SkyscraperCity banner

9981 - 10000 of 10058 Posts

·
Registered
Joined
·
86 Posts
เปิดแผนลงทุน 6 แสนล. “นิคมจะนะ” เมืองต้นแบ&#36

ในที่สุดความพยายามในการดำเนินนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล เพื่อเร่งแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ก็บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม

ศอ.บต.ผนึกเอกชนตั้งนิคมจะนะ

เมื่อรัฐบาลโดย “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)” ได้ผนึกกำลังกับ 3 บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหาร บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลป์ไทย หรือทีพีไอ, บมจ.ปตท. โดย บมจ.ไออาร์พีซี ซึ่งมีที่ดินจำนวน 10,800 ไร่ บริเวณ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา มีแนวคิดตรงกันที่จะช่วยกันผลักดันทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็น “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดน” เพื่อเชิญชวนนักลงทุนไทย และนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนโครงการต่าง ๆ มูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี หรือปี 2565

นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เรื่องการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ด้วยการผลักดันการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อทำเป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต”

โดยมี ศอ.บต.เป็นแม่งานหลัก ใช้อำนาจภายใต้ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 10 เรื่องการประกาศเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะ และมาตรา 18 โอนอำนาจการบริหารงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายของหน่วยงานราชการอื่นทั้งหมด มาอยู่ในมือของเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งจะบริหารงานภายใต้ “คณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่พัฒนาเฉพาะกิจเมืองต้นแบบ” คล้ายอำนาจการบริหารจัดการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รัฐจะสนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การออกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่สำคัญ นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนที่เหนือชั้นกว่า EEC หลายเท่านัก


เปิดแผนลงทุน 6 แสนล. “นิคมจะนะ” เมืองต้นแบบอุตฯก้าวหน้าแห่งอนาคต

TPI-ปตท.-IRPC ดึงต่างชาติ

ความสำเร็จของโครงการส่วนหนึ่งมาจากนายประชัย ซึ่งถือครองที่ดิน 7,000 ไร่ ได้ไปเสนอขายไอเดียให้นายทุนจีน ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางสนใจมาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนระบบขนส่งทางราง มูลค่า 4 แสนล้านบาท ในลักษณะบริษัทร่วมลงทุนไทย-จีน เพื่อผลิตป้อนชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้กับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ที่จะเชื่อมเข้าไปในมาเลเซีย ทั้งโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมทั้งฝั่งตะวันออก (ECRL) และสายเหนือ

ขณะที่ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) ซึ่งถือครองที่ดิน 3,000 กว่าไร่ อยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนในประเทศเกาหลี เพื่อลงทุนโครงการพลังงานทางเลือก (energy complex) มูลค่าลงทุน 2.9 แสนล้าน ตามนโยบายที่ภาครัฐวางเป้าหมายกำหนดให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น “แบตเตอรี่โซน” โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการปลูกพืชพลังงานป้อน

เปิดแผนลงทุนเอกชน 6 แสน ล.

แนวทางการพัฒนาเมืองต้นแบบจะเป็นการทำงานของทุกภาคส่วนตามแนวทางสานพลังประชารัฐ โดยแผนการลงทุนจะครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับผลประโยชน์ 100% และห้ามเกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการเตรียมการเรียนการสอนให้ลูกหลานของประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับการศึกษาตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปลงทุน

สำหรับแผนการลงทุนภาคเอกชน ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ท่าเรือเพื่อการพาณิชย์และการท่องเที่ยว พร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบครบวงจร ทั้งนี้ พบว่าศักยภาพในพื้นที่ ต.นาทับ อ.จะนะ มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกได้ โดยที่ปรึกษาได้ดำเนินการออกแบบเบื้องต้นท่าเทียบเรือ เขื่อนกันคลื่น ร่องน้ำทางเดินเรือเข้าออก อาคารประกอบและระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ครบครัน แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ วงเงินลงทุนกว่า 11,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ 1 ล้านตู้/ปี แทนการใช้ท่าเรือปีนังของมาเลเซีย

2.การสร้างรางรถไฟเชื่อมโยงท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 อำเภอจะนะ เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและการขนส่งสินค้าเพื่อสามารถรองรับความต้องการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

3.พลังงานไฟฟ้าทางเลือก (energy complex) เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ในอนาคต จึงมีการวางแผนและลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 2,813 เมกะวัตต์ โดยเลือกใช้โรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น เช่น โรงไฟฟ้าพลังลม จำนวน 800-1,500 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จำนวน 1,500-2,500 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1,000-1,500 เมกะวัตต์ โรงงานพลังงานขยะ จำนวน 300-500 เมกะวัตต์ โรงงานไฟฟ้าชีวมวล จำนวน 300-500 เมกะวัตต์

4.นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาผลิต รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ผ่านทางท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 โดยอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพ ได้แก่

4.1 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ประกอบด้วย (1) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (2) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (3) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (4) กิจการคมนาคมขนส่งเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร (5) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ

4.2 อุตสาหกรรมเกษตร ประกอบด้วย (1) อุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเลแปรรูป (2) อุตสาหกรรมผลิตสินค้าจากยางพาราและปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร (3) อุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋อง โรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากข้าว โรงงานอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เป็นต้น

4.3 อุตสาหกรรมอื่น ๆ ประกอบด้วย (1) อุตสาหกรรมผลิตกังหันลมและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (2) อุตสาหกรรมผลิตหัวรถจักรและแคร่ขนตู้สินค้า (3) อุตสาหกรรมผลิตแท่นขุดเจาะน้ำมัน (4) อุตสาหกรรมผลิตรถไฟฟ้า (EV car)

4.4 ด้านการบริหารจัดการด้านน้ำ และสิ่งแวดล้อม ต้องพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4.5 กองทุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้

เปิดแผนลงทุน 6 แสนล. “นิคมจะนะ” เมืองต้นแบบอุตฯก้าวหน้าแห่งอนาคต

รัฐเร่งขึ้นฮับขนส่งทางทะเล

ส่วนแผนดำเนินการของรัฐ ประกอบด้วย 9 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค 2.ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุขและที่อยู่อาศัย 3.ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิจัยพัฒนาและการจัดการความรู้ 4.ด้านการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 5.ด้านการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดี 6.ด้านการพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 7.ด้านการขับเคลื่อนความร่วมมือการพัฒนากับนานาประเทศ 8.ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 9.ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการบริการภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม หากโครงการสำเร็จตามเป้าหมายจะเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ คาดการณ์จะก่อให้เกิดการจ้างงานขึ้นไม่น้อยกว่า 100,000 อัตรา ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการหมุนเวียนของการจ้างงานดังกล่าว มากกว่า 3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี เพิ่มศักยภาพให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน” และแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการต้องขนตู้คอนเทนเนอร์ผ่านด่านสะเดาไปใช้ท่าเรือปีนัง เนื่องจากไม่มีท่าเรือเพื่อการส่งออก แก้ปัญหาความเสี่ยงด้านพลังงานของภาคใต้อย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถให้เป็นผู้ส่งออกด้านเทคโนโลยีเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งขณะนี้แผนงานทั้งหมดกำลังก้าวหน้า โดยมีการยื่นเรื่องจัดตั้งนิคมไปยัง BOI แล้ว ทั้งภาคเอกชนเตรียมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ภายในช่วง 2 ปีนี้ เพื่อเร่งโครงการให้แล้วเสร็จทันภายในปี 2565 ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย จากพื้นที่สีแดงให้กลายเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน” หรือเกตเวย์ที่ 3 ของไทย ในอีกไม่นานเกินรอ



