SkyscraperCity banner

2401 - 2415 of 2415 Posts

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
IATA คาดโควิค-19 ทำสายการบินทั่วโลกขาดทุนมากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท ปี 2563


2 เดือนแรกขาดทุนไปแล้ว 908,300 ล้านบาท
เที่ยวบินทั่วโลกลดลงมากกว่าร้อยละ 11
สายการบินในเอเซียกระทบหนักสุด
สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประเมินผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้พบว่า มีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการบินทั่วโลก โดยสายการบินต่าง ๆ ลดเที่ยวบินมากกว่าร้อยละ 11 ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจการบินลดลง เฉพาะในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 สายการบินทั่วโลกสูญรายได้ไปแล้วกว่า 908,300 ล้านบาท(29,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ประมาณว่าสิ้นปี 2563 จะสูญรายได้ไม่น้อนกว่า 3.5 ล้านล้านบาท
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นสายการบินได้ลดลงเกือบร้อยละ 25 นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิค-19
“ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก COVID-19 เราไม่สามารถระบุได้ว่าพัฒนาการของเหตุการณ์จะไปไกลขนาดไหน ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปรับตัวอย่าง โดยเฉพาะธุรกิจการบิน ที่ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ ถ้าสถานการณ์จบลงได้เร็วภายใน ไตรมาสแรกของปี ความเสียหายก็จะจำกัดอยู่ไม่เกิน 63,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.953 ล้านล้านบาท แต่ถ้าสถานการณ์บานปลายความเสียหายก็จะมากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 113,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 74 เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสายการบินในเอเซีย ในจำนวนนี้เป็นส่วนของจีนมากกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่ารายได้ที่ลดลง ” นายอเล็กซานเดอร์ จูนิแอค(Alexandre de Juniac) ผู้อำนวยการทั่วไปและซีอีโอของ IATA กล่าว
ในสถานการณ์ปัจจุบัน สายการบินหลายแห่งกำลังลดกำลังการผลิตและดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อลดต้นทุน เป็นเรื่องที่ รัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องรับทราบ สายการบินกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้อยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน ในขณะที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังมองหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการบินจะต้องพิจารณาเพื่อลดภาษีค่าใช้จ่ายและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ, อเล็กซานเดอร์ กล่าว


https://thejournalistclub.com/iata-คาดโควิค-19-ทำสายการบินทั/
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
กบร.เห็นชอบ 5 มาตรการอุ้มแอร์ไลน์ฝ่าวิกฤตไวรัสโควิด-19 พร้อมชง ครม. 17 มี.ค.
ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 13, 2020 18:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ 5 มาตรการเยียวยาผลกระทบสายการบิน จากวิกฤติไวรัสโควิด -19 พร้อมทั้งเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

พร้อมกันนั้นกระทรวงคมนาคมยังเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาตามที่สายการบินเสนอขอให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม ในกรณีที่ต้องจอดอากาศยาน ภายหลังปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายจอดอากาศยานค่อนข้างมาก อีกทั้งเมื่อมีจำนวนสายการบินที่จอดงดให้บริการเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้หลุดจอดอากาศยานไม่เพียงพอ

"ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการจัดหลุมจอดอากาศยานให้กับสายการบินที่มีปัญหาพักเครื่องบิน โดยอาจจะต้องประสานขอความช่วยเหลือกับสนามบินอู่ตะเภา และต้องขอลดค่าจอดอากาศยาน 50% ด้วย เรื่องนี้จึงอยู่ระหว่างให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไปหารือ หากดำเนินการได้ก็จะเสนอเข้า ครม. แต่หากไม่ได้ก็ต้องประสานให้ไปจอดสนามบินกรมท่าอากาศยาน (ทย.)"
นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการเยียวยาสายการบินแล้ว กระทรวงฯ จะต้องเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (PSO) ชดเชยรายได้ที่หายไปจากการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ประกอบไปด้วย ทย. เสนอขอรับเงินอุดหนุน 500 ล้านบาท และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ขอรับเงินอุดหนุน 700-1,000 ล้านบาท จากการนำรถโดยสารไปให้บริการรับส่งผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ หาก ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาทั้งหมด ก็จะมีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกับคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท และผู้มีอำนาจแล้ว ซึ่งมีผลให้ปฏิบัติมาตรการทั้งหมดตามที่สายการบินเสนอไว้



