SkyscraperCity banner

2401 - 2420 of 2423 Posts

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
IATA คาดโควิค-19 ทำสายการบินทั่วโลกขาดทุนมากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท ปี 2563


2 เดือนแรกขาดทุนไปแล้ว 908,300 ล้านบาท
เที่ยวบินทั่วโลกลดลงมากกว่าร้อยละ 11
สายการบินในเอเซียกระทบหนักสุด
สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประเมินผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้พบว่า มีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการบินทั่วโลก โดยสายการบินต่าง ๆ ลดเที่ยวบินมากกว่าร้อยละ 11 ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจการบินลดลง เฉพาะในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 สายการบินทั่วโลกสูญรายได้ไปแล้วกว่า 908,300 ล้านบาท(29,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ประมาณว่าสิ้นปี 2563 จะสูญรายได้ไม่น้อนกว่า 3.5 ล้านล้านบาท
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นสายการบินได้ลดลงเกือบร้อยละ 25 นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิค-19
“ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก COVID-19 เราไม่สามารถระบุได้ว่าพัฒนาการของเหตุการณ์จะไปไกลขนาดไหน ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปรับตัวอย่าง โดยเฉพาะธุรกิจการบิน ที่ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ ถ้าสถานการณ์จบลงได้เร็วภายใน ไตรมาสแรกของปี ความเสียหายก็จะจำกัดอยู่ไม่เกิน 63,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.953 ล้านล้านบาท แต่ถ้าสถานการณ์บานปลายความเสียหายก็จะมากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 113,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 74 เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสายการบินในเอเซีย ในจำนวนนี้เป็นส่วนของจีนมากกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่ารายได้ที่ลดลง ” นายอเล็กซานเดอร์ จูนิแอค(Alexandre de Juniac) ผู้อำนวยการทั่วไปและซีอีโอของ IATA กล่าว
ในสถานการณ์ปัจจุบัน สายการบินหลายแห่งกำลังลดกำลังการผลิตและดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อลดต้นทุน เป็นเรื่องที่ รัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องรับทราบ สายการบินกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้อยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน ในขณะที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังมองหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการบินจะต้องพิจารณาเพื่อลดภาษีค่าใช้จ่ายและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ, อเล็กซานเดอร์ กล่าว


https://thejournalistclub.com/iata-คาดโควิค-19-ทำสายการบินทั/
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
กบร.เห็นชอบ 5 มาตรการอุ้มแอร์ไลน์ฝ่าวิกฤตไวรัสโควิด-19 พร้อมชง ครม. 17 มี.ค.
ข่าวเศรษฐกิจ Friday March 13, 2020 18:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ 5 มาตรการเยียวยาผลกระทบสายการบิน จากวิกฤติไวรัสโควิด -19 พร้อมทั้งเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

พร้อมกันนั้นกระทรวงคมนาคมยังเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาตามที่สายการบินเสนอขอให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม ในกรณีที่ต้องจอดอากาศยาน ภายหลังปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายจอดอากาศยานค่อนข้างมาก อีกทั้งเมื่อมีจำนวนสายการบินที่จอดงดให้บริการเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้หลุดจอดอากาศยานไม่เพียงพอ

"ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการจัดหลุมจอดอากาศยานให้กับสายการบินที่มีปัญหาพักเครื่องบิน โดยอาจจะต้องประสานขอความช่วยเหลือกับสนามบินอู่ตะเภา และต้องขอลดค่าจอดอากาศยาน 50% ด้วย เรื่องนี้จึงอยู่ระหว่างให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไปหารือ หากดำเนินการได้ก็จะเสนอเข้า ครม. แต่หากไม่ได้ก็ต้องประสานให้ไปจอดสนามบินกรมท่าอากาศยาน (ทย.)"
นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการเยียวยาสายการบินแล้ว กระทรวงฯ จะต้องเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (PSO) ชดเชยรายได้ที่หายไปจากการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ประกอบไปด้วย ทย. เสนอขอรับเงินอุดหนุน 500 ล้านบาท และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ขอรับเงินอุดหนุน 700-1,000 ล้านบาท จากการนำรถโดยสารไปให้บริการรับส่งผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ หาก ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาทั้งหมด ก็จะมีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกับคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท และผู้มีอำนาจแล้ว ซึ่งมีผลให้ปฏิบัติมาตรการทั้งหมดตามที่สายการบินเสนอไว้



สำหรับ 5 มาตรการเยียวยาสายการบิน ประกอบไปด้วย 1.มาตรการลดค่าขึ้นลงอากาศยาน และที่เก็บอากาศยาน หรือ Landing-Parking ลง 50% ตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63 ให้กับทุกสายการบินไทย และต่างประเทศ 2.มาตรการปรับลดค่าบริการการเดินอากาศ แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศลด 50% และเที่ยวบินระหว่างประเทศลด 20% โดยลดให้ทั้งสายการบินไทยและต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค. 63

3.มาตรการลดค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ 5 บาท จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท ใช้กับทุกสายการบินไทย และต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63 4.มาตรการลดค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน จะให้เฉพาะสายการบินของไทย และ 5.ขอขยายชำระภาษีสรรพสามิตน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งมีกำหนดถึง 30 ก.ย.นี้ จาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.2 บาทต่อลิตร ขยายไปถึง 31 ธ.ค.63

https://www.ryt9.com/s/iq03/3105397
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
‘อุตฯการบิน-ท่องเที่ยว’อ่วม พ่ายพิษโควิด/มาตรการรัฐทุบซ้ำดับสนิท
วันที่ 15 มีนาคม 2563 - 13:00 น.


