SkyscraperCity banner

1401 - 1420 of 1457 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รื้อแผนพัฒนาที่มักกะสัน

Thursday, January 12, 2017

รฟท.เตรียมปัดฝุ่น ผลการศึกษาใช้ที่ดินมักกะสันปี 53 มาใช้ หลัง คนร.ตีกลับ พร้อมรายงาน รมช.คมนาคม เพื่อเห็นชอบตามแผน

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยจากกรณีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ตีกลับแผนพัฒนาพื้นที่มักกะสันว่า การรถไฟฯ จะมีการนำเอาผลการศึกษาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของปี 2553 มาทบทวนเพื่อให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้แนวทางการดำเนินงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

"จะมีการทบทวนการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณพื้นที่มักกะสัน ว่ามีรายได้เข้ามาช่วยให้กับการรถไฟฯ มากน้อยแค่ไหน เมื่อแผนเสร็จแล้วจะนำเสนอ นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม พิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบคาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 3-4 เดือน" แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่การรถไฟฯ ต้องการพัฒนาที่มักกะสันเอง เพราะว่าที่ผ่านมาได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไว้แล้ว สามารถเดินหน้าได้เลย ไม่ต้องทำการศึกษาใหม่ แต่หากให้กรมธนารักษ์ทำ ก็ต้องศึกษาใหม่ นอกจากนี้แม้ว่าจะโอนที่ดินให้คลังแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถลดหนี้ได้ทันที ต้องมีกระบวนการให้มีการลดหนี้ โดยคลังอาจจะต้องออกเป็นพันธบัตร ซึ่งจะมีผลต่อหนี้สาธารณะอีก.

http://www.thaipost.net/?q=รื้อแผนพัฒนาที่มักกะสัน
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
โปรเจ็กต์ยักษ์‘มักกะสัน’ จับตาร.ฟ.ท.รักษาผลประโยชน์ตัวเอง?

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 16 January 2560

จัดได้ว่าเป็นที่ดินอีกหนึ่งทำเลทองของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยมีความพยายามจะนำไปพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เบื้องต้นพบว่ามีการศึกษาความเหมาะสม การศึกษาออกแบบรายละเอียดตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้หรือแม้กระทั่งการศึกษาความคุ้มค่าด้านการลงทุนครั้งแล้วครั้งเล่า หมดงบประมาณเพื่อทบทวนผลการศึกษาไปจำนวนไม่น้อย แต่ก็ยังเสนอรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการไม่สำเร็จสักที

ช่วงที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ทำหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ก็ได้เสนอให้ย้ายโรงงานไปอยู่แก่งคอยในรูปแบบ “ชุมชนคนรถไฟ” ตามผลการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยเสนอรัฐบาลคิดค่ารื้อย้ายเป็นเงินไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขเอาไว้ในรายละเอียดร่างเอกสารเอกสารประกวดราคาและให้เอกชนผู้ลงทุนพัฒนามักกะสันนั่นแหละรับไปดำเนินการ

ต่อมาในยุคพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงการคลังเช่าบริหารที่ดินระยะ 50 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีก 50 ปี รวมเป็น 100 ปีเพื่อนำรายได้ไปหักลบกลบหนี้ของ ร.ฟ.ท.ที่มีอยู่ขณะนั้นราว 1 แสนล้านบาท โดยมอบหมายให้กรมธนารักษ์เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ รูปแบบเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนแต่ก็เจอปมปัญหาความไม่ชัดเจนเรื่องการนำที่ดินที่ได้จากการเวนคืนไปพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์ผิดกฏหมายหรือไม่ ส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปอีกครั้ง

ล่าสุดได้มีความพยายามนำที่ดินแปลงทำเลทองไปพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์ในชยุคคสช.นี้โดยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติให้ร.ฟ.ท.เร่งโอนที่ดินมักกะสันไปให้กระทรวงการคลัง เพื่อเปิดทางให้กรมธนารักษ์รับไปบริหารจัดการพัฒนาโครงการตามวัตถุประสงค์ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ง่ายๆเนื่องจากร.ฟ.ท.ยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาว่าร.ฟ.ท.มีอำนาจหน้าที่บริหารพื้นที่ดังกล่าวและสามารถนำไปพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ จนความพยายามดังกล่าวมาสำเร็จในยุคนี้

คนร.ชี้ ร.ฟ.ท. เป็นเจ้าภาพ

โดยในครั้งนี้นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) ครั้งล่าสุดว่ามีแนวโน้มให้ร.ฟ.ท. ได้รับหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่ต้องโอนมอบพื้นที่ให้กระทรวงการคลัง แต่มีเงื่อนไขว่าร.ฟ.ท. จะต้องเสนอแผนดำเนินการให้กระทรวงการคลังพิจารณาเพื่อให้เห็นแนวทางความเป็นไปได้ว่าจะสามารถหารายได้จากการพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวมาชดเชยหรือจ่ายภาระหนี้ราว 1 แสนล้านบาท ห้หมดหรือลดน้อยลงไปได้อย่างไร

ปัจจุบันที่ดินมักกะสันมีทั้งหมด 745 ไร่ แต่เหลือพื้นที่ที่สามารถนำไปพัฒนาได้ราว 497 ไร่เท่านั้นเนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นบึงน้ำมักกะสันราว 133 ไร่ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ถนนโลคัลโรดเลียบทางรถไฟ ถนนนิคมการรถไฟ 39 ไร่ ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ 27.5 ไร่ และทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ 47 ไร่