BOI ผนึกคลังให้สิทธิสูงสุดแค่ปี’63

สำหรับ 4 มาตรการส่งเสริมการลงทุน ประกอบด้วย 1.ผู้มีเงินได้ สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 0.1 ของเงินได้พึงประเมิน โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะเงินได้จากการผลิตสินค้า หรือการขายสินค้าหรือการให้บริการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 2.ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ และเมื่อมีรายได้จากการผลิตสินค้าหรือการขายสินค้าหรือการให้บริการเหลือร้อยละ 1 ของกำไรสุทธิ

3.ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เหลือร้อยละ 0.1 ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และยกเว้นให้ไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 4.ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเหลือร้อยละ 0.1 รวมถึงให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินเบื้องต้น 25,000 ล้านบาท ไว้ให้ผู้ลงทุนกู้ยืม หากไม่เพียงพอ พร้อมวงเงินเพิ่มให้อีก อย่างไรก็ตาม มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะสิ้นสุดลงในปี 2563
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
ยอดค้าชายแดน “มาเลย์” พุ่ง3.6แสนล้าน ดีเดย&#36

ศุลกากรดีเดย์นำร่องเปิดบริการ “ด่านสะเดา” สงขลา 24 ชม. วันที่ 1 เมษายนนี้แห่งแรกในไทย หลังยอดค้าชายแดนมาเลย์ปี 2561 ยอดพุ่ง 3.6 แสนล้าน ด้าน “นายด่านสะเดา” เผยการก่อสร้างด่านแห่งใหม่คืบหน้ากว่า 80% คาดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

นายศิริพงษ์ วุฑฒินันท์ นายด่านศุลกากรสะเดา กรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 เมษายน 2562 ด่านศุลกากรสะเดาจะเริ่มเปิดให้บริการ 24 ชม. สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป เป็นการทดลองนำร่องแห่งแรก โดยหลังจากนี้ 3 เดือนจะประเมินผลและปรับปรุงการให้บริการ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ 100% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการค้าชายแดนบริเวณด่านสะเดามีผู้มาใช้บริการมากขึ้น โดยในปี 2561 มีมูลค่าการค้าผ่านด่าน 364,140.57 ล้านบาท สูงกว่าปี 2560 ซึ่งมีมูลค่า 326,781 ล้านบาท และในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค. 2561-ก.พ. 2562) มีมูลค่าการค้าผ่านด่าน 161,825.44 ล้านบาท และมีการจัดเก็บรายได้ทุกประเภททั้งอากรขาเข้า-ขาออก และค่าธรรมเนียมในปี 2561 มูลค่า 3,437.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่เก็บได้ 3,097.65 ล้านบาท ส่วนในช่วงต้นปี 2562 เก็บได้ 1,606.55 ล้านบาท

ยอดค้าชายแดน “มาเลย์” พุ่ง3.6แสนล้าน ดีเดย์1เม.ย. เปิด “ด่านสะเดา” นำร่องบริการ24ชม.


สำหรับสินค้าที่มีการนำเข้าผ่านด่านสะเดา เช่น เครื่องประมวลผลข้อมูล อุปกรณ์เกี่ยวกับการบันทึกเสียง ส่วนประกอบเครื่องจักร เครื่องยนต์สันดาป ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญที่ผ่านด่านนี้ เช่น ยางธรรมชาติ เครื่องประมวลข้อมูล ส่วนประกอบเครื่องจักร เครื่องสันดาปภายใน เป็นต้น

นายศิริพงษ์กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 85% แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2562 โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณลงทุนก่อสร้าง 1,352 ล้านบาท จัดจ้างบริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ก่อสร้างในพื้นที่ห่างออกไปจากด่านเดิม 1 กม. เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของด่านสะเดา ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย 39 ยูนิต จำนวน 3 หลัง อาคารที่พักอาศัยข้าราชการ 20 ยูนิต บ้านพักข้าราชการและนายด่าน อาคารหอคอยแลนด์มาร์ก อาคารโรงอาหาร อาคารอเนกประสงค์ อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารเก็บของกลาง ถังเก็บน้ำและท่อสูบน้ำ อาคารผู้โดยสาร อาคารตรวจสินค้า ซึ่งสามารถให้บริการคอนเทนเนอร์ได้ 6 ช่อง และซุ้มประตูเข้า-ออก

รายงานข่าวระบุว่า ด่านศุลกากรสะเดาเป็นด่านการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยเฉลี่ยแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท มีผู้โดยสารเดินทางผ่านพรมแดน 5.5 ล้านคน ยานพาหนะเข้าออก 8.4 แสนคัน ซึ่งได้มีการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มว่าจะมีการใช้บริการด่านนี้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทางกรมศุลกากรร่วมกับจังหวัดสงขลา จึงได้ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ที่อยู่ติดกัน เนื้อที่ 20-3-38 ไร่ เพื่อสร้างอาคารด่านพรมแดนแห่งใหม่ แก้ไขปัญหาความแออัด

สำหรับการเพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ โดยการนำระบบการเชื่อมโยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน หรือ ASEAN Single Window (ASW) มาใช้เพื่อแลกเปลี่ยนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ ATIGA e-Form D นับตั้งแต่ช่วงตุลาคม 2561-กุมภาพันธ์ 2562 มีการใช้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีอากรผ่าน e-Form D จำนวน 779 ฉบับ คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนการออก Form D ซึ่งมี 7,860 ฉบับ และในส่วนนี้มีผู้ประกอบการออกฟอร์มด้วยระบบ self certificaiton 5,330 ฉบับ

“ทางคณะกรรมการระดับจังหวัดจะเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมให้ใช้ระบบ ASW มากขึ้น หลังจากเริ่มทดลองใช้ระบบดังกล่าว พบว่าผู้ประกอบการยังไม่เข้าใจ จึงมีการใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 10% การใช้ระบบนี้จะทำให้ออกเอกสารได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารที่ชิปปิ้งด้วย หากเอกสารครบและถูกต้องจะทำให้ออกฟอร์มได้รวดเร็ว”

ยอดค้าชายแดน “มาเลย์” พุ่ง3.6แสนล้าน ดีเดย์1เม.ย. เปิด “ด่านสะเดา” นำร่องบริการ24ชม.

