Dec 4, 2019( Last update Dec 4, 2019 15:14 )

เจ้าหน้าที่พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำลงคลองท่าแนะ ทำให้ระดับน้ำใน 3 อำเภอของจังหวัดพัทลุงเพิ่มสูงขึ้น เตือนชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มรับมือมวลน้ำ

จากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.2562) พบว่า ฝนตกหนักที่ อ.ศรีบรรพต อ.ควนขนุน และ อ.เมือง โดยเฉพาะริมเทือกเขาบรรทัด ส่งผลให้มวลน้ำไหลหลากจากเทือกเขาลงสู่อ่างเก็บน้ำฝายท่าแนะจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องพร่องน้ำภายในอ่างเก็บน้ำ โดยเปิดประตูระบายน้ำสูงประมาณ 3 เมตร เพื่อปล่อยน้ำลงสู่ลำคลองท่าแนะ

มวลน้ำดังกล่าวจะลงสู่พื้นที่ของ อ.ควนขนุน ผ่าน ต.ชะมวง ต.ควนขนุน และ ต.มะกอกเหนือ ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบ

มวลน้ำที่ปล่อยลงมาจำนวน ประกอบกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่ อ.ควนขนุน ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมสวนยางพาราที่ ต.ชะมวง อ.ควนขนุน ที่สำคัญน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมตลาดควนขนุนระดับสูงประมาณ 40 เซนติเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.ควนขนุน ชาวบ้านและเจ้าของร้านค้าเร่งจัดหาวางกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำท่วมเข้าบริเวณบ้านและร้านค้าบางร้านค้าวางกระสอบทรายไม่ทันเกิดน้ำท่วมสิ่งของได้รับความเสียหายไปบางส่วน

นอกจากนั้น มวลน้ำยังไหลท่วมถนนสายควนขนุน-ทะเลน้อย ตั้งแต่บริเวณตลาดควนขนุน ก่อนบรรจบกับถนนสายเอเชียระยะประมาณ 600 เมตร น้ำท่วมผิวถนนสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ซึ่งรถเล็กยังผ่านได้


ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ อ.ควนขนุน ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มจำนวน 3 ตำบล คือ ชะมวง ต.ควนขนุน และ ต.มะกอกเหนือ เตรียมตัวรับมวลน้ำที่ไหลมาจาก อ.ศรีบรรพต เข้าท่วมที่ราบลุ่มบ้านเรือนที่อาศัยริมลำคลองรับมือน้ำท่วม

นอกจากนั้นยังได้ออกประกาศเตือนร้านค้าและชาวบ้านบริเวณตลาดควนขนุนให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงเนื่องจากมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ถนนสายเอเชียบริเวณสี่แยกโพธิ์ทองทางเข้า อ.ควนขนุน และ อ.ศรีบรรพต เจ้าหน้าที่แขวงการทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านช่วยกันนำตะแกรงกักเศษวัสดุต่างๆ บริเวณร่องถนนออกเพื่อระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังบริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง ซึ่งเจ้าหน้าที่คอยระวังระดับน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่สัญจรไปมาถนนสายดังกล่าว

https://www.voicetv.co.th/read/mLsUcwTls



napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 5th, 2019, 07:50 PM   #2816
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

น้ำทะเลสาบสงขลาเริ่มหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลังฝนตกหนัก

5 ธ.ค.62 - ที่จังหวัดสงขลา ได้เกิดภาวะน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา เช่น ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านคูขุด ต.คูขุด อ.สทิงพระ มีบ้านเรือนของชาวบ้านหลายหลังถูกทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมถึงใต้ถุนบ้านทางเดิน ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำ

ขณะที่เด็กๆก็ใช้โฟมแทนเรือพายเข้าออกบ้าน ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเพราะปริมาณน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นผลพวงมาจากฝนที่ตกหนักและรับน้ำจากพื้นที่ จ.พัทลุง รวมทั้งสภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยที่พัดเข้ามาทำให้น้ำในทะเลสาบสงขลาระบายออกสู่ทะเลได้ช้ากว่าปกติ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ริมทะเลสาบจะได้รับผลกระทบจากน้ำหนุนเข้าท่วมในช่วงฤดูมรสุมปลายปีของทุกปี

https://www.thaipost.net/main/detail/51849
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 5th, 2019, 07:51 PM   #2817
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ผวาแล้งหนักลามทั่วประเทศ พื้นที่นาปรัง-นิคมอุตฯเสี่ยง

