New Proposals and Projects Thread. - Page 157 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > New Highrise developments

New Highrise developments Come see whats on the rise in this capital


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old October 19th, 2019, 09:11 PM   #3121
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

อสังหาฯ รอบกรุงขายไม่ออก 6 แสนล้าน ทาวน์เฮาส์ย่านบางใหญ่เหลือเยอะสุด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ต.ค. 2562

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจช่วงครึ่งแรกปี 62 มีจำนวนโครงการที่ยังอยู่ระหว่างขาย 1,670 โครงการ เหลือขายจำนวน 152,149 หน่วย มูลค่า 669,670 ล้านบาท โดยโครงการบ้านจัดสรรมีทั้งสิ้น 1,137 โครงการ เหลือขาย 87,180 หน่วย มูลค่า 404,369 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดมี 533 โครงการ เหลือขาย 64,969 หน่วย มูลค่า 265,301 ล้านบาท

ส่วนทำเลบ้านจัดสรรที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.ทำเลบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย มีจำนวน 15,008 หน่วย มูลค่า 65,681 ล้านบาท 2.ทำเลลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ มี 13,046 หน่วย มูลค่า 44,523 ล้านบาท 3.ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มี 9,095 หน่วย มูลค่า 41,793 ล้านบาท 4.ทำเลเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มี 7,337 หน่วย มูลค่า 20,861 ล้านบาท 5.ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง มี 5,567 หน่วย มูลค่า 25,728 ล้านบาท โดยเหลือขายในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาทมากที่สุด

ส่วนทำเลบ้านจัดสรรที่ขายได้ใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.ทำเลบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย มีจำนวน 2,813 หน่วย มูลค่าขาย 12,609 ล้านบาท 2.ทำเลบางพลี-บางบ่อ- บางเสาธง จำนวน 2,206 หน่วย มูลค่าขาย 9,069 ล้านบาท 3.ทำเลเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ จำนวน 1,532 หน่วย มูลค่า 4,638 ล้านบาท 4.ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง มีจำนวน 1,371 หน่วย มูลค่า 6,598 ล้านบาท 5.ทำเลเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด มีจำนวน 1,357 หน่วย มูลค่าขาย 8,724 ล้านบาท โดยขายได้ใหม่ในประเภททาวน์เฮาส์ และอยู่ในราคา 2.01-3.00 ล้านบาทมากที่สุด ยกเว้นทำเลเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด ได้ขายใหม่ในราคา 3.01-5.00 ล้านบาทมากที่สุด

ส่วนทำเลบ้านอาคารชุดที่เหลือขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.ทำเลห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง มี 8,752 หน่วย มูลค่า 38,240 ล้านบาท 2.ทำเลสุขุมวิท มี 6,436 หน่วย มูลค่า 65,503 ล้านบาท 3.ทำเลเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด มี 6,357 หน่วย มูลค่า 17,086 ล้านบาท 4.ทำเลธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด มี 6,194 หน่วย มูลค่า 22,020 ล้านบาท 5.ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ มี 5,794 หน่วย มูลค่า 7,451 ล้านบาท.

https://www.thairath.co.th/news/busi...estate/1684785
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 21st, 2019, 11:16 AM   #3122
Speed
Registered User
 
Speed's Avatar
 
Join Date: Aug 2004
Location: Bangkok/San Francisco/Los Angeles
Posts: 6,966
Likes (Received): 510

Quote:
Originally Posted by Chad View Post
What structure
they (Mater Dei school) torn down two lo rises facing Soi Langsuan and now preparing foundations it seems...
Speed no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 09:50 PM   #3123
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

แบงก์ชาติส่องตลาดคอนโดฯ ทำเล “สายสีน้ำเงิน-เขียว” เหนื่อย !

วันที่ 21 October 2019

“ดร.สักกะภพ สัตยานุกุล” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำเสนอสถิติแบบรัว ๆ ว่าด้วยหนี้ครัวเรือนที่มีผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์

ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงมานานแล้ว อาทิ ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554, นโยบายรถคันแรกที่หมดอายุในปี 2560 ฯลฯ ปัญหาคนไทยคือเรื่องการออม การใช้จ่าย พฤติกรรมอาจปรับเปลี่ยนค่อนข้างยาก หนี้ครัวเรือนไทยค่อนข้างสูง และเพิ่มค่อนข้างเร็วเทียบกับต่างประเทศ


โดยสัดส่วนไทยมี 1 ใน 3 เท่านั้นที่เป็นหนี้บ้าน เทียบกับเกาหลี มาเลเซีย เป็นหนี้บ้านถึง 50% เจาะพฤติกรรมลูกหนี้ไทยพบว่า 100 บาท คนไทยจ่ายหนี้พรีโลนหรือบัตรเครดิตถึง 42% อีกฝั่งหนึ่งในด้านการออม เคยออมสัดส่วน 15% ของรายได้ ปัจจุบันลดเหลือ 10%

ประชากรไทย 60 ล้านคน ข้อมูลเปรียบเทียบ ณ ปี 2552 มีหนี้ครัวเรือนเฉลี่ย 377,109 บาท/หัว แต่ละคนมีหนี้เฉลี่ย 20% ของรายได้ ล่าสุด ณ ปี 2561 หนี้ต่อหัวเพิ่มเป็น 552,499 บาท สัดส่วนเกิน 30% ของรายได้

ทั้งนี้ มีปรากฏการณ์คนไทยเริ่มเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย กล่าวคือกลุ่มอายุ 29 ปี เมื่อมีหนี้แล้วเป็น “หนี้เสีย-NPL” สัดส่วน 1 ใน 5 หรือเท่ากับคนที่มีหนี้ 21 ล้านคน เป็น NPL จำนวน 3 ล้านคน


รวมทั้งปริมาณหนี้ไม่ลดลง แม้จะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ โดยคนอายุ 60-69 ปี มีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาท และผู้สูงวัยอายุ 70-79 ปี มีหนี้เฉลี่ย 287,932 บาท

สำรวจลึกถึงพฤติกรรมหนี้ครัวเรือนตามกลุ่มอายุ แยกได้ 3 กลุ่มหลัก เริ่มจากกลุ่มอายุต่ำกว่า 30 ปี ก่อหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล รถยนต์ จักรยานยนต์ และหนี้บัตรเครดิต

ต่อมากลุ่มอายุ 35-45 ปี เริ่มกู้ซื้อบ้านโดยมีสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัย 10% ต่อสัดส่วนหนี้ทั้งหมด และกลุ่มอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป มีหนี้สินเชื่อธุรกิจถึง 40% โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเกษตรกรรม

ถัดมาสัดส่วนการกู้ที่เป็นหนี้เสีย พบว่า ภาพรวมหนี้เสียจากมูลหนี้ครัวเรือน 13 ล้านล้านบาท มี NPL 15.9% แต่เมื่อแยกย่อยแล้วเหมือนจะเป็นภาพบวก สำหรับสินเชื่ออสังหาฯ เพราะ NPL สูงสุดเป็นของหนี้ส่วนบุคคลและอื่น ๆ 14.7%

รองลงมา NPL จากสินเชื่อรถยนต์ 13.5% บัตรเครดิต 9.3% สินเชื่อเพื่อธุรกิจ 7.5% ในขณะที่ NPL จากสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีสถิติ 3.8% (ดูกราฟิกประกอบ)

“หนี้เสียเงินกู้บ้านต่ำสุดที่ 3.8% ซึ่งจะเห็นว่าหนี้เสียของรถยนต์กับสินเชื่อบุคคลมีลูกหนี้เป็นกลุ่มอายุ 30 ปี นั่นอีกภายใน 5 ปีจะย้ายมากู้ซื้อบ้าน คำถามคือกำลังซื้อยังเหมือนเดิมไหม ซึ่งแนวโน้มมองว่ากำลังซื้อน่าจะน้อยกว่าเดิม เพราะมีการก่อหนี้ระยะสั้นกับระยะปานกลางไปบ้างแล้ว”

ทั้งหมดนี้เป็นคำอธิบายว่า ปี 2562 จึงได้เห็นแบงก์ชาติออกมาตรการต่าง ๆ นานา เพื่อให้มีสินเชื่ออย่างเหมาะสมสำหรับผู้กู้รายย่อย เช่น

“พอร์ตแบงก์ยังกำไรได้อยู่ แต่คนที่เขาทิ้งไว้ข้างหลัง (ก่อหนี้เกินจำเป็น NPL สูง) ก็ไม่แฟร์กับสังคม จึงต้องมองการปล่อยหนี้ในระยะยาวด้วย”

สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย จุดโฟกัสถึงผลกระทบจากมาตรการ LTV-loan to value (มาตรการเพิ่มเงินดาวน์ 20% ในการขอสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมสัญญาที่ 2 เป็นต้นไป) พบว่า ครึ่งปีแรก 2562 สินเชื่อปล่อยใหม่โต 14.2%

แบ่งเป็นการกู้สัญญาแรกโต 14% ยอดกู้บ้านแนวราบโต 17.9% คอนโดฯยังโตที่ 5.8%

สวนทางกับยอดขอสินเชื่อสัญญาที่สอง หรือบ้านหลังที่สอง พบว่าสินเชื่อปล่อยใหม่ติดลบ -13% โดยสินเชื่อบ้านแนวราบยังโต 3.7% แต่คอนโดฯติดลบ -25%

แบงก์ชาติสรุปความสำเร็จจากมาตรการ LTV ว่า ไตรมาส 1/62 ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่โต 27% โดยยอมรับว่าเป็นผลจากการเร่งโอนในไตรมาส 1/62 (เพื่อหนีผลกระทบ LTV) ในขณะที่ไตรมาส 2/62 สินเชื่อปล่อยใหม่ยังโต แต่โตเพียง 2.4% หรือเป็นการโตที่ชะลอตัวลง

แบงก์ชาติยังพบว่า ผู้ประกอบการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ สถิติ 5 ปี (2557-2561) เฉลี่ยเดือนละ 9,700 ยูนิต เป็นค่าเฉลี่ยของบ้านแนวราบ 4,500 ยูนิต และคอนโดฯ 5,200 ยูนิต/เดือน

