SkyscraperCity banner

2381 - 2400 of 2415 Posts

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
“นกแอร์” โชว์กระแสตอบรับเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ผู้โดยสารใช้บริการแน่น หลังเริ่มกางปีกบินตรงเที่ยวบินแรก 18 ธ.ค. 2562 พร้อมอัดโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 3,990 บาท กระตุ้นการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ฮิโรชิม่า

ข่าวท่องเที่ยว 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 14:12 น. —ThaiPR.net

"นกแอร์" เผยกระแสตอบรับดีเยี่ยม หลังสยายปีกเที่ยวแรกของเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมจัดโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 3,990 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม พร้อมเลือกที่นั่งได้ตามความต้องการ

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า หลังจากที่สายการบินนกแอร์ได้เริ่มให้บริการเส้นทางบินตรงเที่ยวบินแรกกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้เส้นทางดังกล่าวได้มีกระแสดีมาก และมีผู้โดยสารเริ่มทยอยใช้บริการกันอย่างคับคั่ง

โดยเส้นทางบินตรงครั้งนี้ทางสายการบินนกแอร์จะมีการบินตรงไปยังเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเที่ยวบินขาไป กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นเที่ยวบิน DD3302 ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 02.30 น. และถึงท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 10.00 น.

ขณะที่เที่ยวบินขากลับจะเป็นเที่ยวบิน DD3303 ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 11.00 น. และถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 15.15 น. โดยเส้นทางบินตรงดังกล่าวจะให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ซึ่งจะมีการให้บริการเที่ยวบินในวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ส่งผลให้สายการบินนกแอร์จะมีการบินเส้นทางบินตรงครั้งนี้รวมกันทั้งสิ้น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

พร้อมกันนี้สายการบินนกแอร์ยังมีการโปรโมชั่นเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,990 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม และสามารถเลือกที่นั่งตามความต้องการฟรี! โดยโปรโมชั่นดังกล่าวสามารถใช้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ม.ค. 2563 (เงื่อนไขเป็นไปตามสายการบินกำหนด)

อีกทั้งสายการบินนกแอร์ยังมีการจัดโปรโมชั่นค่าตั๋วโดยสาร 0 บาท สำหรับเด็กอายุ 2 – 12 ปี สำหรับเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น โดยชำระเพียงค่าภาษี และค่าธรรมเนียมเท่านั้น โดยสามารถสำรองที่นั่งในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 (เวลา 14.00 น.) – 15 มกราคม 2563 และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2562 – 31 พฤษภาคม 2563 (โปรโมชั่นราคาพิเศษนี้มีจำนวน 50,000 ที่นั่งและอาจไม่มีให้บริการในบางวันบางเที่ยวบิน เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

"การเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น ตอนนี้ก็มีมากระแสตอบรับเข้ามาจากอย่างดีมาก ทั้งผู้โดยสารชาวไทยที่ต้องการไปเที่ยวที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น และผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่ต้องการมาเที่ยวประเทศไทยในตอนนี้ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว

และในฤดูหนาวฮิโรชิม่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คือ การเล่นสกีที่เมืองอะคิโอตะ หรือ "ฮอกไกโดตะวันตก" ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับการเล่นสกีหิมะที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฮิโรชิมา ถึงแม้ว่าตัวเมืองในเขตจังหวัดฮิโรชิม่าจะมีสภาพภูมิอากาศอบอุ่นในฤดูหนาว แต่เมื่อเข้าเขตเมืองอะคิโอตะจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเย็นของหิมะตกที่ปกคลุมทั้งเมือง และมีสกีรีสอร์ท ที่สวยงามหลายแห่ง พร้อมทั้งยังการท่องเที่ยวผจญภัยในหมู่บ้านน้ำแข็ง โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น รสชาติของไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งและเรียนรู้วิธีการสร้างกระท่อมหิมะญี่ปุ่น และสายการบินนกแอร์ยังมีการจัดโปรโมชั่นอีกมากมาย โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nokair.com"นายวุฒิภูมิ กล่าว


https://www.ryt9.com/s/prg/3080240
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=NGhUMDFKbWg4NEk9&security=NOK

นกแอร์โอ่เส้นทางใหม่ “กรุงเทพ-ฮิโรชิม่า” กระแสดี ผู้โดยสารแน่นรับเที่ยวแรก-แจกโปรอื้อ!
วันที่ 24 ธันวาคม 2562 - 15:08 น.

“นกแอร์” เผยกระแสตอบรับ “กรุงเทพฯ-ฮิโรชิมา” ดีเยี่ยม! ผู้โดยสารไทย-ญี่ปุ่นทยอยบินคับคั่ง หลังสยายปีกเที่ยวแรก 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมจัดหนักแจกตั๋วโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 3,990 บาท รวมน้ำหนัก 20 กก.-เลือกที่นั่งได้ตามความต้องการ เสริมแจกตั๋ว 0 บาทเด็กต่ำกว่า 12 ปีฟรี!

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า หลังจากที่สายการบินนกแอร์ได้เริ่มให้บริการเส้นทางบินตรงเที่ยวบินแรกกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ขณะนี้เส้นทางมีกระแสตอบรับดีมากและมีผู้โดยสารทยอยใช้บริการกันอย่างคับคั่ง

“การเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่ามีกระแสตอบรับเข้ามาจากอย่างดีมาก ทั้งจากผู้โดยสารชาวไทยที่ต้องการไปเที่ยวที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น และผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่ต้องการมาเที่ยวประเทศไทย เนื่องจากตอนนี้ที่ฮิโรชิม่ายังอยู่ในช่วงฤดูหนาวและมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมคือการเล่นสกีที่เมืองอะคิโอตะซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับการเล่นสกีหิมะที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฮิโรชิมา”

โดยเส้นทางบินตรงนี้ เที่ยวบินขาไป กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นเที่ยวบิน DD3302 ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 02.30 น. และถึงท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 10.00 น. ขณะที่เที่ยวบินขากลับจะเป็นเที่ยวบิน DD3303 ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 11.00 น. และถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 15.15 น. และให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ซึ่งจะมีการให้บริการเที่ยวบินในวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ส่งผลให้สายการบินนกแอร์จะมีการบินเส้นทางบินตรงครั้งนี้รวมกันทั้งสิ้น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

พร้อมกันนี้สายการบินนกแอร์ยังมีการโปรโมชั่นเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,990 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม และสามารถเลือกที่นั่งตามความต้องการฟรี! โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ม.ค. 2563 รวมถึงนกแอร์ยังได้จัดโปรโมชั่นค่าตั๋วโดยสาร 0 บาท สำหรับเด็กอายุ 2 – 12 ปี ในเส้นทางนี้โดยชำระเพียงค่าภาษี และค่าธรรมเนียมเท่านั้น

โดยสามารถสำรองที่นั่งในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 (เวลา 14.00 น.) – 15 มกราคม 2563 และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2562 – 31 พฤษภาคม 2563 (โปรโมชั่นราคาพิเศษนี้มีจำนวน 50,000 ที่นั่งและอาจไม่มีให้บริการในบางวันบางเที่ยวบิน เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

https://www.prachachat.net/tourism/news-404811


ตอบรับดี!นกแอร์ปลื้ม บินตรง“ดอนเมือง–ฮิโรชิม่า”ผู้โดยสารแน่น
เผยแพร่: 25 ธ.ค. 2562 14:24 โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นกแอร์” ปลื้มกระแสตอบรับเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ผู้โดยสารใช้บริการแน่น หลังเริ่มกางปีกบินตรงเที่ยวบินแรก 18 ธ.ค. 2562 พร้อมอัดโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 3,990 บาท กระตุ้นการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ฮิโรชิม่า

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า จากที่สายการบินนกแอร์ได้เริ่มให้บริการเส้นทางบินตรงเที่ยวบินแรกกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้เส้นทางดังกล่าวได้มีกระแสดีมาก และมีผู้โดยสารเริ่มทยอยใช้บริการกันอย่างคับคั่ง โดยมี Cabin Factor จาก ดอนเมือง- ฮิโรชิม่า เฉลี่ย 67.72% ส่วน จาก ฮิโรชิม่า-ดอนเมือง มีมี Cabin Factor เฉลี่ย ที่ 71.43 %

โดยเส้นทางบินตรงครั้งนี้ทางสายการบินนกแอร์จะมีการบินตรงไปยังเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเที่ยวบินขาไป กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นเที่ยวบิน DD3302 ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 02.30 น. และถึงท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 10.00 น.