วันที่ 5 ธันวาคม 2562

เขื่อนขนาดใหญ่-กลาง 447 แห่งทั่วประเทศน้ำลดฮวบเกือบ 50% ผวาแล้งหนัก สทนช.ถกรับมือด่วน 11 ธ.ค.นี้ ภาคตะวันออก-ลุ่มเจ้าพระยาเสี่ยงสุด สั่งงดทำนาปรัง เน้นจัดสรรอุปโภคบริโภค งัดแผนสำรองผันน้ำจากแม่กลองช่วย ชี้น้ำเค็มทะลัก หวั่นลามผลิตประปา ภาคตะวันออก-อีสานวิกฤตหนัก กระทบน้ำกินน้ำใช้-โรงงานอุตสาหกรรม
แหล่งข่าวจากกรมชลประทานเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ภัยแล้งปี 2563 มีสัญญาณว่าจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศที่ลดลงมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำสำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ต้องปรับลดลงตามไปด้วย

แล้ง 1 เดือน น้ำใช้ลด 50%

ข้อมูลกรมชลประทาน ณ วันที่ 1 ธ.ค. 2562 มีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลาง 447 แห่ง รวม 49,078 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 60,141 ล้าน ลบ.ม. หรือหายไปเกือบ 20,000 ล้าน ลบ.ม. ในจำนวนนี้เป็นปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 25,193 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 48% ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณน้ำใช้การได้ 36,211 ล้าน ลบ.ม.

ขณะที่ปริมาณน้ำที่ใช้การได้ลดลง 11,063 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ เป็นการปรับลดลงเกือบทุกพื้นที่ แต่พื้นที่เสี่ยงที่ปริมาณน้ำลดลงมากที่สุดคือ ภาคกลาง ลดลง 43% จาก 1,023 ล้าน ลบ.ม. เหลือเพียง 588 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 35%และหากดูตัวเลขปริมาณน้ำที่ใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 11,633 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุ มีน้ำใช้การได้ 4,937 ล้าน ลบ.ม. หรือเพียง 27% ของความจุ ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 19,012 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 76% ของความจุ และใช้การได้ 12,316 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 68% ของความจุ เท่ากับน้ำใช้การได้หายไปเกินกว่าครึ่งจากปีก่อน ทั้งที่ฤดูแล้งเพิ่งผ่านไปเพียง 1 เดือน (พ.ย.) ยังเหลืออีก 5 เดือน ถึงเดือน เม.ย. 2563

ก๊อก 2 รับมือลุ่มเจ้าพระยาขาดน้ำ

แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้นได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งปี 2562/2563 ในลุ่มเจ้าพระยาล่วงหน้าแล้ว คาดว่าปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ที่ 5,377 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น ก้อนแรก 4,000 ล้าน ลบ.ม. (หรือ 65%) จะถูกจัดสรรช่วงเดือน พ.ย. 62-เม.ย. 63 สำหรับรักษาระบบนิเวศ 2,200 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 55% ของน้ำต้นทุน รองลงมาใช้อุปโภค-บริโภค 1,150 ล้าน ลบ.ม. หรือ 29% ปลูกพืชต่อเนื่องและอื่น ๆ อีก 515 ล้าน ลบ.ม. หรือ 13% และใช้ในภาคอุตสาหกรรม 135 ล้าน ลบ.ม. หรือ 3% หากไม่เพียงพอจะต้องผันน้ำจากกลุ่มน้ำแม่กลองเข้ามารวม 500 ล้าน ลบ.ม. ส่วนน้ำต้นทุนก้อนที่ 2 ปริมาณ 2,227 ล้าน ลบ.ม. หรือสัดส่วน 35% ของน้ำต้นทุน จะจัดสรรใช้ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 63 แบ่งเป็น น้ำอุปโภคบริโภค 1,845 ล้าน ลบ.ม. หรือ 83% ปริมาณน้ำสำรองกรณีฝนทิ้งช่วง 386 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 17% หากไม่เพียงพอจะจัดสรรน้ำแม่กลองมาช่วยอีก 350 ล้าน ลบ.ม.


