SkyscraperCity Forum banner
41 - 60 of 156 Posts

· Registered
Joined
·
6,454 Posts
"เอ็นพาร์ค"ระส่ำเจ้าหนี้บังคับคืนหนี้ หลังไทยสมุทรกัดไม่เลิกฟ้องล้มละลาย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 เมษายน 2550 00:02 น.


"เอ็นพาร์ค" เจอมรสมระลอกใหญ่ เจ้าหนี้รุมทวงให้ชำระหนี้อาจถึงขั้นบังคับขายหุ้นค้ำประกันเงินกู้ เหตุไม่มั่นใจในความมั่นคงของบริษัท หลัง "ไทยสมุทร" ฟ้องล้มละลาย ด้านฝ่ายกฎหมายยืนยันไม่มีทางเป็นไปได้ ด้านผู้บริหารดิ้นหาทางออกขายหุ้นที่ถือในบริษัทอื่นก่อนโดนบังคับขาย หรือขายหุ้นเพิ่มทุนให้พันธมิตรรายใหม่

นายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ N-PARK กล่าวถึง ผลการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 ว่า ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน 4,028.5 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) หุ้นละ 1 บาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวม 12,085.7 ล้านบาท โดยจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 0.55 บาท หรือมีส่วนลดประมาณหุ้นละ 0.45 บาท

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมอาจจะไม่สนใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ N-PARK เนื่องจากราคาหุ้นในกระดานล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 0.25 บาท ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน ขณะที่กลุ่มของตนที่ถือหุ้นอยู่ประมาณ 50% นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนรองรับในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่สนใจจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ด้วยการหาพันธมิตรใหม่ หรือการขายเงินลงทุนที่ N-PARK ถืออยู่ อาทิ บมจ. แสนสิริ, บมจ.สยามซินเท็ค เป็นต้น

สำหรับวัตถุประสงค์การเพิ่มทุน บริษัทจะนำเงินไปชำระหนี้ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,400 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.97 : 1 ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหนี้ได้เร่งรัดให้ชำระหนี้ บริษัทจำเป็นต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ ซึ่งหากเพิ่มทุนไม่ได้ หรือไม่มีใครซื้อ เราจำเป็นต้องขายหุ้นที่เราเข้าไปถือในบริษัทเหล่านั้น และมีหุ้นในบางบริษัทที่เราเอาไปค้ำประกันเงินกู้ หากไม่ขายเจ้าหนี้อาจบังคับขาย

นายเสริมสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2549 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้กว่า 900 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,050 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนสะสมทั้งสิ้น 2,752 ล้านบาท และคาดว่าจะขาดทุนต่อเนื่องอีก 2-3 ปี

"ปัจจุบันบริษัทมีสภาพค่อนข้างแย่ เพราะมีรายได้เข้ามาน้อยมาก ขณะเดียวกันยังต้องใช้เงินเพื่อพัฒนาโครงการอีก 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมสยาม หลังสยามพารากอน, โรงแรมโนโวเทล พันวา, โรงแรมอมันรีสอร์ท (ร้อยชักสาม)"

นอกจากนี้ บริษัทยังประสบปัญหาสำคัญที่ทำให้นักลงทุน และเจ้าหนี้ขาดความเชื่อมั่น คือกรณีที่ไทยสมุทร ประกันชีวิต ยื่นอุทธรณ์ให้บริษัทล้มละลาย ทั้งที่บริษัทได้ชำระหนี้หมดแล้วด้วยการชำระเป็นเงินสดและแปลงหนี้เป็นทุนบางส่วน มูลค่ารวม 276 ล้านบาท จากมูลหนี้รวม 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะต้องเจรจากับทางไทยสมุทรให้ถอนคำฟ้องกับศาลและจะขอเจรจากับเจ้าหนี้ให้มีการยืดหนี้ให้ด้วย