อุตฯแอร์ไลน์-ท่องเที่ยวกระอักหนัก ! วงในเผย “การบินไทย-ไทยแอร์เอเชีย-ไทยสมายล์” ยังทยอยประกาศลดเส้นทางบินต่อเนื่อง ชี้มาตรการคุมเข้ม กพท.-ประกาศยกเลิกวีซ่า-VOA ยกแผงทุบซ้ำ ชี้เครื่องบินทยอยจอดนิ่งสนิทเต็มลานจอด ซ้ำรอยรถบัสนำเที่ยวแล้ว ฟาก ททท.เชื่อเอกชนท่องเที่ยวเข้าใจสถานการณ์ ขณะที่ สทท.หวั่นหลังการแพร่ระบาดยุติ ก.ต่างประเทศจะยังคงฟรีวีซ่า-VOA ตามเดิมหรือไม่

แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยประกาศห้ามและเตือนประชาชนของตัวเองให้งดการเดินทางท่องเที่ยวไปในกลุ่มประเทศที่เสี่ยงและมีการแพร่ระบาด และในบางประเทศยังได้ประกาศปิดประเทศห้ามคนเดินทางเข้า-ออก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างเด็ดขาด นโยบายต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

“แอร์ไลน์” ปรับตัวรับมือ

โดยจะพบว่าสายการบินต่าง ๆ ประกาศลดจำนวนเที่ยวบิน เสนอโครงการสมัครใจลาออก หรือสมัครใจลาชั่วคราวโดยไม่รับเงินเดือน ปรับลดเงินเดือนพนักงาน รวมถึงปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมากแล้วออกไป เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต อาทิ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่ได้ประกาศลดต้นทุนครั้งใหญ่ด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายและระดมทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 64,000 ล้านบาท เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิดที่รุนแรงในโซนอเมริกาเหนือและยุโรป


หรือกรณีของไรอันแอร์ (โลว์คอสต์รายใหญ่ในยุโรป) ที่ลดเที่ยวบินเกือบทั้งหมดที่บินเข้าออกอิตาลี หรือแควนตัส แอร์เวย์ส ที่ลดเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนข้างหน้า พร้อมชะลอรับเครื่องบินแอร์บัส A350 ลำใหม่ ผู้บริหารไม่รับเงินเดือน พร้อมทั้งเปิดให้พนักงานสมัครใจลาออก หรือลาหยุดแบบไม่รับรายได้ เป็นต้น

“อุตฯการบิน-ท่องเที่ยว” อ่วม

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับประเทศไทยนั้นล่าสุดพบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งสายการบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย และไทยสมายล์ ได้ทยอยประกาศลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ประเทศจีนประกาศปิดการเข้าออกในบางเมือง กระทั่งปัจจุบันล่าสุดเริ่มเห็นมีเครื่องบินจอดนิ่งสนิทบางส่วนแล้วเช่นกัน เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิดของรัฐบาล

สอดคล้องกับแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายหนึ่งที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทยอย่างหนักในช่วงนี้ คือ ประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ที่ได้ออกประกาศเมื่อ 8 มีนาคม 2563 ที่ระบุว่า ผู้โดยสารบินมาจากพื้นที่ระบาดโควิด-19 ให้โดนกักกัน ตามมาตรการรัฐบาลที่กำหนด และผู้โดยสารจากท้องถิ่นเขตโรคติดต่อต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงโควิด-19 จึงขอ
ออกบัตรโดยสารได้

“มาตรการรัฐ” ทุบซ้ำ

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางต้องมีประกันโควิดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านบาทไปแสดงก่อนออกบัตรโดยสารด้วย รวมถึงประกาศยกเลิกฟรีวีซ่าฮ่องกง เกาหลีใต้ และอิตาลี รวมทั้งวีซ่าหน้าด่านหรือ VOA อีก 18 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ตลาดใหญ่ของภาคการท่องเที่ยวของไทย คือ จีน, อินเดีย และรัสเซีย

“ประกาศต่าง ๆ ที่ออกมาจากภาครัฐนั้นไม่ได้บอกกล่าวกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าเลย เป็นประกาศเร่งด่วนแบบประกาศวันนี้ บังคับใช้วันรุ่งขึ้น ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจสายการบินที่ชะงักหมด เนื่องจากผู้โดยสารต่างชาติไม่ได้รับข้อมูลล่วงหน้า ตอนนี้ทุกสายการบินประกาศหยุดบินกันยาวไปถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้แล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

และว่า มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาล้วนเป็นแนวคิดที่ดีที่ต้องการหยุดการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน ซึ่งคาดการณ์กันว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะมีเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ จอดนิ่งสนิทอยู่ที่สนามบินเช่นเดียวกับรถบัสนำเที่ยวที่จอดสนิทไปแล้วนับหมื่น ๆ คัน

ปิดประตูการแพร่ระบาดไวรัส

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศยกเลิกการให้วีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) 18 ประเทศ และยกเลิกฟรีวีซ่า (free visa) ของนักท่องเที่ยวจากอิตาลี เกาหลีใต้ และฮ่องกงชั่วคราว เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเข้ามาจากภายนอกประเทศ เพิ่มโอกาสในการคัดกรองที่เข้มงวด และตัดตอนความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ในไทย

โดยเชื่อว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยลดโอกาสบานปลายของสถานการณ์การแพร่ระบาด ดูแลให้คนไทยห่างไกลจากการติดเชื้อ รักษาประเทศไทยให้เป็นพื้นที่สะอาดและเหมาะสมกับการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวในอนาคต เมื่อไรที่สถานการณ์การแพร่ระบาดสิ้นสุดและนักท่องเที่ยวพร้อมเดินทางจะได้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในอนาคต สำหรับผู้ประกอบการก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนเพื่อข้ามผ่านไปสู่โอกาสในอนาคต

เชื่อผู้ประกอบการโอเค

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การประกาศยกเลิกวีซ่าในกรณีดังกล่าวของไทยไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่มากนัก เพราะในหลายประเทศก็เริ่มมีการประกาศขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทย หรือให้ประชาชนกักตัวอย่างน้อย 14 วัน หากเดินทางมาไทยแล้ว ทำให้ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เริ่มหลีกเลี่ยงการเดินทางแล้วเช่นกัน

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยก็เข้าใจและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่ได้มีความไม่พอใจแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ประกอบการส่วนมากอยากจะให้ความสำคัญกับการแจ้งล่วงหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับแผนและแนะนำลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

