SkyscraperCity banner

1 - 20 of 1649 Posts

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #1 (Edited)
Health does matters at the moment.
Let's make this thread up to date, infomative and useful for all :cheers:

Siriraj Hospital

Siriraj Hospital is the oldest hospital in Thailand, located in Bangkok on the west bank of Chao Phraya River, opposite Thammasat University's Tha Phrachan campus. It is the primary teaching hospital of the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University.



More info : http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=665350

Bumrungrad International Hospital

Bumrungrad International Hospital was established in September 1980 with the Thai Baht 90 million investment offering an initial 200-bed facility. It is now the Southeast Asia’s largest private medical center.




 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #2
รพ.กรุงเทพ-รามาฯจับมือเยอรมนี โชว์ส่องกล้องผ่ากระดูกสันหลัง

โรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมกับศูนย์ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง St. Anna Hospital Herne ประเทศเยอรมนี แถลงข่าวความร่วมมือการจัด "Live surgery & Workshop ศัลยกรรมกระดูกสันหลังส่องกล้อง" ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ โดย นพ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทเป็นปัญหาที่พบมากในทุกเพศทุกวัย ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคให้หายไป ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยรักษาอาการ คือการผ่าตัดเพื่อตัดหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก โดยใช้กล้อง Endoscope ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดหมอนรองกระดูกแบบใหม่ ที่ช่วยรักษาโรคได้ผลเป็นอย่างดี

นพ.ชาตรีกล่าวอีกว่า ล่าสุด โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี และ St. Anna Hospital จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Full Endoscopic Lumbar Discectomy เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าวให้กับศัลยแพทย์ที่สนใจโดยจะถ่ายทอดสดการผ่าตัดผู้ป่วยจริงจากห้องผ่าตัดโรงพยาบาลกรุงเทพ ไปยังห้องประชุมวิชาการชั้น 7 ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เซบาสเตียน รูทเท่น ( Dr.Sebastian Ruetten) ผู้เชี่ยวชาญจาก St.Anna Hospital ผู้คิดค้นการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องและพัฒนาเป็นเวลากว่า 10 ปี ให้เกียรติร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสาธิตวิธีการผ่าตัด ร่วมกับ นพ.สมโภชน์ ไพบูลย์สิริจิตร ศัลยแพทย์กระดูกและ นพ.วีระพันธ์ ควรทรงธรรม ศัลยแพทย์ระบบประสาท ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

นพ.วีระพันธ์กล่าวว่า โรคนี้พบในผู้ป่วยที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปที่มีอาการ อาทิ ปวดหลังร้าวลงขา มีอาการชา ตั้งแต่เอวร้าวลงขา หรือหลังเท้า กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง การควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติ เป็นต้น สาเหตุเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บที่หมอนรองกระดูกเพราะยกของหนักหรือยกของในลักษณะผิดท่า ออกกำลังกายผิดท่าหรือรุนแรง การเสื่อมของหมอนรองกระดูกตามอายุ ฯลฯ ทำให้กระดูกสันหลังทรุดลงจนกดทับเส้นประสาท การผ่าตัดนี้เจาะผ่านใยกล้ามเนื้อไปยังหมอนรองกระดูกส่วนที่กดทับเส้นประสาทขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8 มิลลิเมตร ใช้เวลาในการผ่าตัดเพียง 1 ชั่วโมง การผ่าตัดโดยการส่องกล้องจะมองเห็นส่วนที่อักเสบได้ใกล้และชัดเจน ลดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและอวัยวะข้างเคียงไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อ หรือตัดกระดูกซึ่งทำให้เกิดความชอกช้ำในการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ระยะเวลาในการพัก 12-24 ชั่วโมง เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยกลับไปทำกิจกรรมและดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

www.matichon.co.th
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #3 (Edited)
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
Chaophraya Abhaibhubejhr Hospital

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตั้งอยู่บน ถ.ปราจีนอนุสรณ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพรบำบัดรักษาโรค มีการนวด อบ ประคบ และฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางค์







http://flickr.com/photos/[email protected]/2496305836/in/photostream/
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #4 (Edited)
โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค
Overbrook Hospital

โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค เชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 17 ถนนสิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ นายแพทย์วิลเลี่ยม เอ บริกส์ เป็นผู้ริเริ่มสร้างสถาบันโรงพยาบาลขึ้นในจังหวัดเชียงราย ในปี ค.ศ. 1903 ริมฝั่งแม่น้ำกกซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คในปัจจุบัน
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #5 (Edited)
Chip for human is available now.

เม็กซิโกแชมป์โจรจับคนเรียกค่าไถ่ เศรษฐีต้องฝัง ชิพคอมพิวเตอร์

ข่าวจากนครเม็กซิโก ซิตี้เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโกแจ้งว่า ขณะนี้พวกเศรษฐีที่กำลังหวาดผวากับโจรจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ต่างพากันทุ่มเงินทำการผ่าตัด ฝังชิพคอมพิวเตอร์ ลงไปไว้ใต้ผิวหนังในตัว เพื่อช่วยให้ตำรวจติดตามได้ง่าย เมื่อโดนถูกจับเอาตัวไปขัง หรือยัดเข้าไปขังไว้ในกระโปรงหลังรถยนต์

ตามสถิติของตำรวจนครบาลนครเม็กซิโก ซิตี้ คดีจับคนเรียกค่าไถ่ได้เพิ่มขึ้น ระหว่างช่วงปี พ.ศ.2547-2550 มากถึงร้อยละ 40 เม็กซิโกกลายเป็นดินแดนของเมืองเถื่อน แข่งกับอิรักและโคลอมเบีย ซึ่งถือกันว่าเป็นเหล่าชาติที่มีโจรจับตัวเรียกค่าไถ่ชุม โดยเฉพาะหลังสุด เพิ่งมีการจับตัวลูกชายเศรษฐีวัยเพียง 14 ปีไปขังและฆ่าทิ้งเสียในที่สุด

