Thailand Floodway Projects - Page 147 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old January 15th, 2020, 12:18 PM   #2921
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

ลำปาง เขื่อนหลัก 2 แห่งเหลือน้ำนิดเดียว รณรงค์เกษตรกรปลูกพืชน้ำน้อยแทน

วันที่ 15 มกราคม 2563

ลำปาง – เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายปรีชา จานทอง ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 2 นายชัยประเสริฐ เนตรอนงค์ ผอ.โครงการชลประทานลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดลำปาง ปี 2563 ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง (ฝายหลวงสบอาง) ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง

นายปรีชา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำใน จ.ลำปาง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนกิ่วลม ต.บ้านแลง อ.เมืองลำปาง และเขื่อนกิ่วคอหมา ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ในปัจจุบันปริมาณน้ำรวมทั้ง 2 แห่งเหลือเพียง 144 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในปีนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีน้อยกว่า 40 %


การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ให้เกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยมีแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตชลประทานในปีนี้ประมาณ 40,000 กว่าไร่ และได้สำรองน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาส่วนภูมิภาคใน จ.ลำปาง เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้อุปโภค-บริโภคในเขตเมืองลำปาง เฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำชลประทานในเขตที่รับผิดชอบ

ด้านนายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปฏิบัติงานเพื่อประชาชนใน จ.ลำปาง มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค ซึ่ง จ.ลำปาง มีแผนแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง และยืนยันว่าจะดูแลประชาชนใน จ.ลำปาง ให้ดีที่สุดต่อไป

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3392114
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old January 15th, 2020, 12:21 PM   #2922
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

กรมชลฯ เผยมี.ค-มิ.ย.นี้ 3 เดือนอันตราย 70 จังหวัดแล้งหนัก ฝนไม่ตก-น้ำน้อย!

วันที่ 15 มกราคม 2563

วันที่ 15 ม.ค. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำต้นทุนที่น้อย ประกอบกับปริมาณฝนที่คาดว่าจะมีปริมาณน้อย กรมอตุนิยมวิทยา คาดการณ์ปริมาณฝนล่าสุดว่า ในช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย.2563 ทั่วประเทศไทยจะถูกภัยแล้งปกคลุมอย่างหนัก มีประมาณ 70 จังหวัดทั่วประเทศที่ประสบภัยแล้ง ฝนไม่ตก น้ำไม่เพียงพอทำการเกษตร มีเพียง 7 จังหวัดในแถบภาคใต้ อันดามัน ที่มีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่แห้งแล้ง

สถานการณ์ค่าความเค็มในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังกรมชลประทานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อผลักดันค่าความเค็มที่รุกตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเกิดน้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 13–15 ม.ค. ทำให้สถานการณ์ค่าความเค็มยังคงทรงตัวและอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้

วันที่ 15 ม.ค. แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีประปาสำแล เวลา 08.00 น. วัดได้ 0.19 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวัง 0.25 กรัมต่อลิตร มาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร


แม่น้ำท่าจีน ที่สถานีปากคลองจินดา เวลา 08.00 น. วัดได้ 0.25 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร

ส่วนแม่น้ำปราจีน-บางปะกง ที่สถานีปราจีนบุรี เวลา 07.00 น. วัดได้ 0.07 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร และ แม่น้ำแม่กลอง ที่สถานีปากคลองดำเนินสะดวก เวลา 07.00 น. วัดได้ 0.23 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จะดำเนินการบริหารจัดการน้ำและการผลักดันค่าความเค็มที่รุกตัวในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเสถียรภาพและความมั่นคงด้านน้ำ

ทั้งนี้ ต้องขอย้ำว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นต้องมีการจัดสรรให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลักอย่างไม่ขาดแคลน พร้อมกันนี้ต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนให้ใช้น้ำตามแผนที่วางไว้ และใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่าให้มากที่สุด

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3395049
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2020, 12:33 PM   #2923
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

แล้งจัด! น้ำในอ่างเหลือน้อย ภูเก็ตขาดแคลนน้ำแน่แล้งนี้ เร่งแก้เสนอ 9 โครงการรองรับระยะยาว

เผยแพร่: 15 ม.ค. 2563

15/01/2020 แล้งจัด! น้ำในอ่างเหลือน้อย ภูเก็ตขาดแคลนน้ำแน่แล้งนี้ เร่งแก้เสนอ 9 โครงการรองรับระยะยาว ประปาทุ่ม 3 พันล้าน ผลิตและส่งน้ำจากพังงามาภูเก็ต

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำรื้อรังช่วงฤดูแล้งของทุกปี จากน้ำดิบ 3 อ่างหลักไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามตัวเลขนักท่องเที่ยว วางแผนบริการจัดการน้ำระยะยาว 9 โครงการ รองรับได้จนถึงปี 75 ด้านประปาทุ่มเงินลงทุน 3 พันล้าน ผลิตและส่งน้ำจากพังงามาภูเก็ตเสร็จปี 67

https://mgronline.com/news-clips/2YAin_xuoqY

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old January 15th, 2020, 12:39 PM   #2924
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

โคราชแล้งพ่นพิษหนัก! แหล่ง “ปลูกมะขามเทศ” แห่งใหญ่ของไทยอ่วม ผลผลิตน้อยรายได้ลดฮวบ

เผยแพร่: 15 ม.ค. 2563 15:48 ปรับปรุง: 15 ม.ค. 2563 16:50 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - โคราชแล้งพ่นพิษหนัก! กระทบแหล่งปลูกมะขามเทศแห่งใหญ่ของไทยอ่วมขาดน้ำ ทำผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยและช้าได้ขายเพียงไม่กี่เดือน เกษตรกรอ่วมรายได้ลด 30% จากสร้างรายได้ปีละกว่า 14 ล้าน ขณะอำเภอเร่งแก้แล้งเน้นน้ำกินน้ำใช้

วันนี้ (15 ม.ค.) ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอโนนไทย (ศพก.) เครือข่ายบ้านดอนสระจันทร์ หมู่ 6 ต.ถนนโพธิ์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา นายศักรินทร์ เสมหิรัญ นายอำเภอโนนไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ขณะเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ของอำเภอโนนไทย ว่าปีนี้จังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่รวมถึงอำเภอโนนไทยถือว่าประสบปัญหาภัยแล้งหนักมาก ทั้งพื้นที่ 10 ตำบล 133 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทำกว่าเกษตรกรกว่า 3 แสนไร่ ซึ่งขณะนี้สระน้ำในพื้นที่ต่างๆ เริ่มแห้งขอด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งให้การช่วยเหลือ ทั้งการแจกจ่ายน้ำและการขุดบ่อบาดาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยให้ความเน้นเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก





สำหรับอำเภอโนนไทย ถือเป็นแหล่งปลูกมะขามเทศแห่งใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งมีกว่า 3,000 ไร่ ถือว่ามะขามเทศเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของอำเภอและมีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะสายพันธุ์ “เพชรโนนไทย” ที่มีรสชาติหวาน กรอบ อวบ มัน อร่อยเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนที่อื่นเพราะพื้นที่อำเภอโนนไทยเป็นดินเค็มทำให้มะขามเทศเจริญเติบโตได้ดี และผลผลิตมะขามเทศโนนไทยเป็นที่ต้องการของตลาดสูง ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก

แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้ชาวสวนมะขาวเทศโนนไทยได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ผลผลิตออกช้ากว่ากำหนดจากเดิมทุกปี เดือน พ.ย.จะสามารถขายมะขามเทศได้แล้ว แต่ปีนี้มะขามเทศออกมาเดือน ธ.ค. มีระยะเวลาขายถึงเดือน เม.ย. โดยที่ผ่านมาสามารถเก็บผลผลิตส่งขายเฉลี่ยประมาณ 200 ตัน/ปี สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 14 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่ารายได้จะลดลงประมาณร้อยละ 30 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ขณะนี้ไม่สามารถหาน้ำมาเติมในร่องสวนมะขามเทศได้ ทำให้เกษตรกรต้องปล่อยให้ต้นมะขามเทศยืนต้นแห้งเฉา ใบร่วง บางต้นแห้งตาย สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรหลายราย



ทั้งนี้ ทางอำเภอโนนไทยร่วมกับเจ้าหน้าที่เกษตร และเกษตรกรผู้ปลูกมะขามเทศ ได้ประชุม วางแผนตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลปลูกมะขามเทศประจำปี 2563 เพื่อเป็นการเตรียมหาทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังรุ่นแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้เกษตรกรที่ปลูกมะขามเทศได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพาระถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา

https://mgronline.com/local/detail/9630000004598
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2020, 12:41 PM   #2925
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

เดือดร้อนกันทั่ว! ล่องแพท่องเที่ยวในอ่างเก็บน้ำก็ไม่รอด-นครสวรรค์แล้งจัดต้องสูบน้ำก้นคลองเลี้ยงนาข้าว

เผยแพร่: 15 ม.ค. 2563 10:44 ปรับปรุง: 15 ม.ค. 2563 11:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นครสวรรค์ - ชาวนาในชุมแสง นครสวรรค์ ต้องพากันสูบน้ำก้นคลองหล่อเลี้ยงนาข้าวที่กำลังออกรวงให้รอดพ้นไปก่อน ส่วนที่น้ำไม่ถึงก็ต้องปล่อยให้แห้งตาย แม้แต่ธุรกิจล่องแพในอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์แทบไม่รอดอาจเหลือแค่ตำนาน

วันนี้ (15 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ยังคงพบชาวนาในพื้นที่ตำบลบางเคียน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ต้องสูบน้ำที่ขังก้นลำคลองใส่นาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวงให้รอดพ้นจากปัญหาภัยแล้ง หลังจากในพื้นที่มีฝนทิ้งช่วงมายาวนาน ประกอบกับน้ำในคลองบางเคียนที่เป็นคลองสาขาแม่น้ำยมจากจังหวัดพิจิตรมีปริมาณน้ำเหลือน้อยและกำลังแห้งขอดไม่พอใช้

จากการสอบถามชาวนาในพื้นที่ตำบลบางเคียน อำเภอชุมแสง ระบุว่า คลองบางเคียนเป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำยม จังหวัดพิจิตร ซึ่งในขณะนี้คลองดังกล่าวได้แห้งขอดไม่มีเหลือใช้ทั้งอุปโภคบริโภคและใช้สำหรับพื้นที่ทางการเกษตร บางช่วงของลำคลองน้ำแห้งจนเห็นเนินดินจนสามารถเดินข้ามได้ เบื้องต้นชาวนาที่อยู่ตลอดริมสองฝั่งคลองต้องดิ้นรนสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือตัวเอง โดยต้องสูบน้ำจากก้นคลองที่เหลืออยู่ใส่แปลงนาเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อน ในขณะที่มีนาข้าวอีกหลายแปลงในพื้นที่ไม่สามารถสูบน้ำจากลำคลองใส่นาข้าวได้ ต้องปล่อยให้ข้าวยืนต้นแห้งตายในที่สุด



