Skyscraper City Forum banner
1 - 20 of 22 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #1 · (Edited)

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3 ·
ผุดไอซีดีใหม่ ฉะเชิงเทรา จุดรวมสินค้าท่าเรืออีอีซี

2018-05-24

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนข. อยู่ระหว่างศึกษาโครงการศึกษาพัฒนาสถานีคอนเทนเนอร์ (ไอซีดี) จ.ฉะเชิงเทรา รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) งบศึกษา 38 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษา 9 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. 61-ม.ค. 62

โครงการดังกล่าวศึกษา เพื่อเป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้านำเข้า-ส่งออกสินค้าไปยังท่าเรือในพื้นที่อีอีซีโดยเฉพาะท่าเรือแหลมบัง จ.ชลบุรี ลดปัญหาแออัดของท่าเรือแหลมบัง ที่ปัจจุบันยังมีปัญหาใช้ท่าเรือขนส่งสินค้าจำนวนมาก จนทำให้ไม่ปลอดภัย เกิดอุบัติเหตุและจราจรที่ใช้ท่าเรือฯ ตลอดจนส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางมากขึ้น เพราะขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอยระยะทาง 106 กม.

นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า และอนาคตโครงการพัฒนาระบบรถไฟขนส่งสินค้าเชื่อมท่าเรือพื้นที่อีอีซี สำหรับการศึกษาประกอบด้วย ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ ปริมาณการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) ความเหมาะสม การออกแบบรายละเอียดและคัดเลือกพื้นที่ รูปแบบการลงทุน ผู้รับผิดชอบโครงการ

ซึ่งอาจจะเป็น รฟท., การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ท้องถิ่นหรือเอกชนก็ได้ รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ประกอบการ และประชาชน รวมถึงกฎระเบียบ รูปแบบดำเนินการในอนาคตที่ไม่ต้องนำตู้สินค้าไปกองไว้ที่ท่าเรือแหลมบังแล้วค่อยยกสินค้าขึ้นเรือ แต่สามารถมาใช้บริการที่ศูนย์ไอซีดีนี้ เพื่อส่งออกไปยังท่าเรือทั้ง 3 แห่ง แล้วนำสินค้าขนขึ้นเรือได้ทันที

นางวิไลรัตน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้การเลือกศึกษาไอซีดีที่ฉะเชิงเทรา เนื่องจากฉะเชิงเทราอยู่ในพื้นที่อีอีซี และเป็นเส้นทางโครงข่ายรถไฟทางคู่ของประเทศที่เชื่อมทุกภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกและตะวันออกดังนั้นเหมาะที่จะเป็นจุดศูนย์กลางที่สะดวกในการขนส่งสินค้าที่ไปประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งชายแดนภาคตะวันออกที่จ.สระแก้ว เพื่อออกไปยังประเทศกัมพูชา และ กระจายสินค้าไปยังประเทศลาว ทางฝั่งชายแดนภาคอีสานจ.หนองคาย, นครพนม และ มุกดาหารได้

อย่างไรก็ตามการศึกษาโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ ลดต้นทุนในการขนส่งทางรถบรรทุก และไม่แออัดที่ท่าเรือแหลมบังแห่งเดียว ขนส่งสินค้าลงท่าเรือได้สะดวกรวดเร็ว ตรงตามเวลา เพราะต้องปิดตู้คอนเทนเนอร์และผ่านพิธีการทางศุลกากรที่ไอซีดีฉะเชิงเทราได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอขนส่งขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง

รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการกระจายสินค้านำเข้า-ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ และเกิดการจ้างงานในท้องถิ่นมากขึ้น ตลอดจนเป็นกลไกพัฒนาพื้นที่จังหวัดด้านขนส่งทางโลจิสติกส์และช่วยเสนอสร้างศักยภาพพัฒนาพื้นที่อีอีซี

https://www.dailynews.co.th/economic/645239
 

·
Registered
Joined
·
4,383 Posts
จะไปผุดตรงไหนหว่า คือ มอเตอร์เวย์ก็ไปทาง ทางรถไฟก็ไปทางนึง นิคม อมตะ ก็ทางนึง นิคม 304/กบินทร์ก็ทางนึง

ดูแล้วจะไม่พ้นสร้างในแนวทางรถไฟที่คิดว่าจะตัดใหม่จากนครชัยศรี ลงมา ก็เดาว่าอยู่แถวบางผึ้ง ซึ่งทางรถไฟตัดใหม่ จะแยกจาก (อนาคตชุมทาง)พานทอง วิ่งอ้อมโค้งมาข้ามมอเตอร์เวย์ สร้าง ICD ต่อไปข้ามบางนาตราด แถว ๆที่ตัดกับสุขุมวิท ยาวไปสมุทรปราการ

น่าจะต้องตัดถนนใหม่ จากบางนา-ตราด/314 มาผ่าน ICD ไปชนกับ 315 ด้วย
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #5 ·
เร่งผุดสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ชู “ICD ฉะเชิงเทรา” ประตูการค้าอาเซียน

วันที่ 16 July 2018 - 10:58 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2561 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดประชุมสัมมนาและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องครั้งที่ 1 โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC มี นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าร่วมสัมนา

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า โครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 30ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในระยะยาว




โดยระยะแรกเป็นการยกระดับพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางอากาศ ทางบก ทางราง และทางน้ำแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ภายในพื้นที่ EEC เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดเวลาการเดินทางและประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งเป็นที่มาของโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (Inland Container Depot : ICD) เพื่อรองรับ EEC

สนข. ได้รับมอบหมายให้จัดจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ ICD ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นศูนย์กลางรองรับการรวบรวมและกระจายสินค้า รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างนิคมอุตสาหกรรมรอบพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่ EEC และท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และท่าเรือมาบตาพุด ตลอดจนส่งเสริมบทบาทให้ EEC เป็นประตูการค้าของกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม



โดยศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดทำแบบเบื้องต้น ICD ฉะเชิงเทรา และศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม รวมทั้งศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ
แบบไร้รอยต่อระหว่าง ICD ฉะเชิงเทรา และ 3 ท่าเรือหลักดังกล่าว เพื่อเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการ
โดยเริ่มดำเนินการศึกษาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม –17กุมภาพันธ์ 2562 รวมระยะเวลา 9 เดือน

“การดำเนินการศึกษาดังกล่าวจะทำให้โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC
มีความเหมาะสมในทุกๆ มิติ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านของการลดความแออัดของสถานีขนส่งสินค้า
คอนเทนเนอร์ ลาดกระบัง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ผลักดันให้เกิดการ
Shift Mode หรือเปลี่ยนถ่ายการขนส่งคอนเทนเนอร์สู่ระบบราง ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และส่งเสริมให้ EEC เป็นประตูการค้าของอาเซียน รวมถึงยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ
ระดับโลกต่อไป” นายชัยวัฒน์กล่าว

https://www.prachachat.net/property/news-190683
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #6 ·
เร่งศึกษาสถานีไอซีดี สนข.เล็งหาที่แปดริ้วรองรับขนส่งสินค้ารถไฟทางคู่


23 August 2018

สนข.เดินหน้าศึกษาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (ICD) ฉะเชิงเทรา ให้แล้วเสร็จก.พ.62 คู่ขนานรถไฟทางคู่ 2 เส้นทาง เชื่อม 3 ท่าเรือ ด้วยงบลงทุนรวมราว 6.8 หมื่นล้านบาท หวังเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มเป็น 4 ล้านตู้ต่อปี ส่วนการจัดหาพื้นที่ยังชั่งใจจะซื้อหรือเวนคืนที่ดิน

โครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยง 3ท่าเรือ และระบบการจัดการขนส่งแบบบูรณาการทั้งรถไฟและท่าเรือแบบไร้รอยต่อ ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟจาก 7% เพิ่มขึ้นเป็น 30% เพื่อยกระดับประเทศให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลกและเป็นประตูสู่เอเชียทางทะเล โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟทางคู่กับ 3 ท่าเรือ และพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV และจีนตอนล่าง

ทั้งนี้ มีแนวทางดำเนินงานในระยะเร่งด่วนได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางรถไฟช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา ระยะทาง 125 กิโลเมตร โครงการรถไฟทางคู่ช่วงศรีราชา-สัตหีบ-มาบตาพุด ระยะทาง 75 กิโลเมตร และโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์(ICD) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการรวบรวมและกระจายสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศกัมพูชา ผ่านจังหวัดสระแก้ว โดยจะใช้งบการลงทุนทั้ง 3 โครงการราว 6.8 หมื่นล้านบาท

