SkyscraperCity Forum banner
1 - 8 of 8 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #1 · (Edited)




Kalasin | National Dinosaur Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=957996

Khon Kaen | Phu Wiang Fossil Research Center and Dinosaur Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=130164120

Lampang | Northern Dinosaur Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=130163973

Pathumthani | National Geological Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=130164454

Ubon Ratchathani | Dinosaur Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=99337714

Nakhon Ratchasima | National Mammoth Museum https://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=2087133
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #3 ·
สถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา


เป็นสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนการอนุรักษ์ฟอสซิลหรือ ซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสาน จากการสนับสนุนของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา กรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการฯ อบต.สุรนารี อบจ.นครราชสีมา ภาคเอกชน ฯลฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2538 รวมงบลงทุนโดยงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 165 ล้านบาท บนที่ดินสาธารณะ 82.5 ไร่ ของบ้านโกรกเดือนห้า หมู่ 7 ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา

ปัจจุบัน สถาบันวิจัย ฯ ประกอบด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ รวม 3 หลัง อาคารวิจัย 4 หลัง อาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 หลัง ศาลาคลุมหลุมไม้กลายเป็นหิน 5 ศาลา และบ้านพัก 4 หลัง มีบุคลากรปฏิบัติงาน 22 คน ได้รับงบประมาณการบริหารจัดการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประมาณปีละ 5 ล้านบาท ภารกิจหลักของสถาบัน คือ การวิจัยและการอนุรักษ์ฟอสซิลภายในจังหวัดและภาคอีสาน และให้บริการทางวิชาการแก่นักเรียน นักศึกษาและนักท่องเที่ยว ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ กิจกรรมค่ายวิชาการ การฝึกอบรม ฯลฯ

ผลการวิจัยฟอสซิลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นและจีน จนถึงปัจจุบัน พบว่าจังหวัดนครราชสีมา มีศักยภาพด้านฟอสซิลอยู่ในระดับเอเชียหรือระดับโลก เพราะพบไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่จำนวนนับพันท่อน หลากหลายชนิดและอายุ ในพื้นที่เกือบ 20 อำเภอ บางแหล่งแถบอำเภอเมือง จัดเป็นไม้กลายเป็นหินอัญมณีหรือเป็นพวกตระกูลปาล์ม ส่วนฟอสซิลสัตว์ พบช้างดึกดำบรรพ์ในแถบริมแม่น้ำมูล ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ ถึง 8 สกุล จาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก เช่น ช้าง 4 งา ช้างงาจอบ ช้างงาเสียม เป็นต้น โดยพบร่วมกับฟอสซิลสัตว์อื่น ๆ อีกกว่า 40 ชนิด ฟอสซิลไม้และสัตว์ดังกล่าวมีอายุอยู่ในช่วง 8 แสนปี ถึง 16 ล้านปีก่อน นอกจากนี้ ยังพบกระดูกและฟันไดโนเสาร์นับพันชิ้นที่มีอายุถึง 100 ล้านปีก่อน จาก ต.สุรนารี และ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งจำแนกได้ถึง 6 พวก จากจำนวน 16 พวกที่พบในประเทศไทย โดยบางพวกพบเป็นแห่งแรกของประเทศ เช่น ไดโนเสาร์ปากเป็ด ไดโนเสาร์อื่น ๆ ได้แก่ อิกัวโนดอน ภูเวียงโกซอรัส ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ และไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ยาวถึงประมาณ 8 – 10 เมตร จำพวกอัลโลซอรอยด์ ที่มีฟันโค้งแบนปลายแหลมและหยักแบบฟันเลื่อย แต่ละซี่ยาวเกือบ 10 ซม.

ด้วยความโดดเด่นของฟอสซิลในจังหวัดนครราชสีมาดังกล่าว ทางจังหวัดนครราชสีมา โดย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด นายพงศ์โพยม วาศภูติ จึงได้สนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน ปี 2548 จำนวน 35 ล้านบาทเพื่อจัดนิทรรศการฟอสซิลในพิพิธภัณฑ์ 3 หลัง รวมทั้งถนน ลานจอดรถและภูมิทัศน์บางส่วน ขณะที่บางส่วนของถนนและลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ จะได้รับการสนับสนุนจากทาง อบจ.นครราชสีมา จากงบประมาณแผ่นดินปี 2550 นี้ จำนวน 3 ล้านบาท ดังนั้น จึงคาดว่าภายในปลายปี 50 นี้ พิพิธภัณฑ์ฟอสซิลทั้ง 3 หลัง จะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ โดยทางมหาวิทยาลัยจะเสนอให้ทางจังหวัดกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งสนพระทัยในการอนุรักษ์ฟอสซิล เสด็จมาเป็นองค์ประธานพิธีเปิด

