SkyscraperCity banner

1 - 20 of 26 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #3 (Edited)
พื้นที่มักกะสัน หนึ่งในพื้นที่ส่งมอบพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศจำนวนประมาณ 150 ไร่ แบ่งเป็น

• พื้นที่จำนวน 131.49 ไร่ (สีแดง) สามารถส่งมอบได้ทันที
• พื้นที่พวงรางประมาณ 9.31 ไร่ (สีเขียว) สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ภายใน 2 ปี หลังจากรื้อย้าย
• พื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามแยก (สีส้ม)
• พื้นที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (สีฟ้า) ส่งมอบได้หลังจากที่ซีพีชำระเงินจำนวน 10,671 ล้านบาท







http://www.flickr.com/photos/kalboz/5427726296/sizes/l/in/photostream/



 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #4
'ซีพี' กว้านซื้อ 2 หมื่นไร่! สร้างเมืองใหม่แปดริ้ว-มิกซ์ยูสมักกะสัน-ไล่ช็อปมือดีเพียบ

3 March 2018

‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ 3 จังหวัดอีอีซี กว่า 2 หมื่นไร่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดไฮสปีดเทรน สร้างเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา พร้อมตั้งนิคมอุตสาหกรรมอีก 2-3 แห่ง ตั้งเป้าผุดมิกซ์ยูส 600 ไร่ เทียบชั้นต่างประเทศ

มีความเป็นไปได้สูงที่ ‘กลุ่มซีพี’ ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ จะคว้าสัมปทานรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 200,000 ล้านบาท และหากชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน ขุมทองของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้กว้านซื้อที่ดินโซนตะวันออก ร่วมทุนกับ ‘จีน’ ปักหมุดเมืองใหม่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรม

ผลตอบแทน 5 หมื่นล้าน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การตั้งเงื่อนไขการประมูลรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ว่า หากเอกชนรายใดชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ระยะยาว 50 ปี รูปแบบมิกซ์ยูส อาทิ คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การประชุม อาคารสำนักงาน ฯลฯ และต้องให้ผลตอบแทนกับ ร.ฟ.ท. ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ภายใน 50 ปี โดย 2 ปีแรก ชำระล่วงหน้า 20% ล่าสุด มีผู้สนใจประมูลหลายราย อาทิ ซีพี ปตท. กลุ่มกิจการเดินรถไฟฟ้า บีทีเอส กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น เนื่องจากมักกะสันมีศักยภาพสูง สามารถดึงคนจากเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เข้าพื้นที่ อีกทั้งยังเชื่อมการพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง อาทิ ฉะเชิงเทรา อู่ตะเภา ซึ่งเป็นสถานีใหญ่

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่มักกะสันเป็นกระดาษมากว่า 20 ปี หากพัฒนามิกซ์ยูสส่งผลให้เมืองเปลี่ยนโฉม และผลักดันให้รัศมีรอบมักกะสัน อาทิ เพชรบุรี ประตูน้ำ อโศก รัชดาฯ พระราม 9 พญาไท ได้อานิสงส์เปลี่ยนตามไปด้วย แต่สถานีรถไฟความเร็วสูงจะต่างจากรถไฟฟ้าในเมือง สถานีค่อนข้างห่าง และขึ้นอยู่กับผังเมืองด้วยว่า เอื้อต่อการพัฒนาจริงหรือไม่ ซึ่งทำเลที่มีศักยภาพ อาทิ สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา และอู่ตะเภา ราคาที่ดินขยับขึ้นไปรอก่อนหน้านี้แล้ว

ซื้อตัววิศวกร-สถาปนิก

แหล่งข่าวจาก ‘ซีพี’ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ‘ซีพี’ ตั้งเป้านำที่ดินสถานีมักกะสันมาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสให้เหมือนกับโครงการเดอะฟอเรสเทียส์ ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า ขณะที่สถานีศรีราชา ผู้ชนะการประมูลจะได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ 100 ไร่ โดย 75 ไร่ สถานีจะนำไปทำที่จอดรถและอู่ซ่อม ส่วนที่เหลืออีก 25 ไร่ กลุ่มซีพีตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นสมาร์ทซิตี

“ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มซีพีได้ดึงตัววิศวกรจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กว่า 10 คน เข้ามาทำงานฝังตัวอยู่ในบริษัทลูกของซีพี เช่น ซีพี พืชไร่ โดยวิศวกรที่ซื้อตัวมาแต่ละคนได้รับเงินเดือนหลักล้านบาท รวมทั้งยังดึงวิศวกรจากประเทศจีน และสถาปนิกชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส เข้าออกมาออกแบบเมืองใหม่ที่มักกะสันและฉะเชิงเทรา” แหล่งข่าว ระบุ


‘ซีพี’ ทุ่มซื้อที่อีอีซี 2 หมื่นไร่

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ค่ายซีพีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมทุนกับ ‘กวางสี’ นักลงทุนจากประเทศจีน กว้านซื้อที่ดินใน 3 จังหวัดอีอีซี มากถึง 2 หมื่นไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน จ.ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยที่ฉะเชิงเทรา ‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับการก่อสร้างเมืองใหม่ ที่มีทั้งที่พักอาศัย สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ไว้แล้วกว่า 4,000 ไร่ โดยที่ดินที่กว้านซื้อส่วนใหญ่เป็นที่นาไม่อยู่ในตัวเมือง ราคาไร่ละ 1-3 ล้านบาท แต่หากลงมือพัฒนาจะขยับเป็นไร่ละ 10-20 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่า ทำเลที่เหมาะทำเมืองใหม่ น่าจะออกนอกเมืองอยู่แถวบางคล้า แม่น้ำบางปะกง

สำหรับที่ดินที่จะนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม เนื้อที่กว่า 1 หมื่นไร่ ไร่ละ 1-2 ล้านบาท มีเป้าหมายพัฒนา 2-3 นิคม นิคมละ 3,000-5,000 ไร่ ตั้งแต่ทางแยกจอมเทียนไปถึงระยอง ส่วนเมืองมิกซ์ยูสเทียบชั้นต่างประเทศ ‘ซีพี’ ต้องการ 600 ไร่ บริเวณแยกจอมเทียน ใกล้โอเชียนมารีน่า-บ้านอำเภอ เนื่องจากทำเลนี้ต่อไปจะเป็นฮับใหญ่ มีรถไฟความเร็วสูงมาลง ซึ่งขณะนี้รวมได้กว่า 100 ไร่ โดยเป็นแปลงติดกับโอเชียนมารีน่า เนื้อที่ 79 ไร่ และยังอยู่ระหว่างกว้านซื้อที่ดิน ฝั่งตรงข้ามกับโอเชียนมารีน่า หรือ ตรงข้ามฝั่งของทะเล ไปทางสัตหีบ-ระยอง อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณเมกะบางนา กิโลเมตรที่ 5 ถนนบางนา-ตราด บริษัท แมกโนเลีย บริษัทลูกพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 300 ไร่ มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เชื่อมประตูอีอีซี

สำหรับราคาที่ดินติดทะเลจอมเทียน ราคา 32-40 ล้านบาทต่อไร่ จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคา 19-20 ล้านบาทต่อไร่ ขยับขึ้นมาถึง 2 เท่า ส่วนฝั่งไม่ติดทะเล หากไม่ติดถนน ราคา 15 ล้านบาทต่อไร่ ติดถนนใหญ่ ราคา 25 ล้านบาทต่อไร่

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4-7 มี.ค. 2561 หน้า 01-02

http://www.thansettakij.com/content/264831
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #5 (Edited)
คว้าที่ 'มักกะสัน' โคตรถูก! เจ้าสัวทุ่มลงทุนไฮสปีดเทรน 2.2 แสนล้าน

ร.ฟ.ท. อุบไต๋ผู้ชนะประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน วงในระบุ 2 "เจ้าสัวบีทีเอส-ซีพี" ดัมพ์ราคา หวังคว้าขุมทรัพย์มักกะสัน 128 ไร่ แสนถูกแค่ปีละ 820 ล้าน พัฒนาพื้นที่ได้กว่า 1 ล้าน ตร.ม. มูลค่ากว่าแสนล้าน

หลังจากรอมาหนึ่งสัปดาห์ที่คาดว่า วันที่ 14 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา จะสามารถทราบรายชื่อกลุ่มกิจการร่วมค้าที่ชนะการประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด 2.2 แสนล้านบาท แต่ในที่สุดการตรวจสอบเอกสารของคณะกรรมการคัดเลือกยังไม่สะเด็ดน้ำ คาดว่าไม่เกินวันที่ 18 ธ.ค. นี้ รู้ผล กลุ่มซีพีหรือบีเอสอาร์จะคว้าเค้กชิ้นงาม


ขอเงินรัฐน้อยสุดชนะ

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง อดีตคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด ร.ฟ.ท.) วิเคราะห์ถึงเงื่อนไขการประมูลโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ว่า หากเอกชนรายใดผ่านเทคนิคและขอเงินสนับสนุนจากรัฐน้อยที่สุด ถือว่ารายนั้นชนะประมูล อย่างไรก็ดี มองว่าทั้งคู่ต่างมีสายป่านที่แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ได้

ขณะนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอส) กล่าวว่า มั่นใจกลุ่มบีทีเอสเสนอราคาดีที่สุด แต่ทั้งนี้จะต้องฟังคำประกาศจาก ร.ฟ.ท. อีกครั้ง ต่อข้อถามที่ว่า เปิดซองราคาถือว่าชนะประมูลหรือไม่ นายสุรพงษ์ย้ำว่า คงต้องดูเงื่อนไขอื่นประกอบด้วย

ขณะแผนพัฒนาพื้นที่มักกะสัน เนื้อที่ 128 ไร่ เป็นทำเลทองที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินครั้งนี้ ซึ่งจะลงทุนพัฒนาเป็นเมืองมิกซ์ยูส มีทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่พักอาศัยแบบครบวงจร ขณะเดียวกัน ที่ดินอีกแปลงของ ร.ฟ.ท. พื้นที่ 150 ไร่ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้ทำเลโดยรอบได้อานิสงส์ไปด้วย


ด้านแหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. ระบุว่า แม้จะทราบว่ากลุ่มใดชนะประมูลในเบื้องต้น แต่จะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คาดว่าวันที่ 17 ธ.ค. นี้ จะทราบผู้ชนะประมูลอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งนี้เอกชนไม่ได้คาดหวังกำไรจากรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากเป็นการบริการการจัดเก็บค่าโดยสาร ไม่สามารถตั้งราคาสูงได้ แต่โดยเบื้องลึกแล้ว ต้องการที่ดินแปลงมักกะสัน เพราะให้ผลตอบแทนระยะยาว 50 ปีที่สูง ซึ่งแถมพ่วงจากการประมูลรถไฟ โดยนำที่ดินมาพัฒนาเป็นเมืองมิกซ์ยูสมูลค่าลงทุนเบื้องต้นกว่า 4 หมื่นล้านบาท


ลงทุนมักกะสันสุดคุ้ม

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์ราคาที่ดินแปลงมักกะสันให้กับ ร.ฟ.ท. วิเคราะห์ว่า ใครชนะไม่แน่ใจ เพราะแต่ละฝ่ายค่อนข้างสูสี แต่สำหรับผู้ชนะประมูลจะได้พื้นที่พัฒนาที่เป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะที่ดินมักกะสันของ ร.ฟ.ท. ที่ต้องบอกว่า "สุดคุ้ม" เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมือง ล้อมรอบด้วยรถไฟฟ้า และอนาคตจะมีสถานีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน


ผังเมือง กทม. กำหนดเป็นพื้นที่สีแดง ย่านพาณิชยกรรม พ.4 FAR 8 ต่อ 1 สร้างได้ 8 เท่าของแปลงที่ดิน และได้ FAR เพิ่มอีก 20% เนื่องจากที่ตั้งแปลงที่ดินอยู่ในรัศมีรถไฟฟ้า 500 เมตร นอกจากนี้ ที่ดินอีกแปลง 150 ไร่ ที่มักกะสัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีมติให้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ ดังนั้น เอกชนที่ชนะประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะได้ FAR จากการโอนซื้อขายสิทธิ์เพิ่มอีก 20% สามารถพัฒนาพื้นที่ได้มากขึ้น รวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร มูลค่านับแสนล้านบาท

สามารถเก็บกินระยะยาวบนพื้นที่เช่า เพราะประเภทโรงแรม ศูนย์การค้า ออฟฟิศ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ส่วนใหญ่เอกชนจะใช้วิธีเช่าแทนการซื้อ ซึ่งต่างจากคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร และหากเทียบการซื้อที่ดินเพื่อทำโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 128 ไร่ ย่อมหาที่ดินยากและราคาต้องไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวาแน่นอน


ค่าเช่า 50 ปี กว่า 4 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในจำนวนที่ดิน 2 แปลงใหญ่ ที่รัฐบาลนำมาเป็นของแถมให้กับผู้ชนะการประมูล คือ มักกะสันและศรีราชานั้น แปลงที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ มักกะสัน นอกจากขนาดพื้นที่ใหญ่ 128 ไร่แล้ว ทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1 ล้าน ตร.ม. ส่วนศรีราชาแม้จะอยู่บริเวณสถานีรถไฟก็ตาม แต่ขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่ 25 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 แปลง จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ หรือ มิกซ์ยูส ครบทั้งที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ค้าปลีก และโรงแรม


สำหรับอัตราค่าเช่าที่ดินนั้น ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ในช่วง 5 ปีแรก ซึ่งเป็นระยะเวลาของการก่อสร้าง โดยปีแรกเมื่อทำสัญญาการร่วมลงทุนพีพีพี เรียกเก็บอัตรา 21.5 ล้านบาทต่อไร่ต่อปี คิดเป็นมูลค่า 2,582.4 ล้านบาท และตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป อัตราค่าเช่าจะปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 3 ปี ครั้งละ 10% ตลอด 50 ปี ค่าเช่าที่ดินมักกะสันรวมมูลค่าประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท หรือตกเฉลี่ยปีละ 6 ล้านบาทต่อไร่ หรือรวม 820 ล้านต่อปี เมื่อเทียบกับที่สิงห์ เอสเตท ซื้อที่ดิน 8 ไร่ สี่แยกอโศก ราคา 3.7 แสนบาทต่อ ตร.ว. หรือ 1,184 ล้านบาท

"ค่าเช่าคิดแล้วเกือบ 70% ของราคาซื้อขาย ซึ่งปัจจุบันในย่านพระราม 9 ราคาตารางวาละกว่า 1 ล้านบาท แม้จะมองว่าราคาค่อนข้างสูงสำหรับสิทธิการเช่าที่ดิน แต่ผู้ชนะการประมูลยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ยื่นขอสิทธิลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์บีโอไอได้ และสิทธิอื่น ๆ อีก ถ้าหากโครงการระเบียงพัฒนาเศรษฐกิจอีอีซีเกิด มักกะสันจะเป็นแปลงที่มีศักยภาพอย่างมาก"


