Skyscraper City Forum banner
1 - 14 of 14 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #1 ·
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #4 ·
กรมศิลปากรจัดนิทรรศการพิเศษ ครบ 130 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น

วันที่ 19 ธันวาคม 2560 - 18:56 น.


รายงานข่าวจากกรมศิลปากร แจ้งว่า กรมศิลปากร กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง
“วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น” (The History of Japanese Art: Life and
Faith) ในโอกาสครบรอบ ๑๓๐ ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่
27 ธันวาคม 2560 – 18 กุมภาพันธ์ 2561 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ พระนครนับตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย
ลงนามร่วมกันในปฏิญญาทางพระราชไมตรี และการพาณิชย์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๐
ทั้งสองประเทศต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในหลายๆ ด้าน รวมทั้งด้านวัฒนธรรม
และในโอกาสครบรอบ 130 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ ฝ่ายญี่ปุ่น
ประกอบด้วย สำนักกิจการวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โตเกียว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู และเจแปนฟาวน์เดชั่น ร่วมกับฝ่ายไทย คือ กรมศิลปากร
กระทรวงวัฒนธรรม
ได้มีความตกลงแลกเปลี่ยนนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในมรดกศิลปวัฒนธรรมร่วมกันE
ทำให้เกิดโครงการจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนของสองประเทศขึ้นเนื่องในวาระพิเศษนี้
โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำศิลปะญี่ปุ่นครบถ้วนทุกยุคสมัยมาจัดแสดงในประเทศไทย
เพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและตอบแทนน้ำใจไมตรีที่ใน

อย่างไรก็ตาม ในปี2560 ประเทศไทยได้นำโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมไปจัดนิทรรศการพิเศษเรื่อง
“ความรุ่งโรจน์แห่งพระพุทธศาสนาในดินแดนไทย” (Thailand : Brilliant Land of the
Buddha) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โตเกียว
เนื่องในโอกาสครบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นนิทรรศการที่แนะนำมรดกศิลปวัฒนธรรมของไทยครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี
ณ ประเทศญี่ปุ่น
ที่ผู้เข้าชมทั้งชาวญี่ปุ่นและนานาชาติต่างให้ความสนใจและประทับใจอย่างยิ่ง
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้คัดเลือกนำมาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษครั้งนี้
ประกอบด้วยโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยโจมน
จนถึงยุคประวัติศาสตร์ สมัยเอโดะ ประกอบด้วยหลักฐานที่ได้จาการขุดค้นทางโบราณคดี
ประติมากรรม จิตรกรรม และประณีตศิลป์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
เพื่อนำเสนอเรื่องการเริ่มต้นของศิลปะญี่ปุ่น ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
ตระกูลขุนนาง และนักรบ นิกายเซนกับพิธีชงชา และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสมัยเอโดะ
รวมจำนวน 106 รายการ (130ชิ้น) โดยมีโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกชาติ 3 รายการ และมรดกวัฒนธรรมสำคัญ
25 รายการรวมอยู่ด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมให้ชาวไทยสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งเป็นการเพิ่มพูนสัมพันธภาพของทั้งสองประเทศให้มั่นคงยั่งยืน

https://www.matichon.co.th/news/772904

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #5 ·
“วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น” นิทรรศการพิเศษ ๑๓๐ ปีแห่งความสัมพันธ์ ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น

เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2560

เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคมที่ผ่านมา นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น” (The History of Japanese Art : Life and Faith) ในโอกาส ๑๓๐ ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี นายฮิเดโอะ ฟุคุชิมะ (Mr. Hideo Fukushima) อุปทูต รักษาราชการ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายเรียวเฮ มิยาตะ (Mr. Ryohei Miyata) ประธานสำนักกิจการวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากร นายมาซามิ เซนิยะ (Mr. Masami Zeniya) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โตเกียว นายฮิโรยูกิ ชิมาทานิ (Mr. Hiroyuki Shimatani) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู นางฮิโรโกะ ซึกะ (Ms. Hiroko Tsuka) รองประธานเจแปนฟาวน์เดชั่น และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ

https://www.silpa-mag.com/club/news/article_14026







 
  • Like
Reactions: Mhrung and atanaree

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #6 ·
ญี่ปุ่นเอาของเก่า ศิลปะโบราณชุดใหญ่ที่เราเห็นในการ์ตูนหลายเรื่อง กับที่อ่านเจอ มีรูปในหนังสือเรียนเด็กไทย

มาโชว์ครั้งแรกในไทยครับ โชว์แค่ 50 วัน ใครจะไปดูต้องรีบหน่อย
 
  • Like
Reactions: bansatorn

·
Registered
Joined
·
1,274 Posts
ญี่ปุ่นเอาของเก่า ศิลปะโบราณชุดใหญ่ที่เราเห็นในการ์ตูนหลายเรื่อง กับที่อ่านเจอ มีรูปในหนังสือเรียนเด็กไทย

มาโชว์ครั้งแรกในไทยครับ โชว์แค่ 50 วัน ใครจะไปดูต้องรีบหน่อย
น่าสนใจมาก ขอบคุณครับ
เห็นตอนนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มีการปรับปรุงห้องจัดแสดงบางส่วนด้วย

ต้องหาโอกาสไปละ
 

·
Registered
Joined
·
85 Posts
พอพิพิธภัณฑ์เริ่มปรับปรุงมาตรฐานของการจัดแสดง ประเทศอื่นๆก็เริ่มส่งโบราณวัตถุชิ้นเด่นๆมาแลกเปลี่ยนการจัดแสดงมากขึ้น สมัยก่อนนี้ต่างประเทศเอาแต่โบราณวัตถุชิ้นธรรมดามาวาง พวกชามกระเบื้องบ้าง โมเดลจำลองของทำใหม่บ้าง ระยะหลังๆกระทรวงวัฒนธรรมมีโครงการร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ดังๆในต่างประเทศมากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตอาจได้เห็นโบราณวัตถุชิ้นเด่นๆในพิพิธภัณฑ์ดังๆนำมาหมุนเวียนจัดแสดงที่กรุงเทพ ถ้ามีคนมาชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้นก็น่าจะมีรายได้ไปปรับปรุงการจัดแสดงในส่วนอื่นๆให้ได้มาตรฐานตามไปด้วย
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #9 · (Edited)
“พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร” โฉมใหม่ไฉไลกว่า งามล้ำค่ามรดกแห่งชาติไทย

เผยแพร่: 24 เม.ย. 2562 17:00 โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ครั้งล่าสุดที่คุณได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคือเมื่อไร?