ไม่แต่ระดับเศรษฐีแม้แต่คนชั้นกลาง ก็พากันหันมาซื้อชิพ คอมพิวเตอร์ “เซกา” ออกแบบโดยบริษัทความมั่นคงเม็กซิกัน แห่งหนึ่ง ซึ่งผลิตออกมาชั่วปีเดียว สามารถขายได้มากขึ้นมาอีกร้อยละ 13 ทางบริษัทจะจัดการฉีดมันซึ่งหุ้มด้วยผลึกโตเท่าเมล็ดข้าวสารอีกชั้นหนึ่งด้วยเข็มฉีดยา เข้าไปในตัวให้เสร็จ และเมื่อ เข้าไปในตัว มันจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมแจ้งให้ทราบถึงตำแหน่งแห่งที่ของบุคคลผู้นั้น ราคาค่าชิพตกตัวละประมาณ 136,000 บาท และยังต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกปีละ 74,800 บาท

เมื่อปีกลาย เศรษฐีสาววัย 28 ปี ชื่อ “คริสตินา” ได้พากันไปฝังชิพกันทั้งบ้านรวม 8 คน เพื่อเป็นการกันเอาไว้ “เราก็ไม่ใช่เศรษฐีอะไรหรอก แต่โจรถ่อยพวกนี้ แม้แต่นาฬิกาข้อมือมันก็เอาแล้ว ทุกคนอยู่ภายใต้ความกลัวกันทั้งนั้น” ตามรายงานของนักวิเคราะห์ที่เป็นอิสระแจ้งว่า เฉพาะเมื่อปีกลายมีคดีจับตัวเรียกค่าไถ่ 6,500 ครั้ง แม้ว่าสถิติของทางตำรวจจะระบุว่ามี 751 รายเท่านั้น

คนเราก็ยังคงใช้แรงพอๆ กับในอดีต อ้วนเกิด ระบาดเพราะปาก

ผลการศึกษาวิจัยครั้งใหม่ สาเหตุที่ความอ้วนทะยานสูงขึ้นทั่วโลก เป็นลำดับอยู่ในขณะนี้ แท้จริงเป็นเพราะการกินมากของคนเรานั่นเอง ไม่ใช่เพราะความเกียจคร้านแต่อย่างใด เพราะก็ยังพบว่า คนเราก็คงยังต้องออกแรงใช้กำลังทำงาน เท่าๆกับสมัยเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วอยู่นั่นเอง

การศึกษาที่ทำกันมาเมื่อก่อนนี้ มักจะโทษว่า เป็นเพราะนิสัยการกินอยู่ของคนทั่วไปที่เปลี่ยนไป ทำให้ อัตราความอ้วนท้วนในโลกตามชาติที่พัฒนาแล้วสูงขึ้น แต่การศึกษาเพื่อจะวัดดูว่า เป็นเพราะการเปลี่ยน แปลงในชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้พวกเราออกแรงกันน้อยลงหรือไม่ มีอยู่น้อยเหลือเกิน

ด้วยเหตุนั้นนักวิจัยจอห์น สปีคแมน มหาวิทยาลัยอเบอดีน ของอังกฤษ และคลาสส์ เวสเตอร์เทิร์พ แห่งมหาวิทยาลัยมาสสตริชต์ ในฮอลแลนด์ จึงได้ศึกษารวบรวมปริมาณแรงที่ผู้คน จำนวน 393 คนทั่วสหรัฐฯ และอีก 366 คนทั่วฮอลันดา ได้ใช้ไปในช่วง 25 ปีที่ผ่านมานี้

รายงานผลการศึกษาพบว่า คนเรายังคงใช้แรงในกิจกรรมต่างๆ สมัยนี้ ไม่น้อยกว่าสมัยก่อนๆ อย่างสำคัญเลย นักวิจัยทั้งคู่ถึงกับกล่าวว่า “หากว่าถ้าหากเราต้องการหันความอ้วนที่ระบาดอยู่ให้ถอยกลับ ควรจะมุ่งไปที่การพยายามลดการบริโภคให้เกิดพลังงานให้ลดน้อยลงจะดีกว่า”

www.thairath.com

High-end Concierge Services at Bangkok Hospital

Amid stiff competition in Thailand's health service industry, Bangkok Hospital Medical Center says offering top-quality concierge services is an often overlooked way to attract patients seeking medical care.

Bangkok, Thailand, 20 June 2008 - Bangkok Hospital Medical Center has worked hard to improve its concierge services and the effort has paid off in spades with a number of awards and accreditations, the hospital announced.

With "medical tourism" burgeoning in Thailand, providing high-quality concierge services is vital for ensuring that visitors in a foreign land have all amenities taken care of as they seek treatment, Bangkok Hospital Group says. And with stiff competition in Thailand's health service industry, offering everyday services in a professional manner is one easy way to get a step ahead of the competition.

Bangkok Hospital Medical Center (BMC) provides numerous services to its clients, many above and beyond what is generally expected at ordinary hospitals. BMC offers accommodation in a 38-room serviced apartment complex adjacent to the main hospital building. Catering to the special needs of patient visitors and family members, the apartments are ideal for those who want a comfortable and convenient place to stay while visiting their loved ones.

Patients and relatives visiting the hospital can make hotel reservations through the Concierge Department located at the Bangkok International Hospital building ground floor lobby, either by e-mail, phone or personal visit.

Pink Rose Holiday Tours, also located at the Bangkok International Hospital ground floor lobby, provides travel booking services as well as tour bookings.

Arrangements can be made to provide pick-up and drop-off for patients and relatives to and from the international airport through the Concierge Department. Clients can make a booking through an agent from the hospital.

The Concierge Department out-sources limousines from the AOT Limousine Company. Four different types of other vehicles are available. Currently, four shuttle buses are also operating from the hospital.

Postal service facilities are located at Bangkok International Hospital Concierge desk on the ground floor lobby, as are a number of important services including complimentary visa extension, a staff photographer for visa-passport photographs, Internet, typing, fax, and photocopying.

