SkyscraperCity banner

3061 - 3080 of 4197 Posts

·
Registered
Joined
·
1,688 Posts
ไม่ร้อนครับเพราะไม่ได้ปิดด้านข้าง อากาศยังเคลื่อนตัวเข้า-ออกสถานีตามขวางได้ตามธรรมชาติ
แต่เมื่อเทียบกับรูปแบบหลังคาเดิมสมัยเริ่มแรกที่ไม่ได้ปิดตรงกลางระหว่างราง (เพื่อ response to hazard analysis ที่ดี) นั้น
รูปแบบหลังคาใหม่นี้มีปัญหารบกวน Public Address System ได้มากพอสมควร และจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้มากกว่ารูปแบบเดิม

เมื่อช่วงที่มีการทดสอบวิ่ง test run นั้น ผมได้มีโอกาสไปยืนบนชานชาลาสถานี พอตอนที่รถวิ่งผ่านนั้นคนที่ยืนอยู่ติดกันยังพูดจาฟังกันไม่รู้เรื่องกันเลยครับ!:eek:hno: ซึ่งผมสามารถพูดได้ว่าเสียงรบกวน (Noise) ที่เกิดขึ้นมานั้นมีมากกว่าหลังคารูปแบบเดิมแน่นอนครับ
อันนี้ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างครับ คือแบบเดิมเนี่ย เวลาฝนตกหนักๆ นี่ น้ำนี่สาดทั่วทั้งบริเวณ แต่ของ กทม. จะค่อนข้างปิดด้านบน ทำให้ ผดส. ไม่เปียกแน่นอนเวลาฝนตก ยิ่งช่วงนี้ฝนตกไม่ตรงฤดูด้วย

แต่เรื่องเสียงดังนี้ ผมว่ามันขึ้นกับสภาแวดล้อมนะ ถ้าอยู่ข้างสะพานแบบตั้งแต่สถานีตลาดพลูเป็นต้นไป อันนี้น่าจะเห็นผลชัดแน่นอน เพราะถนนเส้นนั้นขับกันเร็ว แต่ กรุงธนบุรี - โพธิ์นิมิตร และ แบริ่ง นี่ยังพอไหวอยู่ คุยกันยังได้ยิน เคยยืนคุยกับ TO ที่มารับขบวนรถที่สถานีวงเวียนใหญ่ เสียงยังไม่ได้รบกวนอะไรมาก ยังได้ยินชัดเจน

สำหรับเรื่อง Public Address System นี่ ต้องถามว่าในปัจจุบัน นอกจากสถานีสยาม อนุสาวรีย์ชัยฯ อโศก หมอชิต ศาลาแดง มีสถานีไหนอีกที่ได้ใช้บ่อยๆ บ้าง คำตอบคือ "แทบไม่มี" ที่มีใช้คือการนำมาใช้เปิดโฆษณาเท่านั้น ซึ่ง ผดส.ส่วนใหญ่ เขาก็ไม่อยากจะให้ติดโฆษณาด้วยเสียงซักเท่าไหร่

อีกอย่างถ้าสถานีแบบปิดมีปัญหามาก ผมว่าคงมีปัญหากันไปทั่วโลกละครับ อย่างสิงคโปร์ นี่ค่อนข้างปิดชัดเจน แถมยังมีเสาด้านนอกอีก ฮ่องกงก็เช่นเดียวกัน


* Paya Lebar Interchange, Singapore East-West MRT Line, Singapore. (ภาพจาก Street Directory)


* Tin Shui Wai Station, West Rail Line, Hong Kong SAR of China. (ภาพจาก Wikipedia.org)

ผมเคยอ่าน hazard log ของ BTS เมื่อก่อนที่จะมีการเดินรถส่วนต่อขยายพบว่าเคยมีฝรั่งลงจากชานชาลาสถานีสนามกีฬาแห่งชาติแล้วเดินตามรางไปขึ้นชานชาลาสถานีสยามโดยยังมีชีวิตอยู่ปกติดีครับ ไม่มี Automatic Platform Gates & Screen ก็ควบคุมไม่ได้แบบนี้นั่นแหละครับ..แต่จะมีตั้งแต่แรกป่านนี้คงเสียดอกเบี้ยเงินกู้เพียบ!

ยังดีที่เมื่อก่อนระบบราง BTS ยุคแรกเป็นรางวางบน track plinths ซึ่งมี pit ลึกประมาณ 50-60cm และ ทางอพยพฉุกเฉินเป็นแบบเดินลงหัวท้ายขบวนรถแล้วเดินกลางทางวิ่ง (frontal & rear evacuation) และมีบริเวณที่สามารถเดินข้าม track ออกจากช่อง pit เพื่อไปขึ้นที่ปลอดภัยได้ที่ขั้นบันได level crossing ที่ปลายสถานี
แต่ถ้าฝรั่งคนนั้นมาเจอระบบการเดินรถหลังการเดินรถส่วนขยายช่วงหลังๆที่มี beacons เยอะแยะมากมายและสาย negative return cables ที่ระเกะระกะของการออกแบบส่วนต่อขยายต่างๆในช่วงหลังๆ (ที่ System Assurance หย่อนยานจน Level of Service เปลี่ยนไป) แล้วหละก็ ป่านนี้ก็คงจะมีข่าวดังให้เราได้อ่านได้ฟังกัน :lol:
ถ้ามี PSD ตั้งแต่แรก ระดับความปลอดภัยคงสูงกว่านี้ และคงไม่ได้รับเรื่องร้องเรียน พนง. รปภ. กันบ่อยๆ เช่นแบบทุกวันนี้ เพราะมารยาทและพฤติกรรมที่กร่าง...มาก ถ้าติดตั้งแต่แรก ก็จะลดจำนวน พนง. (ที่ไม่ดี) ลงไปได้ ถือว่าชดเชยกันไป และสามารถลดความเครียดของผู้โดยสารจากมารยาทของพนักงานได้ ถือว่าได้มากกว่าเสีย