สำหรับ 5 มาตรการเยียวยาสายการบิน ประกอบไปด้วย 1.มาตรการลดค่าขึ้นลงอากาศยาน และที่เก็บอากาศยาน หรือ Landing-Parking ลง 50% ตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63 ให้กับทุกสายการบินไทย และต่างประเทศ 2.มาตรการปรับลดค่าบริการการเดินอากาศ แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศลด 50% และเที่ยวบินระหว่างประเทศลด 20% โดยลดให้ทั้งสายการบินไทยและต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค. 63

3.มาตรการลดค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ 5 บาท จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท ใช้กับทุกสายการบินไทย และต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63 4.มาตรการลดค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน จะให้เฉพาะสายการบินของไทย และ 5.ขอขยายชำระภาษีสรรพสามิตน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งมีกำหนดถึง 30 ก.ย.นี้ จาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.2 บาทต่อลิตร ขยายไปถึง 31 ธ.ค.63

https://www.ryt9.com/s/iq03/3105397
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
‘อุตฯการบิน-ท่องเที่ยว’อ่วม พ่ายพิษโควิด/มาตรการรัฐทุบซ้ำดับสนิท
วันที่ 15 มีนาคม 2563 - 13:00 น.


อุตฯแอร์ไลน์-ท่องเที่ยวกระอักหนัก ! วงในเผย “การบินไทย-ไทยแอร์เอเชีย-ไทยสมายล์” ยังทยอยประกาศลดเส้นทางบินต่อเนื่อง ชี้มาตรการคุมเข้ม กพท.-ประกาศยกเลิกวีซ่า-VOA ยกแผงทุบซ้ำ ชี้เครื่องบินทยอยจอดนิ่งสนิทเต็มลานจอด ซ้ำรอยรถบัสนำเที่ยวแล้ว ฟาก ททท.เชื่อเอกชนท่องเที่ยวเข้าใจสถานการณ์ ขณะที่ สทท.หวั่นหลังการแพร่ระบาดยุติ ก.ต่างประเทศจะยังคงฟรีวีซ่า-VOA ตามเดิมหรือไม่

แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยประกาศห้ามและเตือนประชาชนของตัวเองให้งดการเดินทางท่องเที่ยวไปในกลุ่มประเทศที่เสี่ยงและมีการแพร่ระบาด และในบางประเทศยังได้ประกาศปิดประเทศห้ามคนเดินทางเข้า-ออก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างเด็ดขาด นโยบายต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

“แอร์ไลน์” ปรับตัวรับมือ

โดยจะพบว่าสายการบินต่าง ๆ ประกาศลดจำนวนเที่ยวบิน เสนอโครงการสมัครใจลาออก หรือสมัครใจลาชั่วคราวโดยไม่รับเงินเดือน ปรับลดเงินเดือนพนักงาน รวมถึงปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมากแล้วออกไป เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต อาทิ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่ได้ประกาศลดต้นทุนครั้งใหญ่ด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายและระดมทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 64,000 ล้านบาท เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิดที่รุนแรงในโซนอเมริกาเหนือและยุโรป


หรือกรณีของไรอันแอร์ (โลว์คอสต์รายใหญ่ในยุโรป) ที่ลดเที่ยวบินเกือบทั้งหมดที่บินเข้าออกอิตาลี หรือแควนตัส แอร์เวย์ส ที่ลดเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนข้างหน้า พร้อมชะลอรับเครื่องบินแอร์บัส A350 ลำใหม่ ผู้บริหารไม่รับเงินเดือน พร้อมทั้งเปิดให้พนักงานสมัครใจลาออก หรือลาหยุดแบบไม่รับรายได้ เป็นต้น

“อุตฯการบิน-ท่องเที่ยว” อ่วม

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับประเทศไทยนั้นล่าสุดพบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งสายการบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย และไทยสมายล์ ได้ทยอยประกาศลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ประเทศจีนประกาศปิดการเข้าออกในบางเมือง กระทั่งปัจจุบันล่าสุดเริ่มเห็นมีเครื่องบินจอดนิ่งสนิทบางส่วนแล้วเช่นกัน เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิดของรัฐบาล

สอดคล้องกับแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายหนึ่งที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทยอย่างหนักในช่วงนี้ คือ ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ที่ได้ออกประกาศเมื่อ 8 มีนาคม 2563 ที่ระบุว่า ผู้โดยสารบินมาจากพื้นที่ระบาดโควิด-19 ให้โดนกักกัน ตามมาตรการรัฐบาลที่กำหนด และผู้โดยสารจากท้องถิ่นเขตโรคติดต่อต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงโควิด-19 จึงขอ
ออกบัตรโดยสารได้

“มาตรการรัฐ” ทุบซ้ำ

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางต้องมีประกันโควิดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านบาทไปแสดงก่อนออกบัตรโดยสารด้วย รวมถึงประกาศยกเลิกฟรีวีซ่าฮ่องกง เกาหลีใต้ และอิตาลี รวมทั้งวีซ่าหน้าด่านหรือ VOA อีก 18 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ตลาดใหญ่ของภาคการท่องเที่ยวของไทย คือ จีน, อินเดีย และรัสเซีย

“ประกาศต่าง ๆ ที่ออกมาจากภาครัฐนั้นไม่ได้บอกกล่าวกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าเลย เป็นประกาศเร่งด่วนแบบประกาศวันนี้ บังคับใช้วันรุ่งขึ้น ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจสายการบินที่ชะงักหมด เนื่องจากผู้โดยสารต่างชาติไม่ได้รับข้อมูลล่วงหน้า ตอนนี้ทุกสายการบินประกาศหยุดบินกันยาวไปถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้แล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

และว่า มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาล้วนเป็นแนวคิดที่ดีที่ต้องการหยุดการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน ซึ่งคาดการณ์กันว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะมีเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ จอดนิ่งสนิทอยู่ที่สนามบินเช่นเดียวกับรถบัสนำเที่ยวที่จอดสนิทไปแล้วนับหมื่น ๆ คัน

ปิดประตูการแพร่ระบาดไวรัส

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศยกเลิกการให้วีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) 18 ประเทศ และยกเลิกฟรีวีซ่า (free visa) ของนักท่องเที่ยวจากอิตาลี เกาหลีใต้ และฮ่องกงชั่วคราว เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเข้ามาจากภายนอกประเทศ เพิ่มโอกาสในการคัดกรองที่เข้มงวด และตัดตอนความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ในไทย

โดยเชื่อว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยลดโอกาสบานปลายของสถานการณ์การแพร่ระบาด ดูแลให้คนไทยห่างไกลจากการติดเชื้อ รักษาประเทศไทยให้เป็นพื้นที่สะอาดและเหมาะสมกับการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวในอนาคต เมื่อไรที่สถานการณ์การแพร่ระบาดสิ้นสุดและนักท่องเที่ยวพร้อมเดินทางจะได้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในอนาคต สำหรับผู้ประกอบการก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนเพื่อข้ามผ่านไปสู่โอกาสในอนาคต

เชื่อผู้ประกอบการโอเค

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การประกาศยกเลิกวีซ่าในกรณีดังกล่าวของไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่มากนัก เพราะในหลายประเทศก็เริ่มมีการประกาศขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทย หรือให้ประชาชนกักตัวอย่างน้อย 14 วัน หากเดินทางมาไทยแล้ว ทำให้ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เริ่มหลีกเลี่ยงการเดินทางแล้วเช่นกัน

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยก็เข้าใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่ได้มีความไม่พอใจแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ประกอบการส่วนมากอยากจะให้ความสำคัญกับการแจ้งล่วงหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับแผนและแนะนำลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

“ในช่วงนี้เราจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัยของคนไทยก่อน อย่างไรก็อยู่ในช่วงขาลงของการท่องเที่ยวไทยอยู่แล้ว ส่วนการยกเลิกวีซ่าเพิ่มเติมน่าจะยังไม่มีเข้ามาในช่วงเวลานี้นอกจากจะมีพื้นที่แพร่ระบาดเพิ่มเติม ส่วนพื้นที่ที่มีการยกเลิกไปก็คือพื้นที่แพร่ระบาดใหญ่ และ 18 ประเทศ
ที่เป็น visa on arrival ซึ่งเราต้องเน้นปกป้องโอกาสจากการติดเชื้อจากภายนอกก่อน”