.............ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินของสถาบัน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ 1 ใน 7 แห่งของโลก (อเมริกาเหนือ 4 แห่ง ยุโรป 1 แห่ง เอเชีย 2 แห่ง) และเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินอันดับ 1 ของเอเชียที่มีขนาดใหญ่และมีฟอสซิลไม้หลากหลายชนิดและสวยงาม จัดแสดงนิทรรศการทั้งในกลางแจ้งและอาคาร ได้แก่

1) สวนอนุสรณ์สถานอนุรักษ์ไม้กลายเป็นหิน ร.6
2) ห้องฉายสารคดีวิดีทัศน์ เรื่อง “กำเนิดโลก” ด้วยเทคนิคสื่อผสมวิดีโอ แอนนิเมชั่น บนจอรับภาพ 3 จอ พร้อมเทคนิคพื้นห้องสั่นสะเทือน
3) โถงฉายวิดีทัศน์เรื่องกำเนิดไม้กลายเป็นหินโกรกเดือนห้า ภายใต้บรรยากาศป่าดงดิบและธารน้ำตก
4) นิทรรศการซุงไม้กลายเป็นหินอัญมณีขนาดใหญ่และปาล์มกลายเป็นหินของโคราช
5) สวนจำลองภูมิประเทศและแหล่งไม้กลายเป็นหินในลุ่มน้ำมูล-ชี ของภาคอีสาน เป็นต้น

ส่วนพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ จัดแสดงนิทรรศการ

1) อุโมงค์ย้อนเวลาปัจจุบันสู่อดีต จากยุคหินใหม่ อายุราว 3,000 ปี ที่เป็นถ้ำภาพเขียนสีเขาจันทน์งาม อ.สีคิ้ว จนถึงสมัยช้างดึกดำบรรพ์ 4 งา เมื่อกว่า 10 ล้านปีก่อน
2) สารคดีวิดีทัศน์ “โลกล้านปี ช้างดึกดำบรรพ์” บนจอสครีม โปร่งแสง พร้อมโครงกระดูกและหุ่นจำลองของช้างโคราช 4 งา ขนาดจริง บนแท่นเวทีขนาดใหญ่ที่หมุนได้
3) นิทรรศการงาช้างโคราชกลายเป็นหินขนาดใหญ่พร้อมทั้งซากฟัน ขากรรไกร และกระดูกต่าง ๆ รวมทั้งซากสัตว์อื่น ๆ อีกกว่า 40 ชนิด
4) นิทรรศการเอปโคราชที่เป็นบรรพบุรุษของอุรังอุตัง สกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก อายุ 9-7 ล้านปีก่อน ที่มีขนาดและลักษณะเหมือนจริง ส่งเสียงกู่ร้องได้

ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์โคราช ซึ่งเริ่มจาก

1) อุโมงค์ย้อนยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ ไปสู่ยุคกลาง (จูแรสซิก) และยุคแรก ที่นักท่องเที่ยวจะต้องเดินผ่านอุโมงค์แคบพาเหรดไปกับฝูงไดโนเสาร์อีสาน
2) นิทรรศการหุ่นจำลองเหมือนจริงขนาดจริงของไดโนเสาร์โคราชเคลื่อนไหวได้ !
3) ห้องฉายภาพเคลื่อนไหว “ไดโนเสาร์กินเนื้อจอมโหดปะทะ แม่อิกัวโนดอนใจเด็ด !” สร้างด้วยเทคนิควิดีโอ แอนนิเมชั่น ฉายรอบทิศทางบนผนังโค้ง 360 องศา จึงนับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทยที่ไฮเทคที่สุดในขณะนี้
4) นิทรรศการซากกระดูกและฟันกว่า 30 ชิ้นของไดโนเสาร์โคราช ที่เป็นตอนต่อของการปะทะที่บาดเจ็บและล้มตายทั้ง 2 ฝ่าย และ
5) นิทรรศการ “มุมเด็ก” ที่ประสงค์จะเป็นนักบรรพชีวินวิทยาน้อยและต้องการขุดค้นหากระดูกไดโนเสาร์หรือเทียบขนาดไดโนเสาร์โคราช

พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 หลัง แม้จะยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนบางกลุ่ม หรือสถาบันการศึกษาบางแห่งที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาท่องเที่ยวทัศนศึกษาแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อเดือน โดยทางพิพิธภัณฑ์ยังไม่ได้เก็บค่าเข้าชม ทั้งนี้เพราะพิพิธภัณฑ์ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมสำหรับพิธีเปิด ในช่วงที่ผ่านมาจึงยังไม่ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ที่เป็นกิจลักษณะแต่อย่างใด แต่ในช่วงใกล้พิธีเปิด พิพิธภัณฑ์มีแผนการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ และคาดว่าในปี 2551 จะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมไม่ต่ำกว่า 200,000 คน










Petrified Wood





























 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #4 ·
โคราชมหัศจรรย์ "พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2550 18:00 น.




ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ


ดินแดนอีสานถือว่าเป็นถิ่นไดโนเสาร์ เพราะบนแผ่นดินที่ราบสูงอีสานซึ่งมีอายุเก่าแก่นับร้อยล้านปีมาแล้วนั้น เคยเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไดโนเสาร์ และสัตว์โบราณต่างๆ ซึ่งซากเหล่านั้นสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาหลายร้อยล้านปีได้

ไม่เพียงแต่ซากดึกดำบรรพ์สัตว์ประเภทโครงกระดูกไดโนเสาร์เท่านั้นที่พบเจอในดินแดนแถบนี้ แต่อีสานยังมีซากดึกดำบรรพ์พืชอย่าง 'ไม้กลายเป็นหิน" ของแปลกมหัศจรรย์ที่พบได้มากในแถบอีสานเช่นกัน

เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ไม้กลายเป็นหินคืออะไร? และกลายเป็นหินได้อย่างไร?




สวนไม้กลายเป็นหินด้านนอกอาคาร


หากใครอยากรู้คำตอบเหล่านี้ ที่พิพิธภัณฑ์ชื่อย้าว ยาว อย่าง "พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" มีคำตอบพร้อมไม้กลายเป็นหินมากมายให้ชม

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ ตั้งอยู่ที่บ้านโกรกเดือนห้า อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือเมืองโคราช เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของเมืองโคราชที่แม้จะยังไม่เปิดเป็นทางการ แต่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาชมกันมาก เนื่องจากว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพิพิธภัณฑ์ 1 ใน 7 ของโลก ที่รวบรวมเอาเรื่องราวของ "ไม้กลายเป็นหิน" ไว้ให้ศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ





โครงกระดูกจำลองของไดโนเสาร์และซากฟอสซิล


นับว่าเหมาะสมที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ นี้มาตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากว่าเมืองโคราชนี้ถือว่ามีศักยภาพด้านฟอสซิลอยู่ในระดับเอเชียและระดับโลก เพราะได้พบไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่จำนวนนับพันท่อน หลากหลายชนิดและอายุในพื้นที่เกือบ 20 อำเภอ และไม่เพียงแต่ไม้กลายเป็นหินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์และกระดูกไดโนเสาร์อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ นี้ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วน "พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน" ส่วน "พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์" และส่วน "พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์"

ในส่วนของ "พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน" ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้รวบรวมเอาไม้กลายเป็นหินมากกว่าร้อยชิ้น อายุประมาณ 8 แสน-320 ล้านปี มาจัดแสดงไว้ ทั้งบริเวณรอบๆ อาคารพิพิธภัณฑ์ และภายในอาคารด้วยเช่นกัน โดยหากนักท่องเที่ยวมาชม ก็ขอแนะนำให้เข้าไปปูพื้นฐานกันก่อนที่ห้องชมวิดีทัศน์เรื่องกำเนิดโลก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้เบื้องต้นก่อนจะชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็ยังจะได้ตื่นเต้นไปกับเทคนิคประกอบเรื่องที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง เช่นเมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดที่นั่งของผู้ชมก็จะสั่นไหวเหมือนกับมีแผ่นดินไหวตามไปด้วย