โดยในส่วนของสถานี ICD นั้น ล่าสุดได้มีการจัดรับฟังความเห็นครั้งที่ 1 ไปแล้วเพื่อนำข้อเสนอแนะไปจัดทำทีโออาร์
ตามรูปแบบรัฐร่วมการลงทุนกับเอกชนหรือพีพีพีการร่วมลงทุนโดยรัฐจะเป็นผู้ลงทุนจัดหาที่ดินและระบบสาธารณูปโภคส่วนเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการและจัดหาเครื่องมือ

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยว่าสถานี ICD อยู่ระหว่างเร่งศึกษาโครงการใช้งบราว 40 ล้านบาท คู่ขนานไปกับการศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ 2 เส้นทาง ที่ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาทเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายในการรับสินค้าจาก 3 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือสัตหีบ ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟให้ได้ 4 ล้านตู้ต่อปี จากปัจจุบัน 1.4 ล้านตู้ต่อปี และจะช่วยลดเวลาการขนส่งสินค้าจากรูปแบบเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง เหลือประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งใช้ระยะเวลาการศึกษาประมาณ 9 เดือนแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาก่อสร้างได้ในปลายปี 2562 และจะเปิดดำเนินการได้พร้อมกับรถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทาง ที่จะแล้วเสร็จอย่างช้าในปี 2565


“สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์(ไอซีดี)ปัจจุบันใช้บริการได้ที่ลาดกระบังแต่มีปริมาณรองรับไม่เพียงพอ เกิดความแออัดจึงต้องเร่งหาสถานที่ใหม่มารองรับ โดยพบว่าพื้นที่ฉะเชิงเทรามีความเหมาะสมมากที่สุด เกาะแนวรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-แก่งคอย ซึ่งต้องดูว่าพื้นที่ใดมีความเหมาะสมที่จะนำไปดำเนินการ มีความคุ้มค่าด้านการลงทุนหรือไม่”

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสถานี ICD ราว 500-600 ไร่นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะจัดหาซื้อที่ดินเองหรือต้องเวนคืนพื้นที่ ซึ่งจะต้องรอดูผลการศึกษาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นอย่างไร และรูปแบบไหนจะมีความเหมาะสมมากที่สุด

โดยบริษัทที่ปรึกษาจะต้องไปศึกษารายละเอียดทั้งหมด ว่าใช้พื้นที่มากน้อยแค่ไหน ไปดูปริมาณสินค้าที่จะเข้า-ออกว่ามีมากน้อยอย่างไรในอนาคตให้สอดคล้องกับการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกตลอดจนการเติบโตของท่าเรือทั้ง 3 แห่ง พร้อมกับแนวโน้มการเติบโตของระบบรางในพื้นที่ว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาได้อย่างไรเบื้องต้นนั้นนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต้องการให้ท่าเรือแหลมฉบังรองรับได้ทั้งกลุ่มประเทศ CLMV ไม่ใช่รองรับเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

http://www.thansettakij.com/content/298649
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #7 ·
หวั่นที่ตั้ง 'ไอซีดี' ฉะเชิงเทราทำลายสิ่งแวดล้อมชุมชน

2018-10-02

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 61 ได้จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครั้งที่ 1 โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไอซีดีฉะเชิงเทรา ที่โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีนายกิตติพันธุ์ โรจนชีวะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการประชุมและมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้นำเสนอ ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ และขอบเขตการศึกษา รายละเอียดและความคืบหน้า ในการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ การศึกษา และการจัดการ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า ผลที่ประชุมผู้เข้าร่วมได้สะท้อนความคิดเห็นและความห่วงใย 2 เรื่อง คือ1.ทางกายภาพ เนื่องจากฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นน้ำลำคลอง แหล่งเกษตรอาหาร และเป็นทางน้ำหลาก หากจะเลือกทำเลที่นั่งสำหรับทำไอซีดีฉะเชิงเทราควรให้ดูลักษณะภูมิประเทศด้วย และ 2.การพัฒนาโครงการของภาครัฐควรดูแลผลกระทบที่เกิดจากชุมชนด้วยรวมทั้งการพัฒนาโครงการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐให้คำนึงเรื่องอุบัติเหตุ การจัดระบบจราจรที่เข้าออกในพื้นที่ไอซีดีฉะเชิงเทรา เพื่อไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อม

นางวิไลรัตน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้นำความคิดเห็นมารวบรวมเป็นรายการขั้นกลาง เพื่อเสนอที่ประชุมใน ต.ค. 61 ไม่ว่าจะเป็นปริมาณความต้องการขนส่งสินค้า โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมฉะเชิงเทรา อาทิ ถนน โครงการก่อสร้างทางรถไฟ เพื่อพิจารณาประกอบการเลือกพื้นที่ทำเลที่ตั้งไอซีดีฉะเชิงเทราเหมาะสมมากที่สุด ขณะนี้มีการเสนอที่ตั้งไอซีดีฉะเชิงเทราประมาณ 2-3 แห่งอาทิ อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.บ้านโพธิ์ ในแต่ละพื้นที่อยู่ในแนวรถไฟ เพราะเน้นขนส่งทางรถไฟเป็นหลักต้องเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงระบบรถไฟค่อนข้างสะดวก มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ เหมาะสมต่อการพัฒนา อย่างไรก็ตามคาดว่า อีก 2-3 เดือนสามารถระบุที่ตั้งสำหรับไอซีดีฉะเชิงเทรา แนวทางการพัฒนา และรูปแบบการลงทุนได้

https://www.dailynews.co.th/economic/669170
 
  • Like
Reactions: Api_dew

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #8 ·
เคาะ 4 จังหวัดแผนแม่บท 'ท่าเรือบก' ฟังเสียง ปชช. 7 พ.ย.

2018-10-15

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จากการประชุมพิจารณารายงานฉบับกลาง โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคนั้น ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการศึกษา ประกอบด้วย ร่างแผนแม่บทพัฒนาท่าเรือบก ที่กำหนดยุทธศาสตร์ว่า ท่าเรือบกจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระบบรางของภูมิภาคได้ และการคัดเลือกพื้นที่เบื้องต้นในระดับจังหวัด ที่พิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม นโยบายที่เกี่ยวข้องและข้อตกลงระหว่างประเทศ ปริมาณการขนส่งสินค้าจากต้นทางไปปลายทางคือท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และศักยภาพของจังหวัดที่อยู่บนโครงข่ายการขนส่งทางรถไฟเป็นหลัก เพราะท่าเรือบกต้องใช้การขนส่งมากกว่า 1 รูปแบบ โดยพบว่ามี 4 จังหวัดที่มีความเหมาะสมได้แก่ 1.ฉะเชิงเทรา 2.ขอนแก่น 3.นครราชสีมา และ 4.นครสวรรค์ ทั้งนี้ยังระบุว่าฉะเชิงเทรามีปริมาณการขนส่งจำนวนมาก เพราะเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม

นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ต้องลงพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด เพื่อไปดูตำแหน่งที่ตั้งสำหรับพัฒนาเป็นท่าเรือบก ทั้งนี้ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะว่าปัจจัยที่ทำให้ท่าเรือบกเกิดขึ้นได้จริงและเพิ่มขีดความสามารถได้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ที่ต้องสร้างเสร็จพร้อมกันไม่ล่าช้ากว่าแผน เพราะท่าเรือบกจำเป็นต้องใช้ขนส่งทางรถไฟ และส่งเสริมประสิทธิภาพการให้บริการ ส่วนรูปแบบการบริหารจัดการนั้น หน่วยงานของภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) หรือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ควรเป็นผู้เสนอ รวมทั้งรูปแบบการลงทุนด้วย สำหรับข้อเสนอผลการศึกษากรณีพัฒนาเรือบก จ.เชียงรายให้พัฒนาเป็นโมเดลโลจิสจิกส์พาร์ค เพื่อใช้เป็นศูนย์ระบบฟีดเดอร์การเพิ่มมูลค่าสินค้านำเข้าและส่งออกบริเวณชายแดน อ.เชียงของนั้น ในวันที่ 7 พ.ย. 61 จะจัดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน เพื่อนำเสนอผลการศึกษา การคัดเลือกพื้นที่ ตำแหน่งที่ตั้ง แนวทางการพัฒนา ระยะการดำเนินงาน และรูปแบบการลงทุน จากนั้นจะสรุปและนำมาประกอบผลการศึกษาให้สมบูรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.61 ก่อนนำเสนอกระทรวงคมนาคม รวมทั้งเสนอคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) พิจารณาต่อไป

https://www.dailynews.co.th/economic/671323
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #9 ·
4 จังหวัดลุ้น สนข.เคาะท่าเรือบก อีสานชูแพ็กคู่ “ขอนแก่น-โคราช” เชื่อม CLMV

วันที่ 2 November 2018 - 17:48 น.

