Skyscraper City Forum banner
1 - 8 of 8 Posts

·
Registered
Joined
·
14,503 Posts
Discussion Starter · #1 ·
BMTA mulls depot land lease plan
Published: 1 Sep 2014 at 06.01
Newspaper section: News
Writer: Amornrat Mahitthirook



Laksi Roundabout and Bang Khen depot

The Bangkok Mass Transit Authority (BMTA) is mulling letting the private sector develop its bus depots under a long-term lease to boost the state-run agency's income.

BMTA acting director Nares Boonpiem said Kasetsart University has wrapped up a study for the agency on a proposal to let the private sector develop bus depot land. The contracts would last 20-30 years.

Four land plots — Bang Khen, Min Buri, Suan Siam and Samae Dam — have potential for commercial development in the short term, said Mr Nares. The BMTA will invite firms to propose their plans for the land next year.

The first depot that could be leased out is the 14-rai Bang Khen depot on Phahon Yothin Road near Wat Phrasi Mahathat, said the BMTA acting director.

The plot was a prime location as electric train services would run there on the extended Green Line, from Mor Chit to Saphan Mai. The land also is close to the Pink Line, from Khae Rai to Min Buri.

The BMTA would allow the private sector to turn the land into an interchange for buses, electric trains and other modes of transport A shopping plaza would also be developed.

Please credit and share this article with others using this link:http://www.bangkokpost.com/news/politics/429770/. View our policies at http://goo.gl/9HgTd and http://goo.gl/ou6Ip. © Post Publishing PCL. All rights reserved.
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
ดับฝันขสมก. คมนาคมเบรก ห้ามนำอู่รถเมล์ประมูลเชิงพาณิชย์


วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 - 12:51 น.


ฝ่ายกฏหมายคมนาคม ดับฝัน ขสมก. ห้ามนำอู่รถเมล์ บางเขน-มีนบุรี มูลค่า 2 พันล้าน ทำเลทองย่านชุมชมมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เปิดให้เอกชนประมูลเชิงพาณิชย์ อ้างต้องปรับสัดส่วนให้ใช้พื้นที่เดินรถมากกว่าพาณิชย์ บิ๊กขสมก. ยันส่งกฤษฎีกาตีความ ยันต้องหารายได้เสริมค่าโดยสารถูกแช่แข็งนาน

นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ ตามแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก. ว่า เดิมขสมก. ตั้งเป้าจะนำอู่รถเมล์ในทำเลทอง 2 แห่ง คือ บางเขน และมีนบุรี มาพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา แต่เกิดปัญหาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคม ทำความเห็นแย้งว่า การนำพื้นที่ซึ่งเป็นอู่รถเมล์ 80% ของพื้นที่ทั้งหมด มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ไม่เหมาะสม



หากจะดำเนินการต่อ ต้องปรับลดสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ลง ให้น้อยกว่าพื้นที่สำหรับการเดินรถ เนื่องจากวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ขสมก. ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ภารกิจหลักของ ขสมก. คือการให้บริการเดินรถเท่านั้น
“หากจะต้องปรับลดขนาดพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เหลือน้อยลงกว่าพื้นที่เดินรถ คิดว่าคงไม่มีเอกชนรายใดสนใจที่จะเข้ามาลงทุนพัฒนาที่ดินแน่นอน เพราะว่าไม่คุ้มค่า ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เป็นสิ่งจำเป็นที่ ขสมก.ต้องทำให้สำเร็จ เพื่อหารายได้มาเสริม นอกเหนือไปจากรายได้จากการเดินรถที่ได้รับ ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่คุ้ม เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้เราปรับขึ้นค่าโดยสารมานานแล้ว ดังนั้น ขสมก. จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ช่วยตีความอีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน พร้อมเพิ่มอำนาจของ ขสมก. ให้สามารถนำที่ดินของ ขสมก. มาประกอบธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินรถได้ เช่นเดียวกับกรณีของ บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน”
สำหรับแผนการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของขสมก. ว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสาตร์ศึกษาความเหมาะสม ระบุให้ขสมก. นำอู่บางเขน และมีนบุรี มาเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ในรูปแบบพีพีพี สัญญาเช่าระยะ 30 ปี อู่บางเขน มีพื้นที่ 12 ไร่ มูลค่าที่ดินมากกว่า 1,000 ล้านบาท เพราะอยู่ในย่านธุรกิจ อนาคตมีรถไฟฟ้าผ่าน 2 สาย คือสายสีชมพูและสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่-คูคต เสนอให้พัฒนาเป็นศูนย์การค้าหรือคอมมูนิตี้ มอลล์