แม้ ร.ฟ.ท.เจ้าของที่ดินมีแนวโน้มจะได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพบริหารจัดการ ก็ต้องลุ้นเนื้อในแผนพัฒนามักกะสัน โปรเจ็กต์ระดับแสนล้านบาท เพราะเพียงแค่มูลค่าที่ดินกว่า 6-7 หมื่นล้านบาทแล้ว จะประกอบด้วยอะไรบ้าง ในการสร้างสรรค์ทำเลทองให้เป็นทำเลแพลทินัม กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของการลงทุน

ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายของการรถไฟฯ เนื่องจากมีบางฝ่ายแคลงใจในฝีมือบริหารจัดการของ ร.ฟ.ท. ว่าจะสามารถทำได้ดีหรือไม่ จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตหลายประการจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือแม้กระทั่งคนในกระทรวงคมนาคมเองก็ตาม

ตามแผน ร.ฟ.ท.จะเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนและเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการ ซึ่งนางสิริมา หิรัญเจริญเวช รองผู้ว่าการกลุ่มการบริหารทรัพย์สิน ร.ฟ.ท. ยืนยันว่าพร้อมรับหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวนี้เองตามขั้นตอนการที่จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนในกิจการของรัฐปี พ.ศ.2556

โดยเบื้องต้นนั้นได้นำเสนอแผนให้สคร.และคนร.พิจารณาไปรอบหนึ่งแล้วพร้อมมั่นใจว่าระยะเวลา 30 ปีแรกจะสร้างรายได้จำนวนเท่าไหร่ ระยะเวลา 60 ปีและ 99 ปีจะสร้างรายได้เท่าไหร่ ซึ่งตามกรอบวงเงินที่กรมธนารักษ์เสนอจ่ายให้ร.ฟ.ท. ราว 6.3 หมื่นล้านบาทนั้นนางสิริมายืนยันว่าตามแผนของร.ฟ.ท.ที่นำเสนอไปยังจะทำรายได้สูงกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท

สัญญา30ปีแรกต่อได้อีก50 ปี

นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.ยังจะได้กำหนดสัญญาไว้หลายปีโดยแบ่งเป็น 30 ปีแรก 50 ปีต่อไปโดยจะมีการพิจารณาภายหลังการครบกำหนดสัญญาในแต่ละปีที่สิ้นสุดให้สอดคล้องกับปัจจุบันอีกครั้ง อีกทั้งยังย้ำชัดเจนว่าจะอ้างอิงตามผลการศึกษาเดิมของ ร.ฟ.ท. และยังจะให้มีการปรับผลการศึกษาให้สอดคล้องกับปัจจุบันเมื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติดำเนินการต่อไป

ดังนั้นแผนการพัฒนาเชิงพาณิชย์บนทำเลทองใจกลางเมืองอย่างมักกะสันจะสามารถทำได้สำเร็จในยุคคสช.บริหารประเทศได้หรือไม่ คงต้องติดตามความคืบหน้ากันอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ยืดเยื้อมานาน มีการอ้างถึงผลประโยชน์ของแต่ละหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท.ยังออกมาปกป้องว่าเป็นที่ดินที่น่าจะมีการประเมินมูลค่าได้มากกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท

ท้ายที่สุดนั้นใน1-2 ปีนี้คงจะมีคำตอบให้หลายคนหายสงสัยว่า ร.ฟ.ท. จะบริหารจัดการอย่างไร ทำได้สำเร็จหรือไม่ เพื่อปกป้องประโยชน์ของการรถไฟฯเอาไว้ให้ได้นานเท่านาน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,227 วันที่ 15 – 18 มกราคม 2560

http://www.thansettakij.com/2017/01/16/124806
 

·
Detective
Joined
·
9,393 Posts
บังเอิญเจอครับ เป็นแบบเก่าจากปี2013ที่จ้างเค้าออกแบบ









http://www.audax.com.sg/index.php/portfolio-item/makkasan-city/

มักกะสันผ่านมา 10 กว่าปีก็ยังเหมือนเดิน
 

·
Registered
Joined
·
551 Posts
"MAKKASAN COMPLEX"-New Bangkok downtown??

สวยเลย แต่คงยากที่จะเป็นไปได้ เเทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
 

·
Registered
Joined
·
2,324 Posts
อย่างน้อยถ้ามันได้ทำ คงไม่ใช่อะไรที่ง่อยๆแน่นอน รูปด้านบนสวยมากครับ อลังการ อยากได้เมืองที่เป็นแบบ symmestry
 

·
Registered
Joined
·
1,202 Posts
ชอบแนวคิดจังครับ ต้องชื่นชมทีมออกแบบเลย แต่ส่วนตัวอยากให้ถนนอยู่ข้างล่างรถรางอยู่ข้างบนมากกว่า ให้คนเดินข้างบนเป็นหลัก จะข้ามถนนก็ง่ายระวังแค่รถรางอย่างเดียว ระหว่างเดินก็วินโดว์ช็อปปิ้งไปได้ ร้านริมถนนก็ happy ส่วนรถที่วิ่งข้างล่างถ้าจะหาที่จอดก็เลี้ยวไปวนหาด้านข้างได้เลยไม่ต้องขับขึ้นขับลงอีก แถมข้างบนก็ไม่ต้องเผื่อที่ไว้ให้ถนนมากด้วยเอาแค่พอให้รถรางผ่านได้+ทางเดินกว้างๆ+ลานกิจกรรมนิดหน่อยก็พอ ทีนี้ก็จะมีพื้นที่ด้านบนเอามาพัฒนาได้มากขึ้นไปอีกครับ