"พิพิธภัณฑ์" อาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นนัก ยิ่งพอมีคำว่า “แห่งชาติ” ห้อยท้าย หลายคนก็อาจส่ายหน้า เพราะยังติดภาพเก่าของห้องจัดแสดงที่มีมืดทึม ร้อนอบ มีข้าวของเก่าแก่วางโชว์แบบไม่รู้เนื้อหา แต่ขอบอกวันนี้ไม่เหมือนเก่าแล้ว เพราะทางกรมศิลปากรเขาเพิ่งปรับปรุงห้องจัดแสดงภายใน

"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" ใหม่ถึง 12 ห้อง ซึ่งอยู่ในหมู่พระวิมาน 10 ห้อง และในอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์อีก 2 ห้อง เป็นการปรับปรุงท้ังสถานที่และรูปแบบการจัดแสดงใหม่ที่ทันสมัยไฉไลน่าชมมากยิ่งขึ้น

ถ้าการชมพิพิธภัณฑ์ครั้งล่าสุดของคุณนานนน...จนจำไม่ได้แล้ว ก็อยากชวนให้มาเที่ยวกันอีกสักครั้ง มาดูว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน



พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ขณะนี้กำลังจัดนิทรรศการวังหน้านฤมิต ถึงวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย. นี้


ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร เดิมนั้นคือ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือ “วังหน้า” ซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบได้กับพระมหาอุปราชในรัชกาลที่ ๑-๕ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งมกุฎราชกุมารในสมัยรัชกาลที่ ๖

ส่วน “หมู่พระวิมาน” ซึ่งปัจจุบันเป็นห้องจัดแสดงที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จใหม่นั้นเดิมก็คือพระราชมณเฑียรที่ประทับของวังหน้านั่นเอง ดังนั้นนอกจากจะมาชมโบราณวัตถุต่างๆ แล้วก็จะได้ชมวังพร้อมกันในคราวเดียว โดยหมู่พระวิมานตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง “พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย” ซึ่งเป็นท้องพระโรงวังหน้า และอยู่ด้านหน้าสุดของหมู่พระวิมาน โดยขณะนี้ภายในพระที่นั่งแห่งนี้กำลังใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู: แปลงร่างอดีต ในหลืบแห่งปัจจุบัน” (In Situ from the Outside: Reconfiguring the Past in Between the Present) ซึ่งเป็นนิทรรศการในโครงการ “วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา” ซึ่งคุณใหม่ สิริกิติยา เจนเซน เป็นผู้อำนวยการโครงการ โดยนิทรรศการนี้จะบอกเล่าเรื่องราวพื้นที่ประวัติศาสตร์วังหน้าด้วยวิธีการ ความคิด และกระบวนการที่หลากหลายผ่านศิลปินร่วมสมัยและบุคลากรแขนงต่างๆ ออกมาเป็นมุมมองใหม่อย่างน่าสนใจ ถือเป็นมิติใหม่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเลยก็ว่าได้ แต่นิทรรศการนี้จะจัดแสดงถึงวันที่ 28 เมษายน หรือวันอาทิตย์นี้เท่านั้น ใครอยากชมต้องมาอาทิตย์นี้เลย



หมู่พระวิมานทางปีกขวา (เมื่อหันหน้าออกจากพิพิธภัณฑ์)


จากนั้นก็ได้เวลาไปชมโฉมใหม่ของห้องจัดแสดงภายในหมู่พระวิมานด้านหลังกันแล้ว ห้องต่างๆ ภายในหมู่พระวิมานนั้นเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด เราเดินชมแบบเวียนตามเข็มนาฬิกา เริ่มที่ห้องจัดแสดงแรก “พระที่นั่งทักษิณาภิมุข” ซึ่งจัดแสดงเครื่องมหรสพและการละเล่นไทย ศิลปะไทยประเพณี เข้าไปก็ต้องตะลึงกับหัวโขนและเศียรครูที่จัดแสดงอย่างโดดเด่นในตู้กระจกบานใหญ่ งดงามลงตัวทั้งการจัดวาง แสงไฟที่สาดส่องได้มุม พร้อมคำบรรยายไทย-อังกฤษที่อ่านง่าย และแอร์ที่เย็นฉ่ำ



“หุ่นหลวง” หรือหุ่นใหญ่ แต่งกายงดงามเหมือนตัวละคร



เศียรครูและหัวโขนที่จัดแสดงภายในตู้กระจก


ในห้องนี้ยังจัดแสดง “หุ่นหลวง” หรือหุ่นใหญ่ ซึ่งเป็นหุ่นชักที่ใช้คนเชิด 1 คนต่อหุ่น 1 ตัว ตัวหุ่นยังใส่เสื้อผ้าสวยงามเหมือนคนรำละครจริงๆ อีกด้วย อีกทั้งยังมี “หุ่นเล็ก” หรือหุ่นวังหน้า หุ่นไทยที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าในสมัย ร.๕ ทรงคิดขึ้นใหม่ และได้เคยใช้เล่นเรื่องรามเกียรติ์ถวายรัชกาลที่ ๕ ทอดพระเนตรมาแล้วด้วย




“หุ่นเล็ก” หรือหุ่นวังหน้า หุ่นไทยที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าในสมัย ร.๕ ทรงคิดขึ้นใหม่



การจัดแสดงภายในพระที่นั่งทักษิณาภิมุข



ลับแลแกะสลักงดงาม จัดแสดงบนชั้น 2 ของพระที่นั่งวสันตพิมาน


ห้องถัดไปคือ “พระที่นั่งวสันตพิมาน” ซึ่งมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงเครื่องที่ประทับวังหน้า ในห้องนี้มีเครื่องเรือนโบราณผลงานของช่างหลวงหลายสาขาที่รวบรวมไว้ในวังหน้ามาแต่ต้น และได้นำมาจัดจำลองรูปแบบและบรรยากาศพระวิมานที่ประทับในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งก็ตรงกับการใช้งานซึ่งเดิมเคยเป็นที่ตั้งพระแท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว



เครื่องถ้วยในราชสำนักหลากหลายแบบในพระที่นั่งวสันตพิมานชั้นล่าง


ส่วนชั้นล่างจัดแสดงเครื่องถ้วยในราชสำนักตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมักเป็นสินค้านำเข้าหรือออกแบบอย่างไทยแล้วสั่งทำจากประเทศจีน มีทั้งเครื่องถ้วยเบญจรงค์ เครื่องถ้วยลายคราม เครื่องถ้วยลายน้ำทอง เป็นต้น