หลังจากรู้เรื่องราวการกำเนิดโลกแล้ว จากนั้นก็จะเข้าสู่ส่วนจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ของไม้กลายเป็นหิน ก็จะได้พบคำตอบว่า "ไม้กลายเป็นหิน" หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Petrified Wood" นั้น ก็คือไม้ที่กลายสภาพไปเป็นหิน เกิดขึ้นได้เพราะมีสารละลายแร่แทรกซึมเข้าไปแทนที่เนื้อไม้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและโครงสร้าง ทำให้ไม้กลายเป็นหินบางท่อนนั้นยังมีลายวงปี เสี้ยนไม้ หรือเปลือกไม้ที่ยังเห็นได้ชัด เพียงแต่เนื้อไม้นั้นกลายเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว




หุ่นจำลองช้างสี่งา สัตว์โลกดึกดำบรรพ์


ส่วนสาเหตุที่ไม้กลายมาเป็นหินนั้น ส่วนมากจะเกิดจากอิทธิพลของภูเขาไฟ เช่นเถ้าถ่านของภูเขาไฟซึ่งมีแร่ซิลิกาเป็นส่วนประกอบทับถมปกคลุมบริเวณที่มีต้นไม้หรือท่อนไม้ฝังอยู่ หรืออีกเหตุหนึ่งก็คืออิทธิพลของน้ำท่วม ทำให้ต้นไม้ถูกทับถมอยู่ใต้ตะกอนต่างๆ ในระดับลึก จนเกิดกระบวนการเปลี่ยนไม้ให้กลายเป็นหินเกิดขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีสีต่างๆ กันไป เช่น สีส้ม สีแดง สีเขียว สีดำ ฯลฯ เนื่องจากแร่ธาตุต่างๆ ที่มาเป็นองค์ประกอบอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทยนั้น จังหวัดที่พบไม้กลายเป็นหินมากที่สุดคือจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม้กลายเป็นหินที่อายุมากที่สุดนั้นพบที่ อ.ปากช่องและวังน้ำเขียว มีอายุประมาณ 150 ล้านปี ด้วยกัน แต่ในภาคอีสานนั้นก็พบไม้กลายเป็นหินกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น เป็นต้น





ไม้กลายเป็นหินอัญมณี พบที่บ้านมาบเอื้อง โคราช


สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมในพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินนี้ก็คือ ไม้กลายเป็นหินอัญมณี (Opallized Wood) พบที่บ้านมาบเอื้อง อ.เมือง จ.นครราชสีมา อายุประมาณ 800,000 ปี ความยาวประมาณ 2 เมตร เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นเนื้อไม้กลายเป็นผลึกคล้ายอัญมณีตลอดทั่วทั้งลำต้น

นอกจากนั้น ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ก็ยังมีตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับไม้กลายเป็นหินของประเทศต่างๆ อีกด้วย ตัวอย่างเช่นในประเทศไทย เชื่อกันว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ในไม้กลายเป็นหิน และหากใครได้สัมผัสก็จะทำให้มีอายุยืนยาว แต่ต้องบอกนิดหนึ่งสำหรับคนที่อยากได้ไม้กลายเป็นหินมาไว้ในครอบครองว่า ต้องระวังจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ/หรือทั้งจำทั้งปรับอีก 7 แสนบาทด้วย

เมื่อทราบถึงที่มาของไม้กลายเป็นหินกันไปแล้ว หากอยากดูไม้กลายเป็นหินเหล่านี้ให้ชัดๆ ในบรรยากาศธรรมชาติ ก็ต้องออกมาชมที่ด้านนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ เพราะตรงส่วนนี้ได้จัดทำเป็นสวนไม้กลายเป็นหินที่จำลองภูมิประเทศของภาคอีสานบริเวณลุ่มน้ำชี-มูล และมีไม้กลายเป็นหินจากหลายแหล่งที่มาจัดแสดงไว้บริเวณนั้น เดินชมกันได้เพลินๆ




ภายในพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน


และนอกจากพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินแล้ว ก็อย่าลืมอีกสองพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวไปในข้างต้น นั่นก็คือ "พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์" ซึ่งจัดแสดงฟอสซิลช้างที่พบในโคราชถึง 9 สกุล จาก 42 สกุล ทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่กว่าช้างแมมมอธของไซบีเรียและอเมริกาเหนือเสียอีก

