SkyscraperCity banner

1621 - 1630 of 1630 Posts

·
Registered
Joined
·
31,808 Posts
รุมถล่ม'รมต.อินโดนีเซีย'คะนองปากเปรียบไวรัสโควิด-19ก็เหมือนกับ'ภรรยา'
วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 21.47 น.
29 พ.ค.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโมฮัมหมัด มาห์ฟุด เอ็มดี รัฐมนตรีประสานงานกิจการการเมือง กฎหมาย และความมั่นคงได้ถูกกลุ่มสตรีและโลกสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีเปรียบเทียบเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่าเหมือนกับภรรยา

โดยรัฐมนตรีคนดังกล่าว ได้กล่าวผ่านออนไลน์กับมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งหนึ่งเมื่อวันอังคาร ระหว่างนั้นได้พูดเล่นหวังให้คนคลายความหวาดกลัวว่า "เราคงไม่สามารถหลบซ่อนตัวได้ตลอดกาล สิ่งที่ทำได้คือปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และหมั่นรักษาสุขภาพอยู่เสมอ วันก่อนเขาได้รับข้อความและภาพออนไลน์จากเพื่อนคนหนึ่งว่า ไวรัสโคโรนาก็เหมือนภรรยา ตอนแรกเราพยายามจะควบคุม แต่เมื่อรู้ว่าทำได้ไม่ จึงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันต่อไป"


ทั้งนี้ ผู้บริหารกลุ่มความสามัคคีหญิงแถลงว่า คำพูดของรัฐมนตรีไม่เพียงสะท้อนว่า รัฐบาลแก้ปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างผิวเผิน แต่ยังสะท้อนถึงทัศนคติเหยียดเพศและเกลียดผู้หญิงของคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วย อินโดนีเซียมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมราว 24,000 คน เสียชีวิต 1,496 คน นักวิจัยเชื่อว่า ตัวเลขที่แท้จริงสูงกว่านี้มาก เพราะประชากรกว่า 260 ล้านคน ได้รับการตรวจหาเชื้อในอัตราที่ต่ำมาก

รุมถล่ม'รมต.อินโดนีเซีย'คะนองปากเปรียบไวรัสโควิด-19ก็เหมือนกับ'ภรรยา'
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
งานงอก!ป.ป.ท.พบพิรุธ 52 อปท.ใน 30 จังหวัดส่อทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19


29 พ.ค.63 - พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าผลการตรวจสอบการใช้งบประมาณการจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันเชื้อโควิด 19 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ว่าถูกต้องตามพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯหรือเข้าข่ายผิดการฮั้วประมูลหรือไม่ โดยทางกอ.รมน.จังหวัดและและป.ป.ท.ได้บูรณาการทำงานร่วมกันจากตรวจสอบพบว่า มีพฤติการณ์ที่อาจจะส่อไปในทางทุจริตจำนวน 52 อปท.ใน 30 จังหวัด และพบพฤติการณ์ผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง 19 แห่ง และขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ให้พิจารณาแล้ว 3 แห่ง และมีการยกเลิกการจัดซื้อจำนวน 5 แห่ง

เลขาธิการป.ป.ท.กล่าวอีกว่า กล่าวว่าสำหรับพฤติการณ์ที่เป็นข้อสังเกตว่าอาจจะส่อไปในทางทุจริต มี 16 รูปแบบ คือ ราคาจัดซื้อสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับราคาหรือคุณสมบัติของพัสดุในสถานการณ์ขณะนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานการสืบราคาให้ตรวจสอบ ร้านคู่เทียบยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เสนอราคาตามเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง นำพัสดุชิ้นใหม่มาสับเปลี่ยนกับที่ได้ตรวจรับไปแล้ว ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่ผ่านการต่อรองแล้วและไปจัดซื้อใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิม ผู้รับจ้างและคู่เทียบไม่ใช่ผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างโดยตรง จัดซื้อกับผู้ประกอบการต่างท้องที่ ทั้ง ๆ ที่ราคาสูงกว่าผู้ประกอบการในท้องที่ จัดซื้อเกินวงเงินที่มีอำนาจอนุมัติ


จัดซื้อในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น มีชื่อร้านคู่เทียบเพื่อสืบราคา แต่ไม่มีราคาในการนำเสนอ คู่สัญญาและร้านคู่เทียบ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้จัดหาสินค้าเอง โดยจ่ายเงินให้กับบริษัท/ร้านค้า เพื่อขอนำชื่อบริษัท/ร้านค้านั้นมาเป็นคู่สัญญาแทนตน คณะกรรมการตรวจรับ ไม่ได้ทำการตรวจรับจริง แต่มีเจ้าหน้าที่นำเอกสารการตรวจรับมาให้ลงลายมือชื่อ มีการ ซื้อขายกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางจัดหาสินค้า ทั้งที่หน่วยงานดังกล่าวไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายสินค้าประเภทที่มีการจัดซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการสืบราคาผู้บริหารท้องถิ่น มีการจ่ายเงินค่าซื้อพัสดุอุปกรณ์ป้องกันโควิด โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คเข้าบัญชีตนเอง

