SkyscraperCity banner

1421 - 1440 of 1457 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
นายอานนท์ กล่าวต่อถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากบอร์ดรฟท. ขอให้รฟท. กลับไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยกับอัตราผลตอบแทนจากการพัฒนาที่ดินแปลงเอ บริเวณมักกะสัน ที่จะเปิดประมูลพ่วงไปกับรถไฟ 3 สนามบิน โดยบอร์ดมองว่ารฟท. น่าจะหาประโยชน์ได้มากกว่าแผนเดิมที่นำเสนอ คาดว่าจะนำเสนอรายละเอียดโครงการภายหลังการปรับปรุงให้บอร์ด รฟท. พิจารณาอนุมัติโครงการได้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

12 ธันวาคม 2560 https://www.khaosod.co.th/economics/news_666006
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รฟท.แถมพื้นที่จูงใจเอกชนผุดไฮสปีดระยอง

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 - 15:24 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)
เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) กรุงเทพฯ-ระยองว่า
ในเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)โครงการดังกล่าว
รฟท.มีข้อเสนอให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลได้สิทธิ์ในการเข้าบริหารพื้นที่ของ
รฟท. 2 แห่ง คือ 1.พื้นที่บริเวณศรีราชาไม่เกิน 30 ไร่ และ2.พื้นที่ย่านมักกะสัน
145 ไร่

ทั้งนี้ยังกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องเข้าไปบริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์e
และจัดหาขบวนรถใหม่ ภายใน 2 ปี ส่วนรถไฟความเร็วสูงนั้นจะต้องก่อสร้าง
และเปิดบริการให้บริการภายใน 5 ปี โดย รฟท.จะให้สัมปทานบริหารเดินรถเป็นเวลา 45 ปี
ขณะที่ รฟท.จะได้รับผลตอบแทนจากเอกชนเป็นระยะเวลา 50 ปี รวมเป็นเงินประมาณ 1-2
หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้
รฟท.ยังอยู่ระหว่าพิจารณาว่าจะสามารถปรับปรุงแก้ไขสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลมีต่างชาติถือหุ้นเกินc
50% ได้หรือไม่

เพื่อดึงดูดให้เอกชนต่างชาติที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีรถไฟที่ทันสมัยเข้าร่วมประมูลและเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงให้ไทยได้

โดยคาดว่า รฟท.จะเสนอโครงการให้ ครม.อนุมัติในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้
และได้ตัวผู้ชนะการประมูลในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และสามารถลงนามได้ภายในปี 2561
นี้

https://www.matichon.co.th/news/826373
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
เปิด TOR รถไฟไฮสปีดอีอีซี พ่วงที่ดินมักกะสัน-แอร์พอร์ตลิงก์


วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 - 08:25 น.

รัฐเร่งแจ้งเกิดไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา” ดึงนักลงทุนทั่วโลกปักหมุดอีอีซี 2 แสนล้าน เปิดกว้างทุกออปชั่น แถมเงินอุดหนุน แลกสัมปทาน 50 ปี เหมาเดินรถไฟความเร็วสูง แอร์พอร์ตลิงก์ พ่วงพัฒนาที่ดินสถานีมักกะสัน 140 ไร่ ศรีราชา 30 ไร่ ยักษ์รับเหมา บิ๊กรถไฟฟ้า ค้าปลีก อสังหาฯ ชิงดำ
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เดือน มี.ค. 2561 จะเปิดประมูลนานาชาติให้เอกชนไทยและต่างชาติลงทุน PPP Net Cost (สัมปทาน) 50 ปี ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-มักกะสัน-อู่ตะเภา) ระยะทาง 226 กม. มูลค่า 2 แสนล้านบาท เป็นงานโยธาและระบบ 1.6 แสนล้านบาท เงินลงทุนพื้นที่มักกะสันและศรีราชาอีก 45,155 ล้านบาท

รวมไฮสปีด-แอร์พอร์ตลิงก์

โดยรัฐจะลงทุนค่าเวนคืน 3,787 ล้านบาท และสนับสนุนเงินลงทุนที่ไม่เกินค่างานโยธา 1.2 แสนล้านบาท ส่วนเอกชนเป็นผู้ลงทุนงานโยธา ติดตั้งระบบ เดินรถ และซ่อมบำรุงตลอดอายุสัญญา พร้อมสิทธิพัฒาพื้นที่รอบ 9 สถานี คือ ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภา

รวมที่ดินมักกะสัน 140 ไร่ ศรีราชา 30 ไร่ เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้สถานีมักกะสันเป็นเกตเวย์เชื่อมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ทั้งยังได้สิทธิการเดินรถและพัฒนาพื้นที่ 8 สถานี ที่จอดรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) รวมในสัมปทานเดียวกันด้วย เพื่อรองรับผู้ใช้บริการ city line (รับส่งระหว่างสถานี)

ส่วนทรัพย์สินของแอร์พอร์ตลิงก์ยังเป็นของ ร.ฟ.ท. แต่พนักงาน 400-500 คนของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูก ร.ฟ.ท.จะต้องเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงด้วย (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) ที่จะเปิดใช้ปี 2563

“เอกชนรายใหม่ที่รับสัมปทานรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะได้สิทธิบริหารและเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ เพราะเป็นแนวเส้นทางเดียวกัน สามารถบริหารปรับปรุงระบบเก่าใหม่ได้ รวมถึงซื้อรถใหม่ 7 ขบวน ตอนนี้ให้ชะลอไปก่อน เพื่อไปรวมกับโครงการนี้ เอกชนจะคล่องตัวกว่ารถไฟ”

เร่งหาเอกชนก่อนสิ้นปี

นายอานนท์กล่าวว่า ตามแผนจะได้ผู้ชนะประมูลในเดือน ส.ค.-ก.ย. และเซ็นสัญญาได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่างนี้จะให้เอกชนเร่งปรับระบบบริการและซื้อรถใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารแอร์พอร์ตลิงก์เพิ่มจาก 72,000 เป็น 83,000-84,000 เที่ยวคนต่อวันแล้ว แต่มีรถวิ่งอยู่ 9 ขบวน

“โครงการนี้ใช้เงินเยอะ ทีโออาร์จึงต้องดึงดูดเอกชนมาร่วมลงทุน โดยหนุนเงินโยธาบางส่วน และปรับตำแหน่งสถานีได้ ทั้งให้สิทธิเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ พร้อมให้ที่ดินพัฒนา ส่วนเอกชนจะมีรายได้จากค่าโดยสารและพัฒนาเชิงพาณิชย์ตามแนวรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และแอร์พอร์ตลิงก์ ตลอด 50 ปี”

ขณะที่ ร.ฟ.ท.จะได้ส่วนแบ่งจากค่าโดยสารเมื่อปริมาณผู้โดยสารมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งกำลังดูรายละเอียดอยู่ ส่วนรายได้พัฒนาที่ดินมักกะสันและศรีราชา เอกชนต้องให้ผลตอบแทน ร.ฟ.ท.60% ของราคาประเมินที่ดิน โดยจ่ายเป็นรายปี เฉลี่ยปีละกว่า 1,000 ล้านบาท รวม 50 ปี คือ 5 หมื่นล้านบาท

รอเคาะต่างชาติถือเกิน 50%

นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.กำลังดูความชัดเจนใน พ.ร.บ.อีอีซี จะให้ต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% หรือไม่ เนื่องจากต้องการให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนให้มากที่สุด เพราะประเทศไทยยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องรถไฟความเร็วสูง จึงให้ยื่นร่วมประมูลกับบริษัทไทย

“การประมูลล่าช้าเล็กน้อย แต่ปีนี้ต้องได้เอกชนลงทุน เพื่อเปิดบริการให้ได้ตามแผนในปี 2566 คาดมีผู้โดยสาร 169,550 เที่ยวคนต่อวัน แยกเป็นผู้ใช้บริการรถไฟธรรมดา 103,920 เที่ยวคนต่อวัน รถไฟความเร็วสูง 65,630 เที่ยวคนต่อวัน ส่วนค่าโดยสารจากสนามบินดอนเมือง-สนามบินอู่ตะเภาอยู่ที่ 500 บาท/เที่ยว จากสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภาอยู่ที่ 300 บาท/เที่ยว”

ทั้งนี้รถไฟความเร็วสูงที่ไร้รอยต่อจะใช้โครงสร้างและแนวการเดินรถเดิมของแอร์พอร์ตลิงก์ในปัจจุบัน จะสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร มีส่วนต่อขยาย 2 ช่วง จากสถานีพญาไท-สนามบินดอนเมือง และสถานีลาดกระบัง-สนามบินอู่ตะเภา และ จ.ระยอง โดยใช้เขตทางรถไฟรวมระยะทาง 260 กม. โดยมีผู้เดินรถรายเดียวกัน ซึ่งระบบรถที่วิ่งในพื้นที่ชั้นในมีความเร็ว 160 กม./ชม. และ 250 กม./ชม.ในเขตนอกเมือง

จับตาบิ๊กธุรกิจปาดเค้ก

รายงานข่าวแจ้งว่า จากโครงการนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่ในประเทศไทยและต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ จีน บริษัท JR Kyushu ผู้ดำเนินธุรกิจรถไฟอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.), บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC), บมจ.ระบบทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM), เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, ทีซีซีแลนด์, สิงห์ เอสเตท, สยามพิวรรธน์

แหล่งข่าวจาก บจ.เจริญโภคภัณฑ์ วิศวกรรม ธุรกิจในเครือ ซี.พี. กล่าวว่า สนใจลงทุน ขณะนี้กำลังศึกษาข้อมูลและรอดูความชัดเจนของทีโออาร์ภาครัฐ โดยร่วมพันธมิตรกับจีน

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. BTSC ก็ให้ความสนใจร่วมลงทุนเช่นกัน ในนามกลุ่มกิจการร่วมค้า BSR (บีทีเอส-ซิโน-ไทยฯ-ราชบุรีโฮลดิ้งส์) “ผมขอดูเงื่อนไขและรายละเอียดในทีโออาร์ก่อน เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง”

และก่อนหน้านี้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า จะเข้าร่วมประมูลเช่นกัน โดยร่วมลงทุนกับประเทศจีน

เปิดช่องต่างด้าวลุยรถไฟฟ้า

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. เปิดเผยว่า กฎหมายอีอีซีเป็นกฎหมายอำนวยความสะดวกไม่ว่านักลงทุนไทยหรือต่างด้าว โดยส่งเสริมประกอบธุรกิจและลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ลงทุน