หากพูดถึงโครงการภาครัฐเพื่อส่งเสริมโลจิสติกส์ นอกจากการสร้างมอเตอร์เวย์เพื่อเสริมความมั่นคงบนโครงข่ายระบบถนนแล้ว การจัดทำท่าเรือบก (dry port) เพื่อเชื่อมโยงสินค้า ทำพิธีทางศุลกากร ตลอดจนการสับเปลี่ยนหมุนเวียนรูปแบบการขนส่งเองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสามารถเชื่อมการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตทางระบบรางสู่การส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง และผ่านสู่ประเทศ CLMV สอดรับกับการเชื่อมโยงภูมิภาคตามนโยบาย One Belt One Road ของรัฐบาลจีน

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เปิดเผยว่า โครงการศึกษาการจัดทำท่าเรือบกเพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระบบรางของภูมิภาคนั้น พบว่ามี 4 จังหวัดที่มีความเหมาะสม ได้แก่ 1.ฉะเชิงเทรา 2.ขอนแก่น 3.นครราชสีมา และ 4.นครสวรรค์ โดยยังอยู่ในขั้นตอนลงตรวจสอบพื้นที่จริงทั้ง 4 จังหวัด

ชี้ 2 หัวเมืองอีสานเหมาะสม

ทั้งนี้ “ยู เจียรยืนยงพงศ์” ประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน (ASEAN Trucking Federation) ผู้คว่ำหวอดในวงการโลจิสติกส์ ได้กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นครสวรรค์และฉะเชิงเทราไม่เหมาะแก่การเป็นท่าเรือบก เนื่องจากนครสวรรค์ไม่อยู่ในทำเลที่เหมาะสมจะเป็นจุดเชื่อมโยงสินค้า ไม่รายล้อมไปด้วยแหล่งผลิตเหมือนจังหวัดอื่น


ในขณะที่ฉะเชิงเทรามีระยะห่างจากท่าเรือแหลมฉบังไม่ถึง 100 กม. ทำให้การขนส่งมีความซ้ำซ้อน โดยต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถบรรทุกสู่การทำพิธีศุลกากรที่ฉะเชิงเทรา จากนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายสินค้าไปสู่เรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง นอกจากนั้น รถบรรทุกที่มาจากทางภาคอีสานต้องวิ่งข้ามภูเขาผ่านเส้น 304 หรือปักธงชัย วังน้ำเขียว นาดี ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ส่วนนครราชสีมาและขอนแก่นมีศักยภาพในการเป็นท่าเรือบกทั้งคู่ โดยหากเป็นไปได้ทั้ง 2 จังหวัดจำเป็นต้องมีท่าเรือบกด้วย ขอนแก่นนั้นจะเป็นการเชื่อมโยงกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และสามารถเชื่อมต่อทางระบบรางไปสู่เวียงจันทน์ สปป.ลาว และต่อไปถึงประเทศจีนได้ ขณะที่นครราชสีมามีศักยภาพในการเชื่อมภาคอีสานตอนใต้ อีกทั้งอุบลราชธานีเป็นแหล่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ รวมถึง สปป.ลาวตอนใต้ ซึ่งการจัดทำท่าเรือบกในทั้ง 2 จังหวัดไม่เพียงแต่ตอบสนองท่าเรือแหลมฉบัง แต่ยังเป็นการเชื่อมภูมิภาคในอนาคต 30 ปีข้างหน้า

หนุนขอนแก่นฮับระบบราง

“ทรงศักดิ์ ทองไทย” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่นเป็นจุดตัดของ west-east corridor และ north-south corridor ทำให้เหมาะสมจะเป็นศูนย์รวมโลจิสติกส์ของลุ่มแม่น้ำโขงและจัดตั้งท่าเรือบก สามารถทำพิธีการศุลกากรได้ มีการกำหนดจุดแล้วว่าเป็นบริเวณโนนพยอม มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ สามารถดำเนินการเฟสแรก 1,000 ไร่ เฟส 2 อีก 1,000 ไร่ รวมไปถึงมีบริษัทชิปปิ้งให้ความสนใจจะมาตั้งโกดังสินค้าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง หากท่าเรือบกเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการโรงงานได้เป็นอย่างดี เมื่อผลิตเสร็จจะสามารถส่งออกได้เลย เนื่องจากอยู่ในบริเวณโซนอุตสาหกรรม

“สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” ผู้บริหาร บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจัดทำคอนเทนเนอร์ยาร์ด หรือ CY ที่โนนพยอม รวมถึงมีการขยายช่องทางบริเวณตรงเขาปักษ์แล้ว ทั้งนี้ ได้มีการนำเสนอการผลักดันขอนแก่นสู่การเป็นโลจิสติกส์ฮับ โดยศักยภาพการจัดทำท่าเรือบกที่ขอนแก่นนั้น สามารถทำแลนด์บริดจ์สำหรับรถบรรทุกเหมือนที่ลาดกระบังได้

“สมศักดิ์ จังตระกูล” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า นอกจากการเป็นท่าเรือบกแล้ว ขอนแก่นยังสามารถเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมระบบรางได้ เพราะอยู่กึ่งกลางของภาคอีสาน และมีโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่รองรับการเชื่อมโยงระบบราง ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย โครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กม. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 166 กม. โครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กม. โครงการศึกษาเส้นทางรถไฟนครสวรรค์-บ้านไผ่ สายใหม่ เชื่อมโยงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ระยะทาง 291 กม.

ศักยภาพโคราช เชื่อมแหลมฉบัง

ด้าน “ชัชวาล วงศ์จร” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นครราชสีมาเป็นเมืองใหญ่ มีศักยภาพสูง หากมีท่าเรือบกเกิดขึ้นจะทำให้ส่งผลดีต่อจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดในเขตภาคอีสาน เกิดความสะดวกในเรื่องของด่านศุลกากร การนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

ปัจจุบันผู้ประกอบการใช้บริการที่แหลมฉบังและลาดกระบัง ซึ่งเกิดความล่าช้าในการตรวจศุลกากร หากมีท่าเรือบกเกิดขึ้นจะทำให้เกิดความสะดวกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ประกอบการในภาคอีสาน ทั้งนี้ หากมีความเป็นไปได้อีสานตอนบนควรมีท่าเรือบกเพิ่มอีกแห่งที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นการส่งเสริมการกระจายสินค้า

ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีบริษัทที่ส่งออกสินค้าเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่กำลังดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมต่าง ๆ มายังจังหวัดนครราชสีมา ทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และการเปิดเส้นทางการบินเชื่อมโยงต่างประเทศ

โดยทำเลที่เหมาะสมในการก่อสร้างท่าเรือบกคือ บริเวณ ต.หนองน้ำขุ่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เป็นจุดที่เป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงไปหลายจังหวัด ทั้งยังเป็นพื้นที่สูง น้ำไม่ท่วม สามารถเชื่อมต่อเส้นทางได้ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ

ในขณะที่ “หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เผยว่า หากมีการจัดทำท่าเรือบกขึ้นที่โคราชจะเป็นผลดีอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการในภาคอีสาน เนื่องจากจะสามารถลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ซึ่งโคราชมีปริมาณการขนส่งสินค้าส่งออกต่อปีมากกว่า 100,000 ตู้

อย่างไรก็ตาม พื้นที่จุดในการก่อสร้างท่าเรือบกนั้นยังไม่แน่ชัดว่า สนข.คัดเลือกพื้นที่จุดใด หากมีการเสนอทั้งขอนแก่นและนครราชสีมา จำเป็นต้องดูปัจจัยประกอบที่เหมาะสม รวมถึงปริมาณความต้องการใช้ของผู้ประกอบการในภาคอีสานว่ามีมากเพียงพอหรือไม่

https://www.prachachat.net/local-economy/news-243975

 

·
Registered
Joined
·
28,489 Posts
หวยออกที่สถานีดอนสินนท์ครับ - งานนี้่ รถขบวนแหลมฉบังต้องจอดพ่วงตู้คอนเทนเนอร์เพิ่ม ที่สถานีดอนสินนท์แน่
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #11 ·
เร่งสร้าง “4ท่าเรือบก” หนุนแหลมฉบัง เวนคืน 6 พันไร่หมื่นล้านประเดิม “ฉะเชิงเทรา” รับอีอีซี

วันที่ 16 November 2018 - 10:55 น.