ที่นี่เราจะได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างช้างสี่งา และช้างงาจอบ ช้างงาเสียม ที่มีอายุประมาณ 16-5 ล้านปี รวมทั้งเราจะได้ทำความรู้จักกับบรรพบุรุษและวิวัฒนาการของช้าง และต้องไม่พลาดชมหุ่นจำลองและโครงกระดูกของช้างสี่งาขนาดเท่าของจริง และงาช้างที่กลายเป็นหิน มีความยาวเกือบ 2 เมตร รวมไปถึงฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่นๆ เช่น เต่ายักษ์ ตะโขง ม้าโบราณ ยีราฟ ฯลฯ

และสุดท้ายคือ "พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์" ที่จะได้เห็นไดโนเสาร์โคราช 6 สายพันธุ์ อายุประมาณ 100 ล้านปี เช่น อิกัวโนดอน สยามโมไทรันนัส ฯลฯรวมทั้งจะได้สนุกสนานไปกับห้องฉายภาพเคลื่อนไหวเป็นเรื่องราวของไดโนเสาร์กินเนื้อจอมโหดปะทะกับอิกัวโนดอนใจเด็ด เป็นวิดีทัศน์ที่สร้างด้วยเทคนิควิดีโอแอนิเมชั่น ฉายรอบทิศทางบนผนังโค้ง 360 องศา เรียกว่าไดโนเสาร์กระโดดจากฝั่งหนึ่งมาอีกฝั่งหนึ่งข้ามหัวผู้ชมกันเลยทีเดียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ตั้งอยู่ที่ 184 ถนนมิตรภาพ-หนองปลิง หมู่ที่ 7 บ้านโกรกเดือนห้า ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา 23 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลา 09.00-17.00 น. ขณะนี้ยังไม่เก็บค่าเข้าชมเนื่องจากยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-4421-6617 ถึง 8, 0-4421-6620 ถึง 1 หรือที่เว็บไซต์ www.khoratfossilmuseum.com
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #5 ·
พบซากไดโนเสาร์ ร้อยล้านปีที่โคราช

Thairath [18 ธ.ค. 50 - 04:33]


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนคร ราชสีมา ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ รอง ผวจ.นครราชสีมา นายประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ และนายโยอิชิ อซูมา รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ จังหวัดฟูกุอิ ประเทศ ญี่ปุ่น ร่วมกันแถลงข่าวขุดพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์

นายประเทืองเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2543 สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้รวบรวมชิ้นส่วนกระดูก ไดโนเสาร์ที่พบในก้อนหินบริเวณรอบเขต อ.เมืองนครราชสีมา และเชิญนายดง จี หมิง ผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์จากสถาบันบรรพชีววิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลัง กรุงปักกิ่งของจีน มาช่วยจำแนกชิ้นส่วนกว่า 1,000 ชิ้น

พบว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ 6 ชนิด คือ อัลโลซอริด อิกัวโนดอนทิด แฮดโดรซอร์ ภูเวียงโกซอรัส โดรเมโอซอริด และออร์นิโธมิมิด และเนื่องจากนายดง จี หมิง เป็นที่ปรึกษาของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิของญี่ปุ่น ทำให้ นายโยอิชิผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์และรองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ไดโนเสาร์ฟูกุอิซึ่งเคยสำรวจไดโนเสาร์ในจีนเกิดความสนใจและเดินทางมาศึกษาเรื่องนี้ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2549

นายโยอิชิมีความเห็นว่า แหล่งไดโนเสาร์ที่ อ.เมืองนครราชสีมา เป็นแหล่งที่น่าสนใจและศึกษาค้นคว้ามาก เมื่อกลับไปประเทศญี่ปุ่น ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดฟูกุอิ ซึ่งสนับสนุนงบประมาณการจัดสร้างและบริหารงานพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ จนในที่สุด หัวหน้าคณะผู้บริหารการศึกษาของจังหวัดฟูกุอิคือนายมาซาฮิโร ฮิโรเบะ ประกาศให้ความร่วมมือสำรวจไดโนเสาร์ที่ จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้จะสนับสนุนทุนค่าใช้จ่ายให้คณะผู้เชี่ยวชาญของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิปีละ 6 ล้านเยน หรือ 1.8 ล้านบาท รวม 3 ปี ตั้งแต่ปี 2550-2552 เพื่อสำรวจ ร่วมกับสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯของไทยซึ่งได้รับทุน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จากการขุดซากชิ้น ส่วนกระดูกไดโนเสาร์ในชั้นหินอายุประมาณ 100 ล้านปี ที่แหล่งบ้านสะพานหิน ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา พบไดโนเสาร์ทั้งพันธุ์กินเนื้อและพันธุ์กินพืช รวมทั้งสัตว์ เลื้อยคลานบินได้