ในขณะที่สถิติ ณ เดือนกรกฎาคม 2562 การเปิดตัวอยู่ที่ 9,500 ยูนิต (เก้าพันห้าร้อยยูนิต) ถ้ายังรักษาระดับการเปิดตัวไม่สูงแบบนี้ไว้ได้ต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อซัพพลายในตลาดรวม

อีกตัวเลขคือ “ยอดเงินโอนระหว่างประเทศเพื่อซื้ออสังหาฯในเมืองไทย” โดยปี 2561 มีการโอนเข้ามาเกือบ 1 แสนล้านบาท ล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2562 ยอดโอนลูกค้าต่างชาติ หายไปครึ่งหนึ่ง เหลือ 30,000 ล้านบาทบวกลบ เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วอยู่ที่ 60,000 กว่าล้านบาท

“ระยะเวลาขายหมด (take up rate) โครงการแนวราบไม่น่าเป็นห่วง แต่คอนโดฯต้องจับตามอง เพราะยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือน มาตรการ LTV และมีการเก็งกำไร มีผลทำให้อัตราขายหมดจากเดิม 18 เดือน เพิ่มเป็น 21 เดือน รวมทั้งทำเลขายยากขึ้น มองเห็นในแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว” คำกล่าวของ ดร.สักกะภพ

https://www.prachachat.net/property/news-382644

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 8th, 2019, 10:31 PM   #3124
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

ซิโน-ไทยฯ ผุด “หมอชิตคอมเพล็กซ์” หมื่นล้าน

วันที่ 8 November 2019

มิกซ์ยูสหมื่นล้าน - โครงการอสังหาฯให้เช่าของ "ซิโน-ไทยฯ" บนที่ดิน 11 ไร่ย่านพหลโยธิน ในซอยเฉยพ่วง ซื้อต่อจาก "ยูซิตี้" เครือบีทีเอสกรุ๊ป ปัจจุบันกำลังทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ คาดสร้างต้นปี 2563

“ซิโน-ไทยฯ” แตกไลน์ธุรกิจรับเหมา รุกอสังหาฯให้เช่า ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน เนรมิตที่ดิน ทุบตึกเก่า 11 ไร่ ผุด “หมอชิตคอมเพล็กซ์” ตึกแฝดสูง 36 ชั้น พื้นที่ใช้สอยกว่า 7 หมื่นตารางเมตร ทั้งออฟฟิศบิลดิ้ง พาณิชยกรรม สถานศึกษา ภัตตาคาร ที่จอดรถ รับรถไฟฟ้าบีทีเอส เร่งทำ EIA ลงเสาเข็มต้นปี”63 เสร็จปี’66

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2562 ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินบริษัท หมอชิตแลนด์ จำกัด จาก บมจ.ยูซิตี้ (U) จำนวน 63 แปลง หรือประมาณเนื้อที่ 11 ไร่ วงเงิน 4,320 ล้านบาท ย่านพหลโยธิน ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีหมอชิต ลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 12,110 ล้านบาท ล่าสุดอยู่ระหว่างทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2563-2566


“โครงการนี้เราลงทุนเอง จะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ชื่อว่า “โครงการหมอชิตคอมเพล็กซ์” มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 70,500 ตารางเมตร รูปแบบการพัฒนามีทั้งอาคารสำนักงาน พาณิชยกรรม สถานศึกษา ภัตตาคาร ที่จอดรถ เป็นอาคารแฝด สูง 36 ชั้น และชั้นใต้ดิน 3 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีทางเชื่อมต่อกันที่ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น ชั้นที่ 2-10 ชั้นที่ 33 และชั้นที่ 36 โดยชั้นบนสุดของอาคารมีโครงสร้างเชื่อมกันทำเป็นสวนลอยฟ้า มีร้านค้าและสกายวอล์กเชื่อมบีทีเอสหมอชิต และภายในโครงการจะมีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่าง ๆ รองรับ”

นายภาคภูมิกล่าวอีกว่า สำหรับระยะเวลาดำเนินการโครงการจะใช้เวลาประมาณ 50 เดือน แบ่งเป็นช่วงการรื้อถอนอาคารเดิม จำนวน 6-7 คูหา ประมาณ 5 เดือน และก่อสร้างโครงการประมาณ 45 เดือน โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุน ทางบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากช่องทางต่าง ๆ อาทิ เงินทุนหมุนเวียน, เงินสดจากผลประกอบการที่จะได้รับเป็นปกติจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท, เงินกู้จากสถาบันการเงิน, ออกหุ้นกู้ระยะยาว เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะใช้ตามความเหมาะสม

สำหรับการชำระเงินที่ซื้อที่ดิน วงเงิน 4,320 ล้านบาท จะแบ่งผ่อนชำระ 4 งวด เป็นระยะเวลา 4 ปี งวดแรกชำระวันที่ 1 พ.ย. 2562 จำนวน 1,300 ล้านบาท งวดที่ 2 วันที่ 1 พ.ย. 2563 จำนวน 1,000 ล้านบาท งวดที่ 3 วันที่ 1 พ.ย. 2564 จำนวน 1,000 ล้านบาท และงวดสุดท้ายวันที่ 1 พ.ย. 2565 จำนวน 1,000 ล้านบาท

นายภาคภูมิกล่าวว่า การลงทุนในโปรเจ็กต์นี้ก็ถือเป็นหนึ่งในการที่จะสร้าง recurring income ของบริษัทในระยะยาว ซึ่งจากทำเลและความพร้อมของที่ดินในแปลงนี้สร้างความมั่นใจให้บริษัทได้ว่า นอกจากจะสร้างความคุ้มค่าจากการพัฒนาโครงการได้แล้ว ทางบริษัทก็น่าจะมีข้อได้เปรียบจากการลงมือก่อสร้างเอง ซึ่งสามารถคำนวณต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้พัฒนารายอื่น ๆ ที่ต้องไปจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง

https://www.prachachat.net/property/news-389319

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 12th, 2019, 02:45 PM   #3125
The Lizzard King
Registered User
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 1,449
Likes (Received): 121

A decent block of old shop houses in front of Le Bua and the hospital next door in Silom were demolished and clearing up.

Does anyone know whats planned for that plot?
The Lizzard King no está en línea   Reply With Quote
Old November 14th, 2019, 09:43 PM   #3126
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

ห่วงคอนโด สต๊อกเก่า เจอภาษีที่ดิน

11 Nov 2019

ผู้ประกอบการอสังหาฯกังวลคอนโดฯสต๊อกเก่าพร้อมอยู่ ถูกเรียกเก็บภาษีที่ดินฯ ถ้าขายไม่หมดภายใน 3 ปีหลังพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบังคับใช้ เริ่มต้นปี 2563

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กฎหมายใหม่ที่จะเข้ามาบังคับใช้ช่วงต้นปี 2563 แทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ ที่มีการประกาศใช้ยาวนานมานับ 80 ปี ตามเป้าหมายใหม่ เพื่อให้การจัดเก็บรายได้ไปสู่ท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น และลดความ
เหลื่อมลํ้า การทุจริตคอร์รัปชันในระดับเจ้าหน้าที่นั้นนางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า แม้จะมีการประกาศราคาประเมินใหม่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ แต่ยังคงเป็นตัวเลขเดิมไปอีก 1 ปี ตามรอบบัญชีปี 2559-2563 ไม่ต้องการให้กังวลว่าสิ่งปลูกสร้างจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงแตกต่างกัน เพราะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ตามสิ่งปลูกสร้าง 5 ประเภท เช่น บ้านตามแบบ 36 แบบหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ เช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทจะมีราคาเดียว โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เช่นในอดีต

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างในกระบวนการของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ที่ต้องเร่งหารือ หลังจากเดิมมีราคาประเมินรอไว้ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องแรก แต่กฎหมายใหม่ต้องมีเอกสารสิทธิห้องชุดก่อน ถึงจะจดทะเบียนโอนห้องแรก และค่อยประกาศราคาประเมินตามมา


ด้านนายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ในระยะสั้นช่วง 1-2 ปีแรก ภาพที่เกิดขึ้นกับผู้พัฒนาอสังหาฯ ภาษีดังกล่าวไม่ได้เป็นภาระมากนัก เพราะมีการยกเว้นกลุ่มสร้างใหม่ ลดหย่อน 3 ปี แต่หนักใจในแง่ของหน่วยคอนโดมิเนียมที่เป็นสต๊อกเก่าพร้อมอยู่ ตามภาษีใหม่จะถูกเรียกเก็บด้วย หลังหมดช่วงลดหย่อนให้ ซึ่งไม่ค่อยเห็นด้วย ส่วนระยะต่อไป ผู้ประกอบการคงต้องขยับปรับตัวกลุ่มแนวราบไม่น่ามีปัญหา ง่ายหน่อย ควบคุมซัพพลายได้ พัฒนาเท่าไหร่ถึงไม่กระทบต้นทุน แต่ในกลุ่มคอนโดฯ เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะเป็นตึกสูง บริหารยาก เพราะฉะนั้นอนาคตผู้บริโภคอาจต้องซื้อบ้าน-คอนโดฯราคาแพงขึ้น นายวสันต์กล่าว
นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เชื่อว่าภาษีที่ดินฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2563 แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อคอนโดฯ เพราะค่าภาษีไม่สูงนัก และคาดว่าจำนวนอุปทานใหม่ในปี 2562 จะชะลอตัวลง เนื่องจากนักพัฒนาโครงการเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป รวมถึงการเข้าซื้อพื้นที่เพื่อพัฒนาที่พักอาศัย ซึ่งพวกเขาจะมุ่งเน้นไปที่การขายห้องที่เหลืออยู่ในตลาดแทน อีกทั้งจะยื่นข้อเสนอส่วนลดและโปรโมชันพิเศษ เพื่อที่จะขายทั้งยูนิตที่สร้างเสร็จแล้วและที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างไปพร้อมๆกัน