ส่วนที่อ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ส่อเค้าเริ่มรุนแรงและขยายวงกว้าง เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างมีน้อย ส่อเค้าภัยแล้งขั้นรุนแรงหลังจากระดับน้ำในอ่างยังคงใช้งานได้แค่ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำในอ่างที่มีอยู่ตอนนี้ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่อ่างแห่งนี้สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 82 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่เปินเริ่มได้รับผลกระทบในวงกว้างแล้ว เพราะน้ำในอ่างขณะนี้สามารถนำไปใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภคเท่านั้น ซึ่งก็ได้ส่งผลทำให้ด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักตามไปด้วยเนื่องจากน้ำในอ่างมีน้อยจึงทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มน้อยตามไปด้วย

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะมาล่องแพที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก็ลำบากพอสมควร เพราะนักท่องเที่ยวต้องเดินลงจากฝั่งถึงแพไกลกว่า 50-60 เมตร ทำให้ขึ้นยากลงยาก แถมทิวทัศน์เมื่อน้ำแห้งก็ขาดความสวยงาม จึงส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มมีน้อยลงจนลามกระทบธุรกิจแพท่องเที่ยว รวมถึงการค้าขายอาหารที่ให้บริการนำขึ้นไปกินบนแพต่างต้องขาดรายได้กันเป็นทิวแถว จึงอยากจะวอนรัฐช่วย อย่างน้อยขอทำฝนเทียมให้มาตกที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำ ขอให้น้ำในอ่างเพิ่มอีกนิด การล่องแพจะได้สะดวกขึ้นเพื่อให้สามารถเรียกนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวอีกครั้ง เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาเห็นระดับน้ำก็กลับเลยเนื่องจากขาดความสวยงาม ปกติเมื่อน้ำเต็มอ่างจะสวยมาก แถมจังหวัดยังคงสูบน้ำไปทำประปาอีก แต่ห้ามเกษตรกรใช้น้ำ จึงทำให้น้ำแห้งลงทุกวัน การล่องแพที่อ่างก็ซบเซา และคงจะปิดเป็นตำนานหากยังไม่มีน้ำมาเติมอ่างต่อไป

https://mgronline.com/local/detail/9630000004433
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 01:24 PM   #2926
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

อธิบดี กรมน้ำบาดาล โต้งบ 3 พันล้าน ไม่ได้เจาะ 500 บ่อ แต่ถึงทำ 2,041 โครงการ

วันที่ 17 มกราคม 2563

อธิบดี กรมน้ำบาดาล โต้งบ 3 พันล้าน ไม่ได้เจาะ 500 บ่อ แต่ทำถึง 2,041 โครงการ จัดสรรให้ทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้านน้ำอุปโภคบริโภค


กรมน้ำบาดาล / เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ชี้แจงตอบโต้ กรณีมีนักวิชาการออกข่าวการขุดบ่อบาดาล ระบุว่ามีราคาแพง งบประมาณ 3 พันล้าน เจาะแค่ 500 บ่อ ตกบ่อละ 6 ล้านบาทนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นข่าวคลาดเคลื่อน มีการอนุมัติงบประมาณจำนวน 3,079 ล้านบาทจริง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้านน้ำอุปโภคบริโภคถึง 2,041 โครงการ ไม่ใช่แค่เจาะ 500 บ่อบาดาลแต่อย่างใด


ทั้งยังเป็นการจัดสรรให้กับหน่วยงานรวมทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน ได้แก่ การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กองทัพบก และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวม 2,041 โครงการ


นายศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน คือ

1.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

2.กองทัพบก

3.กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีจำนวนบ่อรวมกันทั้งสิ้น 1,103 บ่อ งบประมาณที่ได้รับ 1,301 ล้านบาท โดยเป็นการขุดบ่อบาดาลที่มีความลึกมากกว่า 100 เมตร และในบางบ่อมีความลึกมากกว่า 350 เมตร แต่ละบ่อผลิตน้ำได้เดือนละ 53,760 ลูกบาศก์เมตร

โดยมีขนาดบ่อบาดาล ตั้งแต่ขนาด 6 นิ้ว 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว ในการดำเนินการเจาะบ่อบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีขั้นตอนดำเนินงาน คือ

1.สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพและคุณภาพที่เหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภคแก่พี่น้องประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็น

2.สำรวจธรณีฟิสิกส์เพื่อกำหนดจุดเจาะบ่อน้ำบาดาลแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า 10 จุด เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชน

3.เจาะและพัฒนาบ่อน้ำบาดาลด้วยท่อขนาด 6 นิ้ว และความลึกตามข้อมูลที่มีการสำรวจ โดยความลึก 100 เมตรขึ้นไป

4.งานติดตั้งท่อกรุ ท่อกรอง

5.งานพัฒนาบ่อโดยการใส่กรวดกรุ ผนึกผนังบ่อด้วยดินเหนียว ผนึกข้างบ่อด้วยซีเมนต์ พร้อมทั้งก่อสร้างฐานบ่อขนาด 2 คูณ 2 เมตร

6.งานหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ

7.งานสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล นอกจากนี้ ยังมีระบบสูบน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3410346
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 01:26 PM   #2927
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

ภัยแล้งฉุดเศรษฐกิจเสียหาย1.9หมื่นล้าน

ภัยแล้งในฤดูกาลปี 2563 (ม.ค.-เม.ย.2563) ได้เกิดขึ้นเร็วกว่าปีก่อน และส่อเค้าความรุนแรง ยาวนานมากขึ้น จากปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงร้อยละ 33.1 (YoY) ซึ่งเป็นการลดลงในแทบทุกภาคของประเทศ และยังเป็นระดับน้ำที่วิกฤติกว่าปี 2558 ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงอีกด้วย สร้างความเสียหายต่อพืชฤดูแล้งสำคัญ คือ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้น แต่ด้วยแรงฉุดด้านผลผลิตที่ลดลง จะเป็นปัจจัยฉุดรายได้เกษตรกรในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 ให้หดตัวอยู่ในกรอบ 0.5-1.0 (YoY)

สำหรับผลกระทบต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วงภัยแล้งในฤดูกาลอาจอยู่ที่ราว 17,000-19,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.10-0.11 ของ GDP ทั้งนี้ ต้องติดตามระดับความรุนแรงของภัยแล้งอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.2563 ที่น่าจะแล้งจัดและเป็นช่วงที่มีผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงอาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง และระยะเวลาภัยแล้งที่อาจลากยาวต่อเนื่องถึงช่วงกลางปีนี้ได้

17/1/2563 https://www.thansettakij.com/content..._market/419102
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 06:11 PM   #2928
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

“หนองคาย”แล้งจัด!ทำเกษตรไม่ได้ เหตุแม่น้ำโขงลดต่ำจนเกิดสันดอนทราย

วันที่ 17 มกราคม 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย ยังคงมีระดับต่ำ ทำให้บางจุดมีสันดอนทรายเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง สามารถเดินข้ามได้จากฝั่งไทยไปยังดอนในแม่น้ำโขงของ สปป.ลาว ได้ ในขณะที่เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในแม่น้ำโขงหลายจุดเกยตื้น ไม่สามารถสูบน้ำได้ ท้องถิ่นเร่งแก้ไข

ล่าสุกวันนี้(17 ม.ค 2563)น้ำโขงยังคงมีระดับต่ำน่าเป็นห่วง แม้ว่าวันนี้จะเพิ่มขึ้นก็ยังมีระดับที่ต่ำกว่า 1 เมตร ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 0.96 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งถึง 11.24 เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ 18 ซม. แต่ก็มีแนวโน้มลดลงอีก เนื่องจากระดับน้ำโขงทางตอนเหนือ คือที่สถานีเชียงคาน จังหวัดเลย วันนี้ลดลง 5 ซม.


จากการที่ระดับน้ำโขงที่ยังมีระดับต่ำ ทำให้มีแก่งหิน สันดอนทราย และหาดทรายเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างหลายจุดทั้ง 6 อำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี และพบว่าบางจุดสามารถเดินจากฝั่งไทยข้ามไปยังดอนที่อยู่ในแม่น้ำโขง ของ สปป.ลาวได้ โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ชาวบ้านสามารถเดินทางฝั่งไทยไปยังดอนชิงชู้ที่เป็นดอนขนาดใหญ่ของ สปป.ลาวได้ น้ำโขงจะไหลอ้อมดอนชิงชู้ด้านที่ติดฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งบนดอนแห่งนี้จะมีชาวลาวเข้ามาทำการเกษตรอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในจุดนี้มีเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ดูแลโดย อบต.บ้านหม้อ จำนวน 3 เครื่อง เกยตื้นไม่สามารถสูบน้ำส่งให้กับเกษตรกรในเขตบริการได้มาเกือบ 3 เดือนแล้ว พื้นที่เฉพาะในเขต ต.บ้านหม้อ กว่า 4 – 5 พันไร่ ไม่รวมพื้นที่ตำบลใกล้เคียงที่ขอรับการสนับสนุนน้ำจากเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของ อบต.บ้านหม้อ ซึ่งทาง อบต.ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือสำนักงานเข้าท่าภูมิภาค และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อขอขุดร่องน้ำมายังเครื่องสูบน้ำแล้ว

“หนองคาย”แล้งจัด!ทำเกษตรไม่ได้ เหตุแม่น้ำโขงลดต่ำจนเกิดสันดอนทราย
นายชูศักดิ์ อุตมะ นายก อบต.บ้านหม้อ เล่าถึงปัญหาน้ำโขงมีระดับต่ำว่า ตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากระดับน้ำโขงที่ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ มีระดับต่ำทำให้เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเกยตื้นไม่สามารถสูบน้ำโขงมาใช้ได้ ซึ่งเครื่องสูบน้ำที่รับผิดชอบโดย อบต.บ้านหม้อ มีทั้งหมด 3 เครื่อง ไม่สามารถสูบน้ำได้ทั้ง 3 เครื่อง มาเป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้ว ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 4,000 ถึง 5,000 ไร่ เฉพาะในส่วนของตำบลบ้านหม้อ ในส่วนของตำบลใกล้เคียงยังได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องจากใช้น้ำกับเครื่องสูบน้ำของตำบลบ้านหม้อ

