SkyscraperCity Forum banner

Chachoengsao | CP Smart City

16288 Views 45 Replies 11 Participants Last post by  napoleon
1 - 20 of 46 Posts
คันทรี่ การ์เด้น ยักษ์อสังหาฯจีน เล็งลงขันซีพี สร้างเมืองใหม่ เล็งทำเลอีอีซี

วันที่ 11 ตุลาคม 2560 - 19:20 น.

นายกันต์ อี้ หาง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คันทรี่ การ์เด้น โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จากประเทศจีน เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เพื่อร่วมกันลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ในรูปแบบของเมืองใหม่ ที่ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สินค้าปลอดภาษี และสนามกอล์ฟ ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรม โดยทางผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจากัน และเข้าไปสำรวจพื้นที่ในเขตภาคตะวันออกของไทยแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรืออีอีซี

คันทรี่ การ์เด้น นับเป็นบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่อันดับ 3 ของจีน ปัจจุบันมีทั้งหมด 900 โครงการทั่วโลก มูลค่าการขายในปีที่แล้ว 1.5 ล้านล้านบาท มองโอกาสที่ขยายโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ เพราะต้องการที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดที่จะเข้าไปในแต่ละประเทศ โดยโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ ในรูปแบบเมืองใหม่ ได้ลงทุนไปแล้วในประเทศมาเลเซีย กับโครงการฟอเรสต์ ซิตี้ มูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท ที่ได้ถมทะเลเป็นเกาะพิเศษพื้นที่รวม 30 ตร.ก.ม. บริเวณรัฐยะโฮร์ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่พักอาศัย และการพาณิชย์ 20 ตร.ก.ม. จำนวน 3.5 แสนยูนิต และในส่วนของสนามกอล์ฟและนิคมอุตสาหกรรมอีก 10 ตร.ก.ม. เป็นโครงการแล้วเสร็จสิ้นทั้งหมด 25-30 ปี ซึ่งในไทยต้องการให้เป็นรูปแบบเดียวกัน


“หากมีการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ที่ไทยครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย จากเงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เกิดการจ้างแรงงานไทย เช่าที่พักอาศัย กิน จ่าย ท่องเที่ยว และการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยเป็นการแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมและบริษัทต่างชาติมาลงทุน ถือเป็นการกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจ”

ส่วนโครงการฟอร์เรสต์ ซิตี้ ในมาเลเซีย ได้เปิดขายอสังหาฯ ไปแล้ว 20% กลุ่มลูกค้าเป็นจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมทั้งคนไทย ที่ขายไป 8 ยูนิต มูลค่า 50 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายการขายในตลาดไทยปีแรกไว้ 600 ล้านบาท โดยมีแผนดำเนินการเปิดตัว Thailand International Exhibition Center (IEC) ในเดือนธ.ค.นี้ ที่ตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ถนนสาทร เพื่อรุกการขายอย่างจริงจัง มองว่ายังมีกลุ่มคนไทยที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และเริ่มขยับขยายเฟ้นหาแหล่งที่พักอาศัย หรือเพื่อการลงทุนไปยังต่างประเทศที่มีศักยภาพ และเป็นศูนย์รวมในด้านความเจริญรอบด้าน โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนวัยเกษียณ และครอบครัวที่ส่งลูกไปเรียนที่สิงคโปร์ และมาเลเซีย

https://www.khaosod.co.th/economics/news_564308
See less See more
  • Like
Reactions: 4
เจ้าเดียวที่ทําโครงการ forest city ที่ยะโฮร์ หวังว่ามาไทยจะประสบความสําเร็จนะ
  • Like
Reactions: 5
นึกถึงเมืองทองธานีในอดีต......มาด้วยคอนเซ็ปท์ ฮ่องกงแห่งเซาส์อีสต์เอเซีย สุดท้ายเกิดฟองสบู่แตกกลายเป็นหนี้เน่ามหาศาลต้องตัดแบ่งที่ดินขายบ้าง ถูกยึดทรัพย์บางตึกไปบ้าง จนกลายเป็นชุมชนแออัดกลายๆและกลายเป็นพื้นที่แบบจะเมืองก็ไม่ใช่เมืองเพราะไม่มีการบริหารตนเองแบบเทศบาลเช่นแขวงท่าทราย จะชุมชนก็ใหญ่เกินชุมชน
See less See more
  • Like
Reactions: 1
นึกถึงเมืองทองธานีในอดีต......มาด้วยคอนเซ็ปท์ ฮ่องกงแห่งเซาส์อีสต์เอเซีย สุดท้ายเกิดฟองสบู่แตกกลายเป็นหนี้เน่ามหาศาลต้องตัดแบ่งที่ดินขายบ้าง ถูกยึดทรัพย์บางตึกไปบ้าง จนกลายเป็นชุมชนแออัดกลายๆและกลายเป็นพื้นที่แบบจะเมืองก็ไม่ใช่เมืองเพราะไม่มีการบริหารตนเองแบบเทศบาลเช่นแขวงท่าทราย จะชุมชนก็ใหญ่เกินชุมชน
ต้องลองเข้าไปดูใหม่เลยครับ....ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หน้าตาเปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้
See less See more
  • Like
Reactions: 1
นึกถึงเมืองทองธานีในอดีต......มาด้วยคอนเซ็ปท์ ฮ่องกงแห่งเซาส์อีสต์เอเซีย สุดท้ายเกิดฟองสบู่แตกกลายเป็นหนี้เน่ามหาศาลต้องตัดแบ่งที่ดินขายบ้าง ถูกยึดทรัพย์บางตึกไปบ้าง จนกลายเป็นชุมชนแออัดกลายๆและกลายเป็นพื้นที่แบบจะเมืองก็ไม่ใช่เมืองเพราะไม่มีการบริหารตนเองแบบเทศบาลเช่นแขวงท่าทราย จะชุมชนก็ใหญ่เกินชุมชน
จำได้เมื่อตอนอยู่ไทย แล้วบังเอิญได้ไซต์งานแถวติวานนท์ บริษัทเช่าคอนโดให้อยู่แถวเมืองทองจะได้ไม่ต้องฝ่ารถติด เป็นอย่างที่คุณโจว่าจริง กึ่งๆเหมือนชุมชนขนาดใหญ่ ไร้ระเบียบเดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไง
See less See more
เจ้าเดียวที่ทําโครงการ forest city ที่ยะโฮร์ หวังว่ามาไทยจะประสบความสําเร็จนะ
กลัวจะเป็นแบบที่ยะโฮร์ตอนนี้ มีสิทธิ์ร้างแน่นอน กว่าแปดแสนยูนิตมันจะไปขายให้ใคร ตอนนี้แทบไม่พูดถึงกันละ
See less See more
  • Like
Reactions: 3
นั่นนะสิครับ ขายไม่ออกเลยมาลองที่ไทยแทน ของไทยคิดว่าสเกลคงไม่ใหญ่เท่าที่ยะโฮร์
8แปดแสนunitที่ว่าสร้างจริงแค่1-2หมื่นเองมั้งตอนนี้ เค้ากะกินยาว25ปีแบบค่อยๆสร้าง คือจริงๆอุปสงค์มันก็ได้อยู่หรอก แต่คงลืมไปว่ามีคู่แข่งจ้าวอื่นด้วยไม่ได้ผูกขาด เว้นเสียรัฐบาลมาเลจะฆ่าผู้ประกอบการท้องถิ่นตัวเองเอาเศษเงิน
See less See more
รัฐบาลมีโครงการเมืองใหม่ ใน EEC