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,521 วันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2562

https://www.thansettakij.com/content/property/414091
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2019, 07:37 PM   #3127
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

นักวิชาการชี้ลงทุนคอนโดปล่อยเช่าเริ่มมีปัญหาในปัจจุบัน

กองบรรณาธิการ TCIJ 16 พ.ย. 2562

นักวิชาการชี้ลงทุนคอนโดปล่อยเช่าเริ่มมีปัญหาในปัจจุบัน

นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้การลงทุนคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าในปัจจุบันเริ่มมีปัญหาไม่สดใส เพราะเจอทั้งผลตอบแทนที่ไม่สูงเหมือนอดีต การแข่งขันกดราคาจากคู่แข่งและความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจมีตามมา ที่มาภาพประกอบ: Wikimedia Commons

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2562 ว่านายนิติ รัตนปรีชาเวช ผู้อำนวยการโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำบทความเรื่อง”การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า” โดยเฉพาะการลงทุนในคอนโดมิเนียม ว่าหลายคนหวังจะรวยเป็นเศรษฐีอย่างรวดเร็วจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แม้จะมีข้อดีจำนวนมาก หากแต่ก็มีข้อเสียต่างๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพคล่องที่มีจำกัด การไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ การเสื่อมโทรมของอาคาร การใช้ระยะเวลาที่ยาวนานในการลงทุน โดยเฉพาะปัจจุบันที่ผู้คนจำนวนมากต่างมีแนวคิดที่เหมือนกันในการสร้างรายได้เชิงรับจากอสังหาริมทรัพย์ทำให้แนวโน้มของการปล่อยเช่าดูจะยากขึ้น เกิดการหั่นราคาเช่าแข่งกัน และส่งผลให้ค่าเช่ามีแนวโน้มที่ไม่ค่อยจะสดใสเท่าไรนัก

ทั้งนี้ หากคำนวณผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า ปัจจุบันหากหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกไปแล้ว ผู้ที่ลงทุนในคอนโดอาจจะได้รับผลตอบแทนสุทธิที่ร้อยละ 5- 6 และหากคิดเป็นระยะเวลาในการคืนทุนจากการปล่อยเช่าก็อาจจะบอกได้ว่าต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานถึง 20 ปีเลย ดังนั้น แนวคิดที่ว่า ให้ผู้เช่ามาช่วยผ่อนชำระให้เจ้าของคอนโดมิเนียมจนเหมือนได้มาฟรี ๆ อาจไม่ค่อยคุ้มกับความเสี่ยงต่าง ๆ นัก และที่อาจจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว

โดยสรุป การสร้างรายได้เชิงรับจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียมเพื่อการปล่อยเช่าอาจจะไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดนักในเวลานี้ เพราะอัตราผลตอบแทนที่น้อยกว่าในอดีต สถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง ตลอดจนที่มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างรวดเร็วที่พร้อมจะทำให้ความต้องการต่าง ๆ เปลี่ยนไปในทันที หากแต่การลงทุนในการสร้างรายได้เชิงรับจากคอนโดมิเนียม น่าจะยังคงเป็นเครื่องมือที่ดียิ่งในระยะยาวในการต่อต้านภาวะเงินเฟ้อ ตลอดจนการสร้างรายได้ที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ที่มากกว่าการมุ่งเป้าที่การร่ำรวย หรือการมีอิสระภาพทางการเงินอย่างรวดเร็วในระยะสั้น

https://www.tcijthai.com/news/2019/11/current/9568
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2019, 01:53 PM   #3128
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

ค่าส่วนกลางคอนโดกันเท่าไหร่ค่ะ บอกราคาคอนโดด้วยก็ดี

https://pantip.com/topic/39425579
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 24th, 2019, 08:51 PM   #3129
MonkeyBKK
Registered User
 
Join Date: Apr 2010
Posts: 421
Likes (Received): 474

https://www.facebook.com/photo.php?f...&theater&ifg=1

เห็นในเฟสมีการพูดถึงตึก Anakatier world ตอนแรกก็คิดว่าตึกมโนเพราะหาข้อมูลในกูเกิลไม่เจอเลย แต่พอมาลองเสริชใน Facebook ก็เจอพอประมาณเลยเริ่มเอะใจว่าหรือจะเป็นของจริง ตอนนี้ข้อมูลเท่าที่ทราบพอสรุปได้ดังนี้
- สูง 350 m, 88 ชั้น
- อยู่ใจกลางสุขุมวิท (เค้าว่ามางี้)
- น่าจะเป็นอพาทเม้น
- มีงานเปิดตัวค่อนข้างจริงจังไปเมื่อเดือน June

ตอนนี้สงสัยมากว่าของจริงไหม ใครมีข้อมูลเพิ่มไหมครับ
MonkeyBKK no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 03:32 AM   #3130
pop
(~--)~
 
pop's Avatar
 
Join Date: Apr 2005
Location: BKK-KKC
Posts: 1,353
Likes (Received): 441

Quote:
Originally Posted by MonkeyBKK View Post
https://www.facebook.com/photo.php?f...&theater&ifg=1

เห็นในเฟสมีการพูดถึงตึก Anakatier world ตอนแรกก็คิดว่าตึกมโนเพราะหาข้อมูลในกูเกิลไม่เจอเลย แต่พอมาลองเสริชใน Facebook ก็เจอพอประมาณเลยเริ่มเอะใจว่าหรือจะเป็นของจริง ตอนนี้ข้อมูลเท่าที่ทราบพอสรุปได้ดังนี้
- สูง 350 m, 88 ชั้น
- อยู่ใจกลางสุขุมวิท (เค้าว่ามางี้)
- น่าจะเป็นอพาทเม้น
- มีงานเปิดตัวค่อนข้างจริงจังไปเมื่อเดือน June

ตอนนี้สงสัยมากว่าของจริงไหม ใครมีข้อมูลเพิ่มไหมครับ
มันแปลกตรงที่มีงานเปิดตัว แต่ไม่ยักกะเห็นข่าวเลย มารู้ว่ามีตึกนี้ก็ตอนมีคนโพสลงเฟซ เลยงงๆ
__________________

Appleich, MonkeyBKK, Codename B liked this post
pop no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 04:44 AM   #3131
bank045225
Registered User
 
bank045225's Avatar
 
Join Date: Feb 2013
Posts: 119
Likes (Received): 275

สร้างมาเพื่อหลxก นักลงทุน(เม่า)ในเหรียญcto แค่นั้นหละเท่าที่ดู
bank045225 no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 06:48 AM   #3132
Appleich
Appleich
 
Appleich's Avatar
 
Join Date: Apr 2011
Location: BKK/UBP
Posts: 3,072
Likes (Received): 6705

โครงการระดับนี้ แต่ไม่มีสำนักข่าวไหนรายงาน มีแต่โพสต์บน FB ก็ไม่น่าไว้วางใจแล้วละครับ คหสต. คือชื่อโครงการมันรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนจะเป็นโครงการเก๊ไว้หลอก นลท.
__________________
Do Not Go Gentle Into That Goodnight.
Appleich no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2019, 04:00 PM   #3133
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 37,933
Likes (Received): 4775

Looks like a Burj Mubarak
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ćutite, sve što budete rekli može i biće upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old December 4th, 2019, 06:23 PM   #3134
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

4/12/2562

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 10th, 2019, 12:10 PM   #3135
knrOctober
Since 2552
 
knrOctober's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,784
Likes (Received): 1321

ตึกใหม่ที่กระทรวงการคลัง (ถ่ายเมื่อ 5 ธค 62)



ไม่แน่ใจว่ามีกระทู้สำหรับตึกนี้หรือยัง
__________________

wwc234 liked this post
knrOctober no está en línea   Reply With Quote
Old December 11th, 2019, 08:45 AM   #3136
archstudent
not student anymore
 
archstudent's Avatar
 
Join Date: Aug 2003
Location: BKK
Posts: 4,001
Likes (Received): 3177

condo ใหม่ตรงข้ามเรือนจำคลองเปรม ใกล้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใกล้สถานีบางเขน สายสีแดง
สูง 38 ชั้น 144 M.

GPS : 13.850058, 100.558584


archstudent no está en línea   Reply With Quote
Old December 11th, 2019, 12:56 PM   #3137
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

ภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างใหม่ ออกฤทธิ์ 31 คำถามไขข้อข้องใจ จ่ายแบบไหน เท่าไร?

วันที่ 11 ธันวาคม 2562

ภาษีที่ดิน ภาษีสิ่งปลูกสร้างใหม่ ตอบคำถามข้องใจ
สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาหัวข้อ “ไขประเด็น พ.ร.บ. ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างกับกฎหมายลูกร่วม 19 ฉบับที่ต้องรู้” เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2562

กล่าวได้ว่าเป็นเวทีสัมมนาที่คนฟังแน่นห้อง เป็นท้้งเรื่องใกล้ตัวและใกล้กระเป๋าเงิน เพราะมีเวลาอีกเพียง 1 เดือนเศษรัฐบาลเตรียมจัดเก็บจริงในวันที่ 1 มกราคม 2563

โดยมีตัวแทนจาก 3 กรมหลัก ประกอบด้วย “ชุมพล สุวรรณกิจบริหาร” ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายภาษี สำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง “วิลาวัลย์ วีระกุล” รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง

และผู้บริหารที่เป็นตัวแทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,776 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่ไขความกระจ่างภาษีทุกซอกทุกมุม

ที่ดินเกษตร-อยู่อาศัย-อื่น ๆ

ผู้บริหารรัฐให้คาถา 1 เรื่อง คือ ทรัพย์สินถ้าไม่ใช่ “ทำเกษตรกรรม” และถ้าไม่ใช่ “ที่อยู่อาศัย” กฎหมายตีความเป็นประเภท “อื่น ๆ” หรือพาณิชยกรรมการค้าและที่ดินเปล่าทันที