นายก อบต.บ้านหม้อ กล่าวต่อไปอีกว่า ในการแก้ปัญหาการสูบน้ำไม่ได้ว่า ต้องใช้วิธีขุดลอกเพื่อให้เป็นร่องน้ำในจุดที่น้ำโขงลึก เป็นร่องน้ำมาจนถึงบริเวณเครื่องสูบน้ำ แต่ในปีนี้ยังไม่สามารถขุดได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า และหน่วยงานความมั่นคง ในตอนนี้ได้ทำหนังสือไปทางจังหวัดหนองคาย และทางอำเภอแล้ว ซึ่งรอการอนุมัติอยู่ สำหรับระดับน้ำโขงในปีนี้มีระดับที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเดือนมกราคมของปีที่ผ่านมาในช่วงนี้ยังสามารถสูบน้ำโขงขึ้นมาใช้ได้จนถึงช่วงเดือนเมษายน แต่ในปีนี้ระดับน้ำโขงต่ำตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ในส่วนพื้นที่ที่ไม่ติดแม่น้ำโขง มีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งเพราะต้องใช้น้ำจากบ้านหม้อเพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่โดยรอบ

“หนองคาย”แล้งจัด!ทำเกษตรไม่ได้ เหตุแม่น้ำโขงลดต่ำจนเกิดสันดอนทราย
นายก อบต.บ้านหม้อ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเกษตรกรในเขตตำบลบ้านหม้อในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะปลูกข้าวนาปลัง และข้าวโพด เนื่องจากชาวบ้านยังไม่มีความรู้ในการปลูกพืชชนิดอื่น ในปีที่ผ่านมาในช่วงนี้สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้อยู่ทำให้ไม่ประสบปัญหาเหมือนในปีนี้ สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการขุดลอกประมาณ สี่แสน ถึง ห้าแสนบาท ซึ่งจะใช้งบประมาณของ อบต.บ้านหม้อ ที่มีพร้อมแล้วเหลือเพียงได้รับอนุญาต

นางนันทนา อุตมะ ชาวบ้านป่าสัก ต.บ้านหม้อ บอกว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำ เนื่องจากไม่สามารสูบน้ำมาใช้ได้ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชได้จนบางรายต้องออกไปทำงานที่อื่น

https://www.prachachat.net/local-economy/news-411784

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 06:14 PM   #2929
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

17/1/2563 แม่น้ำชี จ.นครราชสีมา

cr. ข่าว3





napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 18th, 2020, 01:57 PM   #2930
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

กท.โพลคนวิตกภัยแล้ง-ไม่เชื่อรบ.ดูแลน้ำพอใช้ตลอดปี

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประชาชนกับวิกฤตภัยแล้ง 2020” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาค

ทั่วประเทศจำนวน 1,182 คน ระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 50.5 กังวลเรื่องการทำเกษตร รายได้เกษตรกร พืชผลเกษตรเสียหายมากที่สุด หากเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง รองลงมา ร้อยละ 49.1 กังวลไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้ และ ร้อยละ 48.6 กลัวข้าวของราคาแพงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าวิตกกังวลมากน้อยเพียงใดกับสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะมีความรุนแรงมากเป็นอันดับ 2 ในรอบ 40 ปี ร้อยละ 72.5 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

ขณะที่ร้อยละ 27.5 กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ส่วนการเตรียมรับมือกับภัยแล้ง ร้อยละ 81.5 มีการเตรียมรับมือ โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 67.8 ใช้น้ำอย่างประหยัดขึ้น ร้อยละ 19.5 กักตุนน้ำดื่ม และร้อยละ 18.0 ซื้อถังเก็บน้ำ ขณะที่ร้อยละ 18.5 ไม่มีการเตรียมรับมือ เพราะน่าจะมีน้ำใช้เพียงพอ

นอกจากนี้ ร้อยละ 53.3 มีความเห็นต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและอาชีพของตนเอง ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด แต่ร้อยละ 46.7 เห็นว่ามีผลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของหน่วยงานรัฐ จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและทำให้คนไทยมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีได้ หรือไม่ กลับพบว่า ร้อยละ 57.0 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด และร้อยละ 43.0 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

18/1/2563 https://www.innnews.co.th/social/news_577910/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 18th, 2020, 06:07 PM   #2931
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

แล้งลามสวนทุเรียนอ่วม “โรงแรมภูเก็ต”แห่ซื้อน้ำ

วันที่ 18 มกราคม 2563

แล้งลามสวนทุเรียนอ่วม “โรงแรมภูเก็ต”แห่ซื้อน้ำ
วิกฤตน้ำทั่วไทย ลามธุรกิจ โรงแรม-คอนโดเทล ภูเก็ต 9 หมื่นห้อง ซื้อน้ำจากขุมเหมืองมาป้อน ด้านโรงงานอุตฯตะวันออก ระทึกน้ำใช้ในอ่างเหลือน้อย-ขาดแคลนแน่ ชาวสวนเมืองจันท์-ตราด ดิ้นฝุ่นตลบ ต้องควักกระเป๋าซื้อน้ำมารดทุเรียน มังคุด คันละ 2,000 บาท

ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งที่มาเร็วขึ้นกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบกับภาคการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจในหลายจังหวัด และมี 16 จังหวัดที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) กระจายอยู่ในภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ ล่าสุด ปัญหาภัยแล้งได้เริ่มลามถึงโรงงานอุตสาหกรรม-สวนผลไม้ ในหลายจังหวัด

แล้งลามสวนทุเรียนอ่วม “โรงแรมภูเก็ต”แห่ซื้อน้ำ

โรงแรมภูเก็ตต้องซื้อน้ำใช้


นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด และบริษัท โบ๊ท แอสเซท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในเครือภูเก็ต โบ๊ต ลากูน ผู้ประกอบการธุรกิจมารีน่า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จ.ภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์แล้งในจังหวัดภูเก็ตมีความรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอ่างเก็บน้ำหลัก 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อำเภอถลาง อ่างเก็บน้ำบางวาด อำเภอกะทู้ และอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ อำเภอเมืองภูเก็ต มีน้ำเหลือน้อยและน้ำประปาไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและคอนโดเทล ประมาณ 90,000 ห้อง ซึ่งขณะนี้ต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อน้ำจากขุมเหมืองมาใช้ โดยเฉพาะย่านแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น ป่าตอง อ.ถลาง ขณะที่บริเวณหาดกะรน

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยังคงเดินหน้าโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเล เพื่อจ่ายน้ำไปหาดกะตะด้วย ซึ่งทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง จุดที่คาดว่าจะวิกฤตหนักคือ ป่าตอง ที่มีโรงแรมและคอนโดฯจำนวนมาก ขณะที่ อ.ถลาง อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำน้ำเริ่มแห้ง ตอนนี้โรงแรมต้องซื้อน้ำแพงขึ้นกว่า 3 เท่า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น บางรายต้องซื้อแพงขึ้นอีก 10-20% จากปกติลิตรละ 20-30 บาท หลายรายใช้วิธีการทำสัญญาซื้อน้ำจากขุมเหมืองเป็นระยะยาวซึ่งทำให้ได้ราคาที่ถูก

ดร.กฤษฎา ตันสกุล ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้ภัยแล้งกระทบกับธุรกิจโรงแรม และช่วงนี้โรงแรมจะซื้อน้ำดิบมาไว้ใช้ทุกปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในภูเก็ตยังมีปริมาณน้ำดิบพอที่จะซื้อมาบรรเทาได้ หรือในป่าตอง ได้มีการผลิตน้ำระบบอาร์โอให้กับผู้ประกอบการได้ใช้น้ำกัน ดังนั้น ยังพอจะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ในอนาคตถ้าสถานการณ์แล้งนาน แหล่งน้ำดิบลดลงมากก็จะกระทบมากขึ้น

แล้งลามสวนทุเรียนอ่วม “โรงแรมภูเก็ต”แห่ซื้อน้ำ

โรงงานอุตฯระยองส่อวิกฤต

นายสุรพล สุทธจินดา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมทั้งภายในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ค่อนข้างกังวลว่าปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำหลักจะมีไม่เพียงพอกับความต้องการ และคาดว่าจะมีน้ำใช้ไปจนถึงเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น หลังจากนั้นคงเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพราะตัวแทนกรมอุตุนิยมวิทยาเคยมาให้ข้อมูลในที่ประชุมที่จังหวัดระยองว่า ฝนจะไม่ตกอีกจนถึงเดือนเมษายน 2563 และไม่สามารถทำฝนเทียมได้ เพราะในอากาศไม่มีความชื้น

สภาอุตฯระยอง เตรียมทำหนังสือถึง 3 จังหวัด, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สะท้อนถึงปัญหาและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาและวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อรองรับปัญหาน้ำไม่พอใช้ในอนาคต เพราะเมื่อเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เกิดขึ้น จะมีโรงงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และแหล่งน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีน้ำไม่เพียงพออยู่แล้ว

“ตอนนี้กำลังคุยกันว่ากรมชลประทาน ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ มีอยู่ราว 30% ให้มีประสิทธิภาพและอยู่ได้นานที่สุด และที่ผ่านมาได้หารือกับกรมน้ำบาดาล เพื่อหาทางเอาน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ได้ แต่ก็ยังไม่ได้มีการสำรวจปริมาณน้ำและความเป็นไปได้ ที่จะดึงน้ำมาใช้ในรายละเอียด”

นายบุญยืน เลาหวิทยะรัตน์ เลขาฯหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ภาคตะวันออกเริ่มวิกฤตน้ำแล้ว เนื่องจากยังไม่สามารถผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี มาใช้ได้ และต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดันการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งใหม่ในพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด และอ่างเก็บน้ำประแกต มีความจุรวมกัน 308.5 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำคลองประแกต ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่วนอีก 3 อ่างที่อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA)

จันท์-ตราด จ่อซื้อน้ำรดผลไม้

นายสมชาย ลินจง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถ้าเดือนมีนาคมฝนยังทิ้งช่วงจะเกิดปัญหาภัยแล้งแน่นอน และจะส่งผลกระทบกับสวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด โดยขณะนี้ อบต.เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อนำมาใช้ แต่ยังติดปัญหาเรื่องเงินงบประมาณ เนื่องจากข้อบัญญัติของ อบต.ไม่ได้อนุมัติให้ใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นจึงอาจจะต้องขออนุมัติงบประมาณจากหน่วยงานอื่น และหากถึงเวลาไม่มีน้ำจริง ๆ ชาวสวนก็อาจจะต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อน้ำมารดสวนผลไม้เหมือนปี 2559 เพื่อไม่ให้ทุเรียน มังคุด เงาะ ฯลฯ เสียหาย และราคาอาจจะสูงถึงเที่ยวละ 2,000 บาท (12,000-15,000 ลิตร)

นายสังคม นิลฉวี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประณีต อ.เขาสมิง แหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของจังหวัดตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น อบต.ได้ร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขุดสระน้ำขนาดใหญ่ 40 ไร่ เพื่อรองรับการสูบน้ำจากคลองเวฬุให้เกษตรกรได้ต่อท่อไปใช้ในสวน นอกจากนี้ อบต.ยังประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนขนาด 20 ไร่ขึ้นไปต้องกันพื้นที่ไว้เป็นสระน้ำ 10% เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

https://www.prachachat.net/local-economy/news-412058
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 20th, 2020, 01:02 PM   #2932
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