ถ้าโครงการนี้เหมือนจิ๊กซอร์เติมเต็ม ระบบเดียวกับเมืองใหม่ญี่ปุ่น

ก็ปล่อยให้เอกชนเสี่ยงตายไปเถอะ
See less See more
  • Like
Reactions: 1
คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีร้านแนวโมเดิร์นแต่ว่าใช้ไม้แท้ๆมาเป็นวัสดุก่อสร้าง แต่น่าเสียดายที่มันแพงเกิน
ซี.พี.แลนด์ ตอกเสาเข็มโปรเจ็กต์ยักษ์ 1 หมื่นล้าน ร่วมทุนรัฐบาลจีน สร้างนิคมฯมาบตาพุด 3,000 ไร่

วันที่ 31 ตุลาคม 2560 - 17:48 น.

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.แลนด์ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทพร้อมจะก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่บริษัทร่วมทุนกับรัฐบาลจีนในมณฑลกว่างซี ภายใต้ทุนจดทะเบียน 2,000 ล้าน สัดส่วนถือหุ้น 51% และ 49% บนพื้นที่ 3,000 ไร่ คาดว่ามูลค่าขั้นต่ำ 10,000 ล้านบาท

โดยหลังจากเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมารายใหญ่ติด 1 ใน 5 ของประเทศจีนในช่วงปีนี้ที่ผ่านมาแล้ว ขณะนี้เตรียมที่จะก่อสร้าง เพื่อพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทจะเปิดกว้างผู้ผลิตในทุกประเทศ แต่เบื้องต้นในฐานะร่วมทุนระหว่างไทยและจีนจึงจะรองรับผู้ผลิตจากไทยและจีนก่อน


พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบมิกซ์ยูส ที่มีทั้ง โรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และศูนย์ประชุม ไปตามเมืองใหญ่ของจังหวัดในแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค โดยเริ่มที่ จ.ขอนแก่น ได้พัฒนาโครงการบนที่ดิน 60 ไร่ ลงทุนไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จะเปิดให้บริการในเดือนธ.ค.นี้ และกำลังอยู่ระหว่างจะสร้างโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 200 ห้อง คาดว่าจะลงทุนกว่า 400 ล้านบาท (ไม่รวมราคาที่ดิน) รองรับลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการมิกซ์ยูส ที่ จ.นครศรีธรรมราช บนที่ดินกว่า 100 ไร่ โดยขณะนี้ก่อสร้างโรงแรม ระดับ 5 ดาว จำนวน 350 ห้อง ลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดได้ต้นปีหน้า ตลอดจนกำลังก่อสร้างคอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงานให้เช่า พื้นที่ 10,000 ตร.ม. ที่เตรียมจะเปิดเช่นกัน และยังมีพื้นที่เหลือ 70 ไร่ สำหรับการก่อสร้างศูนย์ประชุมในอนาคต และยังมีโครงการที่จ.ระยอง พุฒนาเป็นโรงแรม 4 ดาว 220 ห้อง และมีลองสเตย์ด้วย จะเปิดได้ในปีหน้า