Bangkok Hospital Medical Center recently garnered "the best professional service award" as recognized by the Thai-Canadian Chamber of Commerce. The award was given for demonstrating vision and entrepreneurship for the betterment of the profession, as recognized by peers in the industry.
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #6
เรียกค่าชดเชย"หมอ"รักษาไม่เป็นธรรม เริ่ม 23 ส.ค.นี้

จากกรณีจะมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ซึ่งจะมีการประกาศใช้เป็นครั้งแรกในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้กับวงการแพทย์และสาธารณสุข เนื่องจากจะทำให้บุคลากรที่ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอาจมีโอกาสถูกฟ้องร้องเพิ่มขึ้นได้

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการ สช. พร้อมด้วย นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ ที่ปรึกษา สช. และนายไพศาล ลิ้มสถิต นักวิชาการศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแถลงข่าว “พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค” โดย นพ.อำพล กล่าวว่า เจตนาในการออกกฎหมายฉบับนี้มุ่งคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคมักขาดความรู้ในสินค้าและบริการ ขาดอำนาจต่อรอง และเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อข้อพิพาท และให้มีระบบวิธีพิจารณาคดีที่เอื้อต่อการใช้สิทธิผู้บริโภค โดยผู้เสียจะได้รับการแก้ไขเยียวยาด้วยความรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจหันมาให้ความสำคัญต่อสินค้าและบริการมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งได้ส่งผลกระทบตามมา อาจทำให้สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ ส่งผลให้สังคมขาดความไว้วางใจมากขึ้น

นพ.อำพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวยังสร้างความกังวลสำหรับบุคลากรในวงการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งมีโอกาสตกเป็นผู้ถูกฟ้องร้อง เพราะกฎหมายนี้ระบุว่า ผู้บริโภคจะได้รับความคุ้มครองจากการบริโภคสินค้า และบริการ ซึ่งในส่วนของบริการด้านการแพทย์อาจต้องพิจารณาตามความหมายของคำว่า “บริการ” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ที่ระบุว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใดๆ หรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใดๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินจะต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.นี้ทั้งหมด

“ หากผู้บริโภคได้รับบริการใดๆ รวมทั้งการแพทย์และสาธารณสุข ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายย่อมมีสิทธิฟ้องร้องคดีแพ่ง เพื่อเรียกค่าชดเชยตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริการทางคลินิก ร้านขายยา โรงพยาบาลเอกชน หรือการบริการของรัฐที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง อย่างคลินิกนอกเวลา ส่วนกรณีที่บริการสาธารณะที่ให้บริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าบริการ เช่น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ไม่น่าเข้าข่ายระบบนี้ แต่กรณีโรงพยาบาลทั้งของรัฐหรือเอกชน ที่ให้บริการตามสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการข้าราชการ หรือประกันสังคม ยังไม่มีความชัดเจน แต่เบื้องต้นการจัดบริการสาธารณะโดยได้รับเงินจากรัฐ ซึ่งประชาชนไม่ได้จ่ายก็ไม่น่าจะใช้สิทธิตามระบบนี้ได้” นพ.อำพล กล่าว และว่า แต่หากเกิดกรณีใดที่ไม่มีความชัดเจน ตามกฎหมายจะให้ประโนศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับกรณีครอบครัว “อินาวัง” อุ้มศพ ด.ช.ทวินันท์ อินาวัง หรือ น้องโฟร์โมสต์ บุตรชายวัย 1 ปี 8 เดือน ประท้วงแพทย์ประจำคลินิกเปรมประชาการแพทย์ ย่านดอนเมือง ที่เชื่อว่าวินิจฉัยอาการของบุตรชายผิดพลาด และไม่ยอมทำหนังสือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะเข้าข่ายฟ้องร้องระบบนี้หรือไม่ นพ.อำพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจน เพราะการรับบริการไม่ได้ของผู้บริโภคไม่ได้จ่ายค่าตอบแทน แต่เป็นสิทธิที่หน่วยงานรัฐมอบให้ ซึ่งหากจะดำเนินการฟ้องร้องโดยอิงกฎหมายฉบับนี้จะต้องให้ประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

นอกจากนี้ นพ.อำพล ยังกล่าวว่า ไม่อยากให้แพทย์ต้องกังวลในตัวกฎหมายนี้ เพราะ แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้า พ.ศ. 2539 ที่ห้ามฟ้องที่ตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ให้ฟ้องไปยังหน่วยงานที่สังกัดอยู่แทน และการกระทำเป็นไปโดยประมาทเลินล่อก็ไม่ต้องรับผิด แต่ให้หน่วยงานทำการเยียวยาให้กับผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดของรัฐต่างเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือภายหลังกฎหมายนี้บังคับใช้แล้ว ส่วนที่ทาง ส.ส.มีการลงรายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายโดยไม่ครอบคลุมบริการทางการแพทย์นั้น ถือเป็นเพียงข้อเสนอหนึ่ง แต่ต้องมีการดูเนื้อหากฎหมายให้รอบด้านก่อน

“ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่า เมื่อกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคบังคับใช้แล้ว จะมีจำนวนคดีการฟ้องร้องแพทย์เพิ่มมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจำเป็นต้องติดตามดูอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินผล เพราะทำให้ขั้นตอนการฟ้องง่ายขึ้น สามารถฟ้องด้วยวาจา ทาง สช.จะจัดการประชุม โดยเชิญศาล นักกฎหมาย ตัวแทนฝ่ายวิชาชีพแพทย์ พยาบาล ตัวแทนหน่วยงานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวแทนผู้ประกอบการคลินิกร้านขายยา องค์กรระบบสุขภาพ และผู้บริโภค เข้าร่วม เพื่อหารือถึงการผลจากการบังคับใช้กฎหมายนี้ และหารือถึงความคลุมเครือต่างๆ โดยเฉพาะทางการแพทย์ ในวันที่ 17 กันยายนนี้ ” เลขาธิการ สช. กล่าว

ด้าน นพ.วิทูรย์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องการพิจารณาเพื่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคไม่เสียเปรียบ ไม่ได้เน้นที่การฟ้องร้อง เนื่องจากมีปัจจุบันคดีที่อยู่ในศาลแพ่งร้อยละ 60-70 ล้วนแต่เป็นคดีผู้บริโภคทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยัง ในต่างประเทศมีการบังคับใช้กฎหมายนี้มานานแล้ว ซึ่งครอบคลุมถึงด้านบริการทางการแพทย์ด้วย ซึ่งกฎหมายนี้จะทำให้การฟ้องง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ฟ้องที่ตัวหมอ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น หน่วยงานรัฐต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะส่งผลบวกทำให้หน่วยงานเหล่านี้เกิดความตื่นตัว กระตือรือร้นและปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น

www.matichon.co.th
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #7 (Edited)
samitivej Hospital

Samitivej Sukhumvit
Build in 1979, Samitivej Sukhumvit has grown to be a leading provider of healthcare in Thailand and Southeast Asia. Today the hospital is recognized as a provider of choice for the local residents and many of the expatriates living in Thailand.