น้ำโขงลด ต่ำ ‘พันโขดแสนไคร้’ โผล่ ดินแห้งขอด เดินข้ามได้เกือบถึงฝั่งสปป.ลาว

วันที่ 20 มกราคม 2563

น้ำโขงลด ต่ำ ‘พันโขดแสนไคร้’ โผล่ ดินแห้งขอด เดินข้ามได้เกือบถึงฝั่งสปป.ลาว เผยน้ำโขงลดต่ำในรอบ 50 ปี แกรนด์แคนยอนกลางแม่น้ำโขงโผล่


น้ำโขงลด / เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ว่า ยังมีระดับต่ำ ทุบสถิติระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ต่อเนื่องอีกวัน ส่งผลให้น้ำโขงที่เคยไหลผ่านระหว่างโขดหินของพันโขดแสนไคร้แห้งขอด จนเป็นผืนเดียวกันสามารถเดินได้เกือบถึงฝั่ง สปป.ลาว



อ่านข่าว “พันโขดแสนไคร้” แกรนด์แคนยอนกลางแม่น้ำโขงหนองคาย
ทั้งนี้ ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ยังมีระดับต่ำกว่า 1 เมตร ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับเพียง 88 เซนติเมตร (ซม.) เท่านั้น เทียบกับช่วงเดียวกันของเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ลดลง 4 ซม. เท่านั้น ต่ำกว่าตลิ่งถึง 11.32 เมตร ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับน้ำโขงต่ำสุดในรอบ 50 ปีอีกวัน ซึ่งระดับน้ำโขงต่ำสุดในรอบ 50 ปี ในช่วงเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 1.50 เมตร และระดับน้ำโขงในช่วงเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 3.50 เมตร




จากระดับน้ำโขงที่ลดต่ำลงและมีระดับที่ต่ำมาก นอกจากจะทำให้ขณะนี้สามารถมองเห็นเสาตอม่อที่อยู่ใต้ฐานตอม่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ตั้งอยู่ในน้ำโขงทั้ง 6 ตอม่อ และส่งผลให้โป๊ะแพและเรือที่จอดไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงเกยตื้นหลายลำ

รวมไปถึงเครื่องสูบน้ำของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าหลายแห่งสูบน้ำไม่ได้แล้ว ยังทำให้พันโขดแสนไคร้ ที่เป็นโขดหินโผล่ขึ้นจากแม่น้ำโขง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่นับพันๆ โขด ตั้งแต่เขตบ้านห้วยค้อ, บ้านหนอง, บ้านภูเขาทอง และบ้านม่วง ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย เป็นบริเวณกว้างประมาณ 300 เมตร ระยะทางยาวตามแม่น้ำโขงกว่า 5 กิโลเมตร (กม.)

น้ำโขงที่เคยไหลผ่านตามซอกโขดหินแห้งขอด เหลือเพียงแอ่งน้ำเล็กๆ จนติดกันเป็นผืนใหญ่ หลายจุดสามารถเดินได้เกือบถึงฝั่ง สปป.ลาว ส่งผลให้การสัญจรทางเรือในบริเวณนี้ต้องใช้ร่องน้ำลึกที่อยู่ติดฝั่ง สปป.ลาว เท่านั้น ซึ่งปกติพันโขดแสนไคร้จะมีความสวยงามเมื่อน้ำโขงมีระดับอยู่ระหว่าง 2.50-3.50 เมตร เพราะจะมีน้ำไหลผ่านระหว่างโขดหินและซอกหินนับพันก้อน

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3427846





napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 20th, 2020, 02:01 PM   #2933
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

ภัยแล้งยังคุกคามต่อเนื่อง น้ำเจ้าพระยาลดต่ำจากระดับเก็บกักกว่า 3 เมตร

เผยแพร่: 20 ม.ค. 2563 10:03 ปรับปรุง: 20 ม.ค. 2563 10:39 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชัยนาท - เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน หลังน้ำเจ้าพระยาลดต่ำกว่า 3 เมตร เร่งกำจัดผักตบชวาป้องกันกระทบส่งน้ำอุปโภคบริโภค

วันนี้ (20 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งยังคุกคามต่อเนื่อง โดยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดชัยนาท ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ได้ลดระดับลงต่ำจากระดับเก็บกักกว่า 3 เมตร ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา ต้องปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนลง จากที่เคยระบายน้ำ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไปช่วยผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เมื่อสัปดาห์ก่อน ลดลงมาเหลือ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดต่ำลงไปมากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ เพื่อไปรักษาระบบนิเวศ และเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้เร่งกำจัดผักตบชวา บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ไหลมากองรวมกันเต็มลำน้ำ ยาวกว่า 300 เมตร เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำ ลดการระเหยของน้ำ และเพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา งดสูบน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำการเกษตร และให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งนี้

https://mgronline.com/local/detail/9630000006018
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 21st, 2020, 12:08 PM   #2934
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

"อัศวิน" รุดตรวจความเสียหายของเขื่อน - ถนนในพื้นที่เขตหนองจอก

เผยแพร่: 21 ม.ค. 2563 15:28 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้ว่าฯ กทม. รุดตรวจความเสียหายของเขื่อนและถนนในพื้นที่เขตหนองจอก อันเนื่องมาจากวิกฤติภัยแล้ง

วันนี้ (21 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เพื่อตรวจความเสียหายของเขื่อนและถนนในพื้นที่เขตหนองจอก อันเนื่องมาจากวิกฤติภัยแล้ง จุดที่ 1 บริเวณหลังมูลนิธิอนุสรณ์ ตระกูลกอดีรี ซอยสังฆสันติสุข 63 ถนนสังฆสันติสุข จุดที่ 2 บริเวณตรงข้ามสุเหร่าศาลาแดง (บ้านนางวารี) ซอยสังฆสันติสุข 61 ถนนสังฆสันติสุข จุดที่ 3 บริเวณหลังโรงเรียนนีลราษฎร์อุปถัมภ์ ซอยสังฆสันติสุข 81 ถนนสังฆสันติสุข และจุดที่ 4 ถนนทรุดตัวที่ซอยสุวินทวงศ์ 42 พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรที่ปลูกแตงโม ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักงานเขตพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุป

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจความเสียหายของเขื่อนและถนนในพื้นที่เขตหนองจอก อันเนื่องมาจากวิกฤติภัยแล้ง โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักงานเขตหนองจอก ร่วมลงพื้นที่ ซึ่งจุดที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณหลังมูลนิธิอนุสรณ์ ตระกูลกอดีรี ซอยสังฆสันติสุข 63 ได้รับความเสียหายความยาว 60 ม. จุดที่ 2 บริเวณตรงข้ามสุเหร่าศาลาแดง (บ้านนางวารี) ซอยสังฆสันติสุข 61 ได้รับความเสียหายความยาว 90 ม. จุดที่ 3 บริเวณหลังโรงเรียนนีลราษฎร์อุปถัมภ์ ซอยสังฆสันติสุข 81 ได้รับความเสียหายความยาว 30 ม. ทั้งนี้เขื่อนดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณคลองนครเนื่องเขต ฝั่งตรงข้ามคืออำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนตามแนวคลองนครเนื่องเขตจนถึงคลองแสนแสบ ความยาวประมาณ 20 กม. จากการตรวจสอบพบว่าเขื่อนบริเวณจุดดังกล่าวได้เกิดการสไลด์ตัวและดินยุบลงไป เนื่องจากระดับน้ำในคลองลดลง ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในวันพรุ่งนี้(22 ม.ค.)สำนักการระบายน้ำจะเข้าดำเนินการทุบเขื่อนบริเวณที่เสียหายทิ้ง จากนั้นจะตอกเสาเข็มใหม่ ให้มีความลึกมากขึ้น จากเดิมเสาเข็มมีความลึก 18 ม. อาจจะเพิ่มความลึกเป็น 20 ม. หรือ 24 ม. หรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก ส่วนสำนักการโยธาจะเข้ามาร่วมสำรวจชั้นดินว่าจะต้องตอกเสาเข็มให้มีความลึกขนาดเท่าใด รวมถึงความถี่ของเสาเข็มที่ตอก เพื่อให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการก่อสร้างเขื่อนใหม่ ไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติม เพราะเขื่อนดังกล่าวยังอยู่ในสัญญาการก่อสร้าง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 59 และจะหมดสัญญาในเดือนมิ.ย.63 นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำสำรวจเขื่อนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครว่ามีเขื่อนใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง รวมถึงให้ประสานกรมชลประทานในการปล่อยน้ำลงมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการเพาะปลูก

ส่วนบริเวณถนนเรียบคลองลำนกแขวก ซอยสุวินทวงศ์ 42 เขตหนองจอก ซึ่งเกิดการทรุดตัวลงเมื่อวันที่ 11 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยสาเหตุเกิดจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้น้ำในคลองลดลงอย่างต่อเนื่อง จนดินใต้พื้นผิวจราจรทรุดตัวและสไลด์ลงคลองตลอดแนวถนน และถนนเริ่มมีรอยแยกก่อนจะทรุดลงเรื่อยๆ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา และสำนักงานเขตหนองจอก ได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขแล้ว โดยการปรับหน้าดินให้เรียบ และตอกเสาเข็ม เพื่อทำแนวป้องกันการเคลื่อนตัวของชั้นดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้เทปรับหน้าดินเพิ่ม เพราะจะยิ่งทำให้ดินที่อยู่ชั้นล่างรับน้ำหนักไม่ไหว ส่วนการแก้ไขระยะยาวจะหาแนวทางก่อสร้างเขื่อนป้องกันต่อไป

https://mgronline.com/qol/detail/9630000006638



napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 21st, 2020, 12:11 PM   #2935
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

สิ้นหวัง! แล้งกระหน่ำคลองแห้งขอดแพเกยตื้นข้ามปี-ข้าวแห้งตายคาทุ่งสุดลูกหูลูกตา

เผยแพร่: 21 ม.ค. 2563 10:52 ปรับปรุง: 21 ม.ค. 2563 13:04 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นครสวรรค์ - ภัยแล้งกระหน่ำหนัก.. ชาวนาเก้าเลี้ยวสิ้นหวังพากันปล่อยต้นข้าวแห้งตายคาทุ่งสุดลูกหูลูกตา ขณะที่คลองสาขาน้ำยมขอดก้นจนเรือนแพเกยตื้นตั้งดินข้ามปี ทำบวบเสียหายระนาว





วันนี้ (21 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ตระเวนสำรวจสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พบว่าคลองบางเคียน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง คลองสาขาของแม่น้ำยมแห้งขอดไม่มีน้ำตลอดสาย หมู่บ้านเรือนแพหลายสิบหลังคาเรือนต้องปล่อยให้เรือนแพเกยตื้นและลาดเอียงอยู่ในลำคลองจนได้รับความเสียหาย