แต่บางทีทีมออกแบบอาจจะมีเหตุผลที่จัดชั้นไว้อย่างนี้ที่ดีกว่าผมก็ได้นะครับ เอาจริงๆแค่ได้ตามรูปก็เกินที่คาดหวังไปไกลแล้วครับ แค่ให้มันได้ทำอะไรซักทีกับพื้นที่ตรงนั้นก็ดีใจแล้ว
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
'รฟท.'ตั้งบริษัทดูแลที่ดิน 5ปีแรกจ้างเอกชนบริหาร

Monday, January 30, 2017

รฟท. จ่อตั้งบริษัทลูกบริหารที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ 3.9 หมื่นไร่ แจงถือหุ้นเองเต็ม 100% เล็งจ้างเอกชนบริหารก่อน 5 ปี

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะทำงานกำกับติดตามการพัฒนาที่ดินไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถ (Non-Core) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ทาง รฟท.มีแผนงานที่จะบริหารจัดการปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะตั้งบริษัทลูก มาบริหารที่ดินที่ไม่ได้ใช้เดินรถและไม่เกิดประโยชน์ ทั้งหมด 3.9 หมื่นไร่ ซึ่ง รฟท.จะถือหุ้นทั้งหมด 100%

ทั้งนี้ รฟท.จะต้องจ้างเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ มาบริหารงานไปก่อนในช่วงแรกราว 5 ปี ซึ่งจะมีหน้าที่ทำงานแทน รฟท. และวางแผนในระยะแรก ทั้งการวางระบบราง จัดทำร่างสัญญา TOR, คัดเลือกผู้เช่า และเมื่อบริหารจนจบตามสัญญา 5 ปี หลังจากนั้นจะให้บริษัทลูกที่จะจัดตั้งขึ้นมาบริหารงานต่อไป เพื่อให้บริษัทลูกมีการเรียนรู้งานจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำให้การบริหารงานไม่เกิดความผิดพลาด

สำหรับแผนการทำงานโรดแมป และแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รวมถึงตัวชี้วัดการทำงาน (KPI) ทาง รฟท. ได้เสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาแล้ว โดยที่ดินทั้ง 3.9 หมื่นไร่ จะถูกแบ่งเป็น 3 แผนงาน คือ 1.ที่ดินไม่ได้จัดทำสัญญาทั้งแปลงใหญ่และแปลงเล็ก 2.ที่ดินมีสัญญาเช่า แต่มีปัญหาทั้งสัญญาเช่าหมดอายุ ระบบบัญชีไม่มีความสมบูรณ์ และ 3.การพัฒนาระบบใหม่โดยใช้ไอทีในการดำเนินงาน เช่น การจัดเก็บค่าเช่า ทดแทนเจ้าหน้าที่ในการเก็บ ลดทุจริตและข้อผิดพลาด

นอกจากนี้ยังเร่งให้ รฟท. ทำแผนงานการบริหารที่ดินย่านมักกะสันให้เสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้ เพื่อเสนอที่ประชุม คนร.พิจารณาในเดือน มี.ค.2560 โดยในแผนงานจะต้องมีทั้งแนวทางการหาผู้เช่า ทิศทางการเงินโดยเฉพาะรายได้ที่ได้จากการบริหาร ต้องส่งให้กระทรวงการคลังทั้งหมดเพื่อชำระหนี้ และต้องศึกษาพื้นที่ทั้ง 497 ไร่ ว่าเหลือจำนวนแปลงเปล่าที่บริหารจริงเท่าไร เพราะบางส่วนจะต้องถูกทำเป็นพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ขณะที่โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง รังสิต-บางซื่อ และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่ รฟท.มีความต้องการจะนำไปบริหารและเดินรถเองทั้งหมด ก็ต้องเสนอแผนมาให้ คนร.พิจารณาเช่นเดียวกัน.

http://www.thaipost.net/?q=รฟทตั้งบริษัทดูแลที่ดิน-5ปีแรกจ้างเอกชนบริหาร
 

·
泰国
Joined
·
1,589 Posts
ข่าวของรฟท จ่อ เล็ง ล้ม โครงการที่ผ่านมาได้ถือว่าโชคดี
หัวรถจักรก็เงียบ
ขบวนใหม่แอร์พอร์ตลิ้งก็หายไปเลย
ติดPSDแอร์พอ์ตลิ้ง
สายสีแดงส่วนต่อขยายก็ช้า
แผนพัฒนาบางซื่อหลายปีผ่านไปก็เหมือนเดิม
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
จ้าง 100 ล.ควบ 2 รถไฟฟ้า

ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ EEC วันที่ 5 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา อนุมัติกรอบวงเงิน 100 ล้านบาทให้ ร.ฟ.ท.จ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมรวมโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง 193 กม. เงินลงทุน 152,528 ล้านบาท กับแอร์พอร์ตลิงก์ส่วนต่อขยายพญาไท-ดอนเมือง 20.7 กม เงินลงทุน 31,149 ล้านบาท ให้เชื่อมสนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อในเวลา 1 ชั่วโมง โดยผู้เดินรถรายเดียว

พร้อมศึกษาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีมักกะสัน 497 ไร่ ให้เป็นชุมทางรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงรูปแบบ PPP จะให้เอกชนลงทุนโครงการ จะได้บริษัทที่ปรึกษาใน 1 เดือน จากนั้นศึกษาอีก 9 เดือน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนทั้งก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่สถานี คาดว่าใช้เงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1492349005
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รุกคืบเชิงพาณิชย์มักกะสัน

ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้หารือกับรองอธิบดีกรมเมือง กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ช่วยศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีกลางบางซื่อ ทราบว่าจะแล้วเสร็จเดือน ส.ค. 2561 และศึกษาความเหมาะสมของสถานีแปลงใหญ่ที่เป็นที่ดินของ ร.ฟ.ท. 3 แปลง คือ มักกะสัน 497 ไร่ ย่าน กม.11 พื้นที่ 359 ไร่ และสถานีแม่น้ำ 277 ไร่ จะแล้วเสร็จมี.ค. 2561