ข้อแตกต่างเพราะบทเฉพาะกาลในกฎหมายใหม่ กำหนดแนวปฏิบัติชัดเจน 2 ปีแรก (2563-2564) ฐานภาษีต่ำไปหาสูง ได้แก่ ที่ดินเกษตรกรรม เริ่มต้นเก็บล้านละ 100-1,000 บาท

ที่อยู่อาศัย เริ่มจัดเก็บล้านละ 200-3,000 บาท, อื่น ๆ (ทำการค้า) เริ่มจัดเก็บล้านละ 3,000-7,000 บาท

และที่ดินเปล่า เริ่มจัดเก็บเท่าประเภททำการค้า คือเริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท

แต่ถ้าหากทุก ๆ 3 ปีเจ้าของที่ดินไม่ทำประโยชน์อะไร ภาษีจะถูกบวกเพิ่มล้านละ 3,000 บาท ทบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนเพดานไม่เกินล้านละ 30,000 บาท หรือเพดานภาษี 3%

ราคาประเมินเลื่อนทางเทคนิค
1. “ราคาประเมินที่ดิน” เปิดวงเสวนาด้วยคำถาม ทำไมการประกาศราคาประเมินที่ดินรอบใหม่จึงต้องเลื่อนออกไป

ข้อเท็จจริง คือ ราคาประเมินที่ดินปัจจุบันเป็นรอบปี 2559-31 ธันวาคม 2563 ประกาศใช้รอบละ 4 ปี

ประเด็นคือ ช่วงรอยต่อปีเก่า-ปีใหม่มีกฎหมายอีกฉบับ “พ.ร.บ.ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ” มีผลบังคับใช้ 22 พฤศจิกายน 2562 ส่งผลให้การทำงานภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดินถูกนำมาบังคับภายใต้กฎหมายใหม่

หมายความว่า ในทางปฏิบัติการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินต้องประกาศล่วงหน้า 1 เดือน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบการประเมินราคาที่ดินก่อนบังคับใช้ ถ้าหากต้องประกาศใช้บังคับบัญชีใหม่ภายใน 1 ธันวาคม 2562 เท่ากับมีเวลาเตรียมตัว 8 วันเท่านั้น

ระยะเวลาน้อยนิดแต่ต้องทำงานภายใต้กฎหมายใหม่ อำนาจหน้าที่ก็ถูกปรับไปขึ้นกับกฎหมายใหม่โดยอัตโนมัติ ผลของการ “ทำไม่ทัน” จึงต้องเลื่อนการบังคับใช้ราคาประเมินรอบใหม่ออกไปอีก 1 ปี

จากเดิมราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ต้องบังคับใช้ 1 มกราคม 2563 เลื่อนเป็น 1 มกราคม 2564 แทน

ผลประโยชน์ตกกับผู้ซื้อทรัพย์สิน เพราะยังใช้ราคาประเมินเก่าซึ่งฐานต่ำกว่า ทำให้การจ่ายภาษีก็น้อยกว่า

ประเมินทุนทรัพย์ “ราคาเดียว”
2. “ราคาประเมินทุนทรัพย์” ใช้แบบปี 2535 ซึ่งของเดิมมี 59 แบบ กฎหมายใหม่ยุบเหลือ 36 แบบเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ มีผลให้บ้านเดี่ยว-บ้านแถว-ตึกแถว “มีราคาเดียว”

ในทางปฏิบัติที่อยู่อาศัยไม่ได้มีเพียงมิติเดียว หากแต่ยังมีบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้, บ้านไม้ทั้งหลัง, บ้านชั้นเดียว สองชั้น สามชั้น ฯลฯ จะชี้วัดยังไงว่าใครต้องจ่ายถูกแพงกว่ากัน

แนวคำตอบ รัฐจะยึดหลัก “ราคาเดียว” โดยเอาราคาต่ำสุดของประเภทบ้านเดี่ยวมาใช้ หรือใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ต่ำสุด จึงไม่ต้องกังวลราคาจะสูง ยิ่งจะใช้เพื่อการจัดเก็บภาษีต้องคำนึง 1.ง่าย 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องใช้ดุลพินิจ

รวมทั้งราคาประเมินทุนทรัพย์ใหม่ 36 แบบ สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดได้จากเว็บไซต์กรมธนารักษ์โดยตรง

3. “โกดังโรงงานกับส่วนควบ” ทรัพย์สินประเภทอุตสาหกรรม โกดัง นับส่วนควบด้วยหรือนับเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง

แนวคำตอบให้นับเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรต่าง ๆ เป็นส่วนควบ ไม่ต้องนับหรือไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีทรัพย์สิน

เช่น โรงงาน 1,000 ตารางเมตร คูณด้วยราคาโรงงาน 8,000 บาท แล้วหักค่าเสื่อมราคาตามจริง

4. “ที่จอดรถ” เหมือนจะไม่มีปัญหาแต่แท้จริงคือปัญหาใหญ่ เพราะต่างจังหวัดที่ดินมีเหลือเฟือ การเทลานคอนกรีตจะจ่ายภาษีแบบไหน

เพราะถ้าทำที่จอดรถได้รับยกเว้นภาษีมูลค่า 50 ล้านบาทแรก แต่ถ้าทำที่จอดรถจะถูกตีความเป็น “อื่น ๆ (ทำการค้า)” เก็บภาษีเริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท

แนวคำตอบ เจ้าหน้าที่รัฐต้องดูประเภทที่จอดรถ ซึ่งการสำรวจขององค์กรท้องถิ่นจะแยกประเภท เช่น พื้นที่โรงงาน ที่จอดรถ ซึ่งค่าภาษีแตกต่างกัน

จัดสรรเต้นกฎใหม่โอนคอนโดฯ
5. “โอนคอนโดฯโดนหางเลขกฎหมายใหม่” ประเด็นนี้สืบเนื่องจาก พ.ร.บ.การประเมินทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 ที่มีผลบังคับใช้ 22 พฤศจิกายน 2562

มีประเด็นอาคารชุด จากเดิมสามารถกำหนดราคาก่อนจดทะเบียน แต่กฎหมายใหม่ต้องจดทะเบียนก่อนแล้วค่อยกำหนดราคา ทำให้คอนโดมิเนียมแม้สร้างเสร็จแล้วแต่การโอนอาจต้องล่าช้าออกไป

ข้อกังวลดังกล่าว ทางกรมธนารักษ์ไขคำตอบว่า แม้ต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายใหม่ แต่ขั้นตอนปฏิบัติตั้งธงไว้แล้วว่าต้องจัดประชุมแค่รอบเดียวแล้วตัดสินราคาได้เลย

ข้อกังวลที่ส่งขึ้นมาไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่ยังมี “สินเชื่อ” เข้ามาเกี่ยวข้องเพราะมีอายุการอนุมัติ 3 เดือน ถ้าโอนห้องชุดล่าช้ากว่าเดิมกระบวนการขอสินเชื่ออาจต้องทำใหม่


6. “การคัดค้านของประชาชน” สืบเนื่องจากราคาประเมินที่ดินเดิม กรมธนารักษ์สำรวจและประกาศใช้ได้เลย แต่ภายใต้ property tax เปิดช่องให้มีการอุทธรณ์หรือคัดค้านราคาประเมินใหม่ได้

โดยคัดค้านกระบวนการประเมินไม่ถูกต้องได้ กรอบเวลาทำภายใน 90 วัน ขณะที่การคัดค้านราคาสามารถคัดค้านได้ทันที

ประเด็นการคัดค้านทางมหาดไทยดูเหมือนไม่กังวล มองว่ามีแต่ข้อคัดค้านมโนสาเร่ อาทิ ตำแหน่งที่ดินผิด (เพราะราคาประเมินต่ำอยู่แล้ว)

ประเมินภาษีที่ดินผิด ใครรับผิดชอบ
7. “ประเมินราคาผิด จ่ายภาษีผิด ใครผิด” ข้อกังวลมาจากความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่ประเมินพลาด เจ้าของไม่รู้ไม่ตั้งใจ

หลักกฎหมายระบุชัดเจน ตั้งแต่การสำรวจจนถึงประกาศราคา สามารถทบทวนได้ภายใน 3 ปี

8. “ระหว่างปีมีการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สิน” ข้อกังวลเพราะกลัวเสียภาษีผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ

ประเด็นนี้ แนวคำตอบคือ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นการเก็บภาษีล่วงหน้า ปีละ 1 ครั้ง เรียกว่าปีภาษี

เพราะฉะนั้น ในระหว่างปีหากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน รัฐเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร รอจนกว่าเจ้าของแจ้งประเภทเข้ามา และมีการประเมินใหม่

9. “เขียนบิลระบบแมนวล” ปีแรก (2563) ระบบออนไลน์ทำงานบนคอมพิวเตอร์ยังไม่ 100% ดังนั้น ยังมีตกค้างบางส่วนที่ต้องเขียนบิลด้วยมือแบบระบบเก่า

แนวคำตอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีระบบบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ แต่ของใหม่ต้องทดลองใช้ก่อน “…ปีแรกลำบากนิดนึง ถ้า อปท.ไหนไม่มีก็ใช้ระบบแมนวล กฎหมายลูกก็ยังออกไม่หมด เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอกครับ”

10. “ถ้าระบบไม่พร้อม รัฐจะใช้วิธีเรียกเก็บภาษีไปก่อน” ประเด็นนี้แม้ภาครัฐไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็แก้ไขแนวทางมาให้แล้วว่า ถ้าท้องถิ่นใดไม่มีความพร้อม

แต่ทรัพย์สินมีอยู่จริง ก็ยังมีฐานภาษีเดิมรองรับอยู่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ เก็บภาษีตามฐานภาษีเดิมไปก่อน

จ่ายแพงกว่าเดิมหรือเปล่า ?
11. “จ่ายภาษีแพงขึ้นจากเดิมหรือไม่” คำถามมาจากเดิมเคยจ่ายภาษีโรงเรือน 12.5% ของค่าเช่า แต่ภาษีใหม่จ่ายตามมูลค่าทรัพย์