Samitivej Srinakarin
Samitivej Srinakarin Hospital offers high quality medical services and is well-equipped with modern technology. It is located on Srinakarin road which is easily accessible from the new expressway that links Bangkok and Pattaya and also minutes away from the soon to be opened Suvarnabhumi Airport. Samitivej Srinakarin Hospital provides tertiary care and offer comprehensive medical services with superior quality and high efficiency. An active 24-hour Emergency Room is fully equipped with life-saving equipment and experienced personnel.




Samitivej Srinakarin Children's Hospital
In July 2003, Samitivej opened the first and until today the only dedicated private hospital for children in Thailand. At Samitivej Srinakarin Children's Hospital, we recognized the importance of continual development and the different medical needs of children. In the Children Hospital we have create a comprehensive range of medical service for the children and their family in a very dedicated environment.






Samitivej Sriracha
Samitivej Sriracha is a 150 bed hospital located 130 km Southeast of Bangkok. Since its opening more than 10 years ago, the hospital has developed a reputation for its quality of care and warm hospitality within the region.




 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #9
That's all right, I just realise that Thailand has a nice and high standard health care services from visiting patients in the hospital and also international students who told me :)
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #10
สธ.สั่ง รพ.-หมอทั่วกรุงงดลางาน รอช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการชุมนุม

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังโรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขอให้บุคลากรทางการแพทย์งดลางานในช่วงที่ยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการขับไล่รัฐบาล เพื่อรับมือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว

“สธ.ยินดีสนับสนุนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์ต่างๆ โดยปฏิบัติไปตามหน้าที่ อย่างกรณีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ที่บาดเจ็บหัวแตกเมื่อช่วง 3.00 น.วันนี้ (27 ส.ค.) จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ขณะเข้าสับเปลี่ยนกำลังที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ยืนยันว่าจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นายชวรัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะแนะนำให้ผู้ชุมนุมดูแลสุขภาพอย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ก็ขอให้หยุดชุมนุมเสีย เพราะหากคำนึงถึงปัญหาเรื่องสุขภาพการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัดด้วยผู้คน และอากาศที่ร้อนจัดก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเจ็บป่วย

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการผู้อำนวยการศูนย์นเรนทร กล่าวว่า ได้มีการประสานงานอาสาสมัครแพทย์ในเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเตรียมพร้อมรถกู้ชีพฉุกเฉินให้จอดไว้ตามจุดต่างๆ โดยจะต้องเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บ หรือผู้ป่วยภายใน 5 นาที รวมทั้งให้โรงพยาบาลใกล้เคียงสำรองเตียงไว้รองรับหากเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน นอกจากนี้ได้เปิดสายด่วนให้แพทย์ที่เป็นอาสาสมัครที่อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือแพทย์ฉุกเฉินได้ทันที อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่ามีการเตรียมความพร้อมในการชุมนุมด้านการแพทย์ไว้อย่างดี

Social pressure

Many of you may not realise that your young children are under negative social pressure at all times. Here are some examples:

- Verbal pressure from adults who like criticising or challenging anything about the young children, starting from the way they talk, walk, eat, values, ideas and such.

- Physical pressure from bullies or siblings especially when the children turn out grow slower, smaller, or fatter. Bullies are everywhere and can be mean.

- Expectation pressures from teachers or parents. Children are not only expected to do well in school, many are expected to be geniuses too.

- Social judgement pressure from peer groups or adults.

- Self-pressure such as wanting all "A" grades, want to be the best in sports and the like.

Meanwhile, your children can be more sensitive to negative social pressure if they are preoccupied with the following condition: Personal insecurities, fears of rejection, the need for excitement, the need to be noticed, the need for an identity, and the need for approval.

Here are a few suggestions to help reduce the impact of the negative social pressure:

- Learn to recognise the types of social pressures that easily influence your child. Be objective and even if you find out that you yourself may be one of the causes, don't be alarmed or defensive, you can start reducing the pressure and help your child.

- Protect your child. You may want to reduce the amount of time your child is left unsupervised around sources of negative social pressure.

- Be a teacher. Teach your child how to deal with stressful and pressure-packed situations. And be a good role model.

- Monitor and plan. Make sure your child can have his or her needs (acceptance, excitement and etc). Maximise time spent with positive social influences.

- Communicate. Talk with your child to keep your relationship strong . Be available, listen carefully and show him/her that you understand his or her feelings.

Dr Chantima Ongkosit Krairiksh is chairwoman and co-founder of Manarom Hospital. She is also an assistant professor and guest lecturer of psychiatry, Mahidol University.

www.bangkokpost.com
 

·
Registered
Joined
·
2,980 Posts
^^ For goodness's sake I wish they would stop calling it "Bangkok Hospital" everywhere they go! There's a better way to brand/market yourself without having to confuse everyone!

How about "Phuket Hospital (a branch of Bangkok Hospital)" or "Pattaya Hospital (a branch of Bangkok Hospital)" or Korat Hospital (a branch of Bangkok Hospital)" or Abu Dhabi Hospital (a branch of Bangkok Hospital)!!!!!!!