“ในช่วงนี้เราจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัยของคนไทยก่อน อย่างไรก็อยู่ในช่วงขาลงของการท่องเที่ยวไทยอยู่แล้ว ส่วนการยกเลิกวีซ่าเพิ่มเติมน่าจะยังไม่มีเข้ามาในช่วงเวลานี้นอกจากจะมีพื้นที่แพร่ระบาดเพิ่มเติม ส่วนพื้นที่ที่มีการยกเลิกไปก็คือพื้นที่แพร่ระบาดใหญ่ และ 18 ประเทศ
ที่เป็น visa on arrival ซึ่งเราต้องเน้นปกป้องโอกาสจากการติดเชื้อจากภายนอกก่อน”

ห่วงสถานการณ์หลังไวรัสยุติ

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า การประกาศยกเลิกฟรีวีซ่าและวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลในเวลานี้มีทั้งผลบวกและลบ โดยในช่วงเวลาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังดำเนินอยู่ การยกเลิกฟรีวีซ่าน่าจะช่วยให้เกิดการคัดกรองนักเดินทางอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และลดโอกาสในการแพร่เชื้อภายในประเทศไทย

ส่วนผลกระทบก็อาจจะทำให้บางประเทศที่ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางอยู่ อาทิ รัสเซีย ฯลฯ หยุดการเดินทาง
และเกิดความสับสนในการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบก็มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการประกาศยกเลิกดังกล่าว และมีบางส่วนที่กังวลว่าหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยุติลง กระทรวงการต่างประเทศจะยินดีกลับมาให้ฟรีวีซ่า หรือฟรีวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือไม่มากกว่า แต่โดยส่วนมากไม่คิดว่าจะกระทบต่อการเดินทางในช่วงเวลานี้มากกว่านี้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเดินทางน้อยอยู่แล้ว

https://www.prachachat.net/tourism/news-432317
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
พรุ่งนี้”คมนาคม”ชงครม.เคาะ6มาตรการเยียวยาพิษโควิดแอร์ไลน์”ทย.-บขส.”ขอรัฐอุดหนุน1.5พันล้าน
วันที่ 16 มีนาคม 2563 - 08:44 น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาเตรียมเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบของสายการบินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส CIVID-19 ทั้งหมด 6 มาตรการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 17 มี.ค.นี้

@มีผล 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63
โดยมาตรการทั้งหมดจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 31 ธ.ค.2563 ซึ่งมาตรการทั้ง 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.มาตรการด้านนการบิน ได้แก่ ปรับลดค่าบริการท่าอากาศยานที่สายการบินถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการท่าอากาศยาน ค่าบริการการขึ้น-ลงอากาศยาน (Landing charge) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) ลดลงอัตรา 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง


ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ท่าอากาศยานอย่างอื่น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการสายการบินสัญชาติไทยตามความเหมาะสม อาทิ ค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น ปรับลดค่าบริการเดินอากาศ (Air navigation service charge) ที่ถูกเรียกเก็บจากผู้ให้บริการเดินอากาศ ลดลงในอัตรา 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและลดลงในอัตราร้อยละ 20 สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง

ปรับลดค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ (Regulatory fee) ที่เรียกเก็บจากสายการบินตามจำนวนผู้โดยสาร จากอัตราคนละ 15 บาท ลดลงเป็นคนละ 10 บาท สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ทำการบินเข้าหรือออกประเทศกลุ่มเสี่ยง และขอขยายการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นจากเดิมมีผลถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 เป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2563

@จัดตารางบินใหม่
2. มาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ของสายการบิน โดยด้านการจัดสรรเวลาการบิน จะผ่อนผันการตัดสิทธิในฤดูกาลถัดไปให้สายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะไม่ถูกนำมาใช้คำนวณเงื่อนไขการทำการบินของเวลาการบินต่อเนื่องที่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของสายการบิน

ประสานงานหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินในต่างประเทศที่สายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบิน อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น เพื่อขอคงสิทธิในเวลาการบินที่ได้รับจัดสรรเดิม

ด้านการกำกับดูแลทางเศรษฐกิจ จะทบทวนหลักเกณฑ์การขอจัดสรรเส้นทางบินใหม่ในเส้นทางภายในประเทศและปรับปรุงกระบวนการพิจารณาจัดสรรเส้นทางให้รวดเร็วขึ้นและ เจรจาสิทธิการบินในเส้นทางระหว่างประเทศที่สายการบินของไทยมีศักยภาพในอนาคต อาทิ อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีใต้ เป็นต้น

@เร่งสร้างความเชื่อมั่น
3. มาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางทางอากาศ จะออกประกาศรองรับสิทธิของสายการบินในการปฏิเสธผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

ประชาสัมพันธ์มาตรการด้านการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางทางอากาศ อาทิ กระบวนการคัดกรองผู้ป่วย วิธีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร เป็นต้น

@ขยายเวลาชำระหนี้-หาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
4. มาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ 5. มาตรการทางการเงิน ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ (Credit terms) ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนที่สายการบินถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการท่าอากาศยาน ผู้ให้บริการการเดินอากาศ และผู้ประกอบการจำหน่ายและบริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ สายการบิน โรงแรม ภาคบริการต่าง ๆ เป็นต้น

6 มาตรการอื่น ๆ ลดค่าเช่าพื้นที่ลงร้อยละ 50 จากราคาค่าเช่าที่เพิ่งปรับขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้โดยสารตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยที่อัตราการจัดเก็บค่าเช่าหลังหักส่วนลดต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กรมธนารักษ์กำหนด เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมี.ค. – ส.ค. 2563

@ทย.-บขส.ขออุดหนุน 1.2-1.5 พันล้าน
ทั้งนี้ มาตรการต่างๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ (บอร์ด) ของแต่ละหน่วยแล้ว ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบก็จะมีผลบังคับใช้ทันที

นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานที่ต้องขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐ (PSO) ด้วยกัน 2 หน่วยคือ ทย. เสนอขอรับ 500 ล้านบาท และ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เสนอขอรับ 700-1,000 ล้านบาท ที่ บขส.ขอมาเยอะ เพราะต้องนำไปใช้ในการจ่ายค่านำรถโดยสารมารับส่งผู้ที่เดินทางมาจากประเทศแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสกลับภูมิลำเนา ซึ่งทั้งสองหน่วยได้ประสานงานกับสำนักงบประมาณ เพื่อเจรจาขอรับการอุดหนุนดังกล่าวแล้ว

https://www.prachachat.net/property/news-432476
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
สายการบินสหรัฐส่อถังแตกสิ้นปีนี้
WHAT'S UPBY WHATSUPMARCH 17, 202070
SHARE:

FacebookTwitterLINE
องค์กรการบินแห่งอเมริกา เปิดเผยว่า สายการบินสัญชาติสหรัฐอเมริกาทุกแห่งกำลังเข้าใกล้ภาวะวิกฤตถึงขั้นล้มละลาย โดยร้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินให้เปล่าเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องทันที 25,000 ล้านดอลล์สหรัฐ หรือกว่า 800,000 ล้านบาท และอีก 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 800,000 ล้านบาท สำหรับเงินกู้และค่าลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ ยังร้องขอให้มีมาตรการภาษีที่ช่วยลดหย่อนได้ถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2021 หรือถึงสิ้นปี 2564
.
ด้านธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือคาร์โก้ ร้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 256,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทั้งเงินให้เปล่าเพื่อเสริมสภาพคล่องและเงินกู้ให้กับธุรกิจสายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศ และสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ในสหรัฐ ร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลสหรัฐเป็นเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 320,000 ล้านบาท
.
สายการบินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เริ่มเจรจาขอเงินกู้จากธนาคารหลายแห่งกันแล้ว เช่น เดลต้ากู้ยืมเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 128,000 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลในวันอังคารนี้ เซ้าท์เวสต์ พึ่งได้รับเงินกู้มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 32,000 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ ภาวะธุรกิจการบินทั้งในสหรัฐ และต่างประเทศตกต่ำอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทำเนียบขาว สหรัฐ เร่งร่างกฎหมายแพคเกจช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบินในสหรัฐ องค์กรการบินแห่งอเมริกา คาดว่าหากไม่มีมาตรการจากรัฐบาลสหรัฐ สายการบินทุกแห่งของสหรัฐจะไม่มีเงินสดเหลือภายในสิ้นปีนี้ และอาจจะหมดเงินสดเร็วกว่านั้น หากธนาคารหรือสถาบันการเงินประเภทบริการบัตรเครดิตหยุดจ่ายเงินให้กับสายการบิน

https://misterban.com/whatsup/สายการบินสหรัฐส่อถังแต/
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
อร่อยไม่ต้องขึ้นเครื่อง สายการบินแห่ทำ FOOD DELIVERY สู้ภัยโควิด-19
เผยแพร่: 27 มี.ค. 2563 23:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
(ประมวลภาพ) ส่องแถวเครื่องบินนิ่งสนิท หลังโควิดทำพิษการบินโลก
วันที่ 24 มีนาคม 2563 - 14:28 น.




สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด-19″ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมการบินที่ต้องหยุดชะงัด จากมาตรการที่หลายประเทศประกาศใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ด้วยการปิดกั้นพรมแดนห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ รวมถึงห้ามการเดินทางของพลเมืองของตนเองในประเทศด้วย

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สายการบินทั่วโลกต้องยุติเที่ยวบินทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการของภาครัฐ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมภาพเครื่องบินของสายบินต่าง ๆ ทั่วโลกที่จอดเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อเมริกันแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
ลุฟท์ฮันซ่า, เยอรมนี
ออสเตรียนแอร์ไลน์, ออสเตรีย
เดลตาแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
ยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ , ยูเครน
สวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์, สวิตเซอร์แลนด์
บริติชแอร์เวย์, สหราชอาณาจักร
แอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์, อิสราเอล
วูเอลลิงแอร์ไลน์, สเปน
อเมริกันแอร์ไลน์, สหรัฐอเมริกา
อีซี่ เจ็ต, สหราชอาณาจักร
โคเรียนแอร์, เกาหลีใต้

 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
นายกฯ สั่งคมนาคมเตรียมมาตรการสกัดโควิด-19 รองรับเปิดบินระหว่างประเทศ
เผยแพร่: 26 พ.ค. 2563 17:40 ปรับปรุง: 26 พ.ค. 2563 17:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ศักดิ์สยาม” เผยนายกฯ สั่งการเตรียมมาตรการรองรับกรณีเปิดบินระหว่างประเทศ เล็งแนวคิดทำ MOU รายประเทศที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุข และมีสถิติคุมการแพร่ระบาดระบาดได้มาตรฐาน WHO ทำระบบคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (26 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า กรณีที่สถานการณ์ดีขึ้นอาจต้องมีการพิจารณาเปิดการบินในประเทศและระหว่างประเทศซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เปิดทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศ

โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นมีความเห็นว่ากรณีเปิดบินเส้นทางระหว่างประเทศ ควรใช้วิธีการทำข้อตกลง (MOU) เป็นรายประเทศที่จะต้องมีมาตรการ กระบวนการในการตรวจสอบสุขภาพ ของประชาชนที่จะเดินทางไปมาระหว่างกัน โดยจะไม่ทำกับทุกประเทศ แต่จะทำเฉพาะประเทศที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุข และและมีสถิติของผู้ติดเชื้อและการควบคุมการแพร่ระบาดอยู่ในมาตรฐาน WHO และสุดท้ายการควบคุมที่ดีที่สุด คือ การมีวัคซีน

เช่น ประเทศไทยจะลงนามประเทศใด แต่ละฝ่ายจะต้องมีการส่งเจ้าหน้าที่ของตนไปที่ประเทศนั้น ลักษณะคล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานทูตที่จะต้องมีการจัดทำวีซ่า และเอกสารประกอบสำหรับการเดินทาง หลังจากนี้จะต้องมีเอกสารและการตรวจสอบด้านสาธารณสุข เพื่อยืนยันด้านสุขภาพของผู้เดินทาง