น้ำเค็มจ่อเข้าสำแลอีก 40 กม.

ปริมาณน้ำต้นทุนที่ปรับลดลงนี้ ไม่เพียงสร้างความกังวลต่อการจัดการน้ำในฤดูแล้ง แต่น่าห่วงปัญหาน้ำเค็มที่จะทะลักเข้ามาด้วย เนื่องจากขณะนี้ค่าความเค็มทะลักเข้ามาแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้ค่าความเค็มบางพื้นที่สูงเกินมาตรฐานการผลิตน้ำประปาที่กำหนดไว้ 0.25-0.50 กรัม/ลิตร โดยเฉพาะบริเวณด่านจุดวัดค่าความเค็ม 3 จุด จากทั้งหมด 4 จุด คือ จุดที่ 1.กรมชลประทานสามเสน ห่างจากปากน้ำ 58 กม. ค่าความเค็ม 2.54 กรัม/ลิตร ไล่มาสู่จุดที่ 2 ท่าน้ำนนท์ ห่างจากปากน้ำ 65.6 กม. ค่าความเค็ม 1.73 กรัม/ลิตร จุดที่ 3 สะพานพระนั่งเกล้า ห่างจากปากน้ำ 69. กม. ค่าความเค็ม 0.92 กรัม/ลิตร จากจุดนี้ระยะทางไม่ถึง 40 กม. จะเข้าสู่จุดวัดที่ 4 สถานีน้ำประปาสำแล ซึ่งห่างจากปากน้ำ 100 กม. ขณะนี้ค่าความเค็มอยู่ที่ 0.16 กรัม/ลิตร หมายความว่าน้ำเค็มทะลักจากปากน้ำเข้ามาใกล้จุดที่ใช้เป็นแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาหลัก คือ สำแล อีกเพียง 31 กม.เท่านั้น

สทนช.เรียกถกด่วนรับมือแล้ง

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มอบหมายให้หน่วยราชการแต่ละพื้นที่ไปสำรวจสถานการณ์ภัยแล้ง และจัดเตรียมแผนปฏิบัติการบริหารจัดการปัญหาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562-เม.ย. 2563 เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพออุปโภคบริโภค โดยจะประชุมประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง วันที่ 11 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ สทนช.จะนำข้อมูลที่ได้มากำหนดมาตรการเสริม ของบประมาณฉุกเฉินเพิ่ม ต้องยอมรับว่าช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. 2563 ต้องเฝ้าระวังเต็มที่ หากไม่มีปริมาณน้ำสำรองมาเติมจะมีความเสี่ยงสูง

“พื้นที่ต้องเฝ้าระวังคือภาคตะวันออก และจังหวัดแถบลุ่มเจ้าพระยา เพราะปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ลดลง น้ำเค็มหนุนสูงเร็วขึ้น ได้ขอให้การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และประปาท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมน้ำ กรมน้ำบาดาล ร่วมประเมินสถานการณ์ และหาทางรับมือ ส่วนปัญหาน้ำเค็มหนุน เบื้องต้นมีแผนให้กรมชลฯปล่อยน้ำจากเขื่อนผลักดัน และนำน้ำบาดาลมาใช้มากขึ้น รวมถึงผันน้ำจากโรงงานประปาฝั่งวันตะวันตกมาช่วย หลัก ๆ คือผู้บริโภคต้องไม่ขาดแคลนน้ำ”