มักกะสันเจริญกว่าสุขุมวิท

นายวสันต์ วิเคราะห์ต่อว่า ที่ดินมักกะสันของการรถไฟฯ หากพัฒนาแล้ว จะส่งผลให้พื้นที่โดยรอบ อาทิ อโศก-เพชรบุรี พระราม 9-รัชดาฯ เจริญขึ้น ทั้งนี้ หากรวมที่ดินมักกะสันทั้งผืน จำนวนเกือบ 500 ไร่ จะมีพื้นที่เชิงพาณิชย์มากถึง 7 ล้านตารางเมตร หาก ร.ฟ.ท. ต้องการเปิดใช้พื้นที่ทั้งหมด หรือ อาจมีการประมูลแปลงต่อเนื่อง และวิเคราะห์ระยะยาวว่า ทำเลย่านมักกะสันจะเจริญมากกว่าสุขุมวิท

สำหรับพื้นที่เกี่ยวเนื่อง กรณีมักกะสัน อนาคตจะเป็นประตูสู่อีอีซี ขณะที่ ที่ดินโดยรอบสนามบินดอนเมือง ทำเลสรงประภา วิภาวดีฯ มองว่ามีการพัฒนาเต็มพื้นที่แล้ว อีกทั้งเป็นเพียงทางผ่าน ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ยังสามารถเดินทางไปต่อได้ จากจุดเริ่มต้น คือ มักกะสัน และจุดสิ้นสุดยังไปได้ถึงพัทยา สนามบินอู่ตะเภา

แต่น่าเสียดายที่สุด คือ พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ 20,000 ไร่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ใช้พื้นที่ 4,000 ไร่ ส่วนที่เหลือไม่พัฒนาเป็นเมืองสนามบิน หรือ ภายในเขตสนามบิน ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้า โรงแรม ออฟฟิศ โรงพยาบาล เหมือนต่างประเทศ เป็นแม่เหล็กตามเงื่อนไขของกรมธนารักษ์ ปัจจุบัน มีเพียงตัวสนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์เล็ก ๆ และโรงแรมบางส่วนเท่านั้น ส่วนพื้นที่นอกพื้นที่สนามบิน ซึ่งเป็นที่ดินเอกชนกลับพัฒนาได้น้อย เพราะติดข้อกำหนดผังเมือง กทม.


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,427 วันที่ 16 - 19 ธ.ค. 2561 หน้า 01-02

http://www.thansettakij.com/content/362193


ไฮสปีดจิ๊กซอว์ใหม่”ซีพี” พลิกมักกะสันเชื่อมแปดริ้ว

วันที่ 21 December 2018 - 16:10 น.


มองข้ามชอต เจ้าสัวธนินท์คว้าชัยไฮสปีด เดิมพันอนาคตใหม่เครือซีพี ลุยอสังหาฯ คมนาคม โลจิสติกส์เต็มสูบ ขยายอาณาจักรรับภาคตะวันออก รื้อยกแผงระบบเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ ทุ่มกว่า 8 หมื่นล้านผุดโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสมักกะสันกว่า 1 ล้าน ตร.ม. “โรงแรม-ศูนย์ประชุม-ออฟฟิศ-รีเทล” จับตาข้อเสนอซองที่ 4 ทุ่มไม่อั้น สร้างฟีดเดอร์ดึงคนเข้าสถานีเมืองใหม่แปดริ้ว ต่อขยายเส้นทาง “อู่ตะเภา-ระยอง”
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 21 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท จะเชิญผู้เสนอราคาต่ำสุด คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตรมาคอนเฟิร์มวงเงินที่ยี่นเสนอให้รัฐสนับสนุนต่ำกว่าเพดานที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 119,425 ล้านบาท ส่วนกิจการร่วมค้า BSR (บีทีเอส-ซิโน-ไทยฯ-ราชบุรีโฮลดิ้ง) เสนอเกินเพดานอยู่มากพอสมควร

ซี.พี.ให้รัฐอุดหนุน 1.19 แสนล้าน

“ซองที่ 3 ดูว่าใครให้รัฐอุดหนุนเท่าไหร่ รัฐได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ แล้วคิดคำนวณออกมาเป็นวงเงินที่รัฐต้องร่วมลงทุนกับเอกชน ใครให้รัฐร่วมลงทุนน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ โดยที่รัฐไม่มีการการันตีใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้ ซี.พี.เสนอต่ำสุด แต่ยังขาดการเชื่อมโยงของตัวเลข จึงให้ตรวจสอบและยืนยัน 21 ธ.ค.นี้ หากไม่มีอะไรจะทราบผลผู้ชนะในวันนั้น และเปิดซองที่ 4 ข้อเสนอพิเศษที่จะเพิ่มประสิทธิภาพโครงการต่อไป คาดว่าได้ผู้ชนะก่อนปีใหม่ และเซ็นสัญญา 31 ม.ค. 2562”

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ถึงวินาทีนี้ กลุ่ม ซี.พี.ยังเป็นผู้ชนะ แต่คณะกรรมการต้องการตรวจสอบความถูกต้องว่าสิ่งที่เสนอมานั้นดำเนินการได้จริง เพราะเสนอต่ำกว่ากลุ่มบีทีเอสกว่า 89,000 ล้านบาท โดย ซี.พี.เสนอต่ำกว่าเพดาน 119,425 ล้านบาท แต่เมื่อรวมดอกเบี้ย 10 ปีจะอยู่ที่กว่า 140,000 ล้านบาท โดยรัฐจ่ายคืนปีละ 14,000 ล้านบาท ส่วนบีทีเอสรวมดอกเบี้ย 10 ปีเสนออยู่ที่กว่า 230,000 ล้านบาท

“ซี.พี.มีต้นทุนการเงินต่ำ ได้แบงก์รัฐบาลจีนและญี่ปุ่นซัพพอร์ต นอกจากแบงก์ไทย 4-5 แห่ง ยังได้อิตาเลียนไทยฯ ช.การช่าง และ CRCC จากจีนมาช่วยก่อสร้างให้โครงการเสร็จ 5 ปี เพราะ 5 ปีแรกนี้เป็นช่วงที่เอกชนต้องใช้เงินก่อสร้างก้อนใหญ่ เพราะรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนให้ปีที่ 6-15 ตอนนี้รอ ซี.พี.คอนเฟิร์มตัวเลขเกี่ยวกับต้นทุนดอกเบี้ยจะจ่ายต้นปีหรือปลายปี เพราะหากจ่ายต้นปีเงินอุดหนุนจะไม่เกินเพดาน ถ้าปลายปีจะเกินเพดานเล็กน้อย”

แลกสัมปทานเดินรถ-ที่ดิน 50 ปี

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า สิ่งที่ ซี.พี.มองไม่ใช่การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียว แต่มองถึงสิทธิการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่ได้สัมปทาน 50 ปี จะมาต่อยอดโครงการ เนื่องจากค่าโดยสารอย่างเดียวจะไม่สามารถเลี้ยงโครงการให้อยู่ได้ โดยสิทธิที่ ซี.พี.จะได้ อาทิ 1.บริหารพื้นที่สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ 8 แห่ง ได้แก่ พญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ

2.พื้นที่เชิงพาณิชย์รถไฟความเร็วสูง 9 สถานี ได้แก่ ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภา โดยดอนเมืองและบางซื่อจะได้สิทธิบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ขายตั๋ว การให้บริการเสริมบนขบวนรถ เนื่องจากเป็นพื้นที่ร่วมกับสายสีแดง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนและไทย-ญี่ปุ่น 3.ใช้โครงสร้างและให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์รูปแบบซิตี้ไลน์จากพญาไท-สุวรรณภูมิ และ 4.ที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ และศรีราชา 25 ไร่พัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์



“TOR ให้สิทธิเอกชนพัฒนามิกซ์ยูสมักกะสัน 150 ไร่ มีพื้นที่อาคารไม่น้อยกว่า 850,000 ตร.ม. ลงทุนไม่น้อยกว่า 42,000 ล้านบาท และศรีราชา 25 ไร่ มีพื้นที่อาคารไม่น้อยกว่า 20,000 ตร.ม. มูลค่าลงทุนไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ ถ้าลงทุนรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียวกว่าจะคืนทุนใช้เวลานับ 10 ปี การพัฒนาขึ้นอยู่กับ ซี.พี.” รายงานข่าวกล่าวและว่า

ผุดมิกซ์ยูสมักกะสัน

สำหรับสถานีมักกะสันจะเป็นเกตเวย์อีอีซี ในเบื้องต้น ซี.พี.เสนอเงินลงทุนมากว่า 80,000 ล้านบาท โดยมักกะสันมีแผนจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ขนาดพื้นที่กว่า 900,000 ตร.ม. ถึงกว่า 1 ล้าน ตร.ม. ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน ศูนย์ประชุม โรงแรม รีเทล ที่อยู่อาศัย โดยออกแบบมีทั้งตึกสูงและไม่สูง และมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมโดยล้อม ทั้งนี้เมื่อดูโดยรวมแล้วขนาดพื้นที่น่าจะใกล้เคียงกับโครงการ “วัน แบงค็อก” ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มีพื้นที่ 1.8 ล้าน ตร.ม. ส่วนศรีราชาจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสแต่คงไม่ใหญ่มาก เนื่องจากที่ดินมีขนาดเล็กและรูปแบบที่ดินเป็นแปลงยาว หากจะพัฒนาให้ได้มากขึ้น ต้องสร้างสถานีใหม่และต้องย้ายบ้านพักรถไฟไปอยู่อีกฝั่ง

“การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซี.พี.มีบริษัทลูก คือ แมกโนเลียฯและ ซี.พี.แลนด์ มีประสบการณ์ด้านอสังหาฯมาซัพพอร์ตอยู่แล้ว อาจจะมีต่างชาติร่วมด้วย นอกจากค่าเช่า 50 ปีกว่า 50,000 ล้านบาทที่จ่ายให้รัฐแล้ว ซี.พี.แบ่งผลตอบแทนให้อีก 10 ปีเกือบ ๆ 10,000 ล้านบาท” รายงานข่าวกล่าวและว่า

จับตาข้อเสนอพิเศษ

อีกทั้ง ซี.พี.ยังมีข้อเสนอซองที่ 4 เพื่อเสริมประสิทธิภาพโครงการ เช่น ระบบฟีดเดอร์จะป้อนคนเข้ากับสถานีในแนวเส้นทาง พัฒนาเชิงพาณิชย์โดยรอบสถานี (TOD) อาทิ สถานีฉะเชิงเทราที่ตำแหน่งสถานีจะสร้างบนพื้นที่ใหม่ 70 ไร่ที่ ร.ฟ.ท.เตรียมจะเวนคืนที่ดิน ซึ่ง ซี.พี.มีที่ดินอยู่ใกล้ ๆ ก็สามารถขยับสถานีเข้าไปในพื้นที่ได้ นอกจากนี้มีสถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังลุ้นว่า ซี.พี.อาจจะเสนอลงทุนต่อขยายจากอู่ตะเภา-ระยอง ระยะทาง 30-40 กม. เงินลงทุน 10,000 ล้านบาท โดยมีสถานีจอดที่ระยอง เนื่องจากผลการศึกษาเดิมระบุไว้โครงการจะคุ้มทุนต่อเมื่อสร้างไปถึงระยองที่เป็นแหล่งงานและที่อยู่อาศัยทั้งคนไทยและต่างชาติ ขณะเดียวกัน ซี.พี.มีที่ดิน 3,068 ไร่ พัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีนที่อยู่ใกล้กับสถานี ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.กำลังปรับแนวใหม่ไม่ผ่านนิคมมาบตาพุดและรอการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

มั่นใจก่อสร้างเสร็จ 5 ปี

แหล่งข่าวจากกลุ่ม ซี.พี.กล่าวว่า มั่นใจว่าราคาที่เสนอจะทำให้โครงการสำเร็จ และจากการตรวจสอบไม่มีปัญหา เพราะการลงทุนโครงการนี้ไม่ได้หวังผลกำไร ต้องการจะสนับสนุนภาครัฐพัฒนาโครงการให้สำเร็จเพื่อรองรับอีอีซี ถึงจะเป็นธุรกิจที่ ซี.พี.ไม่เคยดำเนินมาก่อนก็ตาม แต่มีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญงานก่อสร้างสามารถจะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาก่อสร้างให้เสร็จใน 5 ปี ด้านการเดินรถมีบริษัท FS จากอิตาลีและ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) มาช่วยบริหารรถไฟความเร็วสูงและแอร์พอร์ตลิงก์

ซึ่งแอร์พอร์ตลิงก์ต้องรื้อระบบอาณัติสัญญาณและการเดินรถใหม่ เพราะต้องใช้รางร่วมกับรถไฟความเร็วสูงช่วงในเมือง จะมีสถานีจอดที่มักกะสัน ส่วนขบวนรถยังพิจารณามีทั้งซีเมนส์ อัลสตอม และจีน ซึ่งการเลือกขบวนรถอาจจะต้องดูให้ต่อเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพฯ-นครราชสีมาที่กำลังก่อสร้างด้วย

“การพัฒนา TOD ซี.พี.เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งพื้นที่มักกะสัน ศรีราชา รวมถึงพื้นที่บนสถานีและโดยรอบในแนวเส้นทาง” แหล่งข่าวกล่าว

เจ้าสัวธนินท์เปิดโมเดลเมืองใหม่

ทั้งนี้เมื่อปลายเดือน ส.ค. 2561 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่ม ซี.พี.มีแผนลงทุนหลายแสนล้านบาทสร้างเมืองใหม่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา 10,000 ไร่ ในคอนเซ็ปต์เมืองอัจฉริยะ (smart city)

โดยแนวคิดเมืองใหม่ คือ รถต้องไม่ติดคนสามารถเดินไปทำงานได้ ด้วยการทำข้างบนเป็นสวนสาธารณะ รองรับไม่ต่ำกว่า 300,000 คน เพื่อให้ธุรกิจและบริการคุ้มทุน เมืองยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะจะคุ้มค่าในการลงทุนสาธารณูปโภค อยู่ระหว่างให้สถาปนิกและที่ปรึกษาจากสหรัฐและอังกฤษออกแบบ

นายธนินท์เห็นว่า เมืองใหม่ในอีอีซีควรมี 3 แห่ง คือ แปดริ้ว พัทยา และระยอง และน่าจะมี 20 แห่งทั่วประเทศ รองรับประชากรให้ได้ 6 ล้านคน กลุ่ม ซี.พี.ไม่ลงทุนคนเดียว แต่จะชวนนักธุรกิจทั่วโลกมาร่วมลงทุนด้วย

เปิด 8 กลุ่มธุรกิจ ซี.พี.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทาง ซี.พี.ยังสนใจเข้าร่วมประมูลอีก 2 โครงการใหญ่ในอีอีซี คือ พัฒนาสนามบินและเมืองการบินอู่ตะเภา 6,500 ไร่ เงินลงทุน 290,000 ล้านบาท เพื่อต่อยอดรถไฟความเร็วสูง เพราะจะสร้างสถานีอยู่ใต้อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 คาดว่าร่วมกับกลุ่มเดิมที่ยื่นประมูลรถไฟความเร็วสูง เช่น อิตาเลียนไทยฯ ช.การช่าง และบริษัทต่างชาติ จีน ญี่ปุ่น โดยกองทัพเรือเปิดให้ยื่นซอง 28 ก.พ. 2562 กับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 พื้นที่ 1,600 ไร่ 84,361 ล้านบาททางการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดยื่นซอง 14 ม.ค. 2562

ปัจจุบันภายใต้อาณาจักรเครือเจริญโภคภัณฑ์ แบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจการเกษตรอาหาร 2.ธุรกิจค้าปลีก 3.สื่อสารและโทรคมนาคม 4.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 5.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและดิจิทัล 6.ธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไป 7.ธุรกิจเวชภัณฑ์ ผลิตและทำการตลาดยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและสมองในประเทศจีน และ 8.ธุรกิจการเงินและการธนาคาร และการประกันภัยในประเทศจีน

https://www.prachachat.net/property/news-268508
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #6
ตั้งอนุฯถกไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน”กลุ่มซี.พี.”ขอรัฐอุดหนุนเร็วขึ้น-เลื่อนจ่ายค่าเช่าที่มักกะสัน-ศรีราชา

วันที่ 1 February 2019 - 19:13 น.