"ฝ่ายกฎหมายได้ยืนยันแล้วว่า ไทยสมุทรไม่สามารถฟ้องล้มละลายบริษัทได้ เพราะจ่ายคืนหนี้หมดแล้ว และได้ทำตามแผนฟื้นฟูฯ ทุกอย่าง หากศาลมีคำสั่งให้ล้มละรายจริง จะต้องเรียกลูกหนี้เดิมที่มีอยู่ 10,000 กว่าล้านบาท เอาเงินกลับมาคืนแล้วค่อยดำเนินการต่อ แต่คงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งจากกระแสข่าวกลับทำให้ชื่อเสียงบริษัทเสียหาย ทำให้เจ้าหนี้ทวงหนี้ เพราะกลัวว่าเราจะล้มละลาย ทั้งที่เรามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน" นายเสริมสินกล่าว

ส่วนความคืบหน้าโครงการพัฒนาโรงแรมที่บริเวณโรงภาษีร้อยชักสามของกรมธนารักษ์นั้น ยอมรับว่าล่าช้ากว่าแผนไป 6-7 เดือน เนื่องจากมีเรื่องที่ควบคุมไม่ได้นอกเหนือทีโออาร์ เช่น การขนคนย้ายคน ซึ่งทางกรมทราบเรื่องดีไม่มีปัญหา นอกจากนี้บริษัทเตรียมเจรจากับทางกรมธนารักษ์ขอเลื่อนการชำระค่าเช่าจากเดิมที่จะต้องจ่ายปีนี้จำนวน 3 ล้านบาทออกไปเป็นปีหน้า

-------------------------------------

Doesn't sound good for N-Park and this project

:(
 

· Serving the Country
Joined
·
1,000 Posts
i am getting pretty excited over this resort project...

can't imagine how beautiful this will look after the restoration when seen from the river
 

· Registered
Joined
·
41 Posts
Things may not go according to plan if this news is true...:eek:hno: :eek:hno:

Bankruptcy suit poses risk to developer's plans
Worries over impact on talks with possible partner

Executives of embattled property developer Natural Park are concerned that Sathorn Asset Management's bankruptcy lawsuit against the company might have an impact on its business and ongoing negotiations with a possible partner.

A source at Natural Park said the company was negotiating with a Japanese investor with a view to divesting its assets in Tokyo. It is also negotiating with a French investor before making a formal approach offering partnership in Park Cuisine, one of Thailand's representatives of the famous French Lenotre pastry house.

"The management has tried its best to solve the company's debt problems with financial institutions, and both creditors and possible partners are confused after the announcement that the company has [this] bankruptcy lawsuit," he said.

Natural Park's president Sermsin Samalapa told the Stock Exchange of Thailand that the company is being sued by Sathorn Asset Management for bankruptcy, despite it having fully paid debts valued at Bt39.59 million to Sathorn Asset Management while the company was under a business rehabilitation plan.

The Central Bankruptcy Court has accepted the case and it has been scheduled for the court's consideration.

Earlier, Natural Park felt the pinch after reporting that Ocean Life Insurance had sued it and requested that it declare insolvency.

The insurer is in the process of appeal after the Central Bankruptcy Court dropped the case.

To solve its financial problems, Natural Park has asked both Siam City Bank and Krung Thai Bank to reschedule loan repayments. Siam City Bank has so far denied the request and Krung Thai Bank is still considering it.

The company is to offer 4.02 billion capital-increase shares for subscription between June 11 and June 15. The shares will be offered to existing shareholders at a ratio of one new share for every two held at a price of Bt0.55 each - well above Natural Park's current market price of Bt0.22.

The company's net loss in the first quarter of this year was Bt296.79 million, after a loss of Bt249.13 million in the corresponding period last year. It has so far disposed of many assets, including the Natural Hotel and a significant stake in Bangkok Metro, Finansa and Siri Phuket.

Siriporn Chanjindamanee
The Nation
They did finally sell the Kyoto property to a company of Mr. Adriaan Zecha, a founder of hotels under the AmanResorts Group, at the price of USD 9,000,000 or approximately Bt315 million.