ขณะที่เที่ยวบินขากลับจะเป็นเที่ยวบิน DD3303 ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานฮิโรชิม่าเวลา 11.00 น. และถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 15.15 น. โดยเส้นทางบินตรงดังกล่าวจะให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ซึ่งจะมีการให้บริการเที่ยวบินในวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ส่งผลให้สายการบินนกแอร์จะมีการบินเส้นทางบินตรงครั้งนี้รวมกันทั้งสิ้น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สำหรับโปรโมชั่นเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ของสายการบินนกแอร์ มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,990 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม และสามารถเลือกที่นั่งตามความต้องการฟรี! โดยโปรโมชั่นดังกล่าวสามารถใช้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ม.ค. 2563 (เงื่อนไขเป็นไปตามสายการบินกำหนด)

อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชั่นค่าตั๋วโดยสาร 0 บาท สำหรับเด็กอายุ 2 – 12 ปี สำหรับเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น โดยชำระเพียงค่าภาษี และค่าธรรมเนียมเท่านั้น โดยสามารถสำรองที่นั่งในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 (เวลา 14.00 น.) – 15 มกราคม 2563 และสามารถเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2562 – 31 พฤษภาคม 2563 (โปรโมชั่นราคาพิเศษนี้มีจำนวน 50,000 ที่นั่งและอาจไม่มีให้บริการในบางวันบางเที่ยวบิน เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

“การเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น ตอนนี้ก็มีมากระแสตอบรับเข้ามาจากอย่างดีมาก ทั้งผู้โดยสารชาวไทยที่ต้องการไปเที่ยวที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น และผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่ต้องการมาเที่ยวประเทศไทย ในตอนนี้ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว และในฤดูหนาวฮิโรชิม่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คือ การเล่นสกีที่เมืองอะคิโอตะ หรือ “ฮอกไกโดตะวันตก” ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับการเล่นสกีหิมะที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฮิโรชิมา ถึงแม้ว่าตัวเมืองในเขตจังหวัดฮิโรชิม่าจะมีสภาพภูมิอากาศอบอุ่นในฤดูหนาว แต่เมื่อเข้าเขตเมืองอะคิโอตะจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเย็นของหิมะตกที่ปกคลุมทั้งเมือง และมีสกีรีสอร์ท ที่สวยงามหลายแห่ง พร้อมทั้งยังการท่องเที่ยวผจญภัยในหมู่บ้านน้ำแข็ง โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น รสชาติของไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งและเรียนรู้วิธีการสร้างกระท่อมหิมะญี่ปุ่น และสายการบินนกแอร์ยังมีการจัดโปรโมชั่นอีกมากมาย โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nokair.com”นายวุฒิภูมิ กล่าว


https://mgronline.com/business/detail/9620000122867
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts



ข่าวล่าสุด!!! Thai Eastar Jet จะใช้เครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแบบเดียวกับของ Eastar Jet ประเทศเกาหลีใต้ โดยสายการบินคาดว่าจะสามารถเริ่มบินได้ในช่วงต้นปี 2020 นี้ เส้นทางบินแรก กรุงเทพฯ-เกาสง ไต้หวัน

https://www.facebook.com/WeLoveThailandAirlines/photos/a.579844542064247/2564233713625310/?type=3&theater

 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
“นกแอร์” เดินหน้ารับเครื่องบินใหม่อีก 2 ลำ พร้อมให้บริการช่วงไฮซีซั่น
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=WnBqa285ZnlXS1U9&security=NOK

“NOK”รับเครื่องบินเพิ่ม 2 ลำ หนุนบริการไฮซีซัน
27 Dec 2019


นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ในขณะนี้สายการบินนกแอร์ได้รับเครื่องบินเข้ามาเพิ่มแล้วจำนวน 2 ลำ โดยเป็นเครื่องบิน Boeing รุ่น 737-800 เมื่อเร็ว ๆ นี้ และเริ่มให้บริการด้วยเครื่องบินทั้ง 2 ลำ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ในเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำเส้นทางบินไปจีน และจะใช้เครื่องบิน 2 ลำนี้ให้บริการในช่วงเดือนธันวาคม 2562 ถึงมีนาคม 2563


“สายการบินนกแอร์รับเครื่องบินเพิ่มอีก 2 ลำในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เพื่อตอบรับช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ เท่านั้นแต่ยังตอกย้ำถึงแผนฟื้นฟูที่เคยได้กล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย อาทิ การเพิ่มเที่ยวบิน หรือการขยายเส้นทางการบินไปในต่างประเทศ ส่งผลให้นกแอร์มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงยึดหลักของการตรงต่อเวลาและความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความประทับใจในทุกเที่ยวบินเมื่อใช้บริการสายการบินนกแอร์และสร้างให้ผลการดำเนินงานมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องรวมถึงมีความมั่นคงในอนาคต” นายวุฒิภูมิ กล่าว

http://www.thansettakij.com/content/417701



"นกแอร์" รับเครื่องบินใหม่เพิ่ม 2 ลำพร้อมให้บริการผู้โดยสาร ย้ำความเชื่อมั่นแผนฟื้นฟู
เผยแพร่: 27 ธ.ค. 2562 13:57 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“นกแอร์” รับเครื่องบินเพิ่มอีก 2 ลำ หนุนจำนวนฝูงบินให้บริการปัจจุบันแตะ 24 ลำ ตอบโจทย์ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ พร้อมให้บริการผู้โดยสารตอกย้ำแผนฟื้นฟูเพิ่มเที่ยวบินและขยายเส้นทางการบินเพิ่ม

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ในขณะนี้สายการบินนกแอร์ได้รับเครื่องบินเข้ามาเพิ่มแล้วจำนวน 2 ลำ โดยเป็นเครื่องบิน Boeing รุ่น 737-800 ซึ่งลำแรกได้รับเข้ามาแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 ขณะที่เครื่องลำที่ 2 ได้รับเข้ามาแล้วเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา

สำหรับสายการบินนกแอร์เริ่มให้บริการด้วยเครื่องบินทั้ง 2 ลำ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ในเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำของเส้นทางบินไปประเทศจีน และจะใช้เครื่องบิน 2 ลำนี้ให้บริการในช่วงเดือนธันวาคม 2562 ถึง มีนาคม 2563

อีกทั้งการรับเครื่องบินเข้ามาเพิ่มอีก 2 ลำ ทำให้ในปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีเครื่องบินให้บริการทั้งสิ้น 24 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจสายการบินในประเทศไทย ในช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี และยังตอบโจทย์การขยายเส้นทางบินเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ผลการเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“สายการบินนกแอร์รับเครื่องบินเพิ่มอีก 2 ลำในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เพื่อตอบรับช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงแผนฟื้นฟูที่เคยได้กล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย อาทิ การเพิ่มเที่ยวบิน หรือการขยายเส้นทางการบินไปในต่างประเทศ ส่งผลให้นกแอร์มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงยึดหลักของการตรงต่อเวลา และความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความประทับใจในทุกเที่ยวบินเมื่อใช้บริการสายการบินนกแอร์ และสร้างให้ผลการดำเนินงานมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องรวมถึงมีความมั่นคงในอนาคต” นายวุฒิภูมิ กล่าว

https://mgronline.com/stockmarket/detail/9620000123608
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
China Airlines resumes Chiang Mai service from June 2020; Guam schedule changes


Size matter...長榮航空 by Manuel Negrerie, on Flickr

China Airlines in summer 2020 season is resuming Taipei Taoyuan – Chiang Mai service, previously served until October 2013. From 23JUN20, the 737-800 will serve the Host City of Routes Asia 2020, 4 times weekly with 737-800.

CI851 TPE0730 – 1020CNX 738 x147
CI852 CNX1120 – 1635TPE 738 x147

https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/288535/china-airlines-resumes-chiang-mai-service-from-june-2020-guam-schedule-changes/
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
Thai VietJet Air discontinues Taichung service in late-March 2020


HS-VKA, A320-214, cn 2745, Thai Vietjet Air, BKK 081019, adj(1) by Mike Barker, on Flickr

Thai VietJet Air in late-March 2020 is discontinuing Bangkok – Taichung service, where it currently operates 4-7 weekly flights. From 23FEB20, overall service will revise from 7 to 4 weekly, with last flight of the season scheduled on 27MAR20.

VZ560 BKK0900 – 1345RMQ 320 x24
VZ560 BKK1210 – 1655RMQ 320 24

VZ561 RMQ1430 – 1715BKK 320 x24
VZ561 RMQ1740 – 2025BKK 320 24


There is no service resumption date filed for the moment.

https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/288534/thai-vietjet-air-discontinues-taichung-service-in-late-march-2020/
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
Turkish Airlines removes A350 Bangkok service in S20



TC-JNZ - Turkish Airlines - Airbus A330-303 by chrism, on Flickr

Turkish Airlines in last week’s schedule update removed planned Airbus A350-900XWB service on Istanbul – Bangkok route, previously scheduled from 12AUG20. The Star Alliance carrier originally filed 3 weekly A350 service from 12AUG20 to 25OCT20, as TK068/069.