https://www.khaosod.co.th/economics/news_606291
See less See more
นึกถึงเมืองทองธานีในอดีต......มาด้วยคอนเซ็ปท์ ฮ่องกงแห่งเซาส์อีสต์เอเซีย สุดท้ายเกิดฟองสบู่แตกกลายเป็นหนี้เน่ามหาศาลต้องตัดแบ่งที่ดินขายบ้าง ถูกยึดทรัพย์บางตึกไปบ้าง จนกลายเป็นชุมชนแออัดกลายๆและกลายเป็นพื้นที่แบบจะเมืองก็ไม่ใช่เมืองเพราะไม่มีการบริหารตนเองแบบเทศบาลเช่นแขวงท่าทราย จะชุมชนก็ใหญ่เกินชุมชน
พูดถึงเมืองทองฯ ทุกวันนี้เวลาผมขับรถผ่านเข้าไปโดยใช้ทางที่ทะลุจากคลองประปา สำหรับคนนอกอย่างผมปัญหาที่ชัดเจนที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่จอดรถของผู้พักอาศัยคอนโดนี้หล่ะครับ ตึกนึงมีเป็นร้อยๆยูนิดแต่ที่จอดรถมีแค่ลานจอดกับริบถนนแค่นิดเดียว จะไปจอดตึกจอดรถที่ศูนย์ประชุมชุมต่างๆก็ไกลเกินไป รถเลยต้องจอดหน้าตึกเต็มไปหมดจนแทบจะขับฝ่าไปไม่ได้ ร้านที่เช่าอยู่ชั้นล่างตึกพวกนี้ก็เลยขายของได้แค่กับคนแถวๆนั้น เพราะคนนอกไม่มีสิทธิจอดเลย สภาพก็กลายเป็นแออัดทรุดโทรมไม่น่าอยู่ตามไปด้วย เพราะแทนที่จะสามารถบริหารจัดการทำอย่างอื่นได้ ก็ต้องให้รถจอดอย่างเดียว
See less See more
  • Like
Reactions: 1
'ซีพี' กว้านซื้อ 2 หมื่นไร่! สร้างเมืองใหม่แปดริ้ว-มิกซ์ยูสมักกะสัน-ไล่ช็อปมือดีเพียบ

3 March 2018

‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ 3 จังหวัดอีอีซี กว่า 2 หมื่นไร่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดไฮสปีดเทรน สร้างเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา พร้อมตั้งนิคมอุตสาหกรรมอีก 2-3 แห่ง ตั้งเป้าผุดมิกซ์ยูส 600 ไร่ เทียบชั้นต่างประเทศ

มีความเป็นไปได้สูงที่ ‘กลุ่มซีพี’ ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ จะคว้าสัมปทานรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 200,000 ล้านบาท และหากชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน ขุมทองของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้กว้านซื้อที่ดินโซนตะวันออก ร่วมทุนกับ ‘จีน’ ปักหมุดเมืองใหม่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรม

ผลตอบแทน 5 หมื่นล้าน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การตั้งเงื่อนไขการประมูลรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ว่า หากเอกชนรายใดชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ระยะยาว 50 ปี รูปแบบมิกซ์ยูส อาทิ คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การประชุม อาคารสำนักงาน ฯลฯ และต้องให้ผลตอบแทนกับ ร.ฟ.ท. ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ภายใน 50 ปี โดย 2 ปีแรก ชำระล่วงหน้า 20% ล่าสุด มีผู้สนใจประมูลหลายราย อาทิ ซีพี ปตท. กลุ่มกิจการเดินรถไฟฟ้า บีทีเอส กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น เนื่องจากมักกะสันมีศักยภาพสูง สามารถดึงคนจากเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เข้าพื้นที่ อีกทั้งยังเชื่อมการพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง อาทิ ฉะเชิงเทรา อู่ตะเภา ซึ่งเป็นสถานีใหญ่

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่มักกะสันเป็นกระดาษมากว่า 20 ปี หากพัฒนามิกซ์ยูสส่งผลให้เมืองเปลี่ยนโฉม และผลักดันให้รัศมีรอบมักกะสัน อาทิ เพชรบุรี ประตูน้ำ อโศก รัชดาฯ พระราม 9 พญาไท ได้อานิสงส์เปลี่ยนตามไปด้วย แต่สถานีรถไฟความเร็วสูงจะต่างจากรถไฟฟ้าในเมือง สถานีค่อนข้างห่าง และขึ้นอยู่กับผังเมืองด้วยว่า เอื้อต่อการพัฒนาจริงหรือไม่ ซึ่งทำเลที่มีศักยภาพ อาทิ สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา และอู่ตะเภา ราคาที่ดินขยับขึ้นไปรอก่อนหน้านี้แล้ว

ซื้อตัววิศวกร-สถาปนิก

แหล่งข่าวจาก ‘ซีพี’ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ‘ซีพี’ ตั้งเป้านำที่ดินสถานีมักกะสันมาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสให้เหมือนกับโครงการเดอะฟอเรสเทียส์ ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า ขณะที่สถานีศรีราชา ผู้ชนะการประมูลจะได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ 100 ไร่ โดย 75 ไร่ สถานีจะนำไปทำที่จอดรถและอู่ซ่อม ส่วนที่เหลืออีก 25 ไร่ กลุ่มซีพีตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นสมาร์ทซิตี

“ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มซีพีได้ดึงตัววิศวกรจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กว่า 10 คน เข้ามาทำงานฝังตัวอยู่ในบริษัทลูกของซีพี เช่น ซีพี พืชไร่ โดยวิศวกรที่ซื้อตัวมาแต่ละคนได้รับเงินเดือนหลักล้านบาท รวมทั้งยังดึงวิศวกรจากประเทศจีน และสถาปนิกชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส เข้าออกมาออกแบบเมืองใหม่ที่มักกะสันและฉะเชิงเทรา” แหล่งข่าว ระบุ


‘ซีพี’ ทุ่มซื้อที่อีอีซี 2 หมื่นไร่

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ค่ายซีพีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมทุนกับ ‘กวางสี’ นักลงทุนจากประเทศจีน กว้านซื้อที่ดินใน 3 จังหวัดอีอีซี มากถึง 2 หมื่นไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน จ.ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยที่ฉะเชิงเทรา ‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับการก่อสร้างเมืองใหม่ ที่มีทั้งที่พักอาศัย สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ไว้แล้วกว่า 4,000 ไร่ โดยที่ดินที่กว้านซื้อส่วนใหญ่เป็นที่นาไม่อยู่ในตัวเมือง ราคาไร่ละ 1-3 ล้านบาท แต่หากลงมือพัฒนาจะขยับเป็นไร่ละ 10-20 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่า ทำเลที่เหมาะทำเมืองใหม่ น่าจะออกนอกเมืองอยู่แถวบางคล้า แม่น้ำบางปะกง