ฮับโลจิสติกส์ - รูปแบบการพัฒนาท่าเรือบก จำนวน 4 แห่งที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาทำแผนพัฒนา เกาะไปตามแนวรถไฟทางคู่ หนุนการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในปี 2562
เวนคืนที่ดิน 6,710 ไร่กว่า 1.1 หมื่นล้าน ลงทุน 2.5 หมื่นล้าน ผุดท่าเรือบก 4 จังหวัด เกาะรถไฟทางคู่ ปักหมุดฉะเชิงเทรา โคราช ขอนแก่น นครสวรรค์ หนุนท่าเรือแหลมฉบัง บูมไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค ดึงเอกชนร่วมทุน 30 ปี ปักหมุด “บ้านโพธิ์” แจ้งเกิดแห่งแรกรับอีอีซี
นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินงานศึกษาจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือบก (dry port) เป็นโครงข่ายการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับจุดต้นทาง-ปลายทาง การขนส่งสินค้าในประเทศและประตูการค้าชายแดนที่สำคัญ

เช่น แม่สอด เชียงของ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร รวมถึงลดการจราจรแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะมีการพัฒนาระยะที่ 3 เมื่อแล้วเสร็จจะมีขีดความสามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ 1.8 ล้าน TEU/ปี


สราวุธ ทรงศิวิไล
ปั้นไทยศูนย์กลางโลจิสติกส์
“เป้าหมายจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือบก เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญตอบสนองการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคหรือกลุ่มประเทศ CLMV”

นายสราวุธกล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากผลการศึกษาพบว่าพื้นที่มีความเหมาะสมจะพัฒนาท่าเรือบก มี 4 จังหวัด โดยมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) เกิน 12% และอยู่ในแนวโครงการรถไฟทางคู่ ได้แก่ สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย, สายมาบกะเบา-จิระ, สายจิระ-ขอนแก่น และสายลพบุรี-ปากน้ำโพ



เปิดโผที่ตั้ง 4 จังหวัด
สำหรับจุดที่ตั้งทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 2.ต.กุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา 3.ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และ 4.ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ แต่ละแห่งจะใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 1,000-1,800 ไร่ ใช้เงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับราคาที่ดินของแต่ละพื้นที่

เนื่องจากเป็นโครงการที่จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 30 ปี ภาครัฐโดยการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จะเป็นผู้จัดหาที่ดิน ส่วนเอกชนจะลงทุนพัฒนาโครงการ

“ตามไทม์ไลน์ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเสนอผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอคณะกรรมการโลจิสติกส์แห่งชาติที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาภายในเดือนธันวาคมนี้”

นำร่องฉะเชิงเทราที่แรก
นายสราวุธกล่าวว่า โดยจะเริ่มดำเนินการที่ จ.ฉะเชิงเทราเป็นแห่งแรก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าจะเปิดประมูลปลายปี 2562 เริ่มก่อสร้างในปี 2563 พร้อมเปิดบริการในปี 2567 ส่วนที่โคราชและขอนแก่นจะดำเนินการเป็นอันดับต่อไป จะเปิดบริการในปี 2568 จากนั้นจะเป็นที่นครสวรรค์จะเปิดดำเนินการในปี 2570

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 5.5% เพิ่มเป็น 30% โดยท่าเรือบกที่จะพัฒนานี้ ทำหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าเหมือนท่าเรือ ประกอบด้วย 3 ชนิด

1.ท่าเรือบกใกล้ท่าเรือ (close dry port) 2.ท่าเรือบกระยะกลางประมาณ 300 กม.จากท่าเรือ (mid-range dry port) และ 3.ท่าเรือบกที่ชายแดน (distant dry port) เพื่อตอบสนองต่อปริมาณการขนส่งสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตในแต่ละพื้นที่

โดยหัวใจความสำเร็จของการพัฒนาท่าเรือบกนี้ คือ 1.การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐจะให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนและบริหารจัดการท่าเรือบก 2.กฎระเบียบที่อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งเพื่อการนำเข้าและส่งออก 3.การขนส่งทางรถไฟที่จะต้องมีความแน่นอน ตรงต่อเวลา และมีค่าใช้จ่ายที่แข่งขันได้ และ 4.การเชื่อมโยงระบบข้อมูลการขนส่งให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อ

แหลมฉบัง

ลงทุน 2.5 หมื่นล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมในรายละเอียดผลการศึกษาที่ปรึกษานำเสนอ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้ง 4 แห่ง รวม 25,240 ล้านบาท เวนคืนที่ดิน 6,710 ไร่ มีค่าชดเชย 11,630 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.จ.นครราชสีมา ขนาดพื้นที่ 1,800 ไร่ เงินลงทุน 7,000 ล้านบาท มีค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 3,140 ล้านบาท ค่าปรับสภาพที่ดิน 740 ล้านบาท ค่าออกแบบรายละเอียด 70 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 2,160 ล้านบาท ค่าอุปกรณ์ 800 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามมาตรการสิ่งแวดล้อม 20 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 70 ล้านบาท

2.จ.ขอนแก่น ขนาดพื้นที่ 1,800 ไร่ เงินลงทุน 6,790 ล้านบาท มีค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 3,040 ล้านบาท ค่าปรับสภาพที่ดิน 630 ล้านบาท ค่าออกแบบรายละเอียด 70 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 2,160 ล้านบาท ค่าอุปกรณ์ 800 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามมาตรการสิ่งแวดล้อม 20 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 70 ล้านบาท

3.จ.นครสวรรค์ ขนาดพื้นที่ 1,310 ไร่ เงินลงทุน 3,270 ล้านบาท มีค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1,310 ล้านบาท ค่าปรับสภาพที่ดิน 430 ล้านบาท ค่าออกแบบรายละเอียด 35 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 1,080 ล้านบาท ค่าอุปกรณ์ 360 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามมาตรการสิ่งแวดล้อม 20 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 35 ล้านบาท

4.จ.ฉะเชิงเทรา ขนาดพื้นที่ 1,800 ไร่ เงินลงทุน 8,180 ล้านบาท มีค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4,140 ล้านบาท ค่าปรับสภาพที่ดิน 920 ล้านบาท ค่าออกแบบรายละเอียด 70 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 2,160 ล้านบาท ค่าอุปกรณ์ 800 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามมาตรการสิ่งแวดล้อม 20 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 70 ล้านบาท

https://www.prachachat.net/prachachat-top-story/news-250980
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #12 ·
เวนคืน800ไร่ผุดไอซีดีฉะเชิงเทรา

2018-11-29

รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งว่า สนข. ได้จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครั้งที่ 2 โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไอซีดีฉะเชิงเทรา ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา มีนางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการ สนข. เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้เสนอผลการศึกษาเบื้องต้นด้านความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อพัฒนาโครงการไอซีดีฉะเชิงเทรา ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟดอนสีนนท์ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์

รายงานข่าวจาก สนข. แจ้งต่อว่า พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านพิจารณาความเหมาะสมในทุกๆ ด้านแล้ว ทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การลงทุน และวิศวกรรม คาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 600-800 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำเกษตร ต้องมีการเวนคืนที่ดิน เวลานี้อยู่ระหว่างสรุปข้อมูล และวงเงินที่ใช้ลงทุน อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้มีชาวบ้านบางส่วนกังวลว่าพื้นที่ที่ชาวบ้านทำเกษตรในขณะนี้นั้น บางคนไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ดังนั้นหากมีการเวนคืนชาวบ้านจะไม่ได้รับเงินเวนคืน จะเป็นเจ้าของพื้นที่จริงที่จะได้รับ จึงอยากให้หามาตรการช่วยเหลือเยียวยาวผู้ที่โดนผลกระทบกลุ่มนี้ด้วย นอกจากนี้เมื่อสร้างไอซีดีฉะเชิงเทราแล้ว ควรทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ด้วย รวมทั้งควรปรับภูมิทัศน์ และปลูกต้นไม้ เพื่อป้องกันเสียงมารบกวนชาวบ้าน