TK068 IST0125 – 1525BKK 333 D
TK058 IST1755 – 0730+1BKK 333 D
TK064 IST2015 – 0950+1BKK 333 D

TK059 BKK0925 – 1550IST 333 D
TK065 BKK2145 – 0410+1IST 333 D
TK069 BKK2300 – 0520+1IST 333 D


https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/288527/turkish-airlines-removes-a350-bangkok-service-in-s20/
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
“ลุฟท์ฮันซ่า” เพิ่มที่นั่งกรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต ดึง “แอร์บัส เอ 380” รับดีมานด์ฝั่งยุโรป!
วันที่ 7 มกราคม 2563 - 11:43 น.


“ลุฟท์ฮันซ่า” สั่งเพิ่มที่นั่งเส้นทางกรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต ดึงเครื่อง “แอร์บัส เอ 380” บินแทนโบอิ้ง 747-400 ติดกันฤดูกาลที่ 3 รับดีมานด์ฝั่งยุโรป!

นายสเตฟาน โมลนาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สายการบินในกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า เปิดเผยว่า ล่าสุดกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าได้เพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต โดยการเปลี่ยนการให้บริการจากเครื่องโบอิ้ง 747-400 มาเป็นเครื่องบินแอร์บัส เอ380 ที่เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนเครื่องในตารางบินช่วงฤดูหนาวครั้งที่ 3 นับจากเปลี่ยนเครื่องครั้งแรกเมื่อฤดูหนาวปี 2560-2561


ทำให้ปัจจุบันลุฟท์ฮันซ่าเป็นกลุ่มสายการบินเดียวในยุโรปที่ให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ380 มายังประเทศไทย และเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสายการบินในการให้บริการที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้โดยสารทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องโดยสารชั้นหนึ่ง (First Class) 8 ที่นั่ง และชั้นธุรกิจ (Business Class) 78 ที่นั่ง


ปัจจุบันกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าให้บริการในประเทศไทยด้วย 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบินออสเตรียน สวิสอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ สายการบินยูโรวิงส์ และสายการบินลุฟท์ฮันซ่า โดยให้บริการรวมทั้งสิ้น 31 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเส้นทางระหว่างประเทศไทยและเมืองสำคัญๆ ในยุโรป ได้แก่ แฟรงค์เฟิร์ต เวียนนา ซูริค และมิวนิคซึ่งเป็นสนามบินที่ได้รับการจัดอันดับเป็นสนามบินห้าดาวเพียงแห่งเดียวในยุโรป

“ลุฟท์ฮันซ่ามีความเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์บินที่มีความสำคัญต่อเราเป็นอย่างมาก ในปีที่ผ่านมาเราได้ต้อนรับผู้โดยสารกว่า 800,000 คนในเที่ยวบินไปและกลับจากประเทศไทย และเรามั่นใจว่าการเดินทางท่องเที่ยวจากประเทศไทยไปต่างประเทศจะมีการเติบโตอย่างยั่งยืน”


https://www.prachachat.net/tourism/news-408235
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
'นกแอร์' กล่อม 'บินไทย' เพิ่มทุน 'วุฒิภูมิ' มั่นใจ 'จุฬางกูร' พร้อมใส่เงินหลังเห็นศักยภาพ

“สายการบินนกแอร์” เล็งชงแผนธุรกิจเข้าบอร์ดกลางเดือน ก.พ.นี้ หลังผู้ถือหุ้นไฟเขียวเพิ่มทุนไม่เกิน 2.22 พันล้านบาท หวัง “การบินไทย” ร่วมใส่เงินเพิ่มทุน หลังเข้าไปนำเสนอแผน ย้ำหากสำเร็จหนุนส่วนทุนพลิกเป็นบวก ปลดเครื่องหมาย “ซี” ได้

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นในวานนี้ (14ม.ค.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,220 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายนำเงินไปใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างการเงินให้แข็งแรงมากขึ้น และใช้ในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการขยายฝูงบินและจุดเส้นทางการบินใหม่เพิ่มเติม รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

เขากล่าวว่า หากผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ์การเพิ่มทุนทั้งหมด จะทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นของ NOK พลิกเป็นบวกทันที จากปัจจุบันยังติดลบราว 659.39 ล้านบาท พร้อมกับคาดว่าจะสามารถปลดเครื่องหมาย C ของบริษัทได้อัตโนมัติ

ส่วนคำถามที่ว่าหากผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ใส่เงินเพิ่มทุนในครั้งนี้ นายวุฒิภูมิ กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่สามารถระบุแทนผู้ถือหุ้นรายอื่นๆได้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อกำหนดการเพิ่มทุนครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายอื่น สามารถใช้สิทธิ์เกินโควต้าได้ในกรณีที่ยังมีหุ้นเหลือจากการจัดสรร

“ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาได้ไปนำเสนอข้อมูลให้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็แล้วแต่เขาจะพิจารณา ขณะที่ในส่วนของกลุ่มจุฬางกูรซึ่งเป็นผู้ถือใหญ่ลำดับที่ 1-3 ตนเองก็คิดว่าครอบครัวผมคงเห็นศักยภาพในตัวผม จึงให้มาบริหารธุรกิจนี้”



นายวุฒิภูมิ กล่าวต่อว่า แผนดำเนินงานในปีนี้ มั่นใจว่า ผลประกอบการของบริษัทจะขาดทุนลดลงจากปี 2562 หลังเห็นทิศทางธุรกิจดีขึ้น โดยทีมผู้บริหารจะเสนอแผนการดำเนินธุรกิจและแผนการปรับเปลี่ยนฝูงบินใหม่ให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) พิจารณาได้ภายในช่วงกลางเดือน ก.พ.นี้ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนการเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ก่อน

ส่วนแผนการดำเนินการของบริษัทปีนี้นั้น เบื้องต้นบริษัทมีแผนขยายฝูงบินเพิ่มขึ้นโดยเตรียมเช่าเครื่องบินประจำการเพิ่มอีกจำนวนไม่เกิน 3 ลำ จากปัจจุบันที่มี 24 ลำ พร้อมขยายเส้นทางการบินในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางการบินในประเทศอาเซียนอีกไม่น้อยกว่า 2 เส้นทาง รวมถึงนำระบบซอฟแวร์ต่างๆมาวิเคราะห์การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น เช่น เรื่องน้ำมัน,เส้นทางบิน และการบินที่ช่วยยืดระยะเวลาการซ่อมบำรุง

พร้อมยอมรับว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมสายการบินปีนี้ยังคงมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่มั่นใจว่าบริษัทยังเติบโตได้ เพราะมีจุดแข็งด้านรายได้การให้บริการและอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าคู่แข่ง ส่วนข้อเสียของบริษัทก็คือ ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องมีค่าเช่าเครื่องบินและค่าบำรุงรักษา ซึ่งบริษัทมีแผนปรับลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินการทุกส่วนมีประสิทธิภาพมากขึ้น


“แผนจะกลับมาเทิร์นอะราวด์ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นปีไหน เพราะต้องรอเสนอแผนธุรกิจต่อที่ประชุมบอร์ดก่อน ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนเทิร์นอะราวด์เฟส 2 ซึ่งจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดต้นทุน และยกเลิกเส้นทางการบินที่ขาดทุนหรือไม่ทำกำไรออกไป รวมถึงเพิ่มความถี่เส้นทางการบินที่มีกำไรมากขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมามีการยกเลิกเที่ยวบินที่น่าน,นครพนม และร้อยเอ็ด และมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ อาทิ ในญี่ปุ่นและอินเดียเพิ่ม”

อนึ่งวานนี้ (14ม.ค.63) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1 ปี 2563 มีมติ 99.99% หรือจำนวน 2,416,879,115 เสียง เห็นด้วย กับการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 888,147,358 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รองรับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราส่วน 3.5 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.50 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 2,220.37ล้านบาท


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/862057
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
มาเลย์ สืบ “แอร์บัส” ติดสินบนผู้บริหารแอร์เอเชีย ล็อคดีลซื้อเครื่องบิน
เผยแพร่: 1 ก.พ. 2563 22:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ – หน่วยงานปราบปรามคอร์รัปชั่นของมาเลเซียกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาของสำนักงานการฉ้อฉลร้ายแรงของอังกฤษ (Serious Fraud Office หรือเอสเอฟโอ) ที่ว่า บริษัท แอร์บัส จ่ายสินบน 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,559 ล้านบาท ) เพื่อให้ได้คำสั่งซื้อเครื่องบินจาก แอร์เอเชีย เครือสายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและมีสำนักงานใหญ่ในมาเลเซีย หน่วยงานนี้ เปิดเผยในวันเสาร์ (1)

เมื่อวันศุกร์ (31) เอสเอฟโอ ระบุว่า แอร์บัสประสบความล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้บุคคลภายในจ่ายสินบนแก่กลุ่มผู้บริหารของ แอร์เอเชีย กรุ๊ป และบริษัทลูก แอร์เอเชีย เอ็กซ์