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า อปท. จำนวน 5 แห่ง ทำการยกเลิกการจัดซื้อเมื่อถูกหน่วยงานของรัฐตรวจสอบ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หลายแห่ง ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดจากการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาเป็นการแจกเงินช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ระเบียบ และกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายใต้ความร่วมมือกับ กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
ธปท.เผยเศรษฐกิจเมษายน เดือนแรกหลังปิดเมือง ดิ่งทุบสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากเครื่องยนต์ดับ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนว่า เป็นเดือนแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากมาตรการปิดเมืองเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัาโควิด-19 สิ่งที่สังเกตเห็นชัดเจนคือ เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเกือบทุกเครื่องยนต์หดตัว มีเพียงการใช้จ่ายของภาครัฐที่ขยายตัว เสถียรภาพของเศรษฐกิจมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดแรงงาน

“เดือนเมษายนนี้มีตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวที่เป็นประวัติการณ์ หวังว่าจะไม่มีประวัติการณ์หลังประวัติการณ์ แนวโน้มพฤษภาคมคิดว่าการหดตัวยังสูงอยู่ แต่คงปรับดีขึ้นจากการคลายมาตรการปิดเมือง โดยเฉพาะในประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคงเหมือนเดิมเป็นศูนย์ก็เป็นผลลบอยู่แล้ว อีกอันการส่งออกก็ยังไม่เห็นตัวเลข แต่ในประเทศอาจจะปรับดีขึ้นได้บ้างจากการโอนเงินเยียวยาของรัฐที่มากขึ้นและการคลายการปิดเมือง น่าจะมีผลบ้างแต่อาจจะยังไม่ชัดเจนมาก และอาจจะต่อเนื่องไปถึงเดือนมิถุนายน แต่อย่างที่คาดว่าไตรมาสสองคงเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจหดตัวลึกที่สุดอยู่แล้ว” ดร.ดอน กล่าว



แรงงานถูกลดเงินเดือนพุ่ง 5 เท่า

ดร.ดอน กล่าวต่อไปว่า สำหรับตลาดแรงงานที่ธปท.ค่อนข้างกังวล ในระยะที่ผ่านมาข้อมูลผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติอาจจะขาดหายไปไม่สามารถนำมาประกอบการวิเคราะห์ได้ เพราะไม่สามารถออกไปสำรวจได้ โดยข้อมูลที่ดีที่สุดที่มีคือข้อมูลประกันสังคม คือผู้ขอรับสิทธิประโยชน์การว่างงาน ทั้งที่ถูกเลิกจ้างหรือว่างงานจากสาเหตุอื่น โดยในเดือนเมษายนตัวเลขสัดส่วนของผู้ขอรับสิทธิฯต่อผู้ประกันสังคมทั้งหมดประมาณ 11 ล้านคน กระโดดขึ้นไปอย่างมาก โดยกลุ่มที่ว่างงานตามปกติเพิ่มขึ้นจาก 1.5% เป็น 1.8% ของผู้ประกันตนทั้งหมด ส่วนหากแยะเฉพาะกลุ่มที่ถูกเลิกจ้าง (ซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มแรกด้วยและคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของผู้รับสิทธิว่างงานทั้งหมด) จะเพิ่มขึ้นจาก 0.25% เป็น 0.4% ของผู้ประกันตนทั้งหมด

“ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการและถูกลดเงินเดือนตามมาตรา 75
ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าจาก92,264 คน ในเดือนที่ผ่านมาเป็น 465,218 คน จำนวนกิจการที่ขอรับสิทธิเพิ่มขึ้นจาก 445 กิจการเป็น 2,406 กิจการ ส่วนเดือนพฤษภาคมมีผู้มาขอสิทธิถึงวันที่ 17 พฤษาคมมีจำนวน 335,692 คน ส่วนหนึ่งยังไม่จบเดือนดีและมีผู้มาขอรับสิทธิล่วงหน้าด้วย ซึ่งต้องติดตามต่อไปให้ครบเดือนก่อน แต่คาดว่าจะมีผลกระทบค่อนข้างมากกับทั้งเสถียรภาพของเศรษฐกิจและระบบสถาบันการเงินในระยะข้างหน้า หากส่วนนี้กลับมาเปิดกิจการได้ก็อาจจะดีขึ้น แต่ผู้ว่างงานของประกันสังคมอันนี้อาจจะไม่ชั่วคราว”

ด้านแรงงานภาคเกษตร พบว่า รายได้เกษตรกรหดตัวมากขึ้นจากภัยแล้ง โดยหดตัวไป 10.1% สาเหตุหลักมาจากปริมาณผลผลิตที่ลดลงไปค่อนข้าง โดยผลผลิตหดตัวไป 13.2% ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังคงขยายตัว 3.5%



บริโภคหดตัวทุกประเภทสินค้า – ต่ำสุดตั้งแต่ธปท.เก็บสถิติ

ส่วนการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบใหญ่และคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจไทย ในเดือนนี้หดตัวในทุกหมวดสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าคงทน กึ่งคงทน หรือไม่คงทน แตกต่างจากเดือนก่อนหน้าที่สินค้าไม่คงทน เช่น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ยังขยายตัวได้ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอย่างทิ้งดิ่งเหมือนกันเป็นประวัติการณ์

