Nakhon Ratchasima | Bangpa In to Korat MotorWay - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old September 24th, 2009, 02:32 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

Nakhon Ratchasima | Bangpa In to Korat MotorWay



Ayutthaya (Bangpa In)


Last edited by napoleon; August 13th, 2019 at 09:39 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 24th, 2009, 02:34 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

Bangpa-in to Nakon-Ratchasima Motorway 196 Kms

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (สายบางปะอิน – นครราชสีมา) เป็นเส้นทางสายหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นทางหลวงพิเศษที่สามารถแบ่งเบาการจราจรจากทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่มีปริมาณการจราจรสูงและติดขัดมากขึ้น ยิ่งในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เส้นทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีปริมาณการจราจรสูงมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัด และใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ 2-3 เท่า และนอกจากนี้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา ยังจะช่วยนำความเจริญมาสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น

เนื่องจากจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศไทยเข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้มอบหมายให้บริษัท เทสโก้ จำกัด, บริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด และ บริษัท วิศวกรรมธรณีและฐานราก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททางด้านวิศวกรรมที่ปรึกษา ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดเพื่อเตรียมการในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้างต่อไป โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนแรกจาก อำเภอบางปะอิน – อำเภอปากช่อง ระยะทาง 103 กิโลเมตร และตอนที่ 2 จากอำเภอปากช่อง – จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร



Last edited by napoleon; April 26th, 2013 at 01:14 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 02:35 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463




Last edited by napoleon; February 18th, 2020 at 09:15 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 24th, 2009, 02:38 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

มอเตอร์เวย์สายใหม่ "บางปะอิน-โคราช" ปี"50 ถูกเฉือนงบ-แค่ออก พ.ร.ฎ.เวนคืน

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3846 (3046)


คอลัมน์ เวนคืนอัพเดท

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อีกโครงการหนึ่ง ที่กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางของคนในภาคอีสาน ที่ปัจจุบันการจราจรบนถนนสายหลักประสบปัญหาวิกฤตอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล

เมื่อหลายปีก่อนกรมทางหลวงเคยการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแบบก่อสร้างโครงการดังกล่าวในเบื้องต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในปีงบประมาณ 2549 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียด และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

พร้อมๆ กับสำรวจพื้นที่โครงการ ว่าจะต้องเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวนเท่าใดตลอดระยะทาง 200 กิโลเมตร เพื่อจะได้ทำการเวนคืนที่ดินต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนฯ ได้ประมาณปลายปี 2549 และเริ่มเข้าพื้นที่ทำการเวนคืนที่ดินได้ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าแผนทั้งหมดอาจสะดุด เพราะในการจัดสรรงบประมาณปี 2550 ของรัฐบาล ปรากฏว่ากรมทางหลวงไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณเวนคืนที่ดินโครงการนี้ ทำให้แผนเวนคืนต้องรอไปอีก 1 ปี

ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงได้ขอจัดสรรงบประมาณสำหรับการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมาวงเงิน 500 ล้านบาท ต่อมาได้ปรับลดลงเหลือ 200 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอจะจัดสรรให้

แนวโครงการบางปะอิน-โคราช จุดเริ่มต้นจะต่อเชื่อมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 หรือถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้านตะวันออก ที่ทางแยกต่างระดับบริเวณอำเภอบางปะอิน

จากนั้นแนวเส้นทางจะตัดผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และอุทัยธานี จังหวัดสระบุรี ที่หนองแค อำเภอเมือง แก่งคอย และมวกเหล็ก และจังหวัดนครราชสีมา ที่ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ และสิ้นสุดที่อำเภอเมืองนครราชสีมา บริเวณจุดตัดทางหลวงสายบ้านกุดม่วง-นครราชสีมา แล้วทับซ้อนไปกับแนวทางหลวงสายดังกล่าว ไปสิ้นสุดที่บริเวณจุดจบทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร

แนวเส้นทางจะเป็นการตัดถนนสายใหม่ขึ้นมา โดยพื้นที่จากการสำรวจเบื้องต้น ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่โล่ง ที่นา และเรือกสวน เนื่องจากกรมทางหลวงพยายามหลีกเลี่ยงชุมชนให้มากที่สุด มีแนวเขตทาง 70 เมตร

รูปแบบการก่อสร้าง จะก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรไป-กลับ ข้างละ 2 ช่องจราจร และในอนาคตจะขยายเพิ่มอีกข้างละ 1 ช่องจราจร ในช่วงจุดเริ่มต้นที่อำเภอบางปะอินถึงจังหวัดสระบุรี ระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตร

นอกจากนี้จะมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ 11 แห่ง และอาคารเก็บค่าผ่านทาง 8 แห่ง และมีมาตรฐานการก่อสร้างสูงกว่าทางหลวงทั่วไป มีรั้วกั้นเขตทาง มีการควบคุมทางเข้า-ออกที่สมบูรณ์แบบ บริเวณทางแยกและทางต่อเชื่อมจะเป็นทางแยกต่างระดับ สะพานข้ามและทางลอด โดยไม่มีสัญญาณไฟจราจร รถยนต์สามารถใช้ความเร็วได้ตามที่ออกแบบไว้ คือ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีที่พักริมทาง 5 แห่ง ไว้คอยอำนวยความสะดวกผู้เดินทาง

ในส่วนการก่อสร้าง กรมทางหลวงแจ้งว่าขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมการใดๆ และขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร จะใช้งบประมาณก่อสร้างเอง 100% ให้เอกชนมาลงทุน หรือใช้เงินกู้ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ก่อสร้างและการเวนคืนที่ดินเท่านั้น

จากผลการศึกษา ที่จัดทำไว้เมื่อปี 2546 โครงการบางปะอิน-โคราช ใช้งบฯก่อสร้าง 23,340 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 1,968 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จทั้งโครงการใช้เงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท

ด้านการจัดเก็บค่าผ่านทาง จะจัดเก็บด้วยระบบปิด โดยใช้ระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ร่วมกับสมาร์ทการ์ด ส่วนอัตราค่าผ่านทาง เริ่มต้นที่ 1 บาท/กิโลเมตร สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ หลังจากนั้นเพิ่มอัตราค่าผ่านทาง 15% ทุกระยะ 5 ปี

หน้า 14

Last edited by napoleon; September 24th, 2009 at 04:20 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:19 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

รุมค้านสร้างบางปะอิน-โคราช กรมทางหลวงเมินเดินหน้าต่อ

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3860 (3060)

ชาวบ้านรวมตัวค้านมอเตอร์เวย์สายใหม่ บางปะอิน-โคราช หลังกรมทางหลวงเตรียมออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน เผยมีผลเสียมากกว่าผลดี กระทบวิถีชีวิตชาวบ้านทั้ง 2 ข้างทาง และการค้าขายในชุมชนเดิม ชี้ไม่ได้ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทาง แถมยังเพิ่มภาระให้กับผู้ใช้ทางและภาคขนส่งอีก ด้าน "ทรงศักดิ์ แพเจริญ" อธิบดีกรมทางหลวง ยันสร้างแน่นอน ผลการศึกษาชี้ชัดคุ้มค่า

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-โคราช ทั้งกลุ่มค้าขายตามแนวถนนสายมิตรภาพและพหลโยธิน ช่วงตั้งแต่จังหวัดสระบุรีถึงนครราชสีมา และกลุ่มประชาชนในแนวเขตทางตัดผ่าน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มมีความเห็นร่วมกันว่ากรมทางหลวงไม่สมควรจะก่อสร้างโครงการนี้ โดยให้เหตุผลในการคัดค้านว่า เส้นทางมอเตอร์เวย์เป็นถนนปิดทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ ประชาชนที่อยู่ตลอดแนวเขตทางตัดผ่านไม่ได้รับประโยชน์ แต่ยังต้องสูญเสียวิถีการดำเนินชีวิตตามปกติ ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้

นอกจากนี้เส้นทางมอเตอร์เวย์จะเคลื่อนย้ายคนที่เดินทางจากจุดต้นทางไปสู่ปลายทางที่กำหนดไว้ โดยไม่ผ่านชุมชนดั้งเดิมที่ทำการค้าขายอยู่ตลอดแนวเส้นทางเก่า ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ทำมาหากินอยู่ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่แม่ค้าผลไม้ อู่ซ่อมรถ ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต ร้านขายของฝากสินค้าท้องถิ่น เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่เดิมเคยขายตรงแก่ผู้ผ่านทาง พร้อมกับระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจำนวนมากตลอดแนวเส้นทางนี้จะย้ายเข้าไปค้าขายในมอเตอร์เวย์ที่มีจุดพักรถน้อยแห่งในตลอดเส้นทางเกือบ 200 กิโลเมตร

นอกจากนี้ชาวบ้านยังระบุด้วยว่า งบประมาณในการดำเนินโครงการดังกล่าวสูงนับ 10,000 ล้านบาท แต่แทบไม่ได้ช่วยย่นระยะทางจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมาได้เลย เป็นเพียงเส้นทางคู่ขนานที่ต้องเสียค่าผ่านทาง แต่หากภาครัฐใช้เงินเพียงไม่กี่ 1,000 ล้านบาท ขยายถนนมิตรภาพในช่วงที่เป็นจุดคอขวด สร้างสะพานลอยข้ามจุดตัดที่การจราจรหนาแน่น สร้างสะพานกลับรถเพิ่มในทุกจุดที่เป็นชุมชน เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคของการไหลของกระแสรถ ตลอดจนลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในถนนมิตรภาพ พหลโยธิน จะทำให้การจราจรบนเส้นทางเดินคล่องตัวตลอดเส้นทาง ปัจจุบันรถจะชะลอตัวช้าหรือติดก็เฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น น่าจะดีกว่าใช้เงินจำนวนมากสร้างทางแล้วเก็บเงินค่าผ่านทาง สร้างภาระแก่คนเดินทางและภาคขนส่ง

นายทรงศักดิ์ แพเจริญ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงยังจะเดินหน้าก่อสร้าง มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราชต่อไป เนื่องจากผลการศึกษาที่กรมได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษา พบว่าโครงการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการ เพราะมีประโยชน์สูงหลังจากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ เนื่องจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังภาคอีสานได้ จากปัจจุบันการจราจรค่อนข้างจะหนาแน่น ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ใช้เส้นทาง

"ยังไงเราต้องสร้าง เพราะผลศึกษาออกมาแล้วว่าทำแล้วคุ้มทั้งในเรื่องของการช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงในแง่ของการขนส่งสินค้าด้วย ขณะนี้เรากำลังจะออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน" นายทรงศักดิ์กล่าว

หน้า 11
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:19 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

รุกฟังความเห็นมอเตอร์เวย์ “กทม.-โคราช” ทุ่ม 2.9 หมื่นล้าน สร้างปี’ 53 - เปิดใช้ปี 55

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2550 17:12 น.


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - กรมทางหลวงรุกเดินหน้าเมกะโปรเจกต์มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่า 2.9 หมื่นล้าน ระยะ 199 กม.เชื่อมกรุงเทพฯกับภาคอีสาน ประเดิมเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นการสำรวจออกแบบก่อสร้างจากหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนที่โคราช เผย ออกแบบก่อสร้างเสร็จปลายปีนี้ คาด ลงมือก่อสร้างได้ในปี 2553 และเปิดให้บริการได้ปี 2555

วันนี้ (6 ก.พ.) ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซสโคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาได้จัดประชุมสัมมนาปฐมนิเทศงานบริการด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 2 (จาก อ.ปากช่อง-นครราชสีมา) โดย นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาว จ.นครราชสีมา เข้าร่วมกว่า 150 คน

ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการดำเนินโครงการและรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในท้องถิ่น เพื่อลดข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อรับทราบปัญหาและเหตุผลเพื่อจะนำไปสู่การออกแบบรายละเอียดก่อสร้างโครงการที่เหมาะสมต่อไป

นายชาญชัย เตชัสหงส์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เปิดเผยว่า ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (สายบางปะอิน-นครราชสีมา) เป็นทางหลวงพิเศษที่มีความสำคัญในการแบ่งเบาการจราจรจากทางหลวงหมายเลข 1 (ถ.พหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 2 (ถ.มิตรภาพ) ที่มีปริมาณการจราจรสูงและหนาแน่นตลอดเส้นทาง หรือติดขัดในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน

ที่สำคัญ ทางหลวงพิเศษเส้นนี้จะนำความเจริญมาสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ให้ดีขึ้น เพราะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศไทยเข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยสะดวกรวดเร็วในการเดินทางสู่ภาคอีสาน

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า การดำเนินการโครงการ ล่าสุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกรมทางหลวงได้ว่าจ้างให้บริษัทวิศวกรรมที่ปรึกษาดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดก่อสร้างจำนวน 4 บริษัท ด้วยงบประมาณ 70 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.ปีนี้

โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ตอน คือ ตอน 1 จาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา-อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 103 กิโลเมตร (กม.) และตอน 2 จาก อ.ปากช่อง-อ.เมืองนครราชสีมา (ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ) ระยะทาง 96 กิโลเมตร ซึ่งในตอน 2 การสำรวจและออกแบบรายละเอียดรับผิดชอบโดยบริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด รวมระยะทางการก่อสร้างโครงการนี้ทั้งสิ้น 199 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 2.9 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมค่าเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมากเช่นกัน เพราะเส้นทางตัดผ่านทั้งที่ดินที่อยู่อาศัยประชาชน พื้นที่การเกษตร ที่ตั้งกิจการโรงงานต่างๆ จำนวนไม่น้อย

สำหรับที่มาของงบประมาณก่อสร้างนั้น อาจจะเป็นงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ที่กรมทางหลวงดำเนินการอยู่ในขณะนี้ หรือเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ทางหลวพิเศษหมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันออก บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคู่ขนานไปกับด้านฝั่งซ้ายของ ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ จ.สระบุรี แล้วตัดข้ามมายังด้านฝั่งขวา ถ.มิตรภาพ มุ่งสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ อ.สีคิ้ว ซึ่งในช่วงเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จะสร้างเป็นทางยกระดับตรงเกาะกลาง ถ.มิตรภาพ ระยะทางราว 10 กม.ก่อนตัดเข้าด้านฝั่งซ้ายคู่ขนานกับ ถ.มิตรภาพ ผ่าน อ.สูงเนิน-อ.ขามทะเลสอ และ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

“รูปแบบการก่อสร้างจะเป็นทางขนาน 4 ช่องจราจร ความกว้างของผิวจราจรช่องละ 3.60 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างทั้งทางยกระดับและทางเรียบ โดยหากช่วงใดที่ผ่านภูเขาสูง หรือความลาดชันสูง ก็จะสร้างเป็นทางยกระดับไปแนวของตรงเกาะกลาง ถ.มิตรภาพเดิม เช่น บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองเป็นต้น โดยจะเป็นทางหลวงพิเศษที่มีมาตรฐานสูง สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 กม./ชั่วโมง มีการควบคุมการเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง ไม่มีจุดตัดหรือทางแยกแต่จะสร้างทางลอดหรือทางข้ามแทนเพื่อให้รถบนถนนท้องถิ่นวิ่งไปมาหาสู่กันได้, มีศูนย์บริการทางหลวงทุก 15-20 กม.” นายชาญชัย กล่าว และว่า

รวมทั้งก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามในจุดที่จำเป็น, ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด-โทรศัพท์ฉุกเฉินตลอดเส้นทาง พร้อมหน่วยกู้ภัยที่พร้อมช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และมีการจัดเก็บค่าผ่านทาง ณ บริเวณด่านทางเข้า-ออก รวม 8 จุด ซึ่งคาดว่าอัตราค่าผ่านทางประมาณ 1 บาท/กม.แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

ด้าน นายกำพล อุรุยศ ผู้จัดการโครงการ เปิดเผยว่า ผลการระดมข้อเห็นคิดจากการประชุมสัมมนากับผู้แทนทุกหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องและประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ในวันนี้ ทางบริษัทที่ปรึกษาจะนำไปประกอบการสำรวจและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างโครงการทั้งหมดก่อนที่จะนำมาประชุมสัมมนาร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้ข้อสรุปสุดท้ายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนเสนอผลการสำรวจและออกแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์ให้กับกรมทางหลวง ในราวเดือน ต.ค.เพื่อเสนอรัฐบาลดำเนินผลักดันก่อสร้างตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ แผนการดำเนินโครงการฯที่วางไว้ คือ ปี 2549-2550 สำรวจและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างแล้วเสร็จ, ปี 2550-2551 ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน, ปี 2551-2552 จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน, ปี 2553-2554 ดำเนินการก่อสร้างและสามารถเปิดให้บริการเส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) ระยะทาง 199 กม.ได้เต็มรูปแบบในปี 2555





napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:22 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