ฐานรากอ่วมแล้งสุดรอบ 10 ปี

สำหรับแผนการปลูกพืชช่วงหน้าแล้งปี 2562/2563 ประกอบด้วย 1)ไม่ส่งเสริมการทำนาปรังในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เท่าที่สำรวจพบว่าเกษตรกรขยายพื้นที่ทำนาปรังเพิ่มทุกสัปดาห์ ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 11 ธ.ค. จะประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาลุ่มแม่น้ำโขง จะจัดสรรน้ำบาดาลให้เพียงพออุปโภคบริโภค และใช้ในโรงพยาบาล 2) รอข้อมูลมหาดไทยสำรวจประปาท้องถิ่น 3) ข้อมูลกระทรวงเกษตรฯวางแผนการผลิตพืช จะเน้นปลูกไม้ยืนต้นมากขึ้น

ด้านนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกร กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงสุดในรอบหลาย 10 ปี เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนปรับลดลงทั้งหมด เบื้องต้นสภาเกษตรกรได้แจ้งเตือนสมาชิกแล้ว คาดว่าปีนี้ชาวนาจะไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังปี 2562 ได้ จะทำให้ปริมาณการผลิตพืชสวนหลายชนิด รวมถึงผลไม้ลดลง โรงงาน ผู้บริโภคอาจต้องซื้อสินค้ากลุ่มนี้ในราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกันได้เร่งรัดภาครัฐจัดทำมาตรการรับมือ รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยา

ระยอง-ชลบุรีรับวิกฤตน้ำแล้ง

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในต่างจังหวัด นายนพดล ตั้วทรงเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ปีหน้าภาคตะวันออกโดยเฉพาะระยอง ชลบุรี จะมีปัญหาน้ำแล้งรุนแรงเหมือนกับ 10 ปีที่แล้ว เนื่องจากอ่างเก็บน้ำหลักในระยอง ซึ่งต้องส่งน้ำไปให้ชลบุรีด้วย ได้แก่ ประแสร์, คลองใหญ่, หนองปลาไหล, ดอกกราย ปริมาณน้ำต้นทุนเหลือเพียง 50% ซึ่งไม่เพียงพอ เนื่องน้ำฝนน้อยไม่ถึง 1,000 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดในภาคตะวันออก แบ่งเป็นใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรม 60-70% ภาคเอกชนจึงได้นำเรื่องนี้หารือผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และได้เร่งรัดกรมชลฯแก้ปัญหาในพื้นที่ แต่ทำได้เพียงรณรงค์ประหยัดน้ำ เพื่อยืดเวลาใช้น้ำไปใช้ถึงเดือน มิ.ย. 2563 รวมถึงเจาะบ่อบาดาลช่วย

เขื่อนอุบลรัตน์น้ำต่ำรอบ 53 ปี

ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขอนแก่นประสบภัยแล้งหนักสุดใน อ.หนองเรือ อ.มัญจาคีรี อ.ชุมแพ อ.ภูผาม่าน อ.สีชมพู ถัดมาเป็นอำเภอที่อยู่รอบเขื่อนอุบลรัตน์ ส่วน อ.บ้านไผ่กระทบน้อย เพราะหลังน้ำท่วมได้ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเต็มความจุ และยังมีบริมาณสูง สถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ล่าสุดอยู่ที่ 22% หรือ 535 ล้าน ลบ.ม. ต่ำกว่า dead storage ซึ่งได้ปรับการระบายน้ำเพื่อใช้ในการประปา อุปโภคบริโภค และรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงพอทำการเกษตร

“ได้แจ้งประชาชนล่วงหน้าตั้งแต่เดือน ต.ค. ว่าจะเกิดภัยแล้ง ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ต่ำที่สุดในรอบ 53 ปี ตั้งแต่ก่อสร้างเขื่อน วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมลุ่มน้ำโดยมีตัวแทนจาก จ.หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ประเมินสถานการณ์เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา”