หลักปฏิบัติ กรมธนารักษ์ยกตัวอย่าง ภาษีเก่าจ่ายปีละ 20,000 บาท กฎหมายใหม่เมื่อคำนวณแล้วถ้าจ่ายน้อยลงก็ยกเป็นประโยชน์กับเจ้าของทรัพย์

แต่ถ้าค่าภาษีมากกว่าเดิม เช่น 30,000 บาท ส่วนต่างที่เคยจ่าย คือ 10,000 บาท มีมาตรการบรรเทาภาษี 3 ปี โดยปีแรกจ่าย 25% ปีที่สองจ่าย 50% ปีที่สามจ่าย 75%

12. “สามีภรรยากับสิทธิยกเว้นภาษีบ้านหลังหลัก” สืบเนื่องจากที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 หลัง รัฐให้สิทธินำบ้านแพงที่สุดยื่นขอรับยกเว้นภาษีมูลค่า 50 ล้านแรก และเรียกว่า “บ้านหลังหลัก”

คำถามคือสามีภรรยา ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะได้รับยกเว้นเพียง 1 หลัง แต่อยากใช้สิทธิยกเว้นบ้านหลังหลัก 2 หลัง

ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่รัฐขอใช้สิทธิไม่ตอบคำถาม เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปใช้อ้างอิง

แต่ไกด์ไลน์กว้าง ๆ ออกมาว่า สิทธิบ้านหลังหลักทุกคนมีสิทธิ 1 สิทธิ เพียงแต่ปฏิบัติให้เข้าเงื่อนไข มีชื่อในโฉนด+ชื่อในทะเบียนบ้าน+ก่อน 1 มกราคม 2563

ภาษีที่ดินปลูกป่า เกษตรหรือการค้า
13. “ที่ดินปลูกป่า ตีความทำการค้าหรือเกษตรกรรม” หลากคำถามที่น่าสนใจ กรณีที่ดินนำไปขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้เพื่อปลูกป่า ได้รับยกเว้นหรือไม่

แนวคำตอบกรมธนารักษ์ คือ property tax ไม่มีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีสำหรับการปลูกป่า

แต่ถ้าปลูกป่าแสดงว่าทำเกษตรกรรม ตีความเข้าประเภทที่ดินเกษตรกรรม

14. “ที่ดินเลี่ยงจัดสรร สร้างเสร็จไม่พร้อมกัน เสียภาษีการค้าหรือที่ดินเปล่า”

คำถามอันตรายนี้มีประเด็นที่ดินที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง 10 หลัง กรณีสมมุติเริ่มสร้างกลางปี 2563 สร้างเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และไปขอบ้านเลขที่ จะเสียภาษีที่ดินยังไง

คำตอบชัดเจนมากว่าไม่เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ ในขณะที่ผู้บริหารสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร “อธิป พีชานนท์” ตอบคำถามได้ทันทีว่าไม่แนะนำให้ทำ เพราะไม่สามารถขอสิทธิประโยชน์จากรัฐได้เนื่องจากไม่ได้ขอใบอนุญาตจัดสรร

ประเด็นนี้ มาจากการพัฒนาโครงการบ้าน-คอนโดมิเนียม มีการใช้ที่ดินเปล่าจำนวนมาก ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีมีโอกาสขายโครงการไม่หมด กลัวว่าจะมีภาระจ่ายภาษีทรัพย์สินเยอะ

ต่อมา รัฐได้ออกมาตรการผ่อนผันโดยให้จ่ายภาษีอัตราผ่อนปรน 90% ภายใน 3 ปีแรกนับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตจัดสรร

กล่าวคือ ถ้าคำนวณภาษี 1 แสนบาท ภายในสามปีแรก ได้รับผ่อนผันไม่ต้องจ่าย 900% หรือ 9 หมื่นบาท มีภาระภาษีจ่ายจริง 1 หมื่นบาท

15. “ให้เกษตรกรเช่าทำเกษตรกรรม ได้รับยกเว้นภาษี 50 ล้านแรกหรือไม่”

แนวคำตอบแบบเคลียร์คัตชัดเจน คือ property tax ยกเว้นภาษีที่ดินเกษตรกรรมสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เป็น “บุคคลธรรมดา” มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี

แต่ถ้านิติบุคคลเป็นเจ้าของทรัพย์สิน รัฐเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก (ไม่มีอัตรายกเว้นภาษี)

สรุปหลักการ คือ ดูจากสภาพการใช้งานจริงว่าทำเกษตรหรือเปล่า ไม่ได้ดูว่าใครเช่า

นิยามที่ดิน “เกษตรกรรม”
16. “นิยามที่ดินเกษตรกรรม” เป็นอีกเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจมาก

แนวคำตอบ ที่ดินมีมากน้อยแค่ไหนแต่ดูจากหน้างาน ถ้าทำเกษตรกรรมเท่าไหร่ก็คำนวณภาษีตามประเภทไปเท่านั้น

ประเด็นเพราะที่ดินเกษตรกรรมมีภาษีถูกที่สุด เจ้าของทรัพย์สินจึงมีความสนใจอยากจ่ายภาษีในฐานะทำเกษตรกรรม

สุดท้าย จึงต้องมีการทำนิยามหรือคำจำกัดความ “ที่ดินเกษตรกรรม” ต้องปลูกพืชกี่ต้น พันธุ์อะไรบ้าง ฯลฯ ในที่สุดเรื่องนี้จะต้องถูกกำหนดไว้ในแนบท้ายของกฎหมายใหม่

ที่สำคัญ ไม่ต้องกลัวปลูกไม่ทันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 เพราะขอให้มี “ต้นกล้า” ก็นับเป็นที่ดินเกษตรกรรมได้ เพียงแต่ต้องมีให้เต็มพื้นที่เท่านั้นเอง

17. “เลี่ยงประเภทที่ดิน คุ้มจริงหรือไม่” คำถามข้อนี้มาจากผู้ถือครองที่ดินเยอะในต่างจังหวัดเป็นหลัก ไม่อยากเสียภาษีที่ดินเปล่าก็เลยขวนขวายทำเกษตรบ้าง หรือเอามาให้เช่าบ้าง

กรมธนารักษ์แชร์ข้อคิดเห็นเป็นการส่วนตัวว่า มีตัวอย่างเจ้าของที่ดิน 70 ไร่ในต่างจังหวัด เป็นที่ดินเปล่าเห็นฐานภาษีแพงก็เลยดิ้นรนจะลงทุนเพิ่มเพื่อใช้สิทธิจ่ายภาษีเกษตรกรรม

ผลลัพธ์ที่คำนวณออกมา มูลค่าทุนทรัพย์หรือมูลค่าที่ดินไม่ได้สูงมากมาย แม้ต้องจ่ายภาษีล้านละ 3,000 บาทแต่จ่ายจริงไม่กี่ตังค์

เปรียบเทียบกับอยากแปลงร่างเป็นที่ดินเกษตรกรรม มีต้นทุนที่มองไม่เห็น ต้องคำนวณดูถ้าได้ไม่คุ้มเสียก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงที่ดินแต่อย่างใด

เพราะอย่าลืมว่า property tax คำนวณภาษีจากราคาประเมิน ซึ่งไม่ได้สะท้อนราคาตลาดอย่างเต็มที่ แปลว่าถูกกว่าราคาตลาดเยอะ

การดิ้นรนเพื่อหวังจ่ายภาษีถูกที่สุด อาจเป็นเรื่องไม่จำเป็นเลยก็ได้

18. “ที่ดินเปล่าให้คนเช่าทำนา มีความเสี่ยง ?” ถ้าตัดประเด็นเรื่องความคุ้มค่าเพื่อให้ที่ดินเปล่าสามารถจ่ายภาษีถูกลงทางมหาดไทยมีข้อชี้แนะว่า เวลาให้ชาวนาเช่าที่ดินทำนา อย่าลืมชั่งน้ำหนักความเสี่ยงตอนไล่ที่ เพราะมีกฎหมายเกษตรกรเช่าทำนา ไม่สามารถขับไล่ผู้เช่าได้ทันที แต่ต้องรอ “รอบเก็บเกี่ยวผลผลิต” ให้แล้วเสร็จเสียก่อน

ที่ดินภาระจำยอม ทำใจลำบาก
19. “ที่ดินภาระจำยอม” มีข้อสังเกตขึ้นมาว่า ไม่ได้มีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นภาษีให้

กรมธนารักษ์ชี้แจงว่า กรณีที่ดินภาระจำยอมและใช้เป็นทางเข้า-ออก รัฐไม่เก็บภาษีอยู่แล้ว เป็นสภาพของการใช้ที่ดิน

“ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์เป็นผู้ประเมินราคาที่ดิน แต่เอกสารที่กรมที่ดินส่งให้ไม่มีรายละเอียดว่าแปลงใดจดภาระจำยอม ซึ่งจะเซ็นสลักหลังโฉนด”

ดังนั้น วิธีการกรมธนารักษ์จะประเมินจากสภาพข้อเท็จจริง ไม่ได้ประเมินจากลายเซ็นหลังโฉนด และส่วนใหญ่ที่ดินภาระจำยอมสภาพการใช้มักเข้าข่ายได้รับยกเว้นอยู่แล้ว

รวมทั้งกรณีที่ดินภาระจำยอมใช้เป็นทางเข้า-ออกซอย ราคาประเมินกำหนดเหลือ 50% เท่านั้น

20. “ถนนส่วนบุคคล ได้รับลดหย่อนภาษีหรือไม่” เนื่องจากถนนส่วนบุคคลส่วนใหญ่ไม่มีป้ายเขียนระบุชัดเจน

แนวคำตอบ กฎหมายใหม่เปิดช่องให้มีการอุทธรณ์ภาษีได้ อุทธรณ์ราคาประเมินได้ ดังนั้น ถ้ามีที่ดินภาระจำยอมอยู่ในแปลงที่ดิน