I'm annoyed at all these Bangkok Hospitals in non-Bangkok locations!!!! ahh!!!! :D
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,564 Posts
"แบงคอคฯ"ทุ่มลงทุน300ล. แจ้งเกิด"ศูนย์รวมแพทย์"รับฮับสุขภาพ

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4031


"แบงคอค เมดิเพล็กซ์" ขายพื้นที่เต็ม 100% เตรียมเปิดตัวภายในสิ้นปี ชูจุดเด่นศูนย์รวมทางการแพทย์เฉพาะทาง-พัฒนาสุขภาพแนวใหม่ จับกลุ่มคนไทย-ต่างประเทศ เตรียมประชาสัมพันธ์-โรดโชว์ สร้างการรับรู้ เล็งจับมือพันธมิตรขยายบริการเจาะหัวเมืองหลัก


นายนิวัฒน์ กิตติชัยวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำกัด ศูนย์รวมทางการแพทย์เฉพาะทางและพัฒนาสุขภาพแนวใหม่ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทพร้อมจะเปิดโครงการแบงคอค คอมเพล็กซ์ ในย่านเอกมัย ได้ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน ที่ผ่านมาได้ปิดการขายพื้นที่ครบ 100% แล้ว รวมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เช่า 60% เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านขายยา ขณะที่พื้นที่ขาย 25% สำหรับศูนย์สุขภาพต่างๆ และอีก 15% บริษัทจะเป็นผู้บริหารจัดการในรูปแบบของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สำหรับผู้ป่วยและญาติ

นายนิวัฒน์กล่าวว่า บริษัทได้วางโพซิชั่นโครงการให้เป็นศูนย์สุขภาพที่มีการผสมผสานระหว่างแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน และเป็นเเหล่งจำหน่ายสินค้าสำหรับสุขภาพ ประกอบด้วยอาคาร 4 ชั้น โดยชั้น จี เป็นแหล่งรวมร้านค้าประเภทเมดิไลฟ์สไตล์ เช่น ร้านวิตามิน ร้านเสริมสวย ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ ชั้น 1 ให้บริการเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพทั่วไป เช่น บริการดูแลผิวพรรณและความงาม คลินิกทันตกรรม คลินิกหู คอ จมูก ร้านกาแฟ ฯลฯ ชั้น 2 เป็นแหล่งศูนย์รวมร้านค้าสุขภาพและความงาม และชั้น 3 เป็นศูนย์รวมร้าน เวชภัณฑ์แบบองค์รวมและแผนโบราณ ทุกร้านภายในศูนย์จะสามารถทำงานเชื่อมต่อกันภายใต้ระบบไอทีศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังมีห้องสัมมนาที่จุคนได้ 50 ที่นั่ง

สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักๆ จะเน้นกลุ่มคนไทยที่สนใจดูแลสุขภาพ และต้องการให้ตนเองมีบุคลิกภาพดีขึ้น รวมทั้งกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยชูจุดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้งของศูนย์ ซึ่งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย และมีความสะดวกในการเดินทาง

"แบงคอค เมดิเพล็กซ์ จะชูจุดเด่นในแง่ของการเป็นศูนย์ที่รวบรวมแพทย์สมัยใหม่และแพทย์แผนไทยไว้ให้บริการอย่างครบถ้วน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และมีการตกแต่งที่ทันสมัย คล้ายๆ กับห้างสรรพสินค้าทั่วไปที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ ใช้งบฯก่อสร้างกว่า 300 ล้านบาท"

นายนิวัฒน์กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ถึงบริการต่างๆ ของโครงการ และผู้เช่าที่เข้ามาเปิดให้บริการในโครงการ บริษัทจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น ที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ และการทำกิจกรรมโรดโชว์ในต่างประเทศมาระยะหนึ่ง รวมถึงการพยายามติดต่อให้ร้านสุขภาพที่มีชื่อเสียงมาเปิดให้บริการภายในศูนย์ เพื่อใช้ความเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นตัวดึงดูดลูกค้าอีกด้วย ในอนาคตมีแผนจะสร้างเมดิเพล็กซ์ครอบคลุมทุกหัวเมืองใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับนักธุรกิจและเจ้าของที่ดินที่ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ในลักษณะการร่วมทุนกัน

หน้า 25
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #14
โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
Queen Savang Vadhana Memorial Hospital in Sri Racha

Queen Savang Vadhana Memorial Hospital in Sri Racha is one of the most beautiful hospitals in Thailand which has their own private seaside resort inside.

เนื่องแต่สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ ๕ ทรงพระปริวิโยคเศร้าพระทัย ด้วยเหตุที่ทรงสูญเสียสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร อีกทั้งทรงสูญเสียสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอีกพระองค์หนึ่งในเวลาใกล้กัน จึงเป็นเหตุให้ทรงพระประชวรจนถึงกับจะทรงพระดำเนินเองเกือบไม่ได้ เมื่อแพทย์หลวงได้ถวายการรักษาจนพระอาการดีขึ้นแต่ยังไม่มีพระกำลังสมบูรณ์

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เลือกหาที่ชายทะเลซึ่งมีอากาศดีสำหรับเป็นที่ประทับรักษาพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระองค์นี้ตามคำแนะนำของแพทย์ และทรงเลือกได้ที่ตำบลบางพระ จังหวัดชลบุรี (ซึ่งเป็นที่ตั้งกองทหารเรือชายทะเลที่ ๕ เก่า) จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับรักษาพระองค์ในที่ตำบลนี้ และก็ได้ผลตามพระราชประสงค์ คือพระอาการประชวรของสมเด็จพระนางเจ้าได้ทุเลาดีขึ้น

อนึ่งในครั้งนั้น เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต)ซึ่งออกไปอำนวยการบริษัทป่าไม้อยู่ที่ศรีราชา ได้รับพระบรมราชโองการให้ช่วยเป็นผู้อภิบาลสมเด็จพระนางเจ้าด้วยผู้หนึ่ง จึงได้ดำริจัดสร้างเรือนไม้ขนาดใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งที่ชายทะเลตรงเนื้อที่ของท่านห่างจากที่หาดทรายลงไปประมาณ ๑ เส้น เมื่อสร้างเสร็จได้ถวายเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้า และเชิญเสด็จจากตำบลบางพระมาประทับที่ตำหนักนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ และได้ประทับอยู่เกือบ ๑ ปี พระอาการประชวรก็ทรงพระทุเลาขึ้นเป็นลำดับมา และทรงพอพระทัยที่จะประทับอยู่ในตำบลนี้อีกต่อไปเป็นเวลานาน แต่พระตำหนักที่เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีจัดถวายนั้นคับแคบและอยู่ในน้ำไม่ถาวรแข็งแรง จึงทรงพระดำริเลือกหาพื้นที่ดินบนฝั่งตำบลศรีราชา สำหรับสร้างพระตำหนักเป็นที่ประทับต่อไป