ชาวแพในพื้นที่บอกว่าปีนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งหนักหนาสาหัสกว่าทุกปี คลองบางเคียนที่เป็นคลองสาขาของแม่น้ำยมที่ไหลมาจากจังหวัดพิจิตรนั้น แห้งขอดมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดแพทุกหลังที่อาศัยอยู่ในคลองมีลักษณะเกยตื้นอยู่ก้นคลองทั้งหมด ลูกบวบไม้ไผ่ใต้แพแตกเสียหายเป็นจำนวนมาก ต้องซ่อมแซมหลังละกว่า 1 หมื่นบาท



และแม้ว่าก่อนหน้านี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายพื้นที่ได้นำรถแบ็กโฮลงขุดร่องน้ำในลำคลองให้ชาวบ้านเพื่อช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว แต่น้ำก็ยังแห้งไปจนหมด นอกจากนี้ ลำคลองที่แห้งขอดยังส่งผลกระทบต่อชาวนาในพื้นที่ ไม่มีน้ำทำนาแล้วยังส่งผลกระทบทั้งด้านอุปโภคและบริโภคด้วยเช่นกัน



ขณะที่เกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานหลายพื้นที่ต้องปล่อยให้พืชผลทางเกษตรกรให้ยืนต้นตายเนื่องจากไม่สามารถหาน้ำใส่นาข้าวได้ เช่น เกษตรกร อ.เก้าเลี้ยว ต้องตัดสินใจทิ้งนาข้าวอายุข้าวเพียง 4 สัปดาห์ให้ยืนต้นตายคาแปลงนา เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติและคลองสาธารณะแห้งขอดไม่เหลือนำให้ใช้




นางวรรณา พรหมเพียร เกษตรกร ต.มหาโพธิ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเองนั้นทำนาเกือบหนึ่งร้อยไร่ โดยก่อนหน้านี้เคยลงขันร่วมกับชาวนาคนอื่นๆ ช่วยกันสูบน้ำจากคลองสาธารณะมาใส่นาข้าว แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งจัด ประกอบกับน้ำในคลองสาธารณะมีน้อยจึงไม่สามารถนำน้ำมาเยียวยานาข้าวได้ ล่าสุดต้องปล่อยให้ข้าวที่ปลูกไว้ทั้งหมดยืนต้นแห้งตาย ในขณะที่ชาวนาคนอื่นๆ ที่ไม่มีแหล่งน้ำของตนเองก็ประสบปัญหาภัยแล้งด้วยเช่นเดียวกัน

https://mgronline.com/local/detail/9630000006479

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 21st, 2020, 08:26 PM   #2936
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

โคราชประกาศ 7 อำเภอประสบภัยแล้ง ห้ามเกษตรกรทำนาปรังหลังพบเห็นฝ่าฝืนคำเตือนหลายพื้นที่

21 มกราคม พ.ศ. 2563


21 ม.ค.63 - นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา และ เขื่อนลำนางรอแง อีก 1 แห่งของ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้ภาพรวมมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลืออยู่เพียง 286 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 28 ของความจุเขื่อนทั้งหมด ซึ่งถือว่าในปีนี้เหลือปริมาณน้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ โดยเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 143 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุเขื่อน , เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 13 ของความจุเขื่อน , เขื่อนมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุเขื่อน , เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 76 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุเขื่อน และเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 18 ของความจุเขื่อน

โดยปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องมีมาตรการบริการจัดการน้ำควบคุมการใช้น้ำอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะน้ำเพื่อการเกษตรหรือทำนาปรัง ในปีนี้ทุกเขื่อนจะไม่มีการส่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานที่มีพื้นที่อยู่ประมาณ 700,000 ไร่ทำนาปรังโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานรับทราบแล้ว แต่ก็ยังพบหลายพื้นที่มีการแอบลักลอบปลูกข้าวนาปรังกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกษตรกรที่ฝ่าฝืนคำเตือนมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำทำการเกษตร และผลผลิตได้รับความเสียหายสูงมาก อย่างไรก็ตามชลประทานยืนยันว่า การบริหารจัดการน้ำยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชลประทานจะมีน้ำอุปโภคบริโภคไปตลอดฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน

ขณะที่โซนพื้นที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้างครอบคลุมทั้งอำเภอ โดยเฉพาะสระจระเข้ บ้านสระจระเข้ ตำบลโนนไทย ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่แห่งน้ำดิบที่ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในตัวอำเภอโนนไทย เทศบาลตำบลโนนไทย โรงพยาบาล วัด โรงเรียน สถานีตำรวจ และชุมชน ขณะนี้น้ำในสระแห้งขอดจนเห็นดินก้นสระมาหลายเดือนแล้ว แม้ว่าจะมีการผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตำบลบัลลังก์ แต่ผันน้ำมาได้วันละไม่มาก ทางเทศบาลตำบลโนนไทยฯต้องทำการขุดร่องน้ำก้นสระเพื่อให้มวลน้ำไหลไปรวมกันเพื่อสูบน้ำไปกักเก็บไว้สระด้านบนเพื่อเป็นน้ำดิบผลิตประปา ซึ่งสระด้านบนสามารถผลิตประปาแจกจ่ายได้เพียงไม่เกิน 2 เดือนก็เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว ทำให้ทางจังหวัดฯต้องลงไปช่วยเหลือหาน้ำสำรองโดยด่วน เบื้องต้นมีการผันน้ำมาจากลำตะคองมาช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อ.โนนไทยฯต้องเปิดจ่ายน้ำเป็นเวลาคือ ช่วงเช้า เวลา 05.00 – 08.00 น. และช่วยเย็น 15.00 – 20.00 น. พร้อมทั้งออกประชาสัมพันธ์ไปตามบ้านเรือนราฏรให้ประหยัดน้ำ ขอให้ใช้น้ำเฉพาะการอุปโภค บริโภค เท่านั้น

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่าได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ภัยแล้ง) รวม 7 อำเภอ 52 ตำบล 512 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 13 ชุมชน ได้แก่ อำเภอแก้งสนามนาง - เทพารักษ์ - จักราช - โชคชัย - ปักธงชัย - โนนสูงและอำเภอโนนไทย รวมทั้งคงจะมีการประกาศเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆต่อไป ล่าสุดวันนี้มีการแจกจ่ายน้ำ 25 หมู่บ้านใน 8 อำเภอ และกำลังแก้ปัญหาอยู่ 289 หมู่บ้าน ส่วนโรงพยาบาลที่มีน้ำใช้แค่เดือนมีนาคม คือโรงพยาบาลอำเภอแก้งสนามนาง , โรงพยาบาลอำเภอบัวลาย และโรงพยาบาลอำเภอเทพารักษ์

https://www.thaipost.net/main/detail/55114



napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 21st, 2020, 08:29 PM   #2937
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

วิกฤต! เขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำน้อยสุดในรอบ 53 ปี ชลประทานเดินหน้าผันน้ำสู้ภัยแล้ง

21 มกราคม พ.ศ. 2563



21 ม.ค.63 - นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 (ขอนแก่น) เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ประจำปี 2563 พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์ และรถบรรทุกน้ำ สำหรับการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานกลาง หลังพบว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ขอนแก่น,กาฬสินธุ์,มหาสารคาม,ร้อยเอ็ด และ จ.ชัยภูมิ มีน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 กล่าวว่ายอมรับว่าขณะนี้ภาพรวมในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก จึงต้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2562/63 ที่สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเน้นหนักในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้ง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการ ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ติดตาม ประเมินวิเคราะห์แนวโน้มของสถานการณ์น้ำ รวมถึงแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชนด้วย

"วันนี้เราจะเน้นหนักในเรื่องของการใข้น้ำอย่างประหยัด ด้วยการส่งขบวนรถกระจายเสียงไปในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านต่างๆ เพื่อย้ำเตือนและแนะนำการใช้น้ำอย่างประหยัด นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องจักร และเครื่องมือต่างๆจำนวน 155 รายการ ที่ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปเตรียมความพร้อม ไว้ที่โครงการชลประทานทั้ง 5 จังหวัด ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที"

นายศักดิ์ศิริ กล่าวต่ออีกว่า น้ำในเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีน้ำที่อยู่ในระดับที่น้อยมาก โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีระดับน้ำเก็บกักเหือเพียง 463.86 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นน้ำเก็บกักที่น้อยมากในรอบ 53 ปี ดังนั้นกรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการน้ำด้วยการผันน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มาช่วยเขื่อนอุบลรัตน์ ตามมาตรการช่วยเหลือภัยแล้ง เพื่อลดการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ให้น้อยกว่าแผนเดิม โดยการใช้น้ำต้นทุนจากเขื่อนลำปาว ส่วนที่ระบายออกจากแปลงนาหลังหว่านข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว เป็นลักษณะการใช้น้ำรอบสอง ซึ่งจะไม่กระทบกับแผนการระบายน้ำไปช่วยลุ่มน้ำชีตอนล่าง ซึ่งน้ำส่วนที่ระบายออกจากแปลงนาส่วนนี้จะไหลกลับลงลำปาว และลงแม่น้ำชีหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด จากนั้นยกระดับเก็บกักน้ำเขื่อนร้อยเอ็ดให้สูงกว่าระดับเก็บกัก 1 เมตร เพื่อให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนวังยาง มีระดับสูงกว่าหรือใกล้เคียงระดับน้ำเหนือเขื่อนร้อยเอ็ด แล้วสูบน้ำย้อนกลับจากท้ายเขื่อนวังยางไปเก็บกักไว้ที่หน้าเขื่อนวังยาง โดยใช้เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวน 6 เครื่อง อัตราการสูบวันละ 180,000 ลบ.ม. เริ่มทดลองสูบน้ำมาตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.-13 ก.พ.