รายงานข่าวจาก สนข. แจ้งอีกว่า สนข. ได้ชี้แจงว่าไอซีดีฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่รวบรวมและกระจายสินค้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานภายในท้องถิ่นแน่นอน รวมทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา ให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งเสริมศักยภาพพื้นที่อีอีซีในการเป็นประตูการค้าของภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ สนข. จะรวบรวมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นฐานข้อมูลวิเคราะห์ ประเมินผล และสรุปผล ในการพัฒนาโครงการไอซีดีฉะเชิงเทราให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ประมาณปลายเดือน ม.ค.หรือต้น ก.พ.62 ก่อนสรุปผลการศึกษาให้แล้วเสร็จ มี.ค.62 เพื่อเสนอเข้ากระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกต่อไป.

https://www.dailynews.co.th/economic/679724
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #13 ·
โครงการท่าเรือบกฉะเชิงเทราส่อเค้าวุ่น หลังชาวบ้านรวมตัวค้านยันให้คงพื้นที่สีเขียว

เผยแพร่: 26 ม.ค. 2562 17:27 ปรับปรุง: 26 ม.ค. 2562 17:35 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ฉะเชิงเทรา - ชาวบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา รวมตัวค้านเวทีรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในโครงการท่าเรือบก รับ EEC ที่ สนข.จัดขึ้น พร้อมอ่านแถลงการ 4 ข้อปฏิเสธโครงการ ทั้งเรียกร้องให้คงพื้นที่สีเขียว

วันนี้ (26 ม.ค.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครั้งที่ 3 ในโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (ท่าเรือบก) รองรับ EEC ที่หอประชุมที่ว่าการ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน เป็นประธาน โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กว่า 150 คน ถือป้ายประท้วงขับไล่โครงการ ใจความ "ไม่เอาท่าเรือบก" และ "ต่อต้านโครงการ EEC" ปิดประตูทางเข้าออกไปยังหอประชุมทุกด้าน พร้อมส่งเสียงโห่ร้องไม่เอาทั้ง 2 โครงการเป็นระยะ

โดยมี นายศรายุทธ สนรักษา นักเคลื่อนไหวและชุมนุมต่อต้านโครงการต่างๆ นำชาวบ้านเข้ายืนขวางกั้นประตูทางเข้าและผลักดันไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชาวบ้านบางส่วนเข้าร่วมการประชุม จนทำให้เวทีรับฟังความคิดเห็นที่มีการจัดเตรียมเก้าอี้ไว้ให้ประชาชนร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นกว่า 400 ที่นั่ง มีเพียงกลุ่มเจ้าหน้าที่ และเจ้าของที่ดินบางส่วนเข้าร่วมฟังได้เพียง 30 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งคณะที่ปรึกษาโครงการได้เปิดวิดีทัศน์ และบรรยายเนื้อหาในโครงการแก่ผู้ที่สามารถผ่านเข้าร่วมการประชุมได้ พร้อมตอบข้อซักถามในข้อข้องใจจากผู้ที่เป็นฝ่ายเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินในแง่มุมต่างๆ และการเยียวยาชดเชยผลประโยชน์ที่จะได้รับ รวมทั้งสิ่งที่จะสูญเสียไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวดำเนินไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงยุติลง ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังคงปักหลักอยู่ที่ด้านหน้าตัวอาคารหอประชุมอำเภอ ก่อนที่ นายประมวล อินม่วง ชาว อ.บ้านโพธิ์ ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มผู้เคลื่อนไหวจะอ่านแถลงการณ์ปฏิเสธการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องต่อภูมินิเวศวิถีวัฒนธรรมการหาอยู่กินโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และปฏิเสธการเวนคืนที่ดินในผืนแผ่นดิน ต.หนองตีนนก เพื่อทำโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (ไอซีดี) รองรับโครงการ EEC

ประกอบด้วย 1.ที่นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตอาหารประเภทสัตว์น้ำจืด โรงเพาะฟักสัตว์น้ำวัยอ่อน ตรงกับข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี

2.ภูมินิเวศที่เป็นหนองน้ำตามชื่อตำบลหนองตีนนก ซึ่งสอดคล้องต่อข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

3.พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยลำรางหลักในการระบายน้ำหลักของลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งตรงกับข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการระบายน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง

4.ชาวตำบลหนองตีนนก จะไม่ย้ายบ้านและที่ทำกินไปไหนเด็ดขาด จะขออยู่ขอตายที่นี่ พร้อมเรียกร้องให้พิจารณายกเลิกโครงการและคงไว้ซึ่งที่ดินเกษตรกรรมหรือผังเมืองสีเขียวใน ต.หนองตีนนก และข้างเคียง ตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อันเป็นกฎหมายสูงสุดที่ละเมิดมิได้ที่ประชาชนท้องถิ่นดั้งเดิมพึงมี

โดยหลังการอ่านแถลงการณ์แล้วเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงรวมตัวและพักรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมจนถึงเวลาประมาณ 12.30 น. จึงสลายการชุมนุม ซึ่งการชุมนุมในวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ามีชาวบ้านจาก ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เกือบ 40 คน และชาวบ้านใน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จำนวนประมาณ 6-7 คน ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่การก่อสร้างโครงการเดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย

https://mgronline.com/local/detail/9620000009076
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #14 ·
สนข.ปักธง “บ้านโพธิ์” 760 ไร่ เหมาะสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รับ EEC เปิดร่วมทุนแลกสัมปทาน

วันที่ 11 February 2019 - 21:30 น.


สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) จากผู้ที่เกี่ยวข้อง โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา

เนื่องจาก สนข.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ดำเนินการศึกษา ความเหมาะสมโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ให้ครอบคลุมครบทุกมิติ ทั้งด้านวิศวกรรม โครงข่ายถนนและทางรถไฟ ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน การจัดทำแบบเบื้องต้น

เป็นรูปแบบการลงทุน และการบริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า คอนเทนเนอร์ (Inland Container Depot : ICD) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ ICD ฉะเชิงเทรา


เนื่องจากฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เขต EEC ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard Development)



จากผลการศึกษาเบื้องต้นได้ข้อสรุปการคัดเลือกพื้นที่ในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ประมาณ 760 ไร่ บริเวณตำบลหนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ห่างจากสถานีรถไฟดอนสีนนท์ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางหลวงหมายเลข 315 และทางหลวงชนบทหมายเลข 3122

โดยรายละเอียดของโครงการ แบ่งเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่

1. พื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย อาคารสำนักงานกลาง, โรงอาหาร, อาคารพักสินค้าตกค้าง, อาคารตรวจสอบเอ็กซเรย์ พร้อมด้วยจุดพัก ซึ่งประกอบด้วยปั๊มน้ำมันและปั๊มแก๊ส, ลานจอดพักรถเทรลเลอร์ และร้านค้าต่างๆ

2. พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ประกอบด้วย ลานกองตู้คอนเทนเนอร์, โรงซ่อม, ลานทำความสะอาดตู้, โรงอาหาร, อาคารปฏิบัติการ, อาคารสำนักงาน, จุดคัดแยกและบรรจุสินค้ารวมทั้งโรงพักสินค้า

3. โครงข่ายถนนเชื่อมต่อเข้า-ออกโครงการ และ Service Road ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับขนาด 2 ช่องจราจรเชื่อมโครงการกับทางหลวงหมายเลข 315, ถนนขนาด 6 ช่องจราจร บริเวณภายในและเข้าออกโครงการ, ถนนบริการ ขนาด 2 ช่องจราจร สำหรับอำนวยความสะดวกกับประชาชนในพื้นที่รอบๆ โครงการ

4. ทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าพื้นที่โครงการและพื้นที่สถานีรถไฟ ประกอบด้วย อาคารสถานีรถไฟดอนสีนนท์ และหอสูงตรวจการณ์ พร้อมอาคารสำนักงาน โดยโครงการจะก่อสร้างทางเชื่อมรางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ICD เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาขึ้นและขาล่อง



โดยในการพัฒนาโครงการได้ถูกออกแบบให้รองรับการขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เชื่อมโยงกับระบบรางและท่าเรือแหลมฉบัง แบบไร้รอยต่อให้บริการจัดการการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการนำเข้าและส่งออกสินค้า

สำหรับแนวทางลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและมวลชนนั้น ในเบื้องต้นได้เน้นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาการจราจร น้ำท่วม การระบายน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบโครงการ อาทิ การพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทำให้ชุมชนมีรายได้ รวมถึงการจัดเตรียมแผนงานความรับผิดชอบต่อสังคมโดยใช้แนวคิดอุตสาหกรรมสีเขียว และการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม

สำหรับรูปแบบการลงทุนโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC จังหวัดฉะเชิงเทรา จะใช้วิธีการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ดำเนินงาน และบำรุงรักษา

โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2567 และระยะที่ 2 จะดำเนินการในปี 2577 ซึ่งจากผลการศึกษาคาดการณ์ว่าในปีแรกจะมีปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาใช้บริการสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 500,000 ทีอียู และเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านทีอียูในปีที่ 30

โดยผลการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจพบว่า โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะให้ผลตอบแทน ด้านเศรษฐกิจในอัตราร้อยละ 15

โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเติมเต็มภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ EEC เป็นประตูการค้าของภูมิภาค และที่สำคัญคือจะเป็นการผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปสู่ระบบราง ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนโลจิสติกส์และความแออัดบริเวณท่าเรือ

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายสินค้า รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งระบบรางทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตลอดจนรองรับการเชื่อมโยงกับจีนตามโครงการรถไฟไทย-จีน และยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative

อย่างไรก็ตาม การศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผลการศึกษาเบื้องต้นทางวิชาการเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติจะต้องพิจารณาประเด็นข้อกังวลต่างๆ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันจะนำไปสู่การตัดสินใจและขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในขั้นตอนต่อไป

https://www.prachachat.net/property/news-289144
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #15 ·
ป่วนงานสัมมนาไอซีดี 'ฉะเชิงเทรา'

2019-02-11

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไอซีดีฉะเชิงเทรา โดยมีนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงาน

นางวิไลรัตน์ เปิดเผยว่า ผลการศึกษาพบว่า ไอซีดีฉะเชิงเทรา มีทั้งหมด 760 ไร่ ตั้งอยู่ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ห่างสถานรถไฟดอนสีนนท์ 1 กม. สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางหลวงหมายเลข 315 และทางหลวงชนบทหมายเลข 3122 ได้ โครงการดังกล่าวใช้วงเงินลงทุนรวม 14,506 ล้านบาท แบ่งดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก จะสร้างพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ อาคารสำนักงานกลาง โรงอาหาร อาคารพักสินค้าตกค้าง อาคารตรวจสอบเอ็กซ์เรย์ จุดพัก ปั๊มน้ำมันและปั๊มแก๊ส ลานจอดพักรถเทรลเลอร์ และร้านค้าต่างๆ รวมทั้งพื้นที่สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ อาทิ ลานกองตู้คอนเทนเนอร์ โรงซ่อม ลานทำความสะอาดตู้ โรงอาหาร อาคารปฏิบัติการ อาคารสำนักงาน จุดคัดแยกและบรรจุสินค้ารวมทั้งโรงพักสินค้า



นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีโครงข่ายถนนเชื่อมต่อเข้า-ออกโครงการ และถนนบริการ อาทิ ทางแยกต่างระดับขนาด 2 ช่องจราจรเชื่อมโครงการกับทางหลวง 315, ถนนขนาด 6 ช่อง บริเวณภายในและเข้าออกโครงการ, ถนนบริการ 2 ช่องสำหรับอำนวยความสะดวกกับประชาชนในพื้นที่รอบๆ โครงการ และทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าพื้นที่โครงการและพื้นที่สถานีรถไฟ อาทิ อาคารสถานีรถไฟดอนสีนนท์และหอสูงตรวจการณ์ พร้อมอาคารสำนักงาน โดยโครงการก่อสร้างทางเชื่อมรางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ไอซีดี เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ส่วนระยะที่ 2 จะเพิ่มพื้นที่เปลี่ยนถ่ายสินค้า และเครนยกสินค้า หลังจากนี้จะสรุปผลการศึกษาสมบูรณ์ให้แล้วจะเสนอเข้ากระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือคณะกรรมการอีอีซีต่อไป

ด้าน ดร.ชุมโชค นันทวิชิต รองผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า สำหรับค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 469 ล้านบาท ตอนนี้พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ประชาชนเช่าทำบ่อเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยเห็ยด้วยกับโครงการ ขณะที่เจ้าของที่ดินที่มีทั้งในพื้นที่ฉะเชิงเทราและนอกพื้นที่ไม่ได้มีปัญหา ทั้งนี้ในผลการศึกษาได้มีมาตรการลดผลกระทบและอยู่ร่วมกับชุมได้ อาทิ ออกแบบเน้นลดปัญหากระทบกับสิ่งแวดล้อม จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน มาตรการชดเชย เยียวยาให้เจ้าของที่ดิน และผู้เช่าทำการเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบเช่นพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพไม่มีรายได้ ส่งเสริมการจ้างงานประชาชนในพื้นที่ จัดทำและดำเนินโครงการแผนงานความรับผิดชอบต่อสังคมโดยอาศัยแนวคิดอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนรวมทั้งตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามคาดว่าจะดำเนินการได้ ในปี 63-64 ขออนุมัติโครงการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นคัดเลือกเอกชน และจัดกรรมสิทธิที่ดิน เริ่มก่อสร้างปี 65 และเปิดให้บริการปี 67 ส่วนระยะที่ 2 คาดว่าเปิดใช้ปี 77



ผู้สื่อข่าวรายว่า ระหว่างที่งานสัมมนากำลังเริ่มนั้นได้มีกลุ่มชาวบ้านชุมชน ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ ประมาณ 50 กว่าคน มาเรียกร้องคัดค้านโครงการดังกล่าว เพราะโดนผลกระทบจากโครงการดังกล่าว เนื่องจากชาวบ้านกลุ่มนี้ได้เช่าพื้นที่ที่ตั้งไอซีดีบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้ง หากมีไอซีดีทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัยและหมดที่ทำมาหากิน จนกระทั่งมาถึงเวลาเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น กลุ่มผู้คัดค้านมาป่วน ทำให้นางวิไลรัตน์ต้องกล่าวปิดงานสัมมนากะทันหัน ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาบางคนถึงกับเซ็งเพราะตั้งใจมาฟังและแสดงความคิดเห็นเต็มที่ แต่ต้องกลับบ้านก่อนกำหนดงานสัมมนาจะเลิก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าไปไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้คัดค้านจนสลายตัวไป

https://www.dailynews.co.th/economic/692805
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #16 ·
เนรมิต “บ้านโพธิ์” 760 ไร่ 1.4 หมื่น ล. ศูนย์กลางเชื่อมต่อการค้าแบบไร้รอยต่อ

วันที่ 21 February 2019 - 18:16 น.


ในร่างผังเมืองรวมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองวางผังการใช้ที่ดินไว้ ได้กันให้สร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ (ICD) หรือท่าเรือบกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 1,500 ไร่

เนื่องจากฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เขต EEC ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก

โดยโครงการได้ถูกออกแบบให้รองรับการขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้า-ส่งออกเชื่อมโยงกับระบบรางและท่าเรือแหลมฉบัง แบบไร้รอยต่อให้บริการจัดการการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service) ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการนำเข้าและส่งออกสินค้า

ล่าสุด “สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร” ได้เคาะพื้นที่จะดำเนินการแล้ว โดยปักหมุด ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่ 760 ไร่ เป็นพื้นที่เหมาะจะพัฒนาโครงการ เนื่องจากอยู่ห่างจากสถานีรถไฟดอนสีนนท์ประมาณ 1 กม. สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางหลวงหมายเลข 315 และทางหลวงชนบทหมายเลข 3122



รายละเอียดของโครงการ แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก 1.พื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย อาคารสำนักงานกลาง, โรงอาหาร, อาคารพักสินค้าตกค้าง, อาคารตรวจสอบเอกซเรย์ พร้อมด้วยจุดพัก ซึ่งประกอบด้วยปั๊มน้ำมันและปั๊มก๊าซ, ลานจอดพักรถเทรลเลอร์ และร้านค้าต่าง ๆ

2.พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ประกอบด้วย ลานกองตู้คอนเทนเนอร์, โรงซ่อม, ลานทำความสะอาดตู้, โรงอาหาร, อาคารปฏิบัติการ, อาคารสำนักงาน, จุดคัดแยกและบรรจุสินค้ารวมทั้งโรงพักสินค้า