สำหรับที่ดินที่จะนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม เนื้อที่กว่า 1 หมื่นไร่ ไร่ละ 1-2 ล้านบาท มีเป้าหมายพัฒนา 2-3 นิคม นิคมละ 3,000-5,000 ไร่ ตั้งแต่ทางแยกจอมเทียนไปถึงระยอง ส่วนเมืองมิกซ์ยูสเทียบชั้นต่างประเทศ ‘ซีพี’ ต้องการ 600 ไร่ บริเวณแยกจอมเทียน ใกล้โอเชียนมารีน่า-บ้านอำเภอ เนื่องจากทำเลนี้ต่อไปจะเป็นฮับใหญ่ มีรถไฟความเร็วสูงมาลง ซึ่งขณะนี้รวมได้กว่า 100 ไร่ โดยเป็นแปลงติดกับโอเชียนมารีน่า เนื้อที่ 79 ไร่ และยังอยู่ระหว่างกว้านซื้อที่ดิน ฝั่งตรงข้ามกับโอเชียนมารีน่า หรือ ตรงข้ามฝั่งของทะเล ไปทางสัตหีบ-ระยอง อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณเมกะบางนา กิโลเมตรที่ 5 ถนนบางนา-ตราด บริษัท แมกโนเลีย บริษัทลูกพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 300 ไร่ มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เชื่อมประตูอีอีซี

สำหรับราคาที่ดินติดทะเลจอมเทียน ราคา 32-40 ล้านบาทต่อไร่ จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคา 19-20 ล้านบาทต่อไร่ ขยับขึ้นมาถึง 2 เท่า ส่วนฝั่งไม่ติดทะเล หากไม่ติดถนน ราคา 15 ล้านบาทต่อไร่ ติดถนนใหญ่ ราคา 25 ล้านบาทต่อไร่

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4-7 มี.ค. 2561 หน้า 01-02

http://www.thansettakij.com/content/264831
See less See more
ซีพีโชว์เหนือเจ้าสัวเจริญ

4 March 2018

นายพงษ์ศักดิ์ พิบูลศักดิ์ รองเลขาธิการ และประธานฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า เป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มขนาดใหญ่ให้ความสนใจโดยเฉพาะเครือซีพี ลงทุนจ้างบริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งดำเนินการศึกษาความคุ้มค่าด้านการลงทุนไปแล้ว จึงเห็นว่าซีพีทุ่มไม่อั้นสำหรับการแข่งประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางนี้

นอกจากนั้นกลุ่มซีพียังมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ที่จังหวัดระยอง จึงเป็นที่ยืนยันว่าจะใช้รถไฟความเร็วสูงให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการนี้ เช่นเดียวกับพื้นที่ทำเลชลบุรีและฉะเชิงเทรายังพบอีกว่ามีธุรกิจในเครือข่ายของซีพีอีกที่จะได้ประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูงอีกจำนวนมาก ทั้งจากการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมอื่นๆ


“ที่สำคัญไม่ควรมองข้ามที่ดินแปลงมักกะสันและสถานีกลางบางซื่อ ที่แปลงใหญ่ซึ่งกลุ่มซีพีสามารถนำไปสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน ยิ่งหากจับมือกับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นรายใหญ่ด้านการเช่าที่ดินในโซนพหลโยธิน-บางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมกับปตท.ยังมีโครงการต่างๆในโซนระยองอีกเป็นจำนวนมาก จึงมีนํ้าหนักในการร่วมแข่งขันและชิงโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองไปดำเนินการมากกว่ารายอื่นๆ”

สอดคล้องกับนายวสันต์ คงจันทร์ นักประเมินอิสระและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเคยประเมินราคาที่ดินมักกะสัน กล่าวว่า กลุ่มซีพีปักธงในพื้นที่ระยองรองรับเอาไว้นานแล้ว จะเห็นได้จากแนวเส้นทางเดิมรถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าวสิ้นสุดแค่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง แต่ล่าสุดขยายไปถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มซีพีเรียบร้อยแล้ว

“เชื่อว่านอกเหนือจากกลุ่มซีพีจะไปกว้านซื้อที่ดินสร้างนิคมอุตสาหกรรมไว้ที่ระยองนับพันไร่แล้วยังคงหาซื้อที่ดินอีกหลายแปลงในแนวเส้นทาง อีกทั้งยังไม่ควรมองข้ามเป้าหมายการพัฒนา ที่ดินแปลงมักกะสัน พหลโยธินที่เป็นทำเลทองเชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูงเส้นทางนี้ด้วย ซึ่งที่ดินแปลงมักกะสันและสถานีกลางบางซื่อยังสามารถสร้างความคุ้มค่าด้านการลงทุนได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงเป็นความสนใจของกลุ่มทุนใหญ่อย่างซีพีและเจ้าสัวเจริญเข้ามาแย่งชิง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,344 วันที่ 1 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2561

http://www.thansettakij.com/content/263826

กลุ่มซีพีปักธงในพื้นที่ระยองรองรับเอาไว้นานแล้ว จะเห็นได้จากแนวเส้นทางเดิมรถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าวสิ้นสุดแค่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง แต่ล่าสุดขยายไปถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มซีพีเรียบร้อยแล้ว
See less See more
เปิดทำเลเมืองใหม่ “แปดริ้ว” ซีพี”รู้แกวดึงทุนจีนดักหน้า

วันที่ 4 มีนาคม 2561 - 22:51 น.

รัฐจัดคิวลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คึก เล็งเปิดประมูลพัฒนา smart city ใน 3 จังหวัด EEC 3-5 แสนล้านไล่หลังไฮสปีด นำร่อง “แปดริ้ว” ใช้ 3 ทางเลือก จัดรูปที่ดิน-เอกชนซื้อแลนด์แบงก์พัฒนาร่วมทุน PPPอุบเงียบตุนที่ราชพัสดุ 4 พันไร่ใน อ.บางน้ำเปรี้ยว ไว้ในมือกันเหนียว ซี.พี.เหนือชั้นผนึกทุนจีนลุยเมืองใหม่ดักหน้า

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังทีโออาร์ประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 226 กม. ผ่านการพิจารณาของบอร์ดอีอีซี โดยจะเปิดให้เอกชนลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 50 ปี เงินลงทุนกว่า 2.06 แสนล้านบาท เพื่อก่อสร้าง รับสัมปทานเดินรถ พัฒนาพื้นที่สถานี และที่ดินมักกะสัน และศรีราชา รวมถึงเปิดกว้างให้เอกชนขยับตำแหน่งสถานีได้ให้ใกล้กับที่ดินที่เอกชนมีแผนจะพัฒนาในอนาคต เช่น การพัฒนาเมืองใหม่ที่ภาครัฐจะเร่งทำควบคู่กันคือ การจัดหาที่ดินรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ หรือ smart city เป็นเมืองอัจฉริยะ สำหรับการอยู่อาศัย อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม มีสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และเทคโนโลยีสมัยใหม่พร้อม ในทำเลแนวเส้นทางไฮสปีดเทรน อาจเป็นที่ดินรัฐอย่างที่ราชพัสดุ หรือที่ดินของเอกชน โดยจะเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุน รับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แหล่งงาน และการอยู่อาศัยในพื้นที่อีอีซี

ปั้นเมืองใหม่ “แปดริ้ว” นำร่อง

ล่าสุด ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมพื้นที่จะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ (new city) พร้อมจัดทำแผนแม่บทของการพัฒนาเมืองใหม่ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยจะนำร่องที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นแห่งแรก

“ผลศึกษาจะแล้วเสร็จเดือน มี.ค.นี้ เพราะเป็น 1 ใน 8 แผนงานย่อย ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่อีอีซี ที่รัฐบาลต้องการพัฒนาให้เป็นรูปธรรม รองรับการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจที่จะเติบโตในอนาคต”

สมาร์ทซิตี้ 5 พันไร่เกาะไฮสปีด

แหล่งข่าวกล่าวว่า คณะกรรมการอีอีซีได้ให้โจทย์บริษัทที่ปรึกษาทำโมเดลเมืองใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ทซิตี้” หรือเมืองอัจฉริยะ ตามเงื่อนไขที่กระทรวงพลังงานกำหนด เช่น อาคารประหยัดพลังงาน ระบบขนส่งสาธารณะเป็นพลังไฟฟ้า เพื่อลดการใช้รถยนต์ในการเดินทาง นอกจากเน้นการเป็นเมืองสีเขียวสำหรับอยู่อาศัยแล้ว ต้องเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี สะดวกสบาย ปลอดภัย เป็นต้น

ตามเป้าหมายที่วางไว้ เมืองใหม่จะให้มีทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่อีอีซี ทำเลที่ตั้งอยู่ในรัศมีใกล้กับสถานีรถไฟความเร็วสูง แต่เน้นฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดแรก เพื่อรองรับคนจากกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ใกล้เคียง คาดว่าจะมีประชากรทำงานและอยู่อาศัยในเมืองใหม่ประมาณ 200,000 คน

แบ่งเฟสลงทุน 3-5 แสนล้าน

เบื้องต้นกำหนดพื้นที่จะพัฒนาเมืองใหม่ไว้ 5,000 ไร่ ทยอยพัฒนาเป็นเฟส ภายในเวลา 10-20 ปี ขณะที่เงินลงทุนยังอยู่ระหว่างประเมินวิเคราะห์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนหลักแสนล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จอาจถึง 300,000-500,000 ล้านบาท เนื่องจากจะต้องลงทุนก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่งมวลชน รวมถึงการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ และบริการต่าง ๆ เช่น ศูนย์การค้า โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

“เมืองใหม่ที่บริษัทที่ปรึกษาทำเป็นโมเดลพัฒนา จะเป็นแผนภูมิ แสดงถึงรูปแบบเมืองใหม่ในอนาคตว่าหน้าตาจะเป็นยังไง ส่วนพื้นที่ต้องรอความชัดเจนจากเอกชนที่ชนะการประมูลสร้างไฮสปีดเทรน โดยจะออกแบบการพัฒนารองรับ 10-20 ปีข้างหน้า ขนาดพื้นที่เท่ากับสำนักเขต 1 เขต จะทยอยพัฒนาเป็นเฟส ๆ เฟสแรกพื้นที่รอบสถานีแปดริ้ว 300-400 ไร่ จะเริ่มดำเนินการปีนี้ จากนั้นขยายเป็น 1,000 ไร่ 2,000 ไร่ และ 5,000 ไร่”

3 ทางเลือกผุด smart city

สำหรับรูปแบบการลงทุนเมืองใหม่ มี 3 แนวทาง คือ 1.เอกชนซื้อที่ดินลงทุนพัฒนาเอง และรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ 2.รัฐและเอกชนร่วม PPP และ 3.รัฐดำเนินการเองโดยจัดรูปที่ดิน

ขณะที่นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งสรุปร่างทีโออาร์ประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบินให้ได้ข้อยุติ เพื่อประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาลงทุนอย่างเป็นทางการภายในเดือน มี.ค.นี้ ที่ต้องใช้เวลาเพราะมีรายละเอียดมากทำให้ยังไม่สะเด็ดน้ำ แต่กรอบใหญ่ ๆ ยังคงเดิม เช่น รัฐจ่ายเงินสนับสนุนให้เอกชนไม่เกินค่างานโยธา 1.2 แสนล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี เริ่มปีที่ 6 หรือปี 2566 ที่รถไฟเปิดบริการเป็นปีแรก ให้เอกชนปรับตำแหน่งได้ ส่วนสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ จะเปิดกว้างให้ได้เกิน 50%