มอเตอร์เวย์โคราช ออกแบบเสร็จแล้ว เสนอให้ปชช.วิพากษา

โดย นสพ โคราชรายวัน: ๕ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐


กรมทางหลวงเร่งสำรวจ และทำความเข้าใจให้กับประชาชน มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ตอน ๒ ก่อนสิ้นกรอบสัญญาส่งมอบกันยายนนี้ เพื่อเตรียมเวนคืนที่ดิน ผอ.สำนักทางหลวงที่ ๘ มั่นใจไม่กระทบสิ่งแวดล้อม เผยเตรียมทุ่มงบดำเนินการสร้างเกือบ ๓ หมื่นล้าน คาดพร้อมเปิดบริการปี ๒๕๕๕ ด้านรองผู้ว่าฯ 'พงษ์ศิริ' หนุนโครงการ เชื่อแบ่งเบาจราจรหนาแน่น อีสานได้ประโยชน์ต่อยอดการค้า-การลงทุน

เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส นครราชสีมา กรมทางหลวงได้จัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการงานบริหารด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ สายบางปะอิน -นครราชสีมา ตอน ๒ (ปากช่อง - นครราชสีมา) โดยมีนายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน ร่วมด้วยนายสมชาย จีรังพิทักษ์กุล ผอ.สำนักทางหลวงที่ ๘ (นครราชสีมา), นายกำพล อุรุยศ ผู้จัดการโครงการ, นายวีระ ศานติวรกุล วิศวกรการทาง บริษัท เอ็ม เอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, นายศักดิ์สิริ สรรพสิริโสภณ วิศวกรการทาง บริษัท เทสโก้ จำกัด, นายกิตติ อธิสุข สถาปนิกและภูมิสถาปัตย์ บริษัท เอ็ม เอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, นายมงคล ประสาทเสรี ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัท เทสโก้ จำกัด และรศ.พิสิฐ ศุกรียพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้ง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วม ๑๐๐ คน

นายสมชาย จีรังพิทักษ์กุล กล่าวราย งานว่า กรมทางหลวงได้จัดทำแผนแม่บท และดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๐ มีโครงข่ายรวมทั้งสิ้น ๑๓ สายทาง ระยะทางรวม ๔,๑๕๐ กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จแล้วจำนวน ๒ สาย รวมระยะทาง ๑๔๑ กิโลเมตร ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านทิศตะวันออก) และทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (สายกรุงเทพฯ - ชลบุรี) สำหรับทางหลวงหมายเลข ๖ (สายบางปะอิน - นครราชสีมา) มีปลายทางอยู่ที่จังหวัดหนองคาย แต่ที่ต้องเร่งรีบก่อสร้างโดยสิ้นสุดแค่จังหวัดนครราชสีมาก่อนนั้น เนื่องจากว่าพื้นที่ซึ่งโครงการตัดผ่าน มีความจำเป็นในการแก้ไขการจราจรที่ติดขัด และส่งเสริมเศรษฐกิจภายในภูมิภาค

นอกจากจะช่วยแบ่งเบาการจราจรบน ทางหลวงหมายเลข ๑ และ ๒ แล้ว ยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศไทยเข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีนอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาเป็นผู้ดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียด เพื่อเตรียมการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้างต่อไป ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๒ ตอน คือ ตอน ๑ จากอำเภอบางปะอิน - อำเภอปากช่อง ระยะทาง ๑๐๓ กิโลเมตร และตอนที่ ๒ จากอำเภอปากช่อง - จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง ๙๓ กิโลเมตร โดยมีแนวเส้นทางผ่าน ๑๗ ตำบลใน ๕ อำเภอ คือ อำเภอปากช่อง, สีคิ้ว, สูงเนิน, ขามทะเลสอ และอำเภอเมือง

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ นี้ จะเป็นถนนขนาด ๔ ช่องการจราจร และสามารถขยายถึง ๖ ช่องจราจรในอนาคตได้ โดยจะวางอยู่บนพื้นที่เขตทางประมาณ ๗๐ เมตร มีความกว้างของช่องจราจร ช่องละ ๓.๖ เมตร มีทางยกระดับบริเวณใกล้กับอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งจะทำเป็นทางยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร ที่สามารถขยายได้ ๖ ช่องจราจร ในอนาคตได้เช่นกัน โดยทำเป็นทางยกระดับวางโครงสร้างอยู่บนเกาะกลางถนน มิตรภาพ ช่วงนี้มีระยะทางยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร รวมงบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้น จึงได้มีการจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาร่วมกันของกลุ่มผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของรูปแบบโครงการ สำหรับใช้เป็นแนวทางการสำรวจและออกแบบแนวเส้นทางที่เหมาะสมต่อไป

ต่อมานายกำพล อุรุยศ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ทางหลวงพิเศษจะได้ประโยชน์ทางอ้อม โดยทางหลวงพิเศษจะไม่บังคับประชาชนให้ต้องใช้ทางหลวงพิเศษนี้ เพราะจะมีทางหลวงปกติให้ใช้อยู่แล้ว ในส่วนของผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางโดยใช้ทางหลวงพิเศษ จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เป็นการระบายการจราจรจากส่วนที่อยู่บนเส้นทางปกติ ซึ่งช่วยให้การจราจรไม่ติดขัด ในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่าการจราจรเริ่มจะติดขัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และเรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งหลายคนเป็นห่วงนั้น บริษัทที่ว่าจ้างดำเนินโครงการก็ตระหนักถึงข้อนี้ จึงได้มีการศึกษาเป็นอย่างดี โดยได้มีมาตรการออกแบบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น ออกแบบติดตั้งกำแพงกันเสียง ซึ่งกำแพงจะต้องมีความสูงเพียงพอที่จะบังสายตาจากตัวรถยนต์ถึงอาคาร, ออกแบบติดตั้งรั้วบริเวณช่วง กม. ๑๐๓ - ๑๐๔ ที่เส้นทางใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าหินเหล็กไฟ ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า, ออกแบบทางลอดบริการส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขการตัดขวางเส้นทางคมนาคมในท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้สะดวกเหมือนเดิม, ออกแบบโครงสร้างของทางแยก ทางยกระดับ และทางข้ามต่างระดับให้ดูโปร่งเบา โดยเลือกรูปแบบ ทรงผิวให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติที่สุด เป็นต้น

ในส่วนของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ ตอน ๒ นั้น จะเป็นทางควบคุมการเข้า - ออก ที่ออกแบบให้สัญจรไปมาได้ด้วยความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีจุดเชื่อมต่อกับทางหลวงต่างๆ โดยทำเป็นทางแยกต่างระดับดังนี้ ๑. ทางแยกต่างระดับที่ กม. ๑๑๐+๐๐๐ ที่จุดตัดทางหมายเลข ๒๐๙๐ (ถนนธนะรัชต์) ให้เป็นเส้นทางสัญจรไปเขาใหญ่และอำเภอปากช่อง, ๒. ทางแยกต่างระดับที่ กม. ๑๕๔+๐๐๐ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ใช้เป็นส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ซึ่งสามารถเดินทางไปอำเภอสีคิ้ว, ด่านขุนทด และอำเภอโชคชัยได้ และ ๓. ทางแยกต่างระดับที่ กม. ๑๙๕+๘๐๐ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา) ใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งสามารถเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้

“สำหรับด่านเก็บค่าผ่านทาง (Toll Plaza) จะแบ่งออกเป็น ๓ จุด คือ ๑. ทางแยกต่างระดับทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๐ (ด่านปากช่อง), ๒. ทางแยกต่างระดับทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ (ด่านสีคิ้ว) และ ๓. ที่กม. ๑๘๕+๐๐๐ (ด่านขามทะเลสอ) โดยมีสถานที่บริการสำหรับผู้ใช้เส้นทาง ๔ จุด ได้แก่ ๑. ศูนย์บริการทางหลวงที่ กม. ๑๐๗+๐๐๐ (ศูนย์บริการทางหลวงปากช่อง), ๒. สถานที่พัก ที่ กม. ๑๒๗+๐๐๐ (สถานที่พักปากช่อง), ๓. สถานที่บริการที่ กม. ๑๔๗+๐๐๐ (สถานที่บริการสีคิ้ว) และ ๔. สถานที่พักที่ กม. ๑๗๓+๐๐๐ (สถานที่พักขามทะเลสอ) ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้มีกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างในปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในต้นปี ๒๕๕๕” ผู้จัดการโครงการกล่าวย้ำ

ทางด้านนายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงการจัดสัมมนาในครั้งนี้ว่า จากการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างสูงของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งมีพัฒนาการด้านคมนาคมรวดเร็วมาก ทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ แม้แต่ประเทศเวียดนาม ขณะนี้ก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการคมนาคมจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ทางหลวงหมายเลข ๖ (สายบาง ปะอิน - นครราชสีมา) นับเป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลวงพิเศษที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยแบ่งเบาการจราจรจากทางหลวงหมายเลข ๑ (ถนนพหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น และประสบปัญหาการจราจรติดขัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน อีกทั้งยังจะช่วยนำความเจริญมาสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยโครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น ที่สำคัญคือด้วยปัจจัยที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อ ระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศไทย เข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน จึงต้องมีการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาร่วมกันของกลุ่มผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาความเหมาะสมของรูปแบบโครงการ สำหรับใช้เป็นแนวทางการสำรวจและออกแบบแนวเส้นทางที่เหมาะสม รวมทั้งการพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น

“กรมทางหลวงได้มอบหมายให้บริษัท เอ็ม เอเอ คอนซัลแตนท์ และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ สายบางปะอิน - นครราชสีมา ตอน ๒ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการศึกษาที่จะต้องจัดให้มีการประชุมเชิงวิชาการ เพื่อนำ ภาพรวมในการดำเนินงาน แนวเส้นทางและรูปแบบทางวิศวกรรม ตลอดทั้งแนวทางในการสำรวจและออกแบบรายละเอียดแนวเส้นทางโครงการ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน หน่วยงาน หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามแนวเส้นทางการก่อสร้าง เนื่องจากสัญญาการออกแบบมีระยะเวลา ๑ ปี ระหว่างเดือนกันยายน ๒๕๔๙ - กันยายน ๒๕๕๐ จึงต้องเร่งทำการสำรวจและออกแบบให้เสร็จภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยการจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ครั้ง ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ หลังจากนั้นขั้นตอนต่อไปก็จะได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และดำเนินการก่อสร้างต่อไป” รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวในที่สุด
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:23 PM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

อยุธยาหนุนทางด่วน "บางปะอิน-โคราช"

มติชน: วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2550


นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นประชาชนในโครงการสร้างทางหลวงพิเศษ หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 1 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นด้วยกับโครงการรวมถึงรูปแบบรายละเอียดทั้งหมดของโครงการก่อสร้างถนนสายดังกล่าว ซึ่งจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศ เข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน

นายเชิดพันธ์กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของถนนนั้นกรมทางหลวงแจ้งว่ามีรูปแบบโครงการ เป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร หรือ ไป-กลับ 2-3 ช่องจราจร ในอนาคตมีพื้นที่สามารถขยายเป็น 8 ช่องจราจรได้ โดยมีระยะทางระดับพื้นดิน 103 กิโลเมตรทางยกระดับยาวประมาณ 18 กิโลเมตร ด่านเก็บค่าผ่านทางตามระยะทาง 6 จุด มีทางคู่ขนาน 13 แห่ง รวมทั้งมีทางลอด 19 จุด ทางข้าม 6 จุด และทางลอดใต้สะพาน 63 จุด ไม่มีจุดตัดหรือทางแยก ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังปลูกต้นไม้สองข้างทาง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมลดมลพิษทางอากาศ และติดตั้งกำแพงกันเสียง[/QUOTE]
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:24 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราชวุ่น เหตุชาวบ้านฮือต้าน/ทล.ต้องขยายเวลาจ้างที่ปรึกษาเพื่อปรับแนวใหม่อีก 5 เดือน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2257 30 ก.ย. - 03 ต.ค. 2550


ชาวบ้านอยุธยา-สระบุรี-ปากช่อง ร่วมต้านแผนสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ "บางปะอิน-โคราช" ตอน1-2 ระยะทางรวม 202 กม. มูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้าน เหตุหวั่นกระทบต่ออาชีพ-ความเป็นอยู่ ด้านกรมทางฯ ต้องยอมผ่อน เตรียมยืดเวลาสำรวจออกแบบให้กลุ่มที่ปรึกษาเพิ่มอีก 5 เดือน จากเส้นตายเดิมที่ต้องส่งมอบงานภายในเดือน ต.ค.นี้ เร่งทบทวนแบบและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน


แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าในการสำรวจและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-โคราช ตอนที่ 1 ระยะทางประมาณ 103 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางจาก อำเภอบางปเอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และตอนที่ 2 ระยะทางประมาณ 99 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางจากอำเภอปากช่อง ถึงอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปแนวเส้นทางที่ชัดเจนได้ เนื่องจากยังได้รับการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางโครงการอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องการถูกเวนคืนที่ดิน


ทั้งนี้พื้นที่ค่อนข้างมีปัญหา คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณเทศบาลตำบลลำตะเสา ที่ต้องการให้ปรับรูปแบบโครงการเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณจุดขึ้น-ลง ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ที่บริเวณเทศบาลตำบลทับกวาง ก็ต้องการให้ปรับแนวเส้นทางให้ชิดกับถ้ำเขาโพธิสัตว์มากที่สุด เพื่อลดจำนวนบ้านเรือนที่จะถูกเวนคืน ซึ่งในส่วนนี้ทางบริษัทที่ปรึกษาได้พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถำได้ เพราะจะทำให้มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก


นอกจากนั้นที่บริเวณอำเภอมวกเหล็ก ก็มีกลุ่มองค์กรส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย ที่ต้องการให้ปรับแนวเส้นทางเพื่อลดผลกระทบ ส่วนที่บริเวณปากช่อง ก็ต้องการให้เบี่ยงแนวเส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่ทำเหมือง เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะมีผลทำให้ถูกยกเลิกสัมปทานการทำเหมือง ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างมาก


ดังนั้นจึงต้องพิจารณาขยายเวลาการสำรวจและออกแบบให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา จากเดิมที่กำหนดให้ส่งมอบผลการศึกษาภายในเดือนตุลาคมนี้ ออกไปอีกประมาณ 5 เดือน เพื่อทำการปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และออกแบบรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ต้องดูว่าจะประนีประนอมกันอย่างไรเพื่อให้เป็นที่พอใจกันทุกฝ่าย


อย่างไรก็ดี ต้องพิจารณาดูด้วยว่า หลังจากที่ทบทวนแบบอีกครั้งหนึ่งแล้ว วงเงินลงทุนที่ประมาณการไว้ว่าเดิมตลอดแนวเส้นทางจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 29,000 ล้านบาทนั้น หากปรับแนวเส้นทางให้เป็นที่พอใจต่อประชาชนในพื้นที่แล้ว วงเงินจะยังอยู่ในจำนวนที่ประมาณการนี้ไวหรือไม่ หากเกินไปจากนี้ก็ต้องเจรจากับประชาชนเพื่อขอปรับแบบอีกครั้ง เพื่อให้สามารถคุมวงเงินการงทุนไม่ให้สูงเกินไปจากนี้ให้ได้ด้วย แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว


สำหรับแนวเส้นทางโครงการดังกล่าวนั้น มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 202 กิโลเมตร โดยจะพาดผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นโครงการที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก แนวถนนโครงการจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ทางด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านพื้นที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผ่านบ้านหินกอง แนวถนนโครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วซ้อนทับและใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมืองแนวตรงไปผ่านบ้านห้วยแห่ง


จากนั้นจะขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 (แก่งคอย-บ้านนา) ผ่านบ้านโคกกรุง ด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์สระบุรี เข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่ทอำเภอมวกเหล็ก จากนั้นแนวถนนโครงการจะตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้าสัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม


โดยแนวที่เชื่อมต่อไปจังหวัดนครราชสีมาจะตัดป่าบริเวณบ้านหนองน้ำแดง ผ่านพื้นที่ทหาร ซ้อนทับกับถนนมิตรภาพช่วงเลียบเขื่อนลำตะคอง ตัดข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) บริเวณบ้านคลองไผ่ ซึ่งแนวต่อจากนี้จะอยู่ด้านเหนือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนมิตรภาพ) โดยตลอด ซึ่งแนวเส้นทางจะสิ้นสุดที่วงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา


สำหรับทางพิเศษสายนี้ จะเป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร และสามารถขยายเป็น 8 ช่องจราจรได้ในอนาคต ทำให้รองรับปริมาณการจราจรได้มาก อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่สามารถควบคุมการเข้า-ออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะไม่มีจุดตัดหรือทางแยก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถกำหนดเวลาในการเดินทางได้ โดยตลอดแนวเส้นทางจะมีสถานีบริการทางหลวง 1 แห่ง ที่พักริมทางหลวง 3 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง, ด่านเก็บค่าผ่านทางตามระยะทาง 6 จุด ทางลอด 19 จุด ทางข้าม 6 จุด และทางลอดใต้สะพาน 63 จุด เพื่อให้ชุมชนทั้งสองข้างทางสามารถสัญจรถึงกันได้สะดวกและปลอดภัย รวมถึงจะมีทางแยกต่างระดับ 6 จุด ที่เชื่อมต่อกับทางหลวงสายสำคัญด้วย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:27 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

มวลชนคัดค้านหนัก มอเตอร์เวย์โคราชพุ่งลิ่ว เพิ่มเท่าตัว ๔ หมื่นล.

หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน: วันพฤหัสบดีที่ ๑ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๐


มอเตอร์เวย์ ‘บางปะอิน-โคราช’ ตอน ๒ ชาวปากช่องกางป้ายค้าน ย้ำหากกรมทางหลวงยืนยันก่อสร้าง เตรียมระดมพลังตลอดแนวเส้นทางรุดพบ ‘อธิบดีกรมทางหลวง’ ด้านผอ.สำนักสำรวจฯ มั่นใจโครงการไม่กระทบวิถีชีวิตบนถนนมิตรภาพ เผยปรับแก้แบบเป็นทางยกระดับ มูลค่าการก่อสร้างพุ่งจาก ๒ หมื่นล้าน เป็น ๔ หมื่นล้าน ประมาณการงบเวนคืน ๑ พันล้าน แต่ยังไม่เริ่มเปิดประมูล รอรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส โคราช มีการประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษา งานบริการด้านวิศว กรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครง การทางหลวงพิเศษ (Motor way) หมายเลข ๖ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน ๒ (อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา ระยะทาง ๙๓ กม.) สืบเนื่องจากการประชุมเชิงวิชาการ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ตามที่กรมทางหลวงว่าจ้างบริษัทวิศวกรรมที่ปรึกษา คือ บริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บริษัท เทสโก้ จำกัด ให้ดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดในโครงการดังกล่าว โดยมีนายอัศวิน กรรณสูต ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง, นายกำพล อุรุยศ ผู้จัดการโครงการ, นายศักดิ์สิริ สรรพสิริโสภณ วิศวกรการทาง บริษัท เทสโก้ จำกัด, นายวีระ ศานติวรกุล วิศวกรการทาง บริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, นายมงคล ประสาทเสรี ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม บริษัท เทสโก้ จำกัด และรศ.พิสิฐ ศุกรียพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว มีสาระสำคัญดังนี้

แจงอำนวยจราจร-ผู้ใช้บริการ

นายศักดิ์สิริ สรรพสิริโสภณ สรุปหลักเกณฑ์การพัฒนาโครงการและระบบอำนวยการจราจรว่า ทางหลวงพิเศษดังกล่าว จะเป็นการควบคุมการเข้า-ออก ที่ออกแบบให้สัญจรไปมาได้ด้วยความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีจุดเชื่อมต่อกับทางหลวงต่างๆ โดยทำเป็นทางแยกต่างระดับ คือ ๑.ทางแยกต่างระดับที่ กม.๑๑๐+ ๐๐๐ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๐ ถ.ธนรัชต์ ให้เป็นเส้นทางสัญจรไปเขาใหญ่และอ.ปากช่อง, ๒. ทางแยกต่างระดับที่ กม.๑๕๔+๐๐๐ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ซึ่งสามารถเดินทางไปอ.สีคิ้ว อ.ด่านขุนทด และอ.โชคชัยได้ และ ๓. ทางแยกต่างระดับที่ กม.๑๙๕+๘๐๐ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่อ.เมืองนครราชสีมา รวมถึงเดินทางต่อไปยังขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้

โดยมีระบบควบคุมและการให้บริการอื่นๆ ในโครงการที่สำคัญ ประกอบด้วย ด่านเก็บค่าผ่านทาง (Toll Plaza) มีทั้งหมด ๓ จุด คือ

๑. ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ทางแยกต่างระดับ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๐ (ด่านอ.ปากช่อง),
๒. ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ทางแยกต่างระดับ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ (ด่านอ.สีคิ้ว)
และ ๓. ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ กม.๑๘๕+๐๐๐ (ด่านอ.ขามทะเลสอ)

รวมถึงสถานที่บริการสำหรับผู้ใช้เส้นทาง มีทั้งหมด ๔ จุด คือ

๑. ศูนย์บริการทางหลวงขนาดใหญ่ (Service Center) อ.ปากช่อง,
๒. สถานที่พักริมทางหลวงขนาดเล็ก (Rest Area) บริเวณลำตะคอง,
๓. สถานที่บริการทางหลวงขนาด กลาง (Service Area) อ.สีคิ้ว และ
๔. สถานที่พักริมทางหลวงขนาดเล็ก(Rest Area) อ.ขามทะเลสอ

ซึ่งศูนย์บริการทางหลวงขนาดใหญ่ บริเวณอ.ปากช่อง จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ค่อนข้างได้รับผลกระทบมาก ทางบริษัทที่ปรึกษาจึงลดขนาดการออกแบบลงถึงร้อยละ ๕๐ ตลอดเส้นทางจะมีจุดพักรถสองฝั่ง ทั้งจากบาง ปะอิน-นครราชสีมา และนครราชสีมา-บางปะ อิน ยกเว้นที่บริเวณลำตะคอง เนื่องจากไม่มีพื้นที่ก่อสร้าง ส่วนอัตราค่าบริการตลอดเส้นทาง กิโล เมตรละ ๑ บาท เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเป็นราคาเดียวกับทั่วประเทศ กรณีรถบรรทุกที่ใช้บริการ ก่อนที่จะขับรถขึ้นใช้เส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ฯ ตอน ๒ จำเป็นต้องผ่านการชั่งน้ำหนัก หากชั่งแล้วน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด ก็ไม่สามารถเข้าใช้บริการได้ และต้องดำเนินการทางกฎหมายด้วย

นายศักดิ์สิริ กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้เป็นทางหลวงพิเศษขนาด ๔ ช่องจราจร (ไป-กลับ) โดยรูปแบบทั่วไปจะเป็นทางระดับราบ ยกเว้น บริเวณช่วงผ่านอ่างเก็บน้ำลำตะคอง พื้นที่เป็นภูเขาสูงทอดตัวยาวตลอดสองฝั่งหลายสิบกิโลเมตร ทำให้ไม่มีพื้นที่เขตทางในการก่อสร้างถนนระดับราบได้ ดังนั้นจึงต้องก่อสร้างเป็นทางยกระดับยาวต่อเนื่อง ระยะทางประมาณ ๑๘ กม. และนอกจากนี้จะมีโครงสร้างสะพานส่วนอื่นๆ อีก ได้แก่ โครงสร้างสะพานยกระดับบริเวณลำตะคอง, โครงสร้างทางลอดถนนมิตรภาพ, โครงสร้างสะพานของทางแยกต่างระดับ, โครงสร้างของสะพานตามแนวถนนสายรอง,โครงสร้างสะพานข้ามคลองและอาคารระบายน้ำ, โครงสร้างของสะพานสำหรับทางลอด และโครงสร้างของทางลอดแบบท่อลอด

บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่มีการควบคุมทางเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ ยังมีการอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร ดังนั้นจึงมีศูนย์ราชการอยู่บริเวณด่านทั่วไป รวม ๗ อาคาร คือ ๑. ด่านเก็บค่าผ่านทาง, ๒. อาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทาง, ๓. อาคารด่านชั่งน้ำหนัก, ๔. อาคารบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะรุดไปถึงที่เกิดเหตุภายใน ๕-๗ นาที, ๕. อาคารสถานีตำรวจทางหลวงย่อย, ๖. ศูนย์ควบคุมตำรวจทางหลวง เฉพาะที่อ.ปากช่อง และ ๗. อาคารศูนย์ควบคุมด่าน เฉพาะที่อ.ปากช่อง รวมถึงระบบระบายน้ำ ได้ออกแบบด้านอุทกวิทยา คือ กรณีพื้นที่รับน้ำน้อยกว่า ๒๕ ตร.กม. ใช้วิธีRational Formula โดยที่กรณีพื้นที่รับน้ำมากกว่า ๒๕ ตร.กม. ใช้วิธี Snyder และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่วมรายปีเฉลี่ย และพื้นที่ลุ่มน้ำ พร้อมทั้งออกแบบทางด่านชลศาสตร์สำหรับระบายน้ำ ด้วยวิธีการระบายน้ำผ่านทางหลวง การระบายน้ำจากผิวจราจร และการระบายน้ำเพื่อป้องกันการกัดเซาะ“สำหรับรูปแบบการพัฒนาโครงการฯ ตอน ๒ จะเป็นถนนขนาด ๔ ช่องจราจร สามารถขยายได้ถึง ๖ ช่องจราจร ในอนาคตถนนจะวางอยู่บนพื้นที่เขตทางประมาณ ๗๐.๐๐ ม. มีความกว้างของช่องจราจร ช่องละ ๓.๖๐ ม. ทางยกระดับบริเวณใกล้กับอ่างเก็บน้ำลำตะคอง โดยทำเป็นทางยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร ที่สามารถขยายได้เป็น ๖ ช่องจราจร ในอนาคต เพื่อทำเป็นทางยกระดับวางอยู่บนเกาะกลางของถ.มิตรภาพ ซึ่งช่วงนี้มีระยะทางยาวประมาณ ๑๘ กม.” นายศักดิ์สิริกล่าว

ชี้จุดติดตั้งกำแพงกันเสียง

ด้านนายมงคล ประสาทเสรี สรุปถึงมาตร การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่า ตำแหน่งพื้นที่อ่อนไหวที่มีการออกแบบสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตั้งกำแพงกันเสียงแบบ Structure - Mounted Metal / Transparent Panel และ Cast-in-Place-Concerte ได้แก่ โรงเรียนบ้านนา (กม. ๑๐๙+๕๑๐), วัดและโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร (กม.๑๒๗+๕๘๐), วัดเขาน้อยคงคาราม (กม. ๑๓๑+๑๖๐), สวนสาธารณะท้าวสุรนารี (กม. ๑๓๔+๒๐๐), วัดแก่งกลางดง, วัดป่าโกรกสะแก และโรงเรียนบ้านคนชุม ส่วนเขตตัดป่าเขาเสียดอ้าฯ นั้น จะติดตั้งรั้วตาข่ายป้องกันสัตว์ความยาว ๑ กม. สูง ๒ ม. และ PVC Materss Gabion + Geotextile พร้อมปลูกหญ้าแฝกแบบคั่นบันได ฯลฯ

แนะ ๕ ทางออก 'มอเตอร์เวย์'

ต่อมาเป็นการรับฟังความคิดเห็น และตอบข้อซักถาม ดำเนินการโดย รศ.พิสิฐ ศุกรีย พงศ์ ในการนี้มีกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยหลายรายเกี่ยวกับการก่อสร้าง โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน ๒ โดยนายชนะศักดิ์ อุ่นเมตตาอารี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลปากช่อง เสนอแนะข้อคิดเห็นว่า “Motor way หากเกิดขึ้นและตัดผ่านอ.ปากช่อง จะมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของคนในท้องที่ ราคาที่ดินจะตกฮวบฮาบ ทำให้เศรษฐกิจในอ.ปากช่องซบเซาอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางที่ปิดกั้นสิ่งต่างๆ ไม่ให้ผ่านเข้ามา ตลอดเส้นทางจากวังน้อย-นครราชสีมา ที่สำคัญคือไม่ได้ช่วยร่นระยะทางเลย เส้นทางยังไกลเหมือนเดิม และสถานที่พักรถริมทางก็มีหลายแห่ง จึงขอเสนอแนวทางและการแก้ปัญหา Motor way (อ.ปากช่อง - จ.นครราชสีมา) ดังนี้

๑. ต้องสร้างทางยกระดับจากกลางดงถึงคลองไผ่ (อ.ปากช่อง) แม้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวนมาก และทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนบ้าง ประชาชนอ.เมืองนครราชสีมาไม่เดือดร้อนแน่นอน แต่ประชาชนอ.ปากช่องเดือดร้อน ๑๐๐%,
๒. นำงบประมาณมาก่อสร้างรถไฟรางคู่ เพราะการแก้ไขปัญหาจราจรไม่ใช่ก่อสร้างถนนได้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลไม่คิดที่จะทำ และไม่เคยปรับปรุงเส้นทางรถไฟเลย ประเทศไทยใช้รถไฟมานับ ๑๐๐ ปี หากสร้างรถไฟรางคู่ขึ้นมาแล้ว จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญคือค่าโดยสารก็ถูกกว่า
๓. ปรับปรุงหรือขยายถนนสายระยอง-นครราชสีมา ซึ่งเป็นถนนสายเศรษฐกิจ ที่ขนส่งสินค้าทางเรือจากแหลมฉบังไปยังภาคอีสาน จะช่วยลดความแออัดและทำให้การเดินทางสะดวกสบาย,
๔. ขยายถนนมิตรภาพ สายสระ บุรี-นครราชสีมา เป็น ๘ ช่องจราจร หรือ ๑๐ ช่องจราจร เพื่อรองรับการจราจรที่มุ่งสู่ภาคอีสาน และ
๕. สร้างทางด่วนอิงหลักวิศวกรรมแบบต่างประเทศ สมมติทางด่วนสายวังน้อย-นครราชสีมา เส้นทางต้องไม่คดเคี้ยว ผ่านไปที่ผู้หลักผู้ใหญ่และบุคคลอื่นๆ บ้าง เสมือนงูเลื้อย หากเจอเหวก็ยกสะพานสูงขึ้นมา เจอเขาก็เจาะอุโมงค์ คือ ตลอดแนวเส้นทางวิ่งตรงดิ่ง ซึ่งจะช่วยร่นระยะทางและประหยัดเวลาในการเดินทาง อาจต้องใช้เงินมากก็น่าจะต้องยอม ถ้ายังดันทุรังก่อสร้าง ชาว อ.ปากช่องคงไม่สบายใจ และจะออกมาคัดค้าน อยู่เรื่อยๆ”
กางป้ายคัดค้าน ‘ทางหลวง’

ต่อมานายประสาน ยุวานนท์ ประธานภาคประชาชน อ.ปากช่อง แสดงทัศนะว่า เชิญภาคประชาชนมาประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของประชาชนหลายๆ ครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครเห็นด้วยสักคน เกี่ยวกับการก่อสร้าง Motor way สายนี้ กรมทางหลวง บริษัทที่ปรึกษาทั้ง ๒ บริษัท กล่าวอ้างว่ามีข้อดีหลายประการมาตลอด หากมูลค่าการก่อสร้างค่อนข้างสูง มีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนในพื้นที่ตัดผ่านว่าได้รับผลกระทบ โครงการนี้ก็ควรหยุดดำเนินการไว้ก่อน หาก Motor way ก่อสร้างแล้วเสร็จ ร้านค้าในพื้นที่ที่เส้นทางตัดผ่านก็ต้องได้รับผลกระทบ ควรปรับโครงสร้างทางวิศวกรรมเป็นยกระดับเส้นทางในช่วงอ.ปากช่องน่าจะดีกว่า แม้จะมีมูลค่าการก่อสร้างแพงขึ้นก็ตาม โดยเฉพาะจุดพักรถ หากขอใช้พื้นที่ราชพัสดุของทหารในบริเวณนั้น ประมาณ ๖๐๐ กว่าไร่ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เชื่อว่าทหารต้องยกที่ดินให้แน่ๆ ในระหว่างที่ประธานภาคประชาชน อ.ปากช่องแสดงทัศนะอยู่นั้น มีกลุ่มตัวแทนจากภาคประชาชน ในพื้นที่ อ.ปากช่อง ยืนกางป้ายคัดค้านการก่อสร้างโครงการดังกล่าว บริเวณด้านหลังห้องประชุม โดยมีข้อความระบุว่า “ทางขึ้นสวรรค์ก็มี...ทำไมไม่ทำ? (ยกระดับบน ถ.มิตรภาพ) หรือท่านอยากตกลงนรกโดยการสร้างตามใจท่าน ท่ามกลางการสาปแช่งของประชาชน”, “ภาครัฐรังแกประชาชน” และ “เยียวยาแก้ไข อย่างไรก็ไม่พอ กับความเดือดร้อนในอนาคต