นอกจากนี้ ยังจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่นอกเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น สถานีรถไฟฟ้ามักกะสันที่มีโครงข่ายเชื่อมอีอีซี บริษัทเอกชนที่มาลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้วย

“ส่วนการลงทุนเรื่องรถไฟความเร็วสูง บริษัทของไทยจะต้องจดทะเบียนในเมืองไทย หรือแม้เป็นบริษัทต่างด้าวก็ได้รับสิทธิพิเศษเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดออกมาภายหลังกฎหมายอีอีซีประกาศใช้” นายวรพลกล่าว

ประเคนสิทธิผู้ร่วมลงทุน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (คนพ.) ล่าสุด ได้มีข้อเสนอหลักการของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน “เห็นชอบ” รูปแบบการร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ระยะเวลาโครงการ 50 ปี (รวมระยะเวลาก่อสร้าง) โดยจะเป็นการร่วมลงทุนแบบสัมปทาน 50 ปี ตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จ่ายค่าเช่าให้ ร.ฟ.ท. 61% ของมูลค่าที่ดิน เริ่มโครงการในเดือนกันยายน 2561 เสร็จสิ้นโครงการเดือนสิงหาคม 2611

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ ส่วน Airport Rail Link ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ กับส่วนที่จะต้องก่อสร้างเพิ่มเติม ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงจากสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา กับพญาไท-ดอนเมือง ทำให้โครงการมีลักษณะระยะเวลาดำเนินการที่ทับซ้อน จึงมีการกำหนดตารางเวลาการดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง-การปรับปรุงสถานี และ Rial Run ระยะเวลา 5 ปี 2 เดือน (กันยายน 2561-ตุลาคม 2566) และยังมีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ที่จะต้องดำเนินการโดยผู้ลงทุนที่มักกะสัน กับบริเวณสถานีศรีราชา ระยะเวลา 5 ปี 2 เดือน (กันยายน 2561-ตุลาคม 2566) อีกด้วย

สำหรับสิทธิของผู้ลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สถานี จะประกอบไปด้วย 1) สิทธิในการใช้สถานีกลางบางซื่อ ผู้ร่วมทุนจะสามารถใช้พื้นที่สถานีกลางในการจอดรับผู้โดยสารและดำเนินการเชิงพาณิชย์ อาทิ การขายตั๋วรถไฟ, การให้บริการเสริมบนขบวนรถ และพื้นที่บนสถานีที่ ร.ฟ.ท.กำหนดส่งมอบให้ 2) สิทธิในการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ สามารถใช้พื้นที่ในการจอดรับ-ส่งผู้โดยสารตามเงื่อนไขที่จะต้องระบุไว้ในสัญญาระหว่างผู้ร่วมทุน กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

3) สิทธิในการใช้สนามบินอู่ตะเภา จะใช้จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร แต่ให้เป็นไปตามสัญญาระหว่างผู้ร่วมทุน กับกองทัพเรือไทย 4) สิทธิในการใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมและสิทธิการให้บริการเดินรถไฟภายในเมือง City Line ของโครงการ Air-port Rail Link โดยผู้ร่วมลงทุนไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสิทธิดำเนินการให้บริการเดินรถไฟ Airport Rail Link 5) สิทธิในการใช้โครงสร้างพื้นฐานส่วนก่อสร้างเพิ่มเติมจากสถานีพญาไท-ดอนเมือง และสถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา และมีสิทธิดำเนินการให้บริการเดินรถไฟบนโครงสร้างนี้

6) สิทธิในการใช้ที่ดินมักกะสันเชิงพาณิชย์ ผู้ร่วมทุนจะสามารถใช้พื้นที่บนที่ดินมักกะสันเพื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ รวมทั้งสิทธิในการเข้า-ออกพื้นที่ตามสัญญาเช่าพื้นที่ระหว่างผู้ร่วมทุน กับ ร.ฟ.ท.ที่จะต้องดำเนินการต่อไป 7) สิทธิการใช้ที่ดินรอบสถานีรถไฟศรีราชาเชิงพาณิชย์ รวมทั้งสิทธิในการเข้า-ออกพื้นที่ 8) สิทธิในการใช้คลื่นความถี่ GSM-R สำหรับระบบอาณัติสัญญาณ ETC Level 2 โดย ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้จัดเตรียมสัญญาณและแบบสิทธิให้ผู้ร่วมทุน หากมีค่าใช้จ่ายตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกเก็บให้ผู้ร่วมลงทุนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น

และ 9) สิทธิการพัฒนาเชิงพาณิชย์บนสถานีรถไฟ ผู้ร่วมทุนจะสามารถใช้พื้นที่บนสถานีรถไฟเพื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สถานีรถไฟที่ใช้ร่วมกับโครงการอื่น ๆ ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ-สถานีดอนเมือง-สถานีสุวรรณภูมิ และสถานีอู่ตะเภา การใช้สิทธิพัฒนาเชิงพาณิชย์บนสถานีจะต้องอยู่ในขอบเขตที่ ร.ฟ.ท.กำหนด กับสถานีที่ใช้เฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ผู้ร่วมทุนจะได้รับสิทธิการพัฒนาเชิงพาณิชย์บนสถานีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เงินสนับสนุนจากรัฐ

สำหรับการสนับสนุนทางด้านการเงินในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะประกอบไปด้วย 1) ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลสู่ ร.ฟ.ท. ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดิน เป็นจำนวน 3,639 ล้านบาท กับการโอนหนี้สินของ ร.ฟ.ท. คิดเป็นจำนวนเงิน 33,229 ล้านบาท กับ 2) เงินสนับสนุนภาคเอกชน (ผู้ร่วมลงทุน) ได้แก่ เงินสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงก่อสร้างในระยะเวลาก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 113,303 ล้านบาท, เงินสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเผื่อโครงการอื่น 7,210 ล้านบาท และเงินสนับสนุนรายปีเป็นระยะเวลา 10 ปี ในช่วงดำเนินงานอีก 21,184 ล้านบาท

โดยเงินสนับสนุนเหล่านี้จะต้องไม่เกินมูลค่าโครงสร้างพื้นฐาน 120,514 ล้านบาท ตามเพดานสูงสุดที่รัฐบาลกำหนดไว้

https://www.prachachat.net/prachachat-top-story/news-117908
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
'ซีพี' กว้านซื้อ 2 หมื่นไร่! สร้างเมืองใหม่แปดริ้ว-มิกซ์ยูสมักกะสัน-ไล่ช็อปมือดีเพียบ

3 March 2018

‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ 3 จังหวัดอีอีซี กว่า 2 หมื่นไร่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดไฮสปีดเทรน สร้างเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา พร้อมตั้งนิคมอุตสาหกรรมอีก 2-3 แห่ง ตั้งเป้าผุดมิกซ์ยูส 600 ไร่ เทียบชั้นต่างประเทศ

มีความเป็นไปได้สูงที่ ‘กลุ่มซีพี’ ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ จะคว้าสัมปทานรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 200,000 ล้านบาท และหากชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน ขุมทองของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้กว้านซื้อที่ดินโซนตะวันออก ร่วมทุนกับ ‘จีน’ ปักหมุดเมืองใหม่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรม

ผลตอบแทน 5 หมื่นล้าน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การตั้งเงื่อนไขการประมูลรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ว่า หากเอกชนรายใดชนะประมูลจะได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ระยะยาว 50 ปี รูปแบบมิกซ์ยูส อาทิ คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การประชุม อาคารสำนักงาน ฯลฯ และต้องให้ผลตอบแทนกับ ร.ฟ.ท. ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ภายใน 50 ปี โดย 2 ปีแรก ชำระล่วงหน้า 20% ล่าสุด มีผู้สนใจประมูลหลายราย อาทิ ซีพี ปตท. กลุ่มกิจการเดินรถไฟฟ้า บีทีเอส กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น เนื่องจากมักกะสันมีศักยภาพสูง สามารถดึงคนจากเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เข้าพื้นที่ อีกทั้งยังเชื่อมการพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง อาทิ ฉะเชิงเทรา อู่ตะเภา ซึ่งเป็นสถานีใหญ่

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่มักกะสันเป็นกระดาษมากว่า 20 ปี หากพัฒนามิกซ์ยูสส่งผลให้เมืองเปลี่ยนโฉม และผลักดันให้รัศมีรอบมักกะสัน อาทิ เพชรบุรี ประตูน้ำ อโศก รัชดาฯ พระราม 9 พญาไท ได้อานิสงส์เปลี่ยนตามไปด้วย แต่สถานีรถไฟความเร็วสูงจะต่างจากรถไฟฟ้าในเมือง สถานีค่อนข้างห่าง และขึ้นอยู่กับผังเมืองด้วยว่า เอื้อต่อการพัฒนาจริงหรือไม่ ซึ่งทำเลที่มีศักยภาพ อาทิ สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา และอู่ตะเภา ราคาที่ดินขยับขึ้นไปรอก่อนหน้านี้แล้ว

ซื้อตัววิศวกร-สถาปนิก

แหล่งข่าวจาก ‘ซีพี’ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ‘ซีพี’ ตั้งเป้านำที่ดินสถานีมักกะสันมาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสให้เหมือนกับโครงการเดอะฟอเรสเทียส์ ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า ขณะที่สถานีศรีราชา ผู้ชนะการประมูลจะได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ 100 ไร่ โดย 75 ไร่ สถานีจะนำไปทำที่จอดรถและอู่ซ่อม ส่วนที่เหลืออีก 25 ไร่ กลุ่มซีพีตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นสมาร์ทซิตี

“ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มซีพีได้ดึงตัววิศวกรจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กว่า 10 คน เข้ามาทำงานฝังตัวอยู่ในบริษัทลูกของซีพี เช่น ซีพี พืชไร่ โดยวิศวกรที่ซื้อตัวมาแต่ละคนได้รับเงินเดือนหลักล้านบาท รวมทั้งยังดึงวิศวกรจากประเทศจีน และสถาปนิกชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศส เข้าออกมาออกแบบเมืองใหม่ที่มักกะสันและฉะเชิงเทรา” แหล่งข่าว ระบุ


‘ซีพี’ ทุ่มซื้อที่อีอีซี 2 หมื่นไร่

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ค่ายซีพีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมทุนกับ ‘กวางสี’ นักลงทุนจากประเทศจีน กว้านซื้อที่ดินใน 3 จังหวัดอีอีซี มากถึง 2 หมื่นไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน จ.ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยที่ฉะเชิงเทรา ‘ซีพี’ กว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับการก่อสร้างเมืองใหม่ ที่มีทั้งที่พักอาศัย สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ไว้แล้วกว่า 4,000 ไร่ โดยที่ดินที่กว้านซื้อส่วนใหญ่เป็นที่นาไม่อยู่ในตัวเมือง ราคาไร่ละ 1-3 ล้านบาท แต่หากลงมือพัฒนาจะขยับเป็นไร่ละ 10-20 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่า ทำเลที่เหมาะทำเมืองใหม่ น่าจะออกนอกเมืองอยู่แถวบางคล้า แม่น้ำบางปะกง