อู่มีนบุรี พื้นที่ 14ไร่ มูลค่าที่ดินราว 1,000 ล้านบาท เสนอให้พัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ แบ่งชั้นล่างเป็นอู่รถเมล์ และชั้นบนเป็นตลาดขายสินค้า เพราะอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น อยู่ปลายสายรถไฟฟ้า สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เบื้องต้นคาดว่า ขสมก.จะมีรายได้ จากนำอู่ทั้ง 2 แห่ง พัฒนาเชิงพาณิชย์ ปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท

https://www.khaosod.co.th/economics/news_1390860
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
พลิกขุมทองขสมก. อู่รถเมล์ สู่ทำเลเวิลด์คลาส

17 Jul 2019

ปัจจุบันที่ดินรัฐ ใจกลางเมืองมีหลายแปลง อยู่ระหว่างนำออกพัฒนา สร้างมูลค่ามหาศาลให้กับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงงามของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ที่ดินที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ที่ดินการท่าเรือแห่งประเทศไทย บริเวณคลองเตย ฯลฯ

ล่าสุดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ประกาศ พลิกขุมทองคำ นำ “อู่รถเมล์” ทำเลศักยภาพ เปิดให้เอกชน ร่วมลงทุนพีพีพีตามนโยบายรัฐบาล ล้างปัญหาขาดทุนพลิกฟื้นองค์กรหลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประยุทธ์ 1 เห็นชอบจึงเป็นที่จับตาว่า บิ๊กทุนรายใดจะได้คว้าไปครอง

เนื่องจากเป็นทำเลที่ดี โอบล้อมด้วยรถไฟฟ้าทั้งนี้หากไล่เลียงที่ดินแปลงเด็ดของขสมก. ภายหลังศึกษา นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.ระบุว่ามีจำนวน 5 แปลง

เบื้องต้นพบว่าแปลงที่เหมาะสมมากที่สุดมีจำนวน 2 แปลง ส่วนอีก 3 แปลงอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะที่จะนำมาพัฒนาในขณะนี้ แปลงอู่บางเขน ขนาดพื้นที่ประมาณ 13 ไร่และแปลงอู่มีนบุรี ขนาดที่ดิน 15 ไร่
โดยมีนบุรีจะเห็นภาพชัดเจนหากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้มเปิดให้บริการจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางขนาดใหญ่ในอนาคตของโซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก นับเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่น่าสนใจด้านการลงทุน

อีกทั้งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ย่านใจกลางตลาดมีนบุรีหากสามารถยกระดับการพัฒนาตลาดรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ไม่มากก็น้อย

คาดว่าปี 2563 จะได้เห็นการชิงพื้นที่กันอย่างสนุกแม้ที่ดินอีก 3 แปลงผลการศึกษาบ่งชี้ว่าศักยภาพยังไม่เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ใหญ่สร้างรายได้ แต่เชื่อว่า อนาคตอาจพลิกกลายเป็นทำเลทองที่น่าจับตาหากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐขยายผ่านสู่แปลงที่ดินทั้งแปลงแสมดำ ของเขตการเดินรถที่ 5 ขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ไร่

ซึ่งปัจจุบัน ที่ตั้งแปลงที่ดิน ไม่ติดถนนสายหลักอยู่ลึกเข้าไปด้านใน 100-200 เมตร ซํ้าร้ายกว่านั้น ถนนที่เชื่อมผ่านยังเป็นถนนส่วนบุคคล เช่นเดียวกับที่ดินแปลงสวนสยาม ขนาดที่ดิน 20 ไร่ ทางเข้าห่างจากถนนสายหลักประมาณ 100 เมตร ขณะที่ดินแปลงรังสิตเนื้อที่ 20 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสุชาติ มองว่าอนาคต น่าสนใจ เนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรังสิตของรถไฟสายสีแดง เพียงแค่รอให้รถไฟเส้นนี้เปิดให้บริการ

ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาพื้นที่ขสมก.จะเปิดเชิญชวนให้เอกชนเช่าพื้นที่ไปพัฒนาซึ่งรูปแบบที่ขสมก.ต้องการจะให้เป็นไปในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(ทีโอดี) ให้มีทั้งอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย ช็อปปิ้งมอลล์ คอมเพล็กซ์ด้านการลงทุนต่างๆ

โดยแนวคิดการพัฒนาจะต้องหารือกันทั้งเอกชนและขสมก. ต่อไป“ขสมก.ต้องการให้เป็นสถานีรถเมล์ที่เชื่อมต่อการเดินทางขนาดใหญ่โดยไม่ต้องเอารถมาจอดจำนวนมากเช่นในปัจจุบัน หมุนเวียนรถเข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารแล้วเอาพื้นที่ไปหาประโยชน์อย่างอื่นที่ก่อให้เกิดรายได้กับขสมก.เพื่อปลดภาระหนี้ ไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาลอีกต่อไป

โดยจะนำรถส่วนที่เหลือไปจอดตามจุดต่างๆที่เหมาะสมต่อไป เบื้องต้นกำหนดว่าในปี 2566 อีบิตดาจะเป็นบวก ปี 2574 จะมีกำไรจากการลงทุนดังกล่าว ซึ่งเงินกู้ที่นำมาลงทุนต่างๆ จะทยอยใช้คืนไปจนถึงปี 2586 ให้ครบทั้งหมด

โดยภาระหนี้จากจำนวนบุคลากรยังเป็นสัดส่วนมากถึง 40% จึงมีการเออร์ลี่รีไทร์ให้ลดเหลือประมาณ 30%”ไม่ว่าจะอยู่ทำเลไหนมีสภาพแบบใดหากทันทีที่รถไฟฟ้า วิ่งผ่าน ที่ดินแปลงนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มทันทีเฉกเช่นขุมทอง“อู่ขสมก.”

หน้า 27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3487 ระหว่างวันที่ 14 - 17 กรกฎาคม 2562

พลิกขุมทองขสมก. อู่รถเมล์ สู่ทำเลเวิลด์คลาส

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
เปิดแผนล้างหนี้แสนล้าน ขสมก. ทุ่มซื้อรถใหม่-โละคน-ที่ดินปั๊มรายได้

วันที่ 19 July 2019 - 09:13 น.


เป็นรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งปี 2519 สำหรับ “ขสมก.-องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ” ณ สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มียอดหนี้สะสมกว่า 118,000 ล้านบาท

แม้ปัจจุบันจะได้รับงบฯสนับสนุนจากรัฐบาลทุกปี และล่าสุดรัฐบาลเพิ่งอนุมัติให้กระทรวงการคลังปล่อยกู้เงินเสริมสภาพคล่องให้วงเงิน 11,319 ล้านบาท ใช้หมุนเวียนการชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ยังลุ้นต่อแผนฟื้นฟูที่รัฐบาล คสช.ไฟเขียว จะพลิกฟื้น ขสมก.ให้หลุดพ้นจากพันธนาการหนี้สินล้นพ้นตัวได้แค่ไหน

เปิดรายละเอียดแผนฟื้นฟูจะประกอบด้วย 1.ปรับปรุงและจัดหารถใหม่ 3,000 คัน มีจัดหารถแบบใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (NGV) 489 คัน ซึ่งซื้อไปแล้ว ปรับปรุงสภาพรถเดิม 323 คัน วงเงิน 138 ล้านบาท จัดหารถเมล์ไฟฟ้า (EV) 35 คัน รถแบบไฮบริด 1,453 คัน และเช่าอีก 700 คัน รวม 5,423 ล้านบาท แยกเป็นรถ NGV 300 คัน 1,855 ล้านบาท และ ไฮบริด 400 คัน 3,568 ล้านบาท

ซึ่งแผนจัดซื้อทั้งหมด เป็นการทบทวนมติ ครม.เดิมที่อนุมัติไว้วันที่ 9 เม.ย. 2556 ให้จัดหารถใหม่ 3,183 คัน 13,162 ล้านบาท

