Skyscraper City Forum banner
1 - 20 of 31 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3 ·
,,,,,
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #4 ·
3 บิ๊กร่วมชิง 400 ล้าน จ้างศึกษาพื้นที่ TOD

3 March 2018


ช.การช่าง-ทีมกรุ๊ป-เออีซี ร่วมชิงโครงการที่สนข.จ้างศึกษาพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน TOD ค่า 400 ล้าน ระยะเวลา 18 เดือน จับตา 6 เมืองหลัก หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ-ดึงรายได้มาพัฒนาเมือง นำโมเดลญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยว่า ในปี 2561 สนข.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 400 ล้านบาท ในการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development หรือ TOD) ใช้ระยะเวลาการศึกษา 18 เดือน ในพื้นที่ 6 เมืองหลัก ได้แก่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา และพิษณุโลก โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว


“การพัฒนา TOD นั้นจะส่งผลในการช่วยเพิ่มมูลค่าจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งยังสามารถนำรายได้มาสนับสนุนและพัฒนาระบบขนส่ง ย่านพื้นที่การขนส่ง และภายในเมืองนั้นๆ โดยในเบื้องต้นของการศึกษามองว่าอาจจะนำรูปแบบของประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับการพัฒนาของประเทศไทย ทั้งการวางผังเมือง การแก้กฎหมาย การพัฒนาระบบรางควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี และเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย”

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของวงการที่ปรึกษรายหนึ่งกล่าวว่า โครงการนี้สนข.ได้ประกาศเลื่อนการยื่นข้อเสนอมาแล้ว 1 ครั้ง คาดว่าครั้งใหม่จะประกาศในเร็วๆนี้ ในเบื้องต้นนั้นทราบว่ากลุ่มบริษัททีม คอนซัลติ้งฯได้ร่วมผนึกกับกลุ่มบริษัทเอเชี่ยนเอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด(เออีซี) เพื่อเข้าร่วมยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มบริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน)ที่ร่วมกับบริษัทพัฒนาเมืองแห่งหนึ่งแสดงความสนใจเข้าร่วมยื่นข้อเสนอในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,344 วันที่ 1 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2561

http://www.thansettakij.com/content/264046
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #6 ·
ทุ่ม 400 ล้านจ้างศึกษาพัฒนาที่รอบสถานีระบบราง

2018-07-18

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข. อยู่ระหว่างว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development หรือ TOD) ระบบรางทั่วประเทศคาดว่าจะได้ตัวที่ปรึกษาเดือน ส.ค. นี้ ตอนนี้กำลังคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา เนื่องจากเป็นโครงการที่ใหม่และพัฒนาพื้นที่ทีโอดีระบบรางทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดมูลค่าและมีระบบยั่งยืน ในกระบวนการหาที่ปรึกษานี้จะเป็นแบบเปิดให้ทั้งบริษัทภายในและภายนอกประเทศเข้ามา จากนั้น สนข. พิจารณาตามคุณสมบัติเงื่อนไขตามทีโออาร์จัดจ้าง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการดังกล่าว ใช้เวลาศึกษา 18 เดือน งบศึกษา 400 ล้านบาท โดยศึกษาการพัฒนาพื้นที่ทีโอดีที่เกี่ยวกับระบบขนส่งทางรางทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รถไฟชานเมือง รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) และรถไฟฟ้ารางเบาในเมืองภูมิภาคพื้นที่ 6 เมืองหลักที่มีการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ จ.ขอนแก่น, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, ภูเก็ต, เชียงใหม่, นครราชสีมา และพิษณุโลก อย่างไรก็ตามการพัฒนาแผนแม่บททีโอดีนี้จะส่งผลช่วยเพิ่มมูลค่าจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม นำรายได้มาสนับสนุน พัฒนาระบบขนส่งทางราง ย่านพื้นที่การขนส่งและภายในเมืองนั้นๆ ได้

https://www.dailynews.co.th/economic/655551
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #7 ·
ข่าวดี รถไฟฟ้า LRT ขอนแก่น ได้ไปต่อ รมว.เกษตร เห็นชอบ ให้ใช้พื้นที่

รมว.เกษตรฯ เห็นชอบให้ 5 เทศบาลขอนแก่นใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น
เป็นสถานีรถไฟฟ้า LRT และพัฒนาเป็นพื้นที่ TOD
ให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน พร้อมตั้งเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์สถานีวิจัยข้าว
ขอนแก่น

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2561 ดร. สมศักดิ์ จังตระกุล
ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำผู้บริหาร 5 เทศบาล และผู้บริหาร KKTS เข้าพบ
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ Smart City (ระยะที่ 1)
การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา LRT ขอนแก่น
และเสนอบันทึกข้อตกลงการขอใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ณ ห้องประชุม 123
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

โดยมีนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤณพงศ์
ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว นายสมหมาย เลิศนา
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ส่วนตัวแทนจาก 5 เทศบาล นำโดยนายธีระศักดิ์
ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายอิชวุฒิ ฤทธาภัย ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น
นายทองปักษ์ ไทธานี ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ สำนักงานจังหวัดขอนแก่น ดร.กฤษวรุณ
ไชยนิจ ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายยุทธภูมิ เย็นสบาย รองนายกเทศมนตรีตำบลสำราญ
นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผอ.ส่วนการโยธา สำนักการช่างเทศบาลนครขอนแก่น
พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด
(KKTS) นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย
รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายศุภวัตร สาขา
นิติกรเทศบาลนครขอนแก่น และคณะร่วมประชุม
เพื่อรายงานความก้าวหน้าและขอคำแนะนำการดำเนินโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา
สายเหนือ-ใต้ ต้นแบบในเมืองภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น



ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าว ในการดำเนินโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา
LRT ขอนแก่น ขณะนี้เหลือ 2 ขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนที่ 1
เรื่องการขอใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ให้เป็นพื้นที่พัฒนา TOD
(Transit-Oriented Development ) ให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน
เป็นสถานีรถไฟฟ้ารางเบา เพราะอยู่ตรงจุดกึ่งกลางเส้นทาง
สร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดการพึ่งพิงการใช้รถส่วนบุคคลซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนและการกระจายตัวขอบเมืองแบบไร้ทิศทาง
ขั้นตอนที่ 2 คือการประเมิน PPP ว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่อย่างไร
แล้วค่อยเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี ไปวางศิลาฤกษ์ โครงการ ซึ่งเป้าหมายประมาณ
เดือนธันวาคม นี้


นายกเทศมนตรี กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่ทางกรมการข้าว ต้องการทดแทน
ซึ่งทางโครงการได้หาพื้นที่ที่กรมการข้าวต้องการ และมากกว่าเดิม
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกๆ ด้าน ตามที่กรมการข้าวเสนอมา
ทั้งนี้จะให้พื้นที่เดิม จำนวน 20 ไร่ ซึ่งทางศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น
ต้องการทำเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์สถานีวิจัยข้าว ขอนแก่น