สำหรับที่ดินที่จะนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม เนื้อที่กว่า 1 หมื่นไร่ ไร่ละ 1-2 ล้านบาท มีเป้าหมายพัฒนา 2-3 นิคม นิคมละ 3,000-5,000 ไร่ ตั้งแต่ทางแยกจอมเทียนไปถึงระยอง ส่วนเมืองมิกซ์ยูสเทียบชั้นต่างประเทศ ‘ซีพี’ ต้องการ 600 ไร่ บริเวณแยกจอมเทียน ใกล้โอเชียนมารีน่า-บ้านอำเภอ เนื่องจากทำเลนี้ต่อไปจะเป็นฮับใหญ่ มีรถไฟความเร็วสูงมาลง ซึ่งขณะนี้รวมได้กว่า 100 ไร่ โดยเป็นแปลงติดกับโอเชียนมารีน่า เนื้อที่ 79 ไร่ และยังอยู่ระหว่างกว้านซื้อที่ดิน ฝั่งตรงข้ามกับโอเชียนมารีน่า หรือ ตรงข้ามฝั่งของทะเล ไปทางสัตหีบ-ระยอง อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณเมกะบางนา กิโลเมตรที่ 5 ถนนบางนา-ตราด บริษัท แมกโนเลีย บริษัทลูกพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 300 ไร่ มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เชื่อมประตูอีอีซี

สำหรับราคาที่ดินติดทะเลจอมเทียน ราคา 32-40 ล้านบาทต่อไร่ จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคา 19-20 ล้านบาทต่อไร่ ขยับขึ้นมาถึง 2 เท่า ส่วนฝั่งไม่ติดทะเล หากไม่ติดถนน ราคา 15 ล้านบาทต่อไร่ ติดถนนใหญ่ ราคา 25 ล้านบาทต่อไร่

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4-7 มี.ค. 2561 หน้า 01-02

http://www.thansettakij.com/content/264831
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รื้อ 'ผังเมือง' เอื้อ 'อีอีซี'!! ชง ครม. 20 มี.ค. เคาะประมูล 'ไฮสปีด' สัญญาเดียว

14 March 2018

โยธาฯ รื้อ ‘ผังเมือง’ เอื้อลงทุนหนุน ‘อีอีซี’ เปิดพื้นที่พัฒนาเมืองใหม่รอบ ‘สถานีไฮสปีดเทรน’ ด้าน ร.ฟ.ท. เปิด 2 พื้นที่ ‘มักกะสัน-ศรีราชา’ ให้เอกชนประมูลระยะยาว 50 ปี ด้าน คมนาคมชง ครม. 20 มี.ค. ลุยประกวดราคาด่วน กนศ. เผย กรอบทีโออาร์รวบ 4 ส่วนหลัก เป็นสัญญาเดียว

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา ถือเป็น 1 โครงการ เร่งด่วน การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และเชื่อมต่อพื้นที่ใกล้เคียงควบคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ และการพัฒนาเมืองใหม่ โดยล่าสุด ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการจัดทำ ‘ผังเมืองอีอีซี’ ให้เกิดการเชื่อมต่อและเอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ ที่คาดว่า จะได้ข้อสรุปในเดือน ส.ค. นี้

ชง ครม. ประมูล ‘ไฮสปีด’

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในวันที่ 14 มี.ค. 2561 นี้ กนศ. จะประชุมร่วมกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อสรุปรายละเอียดการประมูลโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะนำเสนอรายละเอียดโครงการทั้งหมดต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ ครม. อนุมัติโครงการในวันที่ 20 มี.ค. 2561 นี้ โดยหลังจาก ครม. เห็นชอบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมการร่างเอกสารประกวดราคาโครงการดังกล่าว เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการประกาศขายเอกสารประกวดราคาอย่างเป็นทางการต่อไป

เบื้องต้น กนศ. ได้ตั้งคณะกรรมการร่างเอกสารประกวดราคาแล้ว โดยมี นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นประธานคณะกรรมการ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมคณะกรรมการ อาทิ บริษัทที่ปรึกษาโครงการ (บริษัท เอเชียน เอ็นจิเนียริ่ง คอลซัลแตนท์ จำกัด), ผู้แทนสำนักงบประมาณ, ผู้แทนกระทรวงคมนาคม (นายชยธัม พรมศร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)) และผู้แทนด้านกฎหมาย กระทรวงคมนาคม, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ โดยมี นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เป็นเลขานุการคณะกรรมการร่างทีโออาร์ในครั้งนี้

รวมสัญญาเดียว

กรอบของร่างทีโออาร์ครั้งนี้ มีการระบุเรื่องความเร็วที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ ขอบเขตเอกชนจะสามารถเข้าร่วมทุนในจุดใดบ้าง ทั้งงานโยธา งานเดินรถ งานบริหารจัดการโครงการ โดยกรอบร่างสำคัญ ๆ จะเกี่ยวกับ 4 ส่วนหลัก ดังนี้คือ 1.งานโยธา 2.งานระบบไฟฟ้า-เครื่องกล 3.งานจัดหาขบวนรถ เดินรถ และงานซ่อมบำรุง และ 4.งานจัดประโยชน์ที่ดิน ซึ่งการเปิดประมูลจะรวมเป็นสัญญาเดียวกันทั้งหมด เอกชนสามารถยื่นข้อเสนอตามขอบเขตที่ระบุเอาไว้ ส่วนการจะเสนอราคาต่ำสุดหรือมีข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือไม่นั้น ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการประกาศชัดเจนเอาไว้แต่อย่างใด

“มีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนงานจัดประโยชน์ที่ดินไม่ได้เอามารวมไว้ในการเสนอเงื่อนไขในครั้งนี้ แยกออกไปชัดเจน อย่างไรก็ตาม จะสามารถประกาศประกวดราคาได้ในเดือน เม.ย. นี้หรือไม่ ก็คงต้องลุ้นกันต่อไป”

รื้อผังรับ ‘ไฮสปีด-อีอีซี’

นายอนวัช สุวรรณเดช รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า รัฐบาลและสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก มอบกรมเร่งจัดทำผังเมือง 3 จังหวัดอีอีซี เร่งด่วนก่อน ให้สอดรับในเขตส่งเสริมการอุตสาหกรรมใหม่ ขณะเดียวกัน รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง หากอยู่ในเขตเมืองก็ทำอะไรไม่ได้มาก แต่หากสถานีไหนยังไม่มีพื้นที่ว่างและมีศักยภาพ ก็สามารถกำหนดการใช้ประโยชน์รองรับ อาทิ เชิงพาณิชย์ เพื่อให้สอดรับกัน

แหล่งข่าวจากสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ได้ปรับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 4 รองรับรถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงอีอีซี โดยเฉพาะที่ดินมักกะสัน ปัจจุบันกำหนดให้เป็นศูนย์พาณิชยกรรมรอง หรือ พ.4 รองจากซีบีดีหลัก อาทิ สุขุมวิท สีลม สาทร หรือ พ.5 ไว้ก่อนหน้านี้

ล่าสุด อาจพิจารณาปรับสัดส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน หรือ เอฟเออาร์ เพิ่มจากปัจจุบัน เอฟเออาร์ 8 ต่อ 1 หรือ 8 เท่าของแปลงที่ดิน ขณะเดียวกัน ยังนำมาตรการแพลนยูนิตดีเวลอปเมนต์ (พียูดี) มาใช้กับพื้นที่มักกะสัน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น พัฒนาได้หลากหลาย ด้านหน้าเป็นตึกสูงมากขึ้น อาทิ โรงแรม ด้านหลังเป็นแนวราบ หากจัดทำสาธารณูปโภค-บริการสาธารณะเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องทำตึกสูงเพียงอย่างเดียวหรือแนวราบเพียงอย่างเดียว

ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากติดกฎหมายควบคุมความสูงเครื่องบินของการบินพลเรือน จึงไม่สามารถกำหนดให้สร้างอาคารสูงได้ แต่ปรับบางโซน เช่น ปากทางเข้าสนามบินอาจปรับศูนย์ชุมชนชานเมืองลาดกระบังให้พัฒนาเชิงพาณิชย์และอาคารสูงได้ หรือพื้นที่สีแดงและสีส้ม รวมทั้งปรับพื้นที่เขียวลายให้แคบลง

2 สถานี ลุยเชิงพาณิชย์

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท. เปิดพัฒนาเชิงพาณิชย์ 2 สถานี คือ ที่มักกะสัน ซึ่งเป็นที่ดินด้านข้างสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ เนื้อที่ 150 ไร่ พัฒนาเป็นโรงแรมศูนย์ประชุม ศูนย์การค้า จากทั้งหมดเกือบ 500 ไร่ เช่าระยะยาว 50 ปี ผลตอบแทน 5-6 หมื่นล้านบาท ที่ผู้รับสัมปทานต้องให้กับ ร.ฟ.ท. ในรูปแบบทยอยจ่ายส่วนการสร้างผลกำไรบนที่ดิน ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเอกชนเอง

ส่วนที่ดิน ร.ฟ.ท. อีกแปลง บริเวณศรีราชา จ.ชลบุรี เนื้อที่ 25 ไร่ ผลตอบแทน 600-700 ล้านบาท พัฒนาเป็นศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ซึ่งผังเมืองได้เปิดให้พัฒนาเต็มศักยภาพตามที่ศึกษาไว้ ส่วนสถานีอื่นปล่อยเป็นพื้นที่โล่ง แต่หากเอกชนเห็นว่า อนาคตจะมีความเจริญ ก็จะสามารถพัฒนาบนที่ดินตนเองรองรับได้

สำหรับแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา-ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน 95% ใช้เส้นทางเดิม แต่ปรับแนวบริเวณฉะเชิงเทรา ขยับหลบเขตเมืองขึ้นไปบริเวณเหนือสถานีเดิม เพื่อทำโรงซ่อมบำรุง โดยเวนคืนที่นาชาวบ้านจำนวน 300-400 ไร่ ล่าสุด ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำเลนี้ไม่น่าสนใจลงทุน เพราะเป็นเพียงโรงซ่อมบำรุงของรถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่สถานี และเชื่อว่าผังเมืองไม่เอื้อต่อ

ผังเมืองเข้ม สวนทาง ‘อีอีซี’