หากย้อนดูมูลค่าสินค้านำเข้า-ส่งออกที่ผ่านด่านสะเดา ช่วงปี 2558-2561 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเกือบทุกปี โดยปี 2558 มูลค่ารวม 344,690 ล้านบาท ปี 2559 มูลค่ารวม 324,053.24 ล้านบาท ปี 2560 มูลค่รวม 326,781 ล้านบาท ปี 2561 มูลค่ารวม 364,140.57 ล้านบาท ปี 2562 (ต.ค. 61-ก.พ. 62) มูลค่ารวม 161,825.44 ล้านบาท โดยสินค้านำเข้ามูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรกปี 2561 ได้แก่ 1.เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ มูลค่านำเข้า 39,448.387 ล้านบาท 2.สื่อบันทึกที่ยังไม่ได้บันทึกที่จัดทำไว้เพื่อการบันทึกเสียงหรือปรากฏการณ์อื่น ๆ ด้วยวิธีที่คล้ายกัน มูลค่านำเข้า 20,931.659 ล้านบาท 3.ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบใช้กับเครื่องจักร มูลค่านำเข้า 17,143.486 ล้านบาท 4.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ มูลค่านำเข้า 16,920.545 ล้านบาท 5.วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่านำเข้า 16,846.443 ล้านบาท

ขณะที่ปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 61-ก.พ. 62) สินค้านำเข้ามูลค่าสูงสุด 5 อันแรก ได้แก่ 1.เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ มูลค่านำเข้า 22,478.2431 ล้านบาท 2.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบเคลื่อนตรงหรือลูกสูบหมุน มูลค่านำเข้า 8,510.541 ล้านบาท 3.จานบันทึกเทป อุปกรณ์หน่วยเก็บความจำ มูลค่านำเข้า 8,157.867 ล้านบาท 4.วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ 8,018.998 ล้านบาท และ 5.ส่วนประกอบและอุปกรณ์ใช้กับเครื่องจักร มูลค่านำเข้า 6,515.998 ล้านบาท

ด้านสินค้าส่งออกมูลค่าสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ยางธรรมชาติ มูลค่าส่งออก 24,652.100 ล้านบาท 2.เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ มูลค่าส่งออก 20,923.620 ล้านบาท 3.ส่วนประกอบและอุปรกรณ์ประกอบใช้กับเครื่องจักร 17,131.907 ล้านบาท 4.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ มูลค่าส่งออก 16,183.619 ล้านบาท และ 5.ไม้ยางพาราแปรรูป มูลค่าส่งออก 8,986.997 ล้านบาท

ขณะที่ปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 61-ก.พ. 62) สินค้าส่งออกมูลค่าสูงสุด 5 อันแรก ได้แก่ 1.เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ มูลค่าส่งออก 11,018.33 ล้านบาท 2.ยางธรรมชาติ มูลค่าส่งออก 8,898.90 ล้านบาท 3.ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบใช้กับเครื่องจักร 7,081.86 ล้านบาท 4.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบเคลื่อนตรงหรือลูกสูบหมุน 5,047.12 ล้านบาท และ 5.วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ 3,074.50 ล้านบาท


ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ยอดค้าชายแดน “มาเลย์” พุ่ง3.6แสนล้าน ดีเดย์1เม.ย. เปิด “ด่านสะเดา” นำร่องบริการ24ชม.
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
หาดใหญ่ | เตรียมรอสรุปแผนมอเตอร์เวย์ M84 ห&#36

วันนี้(4/11/62) หาดใหญ่โฟกัสมีข่าวคืบหน้ากรณีสรุปมอเตอร์เวย์ ตามแผนปี 2558 ทั้งหมด 21 สาย ทั่วประเทศ จากที่เคยโพสต์ เรื่องแผนพัฒนามอเตอร์เวย์ ปี 2558 มีคนสนใจเยอะมาก แต่ข้อมูลอาจจะไม่ครบถ้วน และเป็นโพสต์ที่เก่าตั้งแต่เริ่มเพจใหม่ๆ ข้อมูลอาจจะไม่แน่นเท่าที่ควรครับ วันนี้ได้ข้อมูลเต็มๆ มาเลยขอโพสต์รายละเอียดอีกครั้งนึงครับ ขอเริ่มต้นจาก แผนมอเตอร์เวย์ ปี 2558 ซึ่งมีทั้งหมด 21 เทียบกับแผนมอเตอร์เวย์ ปี 2540 ซึ่งมีทั้งหมด 13 สาย
โดยมีการแก้ไข สายบางสายและเพิ่มสายขึ้นมา โดยเฉพาะสายที่เชื่อมระหว่างภูมิภาค เช่น เหนือ-อิสาน และ อิสาน-ตะวันออก พร้อมกับสายเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ ประเทศลาว ซึ่งมีถึง 4 สาย ตามโครงการ E-W Economic corridor เส้นบน และเส้นล่างเรามาดูสายทางตามภูมิภาคกันเลยเริ่มต้นที่ภาคอิสาน สาย M6 บางปะอิน-หนองคาย ซึ่งได้เริ่มสร้างไปแล้ว คือสายกรุงเทพ-โคราช สาย M2 ตาก-มุกดาหาร ตามแผน E-W Economic Corridor เชื่อม ประเทศพม่า-ลาว สาย M3 สุรินทร์-บึงกาฬ เชือม ประเทศลาว-กัมพูชา สาย M4 นครสวรรค์-อุบลราชธานี เชื่อมระหว่างภาคกลาง-อิสาน ซึ่งสาย M2,M3 และ M4 เป็นสายใหม่ที่เกิดขึ้นในแผนแม่บทปี 58 ซึ่งก็น่าจะอีกนานพอสมควรกว่าจะได้เริ่ม ต่อมาที่ภาคเหนือสาย M5 เป็นสายหลักซึ่งเชื่อมระหว่างภาคกลางไปภาคเหนือ ออกประเทศลาวเชื่อมต่อจีนตอนใต้ สาย M51 เป็นสายย่อย เชียงใหม่-ลำปาง(แจ้ห่ม) ที่เชื่อมสายหลัก M5 ที่วิ่งผ่านลำปาง-เชียงราย โดยไม่ผ่านเชียงใหม่ เชื่อมต่อเข้าเชียงใหม่ด้วยสายนี้ สาย M2 ตาก-มุกดาหาร ตามแผน E-W Economic Corridor เชื่อม ประเทศพม่า-ลาว



ภาคกลางและตะวันออกเนื่องจากภาคกลางเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของประเทศพร้อมกับเชื่อมโยงระหว่าง กรุงเทพ-EEC ,พม่า-กัมพูชา และภูมิภาคอื่นๆ เลยจะมีเส้นทางมากกว่าภาคอื่น เริ่มต้นจากสาย M5 เป็นสายหลักซึ่งเชื่อมระหว่างภาคกลางไปภาคเหนือ ออกประเทศลาวเชื่อมต่อจีนตอนใต้ สาย M6 บางปะอิน-หนองคาย ซึ่งได้เริ่มสร้างไปแล้ว คือสายกรุงเทพ-โคราช สาย M7 กรุงเทพ-บ้านฉาง หรือมอเตอร์เวย์ กรุงเทพชลบุรี ที่เราใช้กันอยู่ จะเปิดครบสายตามแผน ในกลางปีหน้า ซึ่งเป็นสายเดียวของแผนที่เสร็จครบเต็มสาย