"เท่าที่หารือกัน ญี่ปุ่นแสดงความสนใจลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์สถานีมักกะสัน รองรับรถไฟความเร็วสูง และเป็นชุมทางเชื่อม 3 สนามบิน และศูนย์กลางการเชื่อมโยงพื้นที่กรุงเทพฯกับอีอีซี"

12 มิ.ย. 2560 http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1497207640
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
"พิชิต"บี้รถไฟเปิดประมูลที่ดิน 3 แปลงใหญ่

updated: 04 ก.ค. 2560 เวลา 09:30:31 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รถไฟรับลูก "พิชิต" ตั้งบริษัทลูกบริหารที่ดินทั่วประเทศ 2.3 แสนไร่ เร่งเปิดประมูล 3 แปลงใหญ่ใจกลางเมือง "มักกะสัน-แม่น้ำ-ย่าน กม.11" ดึงเอกชนร่วม PPP เช่ายาว 30-50 ปี สร้างรายได้เพิ่มปีละ 1 หมื่นล้าน ล้างขาดทุน ด้านไจก้าสนใจลุยมิกซ์ยูสสถานีไฮสปีดเทรนหนุนฮับอีอีซี

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมาคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุมัติให้ ร.ฟ.ท.จัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ จำกัด โดย ร.ฟ.ท.ถือหุ้น 100% เป็นบริษัทลูกของ ร.ฟ.ท.มาบริหารที่ดินทั่วประเทศมีอยู่กว่า 2.3 แสนไร่ รวมถึงที่ดิน 3 แปลงใหญ่ใจกลางเมือง อย่างมักกะสัน 497 ไร่ สถานีแม่น้ำ 277 ไร่และย่าน กม.11 เนื้อที่ 359 ไร่ เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม จากปัจจุบันมีรายได้จากการจัดหาประโยชน์ที่ดิน 3 พันล้านบาท/ปีเป็น 1 หมื่นล้านบาท/ปี ล้างขาดทุนสะสมมีอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท

"เป็นการปฏิรูปทรัพย์สินของรถไฟใหม่ทั้งค่าเช่าสัญญามีอยู่ 1.4 หมื่นสัญญาและนำมาจัดประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบริษัทที่จัดตั้งจะทำงานเหมือนเอกชน จะคัดเลือกผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้มาบริหารจัดการ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งรถไฟมีที่ดินทั่วประเทศอยู่มากกว่า 2.3 แสนไร่ ซึ่งมีที่ดินไม่ใช่การเดินรถมีอยู่ 39,428.97 ไร่ ในใจกลางเมืองและตลอดแนวเส้นทางรถไฟ ปัจจุบันและทางคู่ในอนาคต เร่งสร้างรายได้โดยเร็ว"

สำหรับพื้นที่แปลงใหญ่จะเปิดให้เอกชนร่วมทุนรูปแบบ PPP มีจำนวน 11 แปลง ได้แก่ พื้นที่บางซื่อ (ย่านพหลโยธิน) จำนวน 2,325 ไร่, กม.11 จำนวน 359 ไร่, สถานีแม่น้ำ 277 ไร่, ขอนแก่น 56 ไร่, เชียงใหม่ 60 ไร่, สถานีหลักสี่ 7 ไร่ และศาลายา 16 ไร่ จะเร่งสถานีบางซื่อแปลง A จำนวน 35 ไร่มาพัฒนาก่อน ตอนนี้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)เพื่อเสนอคณะกรรมการ PPP เปิดประมูล

"ที่ดินมักกะสัน รถไฟจะนำมาพัฒนาเอง ทางญี่ปุ่นโดยไจก้าหรือองค์การเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นสนใจจะพัฒนาลงทุนโครงการรับกับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองซึ่งทางคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีก็อยากจะให้เร่งพัฒนาเพื่อเป็นฮับอีอีซียังไม่ชัดเจนจะนำไปรวมไว้กับสัมปทานลงทุนรถไฟความเร็วสูงหรือแยกประมูลจากเดิมอีอีซีมีข้อเสนอให้รวมไว้"

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวว่า สำหรับสถานีแม่น้ำหลังทบทวนผลศึกษาใหม่ มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 13,317.24 ล้านบาท ส่วนมูลค่าก่อสร้างโครงการและสาธารณูปโภคอยู่ที่ 88,780 ล้านบาท จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนสัมปทาน 30 ปี

แบ่งการพัฒนา 5 พื้นที่ "โซน 1" 77.13 ไร่ เป็น Gateway Commercial Park พัฒนาพื้นที่รูปแบบมิกซ์ยูส มีพาณิชยกรรม ที่พักอาศัย และบริการ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และอาคารพักอาศัยรวม "โซน 2" จะเป็นรูปแบบ Iconic Marina พื้นที่ 44 ไร่ สร้างอาคารสูงขนาดใหญ่ติดแม่น้ำ และเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯประกอบด้วย โรงแรมระดับ 6 ดาว สำนักงาน ศูนย์ประชุม ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า พาณิชยกรรม การแสดงสินค้า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และท่าเทียบเรือสำราญขนาดกลาง

"โซน 3" เป็นรูปแบบ Cultural Promenade พื้นที่ 78.25 ไร่ ขนาดที่ดินติดแม่น้ำเจ้าพระยา 900 เมตร อยู่ฝั่งตรงข้ามบางกระเจ้า การพัฒนาประกอบด้วย พาณิชยกรรมค้าปลีก ศูนย์กิจกรรมด้านบันเทิง การสร้างสรรค์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร อาคารสำนักงาน และสถานที่บริการ "โซน 4" รูปแบบที่อยู่อาศัยริมน้ำ พื้นที่ 55.63 ไร่ อยู่ใจกลางโครงการ การพัฒนาประกอบด้วยคอนโดมิเนียม อาคารพักอาศัย