ด้าน นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.ชลบุรี สะท้อนว่า ขณะนี้พื้นที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา กำลังได้รับผลกระทบ ผังเมืองใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้ ได้จำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม่สามารถพัฒนาบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ โรงงาน เช่นเดิมได้ ทั้งที่เป็นแหล่งรวมของโรงงานและที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ ยังมีบางแสนที่ได้รับผลกระทบ สวนทางที่ดินแพง และหลายบริษัทซื้อที่ดินรอพัฒนาต่อเนื่อง แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ฉะเชิงเทราและระยองเช่นเดียวกัน ผังเมืองใหม่ออกมาถูกจำกัดการพัฒนา เช่น ฉะเชิงเทรา ไม่สามารถขยายการสร้างโรงงานต่อได้ แต่หากอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมจะได้รับสิทธิประโยชน์ และมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ส่วนอุตสาหกรรมเก่าไม่สามารถลงทุนได้ สวนทางที่รัฐกำหนดให้เป็นเมืองอีอีซี ขณะเดียวกัน หากรอผังอีอีซีที่จะช่วยคลี่คลาย มองว่า จะใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า 1-2 ปีข้างหน้า และไม่เชื่อว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ตราบใดที่ยังให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นคนจัดทำ


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,348 วันที่ 15-17 มี.ค. 2561 หน้า 2

http://www.thansettakij.com/index.php/content/268256

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รถไฟ 3 สนามบินฉลุย ครม.ไฟเขียวเปิดประมูลสัมปทาน 50 ปี รัฐร่วมทุน 1.19 แสนล้าน

เผยแพร่: 27 มี.ค. 2561 19:09: ปรับปรุง: 27 มี.ค. 2561 19:26: โดย: MGR Online

ครม.ผ่านฉลุย ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สัมปทาน 50 ปี รัฐร่วมลงทุนเอกชน วงเงินไม่เกิน 1.19 แสนล้าน พ่วงพัฒนาที่ดินมักกะสัน 150 ไร่ สถานีศรีราชา 25 ไร่ ร.ฟ.ท.เร่งเคาะ TOR ประกาศเชิญชวนก่อนสงกรานต์

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 มี.ค. มีมติอนุมัติโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร (กม.) โดยอนุมัติกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนวงเงินไม่เกิน 119,425.75 ล้านบาท ที่เป็นมูลค่าปัจจุบันตามที่ตกลงในสัญญาร่วมลงทุน โดยทยอยจ่ายให้เอกชนหลักจากเริ่มเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงทั้งระบบแล้ว และแบ่งจ่ายเป็นรายปี โดยกำหนดระยะเวลาแบ่งจ่ายไม่ต่ำกว่า 10 ปี และอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีอำนาจร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือก

และอนุมัติค่างานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ในกรอบวงเงินจำนวน 3,570.29 ล้านบาท และเห็นชอบให้รัฐบาลรับภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐานของโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ของ ร.ฟ.ท.เป็นจำนวนเงิน 22,558.06 ล้านบาท

รูปแบบลงทุนรัฐและเอกชนลงทุนร่วมกัน (PPP) ภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนลงทุนด้านงานโยธา ประเภท PPP Net Cost โดยเอกชน 1 ราย รับงานโครงการไปทั้ง 100% (ก่อสร้างและเดินรถ) อายุสัมปทาน 50 ปี เอกชนจะเป็นผู้บริหาร จัดเก็บรายได้ และแบ่งผลประโยชน์ให้รัฐ ขณะที่รัฐจะช่วยอุดหนุนโครงการไม่เกินมูลค่างานโยธาที่ 1.6 แสนล้านบาท ทั้งนี้เมื่อครบสัมปทาน 50 ปีแล้วจะไม่มีการต่อสัญญาอีก โครงการก็จะโอนคืนสู่รัฐ

สำหรับขอบเขตของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. ส่วนของระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นระบบขนส่งทางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยบริการรถไฟแบบด่วนพิเศษจอดบางสถานี และใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ด้วยบริการรถไฟแบบปกติจอดทุกสถานี ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารประมาณ 147,000 คนต่อวัน ในปีที่เปิดให้บริการ (ปี 2566) ซึ่งส่วนของระบบขนส่งทางรถไฟดังกล่าว ประกอบด้วย

โครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์เดิม ช่วงพญาไทถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 8 สถานี ใช้ความเร็วรถไฟในเมืองสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ส่วนต่อขยายช่วงท่าอากาศยานดอนเมืองถึงพญาไท จำนวน 2 สถานี ใช้ความเร็วรถไฟในเมืองสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ ถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา จำนวน 5 สถานี คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภา ค่าโดยสารสูงสุด 330 บาทใช้ความเร็วรถไฟระหว่างเมือง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน [ศูนย์ซ่อมบำรุงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Rail Link and City Air Terminal : ARL)] และศูนย์ซ่อมบำรุงในบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา (ศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่)

สำหรับการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟและบริการผู้โดยสารและการดำเนินกิจการทางพาณิชย์ ประกอบด้วย 1. บริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 150 ไร่ เป็นสถานีศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Main Station for EEC Gateway) โดยพื้นที่ดังกล่าวติดกับบริเวณโดยรอบ ดังนี้ ด้านทิศเหนือติดกับถนนจตุรทิศ ด้านทิศตะวันออกติดกับถนนอโศกมนตรี ด้านทิศใต้ติดกับถนนกำแพงเพชร 7 และด้านทิศตะวันตกติดกับที่ดิน ร.ฟ.ท. ในส่วนศูนย์ซ่อมบำรุงของ ร.ฟ.ท. ทั้งนี้ รูปแบบการพัฒนาที่ดินดังกล่าวจะเป็นลักษณะการเช่าซึ่งมีกำหนดระยะเวลาการเช่าเท่ากับ 50 ปี ไม่เกินกว่าระยะเวลาของโครงการ

2. บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูง ศรีราชา ขนาดพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ เป็นที่ดินว่างเปล่าของ ร.ฟ.ท. โดยพื้นที่ดังกล่าวติดกับบริเวณโดยรอบ ดังนี้ ด้านทิศเหนือติดกับทางหลวง 3241 ที่เชื่อมต่อ เข้ากับตัวเมืองของอำเภอศรีราชา ด้านทิศตะวันออกติดกับที่ดินเอกชน ด้านทิศใต้ติดกับถนนศรีราชา-หนองยายบู่ และด้านทิศตะวันตกติดกับที่ดินเอกชน ทั้งนี้ รูปแบบการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นลักษณะการเช่าซึ่งมีกำหนดระยะเวลาการเช่าเท่ากับ 50 ปี ซึ่งไม่เกินกว่าระยะเวลาของโครงการ

ส่วนระยะเวลาโครงการที่เหมาะสม คือ 50 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับภาครัฐและประหยัดงบประมาณ แบ่งเป็น

1. ระยะการพัฒนาโครงการฯ ได้แก่ งานการออกแบบและงานการก่อสร้าง เป็นระยะเวลา 5 ปี

2. ระยะการดำเนินงานของโครงการและงานการบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 45 ปี

ทั้งนี้ เงื่อนไขรายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มต้นและการสิ้นสุดการนับระยะเวลาดังกล่าว เป็นไปตามที่ ร.ฟ.ท.และเอกชนตกลงกัน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดทำ TOR โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคืบหน้าแล้ว 90% ซึ่งหลังจากที่ครม.มีมติเห็นชอบโครงการ ทางคณะกรรมการร่าง TOR ที่มีตนเป็นประธานจะประชุมเพื่อปรับเงื่อนไข TOR ให้สอดคล้องกันกับรายละเอียดโครงการที่ ครม.เห็นชอบ ซึ่งร่าง TOR จะแล้วเสร็จภายในต้นเดือน เม.ย. และจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์

โดยขณะนี้มีเงื่อนไขที่ยังไม่สรุป เช่น สัดส่วนของต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมลงทุนว่าควรจะไม่เกิน 49% ไทย 51% หรือจะให้ต่างชาติเกิน 50% ได้เสนอให้คณะกรรมการ นโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตัดสินใจ และประเด็นกรณีที่อาจจะมีบริษัทจีนยื่นประมูลใน 2 กลุ่มซึ่งอาจจะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน

เนื่องจากบริษัทจีนส่วนใหญ่มีรัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นด้วย ดังนั้น หากมีบริษัทจีน 2 บริษัท แยกประมูลกันคนละกลุ่มจะเกิดปัญหา เพราะมีรัฐบาลจีนถือหุ้นเหมือนกัน เข้าข่ายเป็นการถือหุ้นไขว้และมีประโยชน์ทับซ้อนกันของ 2 กลุ่ม ได้เสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้

https://mgronline.com/business/detail/9610000030580
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
ด้านที่ดินมักกะสัน 497 ไร่ เตรียมเสนอให้คมนาคมพิจารณาเพื่อเสนอคณะกรรมการ PPP อนุมัติ แบ่ง 4 โซน เงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท โซน A 139.82 ไร่ เป็นส่วนธุรกิจการค้า เช่น City Air Terminal ร้านค้าปลอดภาษี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ศูนย์ประชุม-สัมมนา สำนักงาน และอาคารจอดรถ ได้ยกให้เอกชนรับสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จัดหาประโยชน์ 50 ปีแล้ว อีก 3 โซน ร.ฟ.ท.จะเปิดประมูลให้เอกชนเช่า 50 ปี ได้แก่ โซน B 117.31 ไร่

เป็นส่วนธุรกิจสำนักงาน ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ อุตสาหกรรมของรัฐ และศูนย์แสดงสินค้า โซน C 151.40 ไร่ เป็นส่วนที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ อาหารระดับโลก ศูนย์แสดงสินค้าและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโซน D 88.58 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์ ร.ฟ.ท. โรงแรม

8 เมษายน 2561 https://www.prachachat.net/property/news-141560
__________________
 

·
Appleich
Joined
·
3,551 Posts
CNN พาทัวร์โรงงานมักกะสัน
Bangkok's hidden train repair yard keeps Thailand on its rails

Brad Lendon and Kocha Olarn, CNN • Published 4th June 2018

Bangkok, Thailand (CNN) — The contrast is stark. You're riding the sleek, elevated rail line into central Bangkok from the city's main international Suvarnabhumi Airport. Just a few stops from the city's center, you see old rail stock -- engines and cars -- scattered through what looks almost like an urban jungle. As you get closer to the city center, the jungle gives way to old warehouse structures, with Bangkok's skyline gleaming close by.This is Makkasan, hardly a prime spot for travelers to the Thai capital. But if you like a bit of the eccentric when you travel, it offers some great rewards.

https://edition.cnn.com/travel/article/makkasan-bangkok-trains/index.html
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
ช.การช่างไม่พลาดชิงไฮสปีด BTS ดึงยูซิตี้ปั้นมักกะสันเทียบชั้นฮ่องกง


วันที่ 23 June 2018 - 22:01 น.