เปิดที่ตั้งสถานีไฮสปีดแปดริ้ว

ในส่วนของ “สถานีฉะเชิงเทรา” ตามผลการศึกษาที่ตั้งสถานีจะสร้างบนพื้นที่ใหม่ ขนาด 84 ไร่ ในแนวเส้นทางไฮสปีดเทรนจะเบี่ยงแนวใหม่จากเส้นทางรถไฟเดิม เพื่อให้ได้รัศมีความโค้งที่สามารถทำความเร็วได้ 250 กม./ชม. โดยจะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเดิมไปทางด้านเหนือประมาณ 1.5 กม. ตั้งอยู่ใน ต.นาเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจากการลงสำรวจพื้นที่พบว่าจุดดังกล่าวการคมนาคมสะดวก เนื่องจากอยู่ติดกับถนนสาย 304 อีกทั้งพื้นที่บริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่โล่ง เหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเมืองใหม่

ขณะเดียวกันหากเอกชนรายเดียวกันกับที่สนใจลงทุนรถไฟความเร็วสูงสายนี้เป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว หรือมีที่ดินในบริเวณใกล้เคียง จะทำให้ได้อานิสงส์การพัฒนาที่ดินมาต่อยอดโครงการ เพราะในเงื่อนไขทีโออาร์สามารถให้เอกชนที่ลงทุนปรับตำแหน่งสถานีได้ตามความเหมาะสม แต่การพัฒนาเมืองใหม่ไม่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไขทีโออาร์ประมูล หากเอกชนมีที่ดินอยู่แล้ว จะขยับสถานีให้เข้าไปใกล้ก็สามารถทำได้ แต่ถ้ามีการสร้างทางเชื่อมกับโครงสร้างรถไฟ ก็ต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐ

ตุนที่ราชพัสดุบางน้ำเปรี้ยวรองรับ

ขณะที่นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้จัดหาที่ราชพัสดุสนับสนุนโครงการอีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง กว่า 11,000 ไร่ ในส่วนของฉะเชิงเทรานั้น เป็นที่ของกองทัพเรือที่ส่งคืนให้กรมธนารักษ์ อยู่ใน อ.บางน้ำเปรี้ยว พื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่เศษ ซึ่งได้ส่งมอบให้อีอีซีไปเรียบร้อยแล้ว

“กรมส่งมอบพื้นที่ให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะนำไปพัฒนาเป็นอะไร ขึ้นกับอีอีซี กรมธนารักษ์เพียงแต่จัดหาพื้นที่ให้เท่านั้น รวมถึงการกำหนดค่าเช่าอีอีซีก็จะกำหนดเอง”

ด้านแหล่งข่าวจากคณะทำงานอีอีซีเปิดเผยว่า ที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวอยู่บริเวณศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือ โยทะกา ที่ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว เดิมมีแผนพัฒนาให้เป็น “เมืองที่อยู่อาศัยชั้นดีที่ทันสมัย” รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และอีอีซี

ซี.พี.แลนด์ผนึกจีนลุยเมืองใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงปลายปี 2560 มีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ซี.พี.แลนด์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ซี.พี. เจรจาร่วมกับ บจ.คันทรี่ การ์เด้นโฮลดิ้งส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากประเทศจีน พัฒนาโครงการอสังหาฯขนาดใหญ่รับอีอีซี จะพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเมืองใหม่ภาคตะวันออก ใน จ.ฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

ส่วนรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มไทยเบฟฯของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี แสดงความสนใจลงทุน ล่าสุดนายอาคม เติมพิทยาไพสิษฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.เพชรบุรี 6 มี.ค.นี้ จะรายงานความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ที่จะเปิดให้เอกชนลงทุน PPP, รถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และเสนอสร้างส่วนต่อขยายจาก จ.ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ จ.สงขลา, ปรับปรุงสนามบินบ่อฝ้าย, โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยเพชรบุรี อ.หัวหิน ถึง จ.ชุมพร สนับสนุน “ไทยแลนด์ ริเวร่า” ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

https://www.prachachat.net/property/news-125219
See less See more
“ซีพี” ทุ่ม 5,600 ล้าน ผุดนิคมฯจีน “CPGC” 3,068 ไร่ ระยอง รองรับอุตสาหกรรม S-curve

วันที่ 23 August 2018 - 16:21 น.


การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จับมือ บริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่น บริษัทลูกซีพี จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี ระยอง บนพื้นที่ประมาณ 3,068 ไร่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนประมาณ 5,600 ล้านบาท เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายยานยนต์ ดิจิทัล แปรรูปเกษตร พลาสติกชีวภาพ การแพทย์ สาธารณูปโภค และกลุ่มนักลงทุนที่สื่อสารโดยใช้ภาษาจีนเป็นหลัก มั่นใจ 6 ปีขายหมด

นางสุวัฒนา กมลวัทนนิศา รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สายงานยุทธศาสตร์และพัฒนา) เปิดเผยว่า เพื่อให้อุตสาหกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีการขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ล่าสุด กนอ.จึงได้ร่วมกับบริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่นจำกัด จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซีใน จ.ระยอง เพื่อรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่และอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบาย EEC