สาย M8 นครปฐม-นราธิวาส ซึ่งเป็นสายหลักเชื่อมต่อภาคใต้ ซึ่งตอนนี้ เตรียมจะมีการประมูล PPP ช่วงแรก นครปฐม-ชะอำ สาย M9 คือวงแหวน กรุงเทพ รอบที่ 2 หรือกาญจนาภิเศก ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งเป็นมอเตอร์เวย์ แค่ฝั่งตะวันออก และด้านใต้ ซึ่งตามโครงการจะมีการทำมอเตอร์เวย์ให้ครบรอบ โดยเริ่มต้นส่วนด้านตะวันตก ช่วงบางปะอิน-บางบัวทอง ก่อน เพื่อเชื่อมต่อ มอเตอร์เวย์ สาย M6 บางปะอิน-โคราช และ สาย M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี เข้าด้วยกัน สาย M52 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต่อจากวงแหวนรอบ 4 M92 สาย M53 ปลายอุดรรัถยา (วงแหวนตะวันตก)- บางปะหัน ซึ่งเป็นสายที่ทับซ้อนกับของโครงการของการทางพิเศษ ซึ่งตอนนี้ทำ EIA เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถก่อสร้างได้ทันที
สาย M61 แหลมฉบัง-โคราช เชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ M6 ซึ่งจะเริ่มทำมอเตอร์เวย์สายนี้ช่วง แหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ก่อน สาย M71 วงแหวนตะวันออก-อรัญประเทศ ซึ่งเชื่อมต่อกับกัมพูชา สาย M72 ชลบุรี(บ้านบึง)-ตราด เป็นสายที่มาทดแทนสาย M7 ที่กุดอยู่อู่ตะเภา แทนจะต่อปลายไปจันทบุรีตามแผนปื 2540 สาย M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี-ด่านพุน้ำร้อน ซึ่งตอนนี้กำลังสร้างช่วง บางใหญ่-กาญจนบุรี อยู่ครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผน E-wCorridor ส่วนใต้ รวมกับ สาย M72 เชื่อม ทวาย-โฮจิมิน สาย M82 วงแหวนตะวันตก (พระราม 2)-ปากท่อ ทับบนถนน พระราม 2 ตลอดเส้นทาง ซึ่งตอนนี้ กำลังก่อสร้างช่วง วงแหวนตะวันตก-มหาชัย-บ้านแพ้ว ซึ่งตอนนี้ ได้ประมูลถึงมหาชัยไปแล้ว ส่วน ต่อไปบ้านแพ้วรอคนมาร่วมทุน PPP ซึ่งจะรวบโครงการเข้าด้วยกัน สาย M91 วงแหวนกรุงเทพ รอบที่ 3 มหาชัย-พุทธมณฑล สาย 5 - ไทรน้อย-บางไทร-วังน้อย-ธัญบุรี-ลำลูกกา-หนองจอก-ลาดกระบัง-บางบ่อ-บางพลี-และกลับมาที่มหาชัย
สาย M92 วงแหวน กรุงเทพ รอบ 4 นครชัยศรี-สุพรรณบุรี-ลพบุรี-สระบุรี-นครนายก-ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ซึ่งช่วงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ต่อไปสาย M8 และ เป็นกิ่งของ M81 ที่ก่อสร้างไว้รอ ที่นครชัยศรี ภาคใต้ สาย M8 นครปฐม-นราธิวาส ซึ่งเป็นสายหลักเชื่อมต่อภาคใต้ ซึ่งตอนนี้ เตรียมจะมีการประมูล PPP ช่วงแรก นครปฐม-ชะอำ สาย M83 สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต ซึ่งเท่าที่ดูมีการใช้เขตทางร่วมกับทางหลวง 44 Southern seaboard บางส่วน และแยกไปพังงา ก่อนจะไปจบก่อนข้ามสะพานเข้าภูเก็ต สาย M84 สงขลา-สะเดา ซึ่งเป็นเส้นทางที่สำคัญมากในการพัฒนาการค้าชายแดน ไทย-มาเลเซีย จะทำหาดใหญ่-สะเดาก่อน ช่วยส่งเสริมด่านชายแดนที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศ และต่อกับมอเตอร์เวย์ของมาเลเซีย
ระยะการก่อสร้างตามแผนแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ 10 ปีแรก และ 10 ปีหลัง แผนการก่อสร้าง ที่มีการเริ่มศึกษา เตรียมก่อสร้าง และก่อสร้างอยู่ คือ ส่วนที่กำลังก่อสร้าง
1. M6 มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช
2. M81 มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี
3. M7 มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด
4. M82 มอเตอร์เวย์วงแหวนตะวันตก (พระราม 2)-มหาชัย

ส่วนที่เตรียมทำ PPP
1. M84 มอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา
2. M82 มอเตอร์เวย์มหาชัย-บ้านแพ้ว
3. M8 มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ
4. M5 ดินแดง-บางปะอิน(โทลเวย์)



มอเตอร์เวย์ที่หลายๆคนถามหา น่าจะมากสุดที่ซาวน์เสียงกันในโพสก่อนหน้าเลยครับ คือ Motor way สาย หาดใหญ่-สะเดา หรือสาย M81 ขอเกริ่นก่อนว่า ทุกวันนี้ถนนที่เชื่อมหาดใหญ่-สะเดา มีสายเดียวคือถนน กาญจนวนิช ซึ่งเป็น ถนน 4 เลน ที่ถ้าเคยเดินทางในเส้นนี้จะรู้เลยว่านครมาก เพราะมีเขตทางแคบ ไฟแดงเยอะ และรถบรรทุกเยอะมาก รวมทั้งรถขนไม้ยาง ที่เป็นกองทัพมด ซึ่งรถกระจองอแงมาก ตลอดเส้นทางเกือบ 60 กม กรมทาหลวงเป็นถึงปัญหา และโอกาสจากในพื้นที่ เลยทำ Motor Way เส้นนี้ขึ้นมา โดยทางเริ่มต้นจากเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ใหม่ จากจุดตัด กับสาย 4 แล้วตัดเลียบไปด้านหลังสนามบินหาดใหญ่ ตรงไปทางด่านปาดังเบซาร์ และไปสุดที่ด่านศุลกากรสะเดา 2 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งใหญ่กว่าด่านเดิมมากกว่า 5 เท่า จะช่วยระบายรถบรรทุกหน้าด่านได้ไวขึ้น มีทางเข้าออก 4 ทางคือ1.จุดตัด สาย 4 ที่ก่อนถึงเมืองหาดใหญ่2.สนามบิหาดใหญ่
3.ปาดังเบซาร์ 4.ด่านสะเดา 2 ซึ่งระบบเป็นระบบผิด เก็บเงินตามระยะทาง ซึ่งมีระบบจ่ายเงินทั้ง Auto และ จ่ายเงินสด โครงการนี้เป็นโครงการ PPP คือร่วมลงทุนกับเอกชน โดยรัฐเวนคืนให้ แล้วเอกชนลงทุนก่อสร้าง เก็บค่าบริการ และดูรักษาตลอดเวลา 30 ปี ซึ่งจากข่าวมีนักลงทุนสนใจเข้าร่มลงทุนหลายชาติ สายนี้จะช่วยร่นเวลาเดินทาง หาดใหญ่-สะเดา จาก 1 ชั่วโมง ให้เหลือแค่ 30 นาทีได้ แน่ๆ มีประโยชน์กับเศรษฐกิจแน่นอนครับ ซึ่งตามแผน โครงการจะเปิดให้ริการในปี 2567
แต่ขอเพิ่มเติมข้อมูลถ้าพูดถึงเส้นนี้แล้วไม่พูดถึง ด่านศุลกากร สะเดา 2 ก็คงไม่ได้เพราะเป็นโครงการที่เกิดมาซึ่งกันและกัน แต่ตอนนี้ด่านศุลกากรได้เริ่มสร้างไปแล้ว ซึ่งปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของด่านสะเดาคือการผ่านแดนของรถบรรทุกซึ่งผ่านแดนไปมา ทั้ง ไทยและมาเลย์ ซึ่งของเดิม รถติด และใช้เวลาผ่านแดนเป็นวันๆ รถบรรทุกต้องมาเสียเวลาหน้าด่านอยู่ ทางศุลกากรเลยสร้างด่านใหม่เพื่อขยายช่องให้บริการเพิ่มเติม เพื่อความสะดวก และรวดเร็วในการผ่านแดน