"การบริหารจัดการน้ำดังกล่าวจะสามารถลดการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ลงได้วันละ 50,000 ลบ.ม. รวมแล้วประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนหน้าเขื่อนวังยางได้ 6 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาระดับน้ำให้กับการประปาสาขาเมืองมหาสารคาม และประปาหมู่บ้าน เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและร้อยเอ็ดบางส่วน ในช่วงฤดูแล้งนี้ อย่างไรก็ตามการผันน้ำจากเขื่อนลำปาว ไปช่วยพื้นที่ที่ต้องการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งมีน้ำน้อยมาก เป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอไปจนถึงช่วงต้นฤดูฝนปีนี้

https://www.thaipost.net/main/detail/55111

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 21st, 2020, 09:03 PM   #2938
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

ย้ำน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ใช้ได้แค่ 31 พ.ค.นี้ นักเที่ยวแห่ชมซากวัดโคกใหญ่

เผยแพร่: 21 ม.ค. 2563 16:00 ปรับปรุง: 21 ม.ค. 2563 16:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เขื่อนอุบลรัตน์ยังน่าห่วง ใช้น้ำก้นอ่างไปแล้ว 115 ล้าน ลบ.ม. ประชาชน 2 จังหวัดเหนือเขื่อนต้องจำกัดใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น ยันน้ำสามารถใช้ได้ถึง 31 พ.ค.นี้ก่อนเข้าสู่ฝนใหม่ ด้านนักท่องเที่ยวแห่ชมซากวัดโคกใหญ



วันนี้ (21 ม.ค. 63) สถานการณ์ปริมาณน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ล่าสุดขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 465 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่าง โดยขณะนี้ได้ใช้น้ำสำรองหรือน้ำก้นอ่างไปแล้ว 115 ล้านลูกบาศก์เมตร จากแผนการสำรองน้ำก้นอ่าง 300 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่อยู่ในขณะนี้ถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่น้อยในรอบ 40 ปี ทำให้เห็นสันดอนทรายที่บริเวณหน้าเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีความยาว 200 เมตรโผล่ขึ้นมาให้เห็น หลังจากที่ปริมาณน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ลดลง ซึ่งตลอดทั้งปี 2562 มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมเพียง 370 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เขื่อนจำเป็นต้องนำน้ำก้นอ่างมาใช้เพื่ออุปโภคบริโภค

นายณัฐวรรธน์ ถิระวณิชยางกูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6 ระบุว่า ปัจจุบันได้ส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว โดยชลประทานขอยืนยันว่าน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนจะสามารถส่งให้เกษตรกรและชาวบ้านได้จนถึง 31 พฤษภาคมปีนี้

จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ทางด้านของโครงการฝายหนองหวายยังมีการนำรถออกประชาสัมพันธ์ตามพื้นที่ที่ติดคลองชลประทานให้งดทำการเกษตร โดยเฉพาะพืชที่ต้องใช้น้ำมาก เนื่องจากพบว่ามีการลักลอบสูบน้ำ ขึ้นไปใช้ทำการเกษตร ระหว่างที่มีการปล่อยน้ำจากโครงการเพื่อให้ผู้นำหมู่บ้านสูบน้ำเข้าบ่อใช้เป็นน้ำดิบผลิตน้ำประปา

ทั้งนี้ ผลจากระดับน้ำที่ลดลงมากเป็นประวัติการณ์ทำให้มองเห็นซากวัดบ้านโคกใหญ่ ในพื้นที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ซากอุโบสถได้โผล่ให้เห็นได้อย่างชัดเจนเนื่องจากระดับน้ำได้ลดลง มองเป็นซุ้มประตูทางเข้าโบสถ์จำนวน 3 ซุ้มที่ยังหลงเหลืออยู่ เห็นฐานของพระประธานโดยมีรอยการก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนจนสามารถลงจากเรือไปยืนได้


อีกทั้งยังมียอดใบเสมากำลังปริ่มน้ำมองเห็นได้ชัดเจน มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมซุ้มประตู หลายรายได้นำดอกไม้มากราบไหว้ และยังมีข่าวว่ามีชาวจังหวัดขอนแก่นรายหนึ่งได้มากราบไหว้ขอให้ได้โชคถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 และก็ถูกจริงได้เงิน 12 ล้านบาท และจ้างหมอลำคณะใหญ่มาแสดงแก้บนด้วย

https://mgronline.com/local/detail/9630000006658







napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 22nd, 2020, 12:38 PM   #2939
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

เลื่อนปลูกข้าวนาปี 12ทุ่งลุ่มเจ้าพระยา-บางระกำ หวังพายุฤดูร้อนคลายแล้ง

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563

22 มกราคม 2562 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้นโยบายระดมความช่วยเหลือเต็มความสามารถทุกหน่วยงานในการเข้าถึงแก้ไขบรรเทาปัญหาประชาชนประสบสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งสถานการณ์น้ำปีนี้มีน้อยกว่าปีที่แล้วกว่า7พันล้าน ลบ.ม. โดยเราสามารถบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งนี้เข้าสู่เดือนที่3 มีการใช้น้ำทั่วประเทศไปแล้ว 43% ได้ใช้น้ำไปแล้ว7พันล้านลบ.ม. จากน้ำต้นทุนที่จัดสรรไว้ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ 1พ.ย.62-30 เม.ย.63 ในส่วน22จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำแล้ว51% จาก 4 เขื่อนหลัก(ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย ป่าสัก) ซึ่งยืนยันว่าสำหรับน้ำดิบป้อนการประปานครหลวง มีเพียงพอแน่นอนให้กับประชาชน กรุงเทพฯและปริมณฑล กว่า10ล้านคน ที่เป็นความทุ่มเทและตั้งใจของกระทรวงเกษตรฯ

ขณะที่นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน กรมชลประทาน กล่าวว่าการจัดสรรน้ำทั่วประเทศ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะสิ้นสุดฤดูแล้ง 30 เม.ย. 63 และได้วางแผนสำรองน้ำไว้ อุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ จนถึงเดือนก.ค.63 เผื่อกรณีเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปริมาณฝนปีนี้ มาช้าและตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ล่าสุด ปริมาณน้ำใช้การได้ทั่วประเทศ มีประมาณ 2.3 หมื่นล้านลบ.ม. หรือ45% ได้ใช้มาจากเดือน พ.ย.62 ซึ่งยังไม่เกินแผน โดยดูภาพรวมทั้งประเทศ จะมีน้ำสำรอง ไว้ใช้จนถึงเดือนก.ค.อีก1.1หมื่นล้านลบ.ม. ขณะนี้ระบายไปแล้ว7 พันล้านลบ.ม.

สำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีน้ำใช้การได้ 3.9 พันล้านลบ.ม. หรือ 22% วางแผนผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง กว่า 500 ล้านลบ.ม. มาช่วยลุ่มเจ้าพระยา เพราะมีการใช้น้ำเกินแผน 7% เนื่องจากฤดูฝน ที่ผ่านมาทำนาปี ได้ช้ากว่าเดิม เพราะประสบภัยแล้งมาจึงบริหารจัดการน้ำ เสริมให้ไป

“ปริมาณน้ำ 3.9พันล้านลบ.ม. เหลือช่วงฤดูแล้งอีก 100 วัน สิ้นสุดฤดูแล้ง 30 เม.ย. คงการระบายวันละ18ล้านลบ.ม. ไม่สนับสนุนปลูกข้าวนาปรังโดยจะระบาย 1.8พันล้าน เหลือน้ำสำรองไว้ต้นฤดู 1.1พันล้านลบ.ม. ยืนยันว่าปริมาณน้ำลุ่มเจ้าพระยา เพียงพอกินใช้ รักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม และสำรองไว้ต้นฤดูฝนแน่นอน ในเรื่องน้ำเค็ม รุกตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผ่านมาบางช่วงไม่อาจสูบน้ำได้ และน้ำประปามีรสกร่อย หลังปีใหม่ ได้เพิ่มระบายน้ำมาชะลอความเค็ม ทำให้การประปา สูบไปใช้ได้ ควบคุมค่าความเค็มได้ สามารถสูบได้ 24ชม. ระดับความเค็มไม่เกิน 0.5 กรัมต่อลิตร หากเกินการประปาจะหยุดสูบ แม้ว่าช่วงปีใหม่ เกิดปัญหาความเค็มเกินหลายชั่วโมง ในขณะนี้สามารถคุมได้ ผันน้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน และมาลงแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 110 ลบ.ม.ต่อวินาที และรับมือน้ำทะเลหนุนสูง 24-26 ม.ค.นี้ น้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง แต่ไม่สูงเท่าต้นเดือน-กลางเดือน ที่ผ่านมา จะไม่เกิดปัญหาความเค็มเข้าระบบประปา” นายสัญญา กล่าว

สำหรับปัญหาน้ำดิบขาดแคลนผลิตประปาอ.เมือง ฉะเชิงเทรา อ.บางประกง ได้เพิ่มน้ำจากคลองชัยนาท -ป่าสัก ลงคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพิ่มน้ำจากเขื่อนนฤบดินทรจินดา หรือเขื่อนห้วยโสมง พร้อมกับการประปาภูมิภาค ประสาน บริษัทอิสวอเตอร์ สนับสนุนน้ำมาเพิ่มด้วย ในส่วนภัยแล้งในพื้นที่อีสานได้แก้ไขความ เดือดร้อนน้ำกินใช้ ที่จ. บุรีรัมย์ สูบน้ำจากลำปลายมาศ มาลงอ่างห้วยจระเข้มาก และ รพ.สุรินทร์ มีน้ำให้เพียงพอ เพราะอ่างห้วยเสนง มีน้ำมาก รวมทั้งเขื่อนอุบลรัตน์ ลดระบายเหลือวันละ5แสนลบ.ม. เพื่อสนับสนุนประปา พร้อมกับบริหารจัดสูบน้ำจากเขื่อนลำปาว ที่มีน้ำมากไปช่วยทำให้ลดการระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์ ได้ 6 ล้านลบ.ม.ช่วงฤดูแล้งนี้



เมื่อถามถึงสถานการณ์พายุ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน นายสัญญา กล่าวว่าอาจมีพายุฤดูร้อน เข้ามาช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ได้ฝนมาช่วยคลีคลาย สถานการณ์ภัยแล้ง ส่วนพายุจร ยังค่อนข้างไกล ทั้งนี้ตามปกติ จะมีพายุเข้ามาทุกปี ส่วนฝนตกล่าช้า ต่ำกว่าเกณฑ์ อาจกระทบพื้นที่นาปรังกว่า 1.71ล้านไร่ ที่เกษตรกร ทราบดีถึงสถานการณ์น้ำ ว่าจะต้องช่วยเหลือตัวเอง และปัญหาระหว่างรายทางมีการสูบ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กองทัพภาค ลงพื้นที่ทุกจุด ขอความร่วมมืองดสูบน้ำ และพื้นที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว อย่าปลูกต่อเนื่อง ซึ่งวิกฤติภัยแล้งปีนี้ยังเป็นอันดับ2 เทียบจากปริมาณฝนตกต่ำจากเกิดวิกฤติแล้งที่สุดของประเทศไทยปี 22 ในรอบ 60 ปี


“เฝ้าระวังวันที่ 24-26 ม.ค.น้ำทะเลหนุนสูงอีกรอบ ที่ผ่านมาดึงน้ำแม่กลอง ไปแล้ว มาเสริมผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา 300 ล้านลบ.ม. เหลืออีก 500 ล้านลบ.ม. ซึ่ง รมว.เกษตรฯได้ให้นโยบายไปแล้วว่าสามารถดึงน้ำแม่กลอง มาเพิ่มได้อีกเพราะมีการ วิเคราะห์แล้วว่าถ้าดึงมาได้ไม่มีผลกระทบกับประชาชน เกษตรกร ลุ่มน้ำแม่กลอง” นายสัญญา กล่าว