โอด 'หนองน้ำแดง' กระทบหนัก

ด้านปลัดอบต.หนองน้ำแดง แสดงทัศนะเสริมว่า ต.หนองน้ำแดงได้รับผลกระทบจากโครง การนี้มากที่สุด เพราะเส้นทางตัดผ่านประมาณกว่า ๑๐ กิโลเมตร โดยเฉพาะเส้นทางลงและจุดพักรถในพื้นที่ ต.หนองน้ำแดง อยากให้กรมทางหลวงพิจารณาผลกระทบที่มีต่อประชาชน เพราะ ต.หนองน้ำแดงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะนี้กำลังจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย บ้านพักตากอากาศ โรงแรม และรีสอร์ต ซึ่งในบริเวณที่ดินติดกับ ถ.ธนรัชต์นั้น มีราคาซื้อขายกันอยู่ที่ไร่ละ ๑ - ๒ ล้านบาท แต่กลับใช้เป็นจุดพักรถประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ ลองคำนวณว่าจะต้องเวนคืนไปเท่าไหร่ ประกอบกับทางขึ้น-ลง บริเวณโรงเรียนบ้านนา ปัจจุบันการจราจรในช่วงเช้าที่หนาแน่น อบต.และโรงเรียน ต้องช่วยกันจัดตำรวจบ้านมาดูแลทุกเช้า ไม่เช่นนั้นเด็กนักเรียนจะข้ามถนนไปโรงเรียนไม่สะดวก และไม่ปลอดภัย แล้วถ้า Motor way เกิดขึ้นบริเวณนั้น จะได้รับผลกระทบแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสียงและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่สองข้างทางประกอบอาชีพค้าขายก็มีจำนวนมาก จึงอยากให้กรมทางหลวงทบทวน และเจ้าอาวาสวัดไตรรัตน์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า อาจเกิดปัญหารบกวน วัดได้

ปลัดอาวุโส อ.สูงเนิน เสนอแนะว่า เส้นทางที่ Motor way ตัดผ่าน อ.สูงเนิน ควรจะมีทางเข้า- ออก เนื่องจากเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญของจ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ ๘๐ แห่ง และมีเขตประกอบการอุตสาหกรรมนวนคร ตามหลักการแม้จะอ้างว่าใช้งบประมาณสิ้นเปลือง แต่ทางเข้า-ออก น่าจะมีทุกอำเภอที่เส้นทางตัดผ่าน

‘หอการค้า’ หวั่นไม่คุ้มค่า

นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา แสดงทัศนะว่า บรรยากาศวันนี้ บ่งบอกว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของบริษัทที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ที่ต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน การมีส่วนรวมของประชาชนยังทำไม่ดีพอ เห็นได้ว่ามีความขัดแย้งสูง ตนต้องการให้นำผลกระทบด้านเศรษฐกิจมานำเสนอด้วย โดยเฉพาะการสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง คนอีสานมีระบบเศรษฐ กิจที่ตกต่ำ ด่านเก็บเงินจะก่อให้เกิดต้นทุนการเดินทางต่อผู้โดยสารได้ เมื่อมีต้นทุนสูงจึงไม่เหมาะกับภาคอีสาน ที่สำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจ ต้องการให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว อย่างเช่น โรงไฟฟ้าลำตะคองสูงกลับ ยอมรับว่าไม่คุ้มค่าเลย, สนามบินพาณิชย์นครราชสีมา ปัจจุบันก็ไม่ได้บิน และสาธารณูปโภคภายนอกที่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ขณะนี้กำลังวิตกว่าสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๔ มูลค่ากว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท หลังจบการแข่งขันแล้วจะใช้ประโยชน์อย่างไร เงินเหล่านี้เป็นเงินภาษีของประชาชน การใช้เงินควรจะคุ้มค่า เมื่อมีการต่อต้าน Motor way สายนี้ จะต้องใช้กระบวนการการทำความเข้าใจอย่างไรต่อไป

กดดันรุดพบ ‘อธิบดีทางหลวง’

ทางด้านกลุ่มตัวแทนภาคประชาชน อ.ปากช่อง แสดงทัศนะเสียงแข็งอีกว่า ไม่เฉพาะอ.ปากช่อง เท่านั้น แต่ อ.มวกเหล็ก อ.แก่งคอย (จ.สระบุรี) และอ.สีคิ้ว ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน ชาวอ.ปากช่องเสนอให้แก้ไขปัญหา ไม่ใช่เสนอให้สร้างที่จอดรถ Motor way ถนนนี้มาจากแนวคิดของนักการเมือง ประชาชนเลือกนักการเมืองมาแล้ว นักการเมืองก็มาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน วิกฤติสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย วิกฤติโลกร้อน คนที่ทำลายไม่ใช่ภาคเอกชน แต่เป็นภาครัฐ สิ่งแวดล้อมถูกทำลายตั้งแต่ อ.มวกเหล็ก-อ.สีคิ้ว นี่คืออิทธิพลที่ทำลายสิ่งแวดล้อมของโลกและประเทศ ถ้าประชาชนทำเรื่องนี้ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันกรมทางหลวงออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน แต่ให้ค่าเวนคืนที่ดินเท่าไหร่ ไม่เคยมีใครพูดถึง ซ้ำร้ายคณะกรรมการที่ จ.สระบุรีบอกว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมไม่เคยพูดถึงเรื่องการเวนคืนที่ดิน คำตอบที่กรมทางหลวงให้มา ไม่ใช่คำตอบแต่เป็นคำยืนยันที่จะ สร้างถนนเส้นนี้ให้ได้

“สิ่งที่ชาวอ.ปากช่องต้องการ ณ เวลานี้ คือ

๑. ต้องการให้กรมทางหลวงเชิญประชาชนในเส้นทางที่ถูกตัดผ่าน เข้ามาร่วมพูดคุย ณ ที่เดียวกัน ไม่ต้องไปประชุมกลุ่มย่อย เพื่อสรุปความคิดเห็นว่า เขายอมให้ก่อสร้างหรือไม่ โดยที่ไม่ต้องเชิญองค์กรภาครัฐมาพูดคุยเพียงฝ่ายเดียว,
๒. สิ่งที่ชาวอ.ปากช่องเสนอแนวทางก่อสร้างได้ ๔ รูปแบบ แต่กลับรับไว้พิจารณาเพียง ๒ รูปแบบ เพื่อก่อสร้างตามแนวเส้นทางเดิม โดยที่บริษัทที่ปรึกษาเรียนให้ทราบว่า Motor way รถที่ใช้บริการสามารถใช้ความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยส่วนตัวคิดว่ากระจอก เพราะบนถ.มิตร ภาพเวลานี้รถวิ่งกันอยู่ ๑๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้ความเร็วเท่าไหร่ไม่สำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชนเลย
และ ๓. ถ้าไม่แก้ไขปัญหาตามที่เสนอ พวกเราจะรวมตัวคัดค้านกันนับตั้งแต่ อ.มวกเหล็ก เพราะได้ประสานกันมาแล้ว ถ้าไม่หยุดแก้ไขปัญหา ก็หยุดดำเนินการก่อสร้าง หรือถ้าไม่ก่อหยุดสร้าง ทั้งที่ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน ตนจะนำพาประชาชนไปพบอธิบดีกรมทางหลวง ที่กรุงเทพฯ ในเมื่อคนที่อยู่ต่างจังหวัดเดือดร้อนคนกรุงเทพฯ ก็ต้องเดือดร้อนตามไปด้วย เพราะคนที่คิดทำ Motor way สายนี้ นั่งอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้นั่งอยู่ต่างจังหวัด”

ปรับแก้ค่าสร้างพุ่ง ๔ หมื่นล้าน

นายอัศวิน กรรณสูต ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการดังกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมสรุปผลการศึกษา งานด้านสำรวจและออกแบบรายละเอียดครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับการมีส่วนของประชาชน ตามที่ระบุไว้ในสัญญาครั้งสุดท้ายกับบริษัทที่ปรึกษาทั้ง ๒ บริษัท ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุม ๒ ครั้งใหญ่ รวมถึงการประชุมกลุ่มย่อยลงพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับตำบลและอำเภอมาตลอด เพียงแต่ว่าในการประชุมใหญ่กำหนดไว้ ๓ ครั้ง คือ ต้องเชิญองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้นำ ชุมชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็น จึงถือโอกาสแถลงรายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการให้ได้เห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง ในการประชุมย่อยลงพื้นที่ก็มีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เพราะทุกพื้นที่ต้องมีการเวนคืน เราพยายามคัดเลือกพื้นที่ที่มีผล กระทบน้อยที่สุด

โครงการนี้มีการศึกษาขั้นต้นมาแล้ว ก่อนที่จะมาดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ซึ่งเรียกว่าขั้นทฤษฎีการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรม โดยแนวเส้นทางในเบื้องต้นได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อลงรายละเอียดงานสำรวจและออกแบบในพื้นที่ตัดผ่าน ก็รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาคประชาชน เจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการ ก็พยายามจะปรับให้ แต่การที่จะปรับนั้น จะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา เพราะได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว หากมีแก้ไขมากจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบใหม่ ฉะนั้นต้องพยายามแก้ไขในจุดที่สามารถทำได้ เพื่อลดผล กระทบ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมด้วย เพราะเส้นทางนี้อยู่ในรูปของ Motor way ซึ่งให้รถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูง และมีความปลอดภัย พื้นฐานทางด้านวิศวกรรมต้องดี “ส่วนมูลค่าการก่อสร้างตัวเลขที่แท้จริงกำลังตรวจสอบอยู่ ตนคาดว่าไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากโครงการล่าช้าไปเรื่อยๆ แน่นอน ราคาค่าก่อสร้างก็จะต้องเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยการก่อสร้างจะสามารถดำเนินการได้ภายใน ๓ ปี หลังจากนี้เราต้องมีเวลาจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินก่อนประมาณ ๒ - ๓ ปี แล้วจึงมีการก่อสร้างโครงการนี้ หากได้รับการอนุมัติเงินงบประมาณมาดำเนินงาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขด้วยว่า จะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่ การก่อสร้างนั้นทั้งตอน ๑ และ ๒ คงจะเริ่มก่อสร้างพร้อมๆ กัน แต่อาจจะ แบ่งการดำเนินงานคนละตอน โดยขณะนี้ยังไม่มีการประกวดราคา ส่วนหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะได้ทุนคืนเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอดูค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน และผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ นำมาประกอบกัน เพราะปัจจัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ปัจจัยที่ทำให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เนื่องจากเจอผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางวิศวกรรมเป็นทางยกระดับ ที่มีมูลค่าก่อสร้างสูงตามมา” นายอัศวินกล่าว

นายอัศวิน กล่าวต่อไปอีกว่า โครงการนี้จากการศึกษามีลำดับความสำคัญที่สูงมาก ในกระบวนการก่อสร้าง Motor way ระดับประเทศทั้งหมด เรียกได้ว่าจังหวัดนครราชสีมามีความสำคัญมากที่สุดรองจากกรุงเทพฯ ที่กรมทางหลวงก่อสร้างไปแล้วนั้น ทางกรมทางหลวงจะพยายามดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ให้ได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศโดยรวม จึงพยายามเข้าถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด ประเมินว่าเข้าถึงประชาชนพอสมควร เพราะที่ผ่านมาประชาชนก็เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้มาตลอด ไม่ว่าจะในระดับจังหวัด อำเภอ หรือหมู่บ้าน ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษาได้จัดทีมงานลงพื้นที่พบปะกับประชาชนตลอดเส้นทาง เกี่ยวกับเส้นทางที่ต้องตัดผ่านมรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ความจริงแนวเส้นทางมีระยะห่าง ๕ กิโลเมตร ถือว่าไม่ใกล้มาก แต่เราก็ดำเนินการตามมติคณะ กรรมการมรดกโลกฯ ให้ปลูกแนวเขตป่าทดแทน เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ในเรื่องของงบประมาณการก่อสร้าง เป็นเรื่องนโยบายระดับสูง กรมทางหลวงเคยคิดในรูปของสัมปทาน อาจจะเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ เงินงบประมาณสมทบ ซึ่งต้องให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลนโยบาย จริงแล้วๆ งานด้านสำรวจและออกแบบรายละเอียดต้องเสร็จก่อนหน้านี้เป็นเดือน เหตุที่ล่าช้าเนื่องจากการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านต่างๆ รวมถึงการร้องเรียน เป็นธรรมดาที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งมีในระดับที่เป็นไปได้ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผล กระทบจากการเวนคืน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ต้องทำทั้งสองเรื่องให้มีความเหมาะสมและมีความเข้าใจ ซึ่งแนวเส้นทางหลักๆ จะยึดตามที่ได้ปรับแก้แล้ว

“ด้านงบประมาณเวนคืนที่ดิน ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษากำลังรวบรวมราคาที่ดินอยู่ ทั้งโครงการน่าจะประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท พื้นที่เวนคืนโดยมากเป็นพื้นที่เกษตร เหตุที่ไม่ขนานไปกับถนนมิตรภาพตลอดเส้นทาง เนื่องจากการก่อสร้างบนถนนมิตรภาพ ก็จะมีผลกระทบต่อทางจราจรอย่างมาก เพราะต้องขึ้นเสาเข็ม วางตอม่อ มีการวางพื้นที่ ถ้าหลีกเลี่ยงได้จะดี ถนนสายนี้ไม่ได้กระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่บนถนนมิตร ภาพมาก คนที่ใช้ถนนมิตรภาพยังมีอยู่มาก เพราะใครที่มาเลือกใช้เส้นทางนี้ต้องเสียเงิน หากใครไม่อยากเสียเงินก็ใช้ถนนมิตรภาพ ทั้งนี้จะก่อสร้างได้เมื่อไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลว่าจะเห็นประโยชน์จากการก่อสร้างหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต้องรอดูต่อไป แต่กรมทางหลวงต้องเตรียมข้อมูล เพื่อนำไปชี้แจงให้รัฐบาลใหม่พิจารณาเห็นชอบ และจัดสรรแหล่งเงินงบประมาณ” ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กล่าวย้ำ.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:28 PM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

'มอเตอร์เวย์'สะดุด ทางหลวงกุมขมับ ยืดเวลาส่งมอบงาน

หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน: 20-11-2550


มอเตอร์เวย์ 'บางปะอิน-โคราช' ตอน ๒ สร้างปัญหาหลังมติอ.ปากช่องแนะยกระดับขนานถนนมิตรภาพ จากมวกเหล็กมุ่งหน้าลงพื้นที่ทหาร ผู้อำนวยการโครงการฯ กุมขมับสัมปทานระเบิดหินไร้วี่แววยุติ ด้านเจ้าของโรงโม่หิน ‘ศิลาสากล’ ตระหนกเลี่ยงไม่เลี่ยงอนาคตรับผลกระทบ ยันไม่ถูกยกเลิกสัมปทานแหล่งข่าววงในระบุสำรวจและออกแบบต้องยืดเวลาอีก ๑ เดือน เตรียมส่งมอบงาน แต่แนวเส้นทางเวนคืนแล้วเสร็จ


ตามที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motor way) หมายเลข ๖สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน ๒ (อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา) ซึ่งในระหว่างที่กรมทางหลวงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัทเอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินงานด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดแนวเส้นทางตอน ๒ เริ่มจากบริเวณ กม.๑๐๓ อำเภอปากช่อง ถึง กม.๑๙๖ จังหวัดนครราชสีมารวมระยะทางทั้งสิ้น ๙๓ กิโลเมตร (เดิม ๙๙ กม.) มีประชาชนและองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ที่แนวเส้นทางตัดผ่านคัดค้านมาตลอดโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง แม้กรมทางหลวงและบริษัทที่ปรึกษาจะดำเนินขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนก็ตาม กระทั่งเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ มีการประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษาครั้งสุดท้าย ด้านการสำรวจและออกแบบรายละเอียดตลอดแนวเส้นทางตอน ๒ นี้ ที่สำคัญคือโครงการนี้เดิมมีมูลค่าประมาณ ๒.๙ หมื่นล้านบาทแต่ภายหลังที่มีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ และมีการปรับแก้ไขแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม ปัจจุบันโครงการที่ว่านี้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง ๔ หมื่นล้านบาท ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