2.นำเทคโนโลยีใหม่ยกระดับการบริการ เช่น ติดตั้งระบบ e-Ticket, GPS, WiFi, ป้ายอัจฉริยะ, ระบบ QR code

3.ปรับปรุงเส้นทางเดินรถตามแผนการปฏิรูปรถเมล์ 137 เส้นทางที่ทับซ้อนกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเปิดใช้อีก 4-5 ปี ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานดูแลกำลังทำข้อมูลเพื่อเสนอสภาพัฒน์ฯ


4.ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับขึ้น จากปัจจุบันมีพนักงาน 13,599 คน จะเปิดเออร์ลี่รีไทร์ 5,051 คน ใช้งบฯ 6,000 ล้านบาท ปีแรก 655 คน ปีที่ 2-3 ปีละ 2,198 คน และต้องปรับทักษะพนักงานให้รับกับงาน เช่น ให้พนักงานหญิงมาขับรถ

5.พัฒนาพื้นที่อู่รถเมล์ในรูปแบบ TOD หรือการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน เหมือนสถานีีรถไฟฟ้า ที่บริเวณอู่บางเขน 11 ไร่ และอู่มีนบุรี 14 ไร่

ทั้งนี้แผนฟื้นฟูจะสำเร็จได้ ทางรัฐจะต้องรับภาระหนี้เก่าไป จากนี้คมนาคมจะหารือกับคลังเรื่องหนี้สิน 118,000 ล้านบาท ส่วนหนี้ใหม่ขสมก.จะรับภาระเอง

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก.กล่าวว่า แผนงานทั้งหมดได้กำหนดไทม์ไลน์ไว้แล้ว (ดูกราฟฟิก) ในเดือนต.ค.นี้เริ่มจากปรับปรุงสภาพรถ 323 คันจะเสร็จในเดือนมิ.ย.2563 ขอใบอนุญาตการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ 137 เส้นทางจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เนื่องจากมี 20 เส้นทางที่ทับซ้อนกับรถไฟฟ้า และติดตั้งอินเทอร์เน็ต WiFi

ในเดือน มิ.ย.2563 ซื้อรถไฟฟ้า 35 คัน จัดหารถเช่า 700 คัน เปิดเออร์ลี่รีไทร์ 655 คน ประมูล PPP TOD ให้เอกชนลงทุนพัฒนา 30 ปี เพราะแต่ละแห่งมีมูลค่าที่ดินเกิน 1,000 ล้านบาท

ที่ “อู่บางเขน” เสนอพัฒนาเป็นศูนย์การค้าหรือคอมมิวนิตี้มอลล์ อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

ส่วน “อู่มีนบุรี” เป็นตลาดจะก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ชั้นล่างเป็นอู่รถเมล์ ชั้นบนเป็นตลาดขายสินค้า ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 600 ล้านบาท

ปี 2564 จัดหารถไฮบริด 700 คันเปิดเออร์ลี่รีไทร์ 2,198 คน ปี 2565 ซื้อรถไฮบริด 753 คัน เปิดเออร์ลี่รีไทร์ 2,198 คน และปี 2567 จะขึ้นค่ารถเมล์ 1 บาท

หากทุกอย่างเดินหน้าตามแผน จะทำให้ ขสมก.หารายได้เลี้ยงตัวเองและกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม ในปี 2566 จากนั้นปี 2567 จะเลี้ยงตัวเองได้ และปี 2588 จะชำระหนี้เงินกู้ได้หมด มาจากหนี้ก้อนใหม่กู้ซื้อรถ NGV กว่า 1.8 พันล้าน รถไฮบริด 1,453 คัน 12,000 ล้านบาท และกู้มาใช้จ่ายในการเออร์ลี่พนักงาน 6,000 ล้านบาท

อยู่ที่คลังจะรับ-ไม่รับหนี้แสนล้าน เพราะถึงปลดแอกหนี้เก่า ก็สร้างหนี้ใหม่เพิ่มเรื่อย ๆ ฉะนั้นการเข็นให้ ขสมก.ให้มีกำไร น่าจะยังอีกห่างไกล !