พร้อมกันนั้นพบชิ้นส่วน เต่า จระเข้ ปลาเกล็ดแข็งและพวกเลปิโดเทส ปลาฉลามน้ำจืดไฮโบดอนต์ และหอยต่างๆ ที่สำคัญคือ ไดโนเสาร์พวกอัลโลซอริดมีความยาวถึง 10 เมตร พบที่บ้านสะพานหิน ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา เป็นพันธุ์กินเนื้อใหญ่ที่สุดที่เคยขุดพบในไทย โดยพบขากรรไกรและฟันหลายซี่ บางซี่ไม่รวมรากฟันมีความยาวถึง 10 เซนติเมตร ก่อนหน้านี้พบกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์สยามโมไทรันนัส อิสานเอสซิสที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นพันธุ์กินเนื้อ มีความยาวเพียง 6.5 เมตร เท่านั้น

ขณะเดียวกันพบชิ้นส่วนไดโนเสาร์พันธุ์กินพืช พวกอิกัวโนดอนต์ มีความยาว 7 เมตร และไดโนเสาร์ปากเป็ดหรือแฮดโดรซอริด โดยพบฟันและขากรรไกรเช่นกัน สำหรับไดโนเสาร์พันธุ์ปากเป็ดนี้พบเป็นแห่งแรกของไทย และคาดว่าอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก สำหรับสัตว์เลื้อยคลานบินได้พวกเทอโรซอร์ ถือว่าพบเป็นแห่งที่ 2 ของประเทศไทยต่อจาก จ.สกลนคร โดยพบฟัน 20 ซี่ และกระดูกส่วนหนึ่ง โดยปีกมีความกว้างเมื่อกางออกไม่ต่ำกว่า 5 เมตร อยู่ในตระกูลออร์นิโธคีริดี หรือเทอโรซอร์ที่มีปีกคล้ายนก

สำหรับไดโนเสาร์ที่พบเหล่านี้ไม่มีรายงานการพบมาก่อนในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.กาฬสินธุ์ อันเป็นแหล่งไดโนเสาร์ที่รู้จักกันทั่วไปในประเทศไทย นับว่าสำคัญกับ จ.นครราชสีมา ในฐานะเป็นประตูสู่ภาคอีสาน ถือเป็นโอกาสที่ดีของ จ.นครราชสีมา ในการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการท่องเที่ยวด้านไดโนเสาร์ของประเทศไทยต่อไป
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #6 ·
Credit : Techou











 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #7 ·
โคราชเปิดตัว “สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” ไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลก อายุ 115 ล้านปี

เผยแพร่: 22 พ.ย. 2562 13:49 ปรับปรุง: 22 พ.ย. 2562 14:49 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - โคราชเปิดตัวค้นพบ “สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” ไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลก ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนอายุราว 115 ล้านปี เผยเร่งเตรียมพร้อมพื้นที่รับ UNESCO ประเมินการเสนอจัดตั้ง “โคราชจีโอปาร์ก” เพื่อรับรองเป็นมรดกโลก

วันนี้ (22 พ.ย.) ที่สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวไดโนเสาร์โคราชกินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ขนาดใหญ่ของโลก “สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” โดยมี นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ ผศ.ดร..อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา Prof. Dr. Yoichi Azuma ผู้อำนวยการพิเศษพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟูกุอิ ประเทศญี่ปุ่น ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ และ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยฯ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงข่าว ได้รับความสนใจจากส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เข้าร่วมกว่า 100 คน

สำหรับ สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ หรือ Siam raptor suwati ค้นพบจากแหล่งขุดค้นบ้านสะพานหิน ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งชื่อสกุลตามชื่อเดิมของประเทศไทย (สยาม) อันหมายรวมถึง “นักล่าแห่งสยาม” และตั้งชื่อชนิดเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอนุรักษ์และวิจัยฟอสซิลของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ มาถึง 25 ปี