10 บิ๊กธุรกิจไทย จีน ญี่ปุ่น ซื้อซองประมูลไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน เจรจาจับขั้วยังฝุ่นตลบ “บีทีเอส” ดึง “ยูซิตี้” ซุ่มศึกษาโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส ปั้นมักกะสันศูนย์กลางเดินทาง ช็อปปิ้ง เทียบชั้นฮ่องกง “ช.การช่าง” ไม่ยอมตกขบวน

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน และรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า หลังเปิดให้เอกชนทั้งไทยและต่างชาติซื้อเอกสารประกวดราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุนกว่า 2.2 แสนล้านบาท รูปแบบ PPP net cost 50 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.-22 มิ.ย. 2561 มีผู้มาซื้อซองประมูลรวมทั้งสิ้น 10 ราย ทั้งบริษัทไทย ญี่ปุ่น และจีน โดยจะเปิดให้ซื้อซองถึงวันที่ 9 ก.ค.นี้ จากนั้นให้เวลา 4 เดือนเพื่อให้เอกชนจัดทำรายละเอียด จะเปิดให้ยื่นข้อเสนอวันที่ 12 พ.ย. 2561 และได้เอกชนลงทุนภายในสิ้นปีนี้


สำหรับ 10 บริษัทที่ซื้อเอกสาร คือ 1.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง 2.บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง 3.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 4.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 5.บจ.เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ จำกัด บริษัทลูกของ ปตท.6.บจ.อิโตชู คอร์ปอเรชั่นจากญี่ปุ่น 7.บจ.ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่นจากจีน 8.บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น 9.บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM บริษัทในเครือ บมจ.ช.การช่าง และ 10.บจ.ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่นจากญี่ปุ่น

แหล่งข่าวจาก บมจ.ช.การช่าง กล่าวว่า วันที่ 25 มิ.ย.นี้ บริษัทจะเข้าไปซื้อซองประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากตามเงื่อนไขของ ร.ฟ.ท. ผู้ร่วมลงทุนจะต้องซื้อเอกสารทุกราย ซึ่งบริษัทจะร่วมกับ BEM ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วงเข้าร่วมประมูล ส่วนจะร่วมทุนกับใครเพิ่มอยู่ระหว่างการพิจารณา

รายงานข่าวแจ้งว่า ดูจากรายชื่อที่ซื้อซองประกวดราคา คาดว่าจะยื่นประมูลทุกราย เนื่องจากค่าซื้อซองค่อนข้างสูงที่ 1 ล้านบาท ถ้าไม่เข้าร่วมคงจะไม่ยอมเสียเงินซื้อ ส่วนใครจะร่วมทุนกับใครจะชัดเจนหลังปิดขายซอง 9 ก.ค.นี้

“ดูแล้วคงจะยื่นไม่เกิน 3 กลุ่ม มีกลุ่มบีทีเอสอาร์มีบีทีเอสเป็นแกนนำ กลุ่มซีพีจะร่วมกับอิโตชูฯและรัฐวิสาหกิจจากจีน และกลุ่ม ปตท. หากเจรจาบีทีเอสไม่ลงตัวเรื่องสัดส่วนลงทุน ส่วนบริษัทอื่น ๆ เช่น อิตาเลียนไทยฯ ยูนิคฯ ซิโนไฮโดรฯ อิโตชูฯ BEM ฟูจิตะฯ และ ช.การช่าง จะเป็นพันธมิตรร่วมแต่ละกลุ่ม ที่ยังไม่มีบริษัทจากยุโรปเข้ามาซื้อซอง อาจเป็นเพราะสนใจจะเป็นผู้พัฒนาระบบและรถไฟฟ้า ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องซื้อซอง”

รายงานข่าวจาก บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง ระบุว่า บริษัทสนใจจะยื่นประมูล เนื่องจากเชี่ยวชาญด้านรถไฟฟ้า ส่วนการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่สถานีมักกะสันและศรีราชา ล่าสุด ให้ บมจ.ยูซิตี้ ซึ่งดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือบีทีเอส ศึกษารายละเอียดโมเดลที่จะพัฒนาแล้ว มองว่าการพัฒนาสถานีศรีราชาเนื้อที่ 25 ไร่ไม่ยาก แต่ที่สถานีมักกะสัน พื้นที่ 150 ไร่ กลางเมืองค่อนข้างยาก เบื้องต้นคอนเซ็ปต์จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางทั้งในเมืองและไปยังสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา เพราะจะมีจุดเช็กอินอยู่ที่สถานี ส่วนบริเวณรอบ ๆ จะพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน มีพื้นที่สีเขียว และพื้นที่ประวัติศาสตร์ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของการรถไฟฯ ที่ต้องการให้มักกะสันเป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ

“บีทีเอสต้องการให้สถานีมักกะสันเป็นเซ็นเตอร์เหมือนกับที่ฮ่องกง เป็นจุดเช็กอินกระเป๋าเดินทาง มีร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ระหว่างรอไปขึ้นเครื่องบิน”

https://www.prachachat.net/property/news-179301
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
รฟท.สั่งเดินหน้าเร่งแผนมักกะสันลงทุนแสนล้าน

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:30 น.


รฟท.สั่งเดินหน้าเร่งแผนมักกะสันรับลงทุนแสนล้าน เผยเอกชนต้องควัก 3 พันล้านบาทช่วยค่าเคลียร์พื้นที่ ไม่หวั่นซับซิดี้ไฮสปีด ย้ำโครงการต้องเกิดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ-พัฒนาเชื่อมบ้าน ยันเปล่ายกสมบัติให้เอกชน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่มักกะสันเพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งจะมีมูลค่านับแสนล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อสรุปแผนพัฒนาพื้นที่แปลงเอราว 140 ไร่ซึ่งต้องยกให้เอกชนที่เข้ามาพัฒนารถไฟไฮสปีด เบื้องต้นจะยกที่ดินให้เอกชนราว 100 ไร่ ขณะที่อีก 40 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่พวงรางไปสู่ศูนย์ซ่อมภายในพื้นที่มักกะสันนั้น รฟท.จะเป็นผู้รับผิดชอบตามเดิม

อย่างไรก็ตามส่วนด้านแผนการย้ายบ้านพักพนักงานและโรงซ่อมบำรุงในพื้นที่มักกะสันนั้นรฟท.ได้เตรียมพื้นที่สองแปลงใหญ่จำนวนมากกว่า 100 ไร่ไว้รองรับประกอบด้วย 1.พื้นที่บริเวณอ.แก่งคอย จ.สระบุรี 2.พื้นที่บริเวณอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมไปสู่รูปแบบธุรกิจการเดินรถในอนาคตนั้นรฟท.จะแบ่งแยกระหว่างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟดีเซลกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าให้ตั้งอยู่คนละที่กันเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาย่านศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้านรถไฟฟ้าและรถไฟดีเซลรองรับโครงการรถไฟสายใหม่อีกหลากหลายเส้นทางในอนาคตที่จะมีการเปิดเดินรถทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟขนส่งสินค้า รถฟ้าชานเมืองและรถไฟความเร็วสูง

ทั้งนี้ส่วนการสนับสนุน(Subsidy)ค่างานเดินรถให้เอกชนที่เข้ามาบริหารรถไฟฟ้าไฮสปีด รองรับอีอีซีเหมือนกับต่างประเทศซึ่งในช่วงเริ่มแรกส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักนั้นมองว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางดังกล่าวจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาวสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียนด้วยการใช้ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตามดังนั้นจึงจำเป็นต้องดำเนินการแม้อาจเจออุปสรรคตามมาภายหลังก็ตาม ซึ่งในต่างประเทศนั้นการสนับสนุนค่าโดยสารจะคิดจากต้นทุนดำเนินการจริงนำมาหักลบกับรายได้ผู้โดยสารปัจจุบันและรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายส่วนต่างที่ขาดทุนให้เอกชนแต่ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขในอนาคตด้วยว่าจะเป็นอย่างไรเพราะรัฐบาลเปิดช่องว่าจะสนับสนุนค่าก่อสร้างให้ราว 50% จากทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเอกชนที่จะแข่งขันกันยื่นเข้ามาเพื่อช่วงชิงโครงการ

นอกจากนี้ส่วนด้านความเสี่ยงที่เปิดเป็นโครงการพีพีพีเน็ทคอสโดยยกให้เอกชนไปเลยนั้นมองว่าไม่มีความเสี่ยงเพราะรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอจะลงทุนโครงการดังกล่าวได้เพียงลำพังอีกทั้งในอนาคตเมื่อครบกำหนดอายุสัมปทานแล้วสมบัติดังกล่าวทั้งตัวรถไฟฟ้าความเร็วสูงและที่ดินเชิงพาณิชย์ก็จะกลับมาเป็นของรฟท.อยู่ดี

https://www.thaipost.net/main/detail/12620
 

·
Registered
Joined
·
1,284 Posts
ซุ่มจีบเซ็นทรัลร่วมทุน

รายงานข่าวจากกลุ่มกิจการร่วมค้า BSR กล่าวว่า นอกจากกลุ่มบีทีเอสจะเจรจากับ ปตท. ซีพี และบริษัทต่างชาติแล้ว ทางกลุ่มยังได้เจรจากับ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เพื่อร่วมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่สถานีมักกะสัน 150 ไร่ และศรีราชา 25 ไร่ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งบีทีเอสไม่เชี่ยวชาญด้านศูนย์การค้าและการพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ให้กับโครงการ

“เซ็นทรัลมีเงินทุน เชี่ยวชาญค้าปลีก มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 อยู่เยื้องสถานีมักกะสันอยู่แล้ว น่าจะต่อยอดกันได้ เหมือนที่กลุ่มเดอะมอลล์สร้าง ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ติดสถานีพร้อมพงษ์”

https://www.prachachat.net/property/news-186926

------

ผลคือ CPN มาซื้อซองเป็นรายที่ 27 ถ้าประมูลได้ เราคงได้เห็น CPN ทำศูนย์ใหญ่กว่าพระราม 9 เป็นแน่
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
เซ็นทรัลไขปริศนาร่วมชิงไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน สนพัฒนาที่ดินมักกะสัน150ไร่ แย้มคุยทั้งBTS-ซีพี

วันที่ 13 July 2018 - 15:58 น.