ถัดมาเป็น “พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข” จัดแสดงเครื่องโลหะศิลป์ ทั้งพระพุทธรูป อาวุธ รวมไปถึงภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ ที่สร้างด้วยความประณีต เพื่อถวายแด่พระมหากษัตริย์ ใช้เป็นเครื่องประกอบอิสริยยศพระบรมวงศานุวงศ์ เครื่องยศขุนนาง และเครื่องใช้พระสงฆ์ ในรูปแบบของศิลปะช่างไทย เช่น งานถมเงิน งานถมทอง งานถมปัด งานกะไหล่ งานดุนทอง-เงิน และเครื่องบังกะลอ



สัปคับงาช้าง และอีกหลากหลายรูปแบบในพระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข

จากนั้นเข้าสู่ “พระที่นั่งปฤษฎางคภิมุข” จัดแสดงเครื่องสัปคับ หรือที่นั่งบนหลังช้างสำหรับการออกศึกหรือการเดินทางไปในที่ต่างๆ มีทั้งสัปคับทำจากงาช้างฝีมือช่างล้านนา สัปคับพร้อมกูบทรงกระโจม เป็นต้น และในห้องนี้ยังมีฉากขนาดใหญ่ที่ลอกลวดลายจิตรกรรมฝาผนังวัดบวรสถานสุทธาวาสแห่งวังหน้า ซึ่งเป็นภาพการชนช้าง ซึ่งทำให้เราได้เห็นการใช้ภาพงานของสัปคับด้วย

ด้านหลังฉากนี้เองมีห้องจัดแสดงสำคัญอีกห้องหนึ่งคือ “มุขเด็จ” แต่เนื่องจากมีฉากบังอยู่หลายคนจึงอาจมองไม่เห็นว่ายังมีห้องด้านหลังอีก แต่เจ้าหน้าที่ที่ประจำตรงจุดนี้จะเป็นผู้คอยบอกให้นักท่องเที่ยวไม่พลาดชม เพราะห้องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด่นของที่นี่ก็ว่าได้



ธรรมาสน์กลมและบานประตูวิหารหลวงวัดสุทัศน์ ไฮไลท์ในห้องเครื่องไม้แกะสลัก (ภาพโดย กรมศิลปากร)

ภายในห้องมุขเด็จจัดแสดงเครื่องไม้แกะสลักซึ่งเป็นงานประณีตศิลป์ไทยที่สะท้อนวิถีชีวิตคนไทยมาแต่อดีต เพราะบ้านเรามีไม้อยู่มาก การก่อสร้างต่างๆ เมื่อก่อนนี้จึงใช้ไม้เป็นหลัก ส่วนงานจำหลักไม้ที่ต้องใช้ฝีมือและความปราณีตเป็นอย่างสูงนั้นก็มักจะเป็นเครื่องไม้จำหลักในพระพุทธศาสนาและเครื่องราชูปโภค

สำหรับงานจำหลักไม้ชิ้นเด่นที่อยู่กลางห้องนั้นก็คือธรรมาสน์กลม หรือที่นั่งสำหรับพระสงฆ์นั่งเทศน์ ซึ่งเดิมอยู่ที่วัดค้างคาว จ.นนทบุรี เป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายที่งดงามยิ่งนัก งานชิ้นนี้โชว์ฝีมือช่างที่หลากหลาย ทั้งงานแกะไม้นูนต่ำ นูนสูง งานฉลุลาย งานประดับกระจก และไฮไลท์อีกชิ้นหนึ่งที่อยู่ด้านหลังก็คือบานประตูวิหารหลวงวัดสุทัศน์ ที่ ร.๒ ทรงฝากฝีมือแกะสลักไว้ร่วมกับช่างในพระราชสำนัก เป็นงานแกะล้วง คือการสลักลงไปในผิวไม้ลึกลงไปจนลวดลายลอยตัวแบบ 3 มิติ ภายหลังบานประตูนี้ถูกไฟไหม้ไปเกือบครึ่ง จึงนำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ และสร้างประตูบานใหม่ไปไว้แทน



ฉลองพระองค์ของรัชกาลที่ ๔ และผ้าในราชสำนัก

ต่อจากนั้นเป็น “พระที่นั่งอุตราภิมุข” จัดแสดงผ้าในราชสำนัก ชิ้นเด่นภายในตู้กระจกเป็นฉลองพระองค์ของรัชกาลที่ ๔ ฉลองพระองค์ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และมีผ้าลายอย่าง ซึ่งเป็นผ้าพื้นที่ใช้เทคนิคพิมพ์ลายบนผืนผ้า สั่งทำจากอินเดีย ใช้เป็นเครื่องทรงของขุนนางชั้นต่างๆ คนทั่วไปไม่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้รับพระราชทานยศจากพระมหากษัตริย์




พระที่นั่งพรหมเมศธาดาชั้นบน จัดแสดงเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา


ถัดไปเป็น “พระที่นั่งพรหมเมศธาดา” ซึ่งมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงศิลปะเครื่องมุกอันวิจิตรงดงามที่เป็นเครื่องใช้ในพระบรมวงศานุวงศ์ และเครื่องใช้ของพระภิกษุสงฆ์ อีกทั้งในห้องนี้ยังมีขั้นตอนการทำเครื่องมุกที่ทำจากเปลือกหอยทะเลให้ชมอย่างละเอียดสำหรับคนที่สนใจอยากรู้วิธีการทำ ส่วนชั้นบนจัดแสดงเครื่องใช้ในพุทธศาสนา อาทิ พัดยศ เครื่องอัฐบริขาร ตู้พระไตรปิฏก เป็นต้น



เครื่องมุกอันวิจิตรงดงาม




เครื่องศัสตราวุธโบราณในพระที่นั่งบูรพาภิมุข


มาถึงห้องสุดท้ายในหมู่พระวิมาน คือ “พระที่นั่งบูรพาภิมุข” จัดแสดงเครื่องศัสตราวุธโบราณซึ่งเคยใช้ในการสงครามตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ได้แก่ ตำราพิชัยสงครามสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จัดแสดงพร้อมหุ่นจำลองการจัดกระบวนทัพแบบครุฑ คชยุทธ์หรือช้างศึก ชุดยันต์ของทหารที่ใช้ออกรบ

ชมครบ 10 ห้อง ในหมู่พระวิมานไปแล้ว ยังเหลืออีก 2 ห้องสุดท้ายที่อยู่ใน “อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์” ซึ่งซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของหมู่พระวิมาน (เมื่อหันหน้าออกจากพิพิธภัณฑ์) อาคารนี้มี “ห้องประวัติศาสตร์โบราณคดี ศิลปะแห่งกรุงศรีอยุธยา” อยู่ที่ชั้น 2 จัดแสดงโบราณวัตถุทั้งพระพุทธรูป เทวรูป ศิลปวัตถุชิ้นเอกแห่งยุคอยุธยา ส่วนชั้นล่างเป็น “ห้องประวัติศาสตร์โบราณคดี ศิลปะแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น” จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สื่อสารประวัติศาสตร์เหตุการณ์การเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งของอาณาจักรคนไทยในนามกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์