สำหรับรางในส่วนต่อขยายทุกเส้น (ยกเว้นช่วง สะพานตากสิน - วงเวียนใหญ่ TBS) ก็จะใช้การวางรางบน Plinth เช่นเดียวกับเส้นทางเดิม ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการอพยพเช่นเดียวกับเส้นทางเดิม

สำหรับตัว Balise หรือ Beacon สีเหลืองๆ คงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร เนื่องจากในส่วนเดิม ก็มีกล่องเหล็กครอบตัว Signalling เดิมไว้ ตัว Balise ก็ติดตั้งอยู่บนกล่องเหล็กนั่น เช่นเดียวกับส่วนต่อขยาย ที่มีกล่องเหล็กอยู่ตลอดเส้นทางเช่นเดียวกัน ยกเว้นช่วน สะพานตากสิน - วงเวียนใหญ่ TBS ที่จะเป็นกล่องเล็กๆ ยื่นขึ้นมาจากพื้น


* สถานีพญาไท


* สถานีสยาม


* สถานีโพธิ์นิมิตร

จากรูปจะเห็นว่าตัว Beacon หรือ Balise ที่สถานีสยาม สถานีพญาไทและสถานีโพธิ์นิมิตรจะถูกติดตั้งบนกล่องเหล็ก


* สถานีวงเวียนใหญ่

สำหรับช่วง สะพานตากสิน - วงเวียนใหญ่ TBS ตัว Balise จะติดตั้งบนขาตั้ง และมีกล่องคอนกรีตเป็นฐานรองครับ

และที่สำคัญ ตัว Balise นี่เหยียบได้ครับ ไม่พัง! ผมเหยียบมาแล้ว ช่วงที่ตรวจรับ Consult และ ผรม. ตรวจรับ Balise เพราะว่าตัว Balise นี่ทำมาจากวัสดุ Polymer มีความยืดหยุ่นพอสมควร เมื่อเทียบกับกล่องสัญญาณสีเงินๆ ของ Siemens ที่ BTS เคยใช้

สำหรับจุดเชื่อมต่อสาย Negative Return Cables ตามที่ผมเรียนให้ทราบตั้งแต่ Reply ก่อนๆ แล้วว่า ส่วนต่อขยายนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ยังไม่ผ่านกระบวนการตรวจรับงาน เพียงแต่เปิดให้บริการเพื่อเอาหน้าและผลงานตามใบสั่งของผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น จริงๆ ผรม. และ Consult มีสิทธิ์ยื้องานไว้ถึงกลางปีนี้ ตามเวลาสิ้นสุดสัญญา


* จุดเชื่อมต่อสาย Negative Return Cable ที่สถานีวงเวียนใหญ่ (กล่องเหล็กครอบไว้) ภาพโดยคุณ totomaru


* จุดเชื่อมต่อสาย Negative Return Cable ที่สถานีโพธิ์นิมิตร

ดังนั้นเมื่อมีการเปิดเพื่อเอาหน้า การเก็บงานอะไรยังทำได้ไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร ยังต้องมีการแก้ไขงานกันอีกมากมาย สำหรับจุดเชื่อมต่อสาย Negative Return Cable เมื่อมีการเก็บงาน จะมีตัวกล่องเหล็กหรือหล่องคอนกรีตมาครอบไว้ครับ (ผมไม่แน่ใจวิธีการ) ไม่ได้เปลือยแบบที่เห็นแน่นอน

สำหรับส่วนต่อขยายนี้ ผมเชื่อมั่นได้ว่ามีความปลอดภัยไม่แพ้ระบบเดิมแน่นอน เพราะตัว Consult (PCBK) ค่อนข้างจะเข้มงวดมาก โดยเฉพาะส่วนงานระบบทั้งหลาย ผมได้มีโอกาสไปทดสอบตัว Fastener ที่ใช้ช่วงประแจที่โรงงานวิหารแดง พบว่านายช่างของ PCBK ค่อนข้างเข้มงวดครับ ทดสอบไม่ได้ ก็ไม่ตรวจรับ

และการทำงานนี้ BTS ก็มีส่วนร่วมในการออกแบบครับ จะมีการประชุมร่วมกัน 4 ฝ่าย (BTSC, KT, PCBK Consortium, STAS Joint Venture) ทุกวันพุธอยู่เป็นประจำ ที่ Office บางหว้า ริมคลองบางด้วนครับ

ดังนั้น งานที่ออกมา ไม่ได้มีมาตรฐานต่ำกว่า Initial System ของคุณ PaxRailXsince1992 แน่นอน
 