3.โครงข่ายถนนเชื่อมต่อเข้า-ออกโครงการ และ service road ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับขนาด 2 ช่องจราจรเชื่อมโครงการกับทางหลวงหมายเลข 315, ถนนขนาด 6 ช่องจราจร บริเวณภายในและเข้า-ออกโครงการ, ถนนบริการ ขนาด 2 ช่องจราจร สำหรับอำนวยความสะดวกกับประชาชนในพื้นที่รอบ ๆ โครงการ

และ 4.ทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าพื้นที่โครงการและพื้นที่สถานีรถไฟ ประกอบด้วย อาคารสถานีรถไฟดอนสีนนท์ และหอสูงตรวจการณ์ พร้อมอาคารสำนักงาน โดยโครงการจะก่อสร้างทางเชื่อมรางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ICD เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาขึ้นและขาล่อง

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาประเมินว่าทั้งโครงการจะใช้เงินลงทุนรวม 14,506 ล้านบาท แบ่งการพัฒนา 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 จะเปิดบริการในปี 2567 วงเงินลงทุน 10,940 ล้านบาท แยกเป็นค่าที่ดิน 469 ล้านบาท ค่าออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง 427 ล้านบาท ค่าก่อสร้างพื้นที่ส่วนกลาง 5,832 ล้านบาท ค่าลงทุนอุปกรณ์เริ่มต้น 593 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 915 ล้านบาท

ส่วนระยะที่ 2 เปิดดำเนินการในปี 2577 จะใช้เงินลงทุน 3,566 ล้านบาท มีค่าออกแบบ 126 ล้านบาท ค่าก่อสร้างพื้นที่สถานี 2,524 ล้านบาท ค่าอุปกรณ์เริ่มต้น 603 ล้านบาท และค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 313 ล้านบาท

รูปแบบการลงทุนโครงการ จะให้สัมปทานเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ดำเนินงาน และบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี หลังเปิดดำเนินการในปีแรก 2567 คาดการณ์มีปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาใช้บริการ จำนวน 500,000 ทีอียู และเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านทีอียู ในปีที่ 30 และให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจอยู่ที่ 15%

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเป็นประตูการค้าอีอีซีและศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงการขนส่งระบบรางทั้งในประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตลอดจนโครงการรถไฟไทย-จีน

https://www.prachachat.net/property/news-293052
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #17 ·
ชงเวนคืน 800 ไร่ที่บ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา สร้างสถานีขนส่งคอนเทนเนอร์รับ EEC

9 Mar 2019


สนข. เร่งปิดจ๊อบผลศึกษาโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ที่ฉะเชิงเทรา พร้อมนำเสนอคมนาคมและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เห็นชอบเวนคืนราว 800 ไร่ค่ากว่า 400 ล้านบาทที่ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเร่งสรุปผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) ตามที่ สนข. ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์(Inland Container Depot : ICD) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ครอบคลุมครบทุกมิติทั้งด้านวิศวกรรม โครงข่ายถนนและทางรถไฟ ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน การจัดทำแบบเบื้องต้น รูปแบบการลงทุน และการบริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation)

เนื่องจากฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยจากผลการศึกษาเบื้องต้นได้ข้อสรุปการคัดเลือกพื้นที่ในการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ตามแนวทางเลือกที่ 3 ประมาณ 800 ไร่ บริเวณตำบลหนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟดอนสีนนท์ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางหลวงหมายเลข 315 และทางหลวงชนบทหมายเลข 3122


“เบื้องต้นการเลือกพื้นที่จะอ้างอิงแนวเส้นทางรถไฟและถนนเชื่อมโยงพื้นที่ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายในสัปดาห์นี้จะสรุปรายละเอียดเพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการอีอีซี พร้อมกับออกแบบเบื้องต้นไว้ก่อน เป็นอำนาจของอีอีซีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะเห็นด้วยกับผลการศึกษาที่สนข.ศึกษาไว้หรือไม่ พื้นที่ต้องการในเบื้องต้นราว 600-800 ไร่จัดเป็นที่เอกชนกว่า 90% แต่พบว่าเป็นผู้เช่าทำกินมาอีกทอดหนึ่ง ทราบตัวผู้เช่าที่แท้จริงแล้ว พบเลขโฉนดทุกแปลงชัดเจน คาดว่าจะเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือนเมษายนนี้พร้อมกับแจ้งผลให้อีอีซี ส่วนจะมอบให้หน่วยไหนทำหน้าที่บริหารจัดการนั้นต้องรอให้อีอีซีมอบหมายต่อไป”

นางวิไลรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการพัฒนาโครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1.พื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย อาคารสำนักงานกลาง, โรงอาหาร, อาคารพักสินค้าตกค้าง, อาคารตรวจสอบเอ็กซ์เรย์ พร้อมด้วยจุดพัก ซึ่งประกอบด้วยปั๊มน้ำมันและปั๊มแก๊ส, ลานจอดพักรถเทรลเลอร์ และร้านค้าต่างๆ

2. พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ประกอบด้วย ลานกองตู้คอนเทนเนอร์, โรงซ่อม, ลานทำความสะอาดตู้, โรงอาหาร, อาคารปฏิบัติการ, อาคารสำนักงาน, จุดคัดแยกและบรรจุสินค้ารวมทั้งโรงพักสินค้า


3. โครงข่ายถนนเชื่อมต่อเข้า-ออกโครงการ และ Service Road ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับขนาด 2 ช่องจราจรเชื่อมโครงการกับ ทางหลวงหมายเลข 315 , ถนนขนาด 6 ช่องจราจร บริเวณภายในและเข้าออกโครงการ , ถนนบริการ ขนาด 2 ช่องจราจร สำหรับอำนวยความสะดวกกับประชาชนในพื้นที่รอบๆ โครงการ และ

4. ทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าพื้นที่โครงการและพื้นที่สถานีรถไฟ ประกอบด้วย อาคารสถานีรถไฟดอนสีนนท์ และหอสูงตรวจการณ์ พร้อมอาคารสำนักงาน โดยโครงการจะก่อสร้างทางเชื่อมรางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ICD เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาขึ้นและขาล่อง

โดยในการพัฒนาโครงการได้ถูกออกแบบให้รองรับการขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เชื่อมโยงกับระบบรางและท่าเรือแหลมฉบังแบบไร้รอยต่อ (Seamless Operation) ให้บริการจัดการการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จ(One-Stop Service) เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการนำเข้าและส่งออกสินค้า สำหรับรูปแบบการลงทุนโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC จังหวัดฉะเชิงเทรา จะใช้วิธีการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ดำเนินงาน และบำรุงรักษา โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2567 และระยะที่ 2 จะดำเนินการในปี 2577

จากผลการศึกษาคาดการณ์ว่าในปีแรกจะมีปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาใช้บริการสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 5 แสนทีอียู และเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านทีอียูในปีที่ 30 โดยผลการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจพบว่าโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับ EEC ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจในอัตรา 15% “โครงการดังกล่าวนี้คาดว่าจะใช้วงเงินลงทุนราว 1.4 หมื่นล้านบาท โดยจัดเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ราว 469 ล้านบาท มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเติมเต็มภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ EEC เป็นประตูการค้าของภูมิภาค และที่สำคัญคือจะเป็นการผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปสู่ระบบราง ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนโลจิสติกส์และความแออัดบริเวณท่าเรือ

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายสินค้า รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งระบบรางทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามตลอดจนรองรับการเชื่อมโยงกับจีนตามโครงการรถไฟไทย-จีน และยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative ของจีน”

http://www.thansettakij.com/content/396887
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #18 ·
ทุ่ม 27,000 ล้านสร้างท่าเรือบก 4 จังหวัด

2019-05-28

รายงานข่าวการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งความคืบหน้าโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคว่า ตามที่ สนข. นำเสนอผลการศึกษาสมบูรณ์ไปที่กระทรวงคมนาคมแล้ว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม รับทราบ และมอบหมายให้ สนข. นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) คาดจะประชุมได้ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่
โดยผลการศึกษาดังกล่าวได้คัดเลือกพื้นที่เหมาะสมพัฒนาเป็นท่าเรือบก 4 แห่ง วงเงินลงทุนรวม 27,490 ล้านบาท ดังนี้

1.ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ที่ ต.ดอนทราย และ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ พื้นที่ 1,800 ไร่ วงเงินลงทุน 8,920 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 64 เปิดให้บริการปี 67 คาดมีปริมาณสินค้า 395,300 TEUs