เป็นอันครบทั้ง 12 ห้องจัดแสดงที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุด โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือการจัดวางโบราณวัตถุต่างๆ ที่ไม่ได้เน้นปริมาณ แต่เน้นการสร้างความน่าสนใจของชิ้นไฮไลท์แต่ละชิ้น เรียกว่าจำนวนชิ้นน้อยลงแต่ก็เป็นงานชิ้นเด่นทั้งสิ้น การจัดแสงจัดไฟก็ช่วยส่งเสริมมุมมองที่สวยงามมากขึ้น ไม่ได้ดูเป็นแดนสนธยาแบบเมื่อก่อน อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสื่อสารเนื้อหาจากตัววัตถุได้อย่างเหมาะสม ทั้งข้อมูลทัชสกรีน วีดีทัศน์ และแอพพลิเคชั่น QR-Code AR-Code แบบทันสมัยก็มีด้วยเช่นกัน



ภายในห้องประวัติศาสตร์โบราณคดี ศิลปะแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น


แนะนำเลยสำหรับใครที่ห่างหายจากการมาชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมานาน เพราะนอกจากจะได้พบกับโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมแล้ว ยังได้มาสัมผัสกับบรรยากาศของวังหน้าที่งดงามอีกด้วย


"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" ตั้งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตรงข้ามกับสนามหลวง ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายมุมที่ยังไม่ได้พาไปชม เช่น “พระที่นั่งพุทไธสวรรย์” อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ “พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน” จัดแสดงนิทรรศการแผ่นดินไทยในอดีต “พระตำหนักแดง” ที่ประทับของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งทรงพระเยาว์ “พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์” ที่ประทับสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และเครื่องที่ประทับของพระองค์ “โรงราชรถ” จัดแสดงพระราชยานในงานพระเมรุ พระเมรุมาศ และ “อาคารมหาสุรสิงหนาท” ที่ตอนนี้กำลังปิดปรับปรุงอยู่


นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าชมภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้ทุกวันพุธ-อาทิตย์ (ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ในเวลา 09.00-16.00 น. โดยมีค่าเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สามารถถ่ายภาพภายในห้องจัดแสดงได้ แต่ต้องไม่ใช้แฟลช และงดถ่ายวิดีโอ สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1370, 0 2224 1402

https://mgronline.com/travel/detail/9620000039733
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #10 ·
จีน เปิดกรุ หุ่นดินเผานักรบจิ๋นซีฮ่องเต้ อายุ 2,200 ปี จัดแสดงในไทย

เผยแพร่: 29 ส.ค. 2562 16:14 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วธ.แถลงข่าว จีน เปิดกรุ นำโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม จากสุสานจักรพรรดิ จิ๋นซี อายุกว่า 2,200 ปี รวม 133 ชิ้น หุ่นทหารนักรบดินเผา อาวุธ ชุดเกราะ เครื่องใช้ จัดแสดงในไทย ครั้งแรก ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

วันนี้ (29 ส.ค.) ที่โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors) โดยมี นางฉาง ยู่ เหมิง อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน ร่วมแถลงข่าว

นายอิทธิพล กล่าวถึงความสำคัญของสุสาน “ฉินสือหวง” หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ว่านับเป็นสิ่งมหัศจรรย์และเป็นมรดกโลกที่คนทั่วโลกล้วนอยากไปชมความมหัศจรรย์ 2,2000 ปี ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้นำทหารดินเผาจัดแสดงสู่สายตาชาวโลกมาแล้วกว่า 25 ประเทศ และประสบความสำเร็จอย่างสูงทุกแห่ง สำหรับนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ นับเป็นครั้งแรกที่จะนำมาจัดแสดงในประเทศไทย ซึ่งได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 15 ก.ย.2562 ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร และกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 15 ก.ย. - 15 ธ.ค. นี้ โดยมีโบราณวัตถุนำมาจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 86 รายการ 133 ชิ้น แบ่งออกเป็นการจัดแสดงร่วมกับนิทรรศการที่แสดงเหตุการณ์ในแผ่นดินจีน ทั้งก่อนและหลังราชวงศ์ฉิน รวบรวมตั้งแต่ภาพเขียน หุ่นทหาร อาวุธ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และตุ๊กตาดินเผาต่างๆ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาชมกว่า 2 แสนคน ซึ่งช่วยตอกย้ำความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ในฐานะแหล่งเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุดแก่ประชาชน และสอดรับกับวันพิพิธภัณฑ์ไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 19กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม จะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ และมหาดไทย โดยนำนักเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดกรุงเทพฯ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ มาชมนิทรรศครั้งนี้

นายอนันต์ กล่าวว่า นิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานจิ๋นซีในประเทศไทย โดยกรมศิลปากรได้มีการประสานขอยืมโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี เพื่อมาจัดแสดงในประเทศไทย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยโดยรัฐบาลและภาคเอกชน และหน่วยงานหลักในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ สำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซี ซึ่งโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วย หุ่นทหารดินเผา 4 ตัว รถม้าจำลอง 1 ชุด และโบราณวัตถุอันเป็นสิ่งของเครื่องใช้มีค่าสำหรับจักรพรรดิในสุสาน รวมทั้งสิ้นจำนวน 86 รายการ 133 ชิ้น ทั้งนี้ ได้แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 4 หัวเรื่อง ได้แก่ 1. พัฒนาการก่อนการรวมชาติ : ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอความเป็นแคว้นต่าง ๆ ที่มีการปกครองเป็นเอกเทศ แต่ก็ได้มีพัฒนาการ การสั่งสมทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม อันเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งและสามารถผนวกแคว้นต่าง ๆ เข้าเป็นอาณาจักรเดียวกันในกาลต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดง ก็ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธและเงินตรา

2. จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ จัดแสดงความสำเร็จในการรวมรัฐทั้ง 7 ให้เป็นอาณาจักรหรือจักรวรรดิหนึ่งเดียว เป็นปึกแผ่นเดียวกัน พร้อมกับการปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม มีการกำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงทำการเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีนที่มีความยิ่งใหญ่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

3. สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มหาอาณาจักรใต้พิภพ ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ ทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้ เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า เรื่องราวของจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้รับการบันทึกไว้โดย “ซือหม่าเฉียน” อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น ได้พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนานี้ได้กระจ่างขึ้น เมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผาครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ.1974 นับเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2530 โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้ จะเป็นส่วนสำคัญของนิทรรศการ เช่น หุ่นดินเผาทหารแม่ทัพ แม่ทัพสวมชุดเกราะ พลธนูสวมชุดเกราะนั่งชันเข่า นักรบสวมชุดเกราะ และม้าประกอบรถม้า สมัยราชวงศ์ฉิน พุทธศักราช 322-337 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถขั้นสูงของช่างและเทคโนโลยีในสมัยนั้น

4. สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่น แสดงถึงการต่อยอดความรู้มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉิน มาสู่ราชวงศ์ฮั่น ปรากฏผ่านความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง สังคม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีทางการทหาร ตลอดจนด้านเศรษฐกิจการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติอีกซีกโลกบนเส้นทางสายแพรไหม จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณอย่างแท้จริง

นายพินิจ กล่าวเสริมว่า เป็นชิ้นงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ภูมิปัญญาของชาวจีน ซึ่งปัจจุบันในโลกนี้ไม่มีใครทำได้แม้แต่ชาวจีนเอง ซึ่งตุ๊กตาเหล่านี้วิจิตพิศดาร โดยตุ๊กตานับพันชิ้น แต่ละชิ้นมีท่าทางกริยาไม่เหมือนกัน ตุ๊กตาแต่ละตัวเหมือนมีชีวิต ซึ่งมีอายุกว่า 2 พันปี นี่คือประติมากรรม ระดับต้นๆ ของโลก และการนำนิทรรศการนี้มาจัดแสดงนั้น เป็นการผนึกถึงความมิตรไมตรีอันแน่นแฟ้นต่อกันระหว่างไทยกับจีน นอกจากนี้ นักปั้นของไทยจะได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาเรียนรู้ผ่านนิทรรศการครั้งนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ซึ่งรวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญๆ มาจัดแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-15 ธ.ค.นี้

https://mgronline.com/qol/detail/9620000082990
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #11 ·
เตรียมไปดูเลย!! จีนนำ หุ่นทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ มาโชว์ครั้งแรก คนไทยค่าบัตร 30 บาท

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 - 15:51 น.

วันที่ 29 ส.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors)

โดยมี นางฉาง ยู่ เหมิง อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน ร่วมแถลง

นายอิทธิพล กล่าวถึงความสำคัญของสุสาน “ฉินสือหวง” หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ว่านับเป็นสิ่งมหัศจรรย์และเป็นมรดกโลกที่คนทั่วโลกล้วนอยากไปชมความมหัศจรรย์ 2,2000 ปี ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้นำทหารดินเผาจัดแสดงสู่สายตาชาวโลกมาแล้วกว่า 25 ประเทศ และประสบความสำเร็จอย่างสูงทุกแห่ง


สำหรับ นิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ นับเป็นครั้งแรกที่จะนำมาจัดแสดงในประเทศไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 15 ก.ย.2562 ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร และกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 15 ก.ย. – 15 ธ.ค. นี้

ทั้งนี้ มีโบราณวัตถุนำมาจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 86 รายการ 133 ชิ้น แบ่งออกเป็นการจัดแสดงร่วมกับนิทรรศการที่แสดงเหตุการณ์ในแผ่นดินจีน ทั้งก่อนและหลังราชวงศ์ฉิน รวบรวมตั้งแต่ภาพเขียน หุ่นทหาร อาวุธ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และตุ๊กตาดินเผาต่างๆ

ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หรือ โทร. 022241333 และ 022241402

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2848746
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #12 · (Edited)
เตรียมไปดูเลย!! จีนนำ หุ่นทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ มาโชว์ครั้งแรก คนไทยค่าบัตร 30 บาท

ไทยมีหุ่นดินจิ๋นซี มาตั้งแต่ปี 2537 แล้ว

ที่วัดญาณสังวราราม พัทยา แต่เป็นของไต้หวัน บริจาคมา

https://mgronline.com/travel/detail/9620000086648
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #13 ·
เจาะเบื้องหลังการขนส่งโบราณวัตถุ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ยากแค่ไหนกว่าจะเดินทางถึงเมืองไทยให้เราได้ชม

วันที่ 9 September 2019


นิทรรศการพิเศษเรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอายุกว่า 2,700 ปีจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้มาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรก กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเปิดให้เข้าชมนิทรรศการในวันที่ 15 กันยายนนี้ และจะจัดแสดงยาวไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นิทรรศการพิเศษนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒรธรรม และภาคเอกชนไทย กับสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี (Shaanxi Provincial Cultural Heritage Administration) สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี (Shaanxi Cultural Heritage Promotion Center) และพิพิธภัณฑ์สานจิ๋นซี (Qin Shinhuang’s Mausoleum Site Museum) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

โบราณวัตถุทั้งหมด 86 รายการ จำนวน 133 ชิ้นจากจีนเดินทางมาถึงพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ครบทั้งหมดเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นภัณฑารักษ์ เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร พร้อมด้วยภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่จากทางจีนได้ร่วมกันเปิดหีบห่อตรวจสภาพโบราณวัตถุเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา


น่าสนใจว่าการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุอายุเกือบ 3 พันปีนั้นต้องดูแลรักษาอย่างไรไม่ให้เกิดความเสียหายหรือชำรุดสึกหรอกับโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าเหล่านั้น


นิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ในวันเปิดหีบห่อโบราณวัตถุ นิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการขนส่งโบราณวัตถุตั้งแต่ต้นทางมาจนถึงปลายทางว่า กระบวนการดำเนินงานนั้นมีรายละเอียดเยอะมาก มีหลายเงื่อนไขและปัจจัยที่ต้องพยายามควบคุมสภาพให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานทางพิพิธภัณฑ์วิทยาระดับสากล

ผอ.นิตยา เล่ารายละเอียดและกระบวนการทำงานให้ฟังว่า โบราณวัตถุทั้ง 133 ชิ้นนี้ตอนอยู่ที่ประเทศจีนไม่ได้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เดียวกัน แต่กระจายจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ 14 แห่งทั่วมณฑลส่านซี เมื่อทางไทยกับจีนเจรจากันลงตัว ใกล้ถึงขั้นตอนการส่งมอบโบราณวัตถุให้ไทย เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีจึงไปรวบรวมโบราณวัตถุทั้งหมดมารวมกันที่พิพิธภัณฑ์มณฑลประจำส่านซีเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว


ขั้นตอนการตรวจสภาพและบันทึกสภาพที่เมืองจีน
ขณะที่ทางจีนรวบรวมโบราณวัตถุนั้น ทางฝั่งไทยต้องดำเนินการจัดเตรียมเรื่องการขนส่ง การประกันภัยโบราณวัตถุ และจัดเตรียมสถานที่จัดแสดงไว้ให้พร้อม ทันทีที่โบราณวัตถุเคลื่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีนั้นเป็นความรับผิดชอบของไทย หากเกิดเหตุเกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้น ฝ่ายไทยต้องรับผิดชอบ ซึ่งเฉพาะค่าขนส่งและค่าประกันภัยนั้นเป็นเงิน 16-17 ล้านบาท