ด้านธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า
ด้วยเหตุบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ความเจริญเติบโตของเมืองเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ทำให้เกิดปัญหามากมาย
ด้วยเหตุนี้ จึงอยากพัฒนาพื้นที่ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเมือง
ซึ่งเป็นหลักคิดในการดำเนินโครงการภาครัฐรูปแบบใหม่ ที่มีประสิทธิภาพ



ท้ายสุดนี้ รมว.เกษตรฯ กล่าวสรุปว่า ถ้าเป็นไปตามที่ตกลงกัน เห็นชอบให้ 5
เทศบาลขอนแก่นใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น เป็นสถานีรถไฟฟ้า LRT /Depot
ส่วนเรื่องการทำบันทึกแลกเปลี่ยนพื้นที่ (MOU)ร่วมกันให้ ทาง 5 เทศบาลขอนแก่น
ปรับปรุงที่อยู่ใหม่ให้กับทางศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น
สำเร็จเสร็จทุกอย่างก่อนค่อยเข้าสู่กระบวนการย้ายศูนย์วิจัย้าว ส่วนการลงนามในMOU
ให้ส่งร่างMOUพร้อมส่งเอกสารที่กระทรวงมหาไทย เห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทจำกัดของ 5
เทศบาล เรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรให้ตรวจพิจารณา จากนั้นขั้นตอนที่ 2
ตั้งคณะทำงานพบปะเพื่อปฏิบัติตาม MOU โดยมอบหมาย รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน
พร้อมตัวแทนกรมการข้าว ไปดูคุยประชุมร่วมกับคณะทำงานขอใช้ที่ดินจังหวัดขอนแก่น

https://www.khonkaenlink.info/home/news/6713.html
TOD ของรถไฟรางเบา
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #8 ·
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินงานอยู่ใน 3 ขั้นตอนสุดท้าย คือ 1.เข้าที่ประชุม สนข. 2.เร่งเรื่องการแลกเปลี่ยนที่ดินของเทศบาลกับกรมการข้าว

ซึ่งเป็นที่ดินศูนย์สถานีวิจัยข้าว อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น เนื้อที่ 216 ไร่ โดยขอใช้ 200 ไร่ ทำศูนย์ซ่อมบำรุง และพื้นที่พัฒนาเพื่อหารายได้ (TOD) หากไม่ทำ TOD ค่าโดยสารอยู่ที่ 25 บาท แต่ถ้าทำ ค่าโดยสารเพียง 15 บาท 3.พิจารณาว่าโครงการนี้ขัดกฎหมายอะไรหรือไม่

22/9/2561 https://www.prachachat.net/property/news-223034
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #9 ·
เปิดเอกชนพัฒนาพื้นที่ สถานีรถไฟขอนแก่น ทำสวนสนุกโมเดล ‘ยูนิเวอร์แซล’

วันที่ 7 มกราคม 2562 - 15:55 น.

รถไฟ เล็งเปิดประมูลพื้นที่ย่านสถานีขอนแก่นมูลค่า 8 พันล้าน ให้เอกชนพัฒนาเป็น สวนสนุกโมเดลยูนิเวอร์แซล หนุนท่องเที่ยว ฝันรายได้พัฒนาที่ดินปีนี้โต 10% แตะ 3,800ล้าน

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่าที่ปรึกษาได้นำเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีขอนแก่น สถานียกระดับของรถไฟทางคู่เส้นทางชุมทาง ถนนจิระ-ขอนแก่นและยังเชื่อมกับไฮสปีด ไทยจีน เส้นทางโคราช -หนองคาย โดยมีพื้นที่จะนำออกพัฒนาราว 108 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านพักพนักงาน และสนามกอล์ฟของ รฟท ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลขอนแก่น

เบื้องต้นที่ปรึกษาระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีโอกาสการลงทุนที่ดีโดยคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการเฉพาะรถไฟทางคู่ประมาณ 2-3.8 หมื่นคนต่อวัน โดยจะแบ่งการพัฒนาพื้นที่ออกเป็น 5 แปลง คือโซนบี จำนวน 16.2 ไร่ จะพัฒนาเป็นที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ และธุรกิจค้าปลีก,โซนซีและดี รวมจำนวน 26.5 ไร่ พัฒนาเป็น โรงแรมรองรับผู้เดินทางมาทำธุรกิจศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้า


โซนอี จำนวน 58.6 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่สนามกอล์ฟรถไฟให้เช่า จะพัฒนาเป็นพื้นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยจะสร้างเป็นสวนสนุกที่จะให้บริการเครื่องเล่นต่างๆเช่น รถไฟเหาะตีลังกา สวนน้ำ เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อน โดยจะนำแนวคิดเมืองภาพยนต์ เช่น มูฟวี่เวิลด์ และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาสวนสนุก และโซนเอฟ จำนวน8ไร่ ปัจจุบันเป็นที่พักพนักงาน จะพัฒนาเป็นกลุ่มอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย

อย่างไรก็ตาม การนำพื้นที่ของ รฟท เปิดประมูลให้เอกชนเช่าพื้นที่เป็นนโยบายการเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์นอกเหนือตั๋วโดยสาร (นอนคอร์) คาดว่าปี 2562 จะสามารถมีรายนอนคอร์เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,800 ล้านบาท ส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก(คอร์ บิสเนส) จะใกล้เคียงกับปีก่อนคือประมาณ 5,600-5,800 ล้านบาท หรือคิดรวมเป็นรายได้รวมทั้งสิ้น 9,400-9,600 ล้านบาท

นายประเสิรฐศึก สายพวรรณ์ รองผู้จัดการโครงการศึกษาแผนพัฒนาฯกล่าวว่าคาดว่าโครงการดังกล่าวจะมีมูลค่าลงทุนรวมราว 5-8 พันล้านบาท เบื้องต้นอาจจะให้เช่าพื้นที่ระยะเวลา 30-50 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รฟท. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นจากนักลงทุน เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับให้สอดคล้องกับความต้องการนักลงทุน คาดว่า รฟท จะสรุปแผนพัฒนาพื้นที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติได้อย่างเร็วที่สุด ภายใน 18 เดือน

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2056099
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #10 ·
ร.ฟ.ท.เปิดรับฟังความเห็นนักลงทุน ร่วมทุนพัฒนาสถานีขอนแก่น108ไร่

ร.ฟ.ท.เปิดรับฟังความเห็นนักลงทุนพัฒนาโครงการพื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ และสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ขนาดพื้นที่ 108 ไร่รับรถไฟทางคู่ ไฮสปีดเทรนและรางเบา รูปแบบศูนย์แสดงสินค้า สำนักงาน ที่อยู่อาศัย และสวนสนุก พร้อมเร่งขับเคลื่อนโครงการอื่นอีกเพียบ