·
Registered
Joined
·
470 Posts
รูปแบบหลังคาสถานี BTS Initial System หรือ ความยาว 25กม.เดิม นั้นก็มีทั้ง 2 รูปแบบนั่นแหละครับ (จริงๆมี 3 รูปแบบ .. แต่สถานีตากสิน S6 นั้นถูกกำหนดเป็นสถานีชั่วคราว ก็เลยไม่นับ)
รูปแบบปิดมีให้เห็นกันอยู่ที่ สถานีสยาม (CEN) ซึ่ง ปัจจุบัน บ.ที่ปรึกษาฯทำ TOR ของ กทม. ก็นำมาใช้เป็นต้นแบบของหลังคาส่วนต่อขยาย เพียงแต่ว่า หลังคาสถานีสยาม ที่เป็นต้นแบบนี้นั้นถูกออกแบบมาสำหรับสถานีที่มีชานชาลาเป็นแบบ Center Platform ครับ รวมถึงรูปภาพสถานีต่างประเทศที่คุณ nutnano นำมาอ้างอิงด้วยครับ (ดูได้จากโครงสร้างทางวิ่งที่อยู่ขอบนอกสถานีครับ) เพื่อนผมที่เป็นผู้บริหารอาวุโสของ Louis Berger ที่อินเดียบอกผมมาว่า รูปแบบหลังคาโครงเหล็กของ BTS ยุคแรกนี้เป็นที่นิยมของ Delhi Metro System มาก เพราะเย็นสบายไม่ต้องมี HVAC system [สงสัยมาสำเนาไปตอนมาดูงานเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว :lol: เพราะตอนนั้น Delhi Metro ยังไม่เกิด] แต่อินเดียมีมรสุมลมแรงมาก (ช่วงเวลาของฝนตกรอบนึงนานกว่าบ้านเรา)

จริงๆก็มีหลายคนครับที่ไม่เข้าใจว่าทำไมสถานี BTS ยุคแรกต้องเปิดช่องตรงกลางไว้ (ให้น้ำฝนสาดเข้าสถานีได้ทำไมกัน?) ก็ถือโอกาสนี้ชี้แจงให้ทราบกันแทนกลุ่มที่ปรึกษา (MTC) ผู้ที่ทำ TOR ที่ได้กำหนดไว้ว่าห้ามมีหลังคาปิดเหนือทางวิ่งครับ เพราะตอนนี้ก็เกษียณกันไปเกือบหมดแล้วและก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยกัน .. รายละเอียดที่มาก็พอสมควรแต่ที่สำคัญมันมาจาก hazard analysis ครับซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาจาก hazard logs ของระบบฯที่ สิงค์โปร์, ไทเป, ฮ่องกง, และ อังกฤษ ผมขอยก ความเสี่ยง (risks) มาหนึ่งเรื่องเพื่อเป็นตัวอย่างคือ
มีคำถามจาก ICE (ผู้ที่ต้องรับผิดชอบมาตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเปิดให้บริการสาธารณะ) ว่า ถ้ามีสถานีมีหลังคาปิดคลุมต่อเนื่องแล้วในอนาคตมีการเดินสาย cables เกาะไปตามหลังคาข้ามผ่านเหนือทางวิ่งไป ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อบกพร่องจากการซ่อมบำรุงฯ ประกอบกับการสั่นไหวในระหว่างการเดินรถและทำให้สาย cables ร่วงหล่นจาก supports หรือ fastening ของงานใดๆที่อยู่เหนือทางวิ่งร่วงหล่นลงมาใส่รถไฟที่กำลังวิ่งแล้ว จะเกิด hazard อะไรได้บ้าง? มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด? (MTBF) และผู้ใดจะรับผิดชอบ? ควรจะแก้ไขเพื่อป้องกันได้หรือไม่? อย่างไร? :nuts:
สุดท้ายก็ออกมาเป็นข้อกำหนดว่า เหนือทางวิ่งบริเวณสถานีจำเป็นต้องทำให้โล่งไว้ครับโดยยอมให้หลังคาชานชาลายื่นออกมาเกินกึ่งกลางตัวรถไฟได้ไม่เกิน 25cm. :lol:

ทุกท่านตระหนักว่า ผดส.บางท่านอาจจะถูกฝนสาดบ้างในบางเวลาที่มีฝนตกหนัก+ลมแรงเป็นพักๆ ตั้งแต่เมื่อเริ่มกำหนดการออกแบบสถานีก็ไม่มีวิศวกรหรือสถาปนิกท่านใดเห็นด้วยในข้อกำหนดนี้ .. แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามารับผิดชอบประกันวิชาชีพกันซักคนเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นคือส่วนใหญ่ได้ให้น้ำหนักความเสียหายกับโอกาสในการถูกฝนสาดน้อยกว่าโอกาสที่จะเกิดอันตรายกรณีที่จะมีหลังคาคลุมเหนือทางวิ่ง เพราะจาก practices สามารถพิจารณาได้ว่าจะมีความเสี่ยงเกิดผลเสียหายรุนแรงกับชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า
ส่วนใหญ่จึงตั้งคำถามต่อไปว่า ในช่วงฝนตก+ลมแรง (case เดียวกัน) นั้น ท่าน ผดส. จะเดินทางออกจากสถานีต่อไปยังพื้นที่ทางเท้าอย่างไรไม่ให้เปียก? หรือ ขณะฝนตก+ลมแรงนั้น ท่าน ผดส. สามารถเดินทางจากพื้นที่ทางเท้ามายังทางเข้าสถานีได้อย่างไรโดยไม่ถูกฝนสาดเปียก?
(ลองนึกภาพบรรยากาศเวลาที่ท่านเดินเข้าออกศาลาที่ตั้งเป็นที่ๆรอบพระอุโบสถในวัดพระแก้วในขณะฝนตกได้ ก็จะพอเห็นภาพครับ)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาฝนสาด ผดส. ดังกล่าว โดยได้พยายามทำแผงชะลอความแรงของน้ำฝนลงเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ด้วยเขตทางวิ่งบนถนนของ BTS ที่กว้างเพียง 30กว่าเมตรนั้นจึงทำให้ไม่สามารถยื่นชายคาออกไปยาวๆ เหมือนที่อินเดียสำเนาไปพัฒนาได้ครับ
ส่วนวิธีแก้ไขโดยปรับความสูงของหลังคาสถานีเพื่อลดการสาดของลมฝนแรงๆในยุคแรกนั้นก็มีปัญหากับการส่งสัญญาณไมโครเวฟของ กสท และ สถานีวิทยุต่างๆ ..