ขอบคุณภาพข่าว : โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
สนามบินเบตงเปิดใช้มิ.ย.ปี 2563 ดึง”บางกอกแอ&#3

วันที่ 28 กันยายน 2562 - 18:43 น.
FacebookTwitterLINE
สนามบินเบตงเปิดใช้มิ.ย.ปีหน้า ดึง”บางกอกแอร์เวยส์”บินตรงจาก”หาดใหญ่-ภูเก็ต-สมุย”
นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)ได้มอบหมายให้ นายบรรจบ บุรวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มจัดสรรเวลาท่าอากาศยาน กองส่งเสริมพัฒนาท่าอากาศยาน พร้อมคณะ ประชุมหารือกับบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย กัปตันทิพรัต ภาคภูมิสิน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการแผนกปฏิบัติการการบิน และกัปตันนราชัย กรมสุริยศักดิ์ พร้อมทีมด้านปฏิบัติการบิน ณ สำนักงานบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562

การประชุมหารือในครั้งนี้ทั้งสองหน่วยงานได้หาแนวทางในการเปิดให้บริการเส้นทางการบินไปยัง
ท่าอากาศยานเบตง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยาน ได้เล็งเห็นว่า บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นสายการบินที่มีศักยภาพที่จะเปิดเส้นทางการบินใหม่ไปยังท่าอากาศยานเบตง โดยได้นำเสนอข้อมูลทางด้านกายภาพของท่าอากาศยานและข้อมูลทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการปฏิบัติการบิน เพื่อให้บริษัทฯ นำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานการเพื่อนำไปวิเคราะห์ในด้านการปฏิบัติการบินมายังท่าอากาศยานเบตง

หลังจากร่วมกันหารือ ทางบริษัทฯ ได้พิจารณาเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่เปิดเส้นทางบินใหม่ ในเส้นทาง หาดใหญ่-เบตง หรือ สมุย-เบตง หรือ ภูเก็ต-เบตง เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ เปิดให้บริการเส้นทางบินในเส้นทาง ภูเก็ต-หาดใหญ่ อยู่แล้วโดยใช้เครื่องบินแบบ ATR ในการทำการบิน

ในการนี้กรมท่าอากาศยานมีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนบริษัทฯ ในการทำการบินเส้นทางใหม่ไปยังท่าอากาศยานเบตง โดยการให้สิทธิพิเศษเกี่ยวกับแผนส่งเสริมการตลาด เช่น การลดค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่าง ๆ

สำหรับท่าอากาศยานเบตง เป็น ท่าอากาศยานแห่งใหม่แห่งที่ 29 ของกรมท่าอากาศยาน ซึ่งมีความคืบหน้าในการก่อสร้างมากกว่า 95 % คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2563 เป็นการขานรับนโยบายของ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น และสนับสนุนสายการบินต่างๆ สามารถให้บริการประชาชนในภูมิภาคทั่วประเทศภายใต้การให้บริการเป็นมาตรฐาน
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
SCG Home บุญถาวร หาดใหญ่ ถนนเลี่ยงเมือง (สายเอ&#3648

เตรียมพบกับโชว์รูมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งรูปแบบใหม่แห่งแรกของประเทศไทย ที่มาทั้งสินค้าพร้อมบริการติดตั้งครบวงจร ฉลองเปิดSCG Home บุญถาวร สาขาหาดใหญ่
วันที่ 5-8 มีนาคม 2563
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
ดีคอนโด กาญจนวนิช หาดใหญ่ จากแสนสิริ

โครงการเดิมเป็นอาคาร 8 ชั้น ที่ตั้งถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เนื้อที่โครงการประมาณ 16 ไร่ ลักษณะโครงการโครงการอาคารชุดประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร จำนวนยูนิต1,268 ยูนิต ซึ่งขายหมดแล้ว (SOLD OUT) เตรียมพบคอนโดโครงการใหม่ที่หาดใหญ่ใกล้ทำเลเดิม
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
พลัสคอนโดมิเนียม 3 หาดใหญ่ ถนนราษฎร์ยิน&

สถานะ : กำลังเปิดขาย
ประเภทอสังหาฯ : คอนโด
โครงการเริ่มสร้าง : 31 ธันวาคม 2560
พัฒนาโดย : บริษัท สิรีน พร๊อพเพอร์ตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
เนื้อที่โครงการ : 2 ไร่ 1 งาน 10 ตร.ว
พื้นที่ส่วนกลาง : 1,600 ตร.ม.
จำนวนแบบบ้าน : 2 แบบ
จำนวนยูนิต : 477 ยูนิต
ชั้น : 32 ชั้น
จำนวนลิฟท์โดยสาร : 2 ตัว
อัตราส่วนที่จอดรถ : 80 %
ราคาเริ่มต้น : 1,700,000 บาท
เงื่อนไขการรับประกัน : * รับประกันภายใน 1 ปี
เงื่อนไขการขาย : * เก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 2 ปี
ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง ที่อยู่ : ถ.ราษฎร์ยินดี · คอหงส์ · หาดใหญ่ · สงขลา
การเดินทาง : บนถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการหาดใหญ่ มุ่งหน้าไปทางวงเวียนน้ำพุ ประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปทางถนนราษฎร์ยินดี ประมาณ 100 เมตร โครงการอยู่ด้านซ้ายมือ
สุดยอดทำเลทองในหาดใหญ่ พลัสคอนโด หาดใหญ่ 30 เมตร สุดยอดทำเลของคอนโด
ในหาดใหญ่ ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล บนถนนสายหลัก ถนน 30 เมตร

ก่อสร้างชั้นที่ 32 🏢🏗 สร้างจริง สูงจริง
Updateก่อสร้างล่าสุด #พลัสคอนโดหาดใหญ่30ม.
งานเสาเข็มและโครงสร้างอาคาร 97.7%
งานสถาปัตยกรรมและงานภูมิสถาปัตย์ 52.3%
งานระบบประกอบอาคารและระบบลิฟท์ 77.4%
สรุปภาพรวมความก้าวหน้าทั้งโครงการ 77.7%
คอนโดหรู 32 ชั้น ติดถนน 30 เมตร ห่างจาก Big C Extra เพียง 250 เมตร
เสร็จกลางปี 2563
ยอดจองเกือบเต็มเหลือไม่ถึง 10 ยูนิต
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
“กนอ.” เผยนิคมฯสงขลา ใน SEZ สะเดาคืบ ผู้รับเห&