“การหดตัวในทุกหมวดแบบนี้ทำให้ดัชนีการบริโภคของเอกชนติดลบ 15.1% และเป็นการหดตัวที่สูงสุดตั้งแต่ธปท.ทำดัชนีมา โดยเป็นผลจากมาตรการปิดเมือง เพราะข้อมูลการเคลื่อนย้ายคนไปสถานที่ต่างๆจากกูเกิ้ลจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะอยู่กับบ้านในเดือนเมษายน แต่เดือนพฤษภาคมก็อาจจะอุ่นใจขึ้นบ้างเพราะตัวเลขเบื้องต้นเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาบ้างและมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนเกิดขึ้นบ้าง”



ท่องเที่ยวหดตัว 100% หลังปิดสนามบิน
ขณะที่ภาคท่องเที่ยวหดตัว 100% หลังจากปิดเมืองและห้ามเดินทางเข้าประเทศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งทำให้ตัวเลขต่ำสุดในประวัติการณ์ และคิดว่าสถานการณ์แบบนี้จะยังคงอยู่อีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะภาคท่องเที่ยมีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก

“ถ้ายังมีมาตรการห้ามเดินทาง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคงไม่มีกลับมา แต่หากท่องเที่ยวภายในประเทศเริ่มผ่อนคลายขึ้นภาคท่องเที่ยวก็น่าจะดีขึ้นได้บ้าง แต่สถานการณ์แบบนี้อาจจะสืบเนื่องต่อไปอีกจนถึงเดือนมิถุนายนได้”



ส่งออกหดตัว 15.9% – คาดหดตัวเพิ่มอีก 2 เดือน
สำหรับการส่งออกหดตัว 3.3% และหากไม่รวมทองคำจะหดตัว 15.9% เนื่องจากเดือนนี้มีการส่งออกทองคำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์สืบเนื่องจากราคาทองคำที่สูงขึ้นอย่างมาก สินค้าที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากคือรถยนต์ รองลงมาจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน

“สาเหตุที่ทำให้ส่งออกหดตัวรุนแรง ส่วนหนึ่งมาจากอุปสงค์ของคู่ค้าที่หายไปในหลายประเทศ หลายประเทศปิดเมืองเข้มข้นที่สุดเหมือนกัน แต่หากมองไปข้างหน้าภาคส่งออกยังดูมีทิศทางไม่ค่อยดีเพราะเครื่องชี้นำไม่ว่าจะการค้าโลก หรือคำสั่งซื้อล่วงหน้าของผู้ประกอบการในประเทศจะเห็นว่าทิ้งดิ่งค่อนข้างมาก ดังนั้นสะท้อนว่าการส่งออกในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าน่าจะหดตัวมากขึ้น”

ความเชื่อมั่นธุรกิจดิ่ง – ลงทุนไม่ฟื้นเร็ว

ด้านการลงทุนของเอกชนหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยดัชนีการลงทุนหดตัว 6.1% ปรับตัวดีขึ้นจากที่หดตัว 8.7% และหากปรับฤดูกาลจะพบว่ากลับมาเป็นบวกขยายตัวได้ 1.9% อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งเพราะเดือนเมษายนปีนี้มีการเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ ทำให้การลงุทนโดยเฉพาะภาคก่อสร้างสามารถทำงานต่อเนื่องได้และปรับสูงผิดปกติจากปีที่ผ่ามมา ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจยังทิ้งดิ่งเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน และมีแรงกดดันในระยะข้างหน้าค่อนข้างสูง ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัวมากขึ้นสอดคล้องกันในอัตรา 17.2%

ภาครัฐขยายตัวเครื่องยนต์เดียว

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวมากขึ้น แม้หักเงินโอนจากมาตรการเยียวยา ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงการบริโภคของเอกชนเอาไว้ด้วยส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ การใช้จ่ายของภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน โดยรายจ่ายประจำขยายตัวตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวจากการเบิกจ่ายทั้งในส่วนของรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ

บัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากสุดในประวัติศาสตร์

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะมีความเปราะบางมากขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง และมาตรการลดค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนของภาครัฐ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวก แต่ปรับลดลงต่อเนื่องสอดคล้องกับทิศทางของอุปสงค์ในประเทศ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลตามดุลรายได้จากการจ่ายเงินปันผลของภาคธุรกิจเป็นสำคัญ ประกอบกับรายรับจากการท่องเที่ยวลดลงมาก และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลสุทธิจากด้านสินทรัพย์เป็นสำคัญ

“ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลไม่ได้เยอะมาก แต่ปกติเดือนนี้จะไม่ใช้เดือนที่ขาดดุล ปกติจะขาดดุลในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ติดลบเร็วกว่าปกติ และส่วนหนึ่งที่ติดลบไม่มากเพราะการส่งออกทองคำที่มากเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นหากหักออกไปแล้วจะกลายเป็นว่าขาดดุลมากสุดในประวัติศาสตร์ของไทย แต่ดุลการชำระเงินเป็นบวก คือ มีการไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนหรือสถาบันการเงินไทยที่นำเงินกลับจากต่างประเทศ ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังเป็นการขายสุทธิอยู่”

สุดท้ายสำหรับอัตราดอกเบี้ยของตลาดการเงินปรับลดลง 2 รอบจากมีมาตรการปรับลดเงินนำส่งกองทุน FIDF ของสถาบันการเงิน และการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในแง่ต้นทุนการกู้เงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนในระยะต่อไป

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
ศบค.ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 5 ทุ่ม-ตี 3 ปลดล็อกโรงหนัง-ฟิตเนส-ร้านนวด/สปา-คลินิกเสริมความงาม-ศูนย์เลี้ยงเด็ก

เผยแพร่: 29 พ.ค. 2563

ศบค.ไฟเขียวผ่อนปรนระยะ 3 14 กลุ่มกิจการและกิจกรรม พร้อมให้บริการได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ถึง 21.00 น. ปรับลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00-03.00 น. คลายล็อกกิจการเฟส 3 เพิ่ม ส่วนสนามมวย ต้องรอระยะที่ 4

วันนี้ (29 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยผลการพิจารณาของที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระยะที่ 3 ผ่อนปรน กลุ่มกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงความเสี่ยงสูง โดยจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. สำหรับกลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย มีดังต่อไปนี้

กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต
1. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดได้ถึง 21.00 น.
2. ศูนย์การแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ จำกัดเข้าพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตร.ม. และเปิดได้ถึง 21.00 น.
3. สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง งดการจัดกิจการที่มีผู้คนมาชุมนุมหนาแน่นและไร้ระเบียบ
4. ร้านเสริมสวยทั้งบุรุษและสตรี ให้เปิดได้เหมือนปกติ สามารถทำสีผมได้ แต่ต้องใช้เวลาภายใน 2 ชั่วโมง ห้ามนั่งรอในร้าน
5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน ให้เจ้าหน้าที่มาประกอบอาหารและเครื่องดื่มสำหรับให้ผู้ปกครองมารับไปให้เด็กเท่านั้น
กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพและสันทนาการ
6. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง เว้นบริเวณใบหน้า และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
7. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า โดยใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง (งดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำ และกิจการอาบน้ำ อาบอบนวด)
8. สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ทั้งนอกและในห้างสรรพสินค้าทำได้ทั้งหมด แต่จำกัดเวลาการใช้ จำกัดผู้เข้าเล่นแบบรวมกลุ่ม งดอบตัวและอบไอน้ำแบบรวม
9. สนามกีฬาเพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเวย์บอล ไม่มีการแข่งขัน มีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 10 คน ไม่นับผู้เล่น
10. สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ต โรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ให้เฉพาะการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม
11. สถาบันลีลาศ หรือ สอนลีลาศ
12. สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ บานาน่าโบ๊ต แต่ต้องไม่เป็นการแข่งขันและจำกัดผู้เล่น
13. โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ จำกัดไม่เกิน 200 คน โดยโรงมหรสพเปิดเฉพาะลิเก ลำตัด การแสดงพื้นบ้าน (งดแสดงดนตรี คอนเสิร์ต) ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์ สามารถนั่งเป็นคู่ได้ แต่ต้องสวมใส่หน้ากาก
14. สวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ จำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม

“เหล่านี้เป็นกิจกรรมเสี่ยงแพร่ระบาดโรคค่อนข้างสูง แต่ทุกครั้งที่เราเรียนให้ทราบ การเปิดการผ่อนคลายกิจกรรมตามลำดับนั้น มาตรการควบคู่กันคือสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง วัดไข้ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม การล้างมือ ยังต้องปฏิบัติตามปกติ ส่วนมาตรการบังคับด้านกฎหมาย ยังคงควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก น้ำ อากาศ ในระดับเข้มข้นเช่นเดิม ปรับเวลาห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) 23.00-03.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป ให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดภายใต้มาตรการตามที่ราชการกำหนด แต่ย้ำว่าการอยู่บ้านยังคงปลอดภัยมากที่สุด และห้างสรรพสินค้าให้เปิดไม่เกินเวลา 21.00 น.” พล.อ.สมศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่าเหตุใดต้องคงเคอร์ฟิว พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เราอนุญาตให้ขายสุรา แต่ห้ามดื่มในร้าน เอากลับไปดื่มที่บ้าน แต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่ใช้ช่วงเวลานี้ในการมั่วสุม ทำกิจกรรมไม่ถูกกฎหมาย เล่นการพนัน หรืออื่นๆ เป็นสาเหตุการแพร่โรคเช่นเดียวกัน จึงต้องมีเคอร์ฟิวมากำกับ ซึ่งทำให้เกิดความไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ก็ต้องทำในช่วงเวลานี้ แต่เราพยายามลดลงไปเรื่อยๆ