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวอย่างแนวคิดที่จะต้องนำไปหารือกันต่อไป ซึ่งการจะให้เดินทางระหว่างประเทศจะต้องมีกระบวนและมาตรการรองรับที่ชัดเจน มั่นใจ ซึ่งเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่มีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี เชื่อว่าจะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว

นายกฯ สั่งคมนาคมเตรียมมาตรการสกัดโควิด-19 รองรับเปิดบินระหว่างประเทศ
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
จีนเตรียมเปิดให้สายการบินต่างชาติบินเข้าประเทศมากขึ้น เริ่ม 8 มิ.ย.นี้
เผยแพร่: 4 มิ.ย. 2563 10:14 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
The Paper ซึ่งเป็นสื่อได้รับการสนับสนุนจากทางการจีน รายงานว่า สำนักงานการบินพลเรือนของจีนจะอนุญาตให้กลุ่มสายการบินต่างชาติ ที่ปัจจุบันไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินมาจีน ให้สามารถทำการบินมาจีนได้ โดยจะเริ่มวันที่ 8 มิถุนายนนี้

 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
จีนยอมอนุญาตให้ ‘สายการบินสหรัฐฯ’ เข้าประเทศได้อย่างจำกัด
เผยแพร่: 4 มิ.ย. 2563 11:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เอเอฟพี – จีนจะอนุญาตให้สายการบินต่างชาติซึ่งถูกห้ามทำการบินมายังจีนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลับมาบินนำส่งผู้โดยสารสู่จีนได้บางส่วน รวมถึงสายการบินของสหรัฐฯ

ประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนจีน (CAAC) มีขึ้นในวันนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากที่สหรัฐฯ สั่งห้ามเครื่องบินโดยสารจากจีนเข้า-ออกประเทศตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. เพื่อตอบโต้ที่ปักกิ่งมีใช้มาตรการจำกัดเที่ยวบินกับสายการบินอเมริกันและต่างชาติ

ข้อพิพาทล่าสุดนี้มีสาเหตุบางส่วนมาจากการที่ CAAC สั่งจำกัดเที่ยวบินต่างชาติไว้ไม่ให้เกินจำนวนเที่ยวที่ทำการบิน ณ วันที่ 12 มี.ค. แต่เนื่องจากสายการบินสหรัฐฯ ได้ระงับเที่ยวบินไปจีนทั้งหมดแล้วก่อนหน้านั้น จึงทำให้โควตาเที่ยวบินเหลือศูนย์ ในขณะที่สายการบินจีนยังคงเดินทางมาสหรัฐฯ ได้อยู่

CAAC มีประกาศล่าสุดวันนี้ (4) ว่า สายการบินต่างชาติที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในตารางบิน ณ วันที่ 12 มี.ค. จะสามารถเปิดบริการเที่ยวบินสู่จีนได้สัปดาห์ละครั้ง โดยผู้โดยสารต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 เมื่อเดินทางมาถึงจีน

ทั้งนี้ หากเส้นทางใดที่ผู้โดยสารทุกคนมีผลตรวจเป็น ‘ลบ’ ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ก็จะได้รับอนุญาตให้เพิ่มเที่ยวบินอีกสัปดาห์ละเที่ยว ส่วนเส้นทางที่มีผู้โดยสารติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปจะถูกพักการบินอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยกฎนี้จะบังคับใช้ทั้งกับสายการบินต่างชาติและสายการบินภายในประเทศจีน
https://mgronline.com/around/9040/9100/start=0
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
ทย.เผย 5 แอร์ไลน์ ขอเพิ่มเส้นทางบินในประเทศ
เผยแพร่: 6 มิ.ย. 2563 17:12 โดย: ผู้จัดการออนไลน์







ทย. เผย 5 สายการบิน เตรียมเพิ่มเส้นทางบินในประเทศนกแอร์ ,ไทยแอร์เอเชีย ,ไทยไลอ้อนแอร์ ,ไทยสมายล์ และบางกอกแอร์เวย์ส หลังคลายล็อกเฟส3 และกพท.ประกาศเวลาบินได้ถึง 20.00 น.

นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19 ) หรือ ศบค. ประกาศมาตรการผ่อนปรน ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ทำให้สายการบินขอเพิ่มเส้นทางบินเพื่อให้บริการเแก่ผู้โดยสารที่มีความจำเป็นและเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จำนวน 5 สายการบิน ได้แก่ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินไทยสมายล์ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

และตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. )
กำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาในการใช้ท่าอากาศยานเพื่อการขึ้นลงของอากาศยาน ( ฉบับที่ 4 ) โดยท่าอากาศยานที่เปิดให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานขอนแก่น ชุมพร ตรัง นครพนม นครราชสีมา
นครศรีธรรมราช น่านนคร นราธิวาส บุรีรัมย์ ปาย พิษณุโลก
เพชรบูรณ์ แพร่ แม่สอด แม่ฮ่องสอน ระนอง ร้อยเอ็ด เลย
ลำปาง สกลนคร อุดรธานี อุบลราชธานี
โดยจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 20.00 น. หรือปรับลดเวลาให้สั้นกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม

และท่าอากาศยานที่สามารถให้บริการการบินภายในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศกระบี่ สุราษฎร์ธานี และหัวหิน โดยเปิดให้อากาศยานขึ้นลงได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป
โดย จากประกาศฉบับดังกล่าว ส่งผลให้ให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติทุกท่าอากาศยาน

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการปลดล็อค แต่ ทย. ยังคงมีมาตรการตรวจเข้มที่ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้

1. ทำการคัดกรองบุคคลที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส สำหรับผู้โดยสารขาเข้าทุกคนจะต้องกรอกแบบสำรวจการเดินทาง ต. 8 คค. เพื่อเก็บประวัติการเดินทางของผู้โดยสาร