^^ ก็ได้พยายามกันบน design constraints ต่างๆที่ไม่เคยมีมาก่อน จนกระทั่งสถานี BTS ยุคแรกได้มีรูปแบบอย่างที่ทุกๆท่านเห็นกันนี่แหละครับ :)


ส่วนเรื่องผลกระทบ Public Address System เรื่องเสียงรบกวน (Noise) นั้น ประเด็นที่ผมกังวลจะเป็นช่วง Abnormal Condition กับ Emergency Condition มากกว่า Normal Operating Condition ครับ และด้วยแหล่งกำเนิด noise นี้อยู่ตรงกลางสถานีตลอดความยาวชานชาลาที่มีหลังคาปิดเหนือทางวิ่งนี้ (ถึงแม้อาจจะมีรางนึงที่รถหยุดแต่จะมีรางนึงที่ยังคง operate อยู่เพื่อป้องกันไม่ให้ ผดส. มาลงที่สถานีมีปัญหา) ท่านจะพบได้กับปัญหาเสียงก้องเสียงกำทอนมากกว่ารูปแบบเดิมนะครับ

ผมก็ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ส่วนในประเด็นอุปสรรคของ trainway egress นั้นผมขอชี้แจงเพิ่มเติมภายหลังเมื่อมีโอกาส


ปล. มาตราฐาน Initial System ที่ mobilize ขึ้นมานั้นไม่ใช่ของผมหรอกครับ ผมไม่อาจรับ credits นี้ไว้ได้
แต่มันเป็น good practices หลายสิบปีของเพื่อนๆวิศวกรสถาปนิกต่างประเทศของผมมากกว่าครับ
ก็ practices นี่แหละครับที่มันพัฒนามาเป็น codes
**แต่บ้านเรานี่มันไม่มีเอาซะเลย จึงต้องสร้างเอกสารแปลกๆ เอากฎหมาย เอาสัญญาทางการค้า มาบังคับมาตราฐานการประกอบวิชาชีพ เพื่อที่จะสามารถไปบังคับเจ้าของโครงการที่จ่ายเงินได้**คุณภาพวิชาชีพต่างๆที่ถูกบังคับโดยไม่มีที่มาที่ไป แถมไปตั้งเงื่อนไขชาตินิยมมาเป็นอุปสรรคการพัฒนาเพื่อลดรายจ่ายนั้น ก็สร้างปัญหาเข้าทำนอง"ไม่มีความรู้แต่หยิ่ง"เข้าไปอีก ก็เป็นอย่างที่เห็นกันนี่แหละครับท่าน (-_-!) แล้วเมื่อไหร่วิชาชีพบ้านเราจะพัฒนาสู้ AEC ได้กัน?
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3,063 ·
นึกว่าสถานี BTS ไปลอกสถานี JR ลอยฟ้าของญี่ปุ่นมะซะอีก เห็นคล้ายกัน
 

·
Registered
Joined
·
333 Posts
สถานีแบบปิด????

Keyword "NFPA 130-2010" อะไรที่เปลี่ยนจาก 2004

But this is skycrapercity so understandable...

Codes changed... ขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกใช้อะไร เพราะคนออกแบบต้องอ่าน code อยู่แล้ว
 

·
Registered
Joined
·
470 Posts
นึกว่าสถานี BTS ไปลอกสถานี JR ลอยฟ้าของญี่ปุ่นมะซะอีก เห็นคล้ายกัน
ทราบมาจากทีมงานออกแบบสถานี BTS ยุคแรกนั้น ว่ามีทีมสถาปนิกคนไทยกับคนอังกฤษเป็นผู้กำหนด geometry ของภาพตัดขวางขึ้นมาตาม design criteria ที่ MTC กำหนดขึ้นมาครับ ซึ่งรูปแบบเดิมที่ ผรม. เสนอ BTSC+กทม.ไม่ชอบเพราะเป็น industrial image มาก จึงพยายามลดผลกระทบทางทัศนียภาพลง โดยสถาปนิกไทยได้นำลักษณะของ logo BTSC มาค่อยๆคลี่คลายออกเพื่อทำให้รูปตัดตามขวางคล้ายปีกนกที่กางออกอุปมาว่าเคลื่อนที่ได้รวดเร็วปานนกบินอะไรทำนองนั้นครับ
หลังจากนั้นก็ส่งแบบสถาปัตยกรรมไปให้บริษัทวิศวกรญี่ปุ่นออกแบบขนาดหน้าตัดเหล็กโครงสร้างส่วนต่างๆ (ซึ่งวิศวกรญี่ปุ่นไม่ชอบรูปแบบนี้กันซักเท่าไหร่เนื่องจากต้องใช้เหล็กมากกว่ารูปแบบธรรมดาเพราะปลายโครงสร้างยื่นเยอะ ต้อง control deflection)
แล้วก็ส่งข้อมูล loads ทั้งหมดของวิศวกรโครงสร้างหลังคานี้ไปให้วิศวกรฝรั่งเศสออกแบบคานคอนกรีตสำเร็จรูปที่จะมารองรับโครงสร้างหลังคา .. ส่วนระยะมิติต่างๆก็ส่งไปให้วิศวกรเยอรมันออกแบบระบบไฟฟ้าสายดินและความปลอดภัยจากฟ้าผ่า รวมถึงตรวจสอบผลกระทบที่จะมีกับการออกแบบตัวรถไฟฟ้า (Rolling Stocks) ด้วยครับ