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ และสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ว่า โครงการนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดและเป็นการสอบถามนักลงทุนเพื่อศึกษาเรื่องความสนใจ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 108 ไร่ อยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ติดกับถนนมิตรภาพและสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดหนองคาย และเวียงจันทน์ สปป.ลาว


โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้พร้อมรองรับรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้ารางเบา และโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ซึ่งจะช่วยพัฒนาให้จังหวัดขอนแก่นมีความเจริญ คาดการณ์ผู้โดยสารที่ใช้บริการ 28,000-38,000 คนต่อวัน รถไฟฟ้ารางเบาวิ่งในตัวเมืองขอนแก่นระยะทาง 22 กิโลเมตร, โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะที่ 2, และโครงการขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ ที่เชื่อมโยงกับสถานีขอนแก่นทั้งหมด ขณะที่เบื้องต้นบริษัทที่ปรึกษาตั้งเป้าไว้ว่าจะให้เป็นพื้นที่ ศูนย์แสดงสินค้า อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และสวนสนุกหรือรูปแบบมิกซ์ยูส แต่จะต้องสอบถามความคิดเห็นจากเอกชนก่อนว่ามีความสนใจมากน้อยแค่ไหน และพื้นที่จะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไร

“โครงการนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดและเป็นการสอบถามนักลงทุนเพื่อศึกษาเรื่องความสนใจในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขอนแก่น โดยจะต้องสอบถามความคิดเห็นจากเอกชนว่ามีความสนใจมากน้อยแค่ไหน และพัฒนาต่อได้อย่างไร โดยเบื้องต้นโครงการนี้จะใช้รูปแบบการร่วมทุนรัฐและเอกชน หรือ PPP จากการประเมินราคาที่ดินเกิน1,000 ล้านบาท”


นายวรวุฒิกล่าวอีกว่าส่วนแผนนำที่ดินที่ไม่ใช้เพื่อการเดินรถของการรถไฟ (Non-Core) นั้นตั้งเป้าในปีนี้ว่าจะเพิ่มจากเดิม 10% โดยมาจากการเร่งรัดทำสัญญาเช่าโครงการที่ครบกำหนดสัญญา ส่วนธุรกิจหลักหรือ (Core-Business) คาดว่ารายได้จากค่าโดยสารปีนี้อยู่ที่ 3,800 ล้านบาท รายได้จากสินค้าอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และหากมีศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท
สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ ทีโอดี หลังจากนี้จะพัฒนาพื้นที่รถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยายตลิ่งชัน-ศิริราช / สถานีแม่น้ำ และพื้นที่ กม.11 ขณะที่ในปี 2564-2565 วางแผนจะพัฒนาพื้นที่รัชดาภิเษก ย่านอาร์ซีเอ ต่อเนื่องกันไป

ในส่วนความคืบหน้ารถไฟทางคู่สายอีสาน ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 174 กิโลเมตร งบประมาณ 26,663 ล้านบาท เส้นทางชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 309 กิโลเมตร งบประมาณ 37,527 ล้านบาทและสายใหม่บ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร งบประมาณ 67,965 ล้านบาท ขณะอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) โดยเส้นทางขอนแก่น-หนองคายผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว


ขณะที่นายประเสริฐศึก สายพวรรณ์ รองผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวคาดว่าจะใช้วงเงินมูลค่าลงทุนประมาณ 5,000 -8,000 ล้านบาท โดยอาจจะให้เช่าพื้นที่ระยะเวลา 30-50 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของการรถไฟฯ ซึ่งจะต้องนำข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นนักลงทุนมาปรับให้สอดคล้องกับความต้องการนักลงทุน และคาดว่าจะสรุปแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเสนอให้ ครม.พิจารณาภายใน 18 เดือน

นอกจากนี้ทางด้านที่ปรึกษาการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณสถานีขอนแก่น กล่าวว่าโครงการดังกล่าววัตถุประสงค์หลักๆในการประเมินความสนใจการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดโอกาสให้เอกชนสอบถามข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของการพัฒนาโครงการเพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนาในอนาคตต่อไป โดยพื้นที่การพัฒนาดังกล่าวจะมีแบ่งการพัฒนาพื้นที่ได้แก่ 1.โซน B พื้นที่จำนวน 16.2 ไร่ โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณ 2.โซน C,D พื้นที่จำนวน 26.5 ไร่ โรงแรม,ศูนย์ประชุม และแสดงสินค้า 3.โซน E พื้นที่จำนวน 58.6 ไร่ พื้นที่สวนสนุกและพื้นที่สันทนาการ และ4.โซน F พื้นที่จำนวน 8 ไร่ พื้นที่ประเภทกลุ่มอาคารสำนักงาน และที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟ

ด้านนายชาญณรงค์ บุริสตระกูล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น กล่าวว่า พื้นที่ของร.ฟ.ท.เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจในการลงทุนเพราะอยู่ใจกลางเมือง สามารถสนับสนุนเศรษฐกิจและทิศทางของจังหวัดได้ในอนาคต โดยต้องการให้ร.ฟ.ท. มองเป้าหมายของการพัฒนา ในพื้นที่ดังกล่าวสำหรับรองรับการพัฒนาในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รองรับทั้งคนในจังหวัด ภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้การพัฒนาเดินหน้าได้อย่างตรงจุด

“ปัจจุบันในจังหวัดขอนแก่นมีที่ดินแปลงใหญ่ที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือ TOD 3-4 แปลง โดยเฉพาะ 200 ไร่ฝั่งตรงข้ามแปลงของร.ฟ.ท.มีแผนการพัฒนาไว้พร้อมแล้ว ดังนั้นหาก ร.ฟ.ท. ออกแบบร่วมกับเอกชนในการพัฒนาเมือง เพื่อให้แต่ละจุดสนับสนุนเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน จะเป็นการพัฒนาที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน”

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากร.ฟ.ท.สามารถเปิดพื้นที่โซนติดกับถนนมิตรภาพได้กว้างมากขึ้นจะทำให้ที่ดินแปลงดึงกล่าวมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงจะต้องเจรจากับภาคเอกชนรูปแบบการพัฒนาร่วมกันจึงจะส่งผลให้ที่ดินทั้งแปลงเอกชนฝั่งตรงข้ามราว 200 ไร่ และแปลงที่ดินของร.ฟ.ท. 108 ไร่สามารถพัฒนารูปแบบศูนย์เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เนื่องจากมีศูนย์เศรษฐกิจใกล้เคียงแล้วยังมีโรงแรม ศูนย์การค้าเกิดขึ้นโดยรอบแล้วมากมาย

http://www.thansettakij.com/content/371291
 
  • Like
Reactions: Ten

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #11 ·
พลิกที่ดิน 108 ไร่ “สถานีขอนแก่น” ผุด “โรงแรม-สวนสนุก”

วันที่ 21 January 2019 - 11:14 น.