แต่ปรากฏว่าถูกประเมินภาษีเต็มแปลง ก็สามารถอุทธรณ์และให้สำรวจ พิจารณาราคาใหม่ได้ เพื่อให้เสียภาษีได้ถูกต้องตามสภาพทรัพย์สิน

โดยสรุป ที่ดินภาระจำยอมไม่ได้รับการยกเว้น แต่ได้รับการลดหย่อนภาษี

21. “อปท.ทั่วประเทศขอเอกสารจากผู้ประกอบการ” ดูเหมือนเป็นความตกใจเล็ก ๆ เพราะองค์กรท้องถิ่นมีการส่งหนังสือเรียกขอเอกสารต่าง ๆ

ในขณะที่ผู้ประกอบการมองว่าข้อมูลกรรมสิทธิ์ทุกอย่างหน่วยงานรัฐก็มีอยู่แล้ว ทำไมไม่บูรณาการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน

แนวคำตอบจากมหาดไทย กฎหมายใหม่บังคับให้องค์กรท้องถิ่นสำรวจทุกแปลงแบบปูพรม แต่ทำงานไม่ทันแน่นอน

ทางลัด คือ ทำหนังสือขอข้อมูลเอกสารจากเจ้าของทรัพย์สิน ถ้าส่งให้ก็สามารถออกใบประกาศโดยตรง เช่น บริษัทเดียวแต่มี 20 ตึกเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ทันจริง ๆ

“การขอเอกสารต่าง ๆ เป็นการสำรวจอีกวิธีหนึ่ง สำหรับเอกชนลำบากปีแรกปีเดียว ปีต่อไปไม่ขอแล้ว”

ที่ดินเปลี่ยนมือตลอดเวลา
22. “ที่ดินเปลี่ยนมือตลอดเวลา” ถือเป็นคลาสสิกเคสน่าจะกลัวการเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนหรือผิดพลาด

แนวคำตอบ หลักปฏิบัติชัดเจน ท้องถิ่นสำรวจและประกาศราคาประเมิน จากนั้นเรียกเก็บภาษี เจ้าของสามารถโต้แย้งได้ตลอดเวลา

การเปลี่ยนมือจะถี่มากน้อยแค่ไหน จึงไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ

23. “ให้เช่าที่ดินแล้วผลักภาระให้ผู้เช่าได้หรือไม่” คำถามนี้มีแนวคำตอบชัดเจนว่า ดูแค่ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือใคร ผู้นั้นเป็นผู้เสียภาษี

แม้แต่การจ่ายภาษีแทนก็ออกใบเสร็จชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ดี

24. “ที่ดินแปลงใหญ่แต่ปลูกบ้านหลังเล็ก” คำถามคือตีความเป็นที่อยู่อาศัยเต็มแปลงได้หรือไม่

แนวคำตอบ แม้ข้อเท็จจริงบ้านในต่างจังหวัดอาจสร้างบนที่ดิน 20 ไร่ แต่กฎหมายดูตามสภาพการใช้งานจริง

ถ้าบ้านหลังเล็กแต่สนามหญ้าแต่งเล็มสวยงาม ปลูกต้นไม้และดูแลอย่างดี ตีความที่อยู่อาศัย เริ่มต้นล้านละ 20 บาท

แต่ถ้าสนามหญ้ารกร้าง หญ้าสูงท่วมหัว ตีความเป็นที่ดินเปล่า เสียภาษีเริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท

ที่ดินมิกซ์ยูส จ่ายภาษียังไง
25. “ที่ดินทำมิกซ์ยูส” แนวคำตอบชัดเจน ที่ดิน 1 แปลงมีการทำประโยชน์หลายรูปแบบ

เพราะฉะนั้น กฎหมายจะคำนวณตามประเภทการใช้ประโยชน์ เช่น ที่ดิน 1 ไร่ ปลูกบ้านอยู่ ทำแปลงผักไฮโดรฯ และเปิดร้านกาแฟ

การประเมินภาษีจะมี 3 ประเภท คือ ทำเกษตรกรรม-ที่อยู่อาศัย-การค้า แยกจ่ายภาษี 3 ประเภทบนที่ดินแปลงเดียวกัน

26. “ที่ดินกงสี ชื่อ 12 เจ้าของ” จ่ายภาษียังไง และถ้ามีคนเบี้ยวจะทำยังไง

กระทรวงการคลังให้แนวคำตอบว่า property tax ดูที่ทรัพย์เป็นหลัก ไม่ได้ดูว่ามีเจ้าของกี่คน ที่ดินกงสีจึงเป็นเรื่องภายในครอบครัว

การเก็บภาษีก็เก็บจากการใช้ประโยชน์ทรัพย์ ถ้าทำเป็นที่อยู่อาศัยก็เก็บฐานภาษีที่อยู่อาศัย แต่กรณีมีชื่อ 12 คนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม

บิลเรียกเก็บภาษีจะยึดตาม “ชื่อแรก” ที่ปรากฏ ที่เหลือใครจะเป็นชื่อแรกทางครอบครัวต้องตกลงกันเอง

27. “อัตราภาษีเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่” เรื่องนี้เป็นคำถามทางเทคนิค

แนวคำตอบ คือ กฎหมายใหม่กำหนดราคาแนะนำให้เก็บภาษีในช่วง 2 ปีแรก (2563-2564)

หมายความว่า ปี 2565 เป็นต้นไป อาจมีการเปลี่ยนแปลงอัตราได้ เพราะเปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขยับ-ปรับเปลี่ยนอัตราได้

จุดเน้นอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงราคาภาษี ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด ได้แก่ ที่ดินเกษตรกรรม เพดานภาษีไม่เกินล้านละ 1,500 บาท

ที่อยู่อาศัยไม่เกินล้านละ 5,000 บาท, ที่ดินอื่น ๆ (การค้า) ไม่เกินล้านละ 12,000 บาท และที่ดินเปล่าไม่เกินล้านละ 30,000 บาท

ภาษีที่ดิน ส.ป.ก.-ที่ดินตาบอด
28. “ที่ดิน ส.ป.ก.เสียภาษีด้วยหรือไม่” แนวคำตอบ คือ ต้องจ่ายภาษีไม่มียกเว้น โดยผู้จ่าย คือ “ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ”

เพราะฉะนั้น การเช่าที่ดินรัฐไม่ว่าทำการค้า เกษตรกรรม หรือทำที่อยู่อาศัย มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทุกแปลง

29. “ทรัพย์มรดก” แนวคำตอบมีเงื่อนไขเดียว ถ้ารับมรดกเป็นบ้านหลังหลัก อาจได้รับลดหย่อนกึ่งหนึ่ง แต่ถ้ารับมรดกที่ดินเปล่า จ่ายตามสูตรภาษีเป๊ะ

เพียงแต่ถ้ามูลค่าสูง กฎหมายเปิดช่องให้มีการบรรเทาภาษี โดยสามารถผ่อนภาษีได้ 3 งวด แต่ต้องจ่ายภายใน 3 เดือน

30. “ผังเมืองจำกัดการใช้ประโยชน์” ข้อกังวลนี้มาจากเจ้าของที่ดินในเชียงใหม่ มีที่ดินในเมืองแต่ถูกควบคุมด้วยผังเมืองที่ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง แต่ราคาสูงมาก

แนวคำตอบ สามารถคัดค้านราคาได้ว่าประเมินเกินจริง แต่ต้องภายใต้ 3 เงื่อนไข 1.ที่ดินมีการซื้อขายต่ำกว่าราคาประเมินจริง ๆ 2.ประเด็นผังเมือง อาจต้องนำมาพิจารณาประกอบเพื่อกำหนดโซนนิ่งต่อไป

31. “ที่ดินตาบอด” ข้อกังวลคงมาจากกลัวว่าประเมินราคาสูงแล้วต้องจ่ายภาษีแพง

กรมธนารักษ์แจ้งว่า แปลงที่ดินถ้าไม่มีทางเข้า-ออกตีความเป็นที่ดินตาบอดไว้ก่อน เรียกว่ายกประโยชน์ให้เจ้าของทรัพย์ เพราะราคาประเมินต่ำมากเหลือ 25-50%

แต่ถ้ามีเคสที่ “ที่ดินตาดี” อยากเป็น “ที่ดินตาบอด” นามสกุลเดียวกัน หรือญาติกันมาช่วยกันซื้อกรรมสิทธิ์ล้อมที่ดินไว้ ถ้าสืบค้นเจอก็โดนเช็กบิลจ่ายภาษีตามจริง

https://www.prachachat.net/property/news-392476
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 12th, 2019, 01:53 PM   #3138
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

ปลดล็อก 46 อาคารร้าง ทั่วกรุง สร้างต่อได้

11 Dec 2019

กทม. - กรมโยธาฯ เร่งปลดล็อก อาคารร้าง 32 โครงการ 46 อาคารทั่วกรุง ที่ได้รับผลกระทบวิกฤติต้มยำกุ้งให้เดินหน้าต่อ เตรียมคลอดประกาศ ยกเว้นเรื่องระยะถอยร่น

มีอาคารก่อสร้างค้างจากวิกฤติเศรษฐกิจในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนมาก รอการปลดล็อกจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย อนุญาตให้เจ้าของอาคารเข้าพื้นที่ก่อสร้างต่อเติมอาคารส่วนที่เหลือได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ หากอาคารเหล่านั้นมีการพลิกฟื้นประเมินว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้ขับเคลื่อนได้อีกนับแสนล้านบาท อีกทั้งยังช่วยสร้างความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่

จากการสำรวจของสำนักการโยธา กทม. พบอาคารร้างคงเหลือจำนวน 32 โครงการ 46 อาคาร กระจายตัวอยู่ในเขตต่างๆของกทม. ส่วนใหญ่เป็นอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม ประเมินว่าเกิดจากสภาพคล่อง ไม่สามารถต้านทานพายุวิกฤติในขณะนั้นได้ ล่าสุดได้รวบรวมจำนวนโครงการเสนอต่อกรมโยธาฯ ออกกฎหมายผ่อนปรนต่อไป