ซึ่งทราบจากทีมงานสถาปนิกที่ออกแบบหลังคานั้นแล้วว่า ไม่เคยมีใครในทีมได้เคยรู้จักหรือเห็นรูปแบบสถานี JR ดังกล่าวกันมาก่อนเลยครับว่าหน้าตาเป็นอย่างไร? จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นกัน :)

มาเห็นผลงานแบบนี้แล้วรู้ว่าคนไทยเป็นคนคิดแบบกันขึ้นมาได้ขนาดนี้ ก็รู้สึกดีครับ ถึงแม้ credits จะไม่เป็นที่ปรากฎณ์ก็ตาม :banana:
 

·
Registered
Joined
·
470 Posts
สถานีแบบปิด????

Keyword "NFPA 130-2010" อะไรที่เปลี่ยนจาก 2004

But this is skycrapercity so understandable...

Codes changed... ขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกใช้อะไร เพราะคนออกแบบต้องอ่าน code อยู่แล้ว

คือว่า "สถานีแบบปิด" นี่ผมก็เรียกตามคุณ nutnano นั่นแหละครับ ซึ่งหมายถึง มีหลังคาปิดคลุมทางวิ่งแบบสถานี BTS ส่วนต่อขยาย ณ ปัจจุบัน ที่ UDC เป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาทำเอกสารประกวดราคาให้ กทม.

ส่วนคำถามเรื่อง NFPA 130 นั้น เท่าที่ผมทราบจากท่านผู้เชี่ยวชาญนั้น ไม่มี 2004 Edition นะครับ มีแต่ 2003, 2007, แล้วก็มา 2010 ซึ่งก็ปรับแก้กันไปตาม Practices ของท่านคณะกรรมการ NFPA ที่ทำงานกันที่อเมริกากันนั่นแหละครับ ตอนนี้ในยุโรปก็มีสร้างสถานีใต้ดินกันลึกมากขึ้นเรื่อยๆ 2010 Edition ก็เลยมีการกล่าวถึงการใช้ elevators ในการอพยพ ผดส.ได้ แต่วิชาชีพเฉพาะในด้านนี้ในยุโรปก็ยังให้ credits กับ NFPA 130 ซึ่งเป็น code ของอเมริกาเหนือกันอยู่นะครับ แปลกดี แถมยังมีบริษัทที่ปรึกษาที่มีในยุโรปไปนั่งเป็นคณะกรรมการ NFPA ด้วยกันอยู่พอสมควร!

แต่ท่านผู้เชี่ยวชาญการวางผังสถานีรถไฟฟ้าต่างๆที่มีประสบการณ์จริงได้เตือนมาว่า NFPA codes เป็นเพียงการพิจารณาเฉพาะเรื่องความปลอดภัยจากเรื่องไฟในกรณี Emergency เท่านั้น ซึ่งเป็นงานเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ของการออกแบบวางผังสถานีที่ต้องพิจารณา แต่ยังมี practices อื่นๆที่จำเป็นโดยเฉพาะกรณี Normal Operating และ กรณี Congestion ที่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะจริงๆเพื่อให้สอบผ่านเรื่อง System Assurance เมื่อมี ICE มาตรวจสอบคุณภาพของระบบว่าอยู่ในระดับใดก่อนเปิดให้บริการ :) และ NFPA ก็เป็นเพียง guideline เท่านั้น .. มิใช่คัมภึร์ที่จะมายึดเป็นสรณะและเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แต่อย่างใด!! สิ่งที่เจ้าของโครงการควรให้ความสำคัญที่สุดคือ good practices แต่ก็ไม่ใช่ทำตามๆกันมาโดยลอกของเดิมๆมาอย่างไม่มีเหตุผลนะครับ!!!!!!
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3,068 ·
ศึกใน-นอกตีรวนโปรเจ็กต์ "รถไฟฟ้าปู" กระทบชิ่ง2สาย "ม่วง-น้ำเงิน" คนนนท์รอเก้อ..ส่อเค้าเลื่อนเปิดใช้


updated: 30 ม.ค. 2556 เวลา 12:04:05 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ดูเหมือนขณะนี้รถไฟฟ้าหลากสี 10 สายทาง แผนงาน 4 ปีของ "รัฐบาลเพื่อไทย" ส่อเค้าดีเลย์ หลังเอกซเรย์ดูแผนงานก่อสร้างพบว่ามีหลายจุดที่ยังเคลียร์ไม่จบ กระทบชิ่งถึงกำหนดเปิดให้บริการของรถไฟฟ้า 2 สาย 2 สี ที่ "รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย" กำลังเร่งมือก่อสร้างอยู่ในขณะนี้

แม้ทั้ง 2 โครงการจะได้ค่ายผู้รับเหมามหาชนระดับท็อปไฟฟ์ของประเทศมาก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น "อิตาเลียนไทยฯ-ช.การช่าง-ซิโน-ไทยฯ-ยูนิคฯ-เพาเวอร์ไลน์ฯ" ก็ตาม

เปิดปูม 3 ก๊กใน รฟม.