นายสัญญา กล่าวว่าสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มที่พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 12 ทุ่ง จะงดแผนปรับเลื่อนเวลาเพาะปลูกก่อน และทุ่งบางระกำ ที่แผนเดิมปลูกก่อนในวันที่ 1 เม.ย. อาจงดไป ให้กลับไปเพาะปลูกตามฤดูกาล ให้มีฝนต้องตกตามฤดูกาลก่อนจึงลงมือเพาะปลูก เพราะปริมาณน้ำที่จะนำมาให้ปลูกก่อนไม่เพียงพอ การเพาะปลูกรอบใหม่ต้องรอน้ำฝน อย่างไรก็ตามจะประชุมกับทุกหน่วยงานภายในเดือนก.พ.นี้ หารือในเรื่องการประกาศเลื่อนปลูกข้าวนาปี หรือไม่ เนื่องจากปริมาณฝนตกต่ำกว่า ค่าเฉลี่ย ในเดือนพ.ค.- มิ.ย. ประมาณ 5% ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปี ลุ่มเจ้าพระยา อาจเริ่มตามฤดูกาลเดือนระหว่างเดือน พ.ค. -มิ.ย.เช่นกัน ทั้งนี้พื้นที่22จังหวัดเจ้าพระยา ต้องสำรองน้ำไว้ใช้อีก3เดือน ให้ถึงเดือน ก.ค.63

https://www.naewna.com/local/468004
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 22nd, 2020, 01:32 PM   #2940
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,678
Likes (Received): 6444

ถอดบทเรียนความสำเร็จสิงคโปร์ จากประเทศขาดแคลนน้ำสู่ผู้นำระดับโลกด้านบริหารจัดการน้ำ

11 มกราคม 2020

“แหล่งน้ำจืด” เป็นหัวข้อที่มีการหารือกันอย่างเข้มข้นในเวทีระดับโลก และเป็นความกังวลของทั่วโลก รายงาน “Global Water Crisis: The Facts” ในปี 2560 จาก United Nations University Institute for Water, Environment and Health, Hamilton, Canada ได้จากการรวบรวมผลการศึกษาและสถิติด้านน้ำเกือบ 100 ชิ้น ระบุว่า แม้ว่าน้ำจะปกคลุมโลกกว่า 70% ของพื้นที่ แต่แนวคิดที่ว่าน้ำมีมากมายถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก แท้ที่จริงแล้วมีเพียง 2.5% ของปริมาณน้ำในโลกที่เป็นน้ำจืด และจากปริมาณน้ำจืดที่จำกัดนี้ ภายในปี 2593 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรโลกกว่า 3,900 ล้านคนจากประชากรที่คาดว่าจะสูงถึง 9,700 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 40% จะต้องใช้ชีวิตลุ่มน้ำที่สุ่มเสี่ยงจะไม่มีน้ำจืดใช้อย่างเพียงพอ

หลายประเทศในหลายภูมิภาคทั่วโลกเริ่มประสบวิกฤติน้ำ หลายประเทศเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ แต่ไม่ใช่ที่สิงคโปร์ ประเทศที่เคยมีปัญหาขาดแคลนน้ำมากที่สุดในโลก จนต้องซื้อน้ำจากมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้าน สิงคโปร์มีการวางแผนพัฒนานวัตกรรมระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพจนกลายเป็นผู้นำในอาเซียน ในเอเชีย และในระดับโลกด้านการวิจัยน้ำ

การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนมีความสำคัญต่อสิงคโปร์ อันเป็นประเทศขนาดเล็กมีลักษณะเป็นเกาะ โดยมีพื้นที่เพียงแค่ 700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเล็กกว่ากรุงเทพมหานครถึงสองเท่า แม้จะอยู่ในพื้นที่เขตศูนย์สูตรที่มีฝนตกชุกสิงคโปร์เผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของน้ำอุปโภคและบริโภคเนื่องจากพื้นที่ที่น้อยทำให้มีแหล่งกักเก็บน้ำที่ไม่เพียงพอทำให้จนไม่สามารถจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการในหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์จึงต้องนำเข้าน้ำจากมาเลเซีย บริเวณรัฐยะโฮร์


ที่มาภาพ: https://www.pub.gov.sg/watersupply/f.../importedwater
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับปัญหานี้เป็นอย่างมากเพราะเป็นปัญหาอ่อนไหวต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะสัญญาซื้อน้ำจากมาเลเซียฉบับที่ 2 ตั้งแต่ปี 1962 จะสิ้นสุดลงปี 2061 ซึ่งในสัญญาฉบับนี้สิงคโปร์สามารถขนน้ำจากอ่างเก็บน้ำยะโฮร์ ลิงกี มาเลเซียได้วันละ 1,100,100 ลูกบาศก์เมตร ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ทำสัญญาซื้อขายน้ำจากมาเลเซียในราคาถูกเป็นเวลายาวนานมาแล้ว 1 ฉบับปี 1961 ถึงปี 2011

สิงคโปร์จึงต้องหาวิธีจัดการน้ำอย่างครบวงจรและเป็นรูปธรรม จนกระทั่งปัจจุบันสิงค์โปร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการจัดการน้ำของโลก เห็นได้ชัดเจนจากปัจจุบันที่สิงคโปร์ขายน้ำประปาที่ผลิตจากน้ำดิบจากมาเลเซียกลับไปยังมาเลเซีย และขนน้ำจากมาเลเซียเพียงวันละ 60% ของความต้องการน้ำใช้ในน้ำแต่ละวันในสิงคโปร์

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการจัดการทรัพยากรน้ำคือมุ่งเน้นการจัดการอุปสงค์และอุปทานของน้ำไปพร้อมกัน

การบริหารจัดการอุปสงค์น้ำ
สิงคโปร์เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการลดการใช้น้ำอุปโภคบริโภคในครัวเรือน จากปี 1995 ถึง 2005 ปริมาณการใช้น้ำอุปโภคบริโภคในครัวเรือนลงจาก 172 ลิตรต่อวันต่อครัวเรือนเหลือ 160 ลิตรต่อวันต่อครัวเรือน หากมองในการใช้น้ำในครัวเรือนต่อเดือนของสิงคโปร์นั้นลดลงถึง 10% จาก 21.7 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือนในปี 1995 เหลือ 19.3 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือนในปี 2004

เหตุที่สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการลดการใช้น้ำอุปโภคบริโภคในครัวเรือนลดลงนั้นเนื่องจากสิงคโปร์ใช้กลไกภาษีในการลดความต้องการใช้น้ำลงด้วยด้วยภาษีที่ค่อนข้างสูงและแยกประเภทตามกลุ่มต่างๆ เป็นอย่างดี โดยคิดภาษีเป็นอัตราโดยอัตราแรกคือไม่เกิน 40 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน สำหรับครัวเรือนและไม่ใช่ครัวเรือนในราคา 1.17 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร และอัตราที่สองคือเกิน 40 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือนในราคา 1.40 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้อัตราที่สองนี้มีไว้ใช้สำหรับในครัวเรือนเท่านั้น เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำประปาในครัวเรือนลง

รัฐบาลได้ประกาศขึ้นราคาน้ำอีก 30% ในปี 2017 หลังจากที่ไม่ได้ปรับขึ้นเลยตั้งแต่ปี 2000 เพื่อลดการใช้น้ำ ส่งผลให้การใช้น้ำไม่เกิน 40 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน มีราคา 2.39 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากเกิน 40 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือนจะมีราคา 3.21 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร

สิงคโปร์ยังมีภาษีอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation Tax) ที่เก็บจากปริมาณการใช้น้ำ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า น้ำมีความสำคัญตั้งแต่หยดแรก ซึ่งเก็บถึง 30% ใน 40 ลูกบาศก์เมตรแรก และ 45% หากใช้น้ำเกิน 40 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ภาษีนี้ยิ่งทำให้ลดปริมาณการใช้น้ำของครัวเรือนสิงคโปร์ลงอีก และยังมีค่าลำเลียงน้ำ (water-borne fee) เพื่อชดเชยต้นทุนการบำบัดน้ำใช้แล้วและการบำรุงรักษาเส้นทางลำเลียงน้ำ ซึ่งเก็บในอัตราคงที่ 0.30 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับการใช้ในครัวเรือน แม้ว่าจะเก็บภาษีในอัตราที่สูงแต่รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีการชดเชยราคาให้สำหรับประชากรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก

ปัจจุบันความต้องการน้ำในสิงคโปร์ตกวันละ 430 ล้านแกลลอนหรือเทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิก 782 สระ การใช้น้ำต่อครัวเรือนในประเทศลดลงในหลายปีที่ผ่านมาจาก 172 ลิตรในปี 1995 มาที่ 143 ลิตรในปี 2017 รัฐบาลมีเป้าหมายลดการใช้น้ำต่อครัวเรือนลงเป็น 130 ลิตรในปี 2030

การกำหนดราคาใช้น้ำเป็นอำนาจของคณะกรรมการสาธารณูปโภคสาธารณะ (Public Utilities Board — PUB) และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ



ยุทธ์ศาสตร์ 4 แหล่งน้ำเพื่อความยั่งยืน
การใช้น้ำในปัจจุบันมาจาก 2 ส่วน คือ ภาคในประเทศ 45% และภาคที่ไม่ใช่ในประเทศ 55% และคาดว่าภายในปี 2060 ความต้องการน้ำโดยรวมจะสูงขึ้น โดยที่ภาคที่ไม่ใช่ในประเทศจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 70% ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า ต้องมีการจัดการด้านอุปทานน้ำอย่างเข้มข้นในอนาคต

สิงคโปร์ยังวางรากฐานอุปทานในประเทศที่ยั่งยืน เพื่อรองรับสำหรับความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นด้วยกลยุทธ์ 4 แหล่งหรือ “Four National Tap”

Four National Tap หรือแหล่งน้ำทั้ง 4 แหล่งประกอบด้วย

1) นำเข้าจากมาเลเซีย
2) แหล่งน้ำในประเทศ การกักเก็บน้ำฝน และอ่างเก็บน้ำ
3) การแปลงน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด
4) นำน้ำใช้แล้วทิ้งมาบำบัด ในโครงการ NEWater
น้ำดื่มในสิงคโปร์มากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งน้ำนำเข้าจากมาเลเซีย สิงคโปร์จึงต้องมีทางเลือกอื่น เพราะการมีแหล่งน้ำจำนวนน้อยและการพึ่งพามาเลเซีย จะสร้างปัญหาซับซ้อนให้กับประเทศ โดยเฉพาะในด้านการประมาณการณ์การเพิ่มขึ้นของประชากรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำยะโฮร์ ลิงกีลดลงจาก 84% ในปี 2015 ลงมาที่ 27% ในเดือนมกราคม ปี 2017 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นกลับมาที่ 63% ในเดือนมีนาคม 2018

จากการศึกษาที่เน้นไปยังแหล่งน้ำจากน้ำฝนและการพึ่งพาแหล่งน้ำนำเข้าแล้ว พบว่าแหล่งน้ำดื่มสำคัญของสิงคโปร์ในอนาคตจะมาจากการแปลงน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดและการนำน้ำใช้แล้วมาบำบัดเพื่อใช้ใหม่ (NEWater)