นายวร​วุฒิ​ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินและ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) (แฟ้มภาพ)
นายวร​วุฒิ​ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สินและ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2562 คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท ได้นัดหมายกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซี.พี.ในฐานะผู้เสนอให้รัฐอุดหนุนน้อยที่สุด 117,227 ล้านบาท มาเจรจาครั้งที่ 2 โดยเป็นการพูดคุยในกรอบเจรจาที่ 1 เรื่องที่ตกลงกันยากก่อน

“ภาพรวมถือว่าเป็นไปด้วยดี เชื่อว่าการเจรจายังสามารถไปต่อได้ และส่วนตัวก็ไม่ถอดใจ เพราะถือว่าแต่ละฝ่ายเริ่มมีความเข้าใจในเหตุผลและความคิดของแต่ละประเด็นที่พูดคุยกันมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เช่นเคย เนื่องจากจะกระทบกับการเจรจา และประเด็นทั้งหมดที่คุยกัน ยังไม่ได้ตอบใช่และไม่ใช่ แต่พักไว้ก่อน“

ทั้งนี้กรอบการเจรจา วันนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ จากเดิมที่แบ่งไว้ 4 กรอบ จะลดเหลือเพียง 3 กรอบ ได้แก่ 1. กรอบที่เจรจายาก 2. ประเด็นที่มีผลกระทบกับภาพลักษณ์ของการรถไฟฯมีทั้งนากและง่าย และ 3. ประเด็นที่เจรจาง่าย และในที่ประชุมครั้งนี้ ทางอัยการสูงสุดในฐานะกรรมการเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการเจรจาในกรอบที่ 2 ซึ่งจะมีประเด็นด้านข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วย รวมถึงเจรจากรอบที่ 3 ต่อด้วย พร้อมดูภาพรวมของสัญญาไปด้วย



โดยทางอัยการฯขออาสาทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการชุดนี้ ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกได้มีมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว และได้นัดหมายประชุมคณะอนุกรรมการฯครั้งแรกในวันที่ 7 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. ก่อนในเวลา 10.00 น. จะนัดหมายกลุ่มซี.พี.มาเจรจากันต่อ คาดว่าจะใช้เวลาเจรจากันจนถึง 16.00 น. หากการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติก็จะนัดหมายกันต่อในวันที่ 8 ก.พ.ต่อไป เบื้องต้น ยังวางกำหนดการเจรจาไว้ตามเดิมคือ ภายในเดือน ก.พ.นี้ต้องจบ เพื่อที่ในเดือนมี.ค.จะได้ลงนามในสัญญาก่อสร้าง

“การเจรจาจะจบก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ควรยุติการเจรจาร่วมกัน เพราะหากเจรจายืดเยื้อไปเรื่อยๆ รัฐเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มซี.พีเสนอให้รัฐจ่ายเงินอุดหนุนตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มก่อสร้าง แทนการจ่ายในช่วงที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 5 ปีหรือไม่ นายวรวุฒิ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยในประเด็นนี้อยู่ในกรอบที่1ที่ยากที่สุด ซึ่งเอกชนเสนอขอให้รัฐจ่ายเร็วขึ้นได้หรือไม่ ก็ทำความเข้าใจกันแล้วว่าทำไมแต่ละฝ่ายถึงมีข้อเสนอแบบนี้ แต่ยังไม่ได้ตอบไปว่า จะเอาด้วยหรือไม่ เพราะคณะกรรมการคัดเลือกต้องพิจารณาตามกรอบที่ TOR ประเด็นนี้จึงถูกพักไว้ก่อน เพื่อหาข้อสรุปในภายหลัง ซึ่งมี 2 ทางคือ ไปปรับแก้มาใหม่หรือจะยืนยันตามที่เสนอไว้เดิม

รายงานข่าวเปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกมีการพิจารณากรอบข้อเสนอของกลุ่มซี.พี.ที่ยากสุดก่อน มีทั้งเป็นเงื่อนไขที่อยู่และไม่อยู่ในทีโอาร์ เช่น การจ่ายค่าเช่าที่ดินสถานีมักกะสันและศรีราชาที่จะพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์

ทางกลุ่มซี.พี.ขอเลื่อนการจ่ายค่าเช่าออกไปก่อนแต่บริษัทจะมีค่าดอกเบี้ยให้ จากเดิมในทีโออาร์กำหนดต้องจ่ายก้อนแรกเป็นค่าแรกเข้าในทันทีหลังเซ็นสัญญาจากนั้นแบ่งจ่ายเป็นรายปีตลอดอายุสัญญา50ปี แต่ยังไม่มีข้อสรุปเพราะผิดเงื่อนไขในทีโออาร์

ทั้งนี้สำหรับ 11 ข้อเสนอพิเศษในซองที่4ที่กลุ่ม ซี.พี.เสนอให้รัฐพิจารณา มี 3 ข้อที่คณะกรรมการคัดเลือกรับพิจารณา คือ การสร้างศูนย์ความเป็นเลิศ สร้างโรงงานประกอบรถไฟฟ้า และพัฒนาโครงการร่วมกับชุมชน

อีก 8 ข้อเสนอ มีไม่รับพิจารณา ได้แก่ การันตีผลตอบแทนโครงการ 6.75% ต่อปี ขอรัฐจ่ายค่าอุดหนุนปีแรก ขอรัฐสนับสนุนแหล่งเงินที่เหมาะสม ปรับบางช่วงสร้างเป็นทางระดับดิน ส่วนการขยายเส้นทางอู่ตะเภา-ระยอง สร้างเส้นทางย่อยเชื่อมสถานี ย้ายตำแหน่งสถานี ลดสัดส่วนการถือหุ้น จะเป็นข้อเสนอที่นำมาพิจารณาภายหลังได้โดยใส่ไว้ในแนบท้ายสัญญา เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกมองว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้อยู่ในขั้นเจรจา และเอกชนมีสิทธิ์ที่จะเสนอได้ในฐานะผู้ร่วมลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ เช่น การย้ายตำแหน่งสถานีในทีโออาร์ก็เปิดทางให้เอกชนเสนอได้

https://www.prachachat.net/property/news-285505
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #7
'ซีพี' สุดคุ้ม! 9 ปี คืนทุน 'มักกะสัน'

กูรูชี้! ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน บูมอสังหาฯ จากมักกะสันยันพื้นที่อีอีซี เกิดเมืองใหม่รอบนอกกรุงเทพฯ ดึงดูดแรงงานเข้าอีอีซี จับตากลุ่มซีพีผนึกพันธมิตรในเครือปั้นมิกซ์ยูส ฟันธงมักกะสันคืนทุนใน 9 ปี

แน่ชัดแล้วว่า กลุ่มกิจการร่วมค้าซีพีคว้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา แม้จะเหลืออีกประมาณ 20% ที่ยังต้องเจรจาเก็บตกก็ตาม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ จากนี้ก็ยังมีโจทย์ท้าทายกลุ่มผู้ชนะการประมูล เรื่องใหญ่ คือ ปริมาณผู้โดยสารอย่างที่รู้กันดี โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้พึ่งพาผู้โดยสารเป็นหลัก แถมจำนวนสถานีค่อนข้างมาก แต่ส่งผลดีต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นการพื้นที่ใหม่ ๆ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กลุ่มซีพีมีความเสี่ยงเรื่องจำนวนผู้โดยสารว่าจะเป็นไปตามที่บริษัทที่ปรึกษาคาดการณ์ไว้หรือไม่ นั่นคือ รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า ในส่วนการพัฒนาที่ดิน 2 ข้างทาง กลุ่มซีพีจะดำเนินการได้รวดเร็วหรือไม่ หากมีมากจะส่งผลให้มีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

"เอกชนยังคงต้องลงทุนอีกหลายแสนบาท เป็นภาระหนักไม่น้อยกว่า 50% ที่เอกชนรับภาระ ดังนั้น ยังเชื่อว่า เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงจะมีการลงทุนอื่น ๆ ตามมา หัวใจหลักของอีอีซีี คือ ขาดรถไฟความเร็วสูงไม่ได้ กลุ่มซีพีจะต้องหาวิธีทำให้ปริมาณผู้โดยสารมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงจากสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภา เช่นเดียวกับเรื่องการพัฒนาที่ดินต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันไป ตลอดจนการสร้างเมือง หรือ การพัฒนาเมือง ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมคงไม่ได้ หากพัฒนาไม่สำเร็จ ไม่กระทบเฉพาะอีอีซีเท่านั้น รถไฟความเร็วสูงจะกระทบตามไปด้วย"

นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) "FPT" กล่าวว่า ถ้ามีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กรุงเทพฯ ก็จะเหมือนโตเกียวและโอซากาของญี่ปุ่น ที่ทุกคนอยากจะอยู่เมืองรอบนอก แล้วนั่งรถไฟเข้ามาทำงานในเมือง ซึ่งประเทศไทยควรจะมี ไม่อย่างนั้น ประชากรยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพฯ เหมือนเดิม ฉะนั้น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะได้ประโยชน์ด้านการขนส่งมากกว่าด้านอุตสาหกรรม

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอล ลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด วิเคราะห์พื้นที่สถานีแอร์พอร์ต เรลลิงค์ มักกะสัน และสถานีศรีราชา ซึ่งเป็นที่ดิน 2 แปลงใหญ่ ที่สนับสนุนบริการรถไฟของโครงการนั้น พื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ทำเลที่ตั้งอยู่กรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งปัจจุบัน มักกะสันจัดอยู่ในโซนพระราม 9 - อโศก เหมาะกับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและเพื่อการอยู่อาศัย เพราะในอนาคต ทำเลแห่งนี้จะเป็นอินเตอร์เชนจ์สำคัญ ที่นักพัฒนาอสังหาฯ ให้ความสนใจ หากทำได้ก็จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

"กทม. จะปรับสีผังให้เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม หรือ สีแดง ตั้งแต่ฝั่งตรงข้ามศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จนถึงพระราม 9 ยิ่งกระตุ้นให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่านพระราม 9 เติบโตอย่างมาก"


สำหรับโครงการที่จะพัฒนาประกอบด้วย พื้นที่ค้าปลีก, อาคารสำนักงาน, คอนโดมิเนียม เช่าสิทธิการอยู่อาศัยระยะยาว, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม โดยความต้องการคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงแรม ยังเป็นที่ต้องการ ทั้งนี้ กลุ่มซีพีมีพันธมิตร ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือค่อนข้างมาก อาทิ กลุ่มบริษัททรูฯ และบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่นฯ (MQDC)

ส่วนพื้นที่สถานีศรีราชา เนื้อที่ 25 ไร่ แม้จะอยู่ใกล้เมืองศรีราชา แต่ไม่ใกล้ชายทะเล ปัจจุบัน ย่านใกล้เคียงสถานีรถไฟมีโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย หากจะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม เช่น พื้นที่ค้าปลีก เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และโรงแรม จะเหมาะ สำหรับราคาที่ดิน ล่าสุด ราคาประเมินปรับเพิ่มขึ้น 30-40% ขณะราคาซื้อขายอยู่ที่ไร่ละประมาณ 30 ล้านบาท แม้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยังไม่ก่อสร้างก็ตาม

นอกจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้ว ซีพียังสนใจเข้าประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาด้วย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ซึ่งกลุ่มซีพีได้ซื้อสะสมมาก่อนหน้าหลายปี มีที่ย่านบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนกว่า 1 หมื่นไร่ เพื่อพัฒนาสมาร์ท ซิตี ถัดไป ชลบุรีต่อเชื่อมระยอง ก็มีที่ดินเหมาะสำหรับทำนิคมอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย จากนั้นที่ จ.ระยอง มีที่กว่า 3,000 ไร่ พัฒนานิคมอุตสาหกรรม


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,459 วันที่ 7 - 10 เม.ย. 2561 หน้า 01-02

http://www.thansettakij.com/content/398898
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #8
ซีพีลุยเมืองการบินต่อจิ๊กซอว์ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

วันที่ 3 May 2019 - 08:18 น.