เมื่อรวบรวมโบราณวัตถุมาถึงพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีครบแล้วก็เข้าสู่กระบวนการตรวจเช็กและบันทึกสภาพโบราณวัตถุ ซึ่งในขั้นตอนนี้กรมศิลปากรของไทยได้ส่งภัณฑารักษ์และนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ไปรับรู้และบันทึกสภาพโบราณวัตถุร่วมกันกับจีน ใช้เวลาทำงานเฉพาะขั้นตอนการตรวจและบันทึกสภาพโบราณวัตถุ 1 สัปดาห์เต็ม ๆ

หลังจากการตรวจสภาพและบันทึกสภาพเสร็จแล้วก็เข้าสู่กระบวนการแพ็กหีบห่อโบราณวัตถุใส่กล่อง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยอีกเช่นกัน เมื่อแล้วเสร็จแล้วจึงไปสู่กระบวนการขนส่งออกจากจีนมาไทยโดยเครื่องบิน แต่ก่อนจะได้ขึ้นเครื่องบินนั้นมีบางอย่างที่ผิดไปจากแผนการที่คาดไว้ ทำให้ต้องใช้เวลาขนส่งนานขึ้น

“เรื่องการขนส่ง แต่เดิมเราคิดว่าน่าจะขึ้นเครื่องออกจากมณฑลส่านซีได้ แต่ปรากฏว่าเครื่องที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซีเป็นเครื่องเล็ก เป็นเครื่องโดยสาร ไม่ใช่เครื่องขนส่งสินค้า จึงต้องขนส่งใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศจากมณฑลส่านซีไปสนามบินที่ใกล้สุดที่มีเครื่องขนาดใหญ่คือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 1 วัน 1 คืน โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเรานั่งรถดูแลของมาด้วยตลอด แล้วขึ้นเครื่องบินขนส่งที่เซียงไฮ้มาเปลียนเครื่องที่สิงคโปร์ ภัณฑารักษ์ก็ต้องไปด้วย เนื่องจากมีการเปลี่ยนเครื่อง ต้องมีการย้ายของ ภัณฑารักษ์ก็ต้องดูแลในกระบวนการขนย้ายของด้วย เมื่อมาถึงสุวรรณภูมิ บริษัทที่เราจ้างขนส่งก็ไปรับโบราณวัตถุจากสนามบินสุวรรณภูมิ นำขึ้นรถตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศมาส่งที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร” ผอ.เปิดเผยรายละเอียด


กล่องบรรจุโบราณวัตถุที่แข็งแรง ปิดผนึกแน่นหนา
ผอ.นิตยา ให้ข้อมูลว่า เงื่อนไขที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากตลอดกระบวนการการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุคือ ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมไม่ให้โบราณวัตถุเจอความชื้น เพราะความชื้นเป็นเหตุให้โบราณวัตถุเสื่อมสภาพหรือชำรุดได้ ซึ่งความชื้นจะเกิดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมาก ๆ อย่างฉับพลัน เช่นจาก 35 ลดลงไป 15 หรือจากอากาศเย็นเปลี่ยนเป็นร้อนจัดอย่างฉับพลัน ดังนั้นตลอดกระบวนการขนส่งโบราณวัตถุจึงต้องอยู่ในห้องควบคุมอุณหภูมิให้เย็นตลอดเวลา ไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนไปมา โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 24 องศาเซลเซียส

ส่วนภายในพระที่นั่งศิวโมกขพิมานที่เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการนั้นได้ดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมภายในทั้งเรื่องอุณหภูมิและระดับความชื้นให้เหมาะสมแล้วก่อนที่โบราณวัตถุจะมาถึง รวมถึงจัดเตรียมตู้จัดแสดงไว้พร้อมแล้ว ซึ่งนอกจากต้องควบคุมอุณหภูมิห้องแล้วยังต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้จัดแสดงอีกชั้นหนึ่งด้วย


พระที่นั่งศิวโมขพิมาน สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ
เมื่อโบราณวัตถุถูกขนส่งมาถึงห้องจัดแสดงแล้ว ต้องดำเนินการเหมือนเดิมที่ทำที่เมืองจีนคือ การเปิดกล่องหีบห่อโบราณวัตถุจะต้องดำเนินการร่วมกันทั้งสองฝ่าย จีนมีผู้แทนภัณฑารักษ์หรือนักอนุรักษ์จากพิพิธภัณฑ์ต้นสังกัดของโบราณวัตถุทั้ง 14 พิพิธภัณฑ์มาเปิดหีบห่อร่วมกันกับภัณฑารักษ์ของไทย พร้อมกับตรวจเช็กสภาพโบราณวัตถุว่ามีสภาพเหมือนเมื่อตอนตรวจเช็กสภาพที่เมืองจีนหรือไม่ มีความแข็งแรงมากพอที่จะจัดแสดงในประเทศไทยเป็นเวลา 3 เดือนหรือเปล่า ถ้าโบราณวัตถุไม่มีปัญหา ยังคงสภาพเหมือนเดิมก็จะทยอยนำออกจัดแสดง รวมถึงต้องตรวจเช็กอุณหภุมิและความชื้นภายในห้องจัดแสดง และภายในตู้จัดแสดงอีกครั้ง หากมีปัญหาต้องรีบตรวจแก้ไขให้ทันเวลา


ขั้นตอนการแกะหีบห่อโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประเทศไทย
“ที่ต้องซีเรียสเรื่องการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่ายเนื่องจากมีเงื่อนไขของการรักษาสภาพโบราณวัตถุที่ยืมมาว่า สภาพออกจากประเทศจีนเป็นอย่างไร เมื่อส่งคืนกลับไปก็ต้องมีสภาพดังเดิมทุกประการ”

“ฝั่งเราไม่ได้ห่วงเพียงแค่เรื่องค่าชดเชยความเสียหาย แต่เราเองก็อยากยืดอายุ อยากรักษาโบราณวัตถุให้สภาพคงเดิมให้นานที่สุด มันเป็นเรื่องการดูแลมรดกของโลกร่วมกัน การเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุไปจัดแสดงข้ามประเทศถือว่าเป็นเรื่องที่ซีเรียสอยู่แล้ว เพราะมีการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมมันจะเป็นเหตุให้โบราณวัตถุเสื่อมสภาพได้ ฉะนั้นกระบวนการทำงานตรงนี้จึงมีความสำคัญทั้งไทยและจีนร่วมกันตั้งแต่ก่อนออกจากประเทศจีนจนมาถึงประเทศไทย และในช่วง 3 เดือนที่จัดแสดงก็จะมีเจ้าหน้าที่ของจีนมาตรวจสภาพโบราณวัตถุเป็นระยะ ๆ” ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อธิบาย


ขั้นตอนการตรวจสภาพโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประเทศไทย
นอกจากนั้น ผอ.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวางและติดตั้งโบราณวัตถุสำหรับจัดแสดงว่า ถ้าเป็นโบราณวัตถุชิ้นเล็กนั้นจัดวางและติดตั้งไม่ยาก สามารถจัดวางโบราณวัตถุหลายชิ้นในตู้จัดแสดงเดียวกันได้ด้วย แต่ถ้าเป็นโบราณวัตถุชิ้นใหญ่นั้นยาก ต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงของการติดตั้งมาก ๆ และยังมีเรื่องที่ต้องระวังขณะจัดแสดงด้วยว่า หากมีผู้เข้าชมนิทรรศการพร้อมกันจำนวนมาก ๆ อาจส่งผลต่ออุณหภูมิในห้องจัดแสดง จึงต้องคอยดูแลจำนวนผู้ชมไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป

https://www.prachachat.net/d-life/news-369497
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #14 ·
10 ไฮไลต์ห้ามพลาด นิทรรศการ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ชมของดีระดับโลกครั้งแรกในไทย

เผยแพร่: 16 ก.ย. 2562 15:35 ปรับปรุง: 17 ก.ย. 2562 10:44 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รถม้าจำลองที่ทำจากสำริด โบราณวัตถุชิ้นเด่นที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์
รถม้าจำลองที่ทำจากสำริด โบราณวัตถุชิ้นเด่นที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์

วันนี้เป็นวันแรกสำหรับการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมนิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ซึ่งเป็นนิทรรศการพิเศษครั้งแรกในประเทศไทยที่นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญจากประเทศจีน นำโดยหุ่นดินเผาทหารจิ๋นซี มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นเวลาถึง 3 เดือนด้วยกัน



บรรยากาศของการเปิดนิทรรศการวันแรกนั้น มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก โดยทางพิพิธภัณฑ์ได้เปิดให้เข้าชมเป็นพิเศษสำหรับวันจันทร์-อังคารที่ 16-17 กันยายน ซึ่งปกติแล้วเป็นวันหยุดของพิพิธภัณฑ์ และเนื่องจากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ทางพิพิธภัณฑ์ได้ให้ประชาชนที่มารอได้เข้าชมก่อนเวลาเปิดปกติเล็กน้อย นอกจากนั้นก็ยังมีนักเรียนและนักศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ มาเข้าชมในวันนี้เป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมวันนี้เป็นวันแรก
เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมวันนี้เป็นวันแรก

บรรยากาศการเข้าชมในช่วงเช้าวันนี้
บรรยากาศการเข้าชมในช่วงเช้าวันนี้

สำหรับการเข้าชมนิทรรศการพิเศษครั้งนี้มีกฎในการเข้าชมเพิ่มเติมจากปกติเล็กน้อย คือ ห้ามนำกล้องถ่ายภาพเข้าไป สามารถใช้ได้เฉพาะกล้องมือถือเพื่อถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น และห้ามถ่ายวิดีโอ อีกทั้งยังห้ามเซลฟี แต่สามารถถ่ายภาพคู่กับโบราณวัตถุได้ (ให้คนอื่นถ่ายให้) โดยจะมีเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ตลอด

อีกทั้งหากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จะแบ่งจำนวนคนเป็นรอบๆ โดยให้ผู้ที่มาทีหลังนั่งรอด้านนอกก่อน เพื่อเป็นการกระจายคนด้านในไม่ให้แออัด และเพื่อให้ทุกคนได้ชมมุมต่างๆ ภายในนิทรรศการกันอย่างทั่วถึง

เมื่อมีผู้เข้าชมจำนวนมากเจ้าหน้าที่จะแบ่งคนออกเป็นรอบๆ และให้นั่งรอที่จุดพักรอด้านนอก
เมื่อมีผู้เข้าชมจำนวนมากเจ้าหน้าที่จะแบ่งคนออกเป็นรอบๆ และให้นั่งรอที่จุดพักรอด้านนอก

พระภิกษุสงฆ์ให้ความสนใจเข้าชมนิทรรศการ
พระภิกษุสงฆ์ให้ความสนใจเข้าชมนิทรรศการ

สำหรับใครที่ตั้งใจจะมาชมนิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ก็จะได้พบกับโบราณวัตถุอายุกว่า 2,200 ปี จากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ และพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ 14 แห่งของจีนเป็นจำนวน 86 รายการ 133 ชิ้น ผ่านการจัดแสดงที่แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ “พัฒนาการก่อนการรวมชาติ” ที่แผ่นดินจีนยังแบ่งเป็นแว่นแคว้นต่างๆ และมีการปกครองเป็นเอกเทศ ก่อนจะรวมเป็นหนึ่งเดียวในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้

นักศึกษาถ่ายรูปทหารดินเผาอย่างใกล้ชิด
นักศึกษาถ่ายรูปทหารดินเผาอย่างใกล้ชิด

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง
บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง

จากนั้นเป็นเรื่องของ “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิองค์แรกของจีนที่เป็นผู้ปฏิรูประบบการปกครอง พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม ระบบชั่งตวงวัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ แล้วมาต่อที่ “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” อันอลังการที่ได้พบหุ่นดินเผาทหาร ม้าและรถม้า ฯลฯ ปิดท้ายด้วย “สืบสานความรุ่งโรจน์” แสดงถึงการต่อยอดความรู้มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉินมาสู่ราชวงศ์ฮั่น ที่ได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณอย่างแท้จริง

ประติมากรรมบุคคลและตุ๊กตารูปสัตว์จากพิพิธภัณฑ์ฮั่นหยางหลิง
ประติมากรรมบุคคลและตุ๊กตารูปสัตว์จากพิพิธภัณฑ์ฮั่นหยางหลิง

จุดถ่ายภาพกับหุ่นดินเผาจำลองก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์
จุดถ่ายภาพกับหุ่นดินเผาจำลองก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์

นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการจัดนิทรรศการระดับโลกในบ้านเรา ซึ่งโบราณวัตถุหลายชิ้นในนิทรรศการนี้มีความสำคัญในระดับโลกเลยทีเดียว ดังที่จะขอนำเสนอไฮไลต์เด็ด 10 อย่างที่ไม่ควรพลาดชม ดังนี้