Maybe, Aman will take over the whole project instead, which should be good news.
 

· Registered
Joined
·
15,727 Posts
ธนารักษ์ยันเดินหน้าร้อยชักสาม ไม่หวั&#36

กรมธนารักษ์ยันเดินหน้าโรงแรม 6 ดาวพื้นที่โรงภาษีร้อยชักสามแม้ว่า N-PARK แกนนำกลุ่มผู้ชนะประมูลจะถูกฟ้องล้มละลาย ระบุต้องรอให้คดีถึงที่สุดศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ก่อนจึงหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป เผยสาเหตุที่โครงการล่าช้าเกิดจากขั้นตอนจากหน่วยงานภายนอกทั้งกทม.-กรมศิลปากร เพราะเป็นพื้นที่โบราณสถานจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ด้านที่ราชพัสดุ เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงโรงภาษีร้อยชักสาม ที่กิจการร่วมการค้า ซึ่งประกอบด้วยบริษัทแนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน)N-PARK บริษัทอามันรีสอร์ท เซอร์วิสเซส ลิมิเต็ด และบริษัทซิลเวอร์ลิงค์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ชนะการประมูลเพื่อพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวไปนั้น

แม้ว่าN-PARK แกนนำกิจการร่วมค้าจะถูกบริษัทบริหารสินทรัพย์ สาทร จำกัด ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหนี้ในแผนฟื้นฟูกิจการ และได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการครบถ้วนแล้ว ยื่นฟ้องบริษัทในคดีล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลางโดยขอให้ศาลล้มละลายกลางพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดและพิพากษาให้บริษัทเป็นบุคคลล้มละลาย ปัจจุบันศาลล้มละลายกลางรับฟ้องแล้ว และคดีอยู่ระหว่างการนัดพิจารณาของศาลล้มละลายกลาง ทางกรมธนารักษ์คงปล่อยให้กิจการร่วมค้าดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

“การพัฒนาพื้นที่โรงภาษีร้อยชักสามนั้นคงต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งกรณีที่N-PARKถูกฟ้องล้มละลายนั้นยังไม่ถือว่าN-PARKล้มละลายไปแล้ว เพราะการฟ้องร้องยังต้องมีกระบวนการไต่สวนอีกมากและใช้เวลานานจึงจะสามารถรู้ผลว่าจะมีการตัดสินคดีว่าล้มละลายหรือไม่ ดังนั้นการพัฒนาโครงการแปลงโรงภาษีร้อยชักสามก็คงต้องเดินหนาต่อไปตามเงื่อนไขสัญญา” นายอำนวยกล่าว

แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์กล่าวว่า หากN-PARKถูกศาลตัดสินว่าให้ล้มละลายและมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วเมื่อนั้นจึงจะต้องมาดูในเงื่อนไขสัญญาใหม่ว่าต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่อย่างไร เนื่องจากN-PARKเป็นหนึ่งในคู่สัญญาจากทั้งหมด 3 บริษัท หากเป็น N-PARK รายเดียวก็อาจยกเลิกสัญญาได้เลยเพราะผิดเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535

“ตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินคดีในศาลและยังไม่มีคำพิพากษาใดๆ ออกมา N-PARK และกลุ่มกิจการร่วมค้าก็สามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้ กรมธนารักษ์ยังไม่มีมูลเหตุใดๆ ที่จะไปยกเลิกสัญญากับ N-PARK และกลุ่มกิจการร่วมค้าจนกว่าคดีจะถึงที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนความคืบหน้าของโครงการนั้นในขณะนี้ N-PARKยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากขั้นตอนการยื่นแบบขอก่อสร้างกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) มีการส่งแบบกลับคืนมาให้แก้ไขบางส่วนเลยทำให้ระยะเวลาการเข้าพื้นที่เพื่อก่อสร้างล่าช้าออกไป นอกจากนี้ยังต้องให้กรมศิลปากรอนุญาตก่อสร้างโครงการด้วยเนื่องจากเป็นเขตโบราณสถาน