กุมขมับยืดเวลาแนวเส้นทาง

ล่าสุดจากกระแสข่าวการยืดระยะเวลาส่งมอบงานด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ในส่วนตอน ๒แนวเส้นทางอำเภอปากช่อง-จังหวัดนครราชสีมา นายชาญชัย เตชัสหงส์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบกรมทางหลวงในฐานะผู้อำนวยการโครงการฯ เปิดเผยกับ โคราชรายวันว่า เหตุที่การส่งมอบงานด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบในส่วนตอน ๒ นี้ ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มีการร้องเรียนให้ดีที่สุด ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมเพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาชัดเจน เกี่ยวกับการสรุปผลการศึกษาแนวเส้นทาง และการส่งมอบงานให้กับกรมทางหลวง ประกอบกับต้องดูงานที่ได้ศึกษามาแล้วก่อนว่าเป็นอย่างไรด้วย หากสมมติแก้ไขปัญหาร้องเรียนต่างๆ ได้ทั้งหมด กรอบระยะเวลาดังกล่าวคงชัดเจนขึ้น จริงๆ แล้ว บริษัทที่ปรึกษาทั้ง ๒ บริษัท ที่ได้รับว่าจ้างให้สำรวจและออกแบบรายละเอียด ได้สิ้นสุดสัญญาแล้ว แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายอายุสัญญาออกไป

ประเด็นการร้องเรียนที่มีเข้ามาถึงกรมทางหลวงต่อเนื่อง คือ ชาวอำเภอปากช่องไม่ต้องการให้แนวเส้นทางตอน ๒ ตัดผ่านใหม่ในบริเวณอำเภอปากช่อง แต่ต้องการให้ขนานกับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ในรูปแบบสะพานยกระดับซึ่งทางกรมทางหลวงและบริษัทที่ปรึกษา จะพยายามพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้ได้ซึ่งต้องคำนึงถึงค่าก่อสร้างด้วย จึงไม่สามารถสรุปผลการศึกษาการออกแบบและสำรวจได้ในขณะนี้ ที่สำคัญคือการพิจารณาแก้ไขแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม อาจจะแก้ไขตามที่มีการร้องเรียนไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากการแก้ไขจะผิดไปจากที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้รับการอนุมัติมาแล้ว หากเสนอแบบใหม่ เกรงว่าจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในระหว่างที่มีการร้องเรียนก็ได้ปรับแก้แนวเส้นทางช่วงตัดผ่านอำเภอปากช่องไปบ้าง โดยเฉพาะการร้องเรียนในพื้นที่สัมปทานระเบิดหินของอำเภอปากช่อง ต้องพยายามหาวิธีแก้ไขให้ได้มากที่สุด เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามากับกรมทางหลวงไม่จบสิ้น ปัจจุบันก็ยังมีบันทึกร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยสาระสำคัญของการร้องเรียนนั้น หากกรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ ตามแนวเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่สัมปทานดังกล่าว ทางเจ้าของสัมปทานจะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ส่งผลให้ได้รับความเสียหาย และถูกยกเลิกสัมปทานในที่สุด โดยเรื่องนี้ร้องเรียนทั้งในนามบริษัท และการรวมกลุ่มชาวอำเภอปากช่องที่ร่วมลงชื่อคัดค้านเกินกว่า ๑๐๐ คนขึ้นไปซึ่งเราได้ปรับแก้แนวเส้นทางหลบออกไปให้ห่างขึ้นจากพื้นที่สัมปทานระเบิดหินแล้วแต่ก็ยังไม่พึงพอใจ เรียกได้ว่าคัดค้านหนักหน่วงที่สุด ในระหว่างขั้นตอนงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดทั้งโครงการ แม้แต่ตอน ๑ (อ.บางปะอิน-อ.ปากช่อง ระยะทาง ๑๐๓ กม.) ก็มีผู้ร้องเรียนเยอะหลายจุดเช่นเดียวกัน นายชาญชัยกล่าวย้ำ

ต่อข้อซักถามถึงรายละเอียดแนวเส้นทางหลัก ตามที่ได้มีการปรับแก้แบบแนวเส้นทาง ตอน ๒ ก่อนที่จะมีการประชุมสัมมาสรุปผลการศึกษาข้างต้น ผู้อำนวยการโครงการ กล่าวว่า ต้องไปหารือกับคณะกรรมการ โครงการฯ ก่อน เพื่อพิจารณาให้รายละเอียดแนวเส้นทางได้หรือไม่ เนื่องจากปัญหาการร้องเรียนยังไม่จบสิ้น และยังไม่มีการสรุปแนวเส้นทาง ที่สำคัญคือเกรงว่าจะเป็นดาบสองคมที่มีผลกระทบในการปฏิบัติงาน

วิถีบ้าน-วัด-โรงเรียนสะบั้น!

นายประสาน ยุวานนท์ ประธานภาคประชาชนอำเภอปากช่อง แสดงทัศนะกับ โคราชรายวัน เกี่ยวกับการออกมาเคลื่อนไหวว่า ตนเคลื่อนไหวในฐานะประธานภาคประชาชนอำเภอปากช่อง การดำเนินโครงการก่อสร้าง Motor way สายนี้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งอำเภอ ถนนมิตรภาพสร้างความเจริญให้กับอำเภอปากช่อง ตั้งแต่เข้าสู่อำเภอมวกเหล็กถึงเขื่อนลำตะคองไม่ว่าจะเป็นด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่การประกอบอาชีพ หรือแม้แต่ราคาที่ดินดีที่สุด และทิวทัศน์สวยงามที่สุด ชาวอำเภอปากช่องดั้งเดิมเริ่มเข้ามาบุกเบิกตั้งแต่ยกระดับเป็นอำเภอ ฉะนั้น บวรคือ บ้าน วัด โรงเรียน จึงมีความสัมพันธ์ต่อกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ ที่ผ่านมาชาวอำเภอปากช่องเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ไม่ได้คัดค้านไม่ให้ก่อสร้าง Motor way แต่ต้องการให้เปลี่ยนแนวเส้นทางยกระดับบนถนนมิตรภาพเดิม เพราะแนวเส้นทางตามที่สำรวจและออกแบบไว้แล้วตัดผ่านในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่ประกอบอาชีพของชาวอำเภอปากช่องแทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น สองข้างทางที่มีร้านค้าผลไม้ท้องถิ่นนับ ๑,๐๐๐ ร้าน

เรียกได้ว่า Motor way สายนี้ จะเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวอำเภอปากช่อง จากการถูกตัดเส้นทาง การถูกเวนคืน ถนนทับเส้นทาง และอาชีพที่เคยสร้างได้กว่า ๕๐ ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจในอำเภอปากช่อง แนวเส้นทางที่ตัดผ่าน หากมีการเวนคืนเปรียบเหมือนการบังคับซื้อที่ดิน เมื่อกรมทางหลวงให้จ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินแล้วเขาจะไปหาที่อยู่ใหม่ที่ไหน เพราะอำเภอปากช่องเป็นวิถีชีวิตที่สร้างรายได้ Motor way สายนี้ เป็นการลงทุนเพื่อประโยชน์ของภาครัฐ แต่พื้นที่อำเภอปากช่องเมื่อถูกตัดผ่านแนวเส้นทางแล้ว ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ในหลวง ท่านทรงรับสั่งว่า อย่าบุกรุกป่า แต่กรมทางหลวง บุกรุกชาวอำเภอปากช่อง โดยอาศัยกฎหมายเวนคืนที่ดิน ซึ่งประชาชนไม่เต็มใจ ที่สำคัญคือเส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา ไม่ช่วยร่นระยะทางเลย ทั้งนี้หากยกระดับตั้งแต่อำเภอปากช่อง-เขื่อนลำตะคอง แม้จะใช้เงินลงทุนสูง ประชาชนลำบากในช่วงที่มีการก่อสร้างแต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว การประกอบอาชีพก็ยังเหมือนเดิม แถมไม่ต้องเวนคืนที่ดินอีกด้วย

โดยเฉพาะจุดพักรถ บริเวณตำบลหนองน้ำแดง อยากเสนอให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุของทหาร ซึ่งมีประมาณ ๖ หมื่นกว่าไร่ โครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๑๐ ปีแล้ว โครงการยังไม่ไปถึงไหน เมื่อถามเรื่องงบประมาณก็ได้รับคำตอบจากกรมทางหลวงว่า งบประมาณ ยังไม่มี ช่วง ๑๐ ปี การเมืองเปลี่ยน เศรษฐกิจก็เปลี่ยน ยิ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดีควรยกโครงการมาพิจารณาใหม่ หรือนำงบประมาณมาขยายถนนดีกว่า ประชาชนที่อยู่กรุงเทพฯ และอำเภอเมืองนครราชสีมาอาจจะเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะมีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่ชาวอำเภอปากช่องที่ต้องโดนเวนคืนที่ดิน คงจะไม่ทราบความรู้สึกว่าเป็นอย่างไรแนะนำให้ยกระดับแนวเส้นทางดังกล่าวก็ไม่ทำ ซึ่งตนได้รวบรวมรายชื่อ ๒๖ องค์กร ในอำเภอปากช่อง ที่ลงนามเห็นด้วยให้ยกระดับเส้นทางต่อกรมทางหลวงแล้ว แต่ก็ยังไม่รับคำตอบ เพราะการสำรวจและออกแบบเส้นทางอยู่ระหว่างการพิจารณาใหม่อยู่ ประธานภาคประชาชนอำเภอปากช่องกล่าว

เลี่ยงไม่เลี่ยงก็กระทบโรงโม่หิน

ต่อข้อซักถามกรณีโรงโม่หินศิลาสากลได้รับผลกระทบจากแนวเส้นทางตัดผ่านนายประสาน กล่าวในฐานะเจ้าของกิจการว่า "ตามแนวเส้นทางเดิมโดนโรงโม่หินศิลาสากลเล็กน้อย ตนจึงทำหนังสือร้องเรียน ต่อมากรมทางหลวงจึงปรับเลี่ยงแนวเส้นทาง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ และไม่ได้ร้องเรียนอีกเมื่อปรับเลี่ยงแนวเส้นทางแล้ว หลังจากมีการก่อสร้างอาจจะไม่กระทบ แต่อีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า โรงโม่หินศิลาสากลจะได้รับผลกระทบแน่นอน ตนมีสิทธิ์จะร้องเรียน ทั้งในฐานะเจ้าของกิจการโรงโม่หินศิลาสากล และประธานภาคประชาชน อยากให้กรมทางหลวงมีคุณธรรม และเอาใจเขามาใส่ใจเราในการก่อสร้าง Motor way สายนี้ เรียกได้ว่าเลี่ยงหรือไม่เลี่ยงแนวเส้นทางก็ได้รับความเดือดร้อน ส่วนสัมปทานในการระเบิดภูเขา แม้จะปรับแก้จากแนวเส้นทางเดิมที่ตัดผ่านแล้ว รัฐบาลจะไม่ยกเลิกสัมปทาน เพราะรัฐบาลให้สัมปทานตนแล้ว ตนประกอบธุรกิจมาเป็นเวลา ๔๐ ปี การที่แนวเส้นทางตัดผ่านบ้านและธุรกิจ ใครบ้างจะรู้สึกดี ?

เผยเส้นทางบางปะอิน-โคราช

โคราชรายวัน ได้รับรายงานจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ สายบางปะอิน-นครราชสีมา มีระยะทางรวมทั้งสิ้น ๑๙๖ กิโลเมตรโดยแนวเส้นทางจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมาซึ่งมีจุดเริ่มต้นโครงการที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน นับเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก แนวถนน โครงการจะวางตามแนวเส้นทางออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมาย ๑ แล้วผ่านพื้นที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผ่านบ้านหินกอง แนวถนน โครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย เพื่อมาตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ (ถ.พหลโยธิน) แล้วซ้อนทับและใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออก ก่อนจะแยกออกจากแนวเส้นทางเลี่ยงเมืองเป็นแนวตรงไปผ่านบ้านห้วยแห่ง

จากนั้นเริ่มขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถ.มิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๒๒ (แก่งคอย-บ้านนา) ผ่านบ้านโคกกรุง ด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์ จังหวัดสระบุรีเพื่อเข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเอง ตำบลทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอมวกเหล็กซึ่งแนวถนนโครงการจะตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒๒ ทางเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม โดยมีแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อไปจังหวัดนครราชสีมา แล้วตัดผ่านตำบลหนองน้ำแดง โดยมีทางขึ้น-ลง จุดที่ ๗ บริเวณถนนธนรัชต์ เพื่อลงอำเภอปากช่องและมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากนั้นเบนเส้นทางขึ้นขนานกับทางหลวงหมายเลข ๒ เลี่ยงเมืองปากช่อง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ทหาร ผ่านตรงบริเวณกองการสัตว์ และกองพลาธิการทหาร แล้วยกระดับขึ้นมาอยู่ตรงกลางถนนมิตรภาพผ่านกองพันสุนัขทหาร และผ่านหน้ากองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ทหารบก

เมื่อถึงบริเวณหน้าเรือนจำคลองไผ่ (เขื่อนลำตะคอง) จะเบนแนวเส้นทางออกจากถนนมิตรภาพไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วจึงลดระดับลงบนถนนระดับพื้นดิน ผ่านตำบลลาดบัวขาว ตำบลสีคิ้ว และมาตัดกับถนนสาย ๒๐๑ (สีคิ้ว-ด่านขุนทด) ซึ่งเป็นทางขึ้น-ลง จุดที่ ๘ จากนั้นแนวเส้นทางขนานกับถนนมิตรภาพตรงมาเรื่อยๆ ซึ่งแนวเส้นทางห่างจากถนนมิตรภาพประมาณ ๘ กิโลเมตร แล้วมาเข้าสู่อำเภอสูงเนิน ตัดผ่านตำบลเสมา ตำบลบุ่งขี้เหล็ก และตำบลโนนค่า มุ่งหน้าตรงสู่อำเภอขามทะเลสอ ผ่านตำบลโป่งแดง แล้วตัดกับทางหลวงหมายเลข ๒๐๖๘(ขามทะเลสอ-โนนไทย) โดยแนวเส้นทาง จะวกไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้เล็กน้อย เพื่อเข้าสู่อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่ตำบลสีมุม แล้วมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๒เลี่ยงเมืองนครราชสีมา ที่กม.๒.๕ ในพื้นที่ตำบลปรุใหญ่ ใกล้ๆ กับเขื่อนคนชุม ตรงบริเวณ ร้านอาหารยายลังกาปลาเผา

สัมปทานระเบิดหินตระหนก

ผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับโครงการ กล่าวด้วยว่า โดยในส่วนแนวเส้นทางตอน ๒ นั้น การร้องเรียนถือว่าน้อยกว่าแนวเส้นทางตอน ๑ ซึ่งแนวเส้นทางตอน ๒ ในพื้นที่อำเภอปากช่อง บริเวณตำบลหนองน้ำแดง เท่าที่ทราบแนวเส้นทางเดิมก่อนที่จะมีการปรับแก้แบบตัดผ่านโดนปลายจมูกเขาเล็กน้อย ซึ่งโรงโม่หินแห่งหนึ่ง ได้สัมปทานระเบิดหินภูเขานี้ และกลัวว่าจะถูกยกเลิกสัมปทาน หากมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จึงมีการปรับเลี่ยงแนวเส้นทางตามกฎหมายกำหนด คือห่างไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร และจะไม่โดนภูเขาลูกที่ว่านี้เลย ซึ่งทางเจ้าของสัมปทานก็ทราบการปรับเลี่ยงแนวเส้นทางแล้ว แต่ยังไม่พอใจ ส่วนโรงเรียนบ้านนา ที่มีการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่นั้น ตามที่ได้ข้อมูล คือ บริเวณด้านหลังโรงเรียนจะตัดผ่านเป็นถนนสาธารณะ ขนาด ๒ ช่องจราจร กว้าง๖ เมตร เพื่อใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกของเจ้าหน้าที่ ส่วนจุดพักรถที่ผู้ร้องเรียนเกรงว่า จะส่งผลกระทบกับโรงเรียน ก็ได้ปรับลดขนาดและมีระยะทางที่ไม่ใกล้กับโรงเรียนแห่งนี้นัก