ไม่ใช่แค่ที่ดินทำเลทองในกรุงเทพฯ ที่ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” จะนำมาเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนารูปแบบ PPP ทั้งย่านบางซื่อ มักกะสัน สถานีแม่น้ำ เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว

ล่าสุดเตรียมพลิกที่ดิน 108 ไร่ ย่าน “สถานีขอนแก่น” ปัจจุบันเป็นอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการและสนามกอล์ฟ เปิดให้เอกชนที่สนใจลงทุนพัฒนาโครงการ รับรถไฟทางคู่ “ช่วงจิระ-ขอนแก่น” ที่กำลังเปิดใช้ในเดือน ก.พ.นี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการวันละ 2-3 หมื่นคน

โดยจ้างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นผู้ศึกษารูปแบบการพัฒนาโครงการและรูปแบบการลงทุนตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 ซึ่งจัดการรับฟังความคิดเห็นทดสอบความสนใจของนักลงทุน (market sounding) ไปเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่ด้านรับเหมาก่อสร้าง อสังหาฯ ค้าปลีก พลังงาน อาทิ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.ซี.พี.แลนด์ บมจ.สัมมากร บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น บมจ.อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ปตท. บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เป็นต้น

“วรวุฒิ มาลา” รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการแทนผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.กล่าวว่า จะนำข้อคิดเห็นของภาคเอกชนมาจัดทำรายละเอียดของโครงการให้ตอบโจทย์การพัฒนาให้มากที่สุด คาดว่าจะสรุปรูปแบบการพัฒนาอีก 3-4 เดือนนี้ จากนั้นได้แนวคิดจะต้องศึกษารายละเอียด และทำรายงาน PPP คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี


ทั้งนี้ การที่นำที่ดินย่านดังกล่าวมาพัฒนา เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพใจกลางเมือง ทางที่ปรึกษาประเมินว่าที่ดินเหมาะจะพัฒนาโครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการพาณิชย์ เบื้องต้นแบ่งการพัฒนาพื้นที่ 108.4 ไร่ เป็น 5 แปลง ไม่รวมโซน A ที่ประมูลไปแล้วจะพัฒนาเป็นตลาดและที่อยู่อาศัย มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5,000-8,000 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 30-50 ปี

โดย “โซน B” เนื้อที่ 16.2 ไร่ ติดกับถนนรื่นรมย์ พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณย่านสถานีรถไฟ (TOD) เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน มีที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงาน และการใช้ประโยชน์ประเภทอื่น ๆ เช่น ค้าปลีก

“โซน C และโซน D” เนื้อที่รวม 16.5 ไร่ พัฒนาเป็นโรงแรม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า เพื่อบริการผู้เดินทาง ขณะที่ “โซน E” เนื้อที่ 58.6 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่สวนสนุกและพื้นที่สันทนาการ เช่น รถไฟเหาะตีลังกา เรือไวกิ้ง สวนน้ำ คอนเซ็ปต์คล้ายยูนิเวอร์แซล และ “โซน F” เนื้อที่ 8 ไร่ พัฒนาพื้นที่ประเภทกลุ่มอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟฯ

นายวรวุฒิยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาที่ดินโซน A ของสถานีกลางบางซื่อ เนื้อที่ 35 ไร่ว่า ก.พ.นี้จะสรุปร่างทีโออาร์ คาดว่าจะเปิดประมูลภายในไตรมาส 2 และส่งมอบพื้นที่ได้ปลายปีนี้ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ระยะเวลา 30 ปี ก่อสร้าง 4 ปี

พัฒนาจัดหาประโยชน์ 30 ปี ภายใต้รูปแบบ BOT คือ สร้าง บริหาร และโอนกรรมสิทธิ์ให้ ร.ฟ.ท.เมื่อครบกำหนดสัญญา มีมูลค่าลงทุนรวม 15,400 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งธุรกิจอสังหาฯ ค้าปลีก เนื่องจากมีวัตถุประสงค์การพัฒนาโครงการชัดเจนว่าเป็นมิกซ์ยูสรับกับสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการเดินทางของระบบราง

https://www.prachachat.net/property/news-280321

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #12 ·
รฟท. ดันPPPสถานีขอนแก่น ชูจุดแข็ง ฮับทางคู่ & ไฮสปีดไทย-จีน

เผยแพร่: 20 ก.พ. 2562 19:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รฟท.เปิดรับฟังความเห็น รอบ2 ก่อนเปิด PPP ดึงเอกชนพัฒนาสถานีรถไฟขอนแก่น แบ่ง 5 แปลง พื้นที่ 108 ไร่ เนรมิต โรงแรม ที่พักอาศัย และศูนย์การค้า ชูจุดชายเมืองศูนย์กลาง ทางคู่ และไฮสปีดไทย-จีน

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท ) เปิดเผยว่า รฟท.จะจัด ประชุมการรับฟังความเห็น โครงการศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเชิงความคิด โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ

และสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ครั้งที่สอง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรม Vwish จังหวัดขอนแก่น

ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของการศึกษาโครงการให้หน่วยงานภาครัฐ ประชาชนในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับทราบพร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการศึกษาโครงการเพื่อให้นำผลที่ได้ไปพิจารณาปรับเปลี่ยนลักษณะโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ตลอดจนนำไปปรับใช้ในการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยรฟท. ได้ดำเนินการจ้างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเชิงความคิด โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคาร บ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ และสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) พ.ศ. 2556

สำหรับแผนพัฒนาพื้นที่สถานีขอนแก่น เบื้องต้นแบ่งการพัฒนาเป็น 5 แปลงบนพื้นที่ 108 ไร่ ประกอบด้วย โซนบี 16.2 ไร่ พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณย่านสถานีรถไฟ ด้วยการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน มีทั้งที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงาน และค้าปลีก

ขณะที่โซนซีและโซนดี16.5 ไร่ พัฒนารองรับโรงแรม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า

โซนอี 58.6 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่สวนสนุก และพื้นที่สันทนาการ

และพื้นที่โซนเอฟ 8 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่ประเภทกลุ่มอาคารสำนักงาน และที่พักอาศัยของพนักงาน
การรถไฟฯ

ส่วนพื้นที่โซนเอได้มีการประมูลไปก่อนหน้านี้แล้วจึงไม่นับรวมอยู่ในโครงการนี้

“โครงการศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเชิงความคิดโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคาร บ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ และสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ถือเป็นโครงการพัฒนาที่ดินที่มีศักยภาพสูง ของการรถไฟฯ โดยจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โครงการรถไฟทางคู่ รวมไปถึงโครงการพัฒนาระบบรถไฟฟ้ารางเบา ผ่านมายังสถานีในอนาคต”

https://mgronline.com/business/detail/9620000017980
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #13 ·
กลุ่มเซ็นทรัลแย้มสนใจลงทุน 108 ไร่ สถานีรถไฟขอนแก่น มูลค่าโครงการสูงกว่า 7 พันล้าน