บอร์ดอีอีซีเคาะดีล ซี.พี. ลงทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน 13 พ.ค. ก่อนชง ครม.อนุมัติ แบ่งงาน “ITD-ช.การช่าง” ก่อสร้าง จีนซัพพอร์ตระบบ BEM เดินรถ ส่ง “แมกโนเลียฯ” พัฒนาเชิงพาณิชย์มักกะสัน-ศรีราชา ขึ้นโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส ลุยเมืองการบินอู่ตะเภา 6,500 ไร่ 2.9 แสนล้าน เนรมิตศูนย์กลางธุรกิจไมซ์ ศูนย์การค้า โรงแรม 5 ดาว ผนึกคิง เพาเวอร์ลุยดิวตี้ฟรี
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กับกลุ่ม ซี.พี.และพันธมิตร ได้เจรจาและยกร่างสัญญาก่อสร้างโครงการดังกล่าว ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท เสร็จแล้ว และส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบเมื่อวันที่ 29 เม.ย. จากนี้ไปจะแจ้งที่ประชุมบอร์ดรถไฟรับทราบ 10 พ.ค. และวันที่ 13 พ.ค. เสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) พิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไม่เกิน 15 มิ.ย.นี้

ไฮสปีด EEC รอฝ่าด่าน EIA

แต่จะเซ็นสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ต่อเมื่อรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้รับอนุมัติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างทำคู่ขนานกันไป ตั้งเป้าจะให้แล้วเสร็จ และเริ่มต้นก่อสร้างภายในปีนี้

“การเจรจาจบแล้ว กลุ่ม ซี.พี.ไม่มีข้อเสนอพิเศษนอกทีโออาร์ แต่เจรจานานเพราะเป็นงานใหญ่ความเสี่ยงสูง และมีบางประเด็นที่ปรับไปจากเดิม รัฐและเอกชนจึงต้องดูให้รอบคอบ ทั้งการส่งมอบพื้นที่ที่ ซี.พี.ค่อนข้างกังวล แต่ชี้แจงแล้วว่าจะส่งมอบพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน ซึ่ง ซี.พี.ต้องเร่งสร้างให้เสร็จ 5 ปี ถ้าช้าจะถูกปรับวันละ 12 ล้านบาทแต่หากความล่าช้าเกิดจากรัฐ จะขยายเวลาให้ ไม่มีชดเชยเป็นวงเงินตามที่เอกชนขอ”

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.เปิดเผยว่า ดีลเจรจารถไฟความเร็วสูงกับกลุ่ม ซี.พี.จบแล้ว ซึ่ง ซี.พี.มีพันธมิตรหลายรายมาช่วยก่อสร้าง จัดหาระบบและสนับสนุนเงินลงทุนจากสถาบันการเงินในประเทศ จีนและญี่ปุ่น โครงการนี้กลุ่ม ซี.พี.จะใช้เงินลงทุนจริง ๆ กว่า 100,000 ล้านบาท จัดหาระบบและพัฒนาเชิงพาณิชย์สถานีมักกะสันและศรีราชา เพราะรัฐร่วมลงทุนงานโยธาให้ 117,227 ล้านบาท

ซี.พี.แบ่งงานพันธมิตร

การพัฒนาโครงการ ซี.พี.แบ่งงานกับพันธมิตรแล้ว มี บมจ.อิตาเลียนไทยฯ และ บมจ.ช.การช่าง เป็นผู้ก่อสร้าง โดย ช.การช่าง สร้างช่วงในเมืองจากมักกะสัน-ดอนเมือง และอิตาเลียนไทยฯ สร้างจากมักกะสัน-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ส่วนระบบราง อาณัติสัญญาณ บริษัทไชน่า คอนสตรักชั่น คอร์ปอเรชั่น (CRRC) จากจีน ดำเนินการขณะที่ขบวนรถอยู่ระหว่างพิจารณาระบบของซีเมนส์ ญี่ปุ่น จีน และฮุนไดของเกาหลี ที่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 4 ราย แต่มีความเป็นไปได้สูงจะใช้รถจีน และมี บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เป็นผู้เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟความเร็วสูง มี Ferrovie Dello Stato Italiane (FS) จากอิตาลีเป็นพี่เลี้ยงให้

แมกโนเลียฯพัฒนาเชิงพาณิชย์

“งานที่ไม่ถนัด ซี.พี.จะให้พันธมิตรทำ ส่วน ซี.พี.จะพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างเดียว มีบริษัทลูก คือ แมกโนเลียฯและซี.พี.แลนด์ ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาฯในเครือมาพัฒนาโครงการเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ ซี.พี.มองว่าเป็นหัวใจของโครงการนี้”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ซี.พี.จะได้สิทธิสัมปทานพัฒนาเชิงพาณิชย์ 50 ปี แยกเป็น 1.บริหารพื้นที่สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ 8 แห่ง ได้แก่ พญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ 2.พื้นที่เชิงพาณิชย์รถไฟความเร็วสูง 9 สถานี ได้แก่ ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภา โดยดอนเมืองและบางซื่อจะได้สิทธิบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ขายตั๋ว การให้บริการเสริมบนขบวนรถ เนื่องจากเป็นพื้นที่ร่วมกับสายสีแดง รถไฟไทย-จีนและไทย-ญี่ปุ่น 3.ใช้โครงสร้างและให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์รูปแบบซิตี้ไลน์จากพญาไท-สุวรรณภูมิ

และ 4.ที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ และศรีราชา 25 ไร่ พัฒนาเป็นมิกซ์ยูส ตามทีโออาร์กำหนดสถานีมักกะสัน 150 ไร่ มีพื้นที่อาคารไม่น้อยกว่า 850,000 ตร.ม. ลงทุนไม่น้อยกว่า 42,000 ล้านบาท

และศรีราชา 25 ไร่ มีพื้นที่อาคารไม่น้อยกว่า 20,000 ตร.ม. ลงทุนไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ

ผุดมิกซ์ยูสมักกะสันสุดอลังการ

“ซี.พี.เสนอคอนเซ็ปต์พัฒนามักกะสันดีกว่าที่คิดไว้ ลงทุนใกล้เคียงกับทีโออาร์ เป็นมิกซ์ยูสพื้นที่กว่า 900,000 ตร.ม. มีอาคารสำนักงาน ศูนย์ประชุม โรงแรม รีเทล ที่อยู่อาศัย และพื้นที่สีเขียว ในส่วนอาคารสำนักงานจะมีสำนักงานอีอีซีเป็นศูนย์กลางประสานงานด้วย ส่วนที่ศรีราชา เป็นคอมเมอร์เชียลเล็ก ๆ ซึ่งกลุ่ม ซี.พี.จะแบ่งผลตอบแทนจากค่าโดยสารและพัฒนาที่ดินให้ ร.ฟ.ท.ด้วย หากรายได้เกินเกณฑ์”

แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังปิดดีลรถไฟความเร็วสูง เป้าหมายกลุ่ม ซี.พี.คือโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ มูลค่าโครงการ 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งกองทัพเรือเปิดยื่นซองไปแล้ว มี 3 กลุ่มยื่นประมูลและกลุ่ม ซี.พี.เป็นหนึ่งในนั้น เพื่อต่อยอดธุรกิจ เพราะการพัฒนาสนามบินและรถไฟความเร็วสูงจะหนุนซึ่งกันและกัน

โดย ซี.พี.ยื่นในนามกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร มี บจ.ธนโฮลดิ้ง ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) และพันธมิตรอีก 3 บริษัท ได้แก่ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ มี บจ.Fraport AG Frankfurt Airport Service Worldwide จากเยอรมนี เป็นโอเปอเรเตอร์สนามบิน

ลุยเมืองการบินอู่ตะเภาต่อ

“ซี.พี.ใช้สูตรลงทุนเหมือนรถไฟความเร็วสูง คือ ซี.พี.ถือหุ้น 70% ที่เหลือเป็นพันธมิตร อาทิ อิตาเลียนไทยฯ 5% บี.กริม 10% และ ช.การช่างมีบริษัทญี่ปุ่นมาออกแบบให้ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาซองคุณสมบัติ จากนั้นเปิดข้อเสนอเทคนิค ราคา และเจรจาผลตอบแทน คาดว่าได้ผู้ชนะเดือนมิ.ย.นี้”

โครงการนี้รัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี โดยเอกชนลงทุน 1.อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3รองรับผู้โดยสารสูงสุด 60 ล้านคนต่อปี ระยะที่ 1 รับได้ 12 ล้านคนต่อปี จะมีสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ใต้อาคาร 2.ศูนย์การขนส่งภาคพื้นดิน เป็นศูนย์กลางการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการจัดสร้างลานจอดรถ 3.ศูนย์ธุรกิจการค้า 4.เขตประกอบการค้าเสรี และ 5.ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ ส่วนพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) สามารถเสนอเพิ่มเติมได้ เนื่องจากแผนแม่บทที่กองทัพเรือออกแบบไว้เป็นเพียงไกด์ไลน์

ปั้นแอร์พอร์ตซิตี้แข่งชางฮี

“กลุ่ม ซี.พี.วางคอนเซ็ปต์เบื้องต้นให้อู่ตะเภา เป็นสนามบินนานาชาติและแอร์พอร์ตซิตี้ธุรกิจไมซ์ (MICE) หรือศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและการท่องเที่ยวนานาชาติ แข่งกับสนามบินชางฮีสิงคโปร์”

การพัฒนาโครงการจะประกอบด้วยธุรกิจเกี่ยวกับด้านการบิน เช่น ศูนย์ซ่อมอากาศยาน คาร์โก้ อาคารผู้โดยสาร อาคารเทียบเครื่องบิน ส่วนรอบ ๆ จะเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องการบินและพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่จะมาอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า ซึ่งบริษัทแมกโนเลียฯจะเป็นผู้พัฒนาเชิงพาณิชย์

สร้างรถไฟฟ้า-ผนึกคิง เพาเวอร์

และจะร่วมกับคิง เพาเวอร์พัฒนาดิวตี้ฟรี แต่ยังไม่สรุปเป็นภายในอาคารหรือแยกออกมาต่างหาก ขณะที่ บี.กรีมและซีเมนส์จะซัพพอร์ตด้านพลังงานในสนามบิน รวมถึงรถไฟฟ้า APM ที่จะสร้างขึ้น วิ่งรับส่งผู้โดยสารและคนทำงานภายในสนามบิน แบ่งพัฒนาเป็น 3-4 เฟส ในเฟสแรก มีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 เพราะมีสถานีรถไฟความเร็วสูงรวมอยู่ด้วย อาคารเทียบเครื่องบิน อาจจะมีศูนย์การค้า เป็นต้น ซึ่ง ซี.พี.จะเป็นผู้วางแผนธุรกิจ การพัฒนา รวมทั้งแผนการเงินทั้งหมด

https://www.prachachat.net/property/news-322352
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #9
บิ๊กมูฟซีพีพลิกโฉมประเทศ ‘ไฮสปีด-อู่ตะเภา’ เดิมพันอนาคต

วันที่ 19 May 2019 - 18:05 น.

แม่ทัพซี.พี.พร้อม 100% อภิมหาโครงการ 3.4 แสนล้าน เซ็นสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน มิกซ์ยูสยักษ์มักกะสัน เปิดใจต้องทำให้สำเร็จขอเดินหน้าเพื่อประเทศทั้งที่มีความเสี่ยงสูง เชื่อช่วยยกระดับความเจริญประเทศไทยอีกขั้น รับต้องแก้ปมเพดานเงินกู้ ระดมเงินทั้ง “ไทย-เทศ” ก่อนก่อสร้าง ลุ้นพัฒนาเมืองการบิน “อู่ตะเภา” มุ่งลงทุน 4 ธุรกิจดาวรุ่ง
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือ ซี.พี.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการลงทุนของเครือ ซี.พี.ในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเครือ ซี.พี.ได้เข้าร่วมประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท เป็นโครงการแรกและเป็นผู้ชนะ ล่าสุดการเจรจาร่วมลงทุนจบทุกขั้นตอนแล้ว พร้อมจะเซ็นสัญญาในทันทีหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ นับเป็นการลงทุนโครงการใหญ่ที่ท้าทาย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง

ไฮสปีดใหญ่สุดต้องทำให้สำเร็จ

“โครงการนี้รัฐและเอกชนร่วมลงทุน PPP ระยะเวลา 50 ปี ที่เราตัดสนใจลงทุน เพราะมองว่าถ้าเอกชนมีกำลังพอ คิดว่าบริหารความเสี่ยงได้ ทำไมไม่ทำให้ประเทศ ทำให้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจยั่งยืนและดีขึ้น เราไม่ได้ทำคนเดียว ร่วมกับพันธมิตรในประเทศ จีน ญี่ปุ่น และยุโรป”

ทั้งนี้ ตลอดการเจรจาที่ใช้เวลานาน เนื่องจากโครงการมีความยากมาก และผลตอบแทนไม่สูง เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ทำให้อีอีซีเกิดไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงอย่างเดียว เช่น สนามบิน แต่โครงการมีผลตอบแทนต่อประเทศสูง และมีความสำคัญ ซึ่งทางกลุ่ม ซี.พี.จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ แต่ถ้าโปรเจ็กต์ไม่สำเร็จอย่างที่วางไว้ อย่างน้อยก็ประเทศที่ได้ประโยชน์ เกิดความสะดวกสบายการเดินทาง การพัฒนาเมือง ดึงการลงทุนลงพื้นที่อีอีซีในโซนที่มีโครงสร้างพร้อม เป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและระบบนิเวศของประเทศ

“ถามว่าไฮสปีดเทรนเป็นโครงการใหญ่ที่สุดหรือไม่ ถ้านับการลงทุนของทรูถึงวันนี้ ทรูใหญ่กว่า แต่ถ้าถามว่าเป็นวันไทม์โปรเจ็กต์ ถือว่าใหญ่สุด เพราะทรูถือว่าการลงทุนสะสมไปเรื่อย ๆ แต่โครงการนี้โปรเจ็กต์เดียวถือว่าใหญ่ที่สุด และเป็นงานลักษณะเดียวกับที่เราเคยลงทุนระบบสาธารณูปโภคก่อนหน้านี้เป็น BTO แต่ยังไม่เคยลงทุนรถไฟเท่านั้น นับว่าเป็นความเชี่ยวชาญหนึ่งของเครือ ซี.พี.ที่สามารถบริหารได้หลายอุตสาหกรรม” นายศุภชัยกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม เครือ ซี.พี.จะมุ่งลงทุนรถไฟความเร็วสูงในอีอีซีเป็นโครงการหลัก ยังไม่ได้มองไกลจะทำเป็นแผนลงทุนพัฒนาไปเรื่อย ๆ เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญกับอีอีซี และอีอีซีมีความสำคัญกับประเทศ และเป็นโครงการที่รัฐมีนโยบาย PPP ลงมาให้ร่วมมือกับรัฐดำเนินการ เมื่อชนะก็ต้องเดินหน้า

“โครงการใช้เงินประมาณ 2.2 แสนล้านบาท เป็นเงินลงทุนก่อสร้าง งานระบบและขบวนรถไฟ 1.7 แสนล้านบาท มีเงินสนับสนุนจากรัฐประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ยังเหลือ 1 แสนล้าน จะเป็นเงินทุนหมุนเวียน 35,000 ล้านบาท และเป็นหนี้อีก 65,000 ล้านบาท หลังเซ็นสัญญาเราจะใช้เงินก้อนแรก 4,000 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเฉพาะกิจ หรือเอสพีวี เดินหน้าโครงการ จากนั้นทยอยเพิ่มทุนจนครบตามที่กำหนดในทีโออาร์”