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ซื้อซองประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุนกว่า 2.2 แสนล้านบาท ในเบื้องต้นเป็นการซื้อเพื่อศึกษาด้านการพัฒนาที่ดินเป็นหลัก โดยสนใจพื้นที่ใกล้สถานีมักกะสัน 150 ไร่มากที่สุด

ส่วนจะมีการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมค้า (Joint Venture) หรือไม่ ขอศึกษาก่อน เพราะเซ็นทรัลจะไม่เป็นผู้นำประมูล เนื่องจากสนใจในส่วนน้อยคือการพัฒนาที่ดิน คงเป็นผู้ร่วมทุนรายหนึ่งเท่านั้น


“แต่ที่มาซื้อเพราะในทีโออาร์กำหนดว่า ผู้ที่จะร่วมจอยต์เวนเจอร์ จะต้องซื้อซองประมูล จึงจะทำได้ ประเด็นหลักจะอยู่กับคนที่ทำกิจการเกี่ยวกับรถไฟมากกว่า ส่วนจะจับมือกับใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เป็นผู้ดูแลหลัก” นายทศกล่าวและว่า

ส่วนการพูดคุยกับเอกชนรายอื่น เพื่อหาพันธมิตรนั้น วันนี้คุยกับหลายกลุ่มทั้งบีทีเอส ซีพี เพราะโครงการใหญ่มาก ต้องจอยต์เวนเจอร์กันแน่นอน และสุดท้ายจะเหลือเพียง 5-6 กลุ่มที่จะเข้าประมูลจริง แต่ยังไม่มีการคุยกับต่างประเทศ และยังไม่รู้ว่า หากมีผู้ชนะแล้วจะเลือกเราเป็นพันธมิตรหรือไม่ด้วย

ขณะที่การเข้าร่วมประมูลพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ อยู่ในขั้นตอนการศึกษาเช่นกัน ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและเมืองไทยยังไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งต่อไปสถานีกลางบางซื่อจะเชื่อมต่อกับพื้นที่สถานีมักกะสันอยู่ดี

“สถานีมักกะสันเราสนใจ แต่ก็ต้องดูก่อนว่าจะคุมการลงทุนหรือไม่ เพราะไม่ถือว่าอยู่กลางเมืองเสียทีเดียว แม้จะใกล้กับเซ็นทรัลพระรามเก้า แต่ยังเรียกว่าเชื่อมถึงกันไม่ได้ เพราะห่างกันถึง 1 กม. หลายคนเดินไม่ไหว อีกทั้งกลุ่มลูกค้าของเราจะมีดีมานด์จริงจะมีหรือไม่ เพราะมีแต่ลูกค้าประเภทสัญจร ก็ต้องดูองค์ประกอบรอบๆก่อนทั้งคอนโด ออฟฟิศ และอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะความเสี่ยงเยอะ” นายทศกล่าวย้ำ

https://www.prachachat.net/property/news-190012
 

·
Registered
Joined
·
1,284 Posts
ประชาชนข้องใจTORรถไฟสามสนามบินประเคนผลประโยชน์ให้รายใหญ่

ภาคประชาชน-สหภาพรถไฟ ข้องใจ สร้างรถไฟเชื่อม3สนามบิน พ่วงที่ดินรถไฟมักกะสันไปด้วย หวังล่อใจ กลุ่มทุน ซัด พรบ.อีอีซี ใหญ่กว่ากฎหมายแม่หลายฉบับ ไม่เข้าใจเขียนให้สิทธิพิเศษกลุ่มทุน-ต่างชาติ อัด ยกที่ดินให้เช่า 99ปี ขัดรธน.ชัดเจน ร้องภาครัฐแก้ TOR ‘สาวิทย์’ แฉ ขุมของที่ดินรถไฟ หลายหน่วยงานจ้องฮุบ ‘ธีระชัย’ ยกโมเดลเมืองนอก ชี้ ไม่มีชาติไหน ยกสิทธิข้างทางให้ต่างชาติถือครอง

เวลา10.30น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการตรวจสอบภาคประชาชนกับการทุจริตคอรัปชั่น จัดเสวนา การทุจริตประพฤติมิชอบนโยบายของรัฐในการประมูลรถไฟความเร็วสูง และการจัดสรรที่ดินรถไฟมักกะสัน ผลประโยชน์ชาติประชาชนอยู่ตรงไหน โดยมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)และประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35 ร่วมเสวนา นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษา35 ดำเนินรายการ

นายเมธา อ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้รัฐบาลแก้ไข TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง มีเนื้อหาว่า การที่รัฐบาลจัดทำ TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา โดยโยงเข้ากับโครงการพัฒนาที่ดินมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นแผนการที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ กีดกันนักธุรกิจขนาดย่อม และไม่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ผู้ที่เหมาะสมจะพัฒนารถไฟความเร็วสูงมากที่สุดคือการรถไฟฯ ควรจัดตั้งเป็นบริษัทลูกสำหรับโครงการนี้ การผนวกสองโครงการใหญ่เข้าด้วยกัน เป็นการกีดกันนักธุรกิจรายย่อย TOR ดังกล่าวอาจเข้าข่ายล๊อคสเปกเอื้อประโยชน์เฉพาะแก่นายทุนระดับชาติ และผิดกฎหมายเนื่องจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 164 (1)

รัฐบาลประกาศเองว่าจะมีเลือกตั้งในต้นปีหน้า ดังนั้นจึงควรจะให้รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการประมูลเรื่องดังกล่าวน่าจะโปร่งใสกว่า เพราะจะสามารถตรวจสอบการทุจริตได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ปัจจุบันการตรวจสอบแทบจะทำไม่ได้เลย แถมมีข่าวคราวการทุจริตในโครงการต่างๆเกิดขึ้นตลอดเวลา และหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดและเพื่อความโปร่งใส ภาคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการดำเนินการการประมูลดังกล่าวออกไปจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย กำเนิดสมัยรัชกาลที่5 พระองค์หวังให้ที่ดินสองข้างทางเกิดการพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน การเอาที่ดินรัชกาลที่5 ประทานไว้ให้ แล้วมาทำปู้ยี้ปู้ยำ ไม่ละอายบ้างหรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯระบุ ผู้ร่วมประมูลจะรู้ผู้ชนะ แพ้ในเดือนพ.ย.นี้ แต่ข้อกำหนดในทีโออาร์ การเชื่อม3สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา และผนวกการพัฒนาที่ดิน โรงซ่อมบำรุงรักษาในที่ดินการรถไฟย่านมักกะสันไปด้วย รวมทั้งการให้สิทธิในการเช่าที่ดินสองระยะ โดยครั้งแรกให้เช่า50ปี และยังขยายต่อได้อีก 49ปี รวมเป็น99ปี ไม่รู้ว่า รัฐบาลใช้หัวอะไรคิด เมื่อไม่นานมานี้ ผู้บริหารบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งที่ยื่นซองประมูล ให้สัมภาษณ์ระบุชัดเลยว่า โครงการพัฒนาที่ดินมักกะสันและการเชื่อม3สนามบิน เป็นโครงการที่ดีกว่าอีอีซี เสียอีก การพัฒนาที่ดินอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการเดินรถสูงถึง 2แสนล้านบาทในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือต่อพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และ สตง. ให้ช่วยกันตรวจสอบ ในวันนี้รู้สึกผิดหวังต่อกระบวนการตรวจสอบของรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ที่มีอำนาจในรัฐบาล กลับปล่อยให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้

นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ก่อนหน้าเรามีกฎหมายส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว แปลกใจทำไมไม่นำมาใช้กับอีอีซี แต่กลับเขียนกติกาใหม่เอื้อประโยชน์ โดยเฉพาะการให้ต่างชาติเช่าที่ดินยาวนานถึง99ปี หลายประเทศการทำโครงการลักษณะนี้ ให้การรถไฟเป็นผู้ดำเนินการ หากกลัวการบริหารงานไม่มีประสิทธิภาร ค่อยจ้างเอกชนมาร่วม เท่าที่ดู ทีโออาร์ ปรากฎว่า รถไฟจาก ดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชื่อมไปยังอู่ตะเภา ให้เอกชนเป็นคนทำ เอาที่ดินมักกะสันแถมไปให้ เพราะกลัวว่าการทำรถไฟจะขาดทุนหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ คงไม่ถูกต้อง การนำ2โครงการมาแปะด้วยกัน คนที่เข้าร่วมประมูลได้คงมีไม่เกิน5ราย ที่เป็นนายทุนใหญ่ระดับประเทศ ทีโออาร์ดังกล่าวผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน นายสมคิด เร่งให้การประมูลจบก่อน พ.ย. เพื่อให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ในช่วงที่ไม่มีสภาฯ ไม่มีฝ่ายค้าน นอกจากนี้ทรัพย์สินรถไฟมีมูลค่ากว่า 4แสนล้านบาท จะไปเร่งในช่วงไม่มีฝ่ายค้านได้อย่างไร และการวิพากษ์วิจารณ์มีข้อจำกัดได้อย่างไร

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยกล่าวว่า พรบ.อีอีซี ยกเว้นภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเครื่องจักร ยกเว้นภาษีแรงงานบางส่วน รวมไปถึงเรื่องที่ดิน หากจะใช้ที่ตรงไหนไม่ต้องไปขอกรมที่ดิน พรบ.ฉบับนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซ้ำยังยกเว้นกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ผังเมือง แรงงาน ที่ดิน พรบ.อีอีซี ออกมาในช่วงประชาชนกำลังมึนๆ งงๆ รัชกาลที่5 สูญเสียที่ดินฝั่งขวา แม่น้ำโขง พระองค์โทมนัสมาก สุดท้ายก็สู้กัน แต่กฎหมายอีอีซี ไม่ต้องทำศึกสงครามอะไร เราพร้อมยกให้เขาไปเลย ที่ดินย่านมักกะสัน หอมหวานมาก ก่อนหน้าหลายหน่วยงานพยายามจะมาเอาไปทำประโยชน์ แต่สหภาพ และการรถไฟเราไม่ยอม แม้แต่กรมธนารักษ์ที่ต้องการที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่า การรถไฟเป็นหนี้กว่าแสนล้านบาท เหตุที่เป็นหนี้ เนื่องจากการรถไฟเป็นบริการสาธารณะ ห้ามปรับราคาค่าโดยสาร ไม่เคยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารมายาวนาน ทำให้เป็นหนี้สะสมพอกพูนมา