รถม้าจำลองที่ทำจากสำริด
รถม้าจำลองที่ทำจากสำริด


1. รถม้าจำลองที่ทำจากสำริด อายุสมัยราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 323-338) ประมาณ 2,240 ปี นำมาจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี เป็นรถม้าสำหรับเดินทางที่สร้างห้องปิดมิดชิดในส่วนของผู้โดยสาร เชื่อว่าอาจจำลองรถม้าพระที่นั่งของจักรพรรดิที่พระองค์ทรงใช้เวลาเสด็จพระราชดำเนินต่างถิ่นเพื่อตรวจราชการ วัตถุโบราณชิ้นนี้ตั้งเด่นอยู่กลางห้องจัดแสดงน่าตื่นตายิ่งนัก

หุ่นม้าเทียมรถและหุ่นทหารราบดินเผา
หุ่นม้าเทียมรถและหุ่นทหารราบดินเผา

2. หุ่นม้าเทียมรถและหุ่นทหารราบดินเผา นำมาจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี อายุสมัยราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 323-338) ประมาณ 2,240 ปีมาแล้ว โดยทั้งม้าและทหารเป็นหุ่นสภาพสมบูรณ์มากทีเดียว

หมวกเกราะและชุดเกราะที่ทำจากหิน
หมวกเกราะและชุดเกราะที่ทำจากหิน


3. หมวกเกราะและชุดเกราะที่ทำจากหิน อายุสมัยราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 323-338) ประมาณ 2,240 ปีมาแล้ว นำมาจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ชุดเกราะและหมวกหินนี้ทำมาจากแผ่นหินร้อยเข้าด้วยกันด้วยเส้นลวดทองแดง สำหรับชุดเกราะนี้ประกอบกันด้วยชิ้นส่วนแผ่นหินมากกว่า 400 ชิ้น ดูน่าตื่นตามากทีเดียว

หุ่นทหาร 3 นาย
หุ่นทหาร 3 นาย

4. หุ่นทหาร 3 นาย หุ่นทหารที่สภาพสมบูรณ์ 3 ตัวอยู่ในท่วงท่าต่างๆ ได้แก่ หุ่นทหารพลธนู หุ่นทหารชั้นแม่ทัพ และหุ่นทหารธรรมดา โดยหุ่นทั้ง 3 ตัวนี้เป็นวัสดุดินเผา นำมาจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี อายุสมัยราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 323-338) ประมาณ 2,240 ปีมาแล้ว

หู ภาชนะสำริดสำหรับบรรจุของเหลว
หู ภาชนะสำริดสำหรับบรรจุของเหลว

5. หู ภาชนะสำริดสำหรับบรรจุของเหลว มีการปิดทอง ตัวฝาประดับรูปนกในอุดมคติ นำมาจากพิพิธภัณฑ์ซีอาน อายุสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552) ที่พิเศษก็คือในการขุดค้นนี้ยังได้พบของเหลวสีเขียวในภาชนะนี้ด้วย โดยเป็นของเหลวรสชาติคล้ายไวน์ มีอายุมากกว่า 2,000 ปี เลยทีเดียว

ตุ๊กตาหญิงรับใช้
ตุ๊กตาหญิงรับใช้




6. ตุ๊กตาหญิงรับใช้ ทำจากดินเผาเขียนสี โดยเป็นตุ๊กตาหญิงรับใช้สวมเสื้อหลายชั้น แขนกว้าง แสดงให้เห็นถึงการแต่งกายในราชสำนักในยุคนั้น นำมาจากพิพิธภัณฑ์ฮั่นหยางหลิง อายุสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552) ยังคงเห็นสีสันได้อย่างชัดเจนสวยงาม

แผ่นทองคำ
แผ่นทองคำ

7. แผ่นทองคำสีทองอร่าม มีตราประทับหรือตัวหนังสือปรากฏอยู่ด้านบน ใช้สำหรับเป็นของกำนัล นำมาจากพิพิธภัณฑ์ซีอาน มีอายุสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552)

ประติมากรรมบุคคลหุ่นทหาร
ประติมากรรมบุคคลหุ่นทหาร

8. ประติมากรรมบุคคลหุ่นทหารปั้นเปลือยทำจากดินเผาเขียนสี เดิมทีเคยมีเครื่องแต่งกายทำด้วยผ้าสวมทับ ที่แขนทำเป็นช่องสำหรับต่อแขนที่ทำด้วยไม้ นำมาจากพิพิธภัณฑ์ฮั่นหยางหลิง มีอายุสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552) ประติมากรรมนี้ทำให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงคติการฝังร่างบริวารหรือหุ่นจำลองขนาดเท่าคนจริงลงในสุสานของกษัตริย์ เหลือเพียงการสร้างหุ่นสุสานขนาดเล็กเท่านั้น

คันฉ่องสำริด
คันฉ่องสำริด


9. คันฉ่องทำด้วยสำริด ลวดลายสวยงาม มี 2 ชุดด้วยกัน ชุดแรกมาจากพิพิธภัณฑ์ซีอาน ประดับลายเมฆ ดวงดาว และลายมังกร อีกชุดหนึ่งมาจากพิพิธภัณฑ์ฮั่นหยางหลิง เป็นลวดลายสัตว์ประจำทิศทั้งสี่ ได้แก่ มังกร เสือ หงส์ และงูพันเต่า ล้อมรอบด้วยลายใบไม้และตัวหนังสือ ทั้งสองชุดมีอายุในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552)

ประตูสุสานหินแกะสลัก
ประตูสุสานหินแกะสลัก


10. ประตูสุสานหินแกะสลักและเขียนสี นำมาจากพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมศิลาสมัยราชวงศ์ฮั่น เมืองอี๋ว์หลิน อายุสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 338-552) โดยบานประตูสุสานนี้แกะสลักรูปเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีนในสมัยนั้น เช่น พระอาทิตย์ที่ภายในมีภาพนก พระจันทร์ที่ภายในมีภาพคางคก บนตัวบานประตูแกะสลักเป็นรูปหงส์สีแดง อาจแสดงถึงเทพเจ้าประจำทิศใต้ โดยปกติสุสานจะต้องหันทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศมงคล ดังนั้น การแกะสลักรูปหงส์แดงบนบานประตูจึงเป็นการเชื่อมโยงกับทิศทางการหันของสุสานด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถไปชมนิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ได้ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร โดยจะเปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. วันที่อังคารที่ 17 ก.ย.ก็ยังสามารถไปชมกันได้ แต่ในสัปดาห์ต่อๆ ไปพิพิธภัณฑ์จะปิดทำการวันจันทร์-อังคารตามปกติ ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2224-1333, 0-2224-1402 หรือที่เฟซบุ๊ก National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

https://mgronline.com/travel/detail/9620000089116
 
1 - 14 of 14 Posts
Top