ถามถึงกรณีคลินิกเสริมความงามเงื่อนไขในการเปิดบริการ พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เฟสสองให้เปิดแล้ว แต่เป็นตั้งแต่ช่วงคอลงไป ส่วนเฟสสามมีการเปิดให้เสริมความงามมากขึ้น บริเวณใบหน้า แต่กังวลว่า การทำกิจกรรมใดบนใบหน้าอาจเป็นการแพร่ระบาดของโรคได้อีก จึงแนะนำว่า ยังต้องสวมหน้ากากทั้งผู้ให้และผู้รับบริการอยู่ การไม่เอามือไปสัมผัสใบหน้า แม้กระทั่งนวดแผนโบราณก็ไม่ได้อนุญาตให้นวดใบหน้า ยังเป็นเรื่องที่ต้องระวังพิเศษ การสักคิ้วก็ยังพอได้

ถามถึงกรณีการไปเที่ยวผ่อนคลาย พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าไปที่ไหน เพราะชายทะเลยังไม่เปิด ต้องไปดูท่านจองสถานที่พักเกี่ยวกับกิจการอะไร ขณะนี้ศูนย์วัฒนธรรม โบราณสถาน มรดกโลกเราเปิดแล้ว การเดินทางข้ามจังหวัดมีความไม่สะดวกเราก็ผ่อนคลายให้

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
ผู้ติดเชื้อ “โควิด” รายใหม่เพิ่มแค่ 1 ราย กลับมาจากซาอุฯ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2563

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 3,077 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเสียชีวิตสะสม 57 ราย หายป่วยแล้ว 2,961 ราย และยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 59 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ เป็นนักศึกษา เดินทางกลับมาจากซาอุดิอาระเบีย เดินทางกลับไทยทางด่านปาดังเบซาร์ โดยรถบัสพร้อมผู้โดยสาร 39 ราย เข้าพักในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้ ขณะนี้รับตัวเข้ารับการรักษาในรพ.แล้ว และเฝ้าระวังผู้โดยสารในทริปเดียวกัน ซึ่งเท่ากับว่ายังไม่พบผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น

ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจำนวน 3,077 รายนั้น พบในกรุงเทพมหานคร(กทม.) และนนทบุรีจำนวน 1,722 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 411 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 737 ราย โดยผู้ป่วยอายุน้อยสุด 1 เดือน อายุมากสุด 97 ปี โดยเฉลี่ยคืออายุ 39 ปี พบผู้ป่วยมากในอายุ 20-29 ปี

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา 2 สัปดาห์ มีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 52 ราย และเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสถานที่กักกันถึง 80% และพบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศเพียง 9 รายเท่านั้น

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
เสี่ยงว่างงาน 14 ล้านคน พิษ ‘โควิด’ ลามนักศึกษาจบใหม่

วันที่ 30 พฤษภาคม 2563


สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก กระทบอย่างหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจไทยโดยอัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้มีแนวโน้มจะหดตัว -5% ถึง -6% ต่อปี ซึ่งส่งผลทางลบต่อการจ้างงานและภาวะหนี้สินของครัวเรือนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1/2563 สะท้อนสภาพปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน

Q1 ว่างงาน 1.03% โควิดยังกระทบน้อย
นายทศพร ศิริสัมพันธ์
เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกปี 2563 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนผู้มีงานทำอยู่ที่ 37,424,214 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.7% จากการจ้างงานภาคเกษตรที่ลดลง 3.7% เนื่องจากผลกระทบภัยแล้งที่มีความรุนแรงและต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางปี 2562 ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตร ยังขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 0.5% จากการขยายตัวของการจ้างงานในสาขาโรงแรมและภัตตาคาร และสาขาการศึกษา เนื่องจากช่วงดังกล่าวยังไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มากนัก แต่ก็เริ่มมีสัญญาณผลกระทบเกิดขึ้น จากที่สถานประกอบการมีการขอใช้มาตรา 75 ของกฎหมายแรงงาน ในการหยุดกิจการชั่วคราว 570 แห่ง ทำให้มีแรงงานที่ต้องหยุดงาน แต่ยังได้รับเงินเดือนอยู่ประมาณ 121,338 คน

ส่วนอัตราการว่างงานไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 394,520 คน หรืออยู่ที่ 1.03% เพิ่มขึ้น 0.92% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยจำนวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในไตรมาสนี้มีจำนวน 170,144 คน เพิ่มขึ้น 3% มีผู้ว่างงานแฝง 448,050 คน เพิ่มขึ้น 17.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ค่าจ้างที่แท้จริงภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 3.2% ผลิตภาพแรงงานลดลง 1% เป็นการลดลงจากทั้งภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร

“ไตรมาสแรก ผลกระทบโควิดยังมีไม่มาก จะเกิดขึ้นมากช่วงไตรมาส 2 ที่จีดีพีอาจจะติดลบมากขึ้น และจะมีผลต่อการว่างงาน และชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี”