ว่ากันว่าเป็นเพราะมีทั้ง "ศึกใน-ศึกนอก" รุมเร้าระหว่างทาง ทำให้ไซต์ก่อสร้างแทนที่จะลื่นไหลไปตามแผนงานที่กำหนด มีเหตุต้องอ่อนแรงลงโดยอัตโนมัติ ต้องปรับแผนงานก่อสร้างใหม่ตลอดเวลา

กล่าวสำหรับ "ศึกใน" มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระเส็นกระสายออกมาว่า ตอนนี้ รฟม.แบ่งเป็น 3 ก๊ก ระหว่าง "บิ๊ก รฟม.หน้าเก่า-ประธานบอร์ด-ผู้ว่าการคนใหม่" ที่ทำงานแบบร้องเพลงคนละคีย์



ยังไม่นับปัจจัยภายนอกองค์กรที่รวมถึง "บิ๊กคมนาคม" ที่ตอนนี้เริ่มออกอาการไม่ปลื้ม "ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล" ผู้ว่าการ รฟม. เพราะทำงานไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายใหม่ทั้งสีเขียว "หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต" และสายสีชมพู "แคราย-มีนบุรี" ประกาศจะประมูลได้ตั้งแต่ปลายปี 2555 แต่ก็ปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2556

ส่วน "ศึกนอก" มีทั้ง "กทม.-กรุงเทพมหานคร" เจ้าของถนนสายต่าง ๆ ที่ยังขยักขย่อนเรื่องการส่งมอบพื้นที่ไซต์ก่อสร้าง รวมถึงปัญหาแรงงานขาดแคลน

"สีม่วง" งานโยธาคืบเร็ว

ตรวจสอบสถานะการก่อสร้างเริ่มจาก "สายสีม่วง" (บางซื่อ-บางใหญ่) ตลอดระยะทาง 23 กม. แม้การเวนคืนเสร็จ 100% แต่ผลงานการก่อสร้างทั้ง 3 สัญญานับจากวันเริ่มตอกเข็มเมื่อ 10 พ.ย. 2552 มีความคืบหน้าภาพรวม ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2555 เดินหน้าไปได้ครึ่งทางอยู่ที่ 53.58% ช้าจากแผน 4.71%

"งานสายสีม่วง 3 สัญญา พอเราปรับแผนก่อสร้างใหม่ทำให้งานล่าช้าน้อยลง แต่ยังมีอุปสรรคอยู่โดยเฉพาะสัญญาที่ 3 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดแล้วจรของกลุ่มแอสคอนกับเพาเวอร์ไลน์ฯ เพราะเจอปัญหาน้ำท่วมและแรงงานขาด ตอนนี้งานคืบหน้า 26.83%" แหล่งข่าวจาก รฟม.กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

ขณะที่งานโยธาในขณะนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสายสีม่วง เพราะแต่ละไซต์เดินหน้ากว่า 50% แล้ว รวมถึงระบบรางซึ่งล่าสุดได้เซ็นสัญญากับ "อิตาเลียนไทยฯ" วงเงินกว่า 3,500 ล้าน

สัญญาเดินรถ...ดีลไม่จบ

ที่น่าเป็นกังวลคือ สัมปทาน 30 ปี "จัดหาระบบและรถไฟฟ้า" มาวิ่งบริการยังล่าช้าจากแผนมาร่วมครึ่งปี ตามแผนจะต้องเซ็นสัญญาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปราคาสุดท้ายกับ "บีเอ็มซีแอล-บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ" ธุรกิจในเครือ ช.การช่างได้

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556 ตีกลับราคาที่คณะกรรมการมาตรา 13 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เสนอมา 85,991 ล้านบาท และให้เวลา 30 วันกลับไปเจรจาต่อรองกับ "บีเอ็มซีแอล" ลดราคาลงอีก จะครบกำหนดประมาณ 8 ก.พ.นี้

ก่อนหน้านี้ ภาคเอกชนยอมลดราคา 1,000 ล้านบาท อยู่ที่กว่า 84,000 หมื่นล้านบาท แต่จะเป็นที่พอใจของบิ๊กคมนาคม "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" หรือไม่...ยังต้องลุ้น เพราะมีแนวโน้มชื่อ "ช.การช่าง" กับ "รมว.ชัชชาติ" ดูเหมือนจะเดินเป็นเส้นขนานกันเสียมากกว่า

ฟันธง สีม่วงเลื่อนเปิดปี′59

"เรากำลังพิจารณาเรื่องราคา แต่ไม่น่าจะลดได้อีก เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยล้วน ๆ เกี่ยวกับตัวระบบรถไฟฟ้า" นี่คือคำยืนยันหนักแน่นของ "ปลิว ตรีวิศวเวทย์" บิ๊ก ช.การช่าง

นอกจากนี้ยังมีงานสัญญางานวางระบบอาณัติสัญญาณเชื่อมรถไฟฟ้า 2 สาย "สีม่วง-สีน้ำเงิน" รอยต่อ "เตาปูน-บางซื่อ" ที่ขาดอยู่ประมาณ 1 กิโลเมตร ยังไม่สรุปสุดท้ายจะเริ่มได้เมื่อไหร่ ปัจจุบัน "บีเอ็มซีแอล" กำลังพิจารณาเงินลงทุนร่วมกับ รฟม.