สำรวจเวนคืนที่ดินแล้วเสร็จ

เกี่ยวกับมติชาวอำเภอปากช่องที่ต้องการยกระดับขนานถนนมิตรภาพตั้งแต่อำเภอมวกเหล็กถึงอำเภอปากช่อง และกำหนดการส่งมอบงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดแนวเส้นทางในส่วนตอน ๒ ผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว กล่าวว่า หากยกระดับตามมติของชาวอำเภอปากช่อง จะไม่ใช่รูปแบบโครงสร้างด้านวิศวกรรมของ Motor way และจะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก ๓ หมื่นล้านบาท ซึ่งการปรับแก้แบบของแนวเส้นทางตอน ๒ นี้ ยังคงแนวเส้นทางเดิมร้อยละ ๘๐ โดยพื้นที่อำเภอปากช่องที่ตัดผ่านเยอะที่สุด อยู่ในบริเวณพื้นที่ทหารประมาณ ๒๐ กิโลเมตรจากข้อมูลที่ได้รับทราบงานด้านสำรวจและ ออกแบบรายละเอียด ตอน ๑ ขยายระยะเวลาส่งมอบงานไปอีก ๔ เดือน ซึ่งในส่วนตอน ๒ ขยายระยะเวลา ๒ เดือน แต่ขณะนี้เหลือระยะเวลาเพียง ๑ เดือน ก็จะครบกำหนดขยายระยะเวลาส่งมอบงานกับกรมทางหลวงโดยที่งานสำรวจเวนคืนที่ดินตลอดแนวเส้นทางตอน ๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:29 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

ค้านมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เผือกร้อนรัฐบาลใหม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2276 06 ธ.ค. - 08 ธ.ค. 2550


ใครที่เคยเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานในช่วงเทศกาลหรือช่วงที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน คงรู้ซึ้งถึงความสาหัสสากรรจ์ของสภาพการจราจรของเส้นทางสู่ภาคอีสานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงจากสระบุรีถึงจังหวัดนครราชสีมา แม้กรมทางหลวงจะพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการขยายช่องทางการจราจรเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่าก็ยังไม่เพียงพอรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นทุกปี ความคิดในการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (สายปางปะอิน-นครราชสีมา) หรือมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราชจึงเกิดขึ้น เพื่อให้เป็นทางหลวงพิเศษที่มีความสำคัญในการแบ่งเบาการจราจรจากทางหลวงหมายเลข 1 ( ถนนพหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่มีปริมาณการจราจรสูงและหนาแน่นตลอดเส้นทาง และติดขัดในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน นอกจากนี้ยังหวังว่า ทางหลวงพิเศษเส้นนี้ จะนำความเจริญมาสู่ภาคอีสาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ให้ดีขึ้น เพราะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศไทยเข้ากับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยสะดวกรวดเร็วในการเดินทางสู่ภาคอีสาน วันนี้โครงการดังกล่าวเข้าใกล้ความจริงทุกขณะ แต่กลับเจออุปสรรคชิ้นใหม่ ปัญหามวลชนในพื้นที่โดยอำเภอปากช่องที่ออกโรงค้านสุดตัว

ทางหลวงเร่งสร้างความเข้าใจ


ทั้งนี้สำหรับความเคลื่อนไหวการดำเนินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 สายปางปะอิน-นครราชสีมา ล่าสุดปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมากรมทางหลวง ได้จัดการประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษางานบริการด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการทางหลวงพิเศษ หมายเลข 6 หรือมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 2 (ปากช่อง –นครราชสีมา) ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซสโคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายอัศวิน กรรณสูตร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา และมีตัวแทนจากองค์กรภาครัฐ เอกชนรวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางสายดังกล่าวพาดผ่านพื้นที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาและแสดงความคิดเห็นจำนวนกว่า 200 คน


การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการให้หน่วยงาน องค์การ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ได้รับทราบถึงข้อมูลและสรุปผลการศึกษาในด้านต่างๆ ทั้งด้าน วิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้มีส่วนในการรับทราบข้อมูล ข่าวสารที่นำเสนอ โดยร่วมกันพิจารณาและร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อผลการศึกษาของโครงการ


นายอัศวิน กรรณสูตร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (สายบางปะอิน-นครราชสีมา) เป็นทางหลวงพิเศษจากบางปะอินถึงนครราชสีมา รวมระยะทาง 196 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอน 1 จาก อำเภอบางปะอิน-อำเภอปากช่อง ระยะทาง 103 กิโลเมตร และ ตอน 2 จาก อำเภอปากช่อง-ตัวเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร


โดยกรมทางหลวงได้ว่าจ้างให้บริษัทวิศวกรรมที่ปรึกษาดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดเพื่อเตรียมการในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้าง จำนวน 4 บริษัท ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท โดยการสำรวจและออกแบบรายละเอียดในตอน 2 นี้รับผิดชอบโดย บริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ซึ่งได้ทำการสำรวจออกแบบการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และนำมาเสนอสรุปผลการศึกษาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนได้รับทราบรวมทั้งเสนอแนะข้อคิดเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนส่งผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ให้กับกรมทางหลวงต่อไป


สำหรับแนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน 2 เริ่มจาก บริเวณ กม.ที่ 103 อำเภอปากช่อง ถึง กม.196 จังหวัดนครราชสีมา แนวเส้นทางผ่านอำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน ออำเภอขามทะเลสอ แล้วไปสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อเข้ากับทางเลี่ยงเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 93 กิโลเมตร ซึ่งรูปแบบถนนมอเตอร์เวย์ดังกล่าวจะเป็นถนนทางเรียบขนาด 4 ช่องจราจรเกือบทั้งหมด มีเพียง ช่วงอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ระยะทางยาวประมาณ 18 กิโลเมตร ที่สร้างเป็นทางยกระดับตามแนวเกาะกลางถนนมิตรภาพ สามารถใช้ความเร็วได้เฉลี่ย 120 กม./ชั่วโมง อัตราจัดเก็บค่าผ่านทาง กม.ละ 1 บาท


มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมานี้จะเป็นทางควบคุมการเข้า-ออก และมีจุดเชื่อมต่อกับทางหลวงต่างๆ โดยทำเป็นทางแยกต่างระดับ ดังนี้ 1.ทางแยกต่างระดับที่ กม.110+000 ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 2090 (ถนนธนรัชต์) ให้เป็นเส้นทางสัญจรไปเขาใหญ่และอำเภอปากช่อง 2. ทางแยกต่างระดับที่ กม.154+000 ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 201 ใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 201 ซึ่งสามารถเดินทางไปอำเภอสีคิ้ว ด่านขุนทด และอำเภอโชคชัยได้ และ 3. ทางแยกต่างระดับที่ กม.195+800 ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 (ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา) ใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่อำเภอเมืองนครราชสีมา รวมถึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานได้


ส่วนด่านเก็บค่าผ่านทาง (Toll Plaza) มีทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ทางแยกต่างระดับทางหลวงหมายเลข 2090 (ด่านปากช่อง) ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ทางแยกต่างระดับ ทางหลวงหมายเลข 201 (ด่านสีคิ้ว)และ ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ กม.185+000 (ด่านขามทะเลสอ) ส่วนสถานที่บริการสำหรับผู้ใช้เส้นทาง มีทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ ศูนย์บริการทางหลวง (ปากช่อง) (Service Center ) สถานที่พักริมทางหลวง (ลำตะคอง) (Rest Area), สถานที่บริการทางหลวง (สีคิ้ว) (Service Area) และ สถานที่พักริมทางหลวง (ขามทะเลสอ) (Rest Area)

รอรัฐบาลใหม่ฟันธงเดินหน้าเมื่อไหร่

นอกจากนี้ นายอัศวิน ยังกล่าวถึงวงเงินงบประมาณก่อสร้างว่า ล่าสุดจากที่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวเส้นทางรวมถึงรูปแบบการก่อสร้างในหลายจุดตามที่หน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่เส้นทางพาดผ่านได้เสนอความคิดเห็น ส่งผลให้งบประมาณก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมาย 6 (มอเตอร์เวย์) บางปะอิน-นครราชสีมา เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 29,000 ล้านบาท เป็นกว่า 40,000 ล้านบาทแล้ว และทำให้การศึกษาสำรวจออกแบบล่าช้าไปจากกำหนดเดิมกว่า 1 เดือน


"ส่วนโครงการจะสามารถก่อสร้างได้เมื่อไหร่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายการพิจารณาของรัฐบาลชุดใหม่ สำหรับรูปแบบการลงทุนก็เช่นเดียวกัน ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า จะเป็นรูปแบบการลงทุนโดยรัฐทั้งหมดด้วยการกู้เงินจากต่างประเทศ หรือจะให้สัมปทานกับเอกชนเข้ามาดำเนินการ " นายอัศวิน กล่าว


สำหรับงบประมาณที่พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 40,000 ล้านบาทนั้น ยังไม่รวมค่าเวนคืนที่ดินให้แก่ประชาชนในแนวเส้นทางที่โครงการพาดผ่าน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการเวนคืนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามการออกแบบสำรวจโครงการดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจของประชาชน กรมทางหลวงก็ยินดีรับฟังและนำไปปรับแก้ในส่วนที่แก้ไขได้ แต่ยืนยันว่าโดยหลักแล้วจะยึดแนวเส้นทางเดิมที่ได้สำรวจออกแบบไว้เพราะเป็นแนวเส้นทางที่กระทบกับประชาชนน้อยที่สุดและเหมาะสมดีแล้ว นายอัศวิน กล่าวในที่สุด


ภาคประชาชนปากช่องออกโรงค้าน


นายประสาน ยุวานนท์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาชนอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) สายปางปะอิน-นครราชสีมาว่า ประชาชนชาวปากล่องทุกสาขาอาชีพ ทั้งผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม นักธุรกิจพ่อค้า ประชาชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ชุมชน วัดและโรงเรียน ได้ติดตามศึกษาผลกระทบและดำเนินการคัดค้านแนวถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายปางปะอิน- นครราชสีมา ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับความสนใจจากภาคราชการ


ทั้งนี้เนื่องจากกรมทางหลวงได้ออกแบบแนวทาง รวมถึงจุดขึ้น-ลงและพื้นที่ เซอร์วิสเซ็นเตอร์(Service center) ในที่ดินทำกินของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง ซึ่งทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินเดือดร้อน ต้องเสียพื้นที่ทำกิน ถูกปิดกั้นการคมนาคม เสียพื้นที่พักรถจำนวนมาก เศรษฐกิจการค้าตามแนวถนนมิตรภาพ ร้านค้า ปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร และร้านค้าภายในอำเภอปากช่องจะถดถอย


นอกจากนี้จิตใจของประชาชนถูกเวนคืนบอบช้ำ ไม่สามารถเยียวยาด้วยเงินได้ เพราะอยู่มานานเป็นผู้บุกเบิกสร้างความเจริญ เฉพาะ 2 ข้างทางถนนมิตรภาพ จาก อำเภอมวกเหล็ก-ปากทางเขาใหญ่อยู่กันมานาน 60-70 ปีขึ้นไป และมีผลกระทบต่อพื้นที่จากมวกเหล็กถึงปากทางเข้าเขาใหญ่ในหลาย ๆ ด้าน เช่น วัดเทพพิทักษ์ ปุณณาราม (วัดพระขาว), วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร และวัดอื่นๆ อีกกว่า 10 แห่ง โรงเรียนอีกว่า 15 แห่ง สถานที่ราชการ เช่น ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) โรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงปูนขาว โรงปูนซิเมนต์สามัคคี โรงโม่หิน เป็นต้น


ภาคประชาชนอำเภอปากช่องได้เสนอแนะให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ไว้ 2 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ให้ยกระดับทางดังกล่าวบนถนนมิตรภาพ (ในช่องกึ่งกลางถนน) ตั้งแต่เข้าเขตอำเภอปากช่องจนถึงแยกบายพาสอำเภอปากช่องด้านทิศตะวันตกแล้วลงดินไปจนบรรจบกับทางยกระดับในช่วงลำตะคอง และ 2. ให้ยกระดับทางดังกล่าวบนถนนมิตรภาพ (ในช่องกึ่งกลางถนน) ไปจนบรรจบกับทางยกระดับในช่วงลำตะคอง โดยทั้ง 2 แนวทางดังกล่าว ให้ก่อสร้างจุดขึ้น-ลงของอำเภอปากช่อง และจุดเซอร์วิสเซ็นเตอร์ในเขตพื้นที่ราชพัสดุ (กองการสัตว์) ซึ่งเป็นที่ดินทำกินของราชการด้วยกัน บริเวณทางเลี่ยงเมืองอำเภอปากช่อง ซึ่งมีพื้นที่อยู่ถึง 69,000 ไร่เศษ โดยหากทำได้ตามนี้ปัญหาต่างๆ จะหมดไป เกิดความสมานฉันท์ระหว่างรัฐและประชาชน เกิดความสงบสุขขึ้น


นายประสาน กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาภาคประชาชนอำเภอปากช่องได้เข้าร่วมการประชุมทุกครั้งที่กรมทางหลวงจัดขึ้น และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาตลอด แต่ไม่เคยได้รับความสนใจจากกรมทางหลวงเลย นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือคัดค้านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และเจ้าของกระทรวง แต่ก็ยังนิ่งเฉย จนมาจนถึงวันนี้กรมทางหลวง ยังคงยืนยันว่า มีความจำเป็นที่จะก่อสร้างในแนวทางเดิมที่ได้สำรวจ โดยแก้ไขแนวทางในช่วงสั้น ๆ บางช่วงเท่านั้น ไม่ทราบว่ากรมทางหลวงมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องสร้างถนนบนความทุกข์ร้อนของประชาชน


"เราชาวอำเภอปากช่องขอประกาศว่า หากกรมทางหลวงยังไม่แก้ไขแนวทางใหม่ตามที่ประชาชนได้ร้องขอ พวกเรายันยันที่จะเดินหน้าคัดค้านและต่อต้านการก่อสร้างโครงการนี้ให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้เราได้ประสานไปยังพลังมวลชนในพื้นที่ อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการนี้แล้ว ทั้งประชาชนชาวบางปะอิน ชาวอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และพี่น้องชาวโคราช เพื่อรวมตัวกันต่อต้านโครงการนี้อย่างถึงที่สุด และอย่าคิดว่าท่านจะวางแนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นทุกข์โดยเฉพาะอำเภอปากช่องได้ เพราะเราไม่ยอมอย่างเด็ดขาด" นายประสานกล่าวในที่สุด


ถึงวันนี้โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช กล่าวได้ว่าเข้าใกล้ความจริงมากที่สุด นับตั้งแต่มีแนวคิดที่จะตัดถนนสายนี้ขึ้นมา แต่ความใกล้ดังกล่าว ก็ยังมีขวากหนามสำคัญขวางกั้นอยู่ งานนี้คงต้องรอลุ้นรัฐบาลใหม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรกลับโครงการนี้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:31 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

ยื้อสร้างถนนบางปะอิน-โคราช

Dailynews 20/12/2007


นายนิกร บุญศรี อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเส้นทางบางปะอิน-โคราชระยะทาง 199 กม.วงเงินก่อสร้าง 28,000 ล้านบาทว่า การก่อสร้างโครงการมีความขัดแย้ง เนื่องจากชาวบ้านคัดค้าน เพราะจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปทั้งที่อยากได้ถนนแต่ไม่ต้องการให้ก่อสร้าง นอกจากนี้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากกระทรวงการคลังมีจำกัด ดังนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเห็นว่าโครงการจำเป็นต้องก่อสร้าง เพราะจะช่วยให้การจราจรคล่องตัว

สำหรับกรณีที่จะนำเงินกองทุนเก็บค่าผ่านทางที่มีอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาทใน ปัจจุบันเข้ามาใช้ในการก่อสร้างก่อนหรือไม่นั้น ยังติดปัญหากฎหมาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจกู้เงินสถาบันการเงินมาใช้ในการก่อสร้าง และของบประมาณบางส่วน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:33 PM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

ทล.เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ก่อนลุยมอเตอร์เวย์ 'บางปะอิน-โคราช'2.9หมื่นล้าน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2283 30 ธ.ค. - 02 ม.ค. 2551


กรมทางหลวง วางแผนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือ มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนแม่บทดำเนินการก่อสร้าง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2540 จำนวน 13 สายทาง ระยะทาง 4,150 กิโลเมตร ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ!!