โดยเลือกพื้นที่ในตำบลมาบข่า และตำบลมาบข่าพัฒนาในอำเภอนิคมพัฒนา และตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รวมเนื้อที่ประมาณ 3,068 ไร่ ใช้รูปแบบการร่วมดำเนินงานที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาและให้บริการสาธารณูปโภค ซึ่งคาดว่ามูลค่าการลงทุนของโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 5,600 ล้านบาท
สำหรับทำเลที่ตั้งและลักษณะพื้นที่โครงการแบ่งเป็น เขตอุตสาหกรรมทั่วไป 2,205 ไร่ เขตพาณิชยกรรม 112 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 443 ไร่ พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 307 ไร่ สามารถเชื่อมโยงเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากมีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ สามารถเชื่อมต่อกับนิคมฯ ในกลุ่มพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ อาทิ นิคมฯ Smart Park นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ระยอง, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก, นิคมอุตสาหกรรมผาแดง และนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นต้น

ตลอดจนมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่เช่น ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โครงการรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน ฯลฯ ซึ่งจะเอื้อต่อการประกอบอุตสาหกรรมและการขนส่งสินค้าในระบบต่างๆได้เป็นอย่างดี

“โครงการน่าจะมีความเป็นไปได้ทางการตลาดสูงเนื่องจากอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ได้รับความสนใจ อีกทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยังได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมของ EEC ประกอบกับบริษัทมีฐานลูกค้าผู้ประกอบการที่สื่อสารด้วยภาษาจีนในปริมาณสูง จึงคาดว่าโครงการดังกล่าวจะขาย /ให้เช่าพื้นที่เพื่อประกอบอุตสาหกรรมได้หมดภายในระยะเวลา 6 ปี พร้อมก่อให้เกิดการลงทุนไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท และการจ้างงานไม่น้อยกว่า 20,000 อัตรา”

โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี สามารถรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุตสาหกรรม ยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภคเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมหลัก

ที่เน้นรองรับนักลงทุนที่สื่อสารด้วยภาษาจีน เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน จีน โครงการนี้ยังใช้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ กับศักยภาพด้านการตลาดทำเลที่ตั้ง ที่เป็นปัจจัยสำคัญเอื้อต่อการลงทุนพร้อมรองรับนักลงทุนทั้งไทยและชาวต่างชาติ เราจึงมุ่งมั่นตั้งใจในการก้าวไปสู่การเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ โครงการนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี ยังมุ่งเน้นกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายที่สื่อสารโดยใช้ภาษาจีน

https://www.prachachat.net/economy/news-209012
See less See more
‘ซีพี’จัดใหญ่เมืองใหม่แปดริ้ว ทุ่มงบหลายแสนล้าน เนรมิตถนน3ชั้น-รถไฟฟ้า


วันที่ 26 สิงหาคม 2561 - 23:02 น.


‘ซีพี’จัดใหญ่เมืองใหม่แปดริ้ว ทุ่มงบหลายแสนล้าน ทำถนน3ชั้น-รถไฟฟ้า

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซีพีเตรียมแผนลงทุนครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาท สร้างโครงการเมืองใหม่ที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) บนพื้นที่ 10,000 ไร่ คอนเซปต์เป็น ‘Smart City’ วางผังเมืองและระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน รวมทั้งบริการอื่นๆ ของเมืองให้รวมอยู่จุดเดียว เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า

“เหตุที่เลือกฉะเชิงเทราเป็นสถานที่แรก เพื่อเป็นโครงการทดลองในการเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยจะก่อสร้างรถไฟฟ้าในระบบรางเชื่อมต่อเข้ามายังสถานีมักกะสัน ให้เดินทางจากเมืองเข้ามาถึงกรุงเทพฯภายใน 20 นาที โดยรถไฟจะออกทุก 1 หรือ 2 นาที ในเมืองจะใช้ระบบ zero waste หรือการรีไซเคิลขยะให้เป็นศูนย์ เช่น การรีไซเคิล การผลิตไฟฟ้า การแปรรูป”นายธนินท์ กล่าวและว่า ถนนในเมืองจะทำเป็น 3 ชั้น ชั้นบนเป็นสวนสาธารณะ ชั้นกลางเป็นถนนและทางรถไฟ ชั้นล่างสุดเป็นส่วนของการบริการ เช่น ขยะ ท่อน้ำเสีย ท่อบริการของระบบไฟฟ้า-ประปา ศูนย์การค้าใหญ่จะอยู่กลางเมือง ให้รวมเอาไว้ที่เดียว


ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดเมืองใหม่คือรถจะต้องไม่ติด หรือคนสามารถเดินไปทำงานได้ (ชั้นบนเป็นสวนสาธารณะ) จำนวนประชากรจะต้องไม่ต่ำกว่า 300,000 คน เพื่อให้ธุรกิจ-บริการคุ้มทุนและเมืองยิ่งใหญ่ถึงจะยิ่งดี เพราะจะคุ้มค่าในการลงทุนสาธารณูปโภค ขณะนี้อยู่ระหว่างให้สถาปนิกและที่ปรึกษาจากสหรัฐ-อังกฤษออกแบบและวางแผนอยู่

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเมืองใหม่ในอีอีซีควรจะมี 3 แห่งคือแปดริ้ว พัทยา และระยอง (ตามลำดับ) และเมืองใหม่เช่นนี้น่าจะมีประมาณ 20 แห่งทั่วประเทศ รองรับประชากรให้ได้ 6 ล้านคน แต่ซีพีจะไม่ลงทุนคนเดียว จะชวนนักธุรกิจไทยและต่างประเทศมาร่วมลงทุนด้วย และหากภาครัฐเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี จะนำไปเป็นโมเดลเพื่อทำที่อื่นๆ เพิ่มเติมก็ได้

https://www.khaosod.co.th/economics/news_1495520
See less See more
CP จับมือกว่างซีทุ่มหมื่นล้าน ผุดนิคมจีนในEEC-ลุ้นEIAผ่าน8เดือน

วันที่ 26 August 2018 - 12:07 น.