แต่ทั้งนี้ความล่าช้าที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของผู้ชนะการประมูล เป็นความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานภายนอกที่ต้องมีการประสานงานกันจึงไม่ถือว่าเป็นความผิดของผู้รับสัมปทานแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังติดปัญหาในเรื่องการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชดเชยให้กับตำรวจน้ำบริเวณถนนเจริญกรุง 53 ซึ่งการก่อสร้างที่พักอาศัยจำนวน 100 หน่วยดังกล่าวอยู่ระหว่างการรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ให้กับทางกทม.อนุญาตก่อสร้าง

โดยหากทางN-PARK สามารถก่อสร้างพื้นที่ชดเชยได้ภายใน 2 ปีตามสัญญาก็สามารถเข้าพื้นที่เพื่อทำการขุดสำรวจตามขั้นตอนกรมศิลปากร ก่อนลงมือก่อสร้างตามแผนการที่ N-PARKได้เสนอให้แก่กรมธนารักษ์ต่อไป ทั้งนี้แม้ว่าจะล่าช้ากว่ากำหนดก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดของ N-PARKแต่อย่างใดเพราะความล่าช้าที่เกิดขึ้นเกิดจากหน่วยงานที่ต้องประสานงานภายนอกซึ่งเป้นตัวแปรที่กรมธนารักษ์และผู้รับสัมปทานไม่สามารถควบคุมได้

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้ประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมประมูลร่วมลงทุนโครงการก่อสร้างโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 50-60 ไร่ เมื่อเดือนเมษายน 2547 ซึ่งในการประมูลมีผู้ยื่นซองประมูลทั้งสิ้น 3 ราย และผลปรากฏว่า กิจการร่วมการค้าดังกล่าว เป็นผู้เสนอโครงการสอดคล้องเงื่อนไขการประมูลและให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด จึงได้เสนอกระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม
2547 ได้เห็นชอบตามเสนอ

สำหรับการก่อสร้างอาคารโรงแรมจะยกเป็นกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง พร้อมกับปรับปรุงซ่อมแซมอาคารโบราณ 3 หลังที่มีอยู่เดิม เมื่อสร้างเสร็จจะมีห้องพักรวม 33 ห้อง โดยใช้หลักแนวความคิดการพัฒนาเชิงอนุรักษ์โบราณสถาน ตลอดจนการคงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด

ส่วนผลประโยชน์ตอบแทนที่ทางราชการจะได้รับนอกเหนือจากการก่อสร้างอาคารโรงแรมนั้น ประกอบด้วย ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงิน ซึ่งแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์จำนวน 125 ล้านบาท โดยชำระในวันลงนามสัญญา และค่าเช่า 30 ปี รวมเป็นจำนวน 1,471.30 ล้านบาท ส่วนผลประโยชน์อื่น จะต้องสร้างอาคารชดเชยให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นมูลค่ารวม 152.80 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังต้องจ่ายค่าเช่าที่ทำการ ค่าเช่าบ้านพักเจ้าหน้าที่ในระหว่างการก่อสร้าง ตลอดจนค่าขนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดด้วย

www.manager.co.th
28/05/50
 

· Premium Member
Joined
·
40,412 Posts
Discussion Starter · #50 · (Edited)
 

· Premium Member
Joined
·
40,412 Posts
Discussion Starter · #51 · (Edited)
 

· Premium Member
Joined
·
40,412 Posts
Discussion Starter · #52 · (Edited)
 

· Registered
Joined
·
13 Posts
wowwww
ตึกหลังนี้ถ้าได้รับการบูรณะและตกแต่งใหม่ให้สวย
ออกมา คงสวยแบบ Classic ในแนว ยุโรปๆ แน่ๆ
 
41 - 60 of 156 Posts
Top