และ "โซน 5" พื้นที่ 22.5 ไร่ อยู่ริมคลองขุดด้านทิศเหนือ พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มชุมชนเดิม เป็นที่พักของพนักงาน บุคลากรของการรถไฟฯ เป็นย่านธุรกิจการค้าระดับชุมชน สินค้าหัตถกรรม สิ่งประดิษฐ์ ของขวัญของที่ระลึก ร้านอาหารตามแนวริมคลองขุด

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1499067596
 

·
Registered
Joined
·
32,858 Posts
ชงคนร. ตั้งบ.บริหารสินทรัพย์ปลายก.ย. ดันปี 61ประมูลทำเลทอง”บางซื่อ-มักกะสัน“
เผยแพร่: 31 ส.ค. 2560 18:16:00

"พิชิต"เร่งตั้งบ.ลูก บริหารสินทรัพย์ ชงคนร.ปลายก.ย.นี้ คาดเข้าครม.ได้ใน2เดือน แยกอำนาจบริหารออกจากรฟท. ปี61 ประมูลนำร่องบางซื่อ,มักกะสันได้ ขณะที่ พัฒนามักกะสัน 508.92 ไร่ มูลค่าเกือบแสนล. เผยนโยบายEEC ช่วยกระตุ้นประมูลโซนA แปลง1,2,3 กว่า 46 ไร่ได้ก่อน

วันที่ 31 ส.ค. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดการสัมมนาทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding ) โครงการทบทวนเพื่อศึกษาเพิ่มเติมผลการศึกษาความเหมาะสมด้านธุรกิจและการลงทุน โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณพื้นที่ย่านมักกะสัน การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่งว่าจ้างสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ศึกษา ซึ่งมีภาคเอกชน นักธุรกิจ นักลงทุน เข้าร่วมรับฟังความคืบหน้าและเสนอความเห็นในการพัฒนาพื้นที่จำนวนมาก

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า มักกะสันเป็นที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางเมือง หากสามารถออกแบบการพัฒนาที่เหมาะสม จะเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มของพื้นที่และทำให้ เปลี่ยนกทม. เป็นเมืองที่มีความทันสมัยระดับสากล ทั้งทางเศรษฐกิจ จะมีผลด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบ ธุรกิจเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนของรฟท.นั้น จะมีการจัดตั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ เป็นบริษัทลูกขึ้นมาบริหารที่ดิน แปลงใหญ่ ได้ภายใน2 เดือนนี้ ซึ่งจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ปลายเดือนก.ย.นี้ และคาดว่าภายใน1 เดือนต่อไป จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบได้
ทั้งนี้ รฟท.จะถือหุ้น100% ในบริษัท บริหารสินทรัพย์ แต่บริษัทลูกนี้จะแยกการบริหารจากรฟท. เพื่อให้มีความคล่องตัวในการจ้างบุคลากรทั้งหมด,ในการระดมทุนและมีระบบการบริหารที่เป็นธรรมาภิบาลเทียบเท่าบริษัทมหาชน ซึ่งจะเสนอครม.เพื่อขอยกเว้นระเบียบรถไฟในบางเรื่องโดยหลังครม.เห็นชอบบริษัท บริหารสินทรัพย์ จะเริ่มพัฒนาโครงการได้ โดยในปี 2561 คาดว่าจะเปิดประมูลพื้นที่บางซื่อและมักกะสัน ได้

ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น นายพิชิตกล่าวว่า จะเป็นคนละส่วนกับการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน ซึ่งคงไม่สามารถยกพื้นที่มักกะสันให้ผู้ที่จะมาลงทุนรถไฟความเร็วสูงได้แต่ทั้งนี้ อาจจะมีการเจรจาตามเงื่อนไขรูปแบบการพัฒนาร่วมกันได้ เช่น การแบ่งให้ลงทุนโดยคิดค่าใช้จ่ายต่ำ ส่วนการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน ขณะนี้ยังไม่สรุปต้องระบหังความเก็นจากผู้เกี่ยวข้อง นักลงทุน จากนั้นจะนำไปจัดทำทีโออาร์ และเสนอรัฐบาลขออนุมัติก่อน

"ไฮสปีดเชื่อม3 สนามบินจะเป็นตัวนำลูกค้าเข้ามักกะสัน ดังนั้นจะเป็นโครงการที่มาเสริม ขณะที่การพัฒนาที่ดินรถไฟมีหลายวิธีทั้งการให้เช่า/ร่วมทุนพัฒนา(PPP) หรือ จะพัฒนาเอง โดยใช้ทรัพย์ไปรถไฟระดมทุนมาลงทุน เป็นต้น"

สำหรับมักกะสันมีพื้นที่ทั้งสิ้น508.92 ไร่ เป็นพวงราง 30 ไร่ สวน 150 ไร่ และพื้นที่พาณิชย์ 314 ไร่ ซึ่งการศึกษาทบทวนแบ่งออกเป็น4โซน มูลค่าเกือบแสนล้านบาท ได้แก่ โซน A ขนาด139.82 ไร่ เป็นส่วนธุรกิจการค้า สถานีรถไฟความเร็วสูง โรงแรม ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า โซนB ขนาด 179.02 ไร่ เป็นธุรกิจสำนักงาน ธนาคาร โรงแรม โซนC ขนาด151.40 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข โรงเรียน โซนDขนาด 38.68 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์ รถไฟ

โดยแบ่งออกเป็น 17 แปลง ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลโซนA ในแปลง 1,2,3 ได้ก่อน เนื่องจากอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ และสอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาล และคณะกรรมการEEC ซึ่งเร่งรัดรถไฟฟ้าเชื่อม3 สนามบินโดยคาดว่าจะอนุมัติโครงการได้ในปี 2561 และเริ่มก่อสร้างได้ เพื่อเปิดใช้ในปี 2566


https://mgronline.com/business/detail/9600000089549
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
การรถไฟ เปิดแผนพัฒนาย่านมักกะสัน แบ่งย่อย 4 แปลง

วันที่ 31 สิงหาคม 2560 - 19:18 น.

นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภาหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) โครงการทบทวนเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ผลการศึกษาความเหมาะสมด้านธุรกิจและการลงทุน โครงการพัฒนาบริเวณพื้นที่ย่านมักกะสันตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) พ.ศ.2556 ว่า ที่ดินมักกะสัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็น 1 ใน 4 แปลงใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมือง หากมีการพัฒนาตามเป้าหมายจะพลิกโฉมหน้าให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีความทันสมัย และเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ในระดับประเทศและอาเซียน เ

พราะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และรถไฟทางคู่ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่จะปฏิรูป รฟท. ให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง จากการนำทัรพย์สินที่ รฟท. มีอยู่กว่า 3 แสนล้านบาท ออกมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น

โดยขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินคาดว่าจะเสนอเรื่องให้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาในเดือนก.ย. และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในเดือนต.ค. นี้

นอกจากนี้ จะเสนอขอครม. ให้ยกเว้นระเบียบปฏิบัติ 2 เรื่อง เพื่อให้การทำหน้าที่บริหารงานมีความคล่องตัวเมือนกับ ปตท. หรือการบินไทย โดยจะขอ 1. ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบการจ้างบุคลากร ตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ เพื่อเปิดทางให้สามารถจ้างผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาเสริมการบริหารงาน และ 2. ขอให้รฟท. สามารถระดมทุนในโครงการต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เช่น ออกตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) รูปแบบต่างๆ เป็นต้น

“รฟท. กำลังเร่งตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ คาดว่าโดยปี 2561 จะเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ประมาณ 2 แปลง เริ่มสถานีกลางบางซื่อ แปลง A ก่อนจากนั้นจะเป็นพื้นที่พื้นที่มักกะสัน แต่สำหรับมักกะสัน ตอนนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะเปิดประมูลพื้นที่มักกะสันแปลงใด รูปแบบใด เพราะการพัฒนาพื้นที่มักกะสันเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและสามารถปรับเปลี่ยนได้อีก”นายพิชิตกล่าว


นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริการศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ว่าจ้างนิด้าเป็นที่ปรึกษาเพื่อทบทวนโครงการพัฒนาพื้นที่ย่านมักกะสันโดยการการศึกษาใหม่ยังอ้างอิงผลการศึกษาเดิมบางส่วน โดยแบ่งพื้นที่ขนาด508.92 ไร่ออกเป็น 4 โซนเท่าเดิม แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ของรัฐบาล

สำหรับผลการศึกษาใหม่เบื้องต้นมีการจัดแบ่งออกเป็น 4 โซน คือ โซน A ขนาด 139.82 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีมักกะสัน จะพัฒนาเป็นพื้นที่ธุรกิจการค้า ประกอบด้วย สถานีรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน โรงแรม ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์ประชุม-สัมมนา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารที่จอดรถ, โซน B ขนาด 179.02 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่โรงงานซ่อมบำรุงเก่า จะพัฒนาเป็นพื้นที่ธุรกิจสำนักงาน ประกอบด้วยมักกะสันทาวเวอร์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ อาคารสำนักงาน อุตสาหกรรมของรัฐ ธนาคาร โรงแรม

โซน C ขนาด 151.40 ไร่ ซึ่งเป็นบ้านพักพนักงานและโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร จะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและสาธารณะสุข ประกอบด้วยโรงพยาบาลระดับนานาชาติ โรงเรียนนานาชาติ เวิลด์คิทเช่นมาร์ท ศูนย์แสดงสินค้า เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และโซน D ขนาด 38.68 ไร่ ซึ่งเป็นอาคารเก่าโบราณ จะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์การรถไฟ ที่ทำการส่วนราชการ โรงแรม

“คาดว่า เฟสแรกจะเปิดประมูลพื้นที่โซน A และโซน C บางส่วน ก่อนเนื่องจากเป็นพื้นที่ว่างเปล่า จากนั้นจะทยอยเปิดประมูลแปลงอื่นๆ ตามมา ขณะเดียวกันจะขอให้นักลงทุนพัฒนาพื้นที่แปลง B และ C บางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียวด้วย”

https://www.khaosod.co.th/economics/news_493239
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
ดัน”มักกะสัน”จุดเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี-พัทยาเสริมโมโนเรล


วันที่ 5 กันยายน 2560 - 10:30 น.