แอร์เอเชีย ระบุว่า พวกเขาไม่เคยทำการตัดสินใจจัดซื้อใดๆ เพราะการสนับสนุนจากแอร์บัส และว่า พวกเขาจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชั่นของมาเลเซีย

แอร์เอเชีย ระบุในถ้อยแถลงว่า พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนแอร์บัสของเอสเอฟโอ หรือเคยได้รับโอกาสให้ข้อมูลใดๆ ด้านแอร์บัสปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

เมื่อวันศุกร์ (31) แอร์บัสบรรลุข้อตกลงมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์กับฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ หลังจากคณะอัยการ ระบุว่า แอร์บัสเคยจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐและปิดบังการจ่ายเงินดังกล่าวในฐานะส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชั่นทั่วโลก

ข้อตกลงดังกล่าวทำให้แอร์บัสสามารถหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกห้ามทำข้อตกลงสาธารณะในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

การเปิดโปงครั้งนี้ออกมาหลังจากการสืบสวนขยายผลสู่ข้อตกลงที่ทำกับตลาดต่างประเทศอีกหลายสิบแห่ง

“ภายใต้กฎหมายคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชั่นแห่งมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) เราได้รับอำนาจ และมีขอบเขตอำนาจศาล ที่จะสืบสวนการกระทำคอร์รัปชั่นใดๆ ก็ตามของพลเมืองมาเลเซียหรือผู้อยู่อาศัยถาวรในสถานที่ใดๆ ก็ตามนอกมาเลเซีย” ลาธีฟา โคยา หัวหน้าคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชั่น ระบุในถ้อยแถลง

“ในกรณีการเปิดโปงแอร์บัส-แอร์เอเชีย ผมยืนยันว่า เอ็มเอซีซีกำลังติดต่อประสานงานกับทางการอังกฤษและเริ่มการสืบสวนเรื่องนี้แล้ว”

https://mgronline.com/around/detail/9630000010712
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
ผู้ถือหุ้น"นกแอร์"ไฟเขียวเพิ่มทุน 888.15 ล้านหุ้น เสริมฐานะการเงิน
เผยแพร่: 4 ก.พ. 2563 10:09 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้ถือหุ้น"นกแอร"์เห็นชอบเพิ่มทุน 888.15 ล้านหุ้น พร้อมเตรียมขาย RO วันที่ 3-7 ก.พ. 2563 ในอัตราส่วน 3.5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคา 2.50 บาท

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่เป็น 4,197.17 ล้านบาท ซึ่งจะมีการออกหุ้นสามัญจำนวน 888,147,358 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

อีกทั้งยังมีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 888,147,358 หุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตราส่วน 3.5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.50 บาท มูลค่ารวมไม่เกิน 2,220.37 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาเสนอขายตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.พ. 2563

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่บริษัททั้งในด้านการดำเนินธุรกิจและด้านเงินทุน โดยบริษัทมีแผนที่จะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องและเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

พร้อมกันนี้การเพิ่มทุนดังกล่าวยังจะช่วยสนับสนุนการขยายเส้นทางและเครือข่ายการบิน โดยบริษัทมีแผนลงทุนในการขยายเส้นทางการบินที่บริษัทศึกษาและเห็นถึงโอกาส ที่จะช่วยเพิ่มเครือข่ายการบิน อัตราการใช้เครื่องบิน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะสนับสนุนการเพิ่มรายได้และอัตรากำไรให้แก่บริษัทในระยะยาว

ขณะเดียวกันบริษัทจะมีแผนการดำเนินธุรกิจ โดยจะมีการจัดหาและปรับปรุงฝูงบิน โดยบริษัทมีแผนจัดหาและปรับปรุงฝูงบินเพื่อเพิ่มอัตราการใช้เครื่องบินต่อลำ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายคงที่ต่อหน่วย เช่น ค่าเช่าเครื่องบิน ค่าซ่อมบำรุง ค่าบุคลากรการบิน เป็นต้น




“การเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพราะว่าทางนกแอร์ต้องการเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจให้มีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งหากมองไปที่งบในช่วงไตรมาส3/62 จะเห็นได้ว่านกแอร์มีการขาดทุนลดลงเกือบ 50% ดังนั้นการที่นกแอร์เลือกเพิ่มทุนในครั้งนี้ ก็ได้มีการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ของภาวะทางธุรกิจ และเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อให้การเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนทุกท่าน” นายวุฒิภูมิ กล่าว


https://mgronline.com/business/detail/9630000011394
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
ปมฉาว 'สินบนแอร์บัส' จุดจบ 'โทนี เฟอร์นันเดส' ?

4 กุมภาพันธ์ 2563
“โทนี เฟอร์นันเดส” ซีอีโอจอมสร้างสีสันของแอร์เอเชีย ประกาศวางมือ 2 เดือน ขณะที่ทางการสอบสวนปมรับสินบน 50 ล้านดอลลาร์จากแอร์บัส ซึ่งกลายเป็นกรณีอื้อฉาวทั่วอุตสาหกรรมการบินในขณะนี้


การตัดสินใจสุดช็อกดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสำนักสืบสวนการฉ้อฉลร้ายแรงของสหราชอาณาจักร (เอสเอฟโอ) เผยข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบที่พบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของยุโรปได้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการทำข้อตกลงกับแอร์เอเชีย สายการบินรายใหญ่ของเอเชีย และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บริษัทในเครือที่ให้บริการเที่ยวบินระยะไกล

ขณะที่ โทนี เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และคามารูดิน เมอรานัน ประธานบริหารของสายการบินแอร์เอเชีย แถลงเมื่อวันจันทร์ (3 ก.พ.) ว่า จะวางมือเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 2 เดือน หรือตามระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร หลังจากมีข่าวว่าทั้งคู่รับสินบนจากแอร์บัส เพื่อให้สั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมาก

นอกจากนี้ 2 ผู้บริหารชาวมาเลเซียยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในฐานะกรรมการบริหารของแอร์เอเชีย

“เราจะไม่ทำร้ายบริษัทอย่างแน่นอน เพราะเราใช้เวลาทั้งชีวิตในการปลุกปั้นแอร์เอเชียจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกในปัจจุบัน” แถลงการณ์ของทั้งคู่ระบุ

อย่างไรก็ตาม ทั้งเฟอร์นันเดสและคามารูดินจะยังนั่งเป็นที่ปรึกษาของแอร์เอเชียต่อไป




ADVERTISEMENT


เมื่อวันเสาร์ (1 ก.พ.) สำนักงานต่อต้านการทุจริตของมาเลเซียระบุว่า หน่วยงานมีอำนาจในการสอบสวนพลเมืองหรือผู้พำนักถาวรของมาเลเซียที่กระทำการทุจริตที่ใดก็ตามในต่างประเทศ และได้เริ่มกระบวนการสอบสวนแอร์เอเชียต่อกรณีอื้อฉาวดังกล่าวแล้ว

นอกจากนั้น อีก 2 หน่วยงานในมาเลเซีย รวมถึงสำนักงานการบินพลเรือนและคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ก็เริ่มกระบวนการตรวจสอบแอร์เอเชียแล้วเช่นกัน โดยคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า จะสอบสวนข้อกล่าวหานี้และทบทวนหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดว่ามีการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์หรือไม่

เว็บไซต์สคิฟต์ที่รายงานข่าวอุตสาหกรรมการเดินทางรายงานว่า สัปดาห์ที่แล้ว แอร์บัสตกลงว่าจะจ่ายเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 123,800 ล้านบาท) เพื่อยุติข้อกล่าวหาของทางการหลายประเทศเรื่องจ่ายสินบนเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมาก

อัยการในสหราชอาณาจักรกล่าวหาว่า ผู้บริหาร 2 คนของแอร์เอเชีย กรุ๊ป ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ รับเงินสินบน 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,548 ล้านบาท) จากแอร์บัสที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ทีมกีฬาที่พวกเขาเป็นเจ้าของ

แอร์เอเชีย ชี้แจงว่า เรื่องที่แอร์บัสเป็นสปอนเซอร์ทีมกีฬาเป็นเรื่องที่เปิดเผยและรับรู้กันอย่างกว้างขวาง เพราะแอร์บัสจะได้ภาพลักษณ์และประโยชน์อื่น ๆ แอร์เอเชียขอปฏิเสธอย่างแข็งขันต่อข้อกล่าวหาการกระทำผิดทุกอย่าง

ที่ผ่านมา เฟอร์นันเดสเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ภักดีกับแอร์บัสมากที่สุด และสายการบินต้นทุนต่ำของเฟอร์นันเดสซึ่งเขาซื้อกิจการด้วยราคา 1 ริงกิต (7.52 บาทในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) เมื่อปี 2544 ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของยุโรปสำหรับเครื่องบินทางเดินเดียว