“รถทันสมัย-บริการดี” สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล

หากว่ากันที่ตัวแผนฟื้นฟูล้วน ๆ อาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่ใช้บริการ แต่เมื่อส่องถึงรายละเอียดมีหลายองค์ประกอบส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนคนใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อ-เช่ารถใหม่ 2,511 คัน ทดแทนรถเก่ามีอายุการใช้งาน 16-26 ปี

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นคนใช้บริการรถเมล์ หลังจากที่ ครม.มีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟู ขสมก.

“คุณพสุ” อาชีพค้าขาย ให้ความเห็นว่า เคยได้ยินเรื่องการจัดหารถเมล์ครั้งสุดท้ายคือ ในสมัยนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็งงเพราะจู่ ๆ เรื่องก็เงียบหายไป

“รู้สึกดีใจ อยากให้รัฐเร่งผลักดัน ผมเองก็นั่งรถเมล์สาย 134 (หมอชิต-บัวทองเคหะ) เป็นประจำ เป็นรถแอร์ครีม-น้ำเงิน แต่ถ้ามีรถใหม่น่าจะสะดวกสบายขึ้น”

ด้าน “คุณพร” อาชีพแม่บ้านกล่าวว่า ส่วนตัวนั่งรถเมล์สาย 516 (เทเวศร์-บัวทองเคหะ) ไปตลาดตอนเช้า ไม่มีอะไรวิจารณ์เพราะรู้สึกว่ารถเมล์ที่ขึ้นประจำให้บริการดีอยู่แล้ว แต่การจัดหารถใหม่ อยากให้รถสูงน้อยกว่านี้ เพราะผู้สูงอายุก็ใช้บริการกันเยอะ ทำให้ใช้บริการลำบาก

“คุณปอ” อาชีพนักศึกษากล่าวว่า นั่งรถเมล์สาย 134 เป็นประจำ ก็ให้บริการโอเคอยู่แล้ว และรู้สึกชอบจอแสดงผลในรถเพราะบอกตำแหน่งป้ายรถเมล์ที่จะจอดถัดไป แต่อยากให้เพิ่มความแม่นยำมากกว่านี้ เพราะมีบางครั้งบอกตำแหน่งคลาดเคลื่อน

เรื่องรถเมล์ใหม่ต้องดูสเป็กของรถที่ซื้อก่อนเป็นแบบไหน ตอนนี้รู้แต่ว่าจะซื้อรถใหม่แต่ยังไม่เห็นแบบรถจะซื้อแบบไหน กี่ที่นั่ง กว้างกว่าเดิมไหม สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นยังไง เช่น ราวจับหรือที่นั่งสำหรับผู้โดยสารพิการ

เป็นเสียงสะท้อนของประชาชนผู้ใช้บริการรถเมล์ ขสมก. เส้นเลือดใหญ่ของบริการขนส่งสาธารณะในปัจจุบัน

น่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลใหม่ต้องหันมาใส่ใจมากขึ้น

แม้จะปูพรมสร้างรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ แต่ท้ายที่สุด “รถเมล์” ก็เป็นหมวดการเดินทางที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้มากกว่านั่นเอง

เปิดแผนล้างหนี้แสนล้าน ขสมก. ทุ่มซื้อรถใหม่-โละคน-ที่ดินปั๊มรายได้

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
ขสมก.ชงแผนฟื้นฟูโยนรัฐอุ้มหนี้8หมื่นล. เปิดประมูลพื้นที่‘อู่’ใกล้รถไฟฟ้า

วันศุกร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 17.58 น.

ขสมก.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ช่วยอุ้มหนี้ 80,000 ล้านบาท เตรียมเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณใกล้รถไฟฟ้าชมพู-เขียว มูลค่า 3,000 ล้านบาท

19 กรกฎาคม 2562 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ได้เข้ารายงานแผนฟื้นฟูองค์กรฯให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมชุดใหม่ทั้ง 3 ท่านให้รับทราบ โดยในแผนบริหารจัดการหนี้สินจำนวนกว่า 100,000 ล้านบาทนั้น ได้มีการเตรียมแนวทางจัดการและยังยืนตามข้อเสนอเดิม คือ หนี้สินจากนโยบายภาครัฐจำนวน 80,000 ล้านบาทนั้น จะให้รัฐบาลรับภาระไปดำเนินการ ส่วนหนี้สินที่เกิดจากงานบริหารงานขององค์กรจำนวน 20,000 ล้านบาทนั้น ขสมก.จะเป็นผู้รับผิดชอบเอง