เผยแพร่: 8 มี.ค. 2562 13:04 ปรับปรุง: 8 มี.ค. 2562 16:12 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ร.ฟ.ท.เตรียมเปิดทำเลทองย่านสถานีรถไฟขอนแก่น 108 ไร่ ให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ใจกลางเมือง ทั้งโรงแรม ศูนย์ประชุม-แสดงสินค้า สวนสนุก ฯลฯ มูลค่าโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท แย้มเบื้องต้นกลุ่มเซ็นทรัลมีท่าทีสนใจ



เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมบริรักษ์ 1 โรงแรมวิวิช อ.เมืองขอนแก่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (ครั้งที่ 2) โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงความคิด โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการและสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 โดยมี น.ส.จิตรเลขา เดชเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านบริหารโครงการ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมบริษัทที่ปรึกษา หน่วยงานรัฐ และชุมชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ พื้นที่ย่านสถานีรถไฟขอนแก่น ประกอบด้วย พื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการ สนามกอล์ฟสถานีรถไฟขอนแก่น รวมจำนวน 108 ไร่ เป็นหนึ่งในผืนที่ดินที่มีศักยภาพพัฒนาเพิ่มรายได้ให้กับ ร.ฟ.ท.เพื่อรองรับกับโครงการรถไฟทางคู่ชุมทาง ถนนจิระ-ขอนแก่น ระบบขนส่งรถไฟรางเบา และโครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต โดยมีเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์แสดงสินค้า โรงแรม สวนสนุก ฯลฯ

น.ส.จิตรเลขา เดชเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านบริหารโครงการ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงผลการระดมความคิดเห็นจากเวทีดังกล่าว ร.ฟ.ท.จะประมวลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปรับปรุงผลการศึกษาฯ ทั้งนี้ แผนพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์บริเวณสถานีรถไฟขอนแก่นจะหลีกเลี่ยงให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนน้อยที่สุด และให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการรถไฟแห่งประเทศไทยมากที่สุด

น.ส.จิตรเลขา เดชเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านบริหารโครงการ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
น.ส.จิตรเลขา เดชเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านบริหารโครงการ ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)



น.ส.จิตรเลขาระบุว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ของสถานีรถไฟขอนแก่น มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท จะต้องดำเนินการตามกฎหมายร่วมทุน โดยให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับ ร.ฟ.ท. แต่ พ.ร.บ.จะยกเลิกให้เอกชนเข้ามาเช่าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์จะต้องดำเนินการตามระเบียบของ ร.ฟ.ท. โดยจะนำเสนอโครงการฯเข้าสู่บอร์ดการรถไฟให้เร็วที่สุด หากเห็นชอบก็จะเข้าสู่ขั้นตอนร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเสนอตัวเข้าร่วมลงทุนกับ ร.ฟ.ท.

ตามผลการศึกษาของศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักวิจัยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) พบว่าพื้นที่ของสถานีรถไฟขอนแก่นที่จะนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์นั้น เฉพาะที่ดินมีมูลค่าประเมินกว่า 2,800 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการลงทุนในแต่ละโซน รวมถึงค่าใช้จ่ายรื้อย้าย ก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาคารที่ทำการให้กับพนักงานร่วม 200 ยูนิต รวมมูลค่าแล้วสูงกว่า 7,000 ล้านบาท โดยสามารถแยกพื้นที่การพัฒนาได้ทั้งหมดโซน 5 โซน ประกอบด้วยโซน B, C, D, E และ F รวมพื้นที่ทั้งหมด 108.4 ไร่

โดยพื้นที่ย่านสถานีรถไฟขอนแก่นแยกเป็น โซน B จำนวน 16.2 ไร่ จะพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์, โซน C จำนวน 15.6 ไร่ และโซน D จำนวน10 ไร่ ทั้ง 2 โซน จะพัฒนาให้เป็นโรงแรม ศูนย์ประชุมและการแสดงสินค้า, โซน E พื้นที่กว่า 58.6 ไร่ จะพัฒนาให้เป็นสวนสนุกขนาดย่อมทันสมัยใจกลางเมือง รวมถึงเป็นพื้นที่สันทนาการ และโซนสุดท้ายโซน F ขนาด 8 ไร่ พัฒนาให้เป็นที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟ และกลุ่มอาคารสำนักงาน โดยโซน F จะได้รับการพัฒนาขึ้นก่อนโซนอื่น





อย่างไรก็ตาม จากการจัดเวทีรับฟังสาธารณะด้านการตลาด (Market Sharing)ไปก่อนหน้านี้ น.ส.จิตรเลขาบอกว่า เริ่มมีภาคเอกชนแสดงความสนใจเข้ามาร่วมพัฒนาที่ดินผืนนี้เช่นกัน เช่น กลุ่มเซ็นทรัล และกลุ่มนักธุรกิจในขอนแก่น กระนั้นก็ตาม รูปแบบการพัฒนาที่ดินการรถไฟนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามสเป็กที่ ร.ฟ.ท.กำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับเอกชนนักลงทุนจะประเมินศักยภาพที่ดิน ความเป็นไปได้ทางธุรกิจว่าทำเลที่ตั้งมีความเหมาะสมพัฒนาโครงการรูปแบบใด เพียงแค่โครงการพัฒนาควรอยู่ในกรอบเงื่อนไขขั้นต่ำที่ ร.ฟ.ท.กำหนดเบื้องต้นว่าควรจะมีศูนย์ประชุมศูนย์แสดงสินค้า โรงแรม พื้นที่เชิงพาณิชย์ นอกเหนือจากนั้นขึ้นอยู่กับเอกชน

“กรณีกลุ่มเซ็นทรัลยังไม่เสนอรูปแบบการพัฒนาเข้ามา แนวคิดของเซ็นทรัลเท่าที่ทราบเขาต้องการเปิดพื้นที่ย่านสถานีรถไฟ เชื่อมต่อทะลุกับถนนมิตรภาพ แต่รายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีเพราะขั้นตอนยังมีอีกเยอะ ภาพจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่ประกาศหาผู้ร่วมทุนไปแล้ว ส่วนโซน A มีเอกชนประมูลได้ไปแล้ว ณ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอบอร์ดรถไฟ ให้ได้รับสิทธิ” น.ส.จิตรเลขากล่าว

สำหรับข้อกังวลที่ได้รับการสะท้อนจากการจัดเวทีรับฟังความเห็นนั้น คือ กรณีของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ของสถานีรถไฟขอนแก่น มีข้อเสนอแนะว่าโครงการฯอาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่จะมารองรับโครงการพัฒนาพื้นที่รถไฟขอนแก่น ทั้ง 108 ไร่ จะเพียงพอหรือไม่ ระบบการจราจรที่ติดขัดอยู่แล้ว เมื่อก่อสร้างจะยิ่งทำให้รถติดมากขึ้นหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ทางการรถไฟไม่ได้มองข้าม