ปรับแผนใหม่ - คมนาคมเตรียมเสนอบอร์ดอีอีซีขอให้เดินหน้ารถไฟเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ใช้สถานีมักกะสันหรือลาดกระบังเป็นจุดเชื่อมต่อ
หวั่นโครงการล่าช้า “อาคม” เสนอทางเลือกบอร์ดอีอีซี เดินหน้าลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ไม่ต้องเดินรถแบบไร้รอยต่อ ใช้สถานี “มักกะสัน-ลาดกระบัง” เป็นจุดต่อเชื่อม เทงบฯ 102 ล้านให้เทศบาลเมืองพัทยาศึกษาสร้างโมโนเรลเสริมแกร่งท่องเที่ยว แก้รถติด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการระบบการคมนาคมขนส่งจะลงทุนในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นอกจากอุโมงค์ทางลอดพัทยากลางแล้ว จะมีมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ที่สร้างคู่ขนานกับถนนสุขุมวิท รวมถึงยังมีโครงการบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่รัฐบาลกำหนดให้ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นพื้นที่พัฒนาโครงการ จะครอบคลุมถึงพื้นที่ อ.เมืองพัทยา ด้วย

“การพัฒนาอีอีซี นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรม การบิน ศูนย์ซ่อมอากาศยานแล้ว ยังมีเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยที่รัฐบาลต้องการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาค”


นายอาคมกล่าวว่า สำหรับโครงการที่จะเข้ามายังเมืองพัทยา มีรถไฟทางคู่สายตะวันออกฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทาง 193 กม. เงินลงทุนกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งทางคณะกรรมการอีอีซีมีนโยบายให้เป็นรถไฟความเร็วสูงเชื่อมการเดินทาง 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ รองรับนักท่องเที่ยวจากดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ที่ถูกยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ รองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคน 30 ล้านคน และ 60 ล้านคน ในอนาคต

“เมืองพัทยาเป็นจุดหนึ่งที่มีสถานีรถไฟความเร็วสูงจอดให้บริการ จะทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกรุงเทพฯที่ต้องการเดินทางไปฉะเชิงเทรา พัทยา ระยอง และจันทบุรี”

นายอาคมกล่าวว่า ล่าสุดได้หารือร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอีอีซี ถึงแนวทางการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลังจากมีนโยบายให้รวมโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ส่วนต่อขยาย พญาไท-สุวรรณภูมิ และรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง เป็นโครงการเดียวกัน เพื่อให้การเดินทางแบบไร้รอยต่อ โดยมีผู้เดินรถรายเดียว ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กำลังดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ทั้งเงินลงทุนและรูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมโครงการ ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากโครงการมีการออกแบบรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนการก่อสร้างไปยังสนามบินอู่ตะเภาและเชื่อมกับสนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องมีการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติม โดยเตรียมจะเสนอรายงานอีไอเอภายในเดือน ต.ค.นี้ อาจจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะได้รับการอนุมัติ ดังนั้นเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้เร็ว และไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม

ล่าสุดกระทรวงจะเสนอแนวคิดให้เร่งรัดก่อสร้างโครงการตามความพร้อมเป็นรายโครงการ คือ เริ่มจากแอร์พอร์ตลิงก์ส่วนต่อขยายก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติอีไอเอ เช่นเดียวกับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ที่รออีไอเอ หากผ่านก็ดำเนินการต่อไป ปัจจุบันเดินหน้าโครงการแบบคู่ขนาน โดยเสนอโครงการไปยังคณะกรรมการ PPP เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“จริง ๆ 3 สนามบินนั้น สนามบินที่จะต้องพึ่งกันคือ สุวรรณภูมิกับดอนเมือง เพราะมีการคอนเน็กต์ไฟล์กันอยู่ แต่ถ้าอู่ตะเภาพัฒนาเป็น 30 ล้านคน 60 ล้านคน ในอนาคตจะใหญ่กว่าดอนเมือง เพราะฉะนั้นอู่ตะเภาจะเป็นเรื่องของบินในประเทศและต่างประเทศ ฉะนั้นในเรื่องของการเชื่อมต่อตรงนี้ ไม่จำเป็นจะต้องเชื่อมแบบไร้รอยต่อ แต่ว่ามีการต่อเชื่อมกันที่สถานีใดสถานีหนึ่งก็อาจจะทำได้ ไม่ว่ามักกะสันหรือลาดกระบัง แล้วเชื่อมเข้าสุวรรณภูมิ กำลังหารือกับฝ่ายเลขานุการอีอีซี ส่วนเงินลงทุนก็เท่าเดิมถ้าทำตามแนวคิดนี้ ทั้ง 2 โครงการก็เกือบ 2 แสนล้านบาท”

ด้าน พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ได้งบประมาณปี 2560 จำนวน 102 ล้านบาท จากคณะกรรมการอีอีซี เพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการลงทุนระบบรถไฟรางเดี่ยวหรือโมโนเรลในเมืองพัทยา เพื่อแก้ปัญหารถติดและรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอีอีซีด้วย จะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี จากนั้นถึงจะสรุปรูปแบบ วงเงิน และการลงทุนโครงการได้

https://www.prachachat.net/property/news-33949
 

·
Registered
Joined
·
32,858 Posts
รื้อโมเดล “มักกะสัน” รับอีอีซี ดึงเอกชนผุดโปรเจ็กต์ครบวงจรแสน ล.
วันที่ 11 กันยายน 2560 - 20:52 น.



ที่ดิน “มักกะสัน” ทำเลทองของ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” ด้วยศักยภาพของพื้นที่ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินและแอร์พอร์ตลิงก์ อีกทั้งยังกำหนดให้เป็นเกตเวย์ “อีอีซี-ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก”

ทำให้เวลานี้ “มักกะสัน” มีพื้นที่รอพัฒนา 497 ไร่ กำลังเป็นที่จับจ้องตาเป็นมันของนักลงทุนไทย-เทศ

ล่าสุด ร.ฟ.ท.นำผลการศึกษาที่ศึกษาไว้เมื่อปี 2552 มาปัดฝุ่นใหม่ มี “นิด้า-สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์” ศึกษาวิเคราะห์ทบทวนโครงการใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และอีอีซี