2.นครราชสีมา ที่ตั้ง ต.กุดจิก อ.สูงเนิน พื้นที่ 1,800 ไร่ วงเงิน 7,740 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 65 เปิดบริการปี 68 คาดมีปริมาณสินค้า 287,400 TEUs

3.ขอนแก่น ที่ตั้ง ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง 1,800 ไร่ วงเงิน 7,530 ล้านบาท สร้างปี 65 เปิดบริการปี 68 คาดมีปริมาณสินค้า 226,700 TEUs และ

4.นครสวรรค์ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี 1,300 ไร่ วงเงิน 3,300 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 67 เปิดบริการปี 70 คาดมีปริมาณสินค้า 95,800 TEUs

ขณะที่การลงทุนควรเป็นรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนภาครัฐ (พีพีพี) เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงและดำเนินการเชิงธุรกิจเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนหน่วยงานที่เหมาะสมเป็นเจ้าของโครงการมากที่สุด คือการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)

เนื่องจากท่าเรือบกมีกลไกลและลักษณะคล้ายกับท่าเรือ อีกทั้ง กทท.ยังเป็นหน่วยงานที่มีสภาพคล่องตัวสูง มีประสบการณ์บริหารงานโดยตรงและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสายเรือ

อย่างไรก็ตามเพื่อความยืดหยุ่นเรื่องบริการควรให้เอกชนเข้ามาแข่งขันบริหารจัดการพื้นฐานภายในท่าเรือบก ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะทำหน้าที่เสมือนผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางรางเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือบกกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ให้บริการ

ส่วนภาคเอกชนที่มาบริหารพื้นที่ท่าเรือบก อาจเป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์ หรือผู้ประกอบการสายเรือเป็นผู้พัฒนาและบริหารพื้นที่ รวมถึงจัดการย่านกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ขนถ่ายสินค้าขึ้นลงรถไฟ และให้เช่าพื้นที่เพื่อให้บริการจัดการสินค้าภายในอาคารสถานี โดยเปิดให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์หรือผู้ประกอบการสายเรือเช่าพื้นที่อาคารสถานี เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการตลาดและดำเนินงานภายในท่าเรือบกแต่ละส่วน โดยหน่วยงานที่เหมาะสมบริหารจัดการท่าเรือบก ได้แก่ 1.กทท. 2.รฟท. และ 3.จังหวัด หรือการร่วมกลุ่มหน่วยงานทางเลือก

นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า การพัฒนาท่าเรือบกไปสู่การปฏิบัติควรจะสร้างความร่วมมือ กำหนดเงื่อนไข และรายละเอียดข้อตกลง ระหว่างผู้บริหารพื้นที่โครงการ คือกทท. ผู้ให้บริการขนส่งทางรถไฟคือรฟท. และผู้บริหารจัดการสินค้าคือผู้ให้บริการโลจิสติกส์หรือผู้ประกอบการสายเรือ ที่จะบูรณาการสิ่งอำนวยความสะดวก ให้บริการ กำหนดตารางเวลา และอัตราค่าธรรมเนียม

รวมทั้งพัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟ เพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการลูกค้าภาคธุรกิจ รวมถึงกำหนดให้ท่าเรือบกเป็นพื้นที่ด่านศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ปี 60 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติพิธีศุลกากรส่งผลให้ท่าเรือบกดึงดูดผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้นำเข้า-ส่งออกมาใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น.

https://www.dailynews.co.th/economic/711480
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #19 ·
ลุ้นรัฐเคาะ 4ท่าเรือบก ธุรกิจรอชิง

สนข.ปักหมุดท่าเรือบก 4 จังหวัด เปิดเอกชนร่วมลงทุน 2.74 หมื่นล้านบาท ตั้งแท่นรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ พร้อมเดินหน้าต่อทันที โคราชคึกนักธุรกิจท้องถิ่น-ส่วนกลางรุมชิงท่าเรือบก อ.สูงเนิน

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) แล้ว

เพื่อเป็นกลไกตอบสนองการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทยและเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง นำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค และเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.)แล้ว รอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอนุมัติ โดยผลการศึกษาดังกล่าวได้คัดเลือกพื้นที่เหมาะสมพัฒนาเป็นท่าเรือบก 4 แห่ง คือ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา ขอนแก่น และนครสวรรค์ วงเงินลงทุนรวม 27,490 ล้านบาท

หากครม.ชุดใหม่ให้ความเห็นชอบ พร้อมดำเนินการหาเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในปี 2563 จากนั้นโดยใช้เวลา 3 ปีในการออกแบบ ก่อสร้างและวางระบบ เพื่อเปิดให้บริการในปีที่ 4 หรือปี 2567 เริ่มนำร่องพื้นที่ฉะเชิงเทรา ต่อด้วยนครราชสีมากับขอนแก่น และนครสวรรค์ ในปีถัดไปตามลำดับ โดยที่จังหวัดนครราชสีมากำหนดตั้งที่ต.กุดจิก อ.สูงเนิน พื้นที่ 1,800 ไร่ วงเงิน 7,740 ล้านบาท คาดมีปริมาณสินค้า 287,400 BEUs


ล่าสุดนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า บริษัทที่ปรึกษาการจัดตั้งโครงการท่าเรือบก (Dry Port) ได้ศึกษาพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคัดเลือกพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและนครราชสีมา ว่ามีศักยภาพและความเหมาะสมในการจัดตั้ง

โดยรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ public private partnership (PPP) และร่าง TOR หรือข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างให้รัฐลงทุนที่ดิน เอกชนลงทุนสิ่งปลูกสร้างและเสนอผลตอบแทนที่เหมาะสม ลักษณะกายภาพของพื้นที่ ต้องมีขนาดเริ่มต้น 600 ไร่ และพร้อมขยายได้ถึง 1,200 ไร่ในอนาคต

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมามีโครงสร้างพื้นฐาน และโครงข่ายคมนาคมขนส่งครบถ้วน ทางถนนมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ เชื่อมโยงอีสานตอนบน-กลาง ทางหลวงหมายเลข 24 เชื่อมโยงอีสานตอนใต้ ทางหลวงหมายเลข 226 เชื่อมโยงอีสานตอนใต้ และทางหลวงหมายเลข 304 เชื่อมโยงจังหวัดภาคตะวันออก ในอนาคตมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา และการขยายทางหลวง 304 ช่วงกบินทร์บุรี-ปักธงชัย

ส่วนทางราง ปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงอีสานตอนบน จ.หนองคาย และอีสานตอนล่าง จ.อุบลราชธานี ในอนาคตมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ขณะที่ในพื้นที่มีโรงงานอุตสาหกรรม 7,513 แห่ง

โดยมีผลผลิตมวลรวม 264,964 ล้านบาท และมีปริมาณการบรรทุกทางรางจำนวนมากและตู้คอนเทนเนอร์ปีละกว่า 2 แสนตู้

ขณะที่นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา เผยว่า กลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นและส่วนกลาง ให้ความสนใจจะมาร่วมลงทุนหลายราย ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเงื่อนไขการร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในส่วนภูมิภาค ท่าเรือบกมีความสำคัญต่อโคราช

เนื่องจากในพื้นที่ภาคอีสานมีการส่งออกนำเข้าสินค้า ทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ (นครราชสีมา-ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-สุรินทร์) มีปริมาณเฉลี่ยการขนส่งออกสินค้าภาคเกษตรมากกว่า 40% โคราชมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางเครือข่ายคมนาคม หากตั้งท่าเรือบกขึ้นได้จะช่วยดึงความเจริญเข้าพื้นที่ เกิดการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น มีเม็ดเงินหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,483 วันที่ 30 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

http://www.thansettakij.com/content/404201

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #20 ·
เผย ICD บ้านโพธิ์ แค่ศึกษาเบื้องต้นของ สนข. ยังต้องผ่าน EIA


ICD บ้านโพธิ์ 700 ไร่ปรับได้

สำหรับโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ หรือ inland container depot : ICD ที่ศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นเพียงผลการศึกษาเบื้องต้นทางวิชาการของ สนข.เท่านั้น โดยการศึกษาความเหมาะสมโครงการกำหนดให้พื้นที่บริเวณตำบลหนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ประมาณ 700 ไร่ เป็นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้ง ICD

หากในอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องทำโครงการ ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น รวมถึงการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ (EIA) และปฏิบัติตามกฎหมายอื่นอย่างเคร่งครัด

25/7/2562 https://www.prachachat.net/economy/news-353308
 
1 - 20 of 22 Posts
Top