“กนอ.” เผยนิคมฯสงขลา ใน SEZ สะเดาคืบ ผู้รับเหมาลุยก่อสร้าง เม.ย. นี้ เสร็จปี’63
กนอ.เผยความคืบหน้านิคมฯสงขลา (สะเดา) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา ระยะแรก 629 ไร่ มี บริษัท พี.ที.เอ.คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเตรียมเข้าพัฒนาพื้นที่ได้ภายในเมษายนนี้ ด้วยวงเงินในการพัฒนากว่า 900 ล้านบาท มั่นใจทุนไทย-เทศ เล็งใช้พื้นที่เป็นฐานการผลิต-ส่งออกเชื่อมโยงไปยังประเทศกลุ่ม IMT-GT คาดเปิดให้ใช้พื้นที่ได้ปี 2563 และจะก่อให้เกิดการลงทุนให้กับจังหวัดสงขลาถึง13,800 ล้านบาท หากมีนักลงทุนเข้าใช้เต็มพื้นที่
ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะที่ 1 พื้นที่ 629 ไร่ ว่า นิคมฯดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะนี้ กนอ.พร้อมเข้าพัฒนาพื้นที่แล้ว โดยบริษัท พี.ที.เอ.คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการฯ ที่ กนอ.คัดเลือกและให้เป็นผู้พัฒนาพื้นที่โดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนเมษายนนี้ ด้วยเงินลงทุน ประมาณ 900 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน แล้วเสร็จ และจะพร้อมเปิดให้นักลงทุนเข้าใช้พื้นที่ได้ภายในปี 2563
“นิคมฯดังกล่าว นับเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สองของ กนอ.ภายใต้นโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ที่รัฐบาลมุ่งหวังที่จะกระตุ้นการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดว่าหากมีการใช้พื้นที่เต็มจำนวนแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงาน เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3,400 อัตรา และก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในจังหวัดสงขลา ประมาณ 13,800 ล้านบาท” ดร.สมจิณณ์กล่าว
ทั้งนี้พื้นที่โครงการการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสงขลาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดา ระยะแรก 629 ไร่ กนอ.แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับรองรับอุตสาหกรรมทั่วไป เขตพาณิชยกรรม และโรงงานสำเร็จรูป รวมทั้งสิ้น 347 ไร่ และส่วนที่เหลืออีก 283 ไร่ กนอ.จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลางและพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่สีเขียวสำหรับให้บริการทั้งผู้ประกอบการและชุมชน ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่เข้ามาใช้บริการภายในนิคมฯเพื่อความยั่งยืนของการอยู่ร่วมกันของสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการออกแบบไปสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (EcoIndustrial Estate)
นิคมอุตสาหกรรมสงขลา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดา ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่มีศักยภาพมีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบ แรงงาน และระบบขนส่ง ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตลอดจนยังสามารถรองรับการขยายตัวด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุตสาหกรรมบริการ และอื่นๆ เป็นต้น
สำหรับจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นและมีแนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภาคใต้ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศในกลุ่มความร่วมมือเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) เนื่องจากมีด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นด่านทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุด ที่อยู่ใกล้ท่าเรือปีนัง และท่าเรือกลางของมาเลเซีย มีการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-มาเลเซีย ผ่านทางปาดังเบซาร์
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
ครม. เห็นชอบพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ ตั้ง&#

ตามที่รัฐบาลต้องการขยายผลเมืองต้นแบบตามนโยบาย ‘สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ รัฐบาลเห็นชอบให้ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบที่ 4 ‘เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต’ เนื่องจากในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ยังไม่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับแรงงานในพื้นที่ที่มีอยู่มาก และเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านกายภาพ เป็นพื้นที่ชายฝั่ง จึงมีความเหมาะสมที่จะดำเนินการท่าเรือน้ำลึกเพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นสามารถใช้ประโยชน์จากการนำเข้าและส่งออกสินค้าได้อย่างสะดวก
วันนี้ (21 มกราคม 2563) คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติในหลักการของแผนเร่งด่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งประกอบด้วย
1. ด้านผังเมือง (พื้นที่ใน 3 ตำบล ได้แก่ นาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม)
2. ด้านโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ (โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา)
3. ด้านโครงข่ายการขนส่งทางบก (แผนแม่บทจราจรเชื่อมทางหลวง ทางหลวงชนบท ถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. ด้านพลังงาน (โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ/ชีวมวล/แสงอาทิตย์/ลม) เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าประสงค์การพัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบที่ 4

ในภาพรวมโครงการมีเนื้อที่ 16,753 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 18,680 ล้านบาท โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานประมาณ 1 แสนอัตรา มีกิจกรรม 6 ประเภทคือ
1. พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา จำนวน 4,253 ไร่
2. พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก จำนวน 4,000 ไร่
3. พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า จำนวน 4,000 ไร่ จำนวน 4 โรง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์
4. พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ จำนวน 2,000 ไร่
5. พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า จำนวน 2,000 ไร่
6. พื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย จำนวน 500 ไร่
และเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส ซึ่งเป็นแผนบริหารจัดการที่ดินสำหรับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบจัดซื้อที่ดินเอกชน (บริษัทสวนยางไทย) จำนวน 1,683 ไร่ ในพื้นที่อำเภอยี่งอและอำเภอเมืองนราธิวาส ในกรอบวงเงิน 390 ล้านบาท การบริหารจัดการที่ดินแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเช่าจำนวน 600 ไร่ ในพื้นที่ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมตามอำนาจหน้าที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ส่วนที่ 2 ให้เอกชนเช่าเนื้อที่รวม 1,003 ไร่ โดยกรมธนารักษ์เปิดประมูลเพื่อสรรหาผู้ลงทุนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
ส่วนที่ 3 เป็นพื้นที่สำหรับใช้ประโยชน์ของทางราชการในพื้นที่ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ พื้นที่รวม 79 ไร่ เช่น สร้างศูนย์อบรมพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรม การลงทุน และการพัฒนาส่งเสริมนักธุรกิจรุ่นใหม่ยุค 4.0

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
สะเดา | ทุ่มงบ 1.39 แสนล้าน สร้างมอเตอร์เวย์ 3

วันนี้(25/2/63) หาดใหญ่โฟกัส มีข่าวความคืบหน้า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)ที่จะดำเนินการการก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณปี 2564 มี 3 โครงการ ใน 6 โครงการ ประกอบด้วย
1.มอเตอร์เวย์ เส้นทางนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 119 กม. วงเงิน 79,006 ล้านบาท
2.มอเตอร์เวย์เส้นทางบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 15 กม.วงเงิน 32,210 ล้านบาท
3.ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน (M5) ระยะทาง 18 กม. วงเงินลงทุน 28,360 ล้านบาท
ซึ่งทั้ง 3 โครงการ มูลค่ารวม 139,576 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการลงนามเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ในปี 64 โครงการ มอเตอร์เวย์ เส้นทางนครปฐม-ชะอำ ได้ผ่านการพิจารณาขั้นตอนของกระทรวงคมนาคม และ คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ พีพีพี ตั้งแต่ปี 60 โดยรูปแบบจะเป็นการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาลงทุนติดตั้งระบบและเก็บค่าผ่านทาง และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนนรูปแบบการลงทุนอีกครั้งก่อนที่จะเสนอขออนุมัติ ครม. ต่อไป
ส่วนโครงการบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เป็นโครงการที่จะเชื่อมต่อจากมอเตอร์เวย์ บางขุนเทียน-เอกชน ระยะทาง 10 กม.ซึ่งเป็นช่วงแรกที่กรมทางหลวงลงทุนก่อสร้างไปก่อนหน้านี้ ส่วนช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้วจะเปิดให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและเก็บค่าผ่านทาง โดยอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบลงทุน พีพีพี สำหรับเส้นทางส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน อยู่ในขั้นตอนการศึกษาการลงทุนรูปแบบพีพีพี