ขั้นตอนขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้ประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าว ไปถึงนักลงทุนหลายกลุ่มที่มีศักยภาพ ที่พร้อมสนใจเข้ามาลงทุน ซึ่งมูลค่าโครงการสูงหลายพันล้านบาท อาจต้องใช้นักลงทุนหลายราย แต่ละรายอาจถนัดลงทุนในธุรกิจที่แตกต่างกัน ส่วนกรอบระยะเวลาโครงการหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้เบื้องต้น น่าจะสามารถเชิญชวนเอกชนเข้ามาประมูล และทราบผลว่ากลุ่มทุนใดได้รับสิทธิร่วมทุนที่ชัดเจนได้ราวปลายปี 2564

https://mgronline.com/local/detail/9620000023454
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #14 ·
" แทรมขอนแก่น" ใช้200 ไร่พัฒนาTOD

2019-05-07


นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) จ.ขอนแก่น ช่วงสำราญ-ท่าพระ ระยะทาง 22.8 กม. วงเงิน 26,963 ล้านบาทว่า อยู่ระหว่างนัดประชุมกับกรมการข้าว เพื่อเจรจาขอใช้พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น 200 ไร่ พัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี (TOD) โดยก่อนหน้านี้ได้นำเสนอเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว คาดว่าจะประชุมได้เร็วๆ นี้ เมื่อเจรจากับกรมการข้าวได้ข้อยุติจากนั้นจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 4ฝ่าย ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดำเนินการขอใช้พื้นที่ เทศบาลนครขอนแก่น และ จ.ขอนแก่น

โดยคณะทำงานที่ทางจังหวัดแต่งตั้งขึ้นในการใช้พื้นที่ดังกล่าว จากนั้นดำเนินด้านเอกสารการขอใช้พื้นที่ต่อไป
นายธีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างนั้น ภายหลังผลการศึกษาแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างปรับปรุงผลการศึกษาให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากช่วงที่ศึกษายังไม่มีโครงการสำคัญเกิดขึ้นใน จ.ขอนแก่น เช่น การขยายสนามบินขอนแก่น การย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสาร และ โครงการก่อสร้างท่าเรือบก

ซึ่งโครงการเหล่านี้จะช่วยเสริมความน่าจำเป็นและความสมบูรณ์ของโครงการรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่นมากขึ้น โดยตั้งเป้าคาดว่าสิ้นปี 62 จะสามารถเปิดประมูลหาเอกชนที่จะมาก่อสร้างโครงการได้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จากนั้นต้นปี 63 จะเริ่มก่อสร้าง โดยใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี 6 เดือน ถึง 3 ปีจะแล้วเสร็จเปิดใด้ระหว่างปี65-66

นายธีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า โบกี้ของรถรางมือสอง จำนวน 1 โบกี้ที่ทางเทศบาลเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นได้มอบให้มาถึงขอนแก่นเมื่อเดือน มี.ค.62 โดยเปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมแล้ว อยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อไว้ศึกษาตัวรถ สร้างระบบรางและทดลองวิ่งภายในมหาวิทยาลัยก่อนและทดลองวิ่งให้บริการประชาชนรอบบึงแก่นนครมีระยะทาง 4 กม. ตลอนจนทำโครงการขอสนับสนุนประมาณควบคู่ด้วย

อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการศึกษาแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 62 จากนั้นจะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน จ.ขอนแก่น เกี่ยวกับการนำแทรมน้อยมาวิ่งให้บริการรอบบึงแก่นนคร หากประชาชนเห็นชอบจะเปิดวิ่งบริการ

https://www.dailynews.co.th/economic/707736
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #15 ·
“กมลพงศ์ สงวนตระกูล” ประธานหอการค้าฯ ลุยดีลบิ๊กธุรกิจทำ TOD ขอนแก่น

วันที่ 16 August 2019 - 16:33 น.


สัมภาษณ์

ในชั่วโมงนี้ จังหวัดขอนแก่นถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกจับตามอง หลากหลายธุรกิจต่างพุ่งเป้าเข้าไปลงทุน ด้วยศักยภาพและการพัฒนาความพร้อมรอบด้านผ่านกลไกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นทิศทางจังหวัดที่ตั้งเป้าไว้ให้เป็นสมาร์ทซิตี้ การพัฒนาระบบขนส่งทางราง ทั้งจากโครงการขนส่งสาธารณะ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งการพัฒนาท่าเรือบก การขยายท่าอากาศยาน มอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ ที่ภาครัฐทุ่มสรรพกำลังและงบประมาณลงไป ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนในพื้นที่ได้ร่วมกันกำหนดทิศทางของจังหวัดอย่างฉับไว “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “กมลพงศ์ สงวนตระกูล” ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น มาฉายภาพทิศทาง โอกาส และการพัฒนาจังหวัดขอนแก่น อย่างน่าสนใจ

กมลพงศ์กล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกอยู่ในลักษณะชะลอตัว เพราะมีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้น ส่วนในประเทศไทยมีปัจจัยทางการเมือง ทำให้การลงทุนดูนิ่ง แต่ในจังหวัดขอนแก่น ภาคเอกชนมีการพูดคุยกันว่าขณะนี้เป็นช่วงของการเตรียมตัว เพราะมีโอกาสได้กลับมาดูข้อมูลพื้นฐานของจังหวัด และการปรับตัวต่าง ๆ ของภาคธุรกิจ ทั้งการปรับหลังบ้าน และการเตรียมตัวรับมือ digital transformation พร้อม ๆ กันนั้นเป็นการเตรียมตัวพัฒนาและดำเนินการในส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดด้านการขนส่งทางราง เช่น โครงการรถไฟรางเบาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ที่คาดว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่ขั้นตอนในการผลิตและใช้เองได้ภายในประเทศ


เตรียมดีลบริษัทใหญ่ทำ TOD

กมลพงศ์อธิบายว่า ตามหลักการแล้วระบบขนส่งมวลชนไม่สามารถอยู่ได้ด้วยกำไรของตัวเองเพียงอย่างเดียว โครงการไฮไลต์ของขอนแก่นอย่างรถไฟรางเบาจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน ภาคเอกชนในจังหวัดขอนแก่นจึงต้องคิดค้นวิธีการพัฒนารูปแบบเข้ามาช่วยพยุงโครงการดังกล่าว ซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่สำหรับการพัฒนาแล้ว แต่เอกชนในระดับท้องถิ่นยังไม่มีสเกลการลงทุนที่ใหญ่พอ

ทางภาคเอกชนในจังหวัดขอนแก่นจึงได้ไปพูดคุยกับบริษัทส่วนกลางหลายบริษัท เช่น กลุ่มมิตรผลที่กำลังมองหาจุดที่จะจัดทำศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในการกำกับการดำเนินงานในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มบริษัทสื่อสาร ทั้ง TRUE, AIS และ DTAC เองมีแผนจะขยายระบบคอลเซ็นเตอร์มาสู่ท้องถิ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีหลายบริษัทเตรียมขยายฐาน หลังจากช่วงการเกิดอุทกภัยในปี 2554 แต่ไม่มีศูนย์ดำเนินงานสำรองในภูมิภาค โดยโครงการดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้