2. ต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เช่น จุดรับรอรับกระเป๋าสัมภาระ จุดตรวจบัตรโดยสาร (Check – in counter) ที่นั่งรอก่อนการเดินทางได้จัดให้มีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร
สำหรับการรักษาความสะอาดเพื่อความปลอดภัย ท่าอากาศยานทุกแห่งดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารก่อนจุดรับกระเป๋าทุกเที่ยวบิน พร้อมตั้งจุดบริการเจล แอลกอฮอร์ล้างมือตามจุดต่าง ๆ และทำความสะอาดโดยใช้ แอลกอฮอร์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ในบริเวณพื้นอาคาร ห้องน้ำ รถเข็น เก้าอี้ที่พักผู้โดยสาร ราวบันได ลิฟต์โดยสาร และอุปกรณ์สำหรับให้บริการ และอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ทุกชั่วโมงหรือหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบิน รวมถึงทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ทุกสัปดาห์
ทั้งนี้ ทุกท่าอากาศยานได้มีการตั้งจุดลงทะเบียนสแกนคิวอาร์โค้ด “ไทยชนะ” เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกของผู้โดยสาร ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม สำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง ทย.ขอเน้นย้ำขอให้ศึกษาประกาศ / เงื่อนไข คำสั่งของจังหวัดปลายทาง ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกัน เพื่อการเตรียมตัวในการเดินทางได้ถูกต้องตามประกาศดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่าน เฟสบุ๊คของกรมท่าอากาศยาน Department of Airports : กรมท่าอากาศยาน และเพจกรมท่าอากาศยาน “ข่าวและภาพกิจกรรม กรมท่าอากาศยาน” และเพจของท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของ ทย. และขอให้มั่นใจว่า ทย. มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสาร และสายการบิน ณ ท่าอากาศยาน ที่อยู่ในความดูแลของ ทย. ให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด – 19 ควบคู่มาตรฐานการบิน


 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
สุดยื้อ!"นกสกู๊ต"ประกาศเลิกกิจการ พิษ"โควิด"ทำธุรกิจฟุบ
เผยแพร่: 26 มิ.ย. 2563 17:55 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
บอร์ด สายการบินนกสกู๊ต มีมติเลิกกิจการแล้ว โดยผู้ถือหุ้นจะประชุมอีก14 วัน ตามขั้นตอนหลังเปิดบริการได้6 ปี พนักงาน 425 คน จะ ได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

วันนี้ (26 มิ.ย.) คณะกรรมการบริษัทสายการบินนกสกู๊ตมีมติเลิกกิจการ โดย บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ได้แจ้งว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบว่า คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติเลิกกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตจะลงมติเป็นอย่างเดียวกันในที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วัน

หลังจากนกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 นกสกู๊ตได้ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดในการขยายเครือข่ายการบินภายใต้สภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงและการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการของบริษัท จึงไม่เห็นหนทางสู่การฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินอีกต่อไป
จนถึงปัจจุบัน มีพนักงานนกสกู๊ตที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 425 คน โดยสายการบินนกสกู๊ตได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงปฎิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการกระบวนการชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ และพนักงานกลุ่มนี้จะได้รับการชดเชยอย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน

นกสกู๊ตจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้เจ้าหนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง
นกสกู๊ตขอขอบคุณ ลูกค้า ผู้โดยสาร พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557

 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
ผลกระทบจากโควิด-19 ทำธุรกิจสายการบินทรุดหนัก
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ กรณี "ผลกระทบจากโควิด-19 ทำธุรกิจสายการบินทรุดหนัก" รายการคลุกข่าว เล่าประเด็น ทางช่อง MCOT HD 30
 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
ด่วน! ศาลล้มละลายรับฟื้นฟู 'นกแอร์' หลังติดหนี้ 2.6 หมื่นล้านบาท
30 กรกฎาคม 2563

ด่วน! ศาลล้มละลายรับฟื้นฟู "นกแอร์" หลังติดหนี้ 2.6 หมื่นล้านบาท ได้พักการชําระหนี้ (automatic stay) ทันที นัดไต่สวน 27 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ศาลล้มละลายกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ในวันนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลูกหนี้มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดจดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนเหุ้นส่วน บริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์และเป็น บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ดำเนินธุรกิจสายการบินขนส่งทั้งคนสิ่งของและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศมีที่ตั้ง บริษัท อยู่เลขที่ 3 อาคารรัจนาการชั้น 17 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทรกรุงเทพมหานคร นายชวลิต อัตถศาสตร์, นายประเวช องอาจสิทธิกุล ,นาย วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร นาย ไต้ ซอง อี และนายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการสองในหกคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของ บริษัท มีอำนาจกระทำการแทน บริษัท ได้รายละเอียดปรากฏตามหนังสือรับรอง บริษัท ลูกหนี้เอกสารท้ายคำร้องหนี้มีหนี้สินเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท



โดย วันที่ 31 มีนาคม 2553 มีหนี้สินต่อเจ้าหนี้หลายรายรวมกันเป็นจำนวน 26,522,203,418 บาท ดังนี้


  • หนี้สินหมุนเวียน เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น 2,720,000,000 บาท
  • เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 2,679,065,008 บาท
  • รายได้รอตัดบัญชีจากโปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า 41,812,871 บาท
  • ประมาณการหนี้สินค่าปรับสภาพเครื่องบินและค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินระยะสั้น 58,858,927 บาท
  • ส่วนของหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 1,907,589,409 บาท
  • หนี้สินหมุนเวียนอื่น 98,591,347 บาท รวมหนี้สินหมุนเวียน 7,505,917,562 บาท
  • หนี้สินไม่หมุนเวียน ประมาณการหนี้สินค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินตามแผนการซ่อมบำรุงประมาณการหนี้สินค่าปรับสภาพเครื่องบิน 6,460,359,841 บาท
โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เป็นคดีดำ ฟฟ 21/2563 นัดไต่สวนคำร้องวันที่ 27 ต.ค. 2563เวลา 9.00น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลของการที่ศาล รับคําร้องก่อให้เกิดสภาวะพักการชําระหนี้ (automatic stay) ตามมาตรา 90/12 โดยในบัญชีเจ้าหนี้ ที่นกแอร์ได้ยื่นต่อศาลในวันนี้มีจำนวน 312 ราย

 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
นกแอร์ ยันยังบินปกติ แจง 5 ประเด็น ยื่น ฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลาง
31 Jul 2020 02:00 น.