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฐ์ (เมื่อยังดำรงพระ อิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่น) พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี และพระยาอมรศาสตร์ประสิทธิ์ ภายหลังเป็นพระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (นาค โรจน์แพทย์) ได้ตกลงเห็นพร้อมกันว่า บริเวณเนินเขาชายทะเลด้านทิศใต้ของพระตำหนักที่ประทับอยู่ขณะนั้น เป็นพื้นที่สูงเหมาะกับที่จะสร้างที่ประทับ จึงได้ถวายความเห็นนี้แด่สมเด็จพระนางเจ้า แล้วพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่นี้เป็นที่พอพระทัย จึงมีพระกระแสรับสั่งให้จัดสร้างพระตำหนักใหญ่ ๓ ชั้นขึ้นบนเนินเขาหลังหนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ และสร้างเรือนหลังย่อมๆสำหรับเป็นที่อยู่ข้าหลวงและมหาดเล็กอีกราว ๔-๕ หลัง นอกเนินเขาออกไปโดยรอบก็มีตำหนักเจ้านายและที่พักข้าราชการที่ตามเสด็จออกไปประจำในหน้าที่ราชการอีกหลายหลัง พระมหาอรรคนิกร (เติม ลางคุลเสน) เป็นหัวหน้าจัดการก่อสร้าง เมื่อแล้วเสร็จสมเด็จพระนางเจ้าได้เสด็จขึ้นประทับตำหนักใหม่นี้ใน พ.ศ. ๒๔๔๓ แล้วใช้เป็นที่สำหรับแปรพระราชฐานจากพระนครเสด็จมาประทับที่ตำหนักนี้หลายครั้งหลายคราว นับเป็นเวลาประมาณ ๓ ปีเศษจึงมิได้เสด็จไปประทับอีกเลย

อนึ่งในขณะที่ประทับอยู่ที่ศรีราชานั้น ได้มีข้าราชบริพาร และเจ้าหน้าที่ประจำการรักษาพระองค์เป็นจำนวนมาก ทั้งข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน ย่อมมีการป่วยไข้เป็นธรรมดา ราษฎรตำบลศรีราชาเองและบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีการเจ็บป่วยกันมาก แต่ตำบลนี้อยู่ห่างไกลแพทย์ และเครื่องอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้า ซึ่งมีพระทัยเต็มไปด้วยการกุศลสาธารณะ จึงได้ทรงดำริว่า ประชาชนย่อมมีความเดือดร้อนทุกข์ทรมานจากการเจ็บไข้นั้น ถ้าได้มีสถานที่พยาบาลคนเจ็บไข้ขึ้นในตำบลนี้ นอกจากจะได้ใช้เป็นที่รักษาพยาบาลข้าราชบริพารและผู้ที่ตามเสด็จนั้นแล้ว ยังจะเป็นสาธารณประโยชน์ให้ประชาชนในท้องถิ่นที่ใกล้เคียงได้พึ่งพาอาศัยในยามเจ็บไข้ ซึ่งเป็นสาธารณกุศล และเป็นการช่วยชาติบ้านเมืองอีกส่วนหนึ่ง จึงได้รับสั่งให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอสมเด็จกรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฐ์ และเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี คิดจัดการในเรื่องนี้ตามพระประสงค์ มีพระบำบัดสรรพโรค (หมอเอช. อาดัมสัน) เป็นผู้ช่วยในการวางแผนผังการก่อสร้าง และได้ตกลงเลือกเอาที่ในน้ำชายทะเลตรงหน้าบ้านเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีซึ่งอยู่ห่างจากตำหนักน้ำประมาณ ๔ เส้นเป็นที่ปลูกสร้างโรงพยาบาล การปลูกสร้างได้เริ่มในพ.ศ.๒๔๔๔ ชั้นต้นสร้างเป็นเรือน ๒ ชั้นขึ้นก่อน ๑ หลัง แล้วเพิ่มขึ้นอีก ๔ หลังติดต่อเป็นหมู่เดียวกันไป เรือนทั้งหมดนี้เป็นเรือนไม้หลังคามุงจาก การก่อสร้างได้แล้วเสร็จในต้นเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๔๕ ในขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้าประทับอยู่กรุงเทพฯ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพยาบาล กระทรวงธรรมการ เสด็จประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๔๕ ซึ่งเป็นวันบำเพ็ญกุศลวันประสูติของพระองค์ และได้เริ่มรับคนเจ็บไข้เข้าพำนักอาศัยแต่วันนั้นเป็นต้นมา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเล ได้แวะเยี่ยมสมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานนามโรงพยาบาลนี้ว่า “โรงพยาบาลสมเด็จ”เป็นสิริมงคลนับแต่นั้นมา ปัจจุบันโรงพยาบาลตั้งอยู่บนเนื้อที่ 71 ไร่ มีเตียงรับผู้ป่วย 500 เตียง มีบุคลากรประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ และบุคลากรอื่นรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,300 คน
www.somdej.or.th






 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #15
คนแพ้อาหารอาจถึงตาย! เล็งพัฒนาชุดตรวจสารก่อภูมิแพ้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ดร.วารุณี วารัญญานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มก. กล่าวภายในงานแถลงข่าว “การจัดงาน 40 ปีการก่อตั้งสถาบันฯ กับนวัตกรรมอาหารไทย” ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2551 ที่สถาบันค้นคว้าฯ มก. ว่า ปัจจุบันอาหารก่อภูมิแพ้ได้สร้างปัญหาให้แก่ผู้บริโภคจำนวนมาก ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปหรืออียู ได้กำหนดให้ประเทศผู้ส่งออก ต้องติดฉลากอาหารก่อภูมิแพ้ให้ละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้บริโภคในการหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อภูมิแพ้ต่างๆ อาทิ นม เนย ไข่ ถั่วลิสง แป้งสาลี เป็นต้น ซึ่งจะต้องบอกปริมาณให้ชัดเจน และห้ามมีปริมาณน้อยกว่าความเป็นจริง เนื่องจากหากประเทศคู่ค้าตรวจพบจะทำการตีกลับสินค้าเหล่านี้ทันที อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุมเข้มในลักษณะดังกล่าว ทำให้อาหารบางชนิดอาจมีส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณที่มากเกินที่กำหนด และเสี่ยงต่อการสั่งห้ามส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารได้