ปี’63 เสี่ยงตกงานพุ่ง 8.4 ล้านคน
แนวโน้มปีนี้ แรงงาน 8.4 ล้านคน มีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างงาน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.แรงงานภาคท่องเที่ยวที่มีอยู่ 3.9 ล้านคน คาดว่าจะได้รับผลกระทบประมาณ 2.5 ล้านคน 2.แรงงานภาคอุตสาหกรรม ที่มีอยู่ 5.9 ล้านคน คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 1.5 ล้านคน โดยกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมาตั้งแต่ปีที่แล้วด้วย และ 3.แรงงานบริการอื่นที่ไม่ใช่การท่องเที่ยว สถานศึกษา โรงเรียนติวเตอร์ ตลาดสด สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้าที่มีราว 10.3 ล้านคน คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 4.8 ล้านคน

นอกจากนี้ แรงงานภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทั้งสิ้น 6 ล้านคน แยกเป็นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งโดยตรงประมาณ 3.9 ล้านคน และพื้นที่อื่น ๆ อีก 2.1 ล้านคน

ว่างงานตลอดปีเทียบเท่า “ต้มยำกุ้ง”

ทั้งนี้ สภาพัฒน์คาดว่า ทั้งปี 2563 อัตราการว่างงานจะอยู่ช่วง 3-4% หรือตลอดทั้งปี หรือจะมีผู้ว่างงานไม่เกิน 2 ล้านคน ใกล้เคียงกับวิกฤตการเงินปี 2540 ทั้งนี้ อยู่ภายใต้สมมุติฐานว่าสถานการณ์โควิดในประเทศไทยสามารถที่จะควบคุมได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งมีการผ่อนคลายเรื่องล็อกดาวน์ และมีการเปิดเมืองเป็นระยะ ๆ ก็จะทำให้มีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น และรัฐมีมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เน้นกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ด้วยเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563

ประเด็นที่ต้องติดตาม 1.ความครอบคลุมของมาตรการช่วยเหลือ ทั้งแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และเกษตรกรถูกกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนเป้าหมาย 37 ล้านราย 2.ติดตามภาวะการเลิกจ้างและการว่างงาน ที่แรงงานบางกลุ่มไม่สามารถกลับมาทำงานได้เช่นเดิม เช่น ภาคท่องเที่ยว ในอุตสาหกรรมส่งออก เช่น รถยนต์ ฯลฯ

“หากผู้ประกอบการไม่สามารถจ้างงานต่อได้ จะมีแรงงานจำนวนหนึ่งถูกเลิกจ้าง รวมถึงมีแรงงานจบใหม่เข้าสู่ตลาด อาจไม่มีตำแหน่งงานรองรับ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสร้างงาน และจ้างงานที่เพียงพอรองรับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะหางานทำไม่ได้”




3.เตรียมความพร้อม ปรับทักษะให้ตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจ หรือการสร้างทักษะใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพหรือลักษณะการทำงาน เพื่อรองรับการฟื้นตัว

ดึงเงินกู้อุ้มนักศึกษาจบใหม่ 3 แสนคน
นายทศพรกล่าวอีกว่า จะมีการใช้เงินกู้จากกรอบ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในการดูแลแก้ปัญหาการว่างงาน โดยรัฐบาลจะดูแลไม่ให้มีผู้ว่างงานเกิน 2 ล้านคน อย่างไรก็ดี จะต้องติดตามแรงงานจบใหม่ด้วย ซึ่งปีนี้จะเข้าสู่ตลาดแรงงานช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.นี้ 520,000 คน และอาจจะไม่มีตำแหน่งงานรองรับได้ทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่ดี

“ต้องมีมาตรการสร้างงานและจ้างงาน โดยส่วนหนึ่งใน พ.ร.ก.เงินกู้ ก้อน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการจ้างงานนิสิตนักศึกษาจบใหม่บางส่วน ในกลุ่มที่มีทักษะด้านดิจิทัลที่ดี คาดว่าราว 2-3 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้ หากไตรมาส 3 มีมาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย และไตรมาส 4 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ก็จะสนับสนุนให้มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นด้วย”

แนวโน้มหนี้ครัวเรือน-เอ็นพีแอลพุ่ง
เลขาธิการ สศช. กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือน ล่าสุด ในไตรมาส 4 ปี 2562 มีมูลค่า 13.47 ล้านล้านบาท ขยายตัว 5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอตัวลง 5.5% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการปรับตัวลดลงในสินเชื่อทุกประเภท ขณะที่สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ที่ 79.8% สูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2559 เป็นต้นมา เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าการชะลอตัวของหนี้สินครัวเรือนในส่วนของคุณภาพสินเชื่อก็ด้อยลง โดยยอดคงค้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพื่อการอุปโภคบริโภคในไตรมาส 1 มีมูลค่า 156,227 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.23% ต่อสินเชื่อรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2.90% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลง

ทั้งนี้ โครงสร้างหนี้ครัวเรือน 13.47 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ 33.7% เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล 32.1% เพื่อซื้อ/เช่าซื้อยานยนต์ 12.8% เพื่อการประกอบธุรกิจ 17.9% และอื่น ๆ 3.4%

“แนวโน้มไตรมาสแรกปีนี้ เริ่มเห็นการขอสินเชื่อเพื่อไปซื้อรถและซื้อบ้านลดลง เป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตยังเพิ่มขึ้น เพื่อมาชดเชยเรื่องรายได้ที่หายไป ส่วนเอ็นพีแอลยังไม่ได้เพิ่มมากนัก” นายทศพรกล่าว

ทั้งหมดนี้ รัฐจะต้องมีมาตรการรับมือให้ทันท่วงที และแก้อย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย

 

·
Registered
Joined
·
31,808 Posts
คนไทยกับอีก 3 ประเทศ มีลุ้นเดินทางเข้าญี่ปุ่น มิ.ย.นี้
วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 - 16:55 น.


วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างข้อมูลจากสื่อญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเรื่องการผ่อนปรนข้อจำกัด เพื่ออนุญาตให้ประชาชนจากประเทศไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เดินทางเข้าประเทศได้ เนื่องจากมีสัญญาณว่าประเทศเหล่านี้มีการติดเชื้อโควิด-19 ลดลง

รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเริ่มเปิดรับประชาชนจาก 4 ประเทศดังกล่าว ในช่วงต้นฤดูร้อน (ประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) โดยผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นจะต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทาง และจำเป็นต้องตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น

นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยังคงระมัดระวังเรื่องการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะกับประเทศจีน เนื่องจากญี่ปุ่นเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐฯ ซึ่งโจมตีเรื่องการจัดการกับโรคระบาดของจีน

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังระมัดระวังเรื่องการเปิดรับประชาชนจากเกาหลีใต้ด้วย เนื่องจากที่เกาหลีใต้ยังมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น



ญี่ปุ่นเตรียมไฟเขียวคนไทยเข้าประเทศได้ แต่ต้องตรวจโควิดก่อน 2 รอบ
ข่าวต่างประเทศ
ไทยรัฐออนไลน์31 พ.ค. 2563 13:58 น.

สื่อญี่ปุ่นอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาล ชี้เตรียมเปิดไฟเขียวไทยพร้อมอีก 3 ชาติเข้าประเทศได้ แต่ต้องตรวจโควิด-19 สองรอบ ทั้งก่อนเข้าและเมื่อถึงญี่ปุ่นแล้ว

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานวันที่ 31 พ.ค. รายงานว่า หนังสือพิมพ์โยมิอุริ สื่อญี่ปุ่น ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า ทางการญี่ปุ่นเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์คุมโควิด-19 โดยจะอนุญาตให้นักเดินทางจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย, เวียดนาม, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ โดยอาจจะมีผลในเดือนมิถุนายนนี้
รายงานระบุว่า สำหรับนักเดินทางจากทั้ง 4 ชาติที่จะเข้าญี่ปุ่น จะต้องมีเอกสารการตรวจโรคโควิด-19 โดยจะต้องไม่พบเชื้อโควิด-19 และเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นแล้วก็ต้องมีการตรวจโรคโควิด-19 ที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง

แหล่งข่าวระบุกับสื่อญี่ปุ่นว่า สาเหตุที่รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมอนุญาตให้ทั้ง 4 ประเทศเข้าญี่ปุ่นได้ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จากทั้ง 4 ชาติเริ่มดีขึ้นแล้ว ขณะที่ประเทศอื่นๆ รัฐบาลญี่ปุ่นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น กรณีประเทศจีน ที่แม้รัฐบาลจีนจะยืนยันว่า สามารถควบคุมโรคโควิด-19 ในประเทศได้แล้ว แต่ทางการญี่ปุ่นยังต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังที่จะผ่อนคลายมาตรการกับจีน เนื่องจากกังวลถึงท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาวิจารณ์การควบคุมการระบาดในประเทศจีนมาตลอด


เช่นเดียวกับกรณีเกาหลีใต้ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องพิจารณาการผ่อนคลายอย่างระมัดระวังเช่นกัน เพราะแม้ที่ผ่านมาเกาหลีใต้จะได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากถึงการควบคุมโรคโควิด-19 แต่ในเกาหลีใต้ก็พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนออกมาเป็นระยะ

COVID-19: ญี่ปุ่นเล็งผ่อนคลายผู้ที่เดินทางจากไทยเข้าประเทศได้ หลังผู้ติดเชื้อลดลง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) 31 พ.ค. 63 13:42

Facebook
Twitter
Line
หนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่นรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะผ่อนคลายการเข้าประเทศให้กับผู้ที่เดินทางมาจากไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เนื่องจากมีสัญญาณว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเหล่านี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
หนังสือพิมพ์รายงานในวันนี้ว่า รัฐบาลอาจผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางให้กับประเทศเหล่านี้ในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยฤดูร้อนของญี่ปุ่นตรงกับช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.
ทั้งนี้ ภายใต้การผ่อนคลายดังกล่าว ผู้ที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศข้างต้นจะต้องแสดงเอกสารที่ระบุว่า พวกเขามีผลตรวจเชื้อเป็นลบก่อนที่จะเดินทางออกจากประเทศ และจะต้องตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่น
รายงานระบุด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางจากจีน เนื่องจากอาจสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐอเมริกาได้
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการเปิดรับผู้ที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
111,361 Posts
พบผู้ติดเชื้อ “โควิด” รายใหม่เพิ่ม 4 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,081 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