ข่าวอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นแอร์เอเชียร่วงกว่า 8% ในการซื้อขายวันนี้ (4 ก.พ.) หลังจากร่วงหนักกว่า 10% ในวันจันทร์ เซ่นการประกาศสอบสวนแอร์เอเชียของเอสเอฟโอ

ตัน คัม เม็ง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัททีเอซีเคียวริตีส์ของมาเลเซีย เตือนว่า หุ้นแอร์เอเชียอาจร่วงหนักกว่าเดิม หากเฟอร์นันเดสและคามารูดินถูกตั้งข้อกล่าวหา

“หากการสอบสวนเป็นโทษต่อทั้งคู่ หรือถูกตั้งข้อกล่าวหาในชั้นศาล จะเกิดผลกระทบระดับหายนะต่อบรรดาผู้ถือหุ้น” ตันเผยกับเอเอฟพี “ผมรู้สึกช็อกมากกับข่าวรับสินบน”

ภาวะหุ้นดิ่งดังกล่าวยังเกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีนที่ลุกลามไปหลายประเทศ ทำให้สายการบินหลายรายพากันยกเลิกเที่ยวบินไปแดนมังกร ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางบินที่ทำกำไรมากที่สุดสำหรับแอร์เอเชีย

“ถือเป็นเคราะห์ร้าย 2 เด้งสำหรับแอร์เอเชีย” ตันกล่าว


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/864896
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
“นกแอร์”เปิดบินตรง”ดอนเมือง-เกาะพยาม”ชูเมืองรองบูมท่องเที่ยว
เผยแพร่: 5 ก.พ. 2563 15:03 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“นกแอร์”เปิดเส้นทางให้บริการใหม่ ดอนเมือง-เกาะพยาม (ระนอง) บินตรง วันละ2 เที่ยว พร้อมด้วยบริการ Fly ’n’ Ferry บริการรถรับส่งไปยังท่าเรือ อำนวยความสะดวกผู้โดยสารตลอดการเดินทางจนถึงเกาะพยาม บูมแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า นกแอร์ได้มีการขยายเส้นทางการบินใหม่ “เส้นทางดอนเมือง-เกาะพยาม” และเปิดให้บริการ Fly ’n’ Ferry (ฟลาย แอนด์ เฟอร์รี่) โดยจะบินตรงจากสนามบินดอนเมือง ไปยังสนามบินระนอง พร้อมทั้งมีบริการรถรับส่งไปยังท่าเรือ และต่อไปยังเกาะพยาม ซึ่งจุดรับ-ส่งผู้โดยสารอยู่ที่ท่าเทียบเรือเกาะพยาม (ออฟฟิศ ติ่งช็อป) ให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 2563

สำหรับเส้นทางดอนเมือง-เกาะพยาม(จังหวัดระนอง) จะมีเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์มีบินตรงดอนเมือง-ระนอง ด้วยเครื่องบินใบพัด Q400 ออกจากสนามบินดอนเมืองด้วยเที่ยวบิน DD7312 เวลา 06:10 น. และถึงสนามบินระนองเวลา 07:35 น. พร้อมทั้งยังมีบริการรถรับส่งไปที่ ท่าเรือ และออกไปเกาะพยามถึงเวลา 09:10 น. ขณะที่เที่ยวบินขากลับเกาะพยาม-ดอนเมือง โดยออกจากเกาะพยามเวลา 16.00 น. ซึ่งจะไปถึงท่าเรือปากน้ำและสนามบินระนอง 17.30 น. และออกจากสนามบินระนองเวลา 20:30 ด้วยเที่ยวบิน DD7319 และจะถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 21.55 น.

โดยเส้นทางดอนเมือง-เกาะพยาม (จังหวัดระนอง) ให้บริการอยู่ 2 เที่ยวบินต่อวัน ขาไปเที่ยวบิน DD7312 เวลา 06:10 – 07:35 และ DD7318 เวลา 18:35 – 20:00 สำหรับขากลับเที่ยวบิน DD7313 เวลา 08:05 – 09:30 และ DD7319 เวลา 20:30 – 21:55 เวลาในแต่ละเที่ยวบินอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง สามารถตรวจสอบเวลาเดินทางในแต่ละวันได้ที่ www.nokair.com

“นกแอร์ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง ตอบโจทย์ผู้โดยสารให้มากขึ้นด้วยบริการ 1-stop booking จองเที่ยวบินพร้อมบริการ Fly' n' Ferry จากสนามบินดอนเมือง สู่ เกาะพยาม ให้จบใน Booking เดียว ที่ www.nokair.com หรือ Call center โทร 1318 ซึ่งการเปิดเส้นทางการบินเมืองรองครั้งนี้ จะตอบโจทย์ช่วงไฮซีซั่น เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต้องการหาสถานที่เที่ยวใหม่ๆในเมืองรองที่มีความแปลกใหม่ เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ไปด้วย เราเชื่อว่าเกาะพยามกับเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย” นายวุฒิภูมิ กล่าว


https://mgronline.com/business/4450/4402/start=0
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
Vietnam Airlines Feb/Mar 2020 Asia frequency changes as of 14FEB20


Vietnam Airlines VN-A892 by Nıco, on Flickr

Vietnam Airlines in recent schedule update filed frequency adjustment on selected service to Asia, for the month of February and March 2020. Planned adjustment as of 14FEB20 as follows.

Da Nang – Bangkok
Reduce from 7 weekly to
26FEB20 – 05MAR20 6 weekly
06MAR20 – 13MAR20 5 weekly

Hanoi – Bangkok
17FEB20 – 28MAR20 Reduce from 3 to 2 daily (EXCEPT 12MAR20)

Ho Chi Minh City – Bangkok
17FEB20 – 28MAR20 Reduce from 3 to 2 daily (EXCEPT 12MAR20)

Ho Chi Minh City – Phuket
14FEB20 – 11MAR20 Reduce from 4 to 3 weekly

https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/289678/vietnam-airlines-febmar-2020-asia-frequency-changes-as-of-14feb20/
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
Thai Airways International extends Mainland China / Hong Kong reductions to March 2020


HS-TET // Thai Airways International Airbus A330-343X by Amarase Pamarapa, on Flickr

Bangkok – Beijing Capital
Reduce from 14 weekly to
08FEB20 – 16FEB20 7 weekly
17FEB20 – 28MAR20 4 weekly

Bangkok – Chengdu
Reduce from 7 weekly to
06FEB20 – 16FEB20 5 weekly
17FEB20 – 29FEB20 Cancelled (EXCEPT 19FEB20 – 21FEB20)

Bangkok – Guangzhou
Reduce from 2 daily to
08FEB20 – 15FEB20 1 daily
16FEB20 – 02MAR20 Cancelled
03MAR20 – 28MAR20 3 weekly

Bangkok – Hong Kong
11FEB20 – 28MAR20 Reduce from 5 to 3 daily (Planned 4th daily in March 2020 cancelled)
Bangkok – Kunming Reduce from 7 weekly to
06FEB20 – 16FEB20 3 weekly
17FEB20 – 28MAR20 Cancelled

Bangkok – Phuket – Beijing Capital
04FEB20 – 15FEB20 Temporary operation, 1 daily 777-200ER

Bangkok – Shanghai Pu Dong
Reduce from 2 daily to
10FEB20 – 16FEB20 Reduce from 2 to 1 daily
17FEB20 – 01MAR20 4 weekly
02MAR20 – 28MAR20 3 weekly

Bangkok – Xiamen
Reduce from 4 weekly to
03FEB20 – 15FEB20 2 weekly
16FEB20 – 28MAR20 Cancelled

https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/289684/thai-airways-international-extends-mainland-china-hong-kong-reductions-to-march-2020/
 

·
run the world
Joined
·
3,695 Posts
China Eastern Feb/Mar 2020 Asia service changes


China Eastern Airbus A350-941 B-307Y by Mark Harris, on Flickr

China Eastern in the last few days gradually filed service changes for service to Asia (this list excludes regional service to Hong Kong, Macau and Taiwan), during the period of 10FEB20 – 28MAR20. Planned changes as of 14FEB20 as follows.