ห่วงสถานการณ์หลังไวรัสยุติ

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า การประกาศยกเลิกฟรีวีซ่าและวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลในเวลานี้มีทั้งผลบวกและลบ โดยในช่วงเวลาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังดำเนินอยู่ การยกเลิกฟรีวีซ่าน่าจะช่วยให้เกิดการคัดกรองนักเดินทางอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และลดโอกาสในการแพร่เชื้อภายในประเทศไทย

ส่วนผลกระทบก็อาจจะทำให้บางประเทศที่ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางอยู่ อาทิ รัสเซีย ฯลฯ หยุดการเดินทาง
และเกิดความสับสนในการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบก็มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการประกาศยกเลิกดังกล่าว และมีบางส่วนที่กังวลว่าหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยุติลง กระทรวงการต่างประเทศจะยินดีกลับมาให้ฟรีวีซ่า หรือฟรีวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือไม่มากกว่า แต่โดยส่วนมากไม่คิดว่าจะกระทบต่อการเดินทางในช่วงเวลานี้มากกว่านี้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเดินทางน้อยอยู่แล้ว

https://www.prachachat.net/tourism/news-432317
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
พรุ่งนี้”คมนาคม”ชงครม.เคาะ6มาตรการเยียวยาพิษโควิดแอร์ไลน์”ทย.-บขส.”ขอรัฐอุดหนุน1.5พันล้าน
วันที่ 16 มีนาคม 2563 - 08:44 น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาเตรียมเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบของสายการบินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส CIVID-19 ทั้งหมด 6 มาตรการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 17 มี.ค.นี้

@มีผล 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63
โดยมาตรการทั้งหมดจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 31 ธ.ค.2563 ซึ่งมาตรการทั้ง 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.มาตรการด้านนการบิน ได้แก่ ปรับลดค่าบริการท่าอากาศยานที่สายการบินถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการท่าอากาศยาน ค่าบริการการขึ้น-ลงอากาศยาน (Landing charge) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) ลดลงอัตรา 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง


ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ท่าอากาศยานอย่างอื่น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการสายการบินสัญชาติไทยตามความเหมาะสม อาทิ ค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น ปรับลดค่าบริการเดินอากาศ (Air navigation service charge) ที่ถูกเรียกเก็บจากผู้ให้บริการเดินอากาศ ลดลงในอัตรา 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและลดลงในอัตราร้อยละ 20 สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง

ปรับลดค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ (Regulatory fee) ที่เรียกเก็บจากสายการบินตามจำนวนผู้โดยสาร จากอัตราคนละ 15 บาท ลดลงเป็นคนละ 10 บาท สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง และขอขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นจากเดิมมีผลถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 เป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2563

@จัดตารางบินใหม่
2. มาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ของสายการบิน โดยด้านการจัดสรรเวลาการบิน จะผ่อนผันการตัดสิทธิในฤดูกาลถัดไปให้สายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะไม่ถูกนำมาใช้คำนวณเงื่อนไขการทำการบินของเวลาการบินต่อเนื่องที่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของสายการบิน

ประสานงานหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินในต่างประเทศที่สายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบิน อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น เพื่อขอคงสิทธิในเวลาการบินที่ได้รับจัดสรรเดิม

ด้านการกำกับดูแลทางเศรษฐกิจ จะทบทวนหลักเกณฑ์การขอจัดสรรเส้นทางบินใหม่ในเส้นทางภายในประเทศและปรับปรุงกระบวนการพิจารณาจัดสรรเส้นทางให้รวดเร็วขึ้นและ เจรจาสิทธิการบินในเส้นทางระหว่างประเทศที่สายการบินของไทยมีศักยภาพในอนาคต อาทิ อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีใต้ เป็นต้น

@เร่งสร้างความเชื่อมั่น
3. มาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางทางอากาศ จะออกประกาศรองรับสิทธิของสายการบินในการปฏิเสธผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