เร่งเคลียร์แหล่งเงินทุน

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า แม้ว่ารัฐจะสนับสนุนค่างานก่อสร้าง แต่จ่ายปีที่ 6 เป็นต้นไป ซึ่งเอกชนจะต้องหาเงินลงทุนทั้งหมดตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยสามารถนำสัญญาโครงการจากรัฐไปเป็นหลักประกันจัดหาแหล่งเงินกู้ได้ ทำให้การทำงานที่ผ่านมาเน้นการเงินมาก ในช่วงการเจรจากับรัฐและหารือกับพาร์ตเนอร์หลังรัฐไม่รับเงื่อนไข กว่าจะสรุปลงตัวก็ใช้เวลาพอสมควร

“ถ้าไม่เคลียร์ เรื่องการเงินไม่จบ หากได้โครงการมาแล้ว ไม่สามารถระดมเงินลงทุนได้ จะทำให้โครงการไม่สำเร็จ ตอนนี้ผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้ว แต่ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว ต้องลงรายละเอียดอีก เพราะข้อตกลงต่าง ๆ เป็นแค่หลักการ ต้องมาดูเรื่องการระดมทุน หาเงินกู้มาลงทุนโครงการ ตั้งเป้าจะให้จบใน 6 เดือน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น จากนั้นถึงจะเริ่มงานก่อสร้างได้”

สำหรับแหล่งเงินทุน นายศุภชัยกล่าวว่า ที่เจรจามาด้วยตลอดมีทั้งธนาคารไทยที่เป็นธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ มีองค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ของญี่ปุ่น และธนาคาร CDB ของจีน เพราะทั้ง 2 ประเทศนี้ส่งเสริมเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว จะเข้าใจว่าผลตอบแทนโครงการไม่สูง ทำให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างดี ส่วนเรื่องการปล่อยกู้โครงการขนาดใหญ่ก็สามารถขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นรายโครงการได้ เพราะเป็นโครงการของประเทศและเป็นโครงการที่รัฐร่วมกับเอกชน สามารถจะพิจารณานอกกรอบปกติได้

“ก่อนหน้านี้ที่เสนอเงื่อนไขการเงินในซองที่ 4 เพราะคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐ เพราะหากจ่ายเงินชดเชยเร็วขึ้น เราจะสามารถลดต้นทุนดอกเบี้ย และมาลดราคาให้กับรัฐ ทำให้ภาระการระดมทุนลดน้อยลงไป แต่คณะกรรมการคัดเลือกค่อนข้างเข้มงวดก็ไม่เป็นไร เป็นความเสี่ยงที่เราต้องมาบริหารจัดการเอง”

อู่ตะเภาตัวช่วยหนุน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าโครงการเสี่ยงสูง แต่จะเสี่ยงกี่ปี ต้องรออีก 5 ปีหลังสร้างเสร็จ ถึงจะรู้ว่าผู้โดยสารมาใช้บริการเท่าไหร่ ต้องไปดูตลาดจริง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งอุตสาหกรรม เมกะโปรเจ็กต์ที่จะเกิด เช่น สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด เศรษฐกิจขยายตัวหรือไม่ ดูปัจจัยที่ทำให้อีอีซีเกิดในแง่ของคนเดินทาง และทำงานในอีอีซีมากขึ้น ขนาดของเมืองที่จะเปลี่ยน ถ้ามองเฉพาะข้อมูลทั่วไป เช่น ประชากรในพื้นที่ จีดีพีของประเทศ ถ้ามองแค่นั้น เหนื่อย บีบหัวใจเลย จะเบรกอีเวนต์กี่ปีต้องศึกษา เช่น 7-8 ปี 10-15 ปี ต้องดูปัจจัยหลายอย่างมาประกอบกัน จะทำให้สามารถออนท็อปเข้าไป จึงทำให้กลุ่ม ซี.พี.ยื่นประมูลสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้โครงการสนับสนุนกันและกัน

“อู่ตะเภาถ้าไม่ใช่เราลงทุนจะเพิ่มความเสี่ยงหรือไม่ โดยส่วนตัวขอให้เกิดเถอะ จะเป็นใครก็ได้ ขอให้ร่วมมือกันได้ แน่นอนเรามีในใจว่า พัฒนาอู่ตะเภาเป็นฮับ สนามบินนานาชาติ เป็นคอมเมอร์เชียลเกตเวย์ มีโรงแรม ค้าปลีก เป็นเดสติเนชั่นของทัวริสต์ ผู้ประกอบการต่าง ๆ จะทำให้โครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงดีขึ้น และทำให้การพัฒนาพื้นที่โดยรอบ เช่น สัตหีบ พัทยา ได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเข้าไปทำให้ภูมิทัศน์ของเมืองเปลี่ยน เดินทางสะดวกใน 40-45 นาที แต่ถ้าคนลงทุนโครงการมองว่าไม่ใช่ จะเป็นอีกแบบหนึ่ง” นายศุภชัยกล่าวและว่า

“สมมุติเราไม่ได้ ก็ต้องทำใจไว้แล้วว่า รถไฟความเร็วเร็วสูงต้องยืนพื้นไปให้ได้ จะมีแผนสำรอง เป็นเครดิตไลน์ที่จะมาช่วยบริษัท เราคุยกับเจบิก CDB รวมถึงเอ็กซิมแบงก์ มาช่วยจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ กรณีปริมาณผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้า ถ้าเราแพ้อู่ตะเภา ต้องคุยกับผู้ชนะ เรามีแผนพัฒนาแบบนี้ คิดอย่างไร ต้องคุยกัน เขาก็ต้องพึ่งเราที่จะป้อนคนไปสนามบิน ทำแล้ววิน-วิน ซึ่งเมืองการบินมีข้อดี คือ คาพาซิตี้ของสนามบินเป็นไปตามทราฟฟิกจริง สามารถทยอยลงทุนเป็นเฟส ๆ ได้ แต่รถไฟต้องทุ่มลงทุนไปเลย 5 ปี”

ทุ่ม 1.2 แสนล้านพัฒนามักกะสัน

นายศุภชัยกล่าวถึงแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงว่า จะโฟกัสที่สถานีมักกะสัน พื้นที่ 150 ไร่เป็นลำดับแรก เพราะอยู่ในเงื่อนไขของสัญญาที่จะได้รับการส่งมอบ ส่วนสถานีอื่นยังเป็นแค่พื้นที่สถานี ไม่มีพื้นที่พัฒนา ต้องรอการรวบรวมพื้นที่ ซึ่งจะเป็นแผนระยะถัดไป

“สถานีมักกะสันพัฒนาเป็นมิกซ์ยูส ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มาจากเงินกู้และระดมทุนจากพันธมิตร เพราะการลงทุนแบ่งเป็นโซนนิ่ง ดูว่าใครสนใจโซนไหน อาจจะมีพาร์ตเนอร์แต่ละโซน ซึ่งแนวคิดการพัฒนาโครงการเรามีแมกโนเลียเป็นพันธมิตรมาช่วยด้านออกแบบมาสเตอร์แพลนให้ ตั้งเป้าให้มักกะสันเป็นทำเลที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับโครงการและกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นออฟฟิศ สำนักงาน ส่วนหนึ่งจะเป็นตลาดของนักท่องเที่ยวเพราะเชื่อม 3 สนามบิน เช่น พื้นที่คอมเมอร์เชียล”

มุ่งลงทุน 4 ธุรกิจใหม่

นายศุภชัยกล่าวถึงภาพรวมการลงทุนของเครือ ซี.พี.ใน 1-3 ปี เนื่องจากเป็นบริษัทลงทุนจะรักษามาตรฐานการลงทุนและบริหารความเสี่ยงการลงทุนไว้อย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรม ธุรกิจที่เครือคุ้นเคยจะลงทุนมาก ไม่คุ้นเคยจะลงทุนน้อยและมีพาร์ตเนอร์ร่วม เช่น กรณีรถไฟความเร็วสูง ก็เป็นเรื่องการลงทุนในสาธารณูปโภคและโลจิสติกส์ มีพาร์ตเนอร์คือ FS จากอีตาลี ที่เชี่ยวชาญเดินรถไฟร่วมด้วย

“แนวโน้มเครือขยับไปแนวนี้มากขึ้น การลงทุนใหม่ ๆ ที่สนใจ คือ 1.โลจิสติกส์ ไม่ว่าสนามบินหรือรถไฟ เราวางแผนไว้ 3 ปีที่แล้ว 2.ฟู้ดเทค ไบโอเทค นำไปสู่เรื่องของสุขภาพ 3.AI และออโตเมชั่น คล้าย ๆ IOT และ 4.อีคอมเมิร์ซ จะมาเสริมสิ่งที่ทำอยู่เดิมได้ด้วย”

https://www.prachachat.net/economy/news-328582
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #10
ซี.พี. ทุ่ม 1.4 แสนล้านสร้างเมือง ปั้น “มักกะสัน” โกลบอล เกตเวย์

วันที่ 30 May 2019 - 09:18 น.

ถ้าไม่มีอะไรเข้าแทรก ในไม่ช้านี้ประเทศไทยจะได้บันทึกชื่อกลุ่ม ซี.พี. และพันธมิตรเป็นผู้ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท

เป็นสายที่ 2 ต่อจากรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราชหรือรถไฟไทย-จีน ที่รัฐลงทุนเอง 179,413 ล้านบาท

กล่าวถึงรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นับเป็นรถไฟขบวนพิเศษที่รัฐบาล คสช.อยากจะให้เกิดโดยเร็ว หวังเป็นแม่เหล็กดูดนักลงทุนลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

สิ่งที่น่าจับตานอกจากเม็ดเงินลงทุนโครงการกว่า 2.24 แสนล้านแล้ว ยังมีเรื่องของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือ TOD ที่สถานีมักกะสันและศรีราชา ว่ากันว่าเป็นหัวใจที่จะทำให้โครงการมีกำไร

ที่น่าสนใจเพราะได้ทุนยักษ์ของเมืองไทยเป็นผู้พัฒนา จึงอยากจะเห็นโฉมหน้าโมเดลที่จะคลอดออกมา



ก่อนหน้านี้ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือ ซี.พี.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนพัฒนา TOD จะโฟกัสที่สถานีมักกะสัน 150 ไร่เป็นลำดับแรก เพราะอยู่ทำเลระหว่าง 3 สนามบิน และอยู่ในเงื่อนไขสัญญาที่จะได้รับการส่งมอบได้ก่อน ส่วนสถานีอื่นจะเป็นแผนระยะถัดไป

“สถานีมักกะสันพัฒนาเป็นมิกซ์ยูส ใช้เงินลงทุน 1.4 แสนล้าน มาจากเงินกู้และระดมทุนจากพันธมิตร เพราะแบ่งเป็นโซนนิ่ง มีพาร์ตเนอร์ลงทุนแต่ละโซน”

ส่วนแนวคิดการพัฒนาโครงการ มีบริษัท แมกโนเลียฯ มาช่วยด้านออกแบบมาสเตอร์แพลนให้ ตั้งเป้าให้มักกะสันเป็นทำเลที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับโครงการและกรุงเทพฯ ใครมาถึงเมืองไทย จะต้องมาที่นี่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นออฟฟิศ ส่วนหนึ่งจะเป็นตลาดของนักท่องเที่ยวเพราะเชื่อม 3 สนามบิน เช่น พื้นที่คอมเมอร์เชียล และจะเปลี่ยนภูมิทัศน์โดยรอบ

ด้าน “คณิศ แสงสุพรรณ” เลขาธิการอีอีซี ย้ำภาพว่า การพัฒนาสถานีมักกะสันกลุ่ม ซี.พี.จะต้องจ่ายค่าเช่าให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประมาณ 50,000 ล้านบาทตลอดสัญญา 50 ปี เริ่มจ่ายทันทีหลังเซ็นสัญญา และต้องพัฒนาเชิงพาณิชย์ด้านบนสถานีและพื้นที่โดยรอบ จะลงทุนอีกประมาณ 50,000 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการพัฒนา

“ซี.พี.ต้องลงทุนพัฒนาหลายอย่าง ซึ่งที่ดินมักกะสัน ปัจจุบันจะมีปัญหาการเข้า-ออก และสถานีไม่มีการใช้ประโยชน์ ก็เลยให้ ซี.พี.สร้างเทอร์มินอลใหม่ และสร้างทางเข้า-ออกเพิ่ม มีอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมจากอาคารไปยังรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีเพชรบุรี อาจจะมีรถไฟฟ้าระบบไลต์เรลเชื่อมภายในโครงการ”

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด ขนาดพื้นที่สถานีมักกะสันที่จะส่งมอบให้ ซี.พี.พัฒนาเชิงพาณิชย์จาก 150 ไร่ เมื่อรังวัดจริงแล้วเหลือ 140 ไร่ ทำให้รัฐได้ค่าเช่าน้อยลงจากเดิมประเมินไว้ 50 ปี เป็นเงิน 54,000 ล้านบาท

สำหรับแนวคิดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่สถานีมักกะสัน ทางอีอีซีกำหนดเป็นธีม “อีอีซี เกตเวย์” ส่วนธีมที่ ซี.พี.เสนอเป็น “โกลบอล เกตเวย์” เป็นการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก เนื่องจากเป็นโครงการที่เชื่อมกับ 3 สนามบิน ด้วยรถไฟความเร็วสูง

“เรากำหนดให้เอกชนปรับปรุงช่วงถนนอโศกมนตรี จากแยกพระราม 9 มุ่งหน้าแยกเพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถเลี้ยวขวาเข้าสถานีมักกะสันได้ จะให้สร้างเป็นแรมป์เชื่อมเข้ากับสถานี เพื่อเป็นการเข้าออก ส่วนที่เหลือ ซี.พี.จะปรับปรุงอะไรก็ได้ นอกจากนี้มีทางจักรยาน มีรถไฟฟ้าไลต์เรลระดับดินวิ่งบริการ ซึ่งการพัฒนาจะคล้ายกับสมาร์ทซิตี้”

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ซี.พี.กังวลการส่งมอบพื้นที่ จึงขอให้รัฐกำหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ซึ่งพื้นที่ส่งมอบมี 4 พื้นที่ 1.พื้นที่โล่งแนวเขตทางรถไฟ 2.พื้นที่เวนคืนใหม่ เช่น ฉะเชิงเทรา จะใช้เวลา 2 ปี 3.พื้นที่มีคนบุกรุก จะค่อนข้างยาก จะใช้เวลา 2 ปี และ 4.พื้นที่มีระบบสาธารณูปโภคอยู่ เช่น ไฟฟ้า ประปา แผนส่งมอบต้องให้เสร็จก่อนเซ็นสัญญาในเดือน มิ.ย.นี้

https://www.prachachat.net/property/news-332604
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #11
ไม่จบ! ปมส่งมอบที่ดิน รถไฟเลื่อนเซ็น“ไฮสปีด”


ร.ฟ.ท. เผยนัดถก“ซีพี” อีกรอบสัปดาห์หน้า เหตุจากปมยังไม่สรุปแผนส่งมอบที่ดินรถไฟความเร็วสูง ชี้เซ็นสัญญาไม่ทัน 15 มิ.ย.นี้

การลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ที่กำหนดภายในวันที่ 15 มิถุนยน 2562 ต้องเลื่อนออกไปเพราะติดปัญหา 2 ประเด็นแผนส่งมอบที่ดินล่าช้าและยังต้องเจรจากันต่อในวันที่ 14 มิถุนายนนี้

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย ( ร.ฟ.ท.)เผยว่า คณะทำงานของ ร.ฟ.ท.และกลุ่มซีพี กำลังหารือสรุปรายละเอียดส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าพร้อมส่งมอบ 70-80% ของพื้นที่ทั้งหมด

"ขณะนี้ต้องกางแผนแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง มาดูอย่างละเอียด เพื่อสรุปทีละจุดว่าจุดไหนพร้อมส่งมอบได้ และจุดใดยังไม่พร้อมเพราะมีการบุกรุก ซึ่งคณะทำงาน ร.ฟ.ท.และกลุ่มซีพี หารือกันต่อเนื่อง และจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ และต้องหารือว่าซีพีต้องการรับมอบ พื้นที่ส่วนใดก่อน และ ร.ฟ.ท.พร้อมส่งมอบหรือไม่”

ส่วนกรอบเวลาเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะลงนามไม่เกินวันที่ 15 มิถุนายนนี้หากไม่ทันไม่ถือเป็นเรื่องผิดเพราะที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.และซีพีทำงานร่วมกัน ต่อเนื่อง ซึ่งเอกชนคงเข้าใจว่าอยู่ขั้นตอนใดและก้าวหน้าอย่างไร รวมทั้งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีกรอบกำหนดชัดเจนว่าต้องลงนาม สัญญาเมื่อใด

“จากการตรวจสอบ เบื้องต้น พบว่าพื้นที่พร้อมส่งมอบทันที ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สถานีมักกะสัน ซึ่งจะส่งมอบเพื่อพัฒนาเป็นสถานีหลักและเชิงพาณิชย์รอบสถานี 100 ไร่ หลังจากนั้น ร.ฟ.ท.ทยอยส่งมอบอีก 50 ไร่ ภายใน 5 ปี ส่วนพื้นที่อื่นยอมรับว่ามีปัญหา คือ การเวนคืนที่ดินและพื้นที่ถูกบุกรุกที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แนวสถานีรถไฟใกล้กรุงเทพฯ” นายวรวุฒิ กล่าว

อย่างไรก็ดีในส่วนพื้นที่ที่ยังส่งมอบไม่ได้แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ

1.พื้นที่ถูกบุกรุก ซึ่งกลุ่มนี้เป็น ปัญหาใหญ่

2.พื้นที่ต้องเวนคืน กลุ่มนี้แก้ปัญหา ได้แต่อาจใช้เวลาเจรจากับเจ้าของพื้นที่

3.พื้นที่ปล่อยเช่า

4.พื้นที่ตั้งสาธารณูปโภค เช่น ท่อน้ำมัน

ทั้งนี้หากได้ข้อสรุปของความพร้อมในการส่งมอบแต่ละพื้นที่แล้ว ร.ฟ.ท.จะต้องระบุรายละเอียดไว้ในแนบท้ายสัญญา เพื่อ ลงนามสัญญาร่วมกลุ่มซีพี โดยเป็นการทำตาม ข้อสังเกตของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเสนอให้ทำรายละเอียดการส่งมอบพื้นที่แนบท้ายสัญญา เพื่อป้องกันเหตุของการผิดสัญญาและการจ่ายค่าชดเชยให้เอกชน

7/6/2562 http://www.thansettakij.com/content/402711
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #13
ทะลวงที่กลางกรุง ลุยไฮสปีด สามเสน-พญาไทตร.ว.ละ 2 ล้าน

รฟท.ทะลวงที่กลางใจเมืองรอบสถานีรถไฟสามเสน-พญาไท จบธันวาคมนี้ ก่อนส่งมอบซีพี ลุยไฮสปีด 3 สนามบิน ทำเลรอบสถานีรถไฟสามเสน ทางหลวง-กรมธนารักษ์-บ้านราชวิถี1-โรงเรียนสัตย์สงวน-สันติราษฎร์-อำนวยศิลป์ บ้านเรือนประชาชนถูกกวาดเรียบ

ขณะราคาที่ดินพุ่งปรี๊ด เฉียด 2 ล้านบาทต่อตารางวา ค่ายเอพีซื้อแพงทำสถิติใหม่-กลุ่มบีทีเอสเข็นที่ทำมิกซ์ยูสภายหลังโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร มีมติเห็นชอบให้ผ่านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอจากคณะกรรมการชำนาญการ (คชก.) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2562 และ เตรียมส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในวันที่ 24 มิถุนายน

คาดว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สามารถลงนามในสัญญากับกลุ่มซีพีผู้ชนะประมูลได้ราวต้นเดือนกรกฎาคมนี้สำหรับความคืบหน้าการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ทุบทิ้ง อาคาร สิ่งปลูกสร้าง จ่ายค่าชดเชยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงแอร์พอร์ตลิงค์ (ดอนเมือง-พญาไท) เดิม มีแผนลงทุน เชื่อมการเดินทางระหว่าง 2 สนามบิน ดอนเมือง- สุวรรณภูมิ

โดยออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) เวนคืน ไปเมื่อ 4 ปีก่อนและจะหมดอายุลงในวันที่ 23 ธันวาคม 2562 นี้ เมื่อรัฐบาลชุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าบริหารประเทศ จึงรวบแอร์พอร์ตลิงค์ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ตามโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี มีผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน 25 แปลง เนื้อที่ 7 ไร่ ขณะช่วงที่ 2 จะเวนคืนตั้งแต่ ลาดกระบังยาวไปถึงสนามบินอู่ตะเภา

ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกพ.ร.ฏ.เวนคืน 850 ไร่ ที่ดิน 1,262 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 250 แปลง ส่วน แอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงดอนเมือง-พญาไท ที่ดิน 25 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 21 แปลง

แหล่งข่าวจาก รฟท. ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเร่งเวนคืนช่วงแรกให้แล้วเสร็จพร้อมส่งมอบพื้นที่ให้ซีพีก่อนพ.ร.ฏ.หมดอายุ ไม่เช่นนั้นต้องตราพ.ร.ฏ.ขึ้นใหม่ โดยเฉพาะรอบสถานีรถไฟสามเสน ท้องที่เขตพญาไท จะเชื่อมต่อกับ สถานีพญาไทแอร์พอร์ตลิงค์ตัดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว และสถานีมักกะสัน ส่วนที่ดินมักกะสัน ไม่มีปัญหาสามารถทยอยส่งมอบให้เอกชนตามกำหนด

ซึ่งที่ผ่านมาได้เคลียร์กับชุมชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกลุ่มซีพี ต้องการที่ดินแปลงนี้ เพื่อพัฒนา เป็นเมืองมิกซ์ยูส เช่า 50 ปี 50,000 ล้านบาท

สำหรับแนวเส้นทางแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงแรก เริ่มจากสนามบินดอนเมืองเชื่อมสถานีกลางบางซื่อ มุ่งหน้าสู่บริเวณสถานีสามเสน เขตพญาไท วิ่งชนสถานสงเคราะห์เด็กบ้านราชวิถี ,อาคารเก่าแก่ของกรมทางหลวง ,ตึกแถวเก่าของประชาชนยาวไปถึงโค้งยมราช แนวสายทางส่วนที่ 2 วิ่งตามเส้นทางรถไฟสายตะวันออกทะลุลาดกระบัง จุดเชื่อมแอร์พอร์ตลิงค์ บริเวณสถานีลาดกระบัง เฉือนมอเตอร์เวย์ ของกรมทางหลวงสาย 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี ตัดเข้าสู่ทางเข้าสุวรรณภูมิขาออกเลี้ยวขวาบริเวณคู่ขนานแอร์พอร์ตลิงค์เดิม มุ่งหน้าไปฉะเชิงเทรา (เลี้ยวซ้ายไปพญาไท) เฉือนที่นาแปลงใหญของชาวบ้านก่อนเข้า สู่จังหวัดฉะเชิงเทรา 2 กิโลเมตร

จากนั้นเบี่ยงซ้ายกวาดที่นาทำสถานีฉะเชิงเทราใหม่ ศูนย์ซ่อมบำรุง ครอบคลุมตำบลต่างๆ ได้แก่ ตำบลบางเตย, ตำบลวังตะเคียน ตำบลท่าไข่ ตำบลบางขวัญ และตำบลบางไผ่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากสถานีเดิม 1 กิโลเมตร เพื่อลดการเวนคืนในลักษณะผ่าเมือง

ยกระดับ ข้ามแม่นํ้าบางปะกง ไปสถานีชลบุรี ขยายเขตทางเวนคืนทำลานจอดรถ ปาดที่นาชาวบ้านบริเวณโค้งตำบลห้วยกะปิอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ให้เป็นมุมโค้งกว้าง 300 เมตร จากเดิมเขตทางแคบ ฝั่ง 20 และ 30 เมตรตามลำดับ แนวเส้นทางยังวิ่งต่อไปบริเวณตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขยายโค้ง 270 เมตร เฉียดวัดและโรงเรียนวัดวังหิน กระทบหนักบ้านเรือนประชาชน

จากนั้นมุ่งหน้ายาวไปยังสถานีพัทยา ขีดเขตทางเพิ่ม 180 เมตร ขยายโค้งบริเวณ ตำบลนาจอม เทียนสัตหีบ บริเวณบ้านนาจอมเทียนซอยนาจอมเทียน 7 กระทบบ้านเรือนประชาชน

อย่างไรก็ตาม ไฮสปีดเทรนยังคงวิ่งต่อไป ยังอ่างเก็บนํ้าห้วยตู้ 2 ตำบลบางเสร่ตัดผ่านที่ดินของกรมชลประทาน พุ่งชนเขาชีจรรย์ พื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้ ใกล้สถานีรถไฟเขาชีจรรย์ ตำบลบางเสร่และตำบลพลูตาหลวง เจาะภูเขาทะลวงทำอุโมงค์ทางลอดระยะทาง 400 เมตร

เนื่องจากทางลาดชันไม่สามารถทำความเร็ว เชื่อมเข้าอู่ตะเภา ที่ทหารกองทัพเรือ ซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุ มุดใต้ดินยาว 7 กิโลเมตร โผล่เข้าสู่ใจกลางสนามบินอู่ตะเภารูปแบบเดียวกับสุวรรณภูมิ

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนส์ จำกัด กล่าวว่า ราคาที่ดินบริเวณสามเสน 3 แสนบาทต่อตารางวา พญาไท 1 ล้านบาทต่อตารางวา และมักกะสัน 6 แสนบาทต่อตารางวา

ขณะที่บมจ.เอพี(ไทยแลนด์) ซื้อทำเลพญาไท ราคา 1.8 ล้านบาทต่อตารางวาขณะที่กลุ่มบีทีเอสกรุ๊ป มีสะสมที่ดินพัฒนา โรงแรม มิกซ์ยูส เชื่อว่าหากรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ก่อสร้าง ทำเลย่านนี้จะบูมมาก ทั้งสามเสน พญาไท และมักกะสัน

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3478 วันที่ 13-15 มิถุนายน 2562

http://www.thansettakij.com/content/402989

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #14
สำหรับมักกะสัน มีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 142.26 ไร่ ช่วงแรกสามารถส่งมอบให้ซีพีได้ จำนวน 132.95 ไร่ ส่วนที่เหลือประมาณ 9.31 ไร่ ยังส่งมอบไม่ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่พวงราง

ซึ่งทางซีพี ต้องดำเนินการย้ายพวงรางออกไปก่อน จึงจะเข้าใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมีค่าดำเนินการประมาณ 300 ล้านบาท โดยได้ตั้งไว้ในวงเงินโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินอยู่แล้ว

12/7/2562 https://mgronline.com/business/detail/9620000066644
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #15
การส่งมอบพื้นที่ของโครงการ ในส่วนของการพัฒนา TOD มักกะสันและศรีราชา จะส่งหนังสือเริ่มดำเนินการ (NTP : Notice to Proceed) ได้ ก็เมื่อมีการส่งมอบหนังสือ NTP ให้เริ่มการก่อสร้าง เมื่อส่งมอบ NTP ก่อสร้างจึงจะออก NTP พัฒนา TOD

24/10/2562 https://www.prachachat.net/property/news-384033
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #16
ลงทุน 1.4 แสนล. “มักกะสัน” ผุดมิกซ์ยูส ศูนย์กลางไฮสปีด

นายศุภชัยกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน 140 ไร่ ว่า ตามแผนจะลงทุนประมาณ 1.4 แสนล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอย 2 ล้านตรม.