"วุฒิภูมิ" แจง 5 ประเด็น นำ นกแอร์ ยื่นฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลาง ยันยังทำการบินปกติ ระหว่างกระบวนการฟื้นฟู ที่จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารมั่นใจฟื้นฟูสำเร็จก่อนการระบาดโควิด-19 จะยุติลง

นาย วุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบิน นกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อกรณีที่ นกแอร์ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ว่า บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ วาระพิเศษครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563
บอร์ดได้มีมติอนุมัติให้บริษัท นกแอร์ ในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและให้เสนอผู้จัดทำแผนพื้นฟูกิจการ (ผู้ทำแผนฯ) ต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483
โดยบริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอพื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ต่อศาลล้มละลายกลางในวันเดียวกันที่คณะกรรมการได้มีมติดังกล่าว


การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. บริษัท นกแอร์ ในฐานะลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ทั้งนี้เพราะบริษัทฯ เห็นว่าการฟื้นฟูกิจการนั้นเป็นแนวทางที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับการป้ญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวของบริษัทฯ ภายใต้การกำกับดูแลของศาลฯ เพื่อให้กิจการของบริษัทฯ สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปรกติ
2. การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ บริษัท นกแอร์ ไม่ได้มีจุดหมายในการที่จะเลิกหรือชำระบัญชีบริษัทฯหรือไม่ได้มุ่งหมายให้บริษัทฯต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม บริษัทฯ กลับมีความมุ่งมั่นและแน่วแน่เป็นอย่างยิ่งในการที่จะดำเนินกิจการต่อไปให้มีความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง
เพราะปัญหาในปัจจุบันของบริษัทฯ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจแต่เกิดจากปัจจัยหลายประการรวมถึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
ทำให้บริษัทฯ เกิดข้อติดข้ดและอุปสรรคในการดำเนินกิจการ หากมีการปรับโครงสร้างภายใต้กระบวนการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม บริษัทฯ จะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน

 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
"นกแอร์" ตามรอยการบินไทย ยื่นศาลล้มละลายกลาง ขอฟื้นฟูกิจการ
เผยแพร่: 31 ก.ค. 2563 09:57 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"วุฒิภูมิ จุฬางกูร" ร่อนหนังสือยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและการเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางแจ้งตลาดหุ้นกลางดึก เหตุหนี้อ่วมหนักกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท มากกว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ 2.3 หมื่นล้านบาท สุดยื้อขาดสภาพคล่องหนักเดินหน้าต่อไม่ไหว

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ หรือ NOK กล่าวว่าเมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) บริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากบริษัทมีหนี้สิน 2.6 หมื่นล้านบาท มากกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ 2.3 หมื่นล้านบาท โดยจากสถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบธุรกิจที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว และหลายประเทศไม่สามารถทำการบินได้ ทำให้รายได้ของบริษัทหายไปทันที ขณะที่ NOK ยังมีภาระค่าใช้จ่าย โดยยังทำการบินจากสนามบินดอนเมืองเพื่อช่วยเหลือในการขนส่งบุคลาการทางการแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ ทำให้สูญเสียกระแสเงินสด และประสบผลขาดทุน ขณะที่เกิดผลขาดทุนสะสมจำนวนมาก จึงต้องพึ่งกระบวนการศาลล้มละลายกลาง

"รายจ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าเครื่องบิน ซึ่งอยู่ที่เดือนละประมาณ 300 ล้านบาท และยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกันอีก ขณะเดียวกันที่ผ่านมาแม้ว่าจะเกิดวิกฤตโควิด-19 บริษัทก็ไม่ได้มีการปลดพนักงาน ซึ่งจากรายจ่ายที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องสวนทางกับรายรับที่ไม่มีเข้ามา จึงทำให้กระทบกระแสเงินสด" นายวุฒิภูมิ กล่าว

อย่างไรก็ตามในส่วนของหนี้สินส่วนใหญ่ของนกแอร์ นั้น หลักๆมาจากค่าเช่าเครื่องบินโดยปัจจุบันบริษัทมีเจ้าหนี้กว่า 10 ราย ซึ่งมีสัญญาเช่ายาวนานที่สุดมากถึง 7 ปี จากการให้บริการในฝูงบิน โดยแบ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737- 800 ขนาด 189 ที่นั่ง จำนวน 14 ลำ และจะมีการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 2 ลำในเดือน พ.ย.- ธ.ค. ตามสัญญาเดิม และเครื่องบินใบพัด Q400 อีกจำนวน 8 ลำ เพื่อใช้สำหรับการให้บริการในเส้นทางบินท่องเที่ยวเมืองรอง

"หนี้สินการเงินกับทางสถาบันการเงินของบริษัทในปัจจุบันมีน้อยมาก เนื่องจากบริษัท ฯ ใช้เงินกู้จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 พันล้านบาท ในการบริหารสภาพคล่อง และยังใช้จ่ายไม่หมด ซึ่งได้รับการขยายเวลากู้ออกไปอีก 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ได้นำเงินเพิ่มทุนไปชำระหนี้ ทำให้ภาระต้นทุนการเงินลดลง และช่วยลดต้นทุนรวม 30% ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 4/62 ดีขึ้น ซึ่งการยื่นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะช่วยปลดล็อกค่าเข่าเครื่องบินที่เป็นรายจ่ายหลัก และปลดล็อกสัญญาที่ทำไว้ในอดีตก่อนที่จะเข้ามาถือหุ้นและบริหาร ในการเป็นภาระสำคัญ และจะนำมาต่อรองกับเจ้าหนี้ด้วย โดยคาดว่าไม่เกิน 3 เดือนจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ พร้อมเสนอแต่งตั้งผู้บริหารแผนต่อศาลได้ ในระหว่างนี้จะเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอให้เห็นชอบแผนฟื้นฟูด้วย"