ซี.พี.ลงทุนนิคมจีน - เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีพิธีการลงนามในสัญญาร่วมดำเนินงานโครงการนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับ บริษัท ซีจี คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นที่อีอีซี

CP จับมือกว่างซี ทุ่มหมื่น ล.ผุดนิคมจีนใน EEC หวังกวาดนักลงทุนอุตฯไฮเทคเร่งทำ EIA ใน 8 เดือน เดินหน้าก่อสร้างเฟสแรกไตรมาส 1 ปี นำร่อง 900 ไร่ รองรับ 80 โรงงาน

นายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (CG) เปิดเผยว่า สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี (CPGC) ภายใต้บริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (CG) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 50% บริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป, ไชน่า ที่ถือหุ้น 48% บริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป ยีอาน (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้นอีก 2% ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท

ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งจะใช้เวลา 8 เดือน จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 1/2562 รองรับโรงงาน 80 แห่ง รวมถึงโรงงานสำเร็จรูปเพื่อเช่าอีกจำนวนหนึ่ง


สำหรับโครงการลงทุนครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 เฟส ซึ่งเฟสแรกเริ่มไตรมาส 1/2562 พื้นที่ 900 ไร่ เป็นการเริ่มก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างระบบ ถนน ระบบระบาย/บำบัดน้ำ เตรียมพื้นที่สำหรับการเช่า/ขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมี 2 ขนาดคือ เล็ก 20 ไร่ และใหญ่ 50-100 ไร่ และในระหว่างนี้จะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อใช้ในนิคม โดยมีการหารือกับพาร์ตเนอร์โรงงานผู้ผลิตไฟฟ้าไว้แล้วบางราย แต่ในเฟสนี้ยังคงต้องซื้อไฟจากภาครัฐก่อน

ส่วนเฟส 2 ในปี 2563 พัฒนาพื้นที่ 700 ไร่ และเฟส 3 จะเริ่มในปี 2564 และจะสามารถขาย/เช่าพื้นที่ทั้งหมดในปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้นสูงถึง 60,000 ล้านบาท เป็นส่วนของบริษัทที่ต้องใช้ลงทุนรวมทั้งหมด 3 เฟสประมาณ 10,000 ล้านบาท

ในวันที่ 25 ส.ค. 2561 นี้ จะบันทึกความเข้าใจในข้อตกลง (MOU) เพิ่มเติมโครงการร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประเทศไทย ระหว่างบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัทก่อสร้างของมณฑลกว่างซีประเทศจีน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งจะเป็นการประกาศเริ่มโครงการอย่างชัดเจน

นายสุนทรกล่าวว่า ขณะนี้เริ่มโรดโชว์ในต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นนักลงทุนจากมณฑลกว่างซี และเตรียมขยายไปยังกลุ่มนักลงทุนเซี่ยงไฮ้เพิ่ม โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายจะเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงปลอดมลพิษ โดยเลือกโรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอุตสาหกรรมที่เป็นไฮเทคโนโลยี ไม่สร้างมลพิษจากหน่วยงานจีนเท่านั้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ซึ่งจีนมีศักยภาพ เห็นได้จากบริษัทซีเมนต์มีการลงทุนในจีนถือเป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งสอดคล้องกับที่นโยบายไทยจะเป็นเมดิคอลฮับอาเซียน นอกจากนี้มีอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

โดยใช้จุดแข็งจากการที่มีเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกันมานาน และจุดเด่นของพื้นที่ที่มีความพร้อมใกล้ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ไฮสปีดเทรน) รองรับ ขณะเดียวกัน บริษัทเลือกประเภทอุตสาหกรรมที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมใหม่ที่ตั้งใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกขายทั่วอาเซียนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภคเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมหลัก

นอกจากการลงทุนในครั้งนี้แล้ว บริษัทยังจะใช้โอกาสจากนโยบายรัฐที่ได้กำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพื่อขยายการลงทุนเพิ่มอีกในอนาคต แต่จะยังคงใช้ที่ดินที่มีอยู่ของบริษัทแม่คือ ซี.พี.เป็นพื้นที่ลงทุนเป็นหลัก ส่วนการเพิ่มทุนคาดว่าจะพิจารณาหลังจากเริ่มดำเนินการเฟสแรกไปแล้ว

ทั้งนี้ ซี.พี.แลนด์เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ดำเนินการในธุรกิจนิคมเมื่อ 6 ปีก่อน เริ่มจากการรวบรวมที่ดิน เตรียมพื้นที่ และร่วมดำเนินงานกับ กนอ. กระทั่งเกิดการร่วมทุนตั้งบริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (CG) ครั้งนี้ขึ้นมา

นางสุวัฒนา กมลวัทนนิศา รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สายงานยุทธศาสตร์และพัฒนา) กล่าวว่า นิคมดังกล่าวได้ประกาศให้เป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรม ซึ่งนักลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์ตามแพ็กเกจ EEC สามารถตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติได้ โดยเปิดให้นักลงทุนทุกชาติเข้ามาลงทุนไม่เพียงเฉพาะนักลงทุนจีน แต่ยังมีทั้งไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และยุโรปที่สนใจเช่นกัน

สำหรับพื้นที่โครงการ 3,067 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป 2,205 ไร่ เขตพาณิชยกรรม 112 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 443 ไร่ พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 307 ไร่

อย่างไรก็ตาม การลงทุนนิคมจีนครั้งนี้นับเป็นแห่งที่ 2 นับจากที่กลุ่มอมตะได้ลงทุนนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง แต่ทั้ง 2 นิคมมีจุดเด่นและมีเป้าหมายต่างกัน

https://www.prachachat.net/economy/news-210114
See less See more
1 - 20 of 46 Posts
This is an older thread, you may not receive a response, and could be reviving an old thread. Please consider creating a new thread.
Top