สำหรับแนวทางจะเป็นรูปแบบ ออกประกาศกรม, ประกาศกระทรวงหรือข้อยกเว้น ให้อาคารร้างสร้างต่อตามที่ได้ขออนุญาตจนแล้วเสร็จ หรืออนุญาตให้ใช้อาคารได้ตามที่สร้างค้างไว้ เป็นต้น

แหล่งข่าวจากกทม. อธิบายว่าสาเหตุที่อาคารร้างไม่สามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ แม้มีนักลงทุนให้ความสนใจหรือเจ้าของอาคาร ติดต่อขอสร้างต่อ แต่ติดปัญหากฎหมายใหม่ๆที่ออกมาหลังจากปี 2540 เช่น กฎกระทรวงฉบับที่ 55 ให้เว้นระยะถอยร่น ที่เพิ่มขึ้น เช่น รอบอาคารบ้านจัดสรร 3 เมตร อาคารสูงใหญ่ 6 เมตร หากขออนุญาตใหม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับกฎหมายใหม่ทำให้อาคารเก่าที่สร้างค้างไม่สามารถเดินต่อได้ทางออกที่สามารถทำได้คือ ยกเว้นเรื่องระยะถอยร่น

“ฐานเศรษฐกิจ” สอบถาม กรมโยธาฯโดยระบุว่า ขณะนี้เตรียมนำอาคารร้างส่งเข้าสู่คณะอนุกรรมการควบคุมอาคาร ก่อนจะเสนอคณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นชอบออกข้อกำหนดผ่อนปรนต่อไป เพื่อให้โครงการที่สร้างค้างได้พลิกฟื้นเดินหน้า สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป เพราะปล่อยทิ้งไว้ไม่เกิดประโยชน์


“กรมจะเร่งดำเนินการต่อไป ปัญหาใหญ่อาคารที่ค้างมีมากพอสมควร ส่วนใหญ่ติดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ซึ่งจะอยู่ในสถาบันการเงิน และอาจมีนักลงทุนสนใจซื้อในราคาถูก ขณะเดียวกันช่วงปี 2542 เป็นจังหวะของกฎกระทรวง ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร บังคับใช้ ซึ่งมีความเข้มข้นห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตร หรือเกิน 8 ชั้น ในซอยที่มีความกว้างของถนนตํ่ากว่า 10 เมตร กฎกระทรวงฉบับที่ 55 เว้นระยะถอยร่น รอบอาคาร ข้างละ 6 เมตร รวมทั้งการติดตั้งระบบดับเพลิงสำหรับอาคารสูงใหญ่ เป็นต้น

ขณะที่อาคารเก่าที่ได้ใบอนุญาตมาก่อนหน้านี้ หากต่ออายุ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ ที่สำคัญใบอนุญาตจะต่ออายุปีต่อปี เมื่อประสบปัญหาหยุดสร้างไม่ว่ากรณีใดๆ จึงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม หากทุกอย่าง
ขับเคลื่อนได้ เอกชนและสถาบันการเงินเจรจาตกลงกันได้ ก็สามารถนำไปพัฒนาต่อได้”

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,529 วันที่ 8-10 ธันวาคม 2562

https://www.thansettakij.com/content/property/416200
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 13th, 2019, 12:45 PM   #3139
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

40 โครงการคอนโด1.1 แสนล้าน เลื่อนเปิดเซ่นพิษเศรษฐกิจ

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บวกกับมาตรการคุมเข้มสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) ฉุดให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ชะลอตัวต่อเนื่อง

ทั้งยอดขาย ยอดโอน และยอดเปิดตัวโครงการใหม่ แม้ว่ารัฐจะพยายามฟื้นตลาดด้วยการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ทั้งลดค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง และช่วยเงินดาวน์ ฯลฯ โดยคาดหวังว่าจะช่วยดันยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ประเมินว่า หลังจากมาตรการแอลทีวีประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เม.ย. 2562 พบว่า ซัพพลายเปิดตัวใหม่คอนโดในกรุงเทพฯ ปรับลดลงกว่า 20,000 ยูนิต หรือปรับลดลงกว่า 32.8% เมื่อเทียบกับในช่วงปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกันยังพบว่า แผนธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายเล็ก ที่เคยแถลงแผนธุรกิจไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อครึ่งปีแรกที่ผ่านไปต่างปรับแผนทั้งในส่วนของรายได้ และเป้าการเปิดตัวคอนโด โดยเลื่อนเปิดตัวโครงการรวม 40 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 1.14 แสนล้านบาท

(หมายเหตุ : จำนวนโครงการที่เปิดตัว ณ พ.ย. 2562 นับรวมบางโครงการที่คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนธ.ค.2562 เท่านั้น)

13/12/2562 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/857805
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 15th, 2019, 06:37 PM   #3140
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,123
Likes (Received): 6354

บี้ภาษีที่ดิน 32 ล้านโฉนด ตะลึงพลิกที่หมื่นล้านปลูกมะนาว


วันที่ 15 ธันวาคม 2562

เลื่อนเก็บภาษีที่ดินป่วน สำรวจ 32 ล้านโฉนดไม่ทัน 4 เดือน เร่งเชื่อมข้อมูลสรรพากร-ประปา-ไฟฟ้า ปิดช่องเลี่ยงภาษี กทม.ลุยตรวจรายแปลง พบเศรษฐีพลิกที่หมื่น ล.กลางกรุงปลูก

มะนาว แห่ตั้ง บ.ทำเกษตร คนอยู่คอนโดฯต้องแจงยิบ

แม้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 13 มี.ค. 2562 ให้การจัดเก็บภาษีมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2563 โดยผู้ถือครองที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ต้องยื่นชำระภาษีภายในเดือน เม.ย. 2563 จะถูกเลื่อนระยะเวลาออกไป 4 เดือน เป็นภายในเดือน ส.ค. 2563 เนื่องจากกระทรวงมหาดไทย รอให้กฎหมายลำดับรอง 8 ฉบับประกาศบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางส่วน จากทั้งหมดทั่วประเทศ 7,852 แห่ง ได้เริ่มทยอยส่งแบบใบแจ้งรายการข้อมูล บัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทางไปรษณีย์ถึงเจ้าของหรือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ และให้เจ้าของหรือผู้ถือครองที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ยื่นคำร้องแก้ไขรายการที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนภายใน 15 วัน ปรากฏว่ามีผู้ต้องการเข้ายื่นคำร้องขอแก้ไขรายการข้อมูลจำนวนมาก

ทั้งนี้ อปท.ทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีเกรงว่า การสำรวจ จัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ทั่วประเทศจำนวนมหาศาล อาจดำเนินการไม่ทันระยะเวลา 4 เดือนที่ขยายออกไป จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงข้อมูล การใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง สำหรับนำไปคิดคำนวณอัตราภาษี ให้ตรงตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันให้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาที่ท้องถิ่นต้องจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยิ่งงวดเข้ามาเรื่อย ๆ กลุ่มเศรษฐี แลนด์ลอร์ดเจ้าของที่ดินโดยเฉพาะใน กทม. หัวเมืองหลัก เมืองรอง ยิ่งเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดิน อย่างการนำที่ดินมูลค่าสูง ๆ ทำเลกลางเมือง ที่เคยปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่ามาทำการเกษตร การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลทำไร่ ทำนา ปศุสัตว์ ฯลฯ

เช็กสรรพากร-ข้อมูลใช้ไฟ-น้ำ

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่ อปท.ทั้ง 7.8 พันแห่ง มีหน้าที่ต้องสำรวจจัดทำข้อมูลแปลงรูปที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก อย่างโฉนดที่ดินมีอยู่กว่า 32 ล้านแปลง กับสิ่งปลูกสร้างไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ตึกสูง ออฟฟิศ คอนโดฯ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า คลังสินค้า สถานศึกษา ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ลานกีฬา ท่าเทียบเรือ ตลาดสด ฯลฯ อีกนับร้อยล้านพันล้านรายการภายในเวลาที่มีจำกัด ซึ่งจะให้ครบถ้วนสมบูรณ์ถือเป็นเรื่องยากจึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ อปท.เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อาทิ ข้อมูลทะเบียนราษฎร จากกรมการปกครอง ข้อมูลภาษีจากกรมสรรพากร ข้อมูลการใช้น้ำ ไฟฟ้า จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รวมทั้งแผนที่ดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ อปท.มีข้อมูลเป็นปัจจุบันว่า ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างแต่ละรายการเป็นอย่างไร เช่น ใช้อยู่อาศัย ทำการเกษตร เชิงพาณิชย์ หรือปล่อยรกร้างว่างเปล่า เป็นต้น ทำให้ข้อมูลที่ได้คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ช่วยป้องกันกรณีเจ้าของผู้ถือครองจะหลบเลี่ยง หรือแจ้งการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ตรงตามความเป็นจริง


กทม.ทุ่ม 500 ล้านจ้างสำรวจ

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่กระทรวงมหาดไทยเลื่อนการเก็บภาษีที่ดินฯออกไป จากเดิมต้องแจ้งแบบประเมินในเดือน ก.พ. และชำระในเดือน เม.ย. 2563 เป็นแจ้งแบบเดือน มิ.ย. และชำระเดือน ส.ค. 2563 เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติ เช่น การสำรวจข้อมูล การออกกฎหมายลูกมารองรับแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องใช้เวลาการในการตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง ทำให้ท้องถิ่นเตรียมข้อมูลไม่ทัน เหมือนกรณีกรมธนารักษ์จัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินใหม่ไม่ทัน และเลื่อนประกาศใช้ไปเป็นวันที่ 1 ม.ค. 2564 จึงต้องใช้ราคาประเมินฉบับปัจจุบันมาเป็นฐานในการคำนวณภาษี

“ในส่วนของ กทม.ยังสำรวจไม่เต็มพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ จะต้องจ้างเอกชนสำรวจข้อมูลและทำแผนที่ภาษี วงเงิน 510 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ จะเริ่มได้ในต้นปีหน้า ใช้เวลา 7 เดือน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น จากปัจจุบันที่จากการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใน กทม. มีที่ดินทั้งหมด 2,080,000 แปลง ส่วนจำนวนบ้านตามทะเบียนราษฎรราว 2,890,000 หลัง”