อย่างไรก็ดีบริษัทเชื่อมั่นว่าแผนฟื้นฟูกิจการมีความเป็นไปได้สำเร็จสูง เนื่องจากที่ผ่านมา NOK ทำการบินเต็มตลอด โดยมีเที่ยวบิน 604 เที่ยว/สัปดาห์ ครอบคลุม 23 จังหวัด ไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินแม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้บริษัทประสบผลขาดทุนจากการที่ไม่มีคนเดินทาง จนปัจจุบันธุรกิจเริ่มฟื้นตัว โดยดีมานด์ในประเทศ 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะเห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะนกแอร์ไม่มีการยกเลิกเที่ยวบิน และหน่วยงานราชการกลับมาอุดหนุนมากขึ้น นอกจากนี้สายการบินคู่แข่งก็ลดจำนวนเครื่องบิน ลดความถี่การบิน ทำให้การแข่งขันลดลง

ขณะที่ในส่วนของสายการบินนกสกู๊ตเลิกกิจการนั้น ทั้งผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการ มองว่าจะเป็นการหยุดค่าใช้จ่ายได้ทันที โดย NOK ก็จะรับพนักงานและผู้บริหารสายการบินนกสกู๊ตเข้ามาทำงาน นอกจากนี้มองว่าการให้บริการเส้นทางต่างประเทศ NOK ก็สามารถดำเนินการได้เองโดยไม่จำเป็นต้องแยกการบริหาร ซึ่งในระยะยาวนกแอร์จะขยายเส้นทางระหว่างประเทศจากปัจจุบันให้บริการไปอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม

ทั้งนี้ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ ได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย "C" บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) (NOK) โดยจะประกาศให้ขึ้นเครื่องหมาย "C" สายการบิน NOK ในวันที่ 03 ส.ค. 2563 จากการยื่นเพื่อขอให้ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยศาลรับคำร้องแล้วเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้นักลงทุนที่จะซื้อขายหุ้น NOK ต้องดำเนินการวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์นั้น ตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้


 

·
Registered
Joined
·
32,343 Posts
นกแอร์ชิงจังหวะยื่นแผนฟื้นฟูฯ หวังฟื้นเร็วก่อนโควิด-19 จบ รับท่องเที่ยวบูม

กรุงเทพฯ 31 ก.ค. – นกแอร์ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการฯ 30 กรกฎาคม 2563 หวังปรับโครงสร้างหนี้ โครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร ปรับปรุงเส้นทางบินและฝูงบิน หวังฟื้นฟูสำเร็จเร็วก่อนโควิด-19 จบ เตรียมรับท่องเที่ยวบูม ยืนยันยังให้บริการบินทุกเส้นทางตามปกติ

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ วาระพิเศษครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการฯ และให้เสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการฯ ต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยบริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ต่อศาลล้มละลายกลางวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 เมื่อเวลา 11.00 น. และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการฯ ไว้พิจารณาแล้วในวันเดียวกัน เป็นคดีดำ ฟฟ 21/2563 และนัดไต่สวนคำร้องฯ วันที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น.

สำหรับการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ บริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลฯ เพราะบริษัทฯ เห็นว่าการฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางเหมาะสมและดีที่สุด สำหรับการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวของบริษัทฯ ภายใต้การกำกับดูแลของศาลฯ เพื่อให้กิจการของบริษัทฯ สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ

ทั้งนี้ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการครั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเลิกหรือชำระบัญชีบริษัทฯ หรือไม่ได้มุ่งหมายให้บริษัทฯ ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามบริษัทฯ กลับมีความมุ่งมั่นและแน่วแน่เป็นอย่างยิ่งในการที่จะดำเนินกิจการต่อไปให้มีความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง เพราะปัญหาปัจจุบันของบริษัทฯ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ แต่เกิดจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจทั้งในประเทศและทั่วโลก ทำให้เกิดข้อติดขัดและอุปสรรคในการดำเนินกิจการ หากมีการปรับโครงสร้างภายใต้กระบวนการฟื้นฟูอย่างเหมาะสมจะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการฯ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนฟื้นฟูธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งมีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม ทั้งยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ตามปกติระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการฯ ไม่ว่าจะเป็นการให้การบริการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศแนวทางเบื้องต้นของการฟื้นฟูกิจการบริษัทฯ คือ การปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อแก้ไขหนี้สินที่มีอยู่ให้สร็จสิ้นโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ

การบริหารจัดการกิจการของลูกหนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถชำระหนี้ได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการฯ เช่น ปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางบินและปรับฝูงบิน การปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการพาณิชย์และความสามารถในการหารายได้ การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพในการทางานของพนักงาน ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคล

บริษัทฯ ได้เสนอให้บริษัท แกรนท์ ธอนตัน สเปเชียลิสท์ แอ็ดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับนายปริญญา ไววัฒนา นายไต้ ชอง อี นายเกษมสันต์ วีระกุล นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร และนายชวลิต อัตถศาสตร์ กรรมการของบริษัทฯ เป็นผู้ทำแผน

นายประเสริฐ เปิดเผยว่า การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการฯ ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงบริษัทฯ ไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้โดยสาร ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางการค้า ลูกหนี้ เจ้าหนี้ พนักงานบริษัทฯ ผู้ลงทุน ประชาชนรวมถึงระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยบริษัทฯ เล็งเห็นว่าขณะนี้ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังมีการเดินทางกันไม่มากนักเพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้สามารถฟื้นฟูกิจการได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วมากกว่าในภาวะปกติ ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จก่อนการระบาดโควิด-19 จะยุติลง ซึ่งนั่นหมายถึงบริษัทฯ จะมีความพร้อมอย่างเต็มที่และสามารถให้บริการอย่างดีเยี่ยมเพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนทั่วไปได้เป็นอย่างดี.-สำนักข่าวไทย


 
2401 - 2420 of 2423 Posts
Top