Beijing Capital – Bangkok 03FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Chengdu – Bangkok 10FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Guangzhou – Bangkok Reduce from 12 weekly to
03FEB20 – 09FEB20 5 weekly
10FEB20 – 14FEB20 2 weekly
15FEB20 – 07MAR20 Cancelled
08MAR20 – 16MAR20 2 weekly
17MAR20 – 28MAR20 7 weekly
Hefei – Bangkok 02FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Hefei – Krabi 03FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Kunming – Bangkok Reduce from 3 daily to
03FEB20 – 10FEB20 2 daily
11FEB20 – 16FEB20 1 daily
17FEB20 – 29FEB20 4 weekly
01MAR20 – 28MAR20 1 daily

Kunming – Chiang Mai 12FEB20 – 28MAR20 12 weekly cancelled
Kunming – Chiang Rai 10FEB20 – 28MAR20 6 weekly cancelled
Kunming – Phuket 03FEB20 – 28MAR20 4 weekly cancelled
Lanzhou – Bangkok 03FEB20 – 28MAR20 5 weekly cancelled
Nanjing – Bangkok 10FEB20 – 28MAR20 4 weekly cancelled (EXCEPT 16FEB20)
Nanjing – Chiang Mai 02FEB20 – 28MAR20 3 weekly cancelled
Nanjing – Phuket 09FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Shanghai Pu Dong – Bangkok 10FEB20 – 28MAR20 2 daily, selected dates cancelled
Shanghai Pu Dong – Chiang Mai Reduce from 7 weekly to
10FEB20 – 16FEB20 4 weekly
17FEB20 – 28MAR20 Cancelled
Shenzhen – Bangkok 06FEB20 – 28MAR20 3 weekly cancelled
Taiyuan – Bangkok 02FEB20 – 28MAR20 4 weekly cancelled
Taiyuan – Phuket 01FEB20 – 28MAR20 3 weekly cancelled
Xi’An – Krabi 03FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Xi’An – Phuket 03FEB20 – 28MAR20 1 daily cancelled
Yantai – Bangkok 02FEB20 – 18FEB20 3 weekly cancelled (Originally scheduled until 18FEB20)

https://www.routesonline.com/news/38/airlineroute/289640/china-eastern-febmar-2020-asia-service-changes-as-of-14feb20/
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
ศักดิ์สยามจ่อชงครม.ศก 6 มี.ค. คลอดมาตรการอุ้มสายการบิน
เศรษฐกิจ 4 มี.ค. 2020 18:17:14


กรุงเทพฯ 4 มี.ค. - “ศักดิ์สยาม” ถก 17 สายการบินออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตโควิด เตรียมชงครม. 6 มี.ค. นี้ ยกเว้นค่าขึ้นลงอากาศยาน - สะพานเทียบเครื่องบินปีแรก100% ด้านสายการบินพอใจหลังหารือกระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนสายการบินเอกชน 17 สายการบิน ว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้ทางรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมท่าอากาศยาน(ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย(บวท.) เข้ามาช่วยเหลือ ยกเว้นและลดหย่อนค่าธรรมเนียมการดำเนินการของสายการบิน เพื่อให้สายการบินสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้หลังจากที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาจนกระทบต่อต้นทุนการบริหารงาน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้ประกอบการจะปรับลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรลง 30 - 50% และจัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดประมาณ 2,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน มี.ค.-ธ.ค.นี้ และจำหน่ายตั๋วโดยสารราคาพิเศษ แต่จำนวนผู้โดยสารยังปรับตัวลงต่อเนื่อง ทั้งนี้เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารต่างประเทศลดลง 35.2% และในประเทศลดลง 18.4% โดยจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดลดลง 2.54 ล้านคน

ขณะที่อัตราขนส่งผู้โดยสารต่างประเทศอยู่ที่ 40-60% ในประเทศอยู่ที่ 70-80% เครื่องบินที่จอดไม่ได้ใช้งาน 10-15% ด้านจำนวนเครื่องบินที่ถูกยกเลิกในต่างประเทศมีจำนวน 6,960 เที่ยวบิน และในประเทศ 919 เที่ยวบิน นอกจากนี้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่นั่งของเครื่องบินเพิ่มขึ้น 30-40% เกิดจากค่าการขึ้นลงของอากาศ ค่าทีเก็บอากาศยาน และการใช้สะพานเทียบ รวมถึงการอำนวยความสะดวการจราจรทางอากาศจึงได้ขอให้กระทรวงฯเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน

“มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมรวบรวมรายละเอียด และหาข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในวันที่ 6 มี.ค.นี้” นายศักดิ์สยาม กล่าว

สำหรับข้อเสนอของสายการบินนั้นได้ขอให้บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ปรับลดการขึ้นลงอากาศยาน Landing fee จากที่จัดเก็บในอัตราต่างประเทศ 10,425 บาท และในประเทศ 5,213 บาท ต่อการลงจอด ที่เก็บอากาศยาน parking fee ต่างประเทศ 1,230 บาท ในประเทศ 615 บาท ต่อ 6 ชั่วโมง การใช้สะพานเทียบเครื่องบิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศจัดเก็บ 1,070 บาทต่อ 40 นาที โดยขอลดปีแรก 100% ในปีแรก และปีที่ 2 สัดส่วน 50%และค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 100-350 บาท ต่อตรม./เดือน ขอลด 50% เป็นระยะเวลา 2 ปี การใช้สนามบินต่างประเทศ 700 บาท ในประเทศ 100 บาทต่อผู้โดยสาร โดยขอลด 50% เป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจทั้งทอท.และบวท. ต้องเสนอเรื่องให้บอร์ดพิจารณาเพื่อขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (พีเอสโอ)

อย่างไรก็ตามขณะที่ ทย. ขอลดการขึ้นลงค่าอากาศยานต่างประเทศ และในประเทศ 6,625 บาทต่อการลงจอด ที่เก็บอากาศยานต่างประเทศ 900 บาท และในประเทศ 450 บาทต่อ 6 ชม. การใช้สะพานเทียบทั้งในประเทศและต่างประเทศ 1,070 ต่อ 40 นาที โดยขอลด 100% ในปีแรก และสัดส่วน 50% ซึ่งทย.จะต้องเสนอเรื่องให้ครม.พิจารณาอนุมัติเนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ส่วนบวท. ขอยกเว้นการอำนวยความสะดวกการจราจรต่างประเทศและในประเทศอัตรา 50% เป็นเวลา 2 ปี

ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ประธานบริหารเจ้าหน้าที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ในส่วนของสายการบินฯผูโดยสารลดลง 15-20% และจากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถือว่ามีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี ซึ่ง รมว.คมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ไปทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2563

อย่างไรก็ตามขณะที่สถานการณ์ของสายการบินในขณะนี้ สายการบินเอกชนรวมทั้งหมดมีเที่ยวบินลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 7,000 เที่ยวบิน โดยมีผู้โดยสารลดลงประมาณ 60% และมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก พร้อมยืนยันว่าทางสายการบินไม่ได้มีนโยบาย ปรับลดพนักงาน โดยขณะนี้พนักงานของสายการบินไทยแอร์เอเชียและสายการบิน Thai AirAsia x มีพนักงานรวมกันประมาณ 8,000 คน ส่วนของนักบินให้ทำการหยุดบินและมีการสลับบิลรวมถึงมีการลดค่าใช้จ่าย แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับลดพนักงาน . – สำนักข่าวไทย

https://www.mcot.net/viewtna/5e5f8e3ae3f8e40af341db13


“คมนาคม” ชงครม.เศรษฐกิจเคาะ 5 มาตรการอุ้มสายการบิน 11 เส้นทาง เซ่นพิษโควิด-19
วันที่ 4 มีนาคม 2563 - 20:13 น.

“ศักดิ์สยาม” รับข้อเรียกร้อง7สายการบิน ฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 “บินไทย-ไทยสมายล์” ขอเข้าพบต่างหากพรุ่งนี้ “ผอ.กพท.”เผยที่ประชุมเคาะแล้ว 5 มาตรการช่วยผู้ประกอบการเล็งเสนอครม.เศรษฐกิจ 6 มี.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2563 มี 7 สายการบินที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ แอร์เอเชีย , แอร์เอเชียเอ็กซ์ ,บางกอกแอร์เวย์ส, นกแอร์,นกสกู๊ต,ไทยไลอ้อนแอร์,ไทยเวียตเจ็ต

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สายการบินเข้าหารือยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือจากผลกระทบของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเสนอถึง 4 หน่วยงานสำคัญคือ กรมท่าอากาศยาน (ทย.), บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อขอลดค่าธรรมเนียมด้านต่างๆ

ทั้งการขึ้นลงทางอากาศ, การใช้สะพานเทียบ, ที่เก็บเครื่องบิน, ค่าเช่าพื้นที่สนามบิน เป็นต้น เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารต่างประเทศลดลงถึง 35.2% ส่วนผู้โดยสารในประเทศลดลงถึง 18.4% คิดเป็นจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 2.54 ล้านคน

ได้มอบนโยบายไปว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเคยให้นโยบายไปแล้ว จะต้องช่วยเหลือให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ของโรคระบาดให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่อยู่ในข่ายที่ต้องรับผิดชอบ ก็จะสามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้ จึงให้นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม สรุปและรายงานมาตรการทั้งหมดให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เห็นชอบในวันที่ 6 มี.ค.นี้

เมื่อเห็นชอบแล้ว แต่ละหน่วยงานก็จะไปดำเนินการตามขั้นตอน โดยทอท. กพท.และบวท.จะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดให้ความเห็นชอบก่อน ส่วนทย.จะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตามกระบวนการปกติ

“เบื้องต้นแต่ละสายการบิน ขอให้มีมาตรการยาวไปประมาณ 2 ปี แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรให้จนถึงเมื่อสถานการณ์โรคระบาดจบไปก็พอ แต่สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของการประเมินสถานการณ์ ซึ่งเขามองว่าต้องใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย ส่วนมาตรการที่ออกมาจะต้องได้รับเท่ากันทั้งหมดทุกสายการบิน” นายศักดิ์สยามกล่าวและว่า

ส่วนบมจ.การบินไทย และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ยังไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยในวันนี้ (4 มี.ค.) จะมาเข้าพบตนในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.) เวลา 10.00 น. โดยจะมาเรียกร้องในเรื่องเดียวกันคือ มาตรการรับผลกระทบโควิด-19 ส่วนจะนำมารวมกับสายการบินที่มาวันนี้หริอไม่ คงต้องรอสรุปก่อน

ไฟเขียว 5 มาตรการอุ้มผู้ประกอบการ

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่มีการสรุปร่วมกัน ประกอบด้วย 1. มาตรการลดค่า Landing-Parking ของแต่ละสายการบินลง 50% ตั้งแต่ 1 เม.ย. – 31 ธ.ค.2563 ให้กับทุกสายการบินไทยและต่างประเทศที่เดินทางใน 11 เส้นทาง ประกอบด้วย จีน,ญี่ปุ่น,เกาหลีใต้,สิงคโปร์,อิหร่าน,ไต้หวัน,มาเก๊า,ฮ่องกง,ฝรั่งเศส,เยอรมนีและอิตาลี หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ ทอท. และ ทย.

2. มาตรการลดค่าจราจรทางอากาศ แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศลด 50% และเที่ยวบินระหว่างประเทศลด 20% ใน 11 เส้นทางข้างต้น โดยลดให้ทั้งสายการบินไทยและต่างประเทศ มาตรการเริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย. – 31 ธ.ค. 2563 หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ บวท.

3. มาตรการลดค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ5 บาท จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท ใช้กับทุกสายการบินไทยและต่างประเทศที่เดินทางใน 11 เส้นทางข้างต้น มาตรการจะเริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย. – 31 ธ.ค.2563 หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กพท.

4. มาตรการลดค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน จะให้เฉพาะสายการบินของไทย เพราะไม่ติดข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ทั้งนี้ จะต้องกลับไปตรวจสอบก่อน เพราะแต่ละพื้นที่กรมธนารักษ์เก็บค่าเช่าไม่เหมือนกัน ซึ่งทอท.และทย.จะเป็นผู้รับผิดชอบ

5. ขอขยายชำระภาษีสรรพสามิตน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งมีกำหนดถึง 30 ก.ย.นี้ จาก 4.726 บาท/ลิตร เหลือ 0.2 บาท/ลิตร ขยายไปถึง 31 ธ.ค. 2563 นี้

หลังจากนี้ แต่ละหน่วยงานทีเกี่ยวข้องจะกลับไปตรวจสอบว่า มาตรการต่างๆจะกระทบกับรายได้ที่มีอยู่อย่างไรบ้าง และจะต้องขออุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมหรือไม่ และ กพท.จะต้องตามไปดูว่าแต่ละสายการบินจะไม่มีการปรับลดต้นทุนด้านความปลอดภัยลง

https://www.prachachat.net/property/news-428264



เยียวยาแอร์ไลน์! “คมนาคม” ชงมาตรการลดค่า Landing-Parking ทุกสนามบิน 50% ถึงสิ้นปี
เผยแพร่: 4 มี.ค. 2563 19:50 ปรับปรุง: 5 มี.ค. 2563 09:05 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“คมนาคม” ถกมาตรการช่วยเหลือผลกระทบ “โควิด-19” ลดค่า Landing-Parking fee ลง 50% ตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค. 63 ให้สายการบินภายในประเทศ และเส้นทาง 11 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ “ทอท.-ทย." ยอมขาดรายได้ “ศักดิ์สยาม” รับลูก เร่งชง ครม.ศก.เห็นชอบ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการสายการบินของไทย 7 แห่งได้ยื่นข้อเสนอขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นและลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้มอบหมายให้ นายพีระพล สุภถาวรเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือกับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และสายการบินได้ให้ข้อสรุปเพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจรับทราบในวันที่ 6 มี.ค. ว่าแต่ละมาตรการต้องใช้วงเงินเท่าไร และมีส่วนที่ต้องรับการอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวนเท่าไร

เบื้องต้นสายการบินขอให้ช่วยปรับลดค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing fee) และค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน (Parking fee) การใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น สะพานเทียบ (Aerobridge) และค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน เป็นเวลา 2 ปี โดยปีแรก ขอลด 100% ส่วนปีที่ 2 ลด 50% ทั้งนี้ สายการบินประเมินว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อเนื่องประมาณ 1 ปีครึ่ง จึงจะกลับสู่ภาวะปกติ

“นายกรัฐมนตรีต้องการให้ดูแลทุกคน ให้สามารถผ่านสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไปด้วยกัน หากเรื่องที่หน่วยงานสามารถช่วยเหลือได้ก็ให้ดำเนินการ โดยให้พิจารณาตัวเลขที่เหมาะสม โดยมาตรการที่หน่วยงานสามารถช่วยเหลือไม่กระทบต่อการดำเนินงานก็ให้ทำเอง ส่วนที่ช่วยเหลือแล้วกระทบต่อการบริหาร หรือต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐก็เสนอรัฐบาล เพราะ ทอท.อาจจะมีสภาพคล่องมากกว่า ทย. โดยมาตรการช่วยเหลือนั้นจะเป็นช่วงที่มีผลกระทบ หากสถานการณ์คลี่คลายก็ยกเลิกมาตรการ”

จากข้อมูลพบว่า ช่วงวันที่ 1-20 ก.พ. 2563 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลง 35.2% ในประเทศลดลง 18.4% คิดเป็นจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงไป 2,548,729 คน โดยมีเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกรวม 7,879 เที่ยวบิน แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 6,960 เที่ยวบิน, ในประเทศ 919 เที่ยวบิน ทำให้ต้นทุนต่อหนึ่งที่นั่งเพิ่มขึ้น 30-40%

หลังจาก ครม.ศก.เห็นชอบแล้ว ในส่วนของ ทย.จะต้องนำเสนอ ครม.อนุมัติ ส่วน ทอท.และ บวท.จะต้องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และไทยสมายล์นั้น จะเข้าพบเพื่อหารือถึงมาตรการช่วยเหลือจากผลกระทบโรคไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 5 มี.ค. เวลาประมาณ 10.30 น.

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ผลการประชุมร่วม 4 หน่วยงานและสายการบินได้ข้อสรุปมาตรการที่จะเสนอ ครม.ศก. โดย ทอท.และ ทย.จะลด ค่า Landing fee และค่า Parking fee ลง 50% ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค. 2563 ให้สายการบินที่ทำการบินภายในประเทศ และสายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 จำนวน 11 ประเทศในทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, อิหร่าน ทวีปยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี และเขตปกครองพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน

บวท.จะลดค่าบริการจราจรทางอากาศเที่ยวบินภายในประเทศ 50% เที่ยวบินระหว่างประเทศ 20% (ใน 11 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ) โดยได้รับส่วนลดทั้งสายการบินของไทย และสายการบินต่างประเทศ เนื่องจากไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ตามกฎขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

ส่วน กพท.ให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเดินทางเข้าและออกนอกประเทศ (International Arrival and Departure Fees) ลง 5 บาทต่อผู้โดยสาร หรือจากเดิม 15 บาท เหลือ 10 บาท/ผู้โดยสาร 1 คน สำหรับเส้นทาง 11 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ และสนามบินต่างๆ จะพิจารณาลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีผลต่อต้นทุนของสายการบินสัญชาติไทย ซึ่งจะรวมไปถึงค่าเช่าพื้นที่ภายในสนามบินด้วย ซึ่งจะเป็นอัตราเท่าไรขึ้นกับแต่ละสนามบิน


X


นอกจากนี้ จะเสนอขยายลดภาษีสรรพสามิตที่จะสิ้นสุด 30 ก.ย. ไปสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2563 ในอัตราลดจาก 4.6726 บาท/ลิตร เหลือ 0.2 บาท/ ลิตร

ทั้งนี้ ในส่วนของการบินไทยและไทยสมายล์นั้นแม้จะไม่ได้อยู่ใน 7 สายการบินที่ร่วมประชุม แต่จะได้รับมาตรการช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

สำหรับสายการบินที่เข้าร่วมประชุม 7 สาย ได้แก่ แอร์เอเชีย, แอร์เอเชียเอ็กซ์, บางกอกแอร์เวย์ส, นกแอร์, นกสกู๊ต, ไทยไลอ้อนแอร์, ไทยเวียตเจ็ต

https://mgronline.com/business/detail/9630000022087
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
“บินไทย-ไทยสมายล์” ตกขบวน ครม.เศรษฐกิจ “ศักดิ์สยาม” ตีกลับแผนกู้วิกฤตโควิด-19
วันที่ 5 มีนาคม 2563 - 15:51 น.