ดร.วารุณี กล่าวว่า ที่ผ่านมาทีมวิจัยได้ทำการสำรวจกลุ่มอาหารประเภทต่างๆ อาทิ อาหารทะเล พวกกุ้งหอยปูปลา บะหมี่ เส้นหมี่ ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารที่มีส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้เจือปนจำนวน 100 ตัวอย่าง โดยนำมาศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50 ของตัวอย่างทั้งหมดมีสารก่อภูมิแพ้เจือปนในปริมาณที่มากกว่าฉลากกำหนด โดยเฉพาะในเส้นหมี่ บะหมี่ ซึ่งมีไข่เจือปน ทั้งๆ ที่ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีไข่เป็นส่วนประกอบ แต่ไม่มากถึงขั้นก่อให้เกิดอันตราย จากการสำรวจดังกล่าวทีมวิจัยได้ส่งผลการตรวจไปยังบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้เร่งปรับปรุงก่อนจะทำการส่งออกยังประเทศคู่ค้าแล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดังกล่าวค่อนข้างใช้เวลา ขณะที่ผลิตภัณฑ์อาหารเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.วารุณี กล่าวอีกว่า ล่าสุดทีมวิจัยยังร่วมกับ บริษัท โมรินากะ ของประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนา “ชุดตรวจสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร”ซึ่งเป็นชุดตรวจที่มีลักษณะเหมือนชุดตรวจการตั้งครรภ์ โดยจะพัฒนาน้ำยาสำหรับการคัดกรองสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ อาทิ ไข่ แป้งสาลี เป็นต้น โดยจะนำมาตรวจรีเช็คอีกรอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการส่งออกได้ อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจดังกล่าว บริษัท โมรินากะ จะเป็นผู้นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากนี้ ดร.ซามูล เบนเรเจฟ โกลฟอยด์ ประธาน Society for Techno-innovation of Agriculture, Forestry and Fisheries (STAFF) กระทรวงเกษตรและการประมงของประเทศญี่ปุ่น มาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิแพ้จากอาหารในวันที่ 9 กันยายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ระบุว่า สำหรับสินค้าที่จัดเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ที่สหภาพยุโรปประกาศ ประกอบไปด้วยอาหาร 9 กลุ่ม ได้แก่ 1. ธัญพืชที่มีกลูเตน และผลิตภัณฑ์จำพวก ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต เป็นต้น รวมทั้งธัญพืชที่เป็นพันธุ์ลูกผสมจากสายพันธุ์ดังกล่าวด้วย 2. สินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ 3. สัตว์น้ำมีเปลือกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำมีเปลือก 4. นมและผลิตภัณฑ์ประเภทนม (รวมทั้งพวกแล็กโตส) 5.ถั่วและผลิตภัณฑ์จำพวกถั่ว เช่น อัลมอนด์ วอลนัท พีแคนนัท เป็นต้น 6.ผักขึ้นฉ่ายและพืชในตระกูลเดียวกัน 7.มัสตาร์ด 8.ผลิตภัณฑ์จากงา และ 9. ผลิตภัณฑ์Sulfurdioxide and Sulfhite ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 10 ppm.

www.matichon.co.th
27/08/51
 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #16
โรงพยาบาลมิชชั่น
Bangkok Adventist Hospital, Mission Hospital

situated at 430 Pitsanuloke Road, Bangkok, and owned and operated by the Christian Medical Foundation of Seventh-Day Adventists. The hospital is part of worldwide Adventist healthcare network.

BANGKOK ADVENTIST HOSPITAL, widely known among the Thai people as MISSION HOSPITAL, is a general hospital with registered capacity of 200 beds and 24 bassinets, situated at 430 Pitsanuloke Road, Bangkok, and owned and operated by the Christian Medical Foundation of Seventh-day Adventists. The hospital is part of worldwide Adventist Healthcare Network.

 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #17
Bangkok Hospital Samui

Bangkok Hospital Samui is a 50-bed secondary healthcare care facility, providing a wide range of medical services and specialties, including Emergency and Trauma care, Surgery, Internal Medicine, Orthopedics, Pediatrics, Ear-Nose-Throat, Obstetrics and Gynecology, Neurosurgery, Nephrology, Psychiatry, Cardiology and Ophthalmology.





 

·
Moderator
Joined
·
14,506 Posts
Discussion Starter #18 (Edited)
Vichaiyut Hospital

Vichaiyut Hospital is the first private general hospital in Bangkok that is not run by a religious organization. Officially opened on June 9, 1969, the medical establishment was initially a clinic with only 10 inpatient beds. Due to the fast growing economy and population, the capacity of government hospitals have became insufficient to cope with the increasing number of patients. More and more patients, particularly relatively well off people, therefore, turned to the more convenient and high quality health service provided by private hospitals. As a result, Vichaiyut grew from a small clinic with only 10 inpatient beds into a hospital with a total of 352 inpatient beds in short time. The expansion also saw Vichaiyut North Tower constructed, leaving the old south building to serve only as obstetric/gynecology and pediatric wards.









 

·
Banned
Joined
·
377 Posts
BNH Hospital (Bangkok Nursing Home)

In the latter years of the 19th century health care in Bangkok was rudimentary and based on traditional Chinese and Thai medicine. Yet Bangkok was growing as a base for British and other foreign companies and an increasing numbers of expatriate employees who demanded familiar western-type health care. Western style clinics and hospitals were unknown and doctors trained in contemporary western medicine were exceptional by their absence.

On the 20th of August 1897 Bangkok's British community met at the British Legation with Mr George Grenville the resident British Minister and Consul General; this group proposed the establishment of a hospital modeled on contemporary British practice. As was the custom their decision was proposed to the Siamese monarch, King Chulalongkorn, who endorsed it and instructed the Ministry of Education to supervise the establishment of a nursing home exclusively for the care of Bangkok's foreign residents.

The king stipulated that the nursing home should be a non-profit organisation and provided an annual grant of 960 baht.

In the middle of 1898, two British nurses Matron Cawley and the hospital's first nursing sister Miss Hitchens arrived from the UK and by August the hospital was ready to receive its first patients.

Teresa Lightwood contributed to the maternity services in Siam in the 1940s. For more information read Teresa of Siam published by Cassell in 1960.