โรงงานแปรรูปเดี้ยงวัตถุดิบหด

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ปัจจัยแล้งส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวโพดหวาน 11 เดือนแรกลดลง 8% ขณะที่การผลิตสับปะรดลดลง 38% โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนลดลงอย่างมาก จากที่คาดว่าจะมีวัตถุดิบ 110,000 ตัน เหลือเพียง 80,000 ตัน ส่งผลกระทบต่อโรงงานแปรรูปผักและผลไม้กระป๋อง ทำให้มีวัตถุดิบไม่เพียงพอและมีแนวโน้มราคาปรับสูงขึ้น เช่น สับปะรดราคา กก.ละ 7.3-8.7 บาท ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออก 10 เดือนแรกกลุ่มข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง อยู่ที่ประมาณ 5,094 ล้านบาท ลดลง 12.1% กลุ่มข้าวโพดหวานแช่แข็ง มี 647 ล้านบาท ลดลง 5.7% ขณะที่สับปะรดกระป๋องมูลค่า 407,112 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้ 503,403 ล้านบาท

https://www.prachachat.net/economy/news-398334

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 6th, 2019, 05:52 PM   #2818
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,438
Likes (Received): 6943

“บิ๊กป้อม” เดินหน้า 3 แสนล้าน จัดการน้ำ ผุดโครงการผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเขตอีอีซี
6 ธันวาคม 2019 เวลา 13:39 น.

เตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนอีก 32 โครงการ วงเงิน 396,921 ล้านบาท
“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ พิจารณาความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี และการพิจารณาโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ความความพร้อม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี 2563-2580) และโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร



นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้ได้มีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ พบว่า มีโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการดำเนินการได้ภายในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 57 โครงการ เป็นโครงการที่ผ่านคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว 25 โครงการ วงเงิน 118,917 ล้านบาท และ ครม. ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว 21 โครงการ วงเงิน 110,230 ล้านบาท

อาทิ แผนการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ , แผนหลักการฟื้นฟูบึงราชนก จ.พิษณุโลก , อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร , คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร พร้อมอาคารประกอบ จ.พระนครศรีอยุธยา , อ่างเก็บน้ำลำสะพุงฯ จ.ชัยภูมิ โครงการปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาบ้านฉาง (รองรับ EEC) , โครงการปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาพังงา–ภูเก็ต เป็นต้น



ส่วนอีก 4 โครงการ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. พิจารณา ได้แก่ โครงการสำรวจความสูงภูมิประเทศด้วยแสงเลเซอร์ (LiDAR) ระยะที่ 2 ,โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตามแนวพระราชดำริ (คลองผันน้ำคลองชุมพร) , โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน และโครงการอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย มูลค่าร่วมทั้งหมด 11,875 ล้านบาท



นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนอีก 32 โครงการ วงเงิน 396,921 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามกระบวนการด้านงบประมาณและนโยบาย พร้อมทั้งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมหาทิศทางการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้รายงานความก้าวหน้าของโครงการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทุก 3 เดือน และให้ สทนช. จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายในแต่ละประเภท

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ความความพร้อม จำนวน 2 โครงการ เพื่อเสนอต่อ กนช. ในการประชุมครั้งที่ 3/2562 ในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี 2563-2580) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นแผนหลักเพื่อรองรับการพัฒนาในระยะ 20 ปี ที่ สทนช.ได้ทำการศึกษา ซึ่งจะใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 88,000 ล้านบาทนั้น มีความสำคัญที่จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งได้เร่งจัดเตรียมการดำเนินการแผนงานทางเลือกให้มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในปีที่มีน้ำน้อย เช่น การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล หรือ การให้สัมปทานเอกชนพัฒนาระบบน้ำสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว เป็นต้น



ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการกรอบแผนการพัฒนาหนองหาร ปี 2563-70 ของโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดำเนินการตามกรอบแผนระยะเร่งด่วน ปี 2563-64 รวมทั้งหมด 36 โครงการ 1,146.28 ล้านบาท จากทั้งหมด 69 โครงการ วงเงินรวม 7,445.22 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ รวม 12 หน่วยงาน เช่น โครงการพัฒนาขยายเขตเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้าน โดยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้ารอบหนองหาร โครงการขุดลอกหนองหาร–ลำน้ำสาขา โครงการก่อสร้าง ปตร. ลำน้ำพุง–น้ำก่ำ โครงการศึกษาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลำน้ำก่ำ–พนังกั้นน้ำและแก้มลิง โดยกรมชลประทาน โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำป้องกันพื้นที่ชุมชน โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย กำจัดวัชพืช/ตะกอนดินในหนองหาร โดยกรมประมง กรมทรัพยากรน้ำ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น


https://www.nationweekend.com/conten...um=relate_solr
https://www.ryt9.com/s/prg/3075099
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old December 6th, 2019, 06:37 PM   #2819
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