นอกจากนี้ตามแผนการดำเนินการใหม่จะมีแผนลงทุนอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย
4. มอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-ชายแดนไทยมาเลย์ ระยะทาง 36.59 กม.โดยโครงการนี้อยู่ะหว่างการศึกษารูปแบบลงทุนแบบพีพีพี แต่โครงการนี้มีปัญหาในการเชื่อมต่อระหว่างชายแดนบริเวณด่านสะเดา2 โดยทางฝั่งไทยได้มีการทำด่านเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้รอความพร้อมทางมาเลเซียอยู่ มอเตอร์เวย์ที่หลายๆคนถามหา น่าจะมากสุดที่ซาวน์เสียงกันในโพสก่อนหน้าเลยครับ คือ Motor way สาย หาดใหญ่-สะเดา หรือสาย M81 ขอเกริ่นก่อนว่า ทุกวันนี้ถนนที่เชื่อมหาดใหญ่-สะเดา มีสายเดียวคือถนน กาญจนวนิช ซึ่งเป็น ถนน 4 เลน ที่ถ้าเคยเดินทางในเส้นนี้จะรู้เลยว่านครมาก เพราะมีเขตทางแคบ ไฟแดงเยอะ และรถบรรทุกเยอะมาก รวมทั้งรถขนไม้ยาง ที่เป็นกองทัพมด ซึ่งรถกระจองอแงมาก ตลอดเส้นทางเกือบ 60 กม กรมทาหลวงเป็นถึงปัญหา และโอกาสจากในพื้นที่ เลยทำ Motor Way เส้นนี้ขึ้นมา โดยทางเริ่มต้นจากเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ใหม่ จากจุดตัด กับสาย 4 แล้วตัดเลียบไปด้านหลังสนามบินหาดใหญ่ ตรงไปทางด่านปาดังเบซาร์ และไปสุดที่ด่านศุลกากรสะเดา 2 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งใหญ่กว่าด่านเดิมมากกว่า 5 เท่า จะช่วยระบายรถบรรทุกหน้าด่านได้ไวขึ้น มีทางเข้าออก 4 ทางคือ1.จุดตัด สาย 4 ที่ก่อนถึงเมืองหาดใหญ่2.สนามบิหาดใหญ่ แต่ขอเพิ่มเติมข้อมูลถ้าพูดถึงเส้นนี้แล้วไม่พูดถึงด่านศุลกากร สะเดา 2 ก็คงไม่ได้เพราะเป็นโครงการที่เกิดมาซึ่งกันและกัน แต่ตอนนี้ด่านศุลกากรได้เริ่มสร้างไปแล้ว ซึ่งปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของด่านสะเดาคือการผ่านแดนของรถบรรทุกซึ่งผ่านแดนไปมา ทั้ง ไทยและมาเลย์ ซึ่งของเดิม รถติด และใช้เวลาผ่านแดนเป็นวันๆ รถบรรทุกต้องมาเสียเวลาหน้าด่านอยู่ ทางศุลกากรเลยสร้างด่านใหม่เพื่อขยายช่องให้บริการเพิ่มเติม เพื่อความสะดวก และรวดเร็วในการผ่านแดน
3.ปาดังเบซาร์ 4.ด่านสะเดา 2 ซึ่งระบบเป็นระบบผิด เก็บเงินตามระยะทาง ซึ่งมีระบบจ่ายเงินทั้ง Auto และ จ่ายเงินสด โครงการนี้เป็นโครงการ PPP คือร่วมลงทุนกับเอกชน โดยรัฐเวนคืนให้ แล้วเอกชนลงทุนก่อสร้าง เก็บค่าบริการ และดูรักษาตลอดเวลา 30 ปี ซึ่งจากข่าวมีนักลงทุนสนใจเข้าร่มลงทุนหลายชาติ สายนี้จะช่วยร่นเวลาเดินทาง หาดใหญ่-สะเดา จาก 1 ชั่วโมง ให้เหลือแค่ 30 นาทีได้ แน่ ๆ มีประโยชน์กับเศรษฐกิจแน่นอนครับ ซึ่งตามแผน โครงการจะเปิดให้ริการในปี 2567
5.มอเตอร์เวย์ สายวงแหวนรอบนอก กทม.ด้านตะวันตก(M9) ช่วงบางขุนเทียน-บางแค-บางบัวทอง ระยะทาง 37 กม.และ ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ซึ่งช่วงนี้ทางกรมทางหลวงได้เตรียมการไว้แล้ว โดยการขยายถนนทางขนานฝั่งละ 3 ช่องจราจรไว้รองรับ รูปแบบจะเป็นมอเตอร์เวย์ระดับพื้นดินวิ่งเกาะกลางถนน

6. ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.5 กม. ซึ่งรูปแบบจะเป็นเส้นทางยกระดับ โดยเส้นทางนี้จะสามารถแยกกลุ่มใช้งานระหว่างคนใช้งานเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ กับ คนใช้ทางที่จะเดินทางไปยังชลบุรี
ในส่วนของมอเตอร์เวย์โครงการ พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. ความคืบหน้า 99% อยุ่ระหว่างการตรวจรับมอบโครงการ ซึ่งมีแผนที่จะเปิดให้ทดลองฟรีช่วงเดือน พ.ค.63 นี้ เฉพาะรถ 4 ล้อนั้น แม้เปิดให้ใช้ฟรีผู้ใช้ทางจะขึ้นตั้งแต่ต้นทางลงปลายทางเท่านั้น จะไม่สามารถเข้าและออกระหว่างทางได้ และในเดือน ส.ค.63 จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการพร้อมเก็บค่าผ่านทาง ส่วนมอเตอร์เวย์ ช่วง บางขุนเทียน-บ้านแพ้วระยะทาง 10 กม. อยู่ในขั้นตอนเร่งการก่อสร้างภายในปีนี้

ขอบคุณภาพข่าว : Thailand Development Report , โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
สรุปภาวะการลงทุนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล&#

โครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในภาคใต้ตอนล่าง จำแนกตามที่ตั้งโครงการ
สงขลา มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 21 โครงการ เงินลงทุน 4,497.80 ล้านบาท
การจ้างงาน 1,790 คน ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (7 โครงการ) เชื้อเพลิงชีวมวล น้ ายางข้น (4 โครงการ)
ยางแท่ง ถุงมือยางธรรมชาติ ถุงมือทางการแพทย์ (2 โครงการ) พืชผักผลไม้แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจาก
เนื้อสัตว์แช่แข็ง กิจการบริการวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงระหว่างประเทศภาคพื้นน้ า น้ าเพื่ออุตสาหกรรม และ
กิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
ตรัง มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 5 โครงการ เงินลงทุน 194.90 ล้านบาท การจ้าง
งาน 81 คน ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (2 โครงการ) และถ่านกัมมันต์
ปัตตานี มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 2 โครงการ เงินลงทุน 1,533 ล้านบาท การ
จ้างงาน 3,926 คน ได้แก่ ไม้วีเนียร์ และ Sofa
นราธิวาส มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 460 ล้านบาท การ
จ้างงาน 95 คน ได้แก่ โรงพยาบาล
ยะลา มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 10 ล้านบาท การจ้าง
งาน 4 คน ได้แก่ บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC)
ส าหรับจังหวัดพัทลุง และ สตูล ยังไม่มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
สรุปภาวะการลงทุนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล&#

สรุปภาวะการลงทุนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ปี 2562 (มกราคม 2562 - ธันวาคม 2562)
สงขลา มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 24 โครงการ เงินลงทุน 4,732.04 ล้านบาท
การจ้างงาน 1,794 คน ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (8 โครงการ) เชื้อเพลิงชีวมวล น้ ายางข้น (5 โครงการ)
ยางแท่ง ถุงมือยางธรรมชาติ ถุงมือทางการแพทย์ (2 โครงการ) พืชผักผลไม้แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจาก
เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารส าเร็จรูป กิจการบริการวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงระหว่างประเทศภาคพื้นน้ า น้ าเพื่อ
อุตสาหกรรม และ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
ตรัง มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 7 โครงการ เงินลงทุน 1,830.17 ล้านบาท การ
จ้างงาน 696 คน ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (2 โครงการ) ถุงมือทางการแพทย์
ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ และถ่านกัมมันต์
ปัตตานี มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 2 โครงการ เงินลงทุน 1,533 ล้านบาท การ
จ้างงาน 3,926 คน ได้แก่ ไม้วีเนียร์ และ Sofa
นราธิวาส มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 460 ล้านบาท การ
จ้างงาน 95 คน ได้แก่ โรงพยาบาล
ยะลา มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 10 ล้านบาท การจ้าง
งาน 4 คน ได้แก่ บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC)
สตูล มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 27.31 ล้านบาท การจ้าง
งาน 1 คน ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
สำหรับจังหวัดพัทลุง ยังไม่มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
โครงการให้การส่งเสริมกำรลงทุนในกาคใ&#360

โครงกำรที่อนุมัติส่งเสริมกำรลงทุนในภำคใต้ตอนบน จำแนกตำมที่ตั้งโครงการ
มกราคม - ธันวาคม 62
1.(จังหวัดภูเก็ต) จ านวน 18 โครงการ เงินลงทุน 7,940 ล้านบาท ได้แก่กิจการโรงแรมจ านวน 16 โครงการ กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จำนวน 3 โครงการ กิจการผลิตน้ำประปา น้ำเพื่ออุตสาหกรรม กิจการ Software และกิจการ E-Commerce
2.(จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี) จำนวน 16 โครงการ เงินลงทุน 2,381.9 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จำนวน 4 โครงการ กิจการผลิตน้ำมันปาล์มจำนวน 4 โครงการ กิจการผลิตน้ำประปาน้ำเพื่ออุตสาหกรรมจำนวน 2 โครงการ กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ กิจการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจกิจการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัด กิจการผลิตเครื่องเรือน กิจการผลิตสัตว์น้ำแช่แข็ง และ MDF
3.(จังหวัดนครศรีธรรมรำช) จำนวน 8 โครงการ เงินลงทุน 1,378.2 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จ านวน 4 โครงการ กิจการผลิตน้ำประปาเพื่ออุตสาหกรรม จำนวน 2 โครงการกิจการผลิตยางแท่ง และกิจการผลิตน้ำยางข้น
4.(จังหวัดชุมพร) จำนวน 6 โครงการ เงินลงทุน 607.1 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จำนวน 2 โครงการ กิจการผลิตน้ ามันปาล์ม กิจการผลิตพืชผักผลไม้แช่แข็ง กิจการผลิตเนื้อโคชำแหละ และกิจการผลิตลูกกุ้งทะเล
5.(จังหวัดกระบี่) จำนวน 3 โครงการ เงินลงทุน 98.9 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
6.(จังหวัดพังงำ) จำนวน 2 โครงการ เงินลงทุน 2,626 ล้านบาท ได้แก่ กิจการโรงแรมจำนวน 2 โครงการ
7.(จังหวัดระนอง) จ านวน 1 โครงการ เงินลงทุน 742 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตเครื่องดื่มจากผลไม
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
สรุป 5 อันดับจังหวัดภาคใต้

สรุป 5 อันดับภาคใต้ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยเรียงลำดับจากงบประมาณการลงทุนมากสุด
1.จังหวัดภูเก็ต 7,940 ล้านบาท
2.จังหวัดสงขลา 4,732.04 ล้านบาท
3.จังหวัดพังงา 2,626 ล้านบาท
4.จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2,381.90 ล้านบาท
5.จังหวัดตรัง 1,830.17 ล้านบาท
 

·
Registered
Joined
·
86 Posts
อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานค&#361

หาดใหญ่ | อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ย้ายสำนักงานใหม่ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ณ อาคารอำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้
29 ตุลาคม 2562 | 7,579
หาดใหญ่ | อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ย้ายสำนักงานใหม่ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ณ อาคารอำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้
รับทำประกันภัย ดูแลตลอด 24ชม.
รับทำประกันภัยชั้น 1 กรุงเทพประกันภัยวันนี้ ฟรี กล้องติดรถยนต์
จากข่าวเตรียมเปิดและความคืบหน้าในการก่อสร้างอุทยานวิทยาศาตร์ภาคใต้ นิคมวิจัยสำหรับเอกชน แห่งแรกของภาคใต้ เป็นการกระจายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ระดับภูมิภาค ที่จะช่วยเสริมสร้างและขับคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาโดยภาคเอกชนในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและบริการสนับสนุนอีกมากมายที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนสร้างนวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ภาพปัจจุบันหลังจากส่งมอบพื้นที่ให้กับเจ้าของโครงการแล้วเสร็จ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือ พื้นที่ดำเนินกิจกรรมวิจัย พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมีบุคลากรวิจัยและกิจกรรมวิจัยพัฒนาของหน่วยงานวิจัยของภาคเอกชน ภาครัฐ และสถาบันอุดมศึกษา และมีการบริหารจัดการให้เกิดการเชื่อมโยงกิจกรรมวิจัยพัฒนา
ดังนั้น ศูนย์อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงย้ายสำนักงานใหม่ พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ณ อาคารอำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ส่วนขยาย) ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่
และพบเจอกับอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ที่ "สำนักงานใหม่" อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ส่วนขยาย) ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปต้องขออภัยในความไม่สะดวกในการติดต่อเข้ารับบริการ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณภาพข้อมูล : WellGraded,สถานีวิทยุ ม.อ.หาดใหญ่ , ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.อ. : Psu-Bic
 
9981 - 10000 of 10058 Posts
Top