ผศ.ดร.ประดิษฐ์ วิธิศุภกร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขันนิด้า ในฐานะผู้จัดการโครงการ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นำผลการศึกษาเดิมมาทบทวนแผนการใช้พื้นที่และปรับแบบสถาปัตยกรรมใหม่ให้ทันสมัย มีแนวคิดเป็นฮับโลจิสติกส์เชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป และการปรับบทบาทของสถานีมักกะสันให้เป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของอีอีซี โดยกำหนดให้สถานีมักกะสันเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง

สำหรับที่ดินมักกะสัน มีพื้นที่รวม 745 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์โรงงานมักกะสัน 324 ไร่ มีพื้นที่จะนำมาพัฒนา 4 โซน แบ่งเป็น “แปลง A” จำนวน 139.82 ไร่ เป็นส่วนธุรกิจการค้า เช่น City Air Terminal ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม-สัมมนา อาคารสำนักงาน และอาคารจอดรถ

“แปลง B” จำนวน 117.31ไร่ เป็นส่วนธุรกิจสำนักงาน เช่น มักกะสัน ทาวเวอร์ อาคารสำนักงาน ธนาคาร ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ อุตสาหกรรมของรัฐ และศูนย์แสดงสินค้า

“แปลง C” จำนวน 151.40 ไร่ ส่วนที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลระดับนานาชาติ (Exhibition Center) โรงเรียนนานาชาติ เวิลด์คัพคิทเช่นมาร์ท (ตลาดอาหารระดับโลก) ศูนย์แสดงสินค้าและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และ “แปลง D” จำนวน 88.58 ไร่ ส่วนพิพิธภัณฑ์ ร.ฟ.ท. ที่ทำการส่วนราชการ โรงแรม

“ที่ดินมักกะสัน ทางรัฐกำหนดให้มีสวนสาธารณะ 150 ไร่ ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ จากการศึกษาได้แบ่งที่ดินสำหรับพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ 160 ไร่ อยู่ทางทิศใต้บึงมักกะสัน ส่วนมูลค่าโครงการลดลงอยู่ที่กว่า 100,000 ล้านบาท เพราะพัฒนาไม่ได้เต็มที่จากการกันพื้นที่บางส่วนเป็นสวนสาธารณะ และโรงงานมักกะสัน หากมีการพัฒนาเต็มพื้นที่จะมีมูลค่าถึง 200,000 ล้านบาท แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมในการลงทุน ซึ่งแปลง A อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า จะเริ่มประมูลก่อนเป็นลำดับแรก ให้สอดคล้องตามไทม์ไลน์ของอีอีซี”

ทั้งนี้ วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา “ร.ฟ.ท.” เปิดทดสอบความสนใจจากนักพัฒนาที่ดิน มียักษ์ “อสังหาฯ-ค้าปลีก-โรงแรม-รับเหมา” ตบเท้าเข้าฟังพรึ่บ

ไม่ว่าเดอะมอลล์กรุ๊ป, เซ็นทรัลพัฒนา, ไทยน้ำทิพย์, อิตาเลียนไทย, สยามแม็คโคร, พฤกษา, ภิรัชบุรี โฮลดิ้งส์, ยูนิเวนเจอร์, สยามพิวรรธน์, ศุภาลัย, สิงห์ เอสเตท, เอไอเอ (ประเทศไทย)

เสียงสะท้อนจากเอกชนต่างมองไปทำนองเดียวกันว่า โครงการยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในเรื่องการลงทุน เช่น มูลค่าโครงการ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พร้อมรองรับการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นถนน รถไฟฟ้า เป็นต้น

“พิชิต อัคราทิตย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากเอกชนครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับ ร.ฟ.ท. ให้ทราบว่าลักษณะการออกแบบพื้นที่รูปแบบการใช้ประโยชน์ เช่น สวนสาธารณะ พื้นที่ธุรกิจ หรือแบบผสม ซึ่งการพัฒนาพื้นที่มักกะสันจะช่วยให้การรถไฟฯมีรายได้เข้ามาสนับสนุนรายได้ขององค์กรในอนาคต

“ยังเป็นเพียงตุ๊กตา อาจจะทำให้เปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาได้อีก หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว การรถไฟฯจะต้องไปทำทีโออาร์ให้เรียบร้อย และศึกษารูปแบบการร่วมทุน จากนั้นขออนุมัติบอร์ดและเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป”

“โครงการนี้จะบริหารจัดการโดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทลูกของการรถไฟฯ ปลายเดือน ก.ย.นี้จะเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. จากนั้นอีก 1 เดือนจะจัดตั้งได้ ทำให้ปีหน้าจะเห็นภาพพื้นที่บางซื่อ และมักกะสัน”

ขณะที่การลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กับการพัฒนาที่ดินมักกะสัน ซึ่งผลศึกษาออกมาเบื้องต้นใช้เงินลงทุนรวมกว่า 3 แสนล้านบาท อยู่ที่นโยบายรัฐบาลจะนำมารวมเป็นโครงการเดียวกันหรือไม่

ทั้งนี้ การเดินหน้าจะต้องให้ได้ผลประโยชน์ควบคู่กันไป ทั้งอินฟราสตรักเจอร์และการพัฒนาพื้นที่ อยู่ที่การเจรจากับเอกชนที่สนใจจะเข้ามาลงทุน เพราะรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะเปิดให้เอกชนลงทุน PPP ทั้งโครงการ และใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง

แต่จะยกที่ดิน “มักกะสัน” ให้เอกชนที่ประมูลรถไฟความเร็วสูงพัฒนา คิดว่าในทางกฎหมายอาจจะไม่สามารถทำได้


https://www.prachachat.net/property/news-37355
 
1401 - 1420 of 1457 Posts
Top