Its first home was in temporary rented accommodation a little way from its present location. In the first few years the hospital faced many difficulties, not the least of them financial. There were times when salaries could not be paid, but nurses being what they are, continued their work.

In 1899 the Siamese economy faced a crisis of confidence resulting in an economic slump, making the hospital's precarious financial situation more insecure. But in the year between its opening and the financial crisis the Bangkok Nursing Home had proved its value to the expatriate community, it was clear that it had become a resource that was too valuable to lose.

However the haemorrhaging of funds was not easily stemmed, so in April 1901 another meeting was held at the Court House of the British Legation. The original founding group was wound up and a new association established in September of that year, under the wing of a certain Mr Halliday who took over the assets of 2000 baht. Mr Halliday also had the responsibility of paying the nurses' salaries.

Later in 1901 the Bangkok Nursing Home Association raised a loan of 50 000 baht and purchased a plot of land in Convent Road from the Crown Property Office. Just twelve months later a new hospital, built at a cost of 31 762 baht was opened.







 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,564 Posts
ทุ่ม1,000ล.สินค้าแพทย์แห่งแรก + 'แบงคอค เมดิเพล็กซ์' เปิดตัวสิ้นปี จับลูกค้าไทย-เทศ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2355 07 ก.ย. - 10 ก.ย. 2551

"แบงคอค เมดิเพล็กซ์" ทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ผุดห้างสรรพสินค้าแพทย์แห่งแรก เตรียมเปิดตัวภายในสิ้นปี ชูจุดเด่นศูนย์รวมทางการแพทย์เฉพาะทาง-พัฒนาสุขภาพแนวใหม่ จับกลุ่มคนไทย-ต่างประเทศวางงบการตลาดกว่า 25 ล้านบาท ทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์ กับโรดโชว์ สร้างการรับรู้ เล็งจับมือพันธมิตรขยายบริการเจาะหัวเมืองหลัก

นายนิวัฒน์ กิตติชัยวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำกัด ศูนย์รวมทางการแพทย์เฉพาะทางและพัฒนาสุขภาพแนวใหม่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า บริษัท ได้ร่วมทุนกับกลุ่มนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบริษัท ถือหุ้น 51% และกลุ่มของสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% เป็นการเปิดโครงการแบงคอค คอมเพล็กซ์ ในย่านเอกมัย ใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน ที่ผ่านมาได้ปิดการขายพื้นที่ครบ 100% แล้ว รวมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เช่า 60% เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านขายยา ขณะที่พื้นที่ขาย 25% สำหรับศูนย์สุขภาพต่างๆ และอีก 15% บริษัท จะเป็นผู้บริหารจัดการในรูปแบบของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สำหรับผู้ป่วยและญาติ

นอกจากนี้บริษัท วางรูปแบบโครงการให้เป็นศูนย์สุขภาพที่มีการผสมผสานระหว่างแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนปัจจุบัน รวมทั้งเป็น

เเหล่งจำหน่ายสินค้าสำหรับสุขภาพ ประกอบด้วยอาคาร 4 ชั้น เป็นแหล่งรวมร้านค้าประเภทเมดิไลฟ์สไตล์ เช่น ร้านวิตามิน ร้านเสริมสวย ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ รวมถึงให้บริการเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพทั่วไป เช่น บริการดูแลผิวพรรณและความงาม คลินิกทันตกรรม คลินิกหู คอ จมูก ร้านกาแฟ ฯลฯ พร้อมทั้งมีศูนย์รวมร้าน เวชภัณฑ์แบบองค์รวมและแผนโบราณ ทุกร้านภายในศูนย์จะสามารถทำงานเชื่อมต่อกันภายใต้ระบบไอทีศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังมีห้องสัมมนาที่จุคนได้ 50 ที่นั่ง สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักๆ ของบริษัท จะเน้นกลุ่มคนไทยที่สนใจดูแลสุขภาพ และต้องการให้ตนเองมีบุคลิกภาพดีขึ้น รวมทั้งกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยชูจุดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้งของศูนย์ ซึ่งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย และมีความสะดวกในการเดินทาง นอกจากนี้คาดว่ามีผู้เข้ามาใช้บริการประมาณ 2,000 คนต่อวัน รวมทั้งตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวไทย เข้ามาใช้บริการ 50% และชาวต่างชาติ อีก 50%

"แบงคอค เมดิเพล็กซ์ จะชูจุดเด่นในแง่ของการเป็นศูนย์ที่รวบรวมแพทย์สมัยใหม่และแพทย์แผนไทยไว้ให้บริการอย่างครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้ไทย เป็นเมดิฮับ แห่งเอเชีย ที่ใหญ่ที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มีการตกแต่งที่ทันสมัย คล้ายๆ กับห้างสรรพสินค้าทั่วไปที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้"นายนิวัฒน์กล่าวและว่า

ทั้งนี้ตลาดสินค้าสุขภาพ หรือคลินิกเสริมความงาม มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องการนำเสนอความแปลกใหม่ ที่ไม่เจาะจงด้านความงามเท่านั้น จะมีการดูแลสุขภาพกาย อย่างทั่วถึง เพื่อสามารถรองรับลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น

สำหรับการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ของแบงคอค เมดิเพล็กซ์ จะใช้ประมาณ 25 ล้านบาท เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น และการทำกิจกรรมโรดโชว์ในต่างประเทศมาระยะหนึ่ง รวมถึงการพยายามติดต่อให้ร้านสุขภาพที่มีชื่อเสียงมาเปิดให้บริการภายในศูนย์ เพื่อใช้ความเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นตัวดึงดูดลูกค้าอีกด้วย ในอนาคตมีแผนจะสร้างเมดิเพล็กซ์ครอบคลุมทุกหัวเมืองใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับนักธุรกิจและเจ้าของที่ดินที่ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ในลักษณะการร่วมทุนกัน ส่วนด้านยอดขาย ทางบริษัท ได้วางแผนระยะยาว คาดว่าในอีก 5 - 8 ปีข้างหน้า สำหรับการคืนทุน รวมทั้งยอดขายที่ทางบริษัท ได้ตั้งเป้าไว้
 
1 - 20 of 1649 Posts
Top