ขณะที่แผนการจัดซื้อรถเมล์ใหม่นั้น ได้รายงานให้กระทรวงรับทราบด้วย ซึ่งในปีนี้จะมีการนำรถเมล์เก่า 323 คัน ปรับปรุงให้ดีขึ้นควบคู่ไปกับแผนการเช่าและซื้อรถเมล์ใหม่ราว 700 คัน รวมถึงการเดินหน้าศึกษาแผนพัฒนาระบบตั๋วร่วมบนรถเมล์เพื่อสนับสนุนการใช้บัตร EMV ของกระทรวงในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวจ่ายค่าโดยสารทุกระบบขนส่งสาธารณะ

ส่วนแผนเพิ่มรายได้นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้กฎหมายองค์กร โดยคาดว่าจะใช้เวลาราว 3 เดือนเพื่อแก้ไขกรณีการนำพื้นที่อู่รถเมล์ไปพัฒนาเชิงพาณิชย์หารายได้เข้าองค์กร คาดว่าในปีหน้าจะเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเข้ามาร่วมทุน PPP เข้ามาพัฒนาพื้นที่มูลค่า 3,000 ล้านบาท รูปแบบการพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ผสมผสาน(Mixed Use) เช่น ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าและสำนักงาน เป็นต้น เพราะในอนาคตมีรถไฟฟ้าผ่าน 2 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วง ช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่-คูคต

ทั้งนี้ แบ่งเป็นพื้นที่อู่บางเขน มีพื้นที่ 12 ไร่ มูลค่า 2,000 ล้านบาท มีแผนที่จะพัฒนาเป็น Mixed Use และ Community Mall ส่วนพื้นที่อู่มีนบุรี พื้นที่ 14ไร่ มูลค่าที่ดินประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่มีแผนพัฒนาจะเสนอให้เป็นย่านการค้าและตลาดตลาดบองมาเช่ และตลาด อตก. เพราะอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น และอยู่ปลายสายรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี

https://www.naewna.com/business/427477
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
cr. BTS 7/4/2563

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
cr. กรุงเทพธนาคม

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
ครม. ไฟเขียวแก้กฎหมายให้ ขสมก. นำที่ดินอู่ ประมูลหารายได้

วันที่ 8 ธันวาคม 2563

ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายให้ขสมก.ทำธุรกิจอื่น ออกพันธบัตรเงินกู้ได้ เปิดทางนำที่ดินอู่บางเขน-มีนบุรีประมูลหาเอกชนลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ หารายได้เลี้ยงตัวเองในระยะยาว

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันที่ 8 ธ.ค.2563 คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งและอำนาจการดำเนินกิจการของขสมก. ให้สามารถประกอบธุรกิจอื่นๆ ออกพันธบัตรเงินกู้หรือตราสารอื่นใด เพื่อการลงทุนหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการของขสมก.ได้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการขสมก



ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอว่า ขสมก.ได้ดำเนินการศึกษาโครงการพัฒนาการใช้พื้นที่เชิงธุรกิจ อู่มีนบุรีและอู่บางเขน โดยพบว่า อู่มีนบุรีมีพื้นที่ 10 ไร่ มีราคาตลาดมูลค่า 347 ล้านบาท มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นอพาร์ตเม้นท์และตลาด ลักษณะการให้สิทธิเอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ส่วนอู่บางเขนมีพื้นที่ 11ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา มีราคาตลาดมูลค่า 1,148.25 ล้านบาท มีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการประเภท ศูนย์การค้า โรงแรม ลักษณะเปิดให้เอกชนประมูลเพื่อลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารกิจการขสมก.พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้ขสมก.เพิ่มรายได้ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ในเชิงธุรกิจตามแผนฟื้นฟูกิจการ

จึงเห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพพ.ศ.2519 นอกจากนี้เพื่อการบริหารจัดการหนี้สินและเกิดประโยชน์ในการชำระหนี้ได้ในระยะยาวจำเป็นต้องออกพันธบัตรเงินกู้ จึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา7(7) ในพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน

 
1 - 8 of 8 Posts
Top