รัฐบาลวอนลดทำนาปรัง เหตุน้ำนอกเขตชลประทานแล้ง

“บิ๊กป้อม” ยันรบ.บริหารน้ำให้ประชาชนใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง วอนลดทำนาปรัง เหตุน้ำนอกเขตชลประทานแล้ง

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 6 ธันวาคมที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการบูรณาการบริหารจัดการน้ำว่า เราจะบริหารน้ำใต้ดิน และน้ำบนดิน บูรณาการจัดการเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้น้ำ โดยจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้ง รวมถึงต้องเร่งทำให้ประชาชนได้เข้าใจว่า เรากำลังหาน้ำใต้ดินและน้ำบนดินมาให้ประชาชนได้ใช้อย่างทั่วถึง เมื่อถามว่า ต้องมีการหารือประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่าไปพูดเรื่องเพื่อนบ้านเลย เราต้องแก้ปัญหาของเราให้ดี การใช้น้ำในการเพาะปลูกข้าวและพืชเกษตรอื่นๆ ต้องลดน้อยลง อย่างการทำนาปรังต้องลดน้อยลง เพราะน้ำนอกเขตชลประทานแล้ง ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมก็ไม่มีปัญหา สามารถใช้น้ำใต้ดินได้ และไม่ต้องห่วงว่าต้องมีการแบ่งน้ำใช้ระหว่างภาคเกษตรและอุตสาหกรรม

6/12/2562 https://www.matichon.co.th/politics/news_1790792
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 6th, 2019, 08:56 PM   #2820
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,645
Likes (Received): 6441

ทุบโต๊ะ ดันโปรเจ็กต์น้ำ EEC 1.1 แสนล้าน

6 Dec 2019

“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะถกอนุกนช.ไฟเขียว 2 โครงการขนาดใหญ่ ป้องขาดแคลนน้ำพื้นที่อีอีซี วงเงิน 1.1แสนล้านบาท พร้อมเห็นชอบ 57 โครงการใหญ่บริหารจัดการน้ำครบวงจร

วันที่ 6 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ภายใต้ กนช.ครั้งที่ 3/ 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทา ปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี และความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานติดตามการขอใช้พื้นที่ป่า สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และแนวทางการขับเคลื่อน และได้พิจารณาเห็นชอบเรื่องที่มีความสำคัญ โดยโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 57 โครงการ
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานที่ได้ร่วมกันติดตาม ตรวจสอบวิเคราะห์ กลั่นกรองโครงการต่างๆทำให้มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง เป็นไปตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจาก กนช.จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในภาพรวมโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ พบว่า มีโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการดำเนินการได้ภายในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 57 โครงการ เป็นโครงการที่ผ่านคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว 25 โครงการ วงเงิน 118,917 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว 21 โครงการ วงเงิน 107,042 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนอีก 32 โครงการ วงเงิน 396,921 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 2 โครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2562 ในวันที่ 20 ธ.ค. ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี 2563-2580) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอครม.ต่อไป ซึ่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นแผนหลัก เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะ 20 ปี

ซึ่งจะใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 110,230 ล้านบาท นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการกรอบแผนการพัฒนาหนองหาร ปี 2563-70 ของโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดำเนินการตามกรอบแผนระยะเร่งด่วน ปี 2563-64 รวมทั้งหมด 36 โครงการ 1,146.28 ล้านบาท จากทั้งหมด 69 โครงการ วงเงินรวม 7,445.22 ล้านบาท

https://www.thansettakij.com/content/normal_news/416246
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:09 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us