ที่ดินการรถไฟย่านมักกะสัน หากเอาไปพัฒนาให้ประชาชน เราไม่ขัดข้อง เข้าใจว่า 149ไร่ในส่วนของโรงซ่อม เขาต้องเอาก่อน ภายใน8ปี ต้องย้ายออกไป แล้วที่เหลือ เขาค่อยผนวกเอาทีหลัง เอาเรื่องที่ดินการรถไฟไปผนวกกับอีอีซี การพัฒนาขนส่งทางรางต้องมองอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มองเป็นส่วนๆ นอกจากนี้ที่ดินการรถไฟฯ หลายแห่ง ในต่างจังหวัดบางที่มีเอกชนรายใหญ่ ก็นำไปใช้ประโยชน์ โดยแทบจะไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้ภาครัฐ ในมิติอีอีซี ยังมีเรื่องน่าสงสัย ที่พูดไม่ได้เตะตัดขาใคร แต่อยากให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ประชาชน และการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะการรถไฟเป็นของประชาชน การพัฒนาที่ดินมักกะสัน ไม่ขัดขวาง หากทำให้เกิดประโยชน์กับทุกคน รัฐบาลไม่ควรใจแคบต่อการตั้งคำถามจากประชาชน เรามาร่วมกัน ตรวจสอบ วันไหนไปยื่นหนังสือ จะเชิญพี่น้องรัฐวิสาหกิจไปด้วย เพราะหลายที่มีปัญหา เราไม่ได้ขัดขวางต่อการพัฒนาประเทศ ต่อไปคิดว่าจะจัดเวทีที่ใหญ่กว่านี้ เชิญทุกฝ่ายทั้งคนร่วมประมูล คนตรวจสอบ มาร่วมกันเสวนา มาร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน

https://www.thaipost.net/main/detail/13438
 

·
Registered
Joined
·
2,324 Posts
อยากให้ประมูลให้มันจบๆ ซะที ค้านทุกรอบ น่าเบื่อ คำถามรายย่อยที่ไหนจะทีปัญญามาประมูลที่ดินมักกะสัน ตลกแท้
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
“ศรีสุวรรณ” ยื่นนายกฯ 24 ก.ค. ค้านใช้ที่ดินมักกะสันเชื่อม 3 สนามบิน


วันที่ 23 July 2018 - 10:50 น.

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านร่างทีโออาร์โครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบิน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะใช้ที่ดินบริเวณมักกะสัน โดยสมาคมฯ และเครือข่าย จะร่วมกันไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล และเวลา 11.30 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อกระทรวงคมนาคม ด้วย

ทั้งนี้ แถลงการณ์เรื่อง ขอคัดค้าน TOR รฟท. เอื้อนายทุนนำที่ดินของชาตื ที่มักกะสันไปประเคนให้ EEC ระบุว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ประกาศเงื่อนไขการประมูล TOR สำหรับโครงการรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินซึ่งมีการใช้ที่ดินมักกะสันของการรถไฟฯ นั้น พบว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์ และอาจผิดกฎหมายหลายประการ ดังนี้

ข้อ 1.โครงการดังกล่าวรัฐฐาลอ้างว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพมหานครและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ พัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ บริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC Gateway) และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา และการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวว่ารัฐจะอนุญาตให้เอกชนผู้พัฒนาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ได้สิทธิใช้ที่ดินมักกะสัน เริ่มต้นด้วยเนื้อที่ 140 ไร่ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่รัฐเพียงเล็กน้อย และถึงแม้เอกชนจะมีภาระต้องจ่ายเงินชดเชยขาดทุนของการรถไฟฯ อีก 1หมื่นล้านบาท แต่คณะตรวจสอบภาคประชาชนก็มีความเห็นว่าเป็นค่าตอบแทนที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าปัจจุบันของที่ดิน 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะมีการขยายขอบเขตไปครอบคลุมที่ดินเกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันทั้งหมด

ข้อ 2 การที่ผลประโยชน์ทั้งหมดไม่ตกแก่การรถไฟฯ เป็นการผิดพระราชปณิธาน เพราะที่ดินมักกะสันเป็นที่ดินที่ล้นเหล้ารัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานเพื่อใช้พัฒนากิจการรถไฟ ดังนั้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวมิได้ก่อประโยชน์ให้ตกแก่การรถไฟฯ แต่ผู้เดียว จึงจะเป็นการผิดไปจากพระราชปณิธาน ดังนี้

(1) โครงการรถไฟที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานนั้น วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความสะดวกในการเดินทางเพื่อใช้ท่าอากาศยานทั้งสามแห่ง ประโยชน์หลักจึงตกอยู่กับท่าอากาศยานทั้งสาม โดยทำให้มีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้น แต่ผลกำไรจากรถไฟดังกล่าวมิได้ตกเป็นของการรถไฟฯ ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อทำให้ผลประโยชน์ไปตกแก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ


(2) ในทางเทคนิค ที่ดินมักกะสันที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการเชื่อมโยงบริเวณสถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์มักกะสัน ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกรุงเทพมหานครกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC Gateway) และพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชานั้น จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น การยกให้เอกชนได้สิทธิใช้ที่ดินมากถึง 140 ไร่ และในอนาคตน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสัน จึงเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 สายทางดังกล่าว

(3) TOR ระบุว่าที่ดิน 140 ไร่ดังกล่าว จะใช้เพื่อการดำเนินกิจการทางพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟ แต่ในข้อเท็จจริง พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการเชื่อมโยง 3 สายทางรถไฟ จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะเกิน 5-10 ไร่ ดังนั้น พื้นที่ส่วนที่เหลือในเนื้อที่ 140 ไร่และต่อไปน่าจะขยายออกไปจนเต็มพื้นที่เกือบ 500 ไร่ที่มักกะสันนั้น จึงมิใช่พื้นที่สำหรับสนับสนุนบริการรถไฟอย่างแท้จริง แต่ตามที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้า น่าจะเป็นการอ้างคำพูดดังกล่าว เพียงเพื่อจะพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (mixed use) ซึ่งนอกจากเป็นเรื่องที่เกินเลยความจำเป็นทางเทคนิคในการเชื่อมโยง 3 เส้นทางดังกล่าวแล้ว ผลประโยชน์จากการพัฒนาที่ดินเหล่านี้ในเชิงพาณิชย์ มิได้ตกแก่การรถไฟฯ แต่จะไปตกแก่ภาคเอกชนผู้พัฒนารถไฟเชื่อมท่าอากาศยานแทน

(4) วิธีพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าที่ดินมักกะสัน หรือที่ดินอื่นของการรถไฟ โดยให้ผลประโยชน์ทั้งหมดตกแก่การรถไฟฯ อันเป็นไปตามพระราชปณิธาน นั้น จะต้องให้การรถไฟฯ หรือบริษัทลูกที่การรถไฟฯ ถือหุ้นทั้งหมดตลอดเวลา เป็นผู้จัดการพัฒนาที่ดิน โดยว่าจ้างบริการจากผู้ที่มีประสบการณ์ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจจะเสนอรับค่าจ้างเป็นสัดส่วนจากรายได้ที่เกิดขึ้นในโครงการ และคัดเลือกโดยวิธีประมูลแข่งขันอัตราค่าจ้าง จึงจะชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 3. การรวมโครงการทำให้รัฐไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด

กรณีที่รัฐบาลนำที่ดินมักกะสันไปรวมเข้ากับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งนั้น จะทำให้โครงการมีมูลค่าโดยรวมเป็นจำนวนเงินสูง และจะมีผลเป็นการกีดกันเอกชนรายย่อมให้ไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติและประชาชนไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะ

(ก) ที่ดินมักกะสันเป็นโครงการใหญ่ในตัวเอง และเนื่องจากจะใช้เพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แบบหลากหลาย (mixed use) โดยมิใช่งานอุตสาหกรรม หรืองานโกดังเก็บสินค้า ดังนั้น ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาที่ดินมักกะสัน จึงมิได้ขึ้นอยู่กับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง

(ข) ความรู้และความชำนาญในการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ก็ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงดังเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูง จึงสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อยๆ เพื่อจะเปิดให้มีนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและแม้แต่ขนาดย่อมเข้ามาแข่งขันได้จำนวนมาก

(ค) รัฐควรเป็นผู้กำหนดแผนผังแบ่งพื้นที่มักกะสันเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เอง เพื่อจะสามารถกันพื้นที่สำหรับสาธารณะให้พอเพียงอย่างเหมาะสม แทนที่จะมอบให้เอกชนเป็นผู้พิจารณา

(ง) ตำแหน่งที่ตั้งและลักษณะของการใช้งานของพื้นที่มักกะสันนั้น เป็นเอกเทศอิสระจากพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างสิ้นเชิง และในเชิงเทคนิค โครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งก็ใช้พื้นที่มักกะสันแต่เพียงเล็กน้อย โดยมีส่วนอื่นใดที่จะใช้พื้นที่มักกะสัน จึงไม่มีเหตุผลที่จะเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปไว้ในโครงการดังกล่าว

(จ) การนำเอาที่ดินมักกะสันเข้าไปผูกรวมกับโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่ง จะทำให้โครงการมีขนาดยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีผู้เข้าแข่งขันน้อยลง และเป็นการทำให้รัฐไม่ได้ประโยชน์สูงสุด

(ฉ) เนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งเป็นประโยชน์แก่ท่าอากาศยานเป็นสำคัญ ถ้าจำนวนผู้ใช้ในช่วงแรกและอัตราค่าโดยสารไม่คุ้มทุน รัฐบาลก็ควรกำหนดให้ท่าอากาศยานซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่ถูกควบคุมราคา และมีกำไรสูง ให้เป็นผู้อุดหนุน และเนื่องจากโครงการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน 3 แห่งจะก่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น รัฐจึงสามารถใช้รายได้รวมจากระบบงบประมาณแผ่นดินมาอุดหนุนได้อีกด้วย แต่ไม่สมควรใช้ทรัพยากรจากการรถไฟฯ

จากเหตุผลดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และเครือข่ายกัลยาณมิตร คณะตรวจสอบภาคประชาชน สหภาพของพนักงานการรถไฟฯ และผู้แทนสหภาพรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่ง มีความเห็นร่วมว่า TOR ดังกล่าวไม่เหมาะสม และผิดกฎหมายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 164 (1) เนื่องจากไม่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมีการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ ที่ผิดวัตถุประสงค์และไม่ตรงกับพระราชปณิธาน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข TOR โดยพลัน และระหว่างนี้ ก็ขอให้ชะลอการประมูลแข่งขันในโครงการนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งและมีฝ่ายค้านในรัฐสภาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบให้เข้มแข็งเสียก่อน