ศูนย์กลางเชื่อมภูมิภาค

กมลพงศ์เล่าต่อว่า ขอนแก่นมีทำเลยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะอยู่ใจกลางของภูมิภาค รวมไปถึงที่ผ่านมา รัฐบาลมีการส่งเสริมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟทางคู่ การขยายท่าอากาศยาน ไปจนถึงท่าเรือบก พร้อม ๆ กับการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของระบบรางในกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ อีกทั้งขอนแก่นยังได้สิทธิลดหย่อนภาษี (BOI) หากมาลงทุนในระบบรางและระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น อาณัติสัญญาณ เป็นต้น โดยจะได้สิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้นำมาลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ ลดภาษีนิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5-10 ปี แล้วแต่เงื่อนไข ซึ่งจะสร้างโอกาสในช่องทางใหม่ ๆ ในจังหวัด ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบราง

ในบทบาทหอการค้านั้น หอการค้าจังหวัดขอนแก่นมีการสานสัมพันธ์กับประเทศที่มีกงสุลในจังหวัด ทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม จีน และจัดทำ business matching ไว้ก่อน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเสร็จจะเห็นผลทางธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันรถไฟทางคู่ในเฟสขอนแก่นตอนนี้เชื่อมถึงนครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว และจะเชื่อมไปถึงอุดรธานี หนองคาย และเวียงจันทน์ ในเฟสต่อไป นอกจากนี้จะมีรถไฟที่เชื่อมไปยังนครพนม ต่อไปยังบึงกาฬ เชื่อมไปสู่ สปป.ลาวได้อีกด้วย

ต่อยอดระบบราง-อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ การพัฒนาด้านระบบรางจะสนับสนุนการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในจังหวัด เพราะระบบรางจะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าจากอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งเมื่อการดำเนินโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดขอนแก่นเสร็จสิ้นทุกโครงการทั้งทางบก มอเตอร์เวย์จากนครราชสีมา รางรถไฟทางคู่ และทางอากาศการขยายท่าอากาศยานจังหวัดขอนแก่น รวมถึงท่าเรือบก จะทำให้ขอนแก่นมีศักยภาพสูงขึ้นอย่างรอบด้าน สังเกตได้จากการจัดตั้งสถานกงสุลทั้งจีน สปป.ลาว และเวียดนาม ในจังหวัด ซึ่งแสดงถึงการเตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ที่มองเห็นศักยภาพของขอนแก่น

ปัจจุบันขอนแก่นยังไม่มีนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่พอจะพยุง GDP ของจังหวัดได้ แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูง หากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีการจัดทำท่าเรือบกเสร็จสิ้น มีหลายบริษัทแสดงความสนใจถึงทิศทางการลงทุนในขอนแก่น เพราะการใช้ระบบรางในการขนส่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ จะประหยัดกว่าการขนส่งทางถนน ทั้งยังสามารถทำการค้ากับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้

“ขอนแก่นโชคดีที่ยังไม่มีอุตสาหกรรมหนักมาลงทุน ทำให้พูดคุยกันได้ว่าจะวางทิศทางจังหวัดในอนาคตอย่างไร ไม่ให้เป็นการลงทุนทำลายทรัพยากรในพื้นที่แล้วไม่ตอบแทนแก่พื้นที่และประชาชนในพื้นที่เลย เพราะหาก GDP สูงแต่เกิดมลพิษ มีแต่ความเสื่อมโทรม จะไม่มีประโยชน์อันใดเกิดกับจังหวัดเลย”

https://www.prachachat.net/local-economy/news-361323
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #16 ·
อธิบดีกรมธนารักษ์มีมติแต่งตั้งคกก.พิจารณาศูนย์ข้าวเป็นสถานีรถ LRT

22 ส.ค. 2562

อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมคณะมีมติแต่งตั้ง คกก.พิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ให้เสร็จภายใน 1 เดือน พัฒนาเป็นพื้นที่ TOD สถานีรถไฟฟ้ารางเบา LRT ขอนแก่น

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 กรมธนารักษ์ ซอยอารีสัมพันธ์ พญาไท กรุงเทพมหานคร นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายทองปักษ์ ไทธานี ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์สำนักงานจังหวัดขอนแก่น นายยุทธภูมิ เย็นสบาย รองนายกเทศมนตรีตำบลสำราญ นางกฤษณา แสนสอาด รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักการช่างเทศบาลนครขอนแก่น และน.ส.ฐิติรัตน์ ศิริชานนท์ นิติการ เทศบาลนครขอนแก่น พลตรีชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมพิจารณาการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุเพื่อดำเนินโครงการ Smart City (สมาร์ทซิตี้) ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนระบบรางเบาสายเหนือใต้ ต้นแบบในภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น

โดยมี นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธาน น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองธิบดีกรมการข้าว และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อพิจารณา โครงการ Smart City ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ระบบรางเบาสายเหนือ- ใต้ ต้นแบบในเมืองภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ จัดตั้งบริษัทจำกัด ในนามบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็มจำกัด (KKTS) เพื่อดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชน ก่อสร้างระบบรางเบาสายเหนือ-ใต้ เพื่อให้การดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้กรมธนารักษ์ ร่วมกับกรมการข้าว ได้พิจารณาขอใช้พื้นที่บริเวณที่ตั้งศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดขอนแก่น ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันใช้ประโยชน์ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการโครงการดังกล่าว

โดยอธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมผู้เข้าร่วมประชุม มีมติแนวทางร่วมกันในการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน คือแต่งตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ตลอดจนนักวิชาการในการทำงานร่วมกัน โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานไม่เกิน1 เดือน โดยท่านอธิบดีกรมธนารักษ์เป็นประธาน และมีตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมการข้าว รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นายกเทศมนตรีเมืองศิลา นายกเทศมนตรีตำบลท่าพระ นายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า นายกเทศมนตรีตำบลสำราญ อธิการบดี/รองอธิการบดีวิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการ ในการพิจารณาการขอใช้พื้นที่บริเวณที่ตั้งศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดขอนแก่น ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการ ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนตุลาคมนี้ รู้ผล

ทั้งนี้นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้กล่าวขอบคุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมการข้าว และทุกหน่วยงาน ที่ช่วยกันจะผลักดัน โครงการนี้ให้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้มี 10 กว่าจังหวัด ประเทศไทย ที่รอรูปแบบของจังหวัดขอนแก่น ที่น่าชื่นชมก็คือภายใต้นโยบายใหม่ของรัฐบาลที่กำลังผลักดัน กำลังก่อเกิด รูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย มีรูปแบบการพัฒนา สุดท้ายสามารถไปตอบโจทย์ประเทศได้ว่า ถ้าใช้รูปแบบ แบบนี้การแก้ปัญหาเรื่องความยากจน การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาส สร้างอาชีพ การกระจายรายได้ ก็จะเกิดได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นก็สนับสนุนแนวคิดท่านอธิบดีกรมธนารักษ์ และรองอธิบดีกรมการข้าว ที่ให้ความกรุณาในการร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงานอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่รอคอยมานาน ถ้าได้ข้อยุติว่าเห็นชอบทุกฝ่าย อย่างน้อยที่สุดนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จะได้ตอบโจทย์กับประชาชน ตอบโจทย์กับรัฐบาลว่าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา LRT ขอนแก่นจะเดินหน้าได้หรือไม่ ..นายกเทศมนตรีกล่าว

http://www.kkmuni.go.th/2017/articl...ติแต่งตั้งคกก.พิจารณาศูนย์ข้าวเป็นสถานีรถ-LRT