ประชาสัมพันธ์มาตรการด้านการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางทางอากาศ อาทิ กระบวนการคัดกรองผู้ป่วย วิธีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร เป็นต้น

@ขยายเวลาชำระหนี้-หาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
4. มาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ 5. มาตรการทางการเงิน ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ (Credit terms) ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนที่สายการบินถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการท่าอากาศยาน ผู้ให้บริการการเดินอากาศ และผู้ประกอบการจำหน่ายและบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ สายการบิน โรงแรม ภาคบริการต่าง ๆ เป็นต้น

6 มาตรการอื่น ๆ ลดค่าเช่าพื้นที่ลงร้อยละ 50 จากราคาค่าเช่าที่เพิ่งปรับขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้โดยสารตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยที่อัตราการจัดเก็บค่าเช่าหลังหักส่วนลดต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กรมธนารักษ์กำหนด เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมี.ค. – ส.ค. 2563

@ทย.-บขส.ขออุดหนุน 1.2-1.5 พันล้าน
ทั้งนี้ มาตรการต่างๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของแต่ละหน่วยแล้ว ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบก็จะมีผลบังคับใช้ทันที

นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานที่ต้องขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐ (PSO) ด้วยกัน 2 หน่วยคือ ทย. เสนอขอรับ 500 ล้านบาท และ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เสนอขอรับ 700-1,000 ล้านบาท ที่ บขส.ขอมาเยอะ เพราะต้องนำไปใช้ในการจ่ายค่านำรถโดยสารมารับส่งผู้ที่เดินทางมาจากประเทศแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสกลับภูมิลำเนา ซึ่งทั้งสองหน่วยได้ประสานงานกับสำนักงบประมาณ เพื่อเจรจาขอรับการอุดหนุนดังกล่าวแล้ว

https://www.prachachat.net/property/news-432476
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
สายการบินสหรัฐส่อถังแตกสิ้นปีนี้
WHAT'S UPBY WHATSUPMARCH 17, 202070
SHARE:

FacebookTwitterLINE
องค์กรการบินแห่งอเมริกา เปิดเผยว่า สายการบินสัญชาติสหรัฐอเมริกาทุกแห่งกำลังเข้าใกล้ภาวะวิกฤตถึงขั้นล้มละลาย โดยร้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินให้เปล่าเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องทันที 25,000 ล้านดอลล์สหรัฐ หรือกว่า 800,000 ล้านบาท และอีก 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 800,000 ล้านบาท สำหรับเงินกู้และค่าลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ ยังร้องขอให้มีมาตรการภาษีที่ช่วยลดหย่อนได้ถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2021 หรือถึงสิ้นปี 2564
.
ด้านธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือคาร์โก้ ร้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 256,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทั้งเงินให้เปล่าเพื่อเสริมสภาพคล่องและเงินกู้ให้กับธุรกิจสายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศ และสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ในสหรัฐ ร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลสหรัฐเป็นเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 320,000 ล้านบาท
.
สายการบินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เริ่มเจรจาขอเงินกู้จากธนาคารหลายแห่งกันแล้ว เช่น เดลต้ากู้ยืมเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 128,000 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลในวันอังคารนี้ เซ้าท์เวสต์ พึ่งได้รับเงินกู้มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 32,000 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ ภาวะธุรกิจการบินทั้งในสหรัฐ และต่างประเทศตกต่ำอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทำเนียบขาว สหรัฐ เร่งร่างกฎหมายแพคเกจช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบินในสหรัฐ องค์กรการบินแห่งอเมริกา คาดว่าหากไม่มีมาตรการจากรัฐบาลสหรัฐ สายการบินทุกแห่งของสหรัฐจะไม่มีเงินสดเหลือภายในสิ้นปีนี้ และอาจจะหมดเงินสดเร็วกว่านั้น หากธนาคารหรือสถาบันการเงินประเภทบริการบัตรเครดิตหยุดจ่ายเงินให้กับสายการบิน

https://misterban.com/whatsup/สายการบินสหรัฐส่อถังแต/
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
อร่อยไม่ต้องขึ้นเครื่อง สายการบินแห่ทำ FOOD DELIVERY สู้ภัยโควิด-19
เผยแพร่: 27 มี.ค. 2563 23:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
(ประมวลภาพ) ส่องแถวเครื่องบินนิ่งสนิท หลังโควิดทำพิษการบินโลก
วันที่ 24 มีนาคม 2563 - 14:28 น.




สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด-19″ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมการบินที่ต้องหยุดชะงัด จากมาตรการที่หลายประเทศประกาศใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ด้วยการปิดกั้นพรมแดนห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ รวมถึงห้ามการเดินทางของพลเมืองของตนเองในประเทศด้วย

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องยุติเที่ยวบินทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการของภาครัฐ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมภาพเครื่องบินของสายบินต่าง ๆ ทั่วโลกที่จอดเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อเมริกันแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
ลุฟท์ฮันซ่า, เยอรมนี
ออสเตรียนแอร์ไลน์, ออสเตรีย
เดลตาแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
ยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ , ยูเครน
สวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์, สวิตเซอร์แลนด์
บริติชแอร์เวย์, สหราชอาณาจักร
แอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์, อิสราเอล
วูเอลลิงแอร์ไลน์, สเปน
อเมริกันแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
อีซี่ เจ็ต, สหราชอาณาจักร
โคเรียนแอร์, เกาหลีใต้

 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
นายกฯ สั่งคมนาคมเตรียมมาตรการสกัดโควิด-19 รองรับเปิดบินระหว่างประเทศ
เผยแพร่: 26 พ.ค. 2563 17:40 ปรับปรุง: 26 พ.ค. 2563 17:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ศักดิ์สยาม” เผยนายกฯ สั่งการเตรียมมาตรการรองรับกรณีเปิดบินระหว่างประเทศ เล็งแนวคิดทำ MOU รายประเทศที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุข และมีสถิติคุมการแพร่ระบาดระบาดได้มาตรฐาน WHO ทำระบบคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (26 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า กรณีที่สถานการณ์ดีขึ้นอาจต้องมีการพิจารณาเปิดการบินในประเทศและระหว่างประเทศซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เปิดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศ

โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นมีความเห็นว่ากรณีเปิดบินเส้นทางระหว่างประเทศ ควรใช้วิธีการทำข้อตกลง (MOU) เป็นรายประเทศที่จะต้องมีมาตรการ กระบวนการในการตรวจสอบสุขภาพ ของประชาชนที่จะเดินทางไปมาระหว่างกัน โดยจะไม่ทำกับทุกประเทศ แต่จะทำเฉพาะประเทศที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุข และและมีสถิติของผู้ติดเชื้อและการควบคุมการแพร่ระบาดอยู่ในมาตรฐาน WHO และสุดท้ายการควบคุมที่ดีที่สุด คือ การมีวัคซีน

เช่น ประเทศไทยจะลงนามประเทศใด แต่ละฝ่ายจะต้องมีการส่งเจ้าหน้าที่ของตนไปที่ประเทศนั้น ลักษณะคล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานทูตที่จะต้องมีการจัดทำวีซ่า และเอกสารประกอบสำหรับการเดินทาง หลังจากนี้จะต้องมีเอกสารและการตรวจสอบด้านสาธารณสุข เพื่อยืนยันด้านสุขภาพของผู้เดินทาง

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวอย่างแนวคิดที่จะต้องนำไปหารือกันต่อไป ซึ่งการจะให้เดินทางระหว่างประเทศจะต้องมีกระบวนและมาตรการรองรับที่ชัดเจน มั่นใจ ซึ่งเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่มีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี เชื่อว่าจะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว

นายกฯ สั่งคมนาคมเตรียมมาตรการสกัดโควิด-19 รองรับเปิดบินระหว่างประเทศ
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
จีนเตรียมเปิดให้สายการบินต่างชาติบินเข้าประเทศมากขึ้น เริ่ม 8 มิ.ย.นี้
เผยแพร่: 4 มิ.ย. 2563 10:14 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
The Paper ซึ่งเป็นสื่อได้รับการสนับสนุนจากทางการจีน รายงานว่า สำนักงานการบินพลเรือนของจีนจะอนุญาตให้กลุ่มสายการบินต่างชาติ ที่ปัจจุบันไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินมาจีน ให้สามารถทำการบินมาจีนได้ โดยจะเริ่มวันที่ 8 มิถุนายนนี้