วันที่ 31 พฤษภาคม 2563

ศบค.แถลงมีผู้ติดเชื้อ “โควิด” รายใหม่เพิ่ม 4 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,081 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ภายในห้องโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย รวมมีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 3,081 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 57 ราย หายป่วยแล้ว 2,963 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 61 ราย

 

·
Registered
Joined
·
31,808 Posts
นายกฯขอดีเดย์ 1 มิ.ย.ผ่อนปรนเฟส3เป็นวันดีๆ ย้ำทยอยคลายเฟส4
วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 17.26 น.
ดีเดย์ 1 มิ.ย.ผ่อนคลายเฟส3 นายกฯ ขอเป็นวันดีๆ ยันไม่ใช่ต้องการคงอำนาจไว้ ติงจัดปาร์ตี้วันเกิด- มั่วสุมยาเสพติด ห่วงระบาดระลอก2 ย้ำเฟส4 ทยอยผ่อนคลายมาตรการ


เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ที่รัฐสภา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในระยะ 3 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ว่า อยากให้คำว่าเริ่มดีเดย์ เป็นวันดีๆ ไม่ใช่วันที่จะกลับไปอยู่ที่เก่า กลับไปที่เดิม ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ปล่อยใจ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่รู้ระยะห่าง เมื่อเช้าเห็นข่าวแล้วไม่สบายใจที่มีคนกลุ่มหนึ่งไปเช่าโรงแรม จัดงานเลี้ยงวันเกิด ที่เห็นมีเรื่องของยาเสพติดด้วย นี่แหละจะเป็นสถานที่แพร่ระบาดหลับมาอีกครั้งหนึ่ง


ทั้งนี้ ถ้าทุกคนไม่รักษาวินัย เพราะถ้าทุกคนไม่รักตัวเอง ก็ขึ้นอยู่กับพวกท่าน แต่ขอให้รักครอบครัวของท่าน รักประชาชนของท่าน สิ่งที่ทำมา ไม่ใช่ทำได้โดยรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนต้องร่วมมือกันทำ แต่ถ้า ยังมีบางคนไม่ร่วมมือ ตนก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะมองตัวอย่างจากต่างประเทศก็ได้ ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย อย่างพวกเราก็ใส่หน้ากากทุกคน อย่างน้อยก็เป็นปราการชั้นที่ 1 ให้เราไม่ติดการแพร่ระบาด ถ้าเราเป็นก็ไม่แพร่ให้คนอื่น นี่คือรักตัวเอง และรักคนอื่นด้วย

“จำไว้คนไทยต่อจากนี้ ต้องรักตัวเอง รักครอบครัว รักคนอื่นด้วย นั่นแหละประเทศไทยจะผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี ก็ขอให้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันดีเดย์” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องตัดสินใจบนความเสี่ยงพอสมควร แต่จากการพิจารณา สิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด 3 เดือน เราสามารถ ควบคุมได้ ในระดับที่ดีพอสมควร แต่ถ้าไม่ดี เกิดระบาดขึ้นใหม่ ก็ต้องย้อนหลับไปทำใหม่เป็นจุดๆ ไป คงไม่ใช่ตนต้องการคงอำนาจตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด

“ไม่จำเป็นหรอกครับ เป็นอำนาจที่ใช้ในการบริหารเท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าไม่ได้ไปละเมิด ลงโทษใคร จนเอาเป็นเอาตาย แต่บางทีการไม่ลงโทษก็ทำให้ทุกคนเคยตัวเหมือนกัน เพราะผ่อนผันกฎหมายกันไปเรื่อยๆ เห็นใจความจน เห็นใจการปรับเงิน คนก็เลยไม่กลัวกฎหมาย แต่ถ้าทุกคนกลัวกฎหมาย ไม่มีเรื่อง ทุจริตก็จะไม่เกิด ถ้าไม่ไปกดดันเจ้าหน้าที่ ข้าราชการในพื้นที่ ฟังเสียงประชาชนข้างล่าง เขาต้องการอะไร นั่นแหละคือเจตนารมณ์ของผม และของรัฐบาล แต่ต้องถูกต้อง เพราะต้องมีคนรับผิดชอบ ในการบริหารเงิน คนที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่เรา คือประชาชน” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึง การผ่อนคลายระยะที่ 4 จะเป็นการทยอยผ่อนคลายใช่หรือไม่ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า หลังจากนี้จะเป็นการทยอยผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งมีหลายอย่าง คือ อยากให้ประชาชนมีรายได้ แต่อะไรที่เสี่ยงมากๆ ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนต้องรอ 14 วัน เหมือนหลักการเดิมหรือไม่ ก็ค่อยๆผ่อน ขอให้รอพิจารณาก่อน

 
1621 - 1630 of 1630 Posts
Top