ที่มาภาพ: https://www.pub.gov.sg/watersupply/f...altaps/newater
น้ำทิ้ง น้ำใช้แล้ว และน้ำทะเล เพื่อผลิตน้ำประปาสะอาดระดับโลก
สิงคโปร์มีความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะปกป้องแหล่งน้ำทั้งในด้านของปริมาณและคุณภาพในระยะยาว ด้วยการขยายแหล่งน้ำที่เป็นไปได้ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึงน้ำ พัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำ และลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาสิงคโปร์มีความพยายามที่จะให้ความสำคัญกับการบริหารแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ด้วยการกำหนดขอบเขตและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างชัดเจนทั้งแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้รับการปกป้องและแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้รับการปกป้องบางส่วน ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ก่อมลภาวะได้ในพื้นที่เหล่านั้น ในปัจจุบันพื้นที่ครึ่งหนึ่งของสิงคโปร์ได้รับการพิจารณาเป็นเป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้รับการปกป้องและแหล่งกักเก็บน้ำที่ได้รับการปกป้องบางส่วน คาดการณ์ว่าจะเพิ่มอัตรานี้เป็นสองในสามภายในปี 2009

นอกจากเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำที่เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาน้ำแล้ว สิงค์โปร์ยังมีนโยบายเพิ่มความหลากหลายของแหล่งผลิตน้ำด้วยการผลิตน้ำประปาจากการสลายความเค็มน้ำทะเล และการนำน้ำทิ้งหรือน้ำที่ใช้แล้วมาบำบัดเป็นน้ำประปา ในช่วงแรกนั้นการสลายความเค็มน้ำทะเลเป็นกระบวนการสำคัญที่ผลิตน้ำประปาให้แก่สิงคโปร์เนื่องจากเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเพื่อเป็นน้ำประปายังไม่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ (ความพยายามที่จะเริ่มบำบัดน้ำกลับมาเป็นน้ำประปาเริ่มในทศวรรษที่ 1970)

จนกระทั่งปี 2002 หลังจากการทดลองและตรวจสอบคุณภาพน้ำจากโรงงานบำบัดน้ำต้นแบบ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญรับรองในคุณภาพน้ำที่ปลอดภัยและดื่มได้ ซึ่งคุณภาพของน้ำที่ผ่านการบำบัดนี้ผ่านคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (Environmental Protection Agency of the United States) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ยิ่งไปกว่านั้น น้ำที่บำบัดนี้ยังมีความบริสุทธิ์ที่สูงมากจนสามารถนำไปใช้ผลิตสารกึ่งตัวนำที่ต้องการน้ำที่มีความบริสุทธิ์มากได้

นอกจากคุณภาพของน้ำบำบัดที่ดีกว่าน้ำจากการสลายความเค็มแล้ว ต้นทุนการผลิตของน้ำบำบัดนี้ยังมีราคาต่ำกว่าน้ำจากการสลายความเค็มถึง 2 เท่า จากข้อมูลการบำบัดน้ำในปีแรกของโรงบำบัดน้ำอูลู ปันดัน มีต้นทุนการผลิต 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่โรงงานสลายความเค็มทูแอสอันเป็นโรงงานสลายความเค็มน้ำทะเลระดับเมืองแห่งแรก มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 0.78 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลูกบาศก์เมตร

ในอนาคตรัฐบาลสิงคโปร์มีแผนจะเพิ่มโรงงานบำบัดน้ำเนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าอีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมหลายที่ใช้น้ำบำบัดน้ำนี้ทำให้ปริมาณนั้นหมุนเวียนกลับไปบำบัดเพิ่มขึ้น น้ำประปาที่ได้จากการบำบัดนี้นอกจากจะนำไปใช้อุปโภคบริโภคแล้วก็ยังนำน้ำบางส่วนกลับเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำอีกด้วย

ปัจจุบันแหล่งน้ำจากน้ำทะเลมีสัดส่วน 25% ของน้ำดื่มในสิงคโปร์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2060 โดยมีโรงงานแปลงน้ำทะเลเป็นน้ำจืด 3 แห่ง คือ สิงคโปร์สปริงที่ตั้งขึ้นในปี 2005 ทูแอสสปริงก่อตั้งปี 2013 และ ทูแอสในปี 2018 อีกทั้งยังมีแผนก่อสร้างอีก 2 โรงในปี 2020 ที่ มารินาอีสต์และ เกาะจูร่ง

PUB ยังส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่โรงงานทูแอส เพราะการสลายความเค็มของน้ำทะเลสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ระบบการกรองแบบ reserve osmosis (RO) หรือการระเหย (flash evaporation) แต่ไม่ว่าวิธีการใดต้องใช้พลังงานสูงมากกว่าการบำบัดน้ำทิ้งหรือน้ำใช้แล้ว อีกวิธีหนึ่งหนึ่งคือใช้กระแสไฟฟ้าแยกเกลือและน้ำออกจากกัน (electrochemistry)

สำหรับแหล่งน้ำจากน้ำทิ้งน้ำใช้แล้ว หรือนิววอเตอร์ (NEWater) ถือเป็นการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในสิงคโปร์ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการน้ำทั้งประเทศได้ถึง 40% ด้วยเทคโนโลยี NEWater และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 55% ในปี 2060

สิงคโปร์โดย PUB ได้สร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน (deep tunnel sewerage system — DTSS) เพื่อความยั่งยืน ซึ่ง DTSS เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางน้ำทั้งหมด และเปรียบเสมือทางด่วนของน้ำใช้แล้วไปยังแหล่งกักเก็บกลาง เพื่อบำบัด น้ำที่บำบัดแล้วนี้จะส่งกลับไปที่ NEWater และส่วนหนึ่งปล่อยให้ไหลลงทะเล


ที่มาภาพ: https://www.pub.gov.sg/watersupply/f...salinatedwater
NEWater เป็นรากฐานสำคัญของการจัดการน้ำของสิงคโปร์ และยังคงได้รับความสนใจมากขึ้นในอนาคต NEWater เป็นการรีไซเคิลน้ำใช้แล้วให้กลับเป็นน้ำที่ผ่านการบำบัดคุณภาพสูง เรียกได้ว่า สะอาดปราศจากเชื้อโรค (ultraclean) และสามารถดื่มได้ ด้วยเทคโนโลยี 3 ขั้นตอนของ NEWater ที่ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก

สิงคโปร์มีโรงงานบำบัดน้ำ NEWater 5 แห่ง ซึ่ง 2 แห่งแรกเปิดในปี 2003 ที่ ครันจิ และเบโดะก์ และน้ำที่ได้จากบำบัดนี้นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและระบบทำความเย็นเป็นส่วนใหญ่ แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำจาก NEWater จะถูกส่งไปอ่างเก็บน้ำและผสมกับแหล่งน้ำดิบ ก่อนที่จะนำกลับมาผลิตเป็นน้ำประปาดื่มได้อีกครั้ง

องค์กรมีประสิทธิภาพครอบคลุมปัญหาและไม่ทับซ้อน
สิงคโปร์มีการจัดการน้ำทิ้งและน้ำฝนด้วยองค์กรที่มีประสิทธิภาพประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยด้วยเจตนารมณ์ทางการเมืองที่เข้มแข็ง กฎหมาย และกฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งแรงงานที่มีประสบการณ์และมีแรงกระตุ้น

การบริหารน้ำทั้งหมดของสิงคโปร์ขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการสาธารณูปโภคสาธารณะ (PUB) ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐที่เคยมีภาระหน้าที่บริหารจัดการน้ำดื่ม ไฟฟ้า และก๊าซ จนกระทั่งปี 2001 กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มภาระหน้าที่ของ PUB ให้ครอบคลุมการบริหารจัดการระบบท่อระบายน้ำและน้ำ

ทั้งนี้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีน้ำสูญหายไปจากระบบน้อยมากเพียงแค่ 4.5% เท่านั้นซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในโลก ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมีน้ำสูญหายจากระบบถึง 40-60% จากความครอบคลุมนี้ทำให้สามารถพัฒนาและใช้นโยบายแบบองค์รวม ประกอบด้วยการปกป้องและขยายแหล่งน้ำได้แก่ การกักเก็บน้ำ อุปสงค์ในน้ำ การบริหารจัดการน้ำฝนและน้ำทิ้ง การสลายความเค็มของน้ำ การให้การศึกษาเกี่ยวกับน้ำ และโครงการเพื่อความตระหนักเกี่ยวกับน้ำ

ในปัจจุบัน PUB มีศูนย์ของตนเองสำหรับเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำที่ก้าวหน้าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 50 คน ที่พร้อมให้งานวิจัยที่จำเป็นและการสนับสนุนเกี่ยวกับการพัฒนา

ในด้านของบุคลากร PUB เป็นองค์กรที่ให้เงินเดือนสูงและมีสวัสดิการที่ตอบโจทย์กับสภาพตลาดแรงงานจึงสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้ ประกอบกับการทำงานที่โปร่งใสปราศจากทุจริตอันเป็นแบบฉบับของสิงคโปร์ก็ยิ่งทำให้องค์กรนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พระราชบัญญัติสาธารณูปโภคกำหนดให้ PUB รับผิดชอบงานบริการน้ำทุกด้าน ทั้งการติดตั้ง การก่อสร้างการติดตั้ง การบำรุงรักษาการจัดตั้งการซ่อมแซมหรือการทดแทนบริการติดตั้งน้ำ พระราชบัญญัติฉบับนี้เริ่มใช้ในปี 2001 และมีการแก้ไขในปี 2002 อีกทั้งเกี่ยวข้องกับภาษีน้ำและกำหนดให้คณะกรรมการมีสิทธิที่จะหยุดหรือระงับการจ่ายน้ำ


ที่มาภาพ: https://www.pub.gov.sg/watersupply/singaporewaterstory
คณะกรรมการฯ ยังกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณภาพน้ำ มาตรฐานน้ำดื่ม ภาษีน้ำ และการจัดหาน้ำ พร้อมจัดทำคู่มือการใช้น้ำแก่บริษัทก่อสร้าง สถาปนิก ช่างประปา หน่ยงานรัฐและวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการระบายน้ำทิ้งที่บังคับใช้ปี 1999 และแก้ไขปี 2001 เป็นรากฐานของการก่อสร้างการวางระบบท่อน้ำทิ้งระบบการระบายน้ำ รวมทั้งให้อำนาจคณะกรรมการฯ ในการวางมาตรฐานควบคุม ตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งทุกด้าน กฎหมายยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปกป้องแหล่งน้ำที่เชื่อมโยงกับการระบายน้ำทิ้ง ตลอดจนการขึ้นทะเบียน แนวปฏิบัติและการออกใบรับรอง

https://thaipublica.org/2020/01/sing...er-management/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:55 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us