โดยแนวทางในการพัฒนาเพื่อสนับสนุนผู้ใช้บริการ ที่เดินทางผ่าน 3 สนามบิน ได้แก่ นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักธุรกิจที่ลงทุนในอีอีซี ดังนั้น มักกะสันจะเป็นศูนย์กลางมีกิจกรรมรองรับนักเดินทางดังกล่าว เช่น โรงแรม รีเทล เป็นต้นนอกจากนี้จะมีศูนย์วิจัยพัฒนาระบบรางให้รฟท.ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์

24/10/2562 https://mgronline.com/business/detail/9620000102378
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #17
โรดแมปไฮสปีด 3.6 แสนล. CP ปั้น “มักกะสัน” โกลบอลเกตเวย์

วันที่ 27 October 2019

“ศุภชัย เจียรวนนท์” แม่ทัพ ซี.พี.เปิดโรดแม็ปลงทุน 3.6 แสนล้าน ลุยไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พลิกมักกะสัน 140 ไร่ “โกลบอลเกตเวย์อีอีซี” ผุดมิกซ์ยูสใหญ่สุด 2 ล้าน ตร.ม. แซง “วัน แบงค็อก” กลุ่มเจ้าสัวเจริญ เนรมิตศูนย์การค้า โรงแรม ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ ดึงทุนไทย-เทศ แจมเดินรถ พัฒนาที่ดิน ลดสัดส่วนถือหุ้นหลังสร้างเสร็จจาก 70% เหลือ 40% แบ่งงาน “ITD-ช.การช่าง-CRCC” ก่อสร้างโครงสร้าง วางราง จีบญี่ปุ่นจัดหาระบบรถแลกเจบิกปล่อยกู้ ดบ.ต่ำ FS จากอิตาลีรับโอเปอเรต เร่งตอกเข็ม เปิดใช้ปี”66

รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท เมกะโปรเจ็กต์แรกของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ฤกษ์เซ็นสัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ที่กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) จัดตั้งขึ้นใหม่ มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 หลังล่าช้าเกือบ 1 ปีเต็ม แต่หลังเซ็นสัญญากลุ่ม CPH ยืนยันว่าจะเร่งสปีดออกแบบก่อสร้าง ควบคู่กับกางโรดแมปพัฒนาที่ดินทำเลทองบริเวณสถานีมักกะสัน และศรีราชา ซึ่งสามารถสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ ทำให้การลงทุนโครงการไฮสปีดอีอีซีมีความคุ้มค่าในการลงทุน


บิ๊กตู่ปลื้มเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กล่าวว่า ดีใจกับความก้าวหน้าโครงการ หลังรัฐบาลผลักดันมาโดยตลอด 2 ปี ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ยังไม่จบ เซ็นสัญญาไม่ได้ มาถึงรัฐบาลนี้จึงสานต่อโครงการต่อเนื่องจนเซ็นสัญญาได้ จุดมุ่งหมายต้องมองอนาคตข้างหน้า ซึ่งอาจจะไม่เร็วนัก เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญคือจะเกิดผลต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน การขยายเมืองใหม่ การเพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เพราะทุกสถานีที่รถไฟความเร็วสูงจอดให้บริการจะมีโอกาสจะเติบโต โดยการทำระบบคมนาคมเชื่อมกับระบบ เช่น ถนน ระบบราง เป็นต้น

“การลงทุนของโครงการนี้เป็นการร่วมลงทุน PPP ระหว่างรัฐและเอกชนกว่า 2 แสนล้านบาท การลงนามในสัญญาครั้งนี้ถือว่าเป็นการนับหนึ่งเพื่อเริ่มก่อสร้าง มีหลายฝ่ายร่วมมือกัน ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะเชื่อมโยง 3 สนามบิน แต่จะเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่นด้วย เป็นการวางรากฐานของประเทศไปสู่อนาคต และเป็นโครงการร่วมลงทุน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน ญี่ปุ่น”

เปิดตัวพันธมิตรร่วมลงทุน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (กลุ่ม ซี.พี.) เปิดเผยว่า หลังใช้เวลาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าประมูลไม่ต่ำกว่า 2 ปี และใช้เวลาเจรจาต่อรองกับรัฐอีก 11 เดือน รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมทุนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศที่เอกชนร่วมลงทุน PPP กับรัฐ ผลักดันการก่อสร้างโครงการใหญ่ระดับนานาชาติได้สำเร็จ

โครงการนี้ ซี.พี.มีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากไทยและต่างประเทศมาช่วย ได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ บจ.ไชน่าเรลเวย์ คอนสตรัคชั่น (CRCC) บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จัดตั้ง บจ.รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อม3 สนามบิน เป็นตัวแทนลงนามร่วมทุนโครงการ


อีก 1 ปีตอกเข็มเร่งเสร็จ 5 ปี

“หลังเซ็นสัญญาจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทที่ตั้งขึ้นมา ลงพื้นที่สำรวจ ออกแบบ เจรจาผู้รับเหมาก่อสร้าง ซัพพลายเออร์ และเร่งทำแผนก่อสร้างเพื่อเดินหน้าโครงการ ตามกรอบเวลาที่เป็นเงื่อนไขในสัญญา แบ่งพื้นที่ก่อสร้าง 3 ส่วน จะเริ่มงานก่อสร้างไม่เกิน 12 เดือน หรืออย่างช้า 24 เดือนนับจากนี้”

พื้นที่เริ่มเร็วสุดช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ จะปรับปรุงโครงสร้างแอร์พอร์ตลิงก์เดิมให้รับรถไฟความเร็วสูง ส่วนช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาเป็นพื้นที่ก่อสร้างยาวที่สุด และช่วงดอนเมือง-พญาไทจะเป็นส่วนที่ยากที่สุด ความท้าทายต่างกัน เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย จะทำเต็มที่และสร้างให้เสร็จใน 5 ปี เพราะยิ่งเสร็จเร็วยิ่งดี คาดว่าจะเปิดบริการปี 2566 จะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี และกระจายความเจริญสู่ภาคตะวันออกตามมาหลังเปิดบริการ ตนมั่นใจว่าจากความเชี่ยวชาญแต่ละด้านของพันธมิตร ทั้ง ช.การช่าง และอิตาเลียนไทยฯที่เชี่ยวชาญงานโยธา ส่วน CRCC จากจีน เชี่ยวชาญการวางระบบราง และบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูง ส่วน บจ.Ferrovie dello Stato Italiane (FS) บริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี จะเป็นผู้โอเปอเรตโครงการให้ ส่วนระบบรถยังไม่สรุปจะใช้ของประเทศไหน แต่คงเดาได้ไม่ยากต้องมาจากพันธมิตร มีทั้งจีน ญี่ปุ่น ยุโรป

“เอกชนกลัวที่สุดคือความเสี่ยง เพราะต้องร่วมลงทุนกว่าแสนล้าน ถ้าขาดทุนจะไม่ใช่เฉพาะเงินลงทุนแสนล้านบาทที่หายไป จะต้องระดมจากธนาคารเข้ามาช่วยอีกมาก ก็ศึกษาอย่างละเอียด และมีความเชื่อมั่นว่าจะสำเร็จได้ ซึ่งเป็นงานหินมาก เป็น PPP โครงการแรกมีขนาดใหญ่ และเป็นโมเดลให้กับโครงการอื่นต่อไป”

ทุ่มลงทุน 3.6 แสนล้าน

นายศุภชัยกล่าวว่า สำหรับการลงทุนคาดว่าจะใช้เงินลงทุนร่วม 3.6 แสนล้านบาท แยกเป็นส่วนรถไฟความเร็วสูงประมาณ 2.2 แสนล้านบาท พัฒนาสถานีมักกะสัน 1.4 แสนล้านบาท แหล่งเงินทุนมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) และธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (CDB) ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินการโครงการ แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย

“การกู้เงินมีทั้งเป็นสกุลเงินบาทหากเป็นการลงทุนในประเทศ หากนำเข้าสินค้าและเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะกู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงใน 2.2 แสนล้านใช้ลงทุน 6 ปี แบ่งเป็นงานโยธา 65-70% และระบบ 30-35% จะทยอยกู้ตามแผนงานก่อสร้าง และการส่งมอบพื้นที่”

ส่วนการพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานี (TOD) จะเริ่มสถานีมักกะสัน 140 ไร่ เป็นลำดับแรก ใช้เงินลงทุน 140,000 ล้านบาท พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2 ล้านตารางเมตร เช่น ค้าปลีก โรมแรม ที่อยู่อาศัย ศูนย์วิจัยด้านรถไฟ พื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจเชื่อมใจกลางกรุงเทพฯไปยังอีอีซี รองรับผู้ใช้บริการรถไฟ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ขณะนี้มีหลายประเทศสนใจจะเข้ามาร่วมลงทุนอสังหาฯ

“เงินลงทุนสถานีมักกะสันจะมาจากเงินกู้และระดมทุนจากพันธมิตรแต่ละส่วน เพราะแบ่งเป็นโซนนิ่ง มีบริษัท แมกโนเลียฯ มาช่วยด้านออกแบบมาสเตอร์แพลนให้ ตั้งเป้าให้มักกะสันเป็นทำเลที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับโครงการและกรุงเทพฯ ใครมาถึงเมืองไทยจะต้องมาที่นี่ อาจจะมีออฟฟิศ ส่วนหนึ่งจะเป็นตลาดของนักท่องเที่ยว เช่น คอมเมอร์เชียล และจะเปลี่ยนภูมิทัศน์โดยรอบ”

ปั้นมักกะสันโกลบอลเกตเวย์

แหล่งข่าวจากอีอีซีกล่าวว่า พื้นที่มักกะสันทาง ซี.พี.เสนอเงินลงทุน 1.4 แสนล้านบาท นับว่าสูงกว่าทีโออาร์กำหนดไว้ 42,000 ล้านบาท พื้นที่ 850,000 ตร.ม. หากแล้วเสร็จจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งการพัฒนาน่าจะเริ่มพร้อมกับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รอ ร.ฟ.ท.ออกหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) ซึ่ง ซี.พี.เสนอสถานีมักกะสันเป็น “โกลบอลเกตเวย์” เป็นการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก จากเดิมรัฐกำหนดเป็น “เกตเวย์อีอีซี”

“ซี.พี.ต้องลงทุนพัฒนาหลายอย่างตรงมักกะสัน ทั้งระบบสาธารณูปโภค แก้ปัญหาการเข้า-ออก ได้แนะให้ ซี.พี.สร้างเทอร์มินอลใหม่ และสร้างทางเข้า-ออกเพิ่ม มีอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมจากอาคารไปยังรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีเพชรบุรี และมีระบบขนส่งเป็นชัตเติลบัสวิ่งภายในโครงการ เช่น รถไฟฟ้าระบบไลต์เรล อยู่ที่เอกชนจะพัฒนา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการมิกซ์ยูสของ ซี.พี.หากพัฒนาเสร็จ คาดว่าจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยมากกว่า “โครงการวัน แบ็งคอก” ของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บนถนนวิทยุ 104 ไร่ ซึ่งตามแผนจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท พื้นที่รวม 1.83 ล้าน ตร.ม. ประกอบด้วย พื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง พื้นที่รีเทลและไลฟ์สไตล์ โรงแรม คอนโดมิเนียม จะเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2566

เปิดทางพันธมิตรใหม่ร่วมทุน

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า หลังเริ่มก่อสร้างไปแล้ว ทาง ซี.พี.อาจจะลดสัดส่วนการลงทุนจาก 70% ลง เปิดทางให้พันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศด้านต่าง ๆ เข้ามาร่วมลงทุน เช่น การเดินรถ การพัฒนาอสังหาฯ ฯลฯ แต่ในช่วงก่อสร้าง ซี.พี.จะถือไว้ไม่ต่ำกว่า 51% เพื่อให้มีอำนาจตัดสินใจให้โครงการแล้วเสร็จทันเวลา และเมื่อสร้างเสร็จอาจจะถือไว้ไม่ต่ำกว่า 40% จากนั้นเมื่อเปิดบริการมีรายได้ อาจจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ท้าทาย “ถ้าคนที่ไม่คุ้นเคยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะรู้สึกว่าเสี่ยง ถ้าคนคุ้นเคยจะรู้สึกว่าไปได้ เป็นการลงทุนระยะยาว”

แหล่งข่าวจากกลุ่ม ซี.พี.กล่าวเพิ่มเติมว่า บจ.รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบินที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านบาท จะมีการแต่งตั้งคณะผู้บริหาร คาดว่าจะตั้ง นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ จากเครือ ซี.พี. เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท

สำหรับพันธมิตรใหม่ที่ ซี.พี.จะดึงมาร่วมลงทุน คาดว่าจะกลุ่มเดียวกับที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น JOIN หรือองค์กรความร่วมมือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการพัฒนาเมืองในต่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ่น, บจ.ซิติกกรุ๊ป จากจีน, บจ.ไชน่า รีเสิร์ช (โฮลดิ้งส์) จากจีน, บจ.ซีเมนส์ จากเยอรมนี, บจ.ฮุนได จากเกาหลี, บจ.FS จากอิตาลี, บจ.CRRC-Sifang ผู้ผลิตระบบรถไฟความเร็วสูงจากจีน

จับตาใช้ระบบรถไฟญี่ปุ่น

นอกจากนี้อาจมีบริษัท ฮิตาชิ ผู้ผลิตรถไฟความเร็วสูงจากญี่ปุ่น ที่ ซี.พี.กำลังเจรจานำระบบมาใช้ในโครงการ เพราะเจบิกจะปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สำหรับเงินลงทุนงานระบบ ซึ่งระบบฮิตาชิเป็นระบบเปิดกว้างสามารถเชื่อมกับรถไฟไทย-จีนได้ ขณะที่จีนได้งานก่อสร้างระบบรางไปแล้ว

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทยฯ กล่าวว่า ซี.พี.ได้แบ่งงานแล้ว มี 3 บริษัทจะทำสัญญาก่อสร้างกับ บจ.รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน มูลค่างานประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ได้แก่ อิตาเลียนไทย ช.การช่าง และ CRCC และจะใช้บริษัทออกแบบจากทั่วโลก 10 บริษัท มาออกแบบโครงการ มั่นใจว่าจะสร้างเสร็จตามแผน

จ่ายเงินอุดหนุนตามการเปิดใช้ ด้านนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า ในอนาคตอีอีซีมีแผนจะนำมาบริษัทที่ลงทุนโครงการนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ต้องให้โครงการมีรายได้ระดับหนึ่งก่อน สำหรับการจ่ายเงินอุดหนุน 117,227 ล้านบาท จะทยอยจ่ายตามการเปิดเดินรถ เพราะปัจจุบันโครงการแบ่งสร้างเป็นช่วง

ขณะที่นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า จะออก NTP เริ่มงานไม่เกิน 2 ปี ทั้งส่วนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและพื้นที่มักกะสันและศรีราชา จากนั้น ซี.พี.จึงจะจ่ายเงินส่วนต่าง ๆ ให้รัฐ เช่น ค่าเช่าที่ดิน ส่วนค่าใช้สิทธิเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671 ล้านบาท อยู่ที่เอกชน แต่ทยอยจ่ายได้ใน 2 ปี เนื่องจาก ซี.พี.จะต้องทำแผนเรื่องปรับปรุง จัดซื้อรถใหม่เพิ่มเติม

“เป็นวันแรกของการเริ่มต้นการทำงานตามสัญญา 50 ปี หลังจากนี้มีอะไรต้องทำร่วมกันอีกมาก เพราะต้องลงรายละเอียดในเนื้องานของโครงการจริง ๆ เช่น ออก พ.ร.ฎ.เวนคืน ย้ายผู้บุกรุก เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ใน 2 ปี ในเร็ว ๆ นี้ พ.ร.ฎ.จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ” นายวรวุฒิกล่าว

https://www.prachachat.net/property/news-384728

 

·
Registered
Joined
·
32,872 Posts
เมืองรีเทล มักกะสัน บิ๊กบึ้ม 1.4 แสนล. แซง‘วันแบงค็อก’28 Oct 2019อ่าน 114 ครั้ง
45
เปิดขุมทอง มักกะสัน แลนด์มาร์กใหม่ กรุงเทพฯ ซีพี เปิดหน้าตัก ทุ่มทุน 1.4 แสนล้าน เนรมิตเมืองรีเทลรองรับนักธุรกิจ อีอีซี นักวิเคราะห์เผย ทำลายสถิติ วันแบงค็อก พระราม 4 อาณาจักรเจ้าสัวเจริญมักกะสัน กำลังกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ของกรุงเทพมหานคร หลัง บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ลงนามในสัญญา กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 จุดเริ่มต้นการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง
โครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง- สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา) จึงเริ่มต้นไปพร้อมๆกับการพัฒนาที่ดินแปลงงามที่กลุ่มซีพี ได้รับสิทธิพัฒนามิกซ์ยูส เมืองอัจฉริยะ มูลค่าแสนล้านบาท ในระยะเวลา 50 ปี