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #17 ·
COLA KKU ร่วมร่าง MOU หาพื้นที่เพื่อทดแทนศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นเดินหน้า LRT

วันพุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมเสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ดร.พัฒนพงศ์ โตภาคงาม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ตัวแทนจากวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วย ดร.กฤษวรุณ ไชยนิจ ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นางกฤษณา แสนสอาด รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักการช่าง น.ส.ฐิติรัตน์ ศิริชานนท์ นิติกรชำนาญการพิเศษ

ร่วมประชุมพิจารณาการหาพื้นที่ทดแทนศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นเพื่อดำเนินโครงการ Smart City (สมาร์ทซิตี้) ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) โดยมี นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธาน นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีด้านที่ราชพัสดุ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายธำรง ทองตัน ผู้อำนวยการกองบริหารที่ราชพัสดุภูมิภาค นายอิชวุฒิ ฤทธาภัย ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น พลตรีชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) นายสมหมาย เลิศนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น ตัวแทนจากกรมที่ดิน และตัวแทนจาก 5 เทศบาล ร่วมประชุมครั้งนี้

ซึ่งการประชุมมีมติว่า เห็นควรให้มีการลงนามความร่วมมือพร้อมรายละเอียดประกอบ โดยจะนำร่างบันทึกความร่วมมือของแต่ละฝ่ายเพื่อพิจารณาร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วย กรมธนารักษ์ กรมการข้าว จังหวัดขอนแก่น และ 5 เทศบาล (เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลท่าพระ และเทศบาลตำบลสำราญ )

หากทุกฝ่ายเห็นชอบ จะดำเนินการลงนามความร่วมมือกัน (MOU) ผลักดันโครงการ Smart City (สมาร์ทซิตี้) ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ต่อไป

https://www.kku.ac.th/news/v.php?q=0017523&l=th
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #18 ·
5 เทศบาลร่วมกับ KKTS พิจารณาร่าง MOU พท.ทดแทนศูนย์วิจัยข้าวฯ

วันพุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมอุดรตันติสุนทร วิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วย ดร.กฤษวรุณ ไชยนิจ ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักการช่าง น.ส.ฐิติรัตน์ ศิริชานนท์ นิติกรชำนาญการพิเศษ ร่วมประชุมพิจารณาร่างบันทึกความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย คือ กรมธนารักษ์ กรมการข้าวกระทรวงกระเกษตร และ 5 เทศบาลขอนแก่น โดยมีจังหวัดขอนแก่น เป็นหน่วยงานให้คำแนะนำ และพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนการหาพื้นที่ทดแทนศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น เพื่อเดินหน้าโครงการ Smart City (สมาร์ทซิตี้) ระยะที่ 1 ก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ)

ซึ่งมีผู้บริหาร อีก 4 เทศบาล ซึ่งประกอบด้วย เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลท่าพระ และเทศบาลตำบลสำราญ และพลตรีชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) ร่วมกันพิจารณาร่างบันทึกความร่วมมือ ซึ่งทั้ง 5 เทศบาล มีมติเห็นชอบ และจะได้นำส่งร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย นี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

http://www.kkmuni.go.th/2017/articl...-KKTS-พิจารณาร่าง-MOU-พท.ทดแทนศูนย์วิจัยข้าวฯ
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #19 ·
ทั้งนี้สำหรับโครงการรถไฟไทย-จีน เฟสที่ 2 (ช่วงนครราชสีมา- หนองคาย) ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดงานโยธา คาดว่าการประมูลทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปีนี้ และสามารถเปิดใช้เส้นทางเฟสแรกได้ภายในปี 2566

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3507 ระหว่างวันที่ 22 - 25 กันยายน 2562

https://www.thansettakij.com/content/410232

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #20 ·
สนข.ระดมกึ๋นเมืองต้นแบบ TOD ขอนแก่นหนุนสู่มหานครน่าอยู่

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

นายเริงศักดิ์ ทองสม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวในงานสัมมนาเพื่อประเมินความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) ในพื้นที่เมืองต้นแบบจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1 ตามโครงการศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง “TOD คมนาคม สร้างเมือง เมืองสร้างสุข สุขสร้างได้”สำหรับจังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา TOD เนื่องจากมีศักยภาพหลายด้าน เช่น การเป็นศูนย์กลางหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแผนการพัฒนาต่างๆ ทั้งในระดับชาติจนถึงระดับนานาชาติ ตำแหน่งที่ตั้งมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคอีสาน อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (EWEC) และระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ - ใต้ (NSEC) การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่มีความหลากหลาย มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคและการสื่อสาร ประกอบกับสถานีรถไฟขอนแก่นตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกต่อการคมนาคมขนส่ง นอกจากนั้น ยังมีโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายขอนแก่น (บ้านไผ่) - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น
และภาคประชาสังคมมีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง


ทั้งนี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีรถไฟจังหวัดขอนแก่นตามแนวคิดของ TOD แบ่งออกเป็น 7 โซน ซึ่งจะช่วยยกระดับและเสริมสร้างศัยกภาพขอนแก่นแบบครบวงจร ทั้งการเป็นศูนย์กลางการค้า การบริการ พาณิชยกรรม และการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่การเป็น Smart City และ MICE City


นายเริงศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ TOD ขอนแก่น คือ ภาครัฐต้องกำหนดกรอบนโยบายการลงทุน รูปแบบการพัฒนา และข้อกฎหมายที่สนับสนุนให้มีความชัดเจน การมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบ มีช่องทางในการสร้างรายได้จากการพัฒนาพื้นที่ตลอดจนทุกภาคส่วนมีเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านต่างๆ ของโครงการ และมีรูปแบบการลงทุนที่มีความเป็นธรรม สอดคล้องกับลักษณะการพัฒนา TOD ในพื้นที่ และที่สำคัญคือต้องอาศัย
การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ สนข. ได้เปิดเวทีการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนในลักษณะเดียวกันนี้ ในเมืองต้นแบบ 3 จังหวัด โดยจังหวัดขอนแก่นกำหนดจัดงานวันที่ 29 ตุลาคม 2562 และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandtod.com

https://www.banmuang.co.th/news/economy/168104
 
1 - 20 of 31 Posts
Top