ทั้งนี้ สมาคมและกัลยาณมิตร จะร่วมกันเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 24 ก.ค.61 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล และเวลา 11.30 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อกระทรวงคมนาคม ต่อไปด้วย

https://www.prachachat.net/property/news-194047
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
ร.ฟ.ท.แจงข้อมูลไฮสปีด 3 สนามบิน เร่งเวนคืนส่งมอบพท. เอกชนติงเกณฑ์ตัดสินไม่ชัดเจน


เผยแพร่: 23 ก.ค. 2561 19:49 ปรับปรุง: 23 ก.ค. 2561 21:57 โดย: MGR Online

รฟท.เปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน นักลงทุน 31 ราย รุมถามเงื่อนไข เกณฑ์ให้คะแนนและข้อเสนอเพิ่มเติม เหตุยังไม่ชัดเจน ขณะที่ยังอุบไต๋ ไม่เปิดเผยการรวมกลุ่มร่วมทุนที่ชัดเจน ด้าน“เปรมชัย”โผล่ร่วมฟัง ระบุยังเจรจากับพันธมิตรหลายราย ขณะที่ “วรวุฒิ”ยันรถไฟพร้อมส่งมอบที่มักกะสันและศรีราชาหลังเซ็นสัญญาทันที



นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน”ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา” ครั้งที่ 1 วันนี้(23 ก.ค.) ว่า เอกชนทั้ง31 รายที่ซื้อเอกสาร ได้เข้าร่วมซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนและข้อมูลโครงการครบ โดยกำหนดลงพื้นที่เพื่อชมสถานที่ก่อสร้าง ในวันที่ 24 และ 26 ก.ค. 2561 และให้ยื่นข้อเสนอวันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 09.00 - 15.00 น เบื้องต้นคาดว่า น่าจะผู้ยื่นประมูลประมาณ 3-4 กลุ่ม และจะใช้เวลาพิจารณาข้อเสนอไม่เกิน 4 เดือน หรือสรุปในเดือนก.พ.2562 จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขออนุมัติ และลงนามสัญญาได้ประมาณกลางปี 2562 เปิดให้บริการกลางปี 2567

โดยหลังลงนามสัญญา รฟท.จะส่งมอบพื้นที่แนวเขตทางรถไฟได้ทันที รวมถึงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา ประมาณ 25 ไร่ และพื้นที่มักกะสัน 100 ไร่ (ตรงข้ามสถานีมักกะสัน แอร์พอร์ตเรลลิงก์) ทันที ส่วนพื้นที่มักกะสันที่เหลืออีก 50 ไร่ จะส่งมอบภายใน 5 ปี ขณะที่จะมีพื้นที่ ที่ต้องเวนคืน บริเวณ จ. ฉะเชิงเทรา ทั้งหมดกว่า 300 ไร่ ซึ่งจะเป็นโรงซ่อมบำรุงและที่ตั้งสถานี (ประมาณ 70 ไร่เศษ)นั้น วงเงินงบประมาณ 3,570.29 ล้านบาท อยู่ระหว่างการออกพรฎ.เวนคืน ซึ่งคาดว่าจะเวนคืนเรียบร้อยในปี 2562 ขณะที่ เอกชนจะต้องจ่ายค่าระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 10,671.09 ล้านบาท และค่าที่ดินบางส่วนให้รฟท. ตามเงื่อนไข

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. มูลค่า224,544.36 ล้านบาท โดยกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนวงเงินไม่เกิน 119,425.75 ล้านบาท ถือเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาทั้ง การพัฒนาที่ดิน,บริหารจัดการเดินรถไฟความเร็วสูง,ด้านออกแบบ ,ด้านก่อสร้าง ซึ่งผู้บริหารโครงการจะต้องมีความสามารถในการสร้างความต้องการในการเดินทางเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารอีกด้วย

สำหรับการคัดเลือกจะมี ข้อเสนอ 4 ซอง 1.คุณสมบัติ 2.เทคนิค ซึ่งมี 6 หมวดแต่ละหมวดต้องมีคะแนน ไม่ต่ำกว่า 75% และรวมคะแนนทั้งหมดต้องมีไม่น้อยกว่า 80% 3. ด้านการเงิน คัดเลือกผู้ที่ขอรัฐอุดหนุนต่ำที่สุด 4 .ข้อเสนอพิเศษ จะเปิดพิจารณาหรือไม่อยู่ที่การเจรจาต่อรอง

****นักลงทุนยังสงสัยเงื่อนไข เกณฑ์ให้คะแนนและข้อเสนอเพิ่มเติม ยังไม่ชัดเจน
ทั้งนี้ ภาพรวม เอกชนส่วนใหญ่สอบถามความพร้อมในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ การเปิดพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อเชื่อมเข้าสู่โครงการ รวมถึงเกณฑ์การให้คะแนน กรณีต่างๆ ที่เงื่อนไขไม่ได้เขียนห้าม จะมีการตัดคะแนนได้หรือไม่ เป็นต้น

***”เปรมชัย”โผล่ รับฟังการชี้แจง เผยเจรจากับพันธมิตรหลายราย
ด้านนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร และกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า อยู่ระหว่างเจรจาอย่างเปิดกว้างกับพันธมิตรหลายราย เพื่อเข้าร่วมทุนในการประมูลโครงการ ส่วนนักลงทุนต่างประเทศ เจรจากับทั้งฝรั่งเศสและญี่ปุ่น และยอมรับว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ BTS ด้วย แต่เปิดเผยรายละเอียดไม่ได้

ทั้งนี้ ITD มีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง จะหาพันธมิตรเพิ่มเติมด้านระบบรถไฟความเร็วสูง ผู้ออกแบบและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

***”ประชัย”ระบุ TPIพร้อมลงทุนชี้โครงการนี้มีกำไรแน่นอน
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL กล่าวว่า บริษัท มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรหลายราย เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส จีน รวมทั้งไทย โดยเป็นพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านระบบรถไฟฟ้าและตัวรถ ส่วนทีพีไอ จะรับผิดชอบงานก่อสร้าง และงานโยธา ที่โครงการนี้มีค่าลงทุนวัสดุก่อสร้างกว่า 50% โครงการนี้สัมปทาน 50 ปี ประเมินจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ลงทุนน่าจะมีกำไร

“เราจะเป็นแกนหลัก ถือหุ้นอย่างต่ำ 25% มีความพร้อมทางการเงิน การเจรจาเปิดกว้าง งานโยธาเรามีพันธมิตรหลายราย ส่วนงานระบบรถไฟฟ้าอาจเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติ แต่ในงานบริหารเดินรถ เราทำเองได้ คาดว่าการเจรจาร่วมทุนจะแล้วเสร็จหลัง ส.ค.นี้”

นายทาคาฟูมิ อูเอดะ ตัวแทนกรรมการ บริษัท ฟูจิดะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้ถือว่ามีศักยภาพ ของรัฐบาลไทยที่มีการเชื่อมโยงกับพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านตะวันออก (EEC) ซึ่งบริษัทฯเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง ซึ่งงานของบริษัทฯที่ญี่ปุ่น เช่น สนามบินโอซาก้า รถไฟชินคันเซ็น ทั้งนี้ ได้มีการเจรจากับพันธมิตร 2-3 รายที่มีความเชี่ยวชาญด้านก่อสร้าง และถือเป็นการร่วมประมูลโครงการแรกของบริษัท หลังจากที่ก่อตั้งฟูจิดะ ไทยแลนด์ มา2 ปี

***กำหนดพาดูพื้นที่ก่อสร้าง 2 วัน
โดย รฟท.จะนำผู้แทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย ลงพื้นที่สถานที่ก่อสร้างโครงการฯ โดยในวันที่ 24 ก.ค. 2561 จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เช่น การก่อสร้างร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต การจัดการพื้นที่ของสถานีกลางบางซื่อ เพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จากนั้นจึงนำชมสถานีมักกะสัน ทั้งจุด Check in บริเวณชานชาลาของ City Line และ Express Line การเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่นๆ ศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน (Depot) จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อให้เห็นรูปแบบการเดินทางอย่างเป็นระบบ

ส่วนในวันที่ 26 ก.ค. 2561 จะเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อดูสถานที่จริงตามแนวเส้นทางและจุดสำคัญต่างๆ ของโครงการฯ ทั้งบริเวณสถานีรถไฟลาดกระบัง สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรีและสถานีบ้านฉาง ตลอดจนแผนการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจและช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EEC ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

https://mgronline.com/business/detail/9610000073208
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,246 Posts
นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เผยว่า ได้เปิดรับฟังความเห็นและตอบข้อซักถามของนักลงทุนที่ซื้อซองประมูล ไทยและต่างประเทศรวม 31 บริษัท โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ครั้งที่ 2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา และจะเปิดให้ผู้ซื้อเอกสารส่งข้อเสนอแนะ คำถาม ข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ได้ถึงวันที่ 9 ต.ค. หลังการเปิดประชุมชี้แจงครั้งนี้ มีผู้สนใจสอบถามข้อมูลมากถึง 668 คำถาม

อย่างไรก็ดี ผู้ซื้อเอกสารประมูลจะต้องยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 12 พ.ย. นี้ จากนั้นจะใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดข้อเสนอต่าง ๆ คาดว่าภายในเดือน ม.ค. นี้ จะได้ตัวผู้ชนะประมูล และเซ็นสัญญาดำเนินการโครงการต่อไป โดยจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี ตามแผนเปิดบริการในปี 2566

"จะมีกลุ่มไหน กี่ราย มายื่นประมูลบ้าง ต้องรอดูวันที่ 12 พ.ย. แต่ถ้าหากยื่นมาหลายกลุ่ม คงต้องใช้เวลาในการพิจารณามาก เพราะเอกสารแต่ละกลุ่มค่อนข้างเยอะมาก ถ้าเสนอมาสัก 10 กลุ่ม ก็หนักใจเหมือนกันในการตรวจสอบเอกสาร ส่วนเรื่องที่ดินมักกะสันจะส่งมอบให้ได้ 100 ไร่ก่อน ส่วนที่เหลืออีก 50 ไร่ ซึ่งเป็นบริเวณพวงรางโรงซ่อมบำรุงมักกะสันจะมอบให้ทันภายใน 5 ปี"

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีระยะทาง 220.5 กิโลเมตร ผ่าน 5 จังหวัด มี 9 สถานี มูลค่าโครงการ 2.2 แสนล้านบาท โดยจะเริ่มสร้างจากพญาไทไปดอนเมืองเป็นเฟสแรก

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,404 วันที่ 27-29 ก.ย. 2561 หน้า 01+15

http://www.thansettakij.com/content/325976
 
1421 - 1440 of 1457 Posts
Top