 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
จีนยอมอนุญาตให้ ‘สายการบินสหรัฐฯ’ เข้าประเทศได้อย่างจำกัด
เผยแพร่: 4 มิ.ย. 2563 11:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เอเอฟพี – จีนจะอนุญาตให้สายการบินต่างชาติซึ่งถูกห้ามทำการบินมายังจีนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลับมาบินนำส่งผู้โดยสารสู่จีนได้บางส่วน รวมถึงสายการบินของสหรัฐฯ

ประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนจีน (CAAC) มีขึ้นในวันนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากที่สหรัฐฯ สั่งห้ามเครื่องบินโดยสารจากจีนเข้า-ออกประเทศตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. เพื่อตอบโต้ที่ปักกิ่งมีใช้มาตรการจำกัดเที่ยวบินกับสายการบินอเมริกันและต่างชาติ

ข้อพิพาทล่าสุดนี้มีสาเหตุบางส่วนมาจากการที่ CAAC สั่งจำกัดเที่ยวบินต่างชาติไว้ไม่ให้เกินจำนวนเที่ยวที่ทำการบิน ณ วันที่ 12 มี.ค. แต่เนื่องจากสายการบินสหรัฐฯ ได้ระงับเที่ยวบินไปจีนทั้งหมดแล้วก่อนหน้านั้น จึงทำให้โควตาเที่ยวบินเหลือศูนย์ ในขณะที่สายการบินจีนยังคงเดินทางมาสหรัฐฯ ได้อยู่

CAAC มีประกาศล่าสุดวันนี้ (4) ว่า สายการบินต่างชาติที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในตารางบิน ณ วันที่ 12 มี.ค. จะสามารถเปิดบริการเที่ยวบินสู่จีนได้สัปดาห์ละครั้ง โดยผู้โดยสารต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึงจีน

ทั้งนี้ หากเส้นทางใดที่ผู้โดยสารทุกคนมีผลตรวจเป็น ‘ลบ’ ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ก็จะได้รับอนุญาตให้เพิ่มเที่ยวบินอีกสัปดาห์ละเที่ยว ส่วนเส้นทางที่มีผู้โดยสารติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปจะถูกพักการบินอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยกฎนี้จะบังคับใช้ทั้งกับสายการบินต่างชาติและสายการบินภายในประเทศจีน
https://mgronline.com/around/9040/9100/start=0
 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
ทย.เผย 5 แอร์ไลน์ ขอเพิ่มเส้นทางบินในประเทศ
เผยแพร่: 6 มิ.ย. 2563 17:12 โดย: ผู้จัดการออนไลน์







ทย. เผย 5 สายการบิน เตรียมเพิ่มเส้นทางบินในประเทศนกแอร์ ,ไทยแอร์เอเชีย ,ไทยไลอ้อนแอร์ ,ไทยสมายล์ และบางกอกแอร์เวย์ส หลังคลายล็อกเฟส3 และกพท.ประกาศเวลาบินได้ถึง 20.00 น.

นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) หรือ ศบค. ประกาศมาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ทำให้สายการบินขอเพิ่มเส้นทางบินเพื่อให้บริการเแก่ผู้โดยสารที่มีความจำเป็นและเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จำนวน 5 สายการบิน ได้แก่ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินไทยสมายล์ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

และตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. )
กำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาในการใช้ท่าอากาศยานเพื่อการขึ้นลงของอากาศยาน ( ฉบับที่ 4 ) โดยท่าอากาศยานที่เปิดให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานขอนแก่น ชุมพร ตรัง นครพนม นครราชสีมา
นครศรีธรรมราช น่านนคร นราธิวาส บุรีรัมย์ ปาย พิษณุโลก
เพชรบูรณ์ แพร่ แม่สอด แม่ฮ่องสอน ระนอง ร้อยเอ็ด เลย
ลำปาง สกลนคร อุดรธานี อุบลราชธานี
โดยจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 20.00 น. หรือปรับลดเวลาให้สั้นกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม

และท่าอากาศยานที่สามารถให้บริการการบินภายในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศกระบี่ สุราษฎร์ธานี และหัวหิน โดยเปิดให้อากาศยานขึ้นลงได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป
โดย จากประกาศฉบับดังกล่าว ส่งผลให้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติทุกท่าอากาศยาน

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการปลดล็อค แต่ ทย. ยังคงมีมาตรการตรวจเข้มที่ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้

1. ทำการคัดกรองบุคคลที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส สำหรับผู้โดยสารขาเข้าทุกคนจะต้องกรอกแบบสำรวจการเดินทาง ต. 8 คค. เพื่อเก็บประวัติการเดินทางของผู้โดยสาร

2. ต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เช่น จุดรับรอรับกระเป๋าสัมภาระ จุดตรวจบัตรโดยสาร (Check – in counter) ที่นั่งรอก่อนการเดินทางได้จัดให้มีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร
สำหรับการรักษาความสะอาดเพื่อความปลอดภัย ท่าอากาศยานทุกแห่งดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารก่อนจุดรับกระเป๋าทุกเที่ยวบิน พร้อมตั้งจุดบริการเจล แอลกอฮอร์ล้างมือตามจุดต่าง ๆ และทำความสะอาดโดยใช้ แอลกอฮอร์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ในบริเวณพื้นอาคาร ห้องน้ำ รถเข็น เก้าอี้ที่พักผู้โดยสาร ราวบันได ลิฟต์โดยสาร และอุปกรณ์สำหรับให้บริการ และอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ทุกชั่วโมงหรือหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบิน รวมถึงทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ทุกสัปดาห์
ทั้งนี้ ทุกท่าอากาศยานได้มีการตั้งจุดลงทะเบียนสแกนคิวอาร์โค้ด “ไทยชนะ” เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกของผู้โดยสาร ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม สำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง ทย.ขอเน้นย้ำขอให้ศึกษาประกาศ / เงื่อนไข คำสั่งของจังหวัดปลายทาง ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกัน เพื่อการเตรียมตัวในการเดินทางได้ถูกต้องตามประกาศดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่าน เฟสบุ๊คของกรมท่าอากาศยาน Department of Airports : กรมท่าอากาศยาน และเพจกรมท่าอากาศยาน “ข่าวและภาพกิจกรรม กรมท่าอากาศยาน” และเพจของท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของ ทย. และขอให้มั่นใจว่า ทย. มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสาร และสายการบิน ณ ท่าอากาศยาน ที่อยู่ในความดูแลของ ทย. ให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด – 19 ควบคู่มาตรฐานการบิน


 

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts

·
Registered
Joined
·
32,073 Posts
สุดยื้อ!"นกสกู๊ต"ประกาศเลิกกิจการ พิษ"โควิด"ทำธุรกิจฟุบ
เผยแพร่: 26 มิ.ย. 2563 17:55 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
บอร์ด สายการบินนกสกู๊ต มีมติเลิกกิจการแล้ว โดยผู้ถือหุ้นจะประชุมอีก14 วัน ตามขั้นตอนหลังเปิดบริการได้6 ปี พนักงาน 425 คน จะ ได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

วันนี้ (26 มิ.ย.) คณะกรรมการบริษัทสายการบินนกสกู๊ตมีมติเลิกกิจการ โดย บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ได้แจ้งว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบว่า คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติเลิกกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตจะลงมติเป็นอย่างเดียวกันในที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วัน

หลังจากนกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 นกสกู๊ตได้ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดในการขยายเครือข่ายการบินภายใต้สภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงและการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการของบริษัท จึงไม่เห็นหนทางสู่การฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินอีกต่อไป
จนถึงปัจจุบัน มีพนักงานนกสกู๊ตที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 425 คน โดยสายการบินนกสกู๊ตได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงปฎิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการกระบวนการชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ และพนักงานกลุ่มนี้จะได้รับการชดเชยอย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน

นกสกู๊ตจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้เจ้าหนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง
นกสกู๊ตขอขอบคุณ ลูกค้า ผู้โดยสาร พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557

 
2401 - 2415 of 2415 Posts
Top