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการไปแล้ว 2 สายทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก ) และทางหลวงพิเศษหมายเลข7 หรือ มอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี

สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช นั้น กรมเล็งเห็นว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนไม่แพ้ โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง และ ทางด่วน ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เนื่องจาก ปริมาณจราจรวิกฤติมากขึ้น อีกทั้ง ช่วยร่นระยะเวลาเดินทาง โดยไม่ต้องอ้อมเมืองและติดปัญหาสัญญาณไฟ แต่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง

อย่างไรก็ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านตามแนวสายทางพาดผ่าน บางบริเวณอาจปรับแนวสายทางบ้าง เพื่อให้มีส่วนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวด้วย ต่อจากนั้นจะเสนอรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศพิจารณาเห็นชอบต่อไป โดยแบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 2 ตอน คือ ตอน1 จากอำเภอบางปะอิน-อำเภอปากช่องระยะทาง 103 กิโลเมตร และตอน2 จากอำเภอปากช่อง-จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร งบประมาณค่าก่อสร้างและค่าเวนคืนรวม 29,000 ล้านบาท ส่วนรูปแบบการดำเนินโครงการกรมทางหลวงอาจเป็นผู้ก่อสร้างเองโดยใช้เงินจากการจัดเก็บค่าผ่านทาง

จุดเริ่มต้นที่ทางแยกต่างระดับบางปะอินซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก แนวของถนนจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ทางด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านเรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน เมื่อผ่านบ้านหินกองแนวถนนโครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(พหลโยธิน) จากนั้นจะซ้อนทับโดยใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออกก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมืองตรงไปผ่านบ้านห้วยแพ่ง จากนั้นจะขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 (แก่งคอย-บ้านนา) ผ่านบ้านโคกกรุง ด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์สระบุรีเข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอหมวกเหล็ก จากนั้นแนวถนนโครงการจะตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม โดยแนวที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครราชสีมา ผ่านหนองน้ำแดง และพื้นที่ทหารทับซ้อนกับถนนมิตรภาพช่วงเลียบเขื่อนลำตะคอง ตัดข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ ) และสิ้นสุดที่วงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา

โครงการนี้นอกจากจะขึ้นอยู่กับงบประมาณและ รัฐบาลแล้ว ตัวแปรสำคัญที่สุดคือ ชาวบ้าน จะเห็นด้วยหรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของกรมทางหลวงที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจซ้ำรอยมอเตอร์เวย์แหลมผักเบี้ยได้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:37 PM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

เขย่าใหม่มอเตอร์เวย์'บางปะอิน-โคราช' เวนคืน3,400ราย-งบฯพุ่ง5หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 09 มกราคม 2551 - เวลา 10:20:04 น.


กรมทางหลวงปรับแบบโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราชใหม่หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน งบประมาณพุ่งจาก2.9หมื่นล้านเป็น5หมื่นล้าน มีผู้ถูกเวนคืน3,400 ราย ระยะทางสั้นลงเล้กน้อย


นายปัญจะ คุปรัตน์ รองอธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า โครงการบางปะอิน-โคราช ขณะนี้ได้มีการปรับแบบใหม่หลังจากที่ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ปรากฎว่างบประมาณก่อสร้างและเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยศึกษาไว้ 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 45,000 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 4,700 ล้านบาท มีจำนวนผู้ถูกเวนคืนประมาณ 3,400 ราย ส่วนระยะทางสั้นลงเล็กน้อย

“ปลายปี 2551 นี้ กรมทางหลวงจะออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน หลังจากที่แนวเวนคืนมีความชัดเจนแล้ว และคาดว่าจะของบประมาณเวนคืนในปีงบประมาณ 2552 ส่วนค่าก่อสร้างกำลังดูว่าจะใช้เงินกองทุนหรือใช้เงินกู้ ซึ่งตอนนี้มีทางเวิลด์แบงก์ที่ให้ความสนใจจะปล่อยกู้ด้วยเช่นกัน หรืออาจจะใช้วิธีการลงทุนแบบให้เอกชนเข้ามาร่วมการลงทุนด้วยในรูปแบบสัมปทาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ”

ด้านการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากโครงการนี้เป็นเส้นทางตัดใหม่ จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะไม่มีการเวนคืนได้ยาก แต่กรมทางหลวงมีความพยายามปรับแบบใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเวนคืนให้มากที่สุด โดยได้มีการปรับแนวเส้นทางให้หลีกพ้นจากอุปสรรคสิ่งกีดขวางสำคัญหลายจุด เช่น มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นิคมอุสาหกรรมSIL สุสานฮูลิน โรงปูนซีเมนต์ทีพีไอที่แก่งคอย คลังแสงและจุดบรรจบทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา

และจากการที่กรมได้มีการพยายามเลี่ยงจุดสำคัยเพื่อไม่ให้มีการเวนคืนที่ดิน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าก่อสร้างและค่าเวนคืนของโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 40% ซึ่งมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน คือ 1. มาจากราคาค่าก่อสร้างและค่าเวนคืนที่ดิน 29,000 ล้านบาท เป็นราคาที่ประเมินไว้นานแล้ว เมื่อปี 2543

2.จำนวนช่องจราจรของทางหลวงและสะพานเพิ่มจาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร บริเวณช่วงอำเภอบางปะอิน-อำเภอแก่งคอย ระยะทาง 45 กิโลเมตร 3.มีการเพิ่มทางแยกต่างระดับอีก 2 แห่ง คือ ที่บางปะอินและสระบุรี

4.เปลี่ยนรูปแบบถนนเป็นทางยกระดับบริเวณทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ประมาณ 7 กิโลเมตร 5.การปรับแนวเส้นทางช่วงโรงปูนซีเมนต์ทีพีไอ ทำให้ระยะทางชองสะพานยกระดับยาวขึ้น 2 กิโลเมตร

6.การปรับแนวเส้นทางช่วงผ่านพื้นที่เขตทหารที่คลังแสง และลำตะคอง ทำให้สะพานยกระดับมีความยาวเพิ่มขึ้น 8 กิโลเมตร 7.จำนวนของจุดทางลอดและทางข้ามเพื่อให้ประชานสามารถเชื่อมต่อกันได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาก 8.อาคารด่านพร้อมงานระบบและจุดบริการข้างทางมีจำนวนมากและขนาดอาคารใหญ่ขึ้น

สำหรับแนวโครงการมอเตอร์เวย์สายใหม่สายนี้ จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่อำเภอบางปะอิน ต่าจากวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันออก ผ่านอำเภอวังนอย อำเภออุทัย อำเภอหนองแค อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอแก่งคอย อำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว เภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ สิ้นสุดที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งจะบรรจบทางเลี่ยงเมืองพอดี

รูปแบบโครงการจะเป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร โดยช่วงอำเภอบางปะอิน-แก่งคอย ระยะทาง 45 กิโลเมตร ถนนขนาด 4 ช่องจราจร จากอำเภอแก่งคอย-อำเภอเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 120 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 14 กิโลเมตร ใน 3 ช่วง คือ ทางเลี่ยงเมืองสระบุรีกิโลเมตรที่ 40-กิโลเมตรที่ 47 บริเวณโรงปูนซีเมนต์ทีพีไอ บริเวณกิโลเมตรที่ 69-กิโลเมตรที่75 บริเวณฟาร์มโคนมอสค.กิโลเมตรที่ 82-กิโลเมตรที่84 เป็นทางยกระดับที่ลำตะคองขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 18 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 125-กิโลเมตรที่143

นอกจากนี้มีทางแยกต่างระดับ รวม 9 แห่ง คือ บางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล้ก ปากช่อง สีคิ้ว นครราชสีมา มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง ที่บางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง สีคิ้ว ขามทะเลสอ และมีจุดพักรถ 8 แห่ง ที่วังน้อย หนองแค สระบุรี ทับกวาง ปากช่อง ลำตะคอง สีคิ้ว และขามทะเลสอ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:41 PM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

หมัก'ดันมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช ชดเชยเวนคืน ๔,๕๙๑ ล.

นสพ.“โคราชรายวัน คนอีสาน” ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๑๗๑๕ วันที่ ๑๔ - ๑๗ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑


รัฐบาล ‘ออหมัก’ ขานรับมอเตอร์เวย์สาย ‘บางปะอิน--โคราช’ หลังสำรวจและออกแบบแล้วเสร็จ มูลค่าก่อสร้างพุ่ง ๕.๓ หมื่นล้าน กรมทางหลวงเผย ยังไม่เดินหน้าสรรหาผู้รับเหมา-ออกพรฎ.เวนคืนที่ดิน ตลอดสายประเมินค่าเวนคืน ๔,๕๙๑ ล้าน เฉพาะตอน ๒ โดน ๑,๑๑๕ แปลง ขณะที่ผู้ร้องเรียน ‘ปากช่อง’ เงียบกริบ [/B]

ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีนโยบายผลักดันการก่อสร้างโครงการใหญ่ มูลค่า ๒ ล้านล้านบาท โดยได้รับการขานรับจากกระทรวงคมนาคม ดำเนินการจัดทำแผนและกรอบงบประมาณโครงการต่างๆ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งด่วนแล้ว ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motor way) ๓ สายภายในประเทศ ขณะเดียวกันโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ สายบางปะอิน-นครราชสีมา นับเป็น ๑ ใน ๓ สายที่ถูกบรรจุในแผนเร่งดำเนินการก่อสร้างด้วย ที่สำคัญคือจากการประเมินมูลค่าการก่อสร้างปัจจุบัน มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง๕.๓ หมื่นล้านบาท หากเป็นไปตามแผนจะดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และเริ่มดำเนินการภายในปี ๒๕๕๒ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ถูกเวนคืนที่ดินประมาณ ๓,๔๐๐ รายคิดเป็นมูลค่าค่าทั้งสิ้น ๔,๗๐๐ ล้านบาท

โดยเฉพาะการดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอน ๒ (อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา) ซึ่งในระหว่างที่กรมทางหลวงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินงานด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดแนวเส้นทางตอน ๒ เริ่มจากบริเวณ กม. ๑๐๓ (อ.ปากช่อง) ถึง กม. ๑๙๖ (จ.นครราชสีมา) รวมระยะทางทั้งสิ้น ๙๓ กิโลเมตร (เดิม ๙๙ กม.) มีประชาชนและองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ที่แนวเส้นทางตัดผ่านคัดค้านมาตลอด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง แม้ว่ากรมทางหลวงและบริษัทที่ปรึกษา จะดำเนินขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน และดำเนินการปรับแก้ไขแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม กระทั่งดำเนินการสำรวจพื้นที่เวนคืนตามแนวเส้นทางตัดผ่านเสร็จสิ้นตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้กรมทางหลวง นายชาญชัย เตชัสหงส์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการฯ เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า สถานะของแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะมีเงิน ทางกรมทางหลวงจึงจะสามารถประกวดราคาได้ ในส่วนตอน ๒ (อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา) หลังจากที่มีการร้องเรียน บริษัทที่ปรึกษาได้ปรับแก้ไขแบบไม่มาก ซึ่งเป็นการหลบจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากแนวเส้นทางตัดผ่าน ขณะนี้ผู้ร้องเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่องยังเงียบและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เมื่อซักถามถึงจำนวนพื้นที่ที่ถูกเวนคืนและงบประมาณการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น นายชาญชัยไม่ขอตอบ พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า“การเวนคืนที่ดินส่วนใหญ่ พยายามจะให้เป็นพื้นที่โล่ง เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน และมีบางส่วนที่เป็นพื้นที่ทหาร ซึ่งมีการเจรจาเบื้องต้นแล้ว สำหรับประมาณการมูลค่าก่อสร้างทั้งโครงการ (ตอน ๑+ตอน ๒) เพิ่มสูงขึ้นประมาณ ๕ หมื่นล้านบาท”

ต่อข้อถามว่ารัฐบาลกำลังผลักดัน Motor way สายนี้ ผู้อำนวยการโครงการฯ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเลยว่ามีการผลักดัน เพราะดูจากนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการคมนาคมระบบรางมากกว่า ทางกรมทางหลวงยังมองว่า เหตุใดรัฐบาลยังไม่มีนโยบายผลักดันเกี่ยวกับ Motor way ความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการนี้ ทางกรมทางหลวงยังไม่มีการเรียกประชุมทั้งนี้จะนำงบประมาณในส่วนใดมาใช้หรือการร่วมทุนกับเอกชน ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลซึ่งจะต้องมีการเจรจากันต่อไป”

ทางด้านนายสิทธิชัย บุญสะอาด วิศวกรโยธา ๘ ในฐานะคณะกรรมการโครงการฯ กล่าวถึงงานสำรวจและออกแบบรายละเอียด ตอน ๒ ว่า มีการตอบหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากปรับแก้ไขแบบในส่วนที่มีผู้ดำเนินการคัดค้านแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบกลับมาหรือเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ซึ่งจากแบบปรับทั้งหมดไม่ได้ จำเป็นต้องปรับได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่สาระสำคัญนั้นไม่ได้ปรับ ทำให้มีระยะทางรวมทั้งสิ้น ๙๓.๙๔๓ กิโลเมตร ซึ่งการปรับแก้ไขแบบอยู่บริเวณ กม. ๑๐๔ ในพื้นที่อำเภอปากช่อง เหตุผลที่จำเป็นต้องปรับแก้ไขแบบ เนื่องจากจะทำให้ส่งผลกระทบอย่างสูงกับโครงการใหญ่ จากแบบที่ปรับแก้ไขดังกล่าวคิดว่าผู้คัดค้านน่าจะพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งตอนนี้บริษัทที่ปรึกษาได้ส่งมอบงานสำรวจและออกแบบให้กรมทางหลวงเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจะรับไว้พิจารณา ขณะนี้ทางกรมทางหลวงอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อหาผู้มาร่วมลงทุน ซึ่งอาจเป็นภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุนหรือสัมปทาน เท่าที่ทราบเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป

ต่อข้อซักถามเกี่ยวกับการประเมินค่าเวนคืนที่ดิน และมูลค่าการก่อสร้าง นายสิทธิชัย กล่าวว่า “จากข้อมูลเบื้องต้นทั้งโครงการมีมูลค่าการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นประมาณ ๕.๓ หมื่นล้านบาท ซึ่งค่าเวนคืนที่ดินตามที่บริษัทที่ปรึกษาประเมินไว้ โดยตอน ๑ (อ.บางปะอิน-อ.ปากช่อง) อยู่ที่ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ส่วนตอน ๒ (อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา) อยู่ที่ ๑,๘๙๑ ล้านบาท ขณะเดียวกันในส่วนของตอน ๒ นั้น เบื้องต้นมีจำนวนที่ดินถูกเวนคืนทั้งสิ้น ๑,๑๑๕ แปลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าโครงการนี้จะดำเนินการก่อสร้างตอน ๑ หรือตอน ๒ ก่อน ด้วยทั้งโครงการมีลำดับความสำคัญไม่เท่ากัน ส่วนจะดำเนินการทำ e-Auction (การประมูลสรรหาผู้รับจ้างผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์) และออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเมื่อไหร่นั้น ยังไม่มีการประชุมหรือกำหนดกรอบระยะเวลาเกี่ยวกับโครงการนี้เลย”
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:42 PM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

สันติ สั่งเดินหน้าสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ บางปะอิน-นครราชสีมา

สำนักข่าวไทย 2008-04-12 18:00:57


กทม. 12 เม.ย. - รมว.คมนาคม สั่งเดินหน้าก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์สายใหม่ทันที นำร่องเส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาท ก่อนที่จะเร่งรัดแผนก่อสร้างให้ครบ 4,000 กม.ตามยุทธศาสตร์ โดยเตรียมเปิดให้เอกชนเข้าร่วมทุน แล้วแบ่งรายได้ค่าผ่านทางภายหลัง

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ในก่อสร้างทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมอเตอร์เวย์ทั่วประเทศ จากกรมทางหลวงแล้ว ในส่วนตัวเห็นด้วยยุทธศาสตร์ดังกล่าว และจะให้เตรียมแผนก่อสร้างทันที นำร่องในเส้นทางแรกคือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งจะมีความสำคัญเป็นเส้นทางเชื่อมโยง กรุงเทพมหานคร กับภาคอีสานก่อประโยชน์ทั้งการเดินทางและการขนส่ง หลังจากนั้นก็จะมีการทยอยก่อสร้างเส้นทางอื่นๆ ตามมา

ส่วนงบประมาณดำเนินการนั้น รมว.คมนาคม ยอมรับว่า คงเป็นการยากที่จะรอการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการเมกะโปรเจกต์รออยู่หลายโครงการ จึงเห็นว่ารูปแบบการลงทุนนั้น ควรจะศึกษาว่าให้เปิดสัมปทานให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างได้หรือไม่ เมื่อมีการเปิดใช้งาน ก็จะมีการเก็บค่าผ่านทาง รายได้ที่ได้จะมีการจัดสรรกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ หลังจากนั้นเมื่อครบอายุสัญญาสัมปทาน ทรัพย์สินที่ก่อสร้างก็จะตกเป็นของภาครัฐ แนวทางดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะทำให้การพัฒนาโครงการเกิดขึ้นเร็วตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว

ด้านนายนิกร บุญศรี อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เส้นทางก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ บางปะอิน -นครราชสีมานั้น ถือว่ามีความพร้อมมากที่สุด จากเป้าหมายที่กรมทางหลวงมีแผนยุทธศาสตร์จะก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ให้ครบ 4,000 กม. ทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 100 กม.เท่านั้น โดยสำหรับมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมานั้น กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการสำรวจและออกแบบรายละเอียดไปแล้ว โดยการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือตอน 1 จาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา-อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 103 กม. และตอน 2 จาก อ.ปากช่อง-อ.เมืองนครราชสีมา (ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ) ระยะทาง 96 กม. รวมระยะทางการก่อสร้างโครงการนี้ทั้งสิ้น 199 กม. ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 2.9 หมื่นล้านบาท

ส่วนรูปแบบการก่อสร้างจะเป็นทางขนาน 4 ช่องจราจร ความกว้างของผิวจราจรช่องละ 3.60 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างทั้งทางยกระดับและทางเรียบ โดยหากช่วงใดที่ผ่านภูเขาสูง หรือความลาดชันสูง จะสร้างเป็นทางยกระดับไปแนวของตรงเกาะกลาง ถ.มิตรภาพเดิม เช่น บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง เป็นต้น โดยจะเป็นทางหลวงพิเศษที่มีมาตรฐานสูง สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 กม./ชั่วโมง มีการควบคุมการเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง ไม่มีจุดตัดหรือทางแยกแต่จะสร้างทางลอดหรือทางข้ามแทน เพื่อให้รถบนถนนท้องถิ่นวิ่งไปมาหาสู่กันได้ มีศูนย์บริการทางหลวงทุก 15-20 กม.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:46 PM   #18
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

PPP ประเดิม'บางปะอิน-โคราช' หั่น 6 เลน เหลือ 4 เลน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2349 17 ส.ค. - 20 ส.ค. 2551


เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2551 ที่ผ่านมานายสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะ ประชุมนัดแรก คณะกรรมการ นโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ PPP ( Public Private Partnership Committee ) ประเดิมด้วย โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์ ) สายบางปะอิน-โคราช (บางปะอิน -สระบุรี-นครราชสีมา ) ระยะทาง 196 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร งบประมาณ 59,150 ล้านบาท จากโครงการขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงทั้งหมด 5 สายทาง มูลค่า 1.7 แสนล้านบาทที่ PPP หนุนให้เดินหน้าลุย ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี มูลค่า 24,040 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด มูลค่า 38,200 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ มูลค่า 10,500 ล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครสวรรค์ มูลค่า 38,160 ล้านบาท


"บางปะอิน-โคราช" พระเอกชูโรง ของ PPP พบว่ามีค่าก่อสร้างค่อนข้างสูง ขณะที่ยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องดำเนินการ ดังนั้นทางออก กรมทางหลวงจึงปรับรูปแบบโครงการให้เล็กลง เหลือเพียง 4ช่องจราจร จากเดิม ที่ออกแบบไว้ ใหญ่โตมโหระทึก! ถึง6 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 50 เมตร จุดนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณลง ถึง 6,000-7,000 ล้านบาท เหลือ เพียง 53,000 ล้านบาทจาก 59,000 ล้านบาท ส่วนเขตทางได้กันไว้เผื่ออนาคต หากมีปริมาณจราจรคับคั่งขึ้น ก็จะขยับได้ถึง 6 ช่องจราจรเหมือนที่เคยออกแบบไว้ ซึ่งขณะนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเรื่องต่อสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ตามที่ได้ร้องขอ เพื่อผ่านไปยังบอร์ด PPP พิจารณาตามความประสงค์แล้ว

สำหรับ ช่องทางที่ให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐ กรมทางหลวงบอกว่า มีหลายทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้เคยศึกษาไว้บ้างแล้ว ได้แก่ 1.ให้เอกชนรับสัมปทานระยะยาว 30 ปี โดยรัฐลงทุนเวนคืนให้ ส่วนค่าผ่านทางให้เอกชนจัดเก็บ หากมองว่ายังไม่คุ้มทุนก็ขยายเวลาการให้สัมปทานออกไปได้อีก 2.การจูงใจโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ยกเว้นภาษี 8 ปีแรก 3. การจัดตั้งกองทุนToll Road Investment Trust เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชน 4. ทำสัญญา โดยรัฐอุดหนุนรายได้ให้ผลตอบแทนโครงการที่เอกชนสนใจเป็นต้น

โครงการนี้กรมทางหลวงยืนยันว่า จำเป็นต้องเร่งมือก่อสร้างเพื่อรองรับการเดินทาง จากกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อไปยัง 16 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สะดวกขึ้น เนื่องจาก ช่วงเทศกาลสำคัญมีปัญหาว่า ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรกว่าแสนคันต่อวันได้ ทำให้เกิดปัญหาติดขัดและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจุดใหญ่ อย่าง ชาวบ้านบริเวณ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง เขาใหญ่ ลำตะคอง ได้ออกมาต่อต้านเป็นระยะ เพราะ ถูกเวนคืนตัดผ่านแปลงที่ดินของพวกเขาจำนวนมาก รวมตลอดสายทางแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 -3,000 แปลง ซึ่งกรมทางหลวงเองก็ยินยอมจ่าย ค่าเวนคืนที่ประเมินไว้ว่าจะสูงถึง กว่า 5,000 ล้านกว่าบาท โดยงบประมาณปี 2552 นี้ (ตุลาคม 2551-กันยายน 2552) ได้รับงบประมาณเพื่อชดเชยจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน" เล็กจิ๋ว" เพียง 200 ล้านบาท แหม ...ไม่สมกับราคาที่คุยไว้ตั้งแต่ต้น พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า รัฐบาล จะทยอยจ่ายงบเวนคืนให้ในปีต่อๆไป ส่วนการก่อสร้าง ไม่น่าจะเกิน อีก2 ปีข้างหน้า โดยใช้เวลาก่อสร้าง ไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี สำหรับแนวโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอน 1 จากอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 103กิโลเมตร และตอน 2 จากอำเภอปากช่อง-จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร


โดยแนวสายทางเริ่มจาก ทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก แนวของถนนจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ทางด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(พหลโยธิน) ผ่านเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านเมื่อผ่านบ้านหินกองแนวถนนโครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อยตัดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(พหลโยธิน)จากนั้นจะซ้อนทับโดยใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออกก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมืองตรงไปผ่านบ้านห้วยแพ่งจากนั้นจะขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2(มิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222(แก่งคอย-บ้านนา )ผ่านบ้านโคกกรุง บริเวณด้านเหนือของมหาวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์สระบุรีเข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

จากนั้นแนวถนนโครงการจะตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามโดยแนวที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครราชสีมาผ่านตำบลหนองน้ำแดงและพื้นที่ทหารทับซ้อนกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)ช่วงเลียบเขื่อนลำตะคอง ตัดข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2(ถนนมิตรภาพ )และสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา

ส่วนราคาที่ดินรอบรัศมีแนวสายทาง โครงการมอเตอร์เวย์ สาย นี้ปัจจุบัน ราคาไม่สูงนักเฉลี่ย 3,000-ไม่เกิน 10,000 บาทต่อตารางวา เนื่องจากเป็นที่นา และดินตาบอด ที่สำคัญ เมื่อ ทางสายนี้ตัดผ่าน จะได้รับผลกระทบที่แย่ลง ไม่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดิน ได้ถึง 3เท่าตัว เหมือนกับถนนระดับดินทั่วไป เพราะมอเตอร์เวย์เป็นถนน เชื่อมระหว่างเมืองที่ไม่มีสัญญาณไฟ ต้องใช้ความรวดเร็วในการเดินทาง มีด่านเก็บค่าผ่านทางเป็นระยะคล้ายทางด่วนหรือทางพิเศษ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ทำให้ต้องทำกำแพงกั้นล้อมรอบไม่ให้ทั้งถนน สายอื่นและ รถ ภายนอกเข้าเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์เส้นนี้ได้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:51 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

เปิดแนวโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช กรมทางหลวงได้ฤกษ์เวนคืนที่ดินปีหน้า

มติชนออนไลน์ วันที่ 14 ตุลาคม 2551 - เวลา 12:56:49 น.


เปิดแนวโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช กรมทางหลวงได้ฤกษ์เวนคืนที่ดินปีหน้า คาดมูลค่าโครงการพุ่งจาก5.9หมื่นล้านเป็น7หมื่นล้าน เหตุต้นทุนพุ่ง


ปี 2552 นี้ กรมทางหลวงจะได้ฤกษ์ลงมือเวนคืนที่ดินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ บางปะอิน-โคราช ระยะทาง 196 กิโลเมตร หลังจากจดๆ จ้องๆ มานาน ล่าสุดได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2552 มาแล้ว 180 ล้านบาท เวนคืนที่ดินนำร่องโครงการไปล่วงหน้าพลางๆ

โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่กรมทางหลวงจะว่าจ้างบริษัทประเมินเอกชนช่วยเวนคืนที่ดิน เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัว ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเวนคืนเหลือเพียงแค่ 1 ปี จากเดิมหากกรมทางหลวงดำเนินการเองจะใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน คาดว่าจะเริ่มเวนคืนที่ดินในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า

จากการประเมินเบื้องต้นโครงการนี้ตลอดแนวเส้นทางที่มีการปรับใหม่ และได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีที่ดินถูกเวนคืนจำนวน 2,187 แปลง คิดเป็นเงินชดเชย 3,895,027,292 บาท สิ่งปลูกสร้าง 370 ราย เป็นเงิน 494,732,708.20 บาท พืชผล 98 ราย 29,331,500 บาท รวมทั้งสิ้น 4,419,091,500 บาท

สำหรับค่าก่อสร้างโครงการ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นตามราคาเหล็ก ส่งผลให้โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 30% จาก 59,000 ล้านบาท เป็น 70,000 ล้านบาท แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อกรมทางหลวง เพราะรูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบให้เอกเชนเข้าร่วมลงทุนในลักษณะ PPP โดยกรมทางหลวงจะอุดหนุนค่าเวนคืนที่ดิน และคัดเลือกบริษัทเอกชนมารับสัมปทานสำหรับงานก่อสร้าง

ด้านแนวสายทางโครงการ จุดเริ่มต้นโครงการเริ่มที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้านตะวันออก จากนั้นแนวโครงการจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านพื้นที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผ่านหินกอง แนวโครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 แล้วซ้อนทับและใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออก

ก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมือง แล้วตรงไปผ่านบ้านห้วยแห้ง ขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 (แก่งคอย-บ้านนา) ผ่านบ้านโคกกรุง ด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์ สระบุรี เข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

จากนั้นแนวถนนโครงการตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม โดยแนวที่เชื่อมต่อไปจังหวัดนครราชสีมา ตัดผ่านบริเวณบ้านหนองน้ำแดง ผ่านพื้นที่ทหาร ซ้อนทับกับถนนมิตรภาพ ช่วงเลียบเขื่อนลำตะคอง และก่อนถึงอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะเปลี่ยนรูปแบบถนนยกระดับ และใช้แนวถนนมิตรภาพไปจนกระทั่งผ่านอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ถึงหน้าเรือนจำคลองไผ่

จากนั้นจะไต่ระดับลงสู่ถนนระดับดิน และมุ่งตรงสู่อำเภอสีคิ้ว โดยแนวทางช่วงนี้จะเป็นแนวเส้นทางตัดใหม่ทั้งหมด ตัวทางหลวงหมายเลข 201 เข้าสู่อำเภอสูงเนิน และอำเภอขามทะเลสอ ตัดทางหลวงหมายเลข 2068 และมุ่งสู่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บริเวณทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ

รูปแบบก่อสร้าง กรมทางหลวงออกแบบไว้จะก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง มีบางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง สีคิ้ว และขามทะเลสอ จุดนี้จะมีที่พักริมทางเพื่อเป็นจุดชมวิวสำหรับให้ผู้เดินทางได้พักผ่อนหลายแห่ง สามารถชมทิวทัศน์ 2 ข้างทางได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง


napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 03:53 PM   #20
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,909
Likes (Received): 6463

บางปะอิน-โคราช" ต้นทุนมอเตอร์เวย์ พุ่ง 7 หมื่น ล.

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4045


คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต



ปี2552 นี้ กรมทางหลวงจะได้ฤกษ์ลงมือเวนคืนที่ดิน โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ บางปะอิน-โคราช ระยะทาง 196 กิโลเมตร หลังจากจดๆ จ้องๆ มานาน ล่าสุดได้รับจัดสรรงบฯ ปี 2552 มาแล้ว 180 ล้านบาท เวนคืนที่ดินนำร่องโครงการไปล่วงหน้าพลางๆ

โครงการนี้เป็นโครงการแรกที่ กรมทางหลวงจะว่าจ้างบริษัทประเมินเอกชนช่วยเวนคืนที่ดิน เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัว ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเวนคืนเหลือเพียงแค่ 1 ปี จากเดิมหาก กรมทางหลวงดำเนินการเองจะใช้เวลา อย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป ปัจจุบันอยู่ระหว่าง ขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน คาดว่าจะเริ่มเวนคืนที่ดินอีก 6-8 เดือนข้างหน้า

จากการประเมินเบื้องต้นโครงการนี้ตลอดแนวเส้นทางที่มีการปรับใหม่ และได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีที่ดินถูกเวนคืนจำนวน 2,187 แปลง คิดเป็นเงินชดเชย 3,895,027,292 บาท สิ่งปลูกสร้าง 370 ราย เป็นเงิน 494,732,708.20 บาท พืชผล 98 ราย 29,331,500 บาท รวมทั้งสิ้น 4,419,091,500 บาท



สำหรับค่าก่อสร้างโครงการ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นตามราคาเหล็ก ส่งผลให้โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 30% จาก 59,000 ล้านบาท เป็น 70,000 ล้านบาท แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อ กรมทางหลวง เพราะรูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบให้เอกเชนเข้าร่วมลงทุนในลักษณะ PPP โดยกรมทางหลวงจะอุดหนุนค่าเวนคืนที่ดิน และคัดเลือกบริษัทเอกชนมารับสัมปทานสำหรับงานก่อสร้าง

ด้านแนวสายทางโครงการ จุดเริ่มต้นโครงการเริ่มที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้านตะวันออก จากนั้นแนวโครงการจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านพื้นที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผ่านหินกอง แนวโครงการจะเบนไป ทางทิศตะวันออกเล็กน้อย ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 แล้วซ้อนทับและใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออก

ก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมือง แล้วตรงไปผ่านบ้านห้วยแห้ง ขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 (แก่งคอย-บ้านนา) ผ่านบ้านโคกกรุง ด้านเหนือของวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์ สระบุรี เข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก

จากนั้นแนวถนนโครงการตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้า วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม โดยแนวที่ เชื่อมต่อไปจังหวัดนครราชสีมา ตัดผ่านบริเวณบ้านหนองน้ำแดง ผ่าน พื้นที่ทหาร ซ้อนทับกับถนนมิตรภาพ ช่วงเลียบเขื่อน ลำตะคอง และก่อนถึง อ่างเก็บน้ำลำตะคองจะเปลี่ยนรูปแบบ ถนนยกระดับ และใช้แนวถนนมิตรภาพไปจนกระทั่งผ่านอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ถึงหน้าเรือนจำคลองไผ่

จากนั้นจะไต่ระดับลงสู่ถนนระดับดิน และมุ่งตรงสู่อำเภอสีคิ้ว โดยแนวทางช่วงนี้จะเป็นแนวเส้นทางตัดใหม่ทั้งหมด ตัวทางหลวงหมายเลข 201 เข้าสู่อำเภอสูงเนิน และอำเภอขามทะเลสอ ตัดทางหลวงหมายเลข 2068 และมุ่งสู่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บริเวณทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ

รูปแบบก่อสร้าง กรมทางหลวงออกแบบไว้จะก่อสร้างเป็นถนนขนาด 4-6 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง มีบางปะอิน วังน้อย หินกอง สระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง สีคิ้ว และขามทะเลสอ จุดนี้จะมีที่พักริมทางเพื่อเป็นจุดชมวิวสำหรับให้ผู้เดินทางได้พักผ่อนหลายแห่ง สามารถชมทิวทัศน์ 2 ข้างทางได้ทั้งขาขึ้นขาล่อง

หน้า 8
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:36 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us