จากปัญหาดังกล่าว แหล่งข่าวจาก รฟม.บอกว่า มีความเป็นไปได้สูงที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเลื่อนเปิดให้บริการ จากกำหนดเดิม ธ.ค. 2558 เลื่อนเป็นปี 2559 แทน

สีน้ำเงินเวนคืนยังไม่เสร็จ

ขณะที่สายสีน้ำเงินระยะทาง 27 กม.จาก "บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค" งานเวนคืนที่ดินคืบหน้า 88.62% ช้าจากแผนงาน 6.33% ติดปัญหาเคลียร์พื้นที่ย่านวัดมังกรกมลาวาส ย่านคลองถม เป็นต้น

ส่วนงานก่อสร้างทั้ง 5 สัญญา ผลงานโดยรวมนับจากวันที่สตาร์ต 4 เม.ย. 2554 จนถึง 12 ม.ค.ที่ผ่านมา คืบหน้าแล้ว 28.75% ช้าจากแผน 6-7%

ล่าสุด "นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ได้เป็นประธานกดปุ่มเริ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ "เจ้าพระยา" ในไซต์ก่อสร้างสัญญาที่ 2 ของ "ช.การช่าง" หลังปลายปีที่แล้วกดปุ่มเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์ของ "อิตาเลียนไทยฯ" งานสัญญาที่ 1 มาแล้ว เพื่อการันตีรถไฟฟ้าสายนี้จะเดินหน้าต่อไป

แต่ถึงแม้นายกฯจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แต่ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไม่เร็วทันใจอย่างที่รัฐบาลคาดหวังไว้ประเมินจากงานจุดเจาะอุโมงค์ซึ่ง "อิตาเลียนไทยฯ" เริ่มกดปุ่มไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพิ่งมาเริ่มงานจริง ๆ เมื่อ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาเพราะยังเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างไม่ได้ ดังนั้นหัวขุดเจาะอุโมงค์ของ "ช.การช่าง" ที่เพิ่งเดินเครื่องเมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา กว่าจะเจาะลอดแม่น้ำเจ้าพระยาทะลุมาเชื่อมกันได้ที่ "สถานีสนามไชย" คาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี

กทม.เล่นแง่ไม่ให้เข้าพื้นที่

"ปัญหาใหญ่ของสายสีน้ำเงินที่งานล่าช้าทั้ง 4 ไซต์ก่อสร้าง เพราะติดเรื่องเวนคืน รวมถึง กทม.ยังไม่ให้เข้าพื้นที่อีกหลายจุด โดยเฉพาะ ถ.จรัญสนิทวงศ์ ถ.เพชรเกษม ต้องมาปรับแบบร่วมกัน ตอนนี้ รฟม.กับผู้รับเหมากำลังปรับแผนก่อสร้างให้เร็วขึ้นอีก จากล่าช้าอยู่ทั้งโครงการประมาณ 7 เดือนหลังจากเคลียร์พื้นที่ย่านวัดมังกรฯแล้ว"

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนการเดินรถและระบบรถไฟฟ้า รฟม.กำลังพิจารณาเพื่อเปิดประมูล และให้สัมปทานเอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอลงทุนรูปแบบ PPP

ดังนั้นแผนงานที่วาดไว้ "สายสีน้ำเงิน" จะเปิดบริการ ธ.ค. 2559 แหล่งข่าวจาก รฟม.ฟันธงว่า ยังไงก็ไม่น่าจะทัน

คงเป้า "สีเขียว" แบริ่ง-ปากน้ำ

อีกสายที่เริ่มเห็นสัญญาณความล่าช้าเช่นกัน "สายสีเขียว" ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 13 กม. ของค่าย "ช.การช่าง" เริ่มเปิดหน้าดินก่อสร้างมาได้เกือบ 1 ปี ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2555 ปัจจุบันผลงานโดยรวมคืบหน้า 4.72% ช้าจากแผน 1.40%

สภาพปัญหาไม่ต่างจากไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ อาทิ ติดเรื่องเวนคืนและรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคบริเวณ ถ.สุขุมวิท ปัจจุบันการเวนคืนที่ดินรุดหน้ากว่า 78.27% ยังช้าจากแผน 10.58%

งานด้านอื่น ๆ ได้บทสรุปทั้ง "งานวางราง" ที่ได้ค่าย ช.การช่าง เจ้าเดียวกันมาดำเนินการตามคาดหมาย จะเซ็นสัญญาก่อสร้างเร็ว ๆ นี้ หลังบอร์ด รฟม.อนุมัติราคาสุดท้ายที่ 2,400 ล้านบาท เมื่อ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา

ด้าน "งานระบบไฟฟ้าและเดินรถ" อยู่ระหว่างเสนอให้บอร์ด รฟม.พิจารณาใช้รูปแบบ PPP หรือให้เอกชนร่วมลงทุนเหมือนสายสีม่วง ก่อนเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อนเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป

ถึงแม้จะมีขั้นตอนมากมายรออยู่ แต่ รฟม.ยังคงสถานะ "สายสีเขียว" คาดว่าก่อสร้างเสร็จและพร้อมเปิดบริการปลายปี 2560 เหมือนเดิม ส่วนจะมีอุบัติเหตุให้เป็นอื่นไปจากนี้...คงต้องดูกันต่อไป

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1359521995&grpid=02&catid=07&subcatid=0703
 

·
Registered
Joined
·
1,688 Posts
มีใครทราบไหมครับว่าไอ้นี่คืออะไรหรอครับ

ลิฟท์สำหรับรถเข็นผู้พิการ ที่สถานีตลาดพลู (S10) ชานชาลาที่ 4 มุ่งหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ เนื่องจากชานชาลานั้นแคบกว่าชานชาลาปกติ ดังนั้นการติดตั้งลิฟท์แบบปกตินั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวย จึงต้องใช้ลิฟท์แบบนี้แทน
 

·
Vision Thailand
Joined
·
5,728 Posts
ลิฟท์สำหรับรถเข็นผู้พิการ ที่สถานีตลาดพลู (S10) ชานชาลาที่ 4 มุ่งหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ เนื่องจากชานชาลานั้นแคบกว่าชานชาลาปกติ ดังนั้นการติดตั้งลิฟท์แบบปกตินั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวย จึงต้องใช้ลิฟท์แบบนี้แทน
มันพิเศษกว่าลิฟท์ธรรมดาอย่างไรหรือครับ เช่นใช้ที่น้อยกว่า ฯลฯ อะไรทำนองนี้
 

·
Connecting your real life
Joined
·
1,111 Posts
^^ ลิฟท์ไฮโดรลิค หรือเปล่าครับ


ไปเจอวิดีโอตอนยาวจากสนามกีฬาไปโพธิ์นิมิตรครับ (เริ่มที่นาทีที่ 17.55 จะได้ยินเสียงประกาศ)
 

·
Samutprakan
Joined
·
753 Posts
เสียงประกาศโพธิ์นิมิตร ผู้หญิงนั่น เสียงคนขับหรือเสียงอัดเทปอ่ะ
 

·
Registered
Joined
·
240 Posts
^^
เสียงประกาศน่ารักดีนะครับ อิอิ แต่พอถึงสถานีโพธิ์นิมิตร กลับประกาศเป็น นิมิตร เฉยๆซะงั้น คำว่า โพธิ์ หาย

ว่าแต่เสียงใครหว่า ต่อไป BTS จะเอามาเป็นเสียงประกาศหลักสถานีต่างๆแทนปัจจุบันหรือเปล่าเนี่ย
 

·
Registered
Joined
·
2,433 Posts
^^
เสียงประกาศน่ารักดีนะครับ อิอิ แต่พอถึงสถานีโพธิ์นิมิตร กลับประกาศเป็น นิมิตร เฉยๆซะงั้น คำว่า โพธิ์ หาย

ว่าแต่เสียงใครหว่า ต่อไป BTS จะเอามาเป็นเสียงประกาศหลักสถานีต่างๆแทนปัจจุบันหรือเปล่าเนี่ย
เหมือนกับว่าเขาเปิดเล่นเทปก่อนที่จะเปิดลำโพงน่ะครับ ทำให้เสียงช่วงต้นขาดไป
 

·
Registered
Joined
·
470 Posts
^^ ลิฟท์ไฮโดรลิค หรือเปล่าครับ


ไปเจอวิดีโอตอนยาวจากสนามกีฬาไปโพธิ์นิมิตรครับ (เริ่มที่นาทีที่ 17.55 จะได้ยินเสียงประกาศ)

ดูจากรูปแล้วเป็นลิฟท์ประเภท machine room less หรือ ไม่มีห้องเครื่อง ครับ จึงไม่น่าจะใช่ hydraulic lift ที่จำเป็นต้องมีห้องเครื่องที่มีพื้นที่พอสมควร แต่น่าจะเป็น traction lift ประเภทนึงมากกว่าเพราะต้องการพื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า :)
 

·
Registered
Joined
·
1,688 Posts
ดูจากรูปแล้วเป็นลิฟท์ประเภท machine room less หรือ ไม่มีห้องเครื่อง ครับ จึงไม่น่าจะใช่ hydraulic lift ที่จำเป็นต้องมีห้องเครื่องที่มีพื้นที่พอสมควร แต่น่าจะเป็น traction lift ประเภทนึงมากกว่าเพราะต้องการพื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า :)
เป็นลิฟท์พิเศษสำหรับ Wheelchair หรือ Home use ครับ ใช้พื้นที่ขนาดเล็ก รับน้ำหนักได้ไม่เยอะ ไม่มีห้องเครื่องครับ
 

·
Registered
Joined
·
1,688 Posts
ลิฟท์ระบบนี้ เรียกว่า Platform lift ครับ ใช้การทำงานโดยอาศัย Hydraulics หรือ Gear (เฟือง) ขึ้นอยู่กับรุ่น

ทำงานผ่านระบบ Manual Operate คือ ผู้ใช้ต้องกดปุ่มแช่ไว้จนกว่าลิฟท์จะมาถึงที่หมาย
 
3061 - 3080 of 4197 Posts
Top