กทม.แจ้งให้ขอตรวจสอบข้อมูล

แหล่งข่าวกล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินการสอดรับกับแผนการจัดเก็บภาษี โดยไม่ต้องรอผลสำรวจให้แล้วเสร็จ กทม.จะดำเนินการคู่ขนานกันไป โดยเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้ประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และบัญชีรายการห้องชุด และจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบแล้ว กรณีที่ผู้เสียภาษีเห็นว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวไม่ถูกต้อง สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

“หนังสือดังกล่าวเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น โฉนด ประเภทการใช้ประโยชน์ จำนวน ขนาดของที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ก่อนทำการประเมินและเรียกเก็บภาษี เพราะรายละเอียดมีเยอะ จึงต้องให้ประชาชนทักท้วง หากไม่ถูกต้องก็ให้แย้งไปที่สำนักงานเขต เพื่อสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด จากนั้นจะจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และบัญชีรายการห้องชุด สำหรับใช้ในการชำระภาษีต่อไป”

คอนโดฯป่วนทั้งเจ้าของ-เจ้าหน้าที่

ยอมรับว่าในส่วนของรายการห้องชุดในคอนโดฯ ที่ กทม.ให้ประชาชนมาแจ้งรายละเอียดที่สำนักงานเขต อาจสร้างความยุ่งยากและทำให้เจ้าของหรือผู้ถือครองห้องชุดวิตกกังวล เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็เจอปัญหา เนื่องจากข้อมูลบางส่วนอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ขนาดพื้นที่ห้องชุด จะไม่ตรงกับเนื้อที่ห้องชุดที่ซื้อ เนื่องจากกรมธนารักษ์จะไม่นำพื้นที่ระเบียงมาคำนวณรวมด้วย นอกจากนี้ กรณีทำเครื่องหมายแสดงถึงการใช้ประโยชน์ในช่องที่ระบุว่า ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอื่น ๆ สาเหตุมาจาก กทม.ไม่มีข้อมูลว่า ห้องชุดนั้น ๆ ซื้อมาเพื่อการใด จึงต้องการให้เจ้าของไปแจ้งข้อมูลที่ชัดเจน เช่น เป็นบ้านหลังแรก หรือหลังที่ 2 อยู่อาศัยเอง ปล่อยเช่า เป็นต้น เนื่องจากอัตราการเสียภาษีจะไม่เท่ากัน ส่วนการปล่อยเช่า การหาข้อมูลค่อนข้างยาก ยกเว้นจะมีหลักฐาน แต่หากพบจะต้องจ่ายภาษีในอัตราใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

แปลงทำเลทองเป็นที่เกษตร

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า จากที่ได้รับรายงานจากสำนักงานเขตหลายเขตมีข้อมูลว่า ปัญหาที่พบอีกส่วนหนึ่ง คือ เจ้าของที่ดินใน กทม.หลายรายพยายามปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ในทำเลทองที่มูลค่าสูง ๆ ซึ่งตามหลักเกณฑ์จะเสียภาษีในอัตราที่สูงตามไปด้วย แต่ต้องการเสียภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุด โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากกรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราเพดานภาษีจะอยู่ที่ 1.2% ปรับเพิ่มปีละ 0.3% ทุก 3 ปี ที่ผ่านมาจึงมีเจ้าของที่ดินนำที่ดินดังกล่าวมาแปลงสภาพเป็นที่ดินเกษตรกรรม เพื่อให้เสียอัตราภาษีที่ถูกกว่า ที่อัตราเพดานภาษีอยู่ที่ 0.15%

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะต้องทำเกษตร อย่างปลูกพืชมากน้อยแค่ไหนจึงจะตีความได้ว่าเป็นที่ดินเกษตรกรรม ต้องรอกระทรวงมหาดไทยออกกฎหมายลูก หรือแนวทางปฏิบัติ มิฉะนั้น จะมีปัญหาหรือทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะในพื้นที่กรุงเทพฯ แลนด์ลอร์ดหลายรายมีที่ดินเปล่าในมือ

ผุดสวนมะนาวที่หมื่น ล.กลางกรุง

นอกจากนี้ กทม.พบว่าจากการสำรวจพบที่ดินเปล่าใจกลางเมืองผืนใหญ่ ขนาด 24 ไร่ ติดถนนรัชดาภิเษก และติดทางขึ้นลงรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งเป็นที่ดินของกลุ่มแหลมทองค้าสัตว์ ใกล้กับที่ดินของ นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ผู้ถือหุ้นใหญ่โรงพยาบาลกรุงเทพ เนื้อที่ 28 ไร่ ซึ่งแปลงของ นพ.พงษ์ศักดิ์ ก่อนหน้านี้เคยให้ บจ.ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เป็นตัวแทนขายที่ดินให้เมื่อปี 2561 ปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้

ล่าสุดที่ดินแปลงของกลุ่มแหลมทองค้าสัตว์ได้มีการล้อมรั้ว และปรับพื้นที่ใหม่ จากการสอบถามผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นระบุว่า ได้มีการปลูกต้นมะนาวร่วม 4,000 ต้น แต่มีข้อมูลว่าปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวยังไม่มีการซื้อขาย เนื่องจากตั้งราคาขายสูงเฉียด 1 หมื่นล้านบาท ทั้ง 2 แปลง

ส่วนกรณีที่เจ้าของที่ดินเกือบ 30 ไร่ นำที่ดินปลูกต้นมะนาว เพื่อต้องการจะเสียภาษีในประเภทเกษตรกรรม ตามกฎหมายใหม่ หากที่ดินมีมูลค่า 0-75 ล้านบาท จะเสียภาษีที่ 0.01% มูลค่า 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% มูลค่า 100-500 ล้านบาท ที่ 0.05% มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท 0.07% และมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตรา 0.1% แต่หากเป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้น อปท.ละไม่เกิน 50 ล้านบาท

ตระกูลดังแห่ตั้งบริษัททำนา-สวน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจพบว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มตระกูลดัง แลนด์ลอร์ด นักธุรกิจ เศรษฐีที่ดิน มีความเคลื่อนไหวในการบริหารจัดการที่ดิน ด้วยการตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการทำไร่ ทำนา ทำสวน ทำกิจกรรมทางการเกษตร รวมถึงการให้เช่าที่ดิน การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก อาทิ ตระกูลโอสถานุเคราะห์ เจ้าของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง ตั้ง บจ.เอส.เอส.เรียล (สวนหลวง) และ บจ.เอส.เอส.เรียล (หลังสวน) เพื่อให้เช่าซื้อขายอสังหาฯ และสิ่งก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด คอนโดฯตระกูลศรีเฟื่องฟุ้งจดทะเบียนตั้งบริษัทให้เช่าและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในนาม บจ.บี วี เอส แลนด์ และ บจ.บี วี เอส เอสเตท ดร.ชัชวิน-คุณหญิงดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ นักธุรกิจชื่อดัง ตั้ง บจ.เทอร์รา เวนเจอร์ และ บจ.เทอร์รา เวสท์ เพื่อให้เช่าที่ดินและอสังหาฯทุกประเภท นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.ไทยประกันชีวิต ตั้ง บจ.ทรัพย์มีสุข ให้เช่าอสังหาฯ

“เศรษฐีภูธร” ไม่ตกขบวน

ขณะที่ตระกูลแพทยานันท์ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.เจ้าพระยามหานคร บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ตั้งบริษัทใหม่ 3 บริษัท คือ บจ.ทีเอ็มเอวัน บจ.ทีเอ็มเอทู และ บจ.ทีเอ็มเอทรี เพื่อประกอบกิจการค้า เลี้ยงสัตว์ ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำการเกษตร ตระกูลสันติวัฒนา เจ้าของกิจการน้ำมันพืช “คิง” ตั้ง บจ.สันติ ร่วมใจ เพื่อประกอบกิจการให้เช่าที่ดิน ทำสวน ทำไร่ ตระกูลสัจจาไชยนนท์ ที่เดิมทำกิจการค้าไม้ ในชื่อ บจ.สยามเฮงหมง ตั้ง บจ.สัจจไพศาล เพื่อประกอบกิจการทางด้านการเกษตร ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำการประมง และเพาะปลูกพืชต่าง ๆ และ บจ.สัจจรุ่งโรจน์ ประกอบกิจการทางด้านเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำการประมง และเพาะปลูกพืชผลต่าง ๆ นายเจริญพร สุจินตะบัณฑิต กรรมการและผู้บริหาร สภาหอการค้าไทย-จีน เจ้าของ บจ.พรชัย อิควิปเมนท์ ตั้ง บจ.วิโปซาโต ประกอบกิจการทำนา ทำสวน ทำไร่เช่นกัน

นอกจากนี้พบว่า นักธุรกิจและเจ้าของแลนด์ลอร์ดในหลาย ๆ จังหวัด อาทิ นครราชสีมา เชียงใหม่ สมุทรสาคร นนทบุรี กาญจนบุรี ได้ทยอยตั้งบริษัทขึ้นมา โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า ประกอบกิจการให้เช่าที่ดินเพื่อทำตลาดทุกประเภท, ให้เช่าที่ดินสำหรับทำตลาดนัด-ตลาดสด, ให้เช่าที่ดินว่างเปล่า, ให้เช่าที่ดินเพื่อการเกษตร, ให้เช่าพื้นที่สำหรับตากแห้ง ลานข้าวเปลือก ข้าว ข้าวโพด มัน มันสำปะหลัง และมีหลายบริษัทที่ระบุในวัตถุประสงค์การตั้งบริษัทว่า เพื่อประกอบกิจการทำนา ทำสวน ทำไร่

https://www.prachachat.net/property/news-401676
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Tags
condo, highrise, property, property investors, proposal, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:59 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us