จากทำเลที่ปล่อยทิ้งร้าง เนื้อที่เกือบ 500 ไร่ บางส่วน เป็นที่ตั้งของโรงซ่อม บ้านพัก โรงพยาบาล พนักงานรถไฟไทย แต่นับจากนี้หากมีการส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่มซีพี ครบ 150 ไร่ ในอีก 2 ปีข้างหน้า หลังจากเซ็นสัญญา ประเมินว่า บริเวณนี้จะเป็น “นิวทาวน์อินทาวน์” ขุมทรัพย์ใหม่ ที่น่าจับตาของกลุ่มซีพี ที่ว่ากันว่าจะสร้างอัตลักษณ์น่าจดจำไม่แพ้ อภิโปรเจ็กต์ “วันแบงค็อก” หัวมุมถนนพระราม 4 ตัดวิทยุของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท


จากการซุ่มออกแบบ เน้นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ปอดกลางเมือง มักกะสัน วิวทำมุม 360 องศา ทางเดิน ทางจักรยาน ทางเชื่อมสู่ภายนอกบริเวณอโศก-เพชรบุรี แก้ปัญหาจราจร การออกแบบพื้นที่อาคารสำนักงาน เน้นความอัจฉริยะไฮเทคโนโลยีเข้ามา ให้เหมาะกับสังคม AI ในอีก 5 ปีข้างหน้าเชื่อมการเดินทาง ด้วยไฮสปีด ไปยังเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก เมืองอีอีซีไม่เพียงเท่านี้ รัศมีโดยรอบจะได้อานิสงส์ ทั้ง ย่านพระราม 9-รัชดาฯ, ย่าน อโศก- เพชรบุรี ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าเกิดขึ้นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) เผยในอนาคตอันใกล้พื้นที่ประมาณ 140 ไร่บริเวณสถานีมักกะสันจะพัฒนาเป็นพื้นที่รีเทลรองรับการเข้ามาของนักธุรกิจ นัก
ท่องเที่ยว และเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นที่สำคัญจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์วิจัยให้กับรฟท.คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนที่ 1.4 แสนล้านบาททั้งนี้จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนว่า จากการเปิดเผยข้อมูลเด็ดของกลุ่มซีพี พบว่า นอกจากที่ดินจะตั้งอยู่กลางใจเมือง ผังเมือง
กทม. ใหม่ยังกำหนดให้เป็นศูนย์การคมนาคม ย่านพาณิชยกรรมสามารถพัฒนา ตึกสูงพื้นที่ใช้สอยได้มากหลายเท่าตัวส่วนใหญ่เหมาะพัฒนาเป็นโรงแรม ศูนย์การค้า เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน เนื่องจากเป็นที่เช่าไม่ได้สิทธิขาดในที่ดินที่สำคัญซีพีทำลายสถิติ ถือครองที่ดินรัฐเมืองมักกะสัน เนื้อที่ 140-150 ไร่ มีขนาดแปลงที่ดินที่ใหญ่กว่า ที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 107 ไร่ บนถนนพระราม 4 โครงการวันแบงค็อก และมีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า ของเจ้าสัวเจริญ
ขณะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุ โครงการพัฒนามักกะสัน เอกชน จัดทำแผนแม่บท และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวด
ล้อม หรืออีไอเอ หากมีการลงทุนจะทำให้บริเวณนี้เป็นเมืองแวดล้อมไปด้วยรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสายต่างๆ เรียกว่าคุ้มค่ากับค่าเช่า 50,000 ล้านบาท ตลอดอายุสัมปทาน ขณะเอกชนสามารถเพิ่มมูลค่าได้สูงกว่านั้นอย่างไรก็ตาม นอกจากกลุ่มซีพีจะได้ขุมทรัพย์ มักกะสันแล้ว ยังได้สิทธิพัฒนาที่ดินตลอดแนวเส้นทางไฮสปีด อย่างสถานีศรีราชา และที่ดินที่ซีพีสนใจซื้อเก็บเป็นแลนด์แบงก์

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,517 วันที่ 27-30 ตุลาคม 2562

https://www.thansettakij.com/content/412898

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #19
ซีพีเนรมิต ‘มักกะสัน’ ศูนย์ช็อปปิ้งโลก

30 Nov 2019

กลุ่มซีพีเนรมิตเมืองไฮสปีดมักกะสัน 2 ล้านตร.ม. ศูนย์ช็อปปิ้งโลก คอนเวนชันฮอลล์ ศูนย์การประชุมนานาชาติ สถานพยาบาลที่มีความเป็นเลิศที่ดินแปลงว่างไร้การทำประโยชน์ บริเวณสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ “มักกะสัน” กำลังกลายเป็นขุมทองสร้างความมั่งคั่งให้กับกลุ่มซีพี

หลัง บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งฯ) เซ็นสัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าก่อสร้างเส้นทางไฮสปีด ดึงคนทั่วทุกมุมโลกผ่าน 3 สนามบิน ทั้งดอนเมือง- สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา เข้ากลางใจพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นอาณาจักรมิกซ์ยูส ประตูเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานคร กับเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี

โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานีศรีราชาที่วันนี้ดีเวลอปเปอร์ พลิกเมืองพัฒนารองรับสถานีแห่งใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ปลุกราคาที่ดินพุ่งสูงไม่เพียงแต่จะปลุกพื้นที่อีอีซีให้เกิดความตื่นตัว แต่พื้นที่โดยรอบมักกะสันอย่าง อโศก - ดินแดง เพชรบุรี รัชดาฯ พระราม 9 ประตูนํ้า พญาไท ราชเทวี ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ต่างขยับขึ้นโครงการต่อเนื่อง

อีกทั้งภาครัฐก็ขยับลงทุนเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ อย่างสายสีส้มตะวันตก รองรับการเกิดขึ้นของเมืองมักกะสัน ที่ว่ากันว่าจะเป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์ สร้างการจดจำคล้ายคลึงกับ โครงการวัน แบงค็อก ตึกที่สูงที่สุดในไทยของเจ้าสัวเจริญเจ้าอาณาจักรถนนพระราม 4 ที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงฯ ยืนยันจะเนรมิตพื้นที่นี้ให้มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 2 ล้านตารางเมตร มากกว่าที่รฟท.กำหนด ถึง 2 เท่าตัว

โดยเน้นเป็นศูนย์กลางช็อปปิ้งโลก สถานพยาบาลที่มีความเป็นเลิศ ทั้งด้านการบริการและเทคโนโลยีชั้นสูง อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของความบันเทิง ศูนย์การประชุมระดับนานาชาติ เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ แน่นอนว่าต้องลงทุนสูงเพื่อออกแบบแม่เหล็กให้สะกดคนทั้งโลก

https://www.thansettakij.com/content/property/415482

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,284 Posts
Discussion Starter #20
เปิดตัว 'ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ' ซีพีส่งคุมไฮสปีดเทรน

8 กุมภาพันธ์ 2563

“ซีพี” ชี้ปมส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง เงื่อนไขไฮสปีดไปรอด หวังเริ่มงานก่อสร้างปีนี้ “ศุภชัย”สั่งเข้าบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์เร็วที่สุด เล็งเพิ่มขบวนรถ เปลี่ยนอาณัติสัญญาณ “แมคโนเลีย” ลุยออกแบบมักกะสัน ไม่หวั่นพลาดอู่ตะเภา มั่นใจ “ทีโอดี” หนุนโครงการไฮสปีด

บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จํากัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคู่สัญญาการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการรถไฟความเร็งสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ที่ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562

กลุ่มซีพีที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้แต่งตั้ง นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ เป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทฯ คนแรก เพื่อทำงานร่วมกับนางโป หง ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ เพื่อมาร่วมผลักดันงานช่วงแรกที่เน้นการก่อสร้างและการระดมทุน

สำหรับช่วงที่ผ่านมานายธิติฏฐ์ รับผิดชอบงานในกลุ่มทรู เช่น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทเอเซียอินโฟเน็ท บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัททรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ บริษัททรู ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์

"ผมผ่านงานสัมปทานโทรคมนาคมมาหลายโครงการ คราวนี้ลองมาทำงานสัมปทานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง"นายธิติฏฐ์ กล่าว

นายธิติฏฐ์ กล่าวว่า บริษัทรถไฟความเร็วสูงฯ ต้องการจะเริ่มงานในปี 2563 โดยเงื่อนไขความสำเร็จของโครงการรถไฟความเร็วสูงอยู่ที่การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับส่วนราชการ 21 แห่ง และรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง เพื่อสรุปข้อมูลว่ามีระบบสาธารูปโภคใดที่ต้องย้ายออก ซึ่งจุดที่ยากที่สุด คือ ท่อน้ำมัน

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวจะมีคณะกรรมการ 2 ชุด ที่มาพิจารณา คือ 1.คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) 2.คณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบที่ดินและสาธารณูปโภคที่มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยบริษัทฯ ได้ส่งแผนการใช้พื้นที่และจุดที่ต้องรื้อย้ายสาธารณูปโภคให้ภาครัฐไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

“ผมเห็นการแอคทีฟของหน่วยงานรัฐ และถ้าหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจกันจะทำให้การส่งมอบเป็นไปตามแผนได้ และถ้าโชคดีคาดว่าปลายปี 2563 บริษัทฯ จะเริ่มทำงานได้ แค่นี้ถือว่าเร่งมากแล้ว แต่เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การส่งมอบพื้นที่ ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงไซต์งานทุกวันกับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ไอทีดี)”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจจุดที่จะวางรางและเตรียมข้อมูลสำหรับการหารือกับภาครัฐในการย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เตรียมงานบางส่วนแล้วจึงเชื่อว่าจะทันตามกำหนด ซึ่งส่วนที่จะเริ่มก่อสร้างได้ก่อนจะเป็นช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ส่วนช่วงพญาไท-ดอนเมือง จะใช้เวลาในการดำเนินงานมากกว่า

ห่วงช่วงพญาไท-ดอนเมือง

นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งบริษัทฯ จะวางแผนการก่อสร้างให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เวนคืน โดยไม่ต้องการให้มีการประกาศพื้นที่เวนคืนเพิ่มเพราะชุมชนจะเดือนร้อน

รวมทั้งเมื่อมีการส่งมอบพื้นที่แล้วจะต้องมาพิจารณาการดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีผลทำให้แบบก่อสร้างมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมในบางจุด เช่น เส้นทางช่วงเข้าสนามบินอู่ตะเภาและสุวรรณภูมิ

“ช่วงการก่อสร้างมีจุดที่กังวล คือ พื้นที่ก่อสร้างบางจุดที่อยู่ใกล้ประชาชนมากเกินไป ไม่ว่าเราจะถูกหรือผิดก็เป็นเรื่องน่ากังวล โดยเฉพาะช่วงพญาไท-ดอนเมือง ที่อยู่ใกล้กับประชาชน”

“เจ้าสัว”สั่งรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต้องดีขึ้น


นายธิติฏฐ์ กล่าวถึงการเข้าไปพัฒนาโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำชับว่าเมื่อซีพีจะเข้าไปดำเนินการใดแล้วจะต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าดี และทุกอย่างต้องดีขึ้น รวมทั้งนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบนโยบายให้เข้าไปเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์เร็วที่สุด

สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เป็นส่วนหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงเร็ว และในสัญญาการร่วมลงทุนกำหนดให้บริษัทฯ ต้องชำระค่าสิทธิบริหารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ 10,671 ล้านบาท ภายใน 2 ปี จึงจะมีสิทธิเข้าไปดำเนินการ

ทั้งนี้ หลังการลงนามร่วมลงทุนกับ ร.ฟ.ท. 2 เดือน บริษัทฯ ได้ทำแผนความต่อเนื่องธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งกำลังประเมินงบประมาณที่จะใช้เตรียมการก่อนบริษัทฯ เข้าไปเดินรถ โดยการเข้าไปเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าไปดำเนินงาน และจะต้องมีการดำเนินการอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ 1.การเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้าให้เพียงพอ 2.การเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบที่จะใช้กับรถไฟความเร็วสูง


ระดมทีมออกแบบมักกะสัน

การดำเนินงานในส่วนการเดินรถไฟความเร็วสูงในหลายประเทศจะไม่มีกำไร แต่การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development (TOD) จะเป็นส่วนที่ทำกำไร เช่น รถไฟความเร็วสูงเส้นทางโตเกียว-โอซาก้า รถไฟความเร็วสูงเส้นทางปารีส-ลียง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในจีนที่มีการพัฒนา TOD เพื่อสร้างชุมชนและพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ขึ้นมา ซึ่งทำให้รถไฟความเร็วสูงเป็นตัวขยายเมือง เช่น จ.ฉะเชิงเทราที่ขยายตัวต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ

สำหรับการพัฒนา TOD สำคัญตามสัญญาร่วมลงทุนมี 2 จุด คือ 1.พื้นที่ศรีราชา 25 ไร่ 2.พื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ซึ่งบริษัทแมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะเป็นผู้ออกแบบการพัฒนา 100% รวมทั้งบริษัทฯ ได้เริ่มเข้าไปสำรวจพื้นที่แล้ว และมีที่ปรึกษาเพื่อวางแผนการพัฒนาพื้นที่ให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการพัฒนา โดยขณะนี้กำลังวางรูปแบบการพัฒนาและกำหนดโครงสร้างผู้จะเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่มักกะสัน

รวมทั้ง จะนำระบบการเช็คอินสายการบินกลับมาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสาร หลังจากที่ก่อนหน้านี้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ได้ออกแบบสำหรับให้สายการบินเปิดเช็คอินได้ แต่ต่อมาได้ถูกยกเลิก

ไม่หวั่นพลาดประมูลอู่ตะเภา

สำหรับการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ได้ประกาศชื่อผู้ยื่นข้อเสนอสูงสุดแล้ว คือ กิจการร่วมค้าบีบีเอส โดยบริษัทฯ เห็นว่าไม่ว่าใครจะเป็นผู้ประมูลได้ก็ถือว่ามีประโยชน์

“หากเราประมูลอู่ตะเภาได้ก็ดี แต่ผมก็มองโลกในแง่ดีว่าหากอีกกลุ่มประมูลได้ก็คงพยายามให้มีผู้โดยสารผ่านสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มมากขึ้น จะเป็นลักษณะที่เราต้องพึ่งพาเขา และเขาก็ต้องพึ่งพาเรา”

ทั้งนี้ เมื่อการบริหารรถไฟความเร็วสูงจะไม่มีกำไร แต่บริษัทฯ ต้องพัฒนาพื้นที่รอบสถานีให้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีโมเดลการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงแต่ละจุดออกมา โดยมั่นว่าที่ผ่านมาได้ศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865471

 
1 - 20 of 26 Posts
Top