สยามแรปเตอร์ มาจากการศึกษา ค้นคว้าจากฟอสซิลรวมทั้งสิ้น 22 ชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนกะโหลก กระดูกขากรรไกรบน-ล่าง กระดูกคอ กระดูกหลัง กระดูกหาง กระดูกสะโพก กระดูกขาหลัง กรงเล็บ กระดูกนิ้วเท้า ฟอสซิลดังกล่าวคาดว่ามาจากสยามแรปเตอร์ไม่ต่ำกว่า 4 ตัว

สยามแรปเตอร์จัดเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อสกุลใหม่และชนิดใหม่ที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเท่าที่มีการศึกษามา โดยมีขนาดยาวไม่ต่ำกว่า 8 เมตร ทั้งนี้ คำนวณจากชิ้นส่วนกระดูกขากรรไกรล่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จัดอยู่ในสายวิวัฒนาการของพวกอัลโลซอรอยเดีย ในไดโนเสาร์จำพวกคาร์คาโรดอนโตซอเรียน จากการอธิบายลักษณะทางกายภาพของตัวอย่าง ร่วมกับการวิเคราะห์ความหลากหลายและความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม สยามแรปเตอร์จัดอยู่ในจำพวกไดโนเสาร์กินเนื้อฟันฉลาม ที่มีความเก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การค้นพบนี้ถือเป็นหลักฐานว่าไดโนเสาร์กินเนื้อฟันฉลามนี้ได้มีการกระจายตัวในทวีปเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ตั้งแต่ยุคครีเทเชียสตอนต้น หรือเมื่อประมาณ 115 ล้านปีก่อน



การวิจัยครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ ที่ได้ตกลงทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างประเทศกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟูกุอิ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันสำรวจและขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ผลการขุดค้น ในปี พ.ศ. 2554 ได้ค้นพบไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์พันธุ์ใหม่ของโลกนาม “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” (Ratchasimasaurus suranareae; Shibata et al., 2011) ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวารสาร ACTA GEOLOGICA SINICA

ต่อมาปี พ.ศ. 2558 มีการค้นพบไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์พันธุ์ใหม่ของโลกนาม “สิรินธรน่า โคราชเอนซิส” (Sirindhorna khoratensis; Shibata et al., 2015) ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE และล่าสุดในปีนี้ ผลงานวิจัยการค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลก นำโดย ดร.ดวงสุดา โชคเฉลิมวงศ์ Dr. Soki Hattori Dr. Elena Cuesta ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล Dr. Masateru Shibata และ Dr. Yoichi Azuma ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร PLOS ONE (https://doi.org/10.1371/journal.pone.0222489) เผยแพร่ออนไลน์ไปเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา






ด้าน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาได้ยื่นเรื่องขอตั้งเป็นอุทยานธรณีโคราช หรือโคราชจีโอปาร์ก (khorat Geopark) ต่อยูเนสโก (UNESCO) เพื่อรับการประเมินรับรองเป็นมรดกโลก ซึ่งหากผ่านการรับรองโคราชจะกลายเป็นอุทยานธรณี 1 ใน 3 แห่งของโลก จะทำให้โคราชเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดในด้านการท่องเที่ยวด้วย

ในปีหน้าทางยูเนสโกจะส่งเจ้าหน้าที่ลงมาประเมินชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อุทยานฯ และส่วนที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีปัญหาคาดว่าต้นปี 2564 เราจะได้รับข่าวดี และเป็นความโชคดีที่ช่วงนี้ทางญี่ปุ่นจะให้การช่วยเหลือด้วยการเข้ามาติวเข้มให้ก่อนเพราะเขาเคยมีประสบการณ์เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

https://mgronline.com/local/detail/9620000112170
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,815 Posts
Discussion Starter · #8 · (Edited)
‘วราวุธ’ ควงปลัด ทส.ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา หนุนโคราชจีโอพาร์ค สู่จีโอพาร์คโลก

วันที่ 2 มกราคม 2564









 
1 - 8 of 8 Posts
This is an older thread, you may not receive a response, and could be reviving an old thread. Please consider creating a new thread.
Top