“การบินไทย-ไทยสมายล์” ร้องเพลงรอ “ศักดิ์สยาม” ตีกลับมาตรการช่วยเหลือโควิด-19 ชี้ตัวเลขต้นทุนยังไม่ชัด จ่อตั้งคณะทำงานเวิร์กช็อปร่วม 1 สัปดาห์ เผยบินไทยขอกู้เสริมสภาพคล่อง แต่ยังไม่ให้เพราะตัวเลขไม่ชัด เผยมาตรการของ 7 สายการบินที่จะเข้า ครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้ การบินไทยจะได้อานิสงส์ด้วย


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจาก บมจ.การบินไทย และ บจ.ไทยสมายล์แอร์เวย์ ขอเข้าพบเมื่อช่วง 10.00 น.ที่ผ่านมา ได้ให้กลับไปทำแผนข้อเสนอที่เกี่ยวกับการรับมือผลกระทบเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดกลับมาให้ชัดเจนก่อน และให้เวลา 1 สัปดาห์ในการสรุปรายละเอียดระหว่างการบินไทยและกระทรวงคมนาคม เพราะในการเข้าพบครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีการนำเสนอเป็นภาพรวม คือมีทั้งแผนฟื้นฟูองค์กรและเรื่องโควิด ทำให้ปะปนกัน และเรื่องตัวเลขต้นทุนต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจน แถมรายละเอียดต่างๆ ก็ไม่มี

ทำให้การเสนอมาตรการช่วยเหลือสายการบินต่อคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) จะยังไม่มีข้อเสนอของการบินไทยรวมเข้าไปด้วย ทั้งนี้ การเสนอมาตรการช่วยสายการบินอื่นๆ ได้ให้นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งสรุปตัวเลขต้นทุนของสายการบินและ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.), กรมท่าอากาศยาน (ทย.), บจ.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้ได้ภายในวันนี้ (5 มี.ค.) เพื่อเสนอให้ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาต่อไป

“มาตรการต่างๆ ต้องยึดตามกฎของไอเคโอ คือทุกสายการบินต้องได้รับการช่วยเหลือเท่ากันหมด ซึ่งรวมถึงการบินไทยด้วย แม้ว่าการบินไทยจะไม่ได้เสนอมาตรการเข้ามาก็ตาม ทั้งนี้ การบินไทยยังไม่ได้สรุปข้อมูลผลกระทบจากโควิด-19 เข้ามา เพียงแต่เสนอเป็นภาพรวมว่า จะทำให้ผลประกอบการติดลบยาวถึงปลายปี จึงให้กลับไประบุว่า ให้ชัดเจนว่าผลประกอบการที่คาดว่าจะติดลบ มาจากสาเหตุใดกันแน่ และในส่วนโควิดทำให้ติดลบเท่าไหร่ มันเป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์ หากต้องการจะให้รัฐสนับสนุน” นายศักดิ์สยามกล่าว

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่การบินไทยขอให้ช่วยคือ การค้ำประกันเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่อย่างที่เรียนว่าข้อมูลตัวเลข การบินไทยยังสรุปไม่ชัดเจน จึงยังให้ความช่วยเหลือไม่ได้ อย่างน้อยต้องเคลียร์ว่าจะขอกู้เท่าไหร่และต้องได้เงินกู้เมื่อไหร่ ตอนนี้ทราบเพียงว่า การบินไทยมีต้นทุนแต่ละเดือนอยู่ที่ 13,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ขอยืนยันว่า ด้วยภาระหน้าที่ที่มีจะไม่ให้การบินไทยมีปัญหาแน่นอน บางเส้นทางผู้โดยสารลดลงก็ต้องทำแผนมาเสนอว่า จะมีแผนการบินอย่างไร ขณะที่แผนจัดซื้อเครื่องบิน ยังไม่มีการหารือกัน

นอกจากนี้ นายศักดิ์สยามระบุว่า ในช่วง 1 สัปดาห์นี้ ที่จะให้การบินไทยกลับไปทำข้อมูลเรื่องโควิด-19 เพิ่มเติมมา อาจจะให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงตั้งคณะของกระทรวงขึ้นมา แล้วให้นายชยธรรม์ พรหมศร ผอ.สนข.เข้ามาร่วมด้วย เพื่อสรุปตัวเลขและเวิร์กช็อปร่วมกับการบินไทย เพราะยังมีเวลา ทั้งนี้ ข้อเสนอต่างๆ สายการบินสามารถเสนอได้ แต่การจะให้มาตรการใดๆ ต้องเป็นไปตามหลักสากล

https://www.prachachat.net/breaking-news/news-428519
 

·
Registered
Joined
·
32,098 Posts
หุ้นสายการบินพุ่งทะยาน คมนาคมเตรียมเข็นมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19
โดย SCBS Wealth Research
05.03.2020


เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวานนี้ (4 มีนาคม) ผู้ประกอบการสายการบินทั้ง 7 ราย ประกอบด้วย



1.บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด

2.บมจ.การบินกรุงเทพ (BA)

3.บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK)

4.สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์

5.สายการบินนกสกู๊ต

6.สายการบินไทยไลอ้อนแอร์

7.สายการบินไทยเวียตเจ็ท



ได้เข้าประชุมหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกดดันให้ผู้ประกอบการสายการบินมีรายได้ค่าโดยสารที่ลดลง



โดยในช่วงวันที่ 1-20 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้โดยสารรวมทั้ง 7 สายการบินลดลงแล้ว 2.54 ล้านคน อัตราการขนส่งผู้โดยสารเส้นทางต่างประเทศลดลงอยู่ที่ 40-60% และในประเทศลดลงอยู่ที่ 70-80% นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกแล้วทั้งสิ้น 7,879 เที่ยวบิน



สำหรับมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ (6 มีนาคม) ประกอบด้วย



1.ขอให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ปรับลดค่าธรรมเนียมการขึ้นลงอากาศยานและค่าธรรมเนียมเก็บอากาศยานลง 50%

2.ขอให้วิทยุการบินแห่งประเทศไทยปรับลดค่าบริการทางอากาศสำหรับเส้นทางในประเทศปรับลง 50% และเที่ยวบินต่างประเทศปรับลง 20%

3.ขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ลดค่าธรรมเนียมการเข้าออกนอกประเทศจากอัตราค่าธรรม 15 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคน เหลือ 10 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคน

4.ขอให้ AOT และ ทย. ลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน

5.ขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานสำหรับเส้นทางในประเทศออกไปถึง 31 ธันวาคม 2563 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563



กระทบอย่างไร:

วันนี้ (5 มีนาคม) ราคาหุ้นสายการบินปรับเพิ่มขึ้นยกกลุ่มนำโดย

บมจ.การบินไทย (THAI) เพิ่มขึ้น 9.42%DoD
บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เพิ่มขึ้น 2.67%DoD
บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เพิ่มขึ้น 2.88%DoD
บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เพิ่มขึ้น 3.05%DoD


ขณะที่ราคาหุ้น AOT ปรับขึ้นเล็กน้อย 1.58%DoD คาดปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวแรงในวันนี้



มุมมองระยะสั้น:

SCBS มองว่ามาตรการเบื้องต้นเป็นเพียง Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มสายการบินในระยะสั้น และจะช่วยบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการสายการบินได้ในระดับหนึ่ง จากการมีภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ดี มาตรการนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ AOT เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรียกเก็บจากสายการบินจะลดลง ซึ่งปัจจุบันรายได้ค่าธรรมเนียมการขึ้นลงอากาศยาน ค่าธรรมเนียมการจอดอากาศยาน และค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินคิดเป็น 54% ของรายได้รวมใน 1QFY63



ทั้งนี้ต้องติดตามรายละเอียดมาตรการอย่างเป็นทางการ หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอ จะเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคาหุ้นกลุ่มสายการบินได้ต่อในระยะสั้น



มุมมองระยะยาว:

ในระยะยาว SCBS ยังมองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมสายการบินยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาและกดดันต่ออัตรากำไร ขณะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัด ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด หากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เริ่มชะลอลง รวมถึงการค้นพบวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสฯ จะเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมการลงทุน



ข้อมูลเพิ่มเติม:

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 บมจ.ท่าอากาศยานไทย AOT ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวลงเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการลดค่าผลประโยชน์ตอบแทนคงที่ และยกเว้นการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ โดยวันต่อมา (20 กุมภาพันธ์) ราคาหุ้น AOT ปรับลง 4.79%DoD



https://thestandard.co/market-focus-stock-airlines/
 
2381 - 2400 of 2415 Posts
Top