SkyscraperCity Forum banner
321 - 340 of 343 Posts

·
Moderator
Joined
·
6,881 Posts
เคาะ "ยูนิค" สร้างไฮสปีดไทย-จีน "ดอนเมือง-นวนคร" 1.05 หมื่นล. -โยธาปัญหาเพียบหวั่นกระทบงานระบบ
เผยแพร่: 21 มิ.ย. 2564 07:46 ปรับปรุง: 21 มิ.ย. 2564 07:46 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
โพสต์มั่วกระทู้ ทั้งๆ ที่เตือนในกระทู้นี้ไปแล้ว ขอแบนชั่วคราว ปลดล็อกประมาณวันที่ 22 มิ.ย. ครับ เจอครั้งที่ 2 จะโดน 3 วัน ครั้งที่ 3 จะโดน 7 วัน และครั้งที่ 4 จะแบนถาวรครับ
 

·
Banned
Joined
·
37,507 Posts

·
Banned
Joined
·
37,507 Posts
จับตานายกฯ ตั้งทีมสอบฮั้วประมูลรถไฟทางคู่ เปิดอีกพิรุธ TOR ยื่นอาณัติสัญญาณ 2 ยี่ห้อสุดเอื้อรับเหมา
เผยแพร่: 5 ก.ค. 2564 08:49 ปรับปรุง: 5 ก.ค. 2564 08:49 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จับตา”นายกฯ”ตั้งสอบประมูลรถไฟทางคู่“สายเหนือ-อีสาน”ฝ่าครหาฮั้ว เอื้อรับเหมารายใหญ่ เปิดอีกปม TOR ให้ยื่น อาณัติสัญญาณ 2
ยี่ห้อ รฟท.เสียโอกาสได้ประโยชน์สูงสุด เผยกรมบัญชีกลางเคยชี้เสนอแบบเผื่อเลือกไม่ได้ ประโยชน์จะตกกับเอกชน

รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) ได้ยื่นหนังสือต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรีเพื่อให้ พิจารณาทบทวนการประมูลและตรวจสอบความไม่ถูกต้องในการประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ สายเหนือ (เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ) และสายอีสาน (บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม) มูลค่ารวม 128,376.79 ล้านบาท ซึ่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประมูลด้วยระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์(e-Bidding) โดยผลราคาลดลงเฉลี่ย 0.08% จากราคากลางเท่ากันทั้ง 2 โครงการ และเป็นการลดราคาที่ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าก่อสร้าง

รวมไปถึงการกำหนด TOR ที่เอื้อกับผู้รับเหมาบางกลุ่ม เช่น การรวมงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณประมูลอยู่ในสัญญาเดียวกับงานโยธา จากเดิมที่รฟท. แยกประมูลสัญญางานโยธาและสัญญางานระบบอาณัติสัญญาณ ซึ่ง การแยกสัญญาจะป้องกันการล็อกสเปก และทำให้มูลค่าโครงการแต่ละสัญญาไม่สูงเกินไปอีกด้วย

และเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลับ ที่ 147/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการประกวดราคาก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน โดยมีนายดนัย มู่สา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการร่วม ได้แก่ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ,นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง ,นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ,วิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย ฯ,สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ซึ่งนายดนัย มู่สา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานกรรมการฯได้มีหนังสือถึง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรมรักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี รวมถึงนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เพื่อเชิญชี้แจงข้อมูลประกอบกับข้อร้องเรียน ในวันที่ 5 ก.ค. 2564 เวลา 9.30 น.ห้อง 109 ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล.

@เปิดพิรุธTOR ยื่นอาณัติสัญญาณ2 ยี่ห้อเอื้อรับเหมา

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากประเด็นการรวมงานโยธาผูกกับงานระบบอาณัติสัญญาณแล้ว ยังมีข้อสังเกตุเรื่องการกำหนดให้ยื่นข้อเสนอผลิตภัณฑ์อาณัติสัญญาณ โดยในTOR ข้อ 17 ที่กำหนดให้ยื่นเสนอผลิตภัณฑ์ สำหรับ 3ระบบหลักของงานอาณัติสัญญาณ ได้แก่ 1. ระบบบังคับสัมพันธ์ด้วยคอมพิวเตอร์ (CBI System) 2. ระบบป้องกันเหตุอันตรายของขบวนรถโดยอัตโนมัติ(ATP) ตามมาตรฐาน ETCS Level 1. และ 3. ระบบควบคุมการเดินรถทางไกล (CTC System )

โดยให้ยื่นเสนอผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 2 ผลิตภัณฑ์ สำหรับแต่ละระบบ พร้อมยื่นหนังสือรับรองผลการใช้งานผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ให้แก่โครงการ

ซึ่ง ประมาณปี 2550 เคยมีกรณีบริษัทผู้รับเหมายื่นประมูลโดยเสนอรางรถไฟจาก 5 โรงงาน ซึ่งคณะกรรมการประกวดราคาฯมีมติให้บริษัทดังกล่าวชนะ ประมูล ขณะที่รฟท.ได้หารือไปที่กรมบัญชีกลาง ซึ่งกรมบัญชีกลางมีมติว่า รฟท.ไม่สามารถดำเนินการโดยผู้รับเหมาต้องเสนอเพียงโรงงานเดียว เพราะการเสนอมากกว่า 1 โรงงานเป็นการเสนอแบบทางเลือก ขณะที่ผู้รับเหมารายอื่น เสนอ1โรงงาน

ส่วนการประมูลรถไฟทางคู่ สายเหนือ และสายอีสานเขียน TOR ให้ทุกบริษัทยื่นเสนออาณัติสัญญาณได้ 2 ยี่ห้อเป็นการเสนอแบบเผื่อเลือกเช่นกัน ซึ่งผลประโยชน์จะตกกับบริษัท ส่วนรฟท.เสียโอกาสที่จะได้ประโยชน์สูงสุดเนื่องจากราคาอาณัติสัญญาณแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน เมื่อบริษัทชนะประมูล จะเลือกยี่ห้อที่ราคาถูกกว่าให้รฟท.

ดังนั้น การที่กรณีแบบนี้ กรมบัญชีกลางเคยมีข้อวินิจฉัยไว้แล้ว ดังนั้นการกำหนด TOR ให้ยื่น ระบบอาณัติสัญญาณได้ 2 ยี่ห้อ อาจจะเป็นอีกเงื่อนไขที่ทำให้รฟท.เสียประโยชน์ และขัดกับแนวทางที่เคยดำเนินการมา ส่วนการตั้งกรรมการตรวจสอบการประมูลโครงการฯยังต้อง จับตาดูกันต่อไป ว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร หรืออาจเป็นเพียงการซื้อเวลาของนักการเมืองเท่านั้น

ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯรฟท.กล่าวว่า การประมูลรถไฟทางคู่ สายหนือและสายอีสาน มีข้อพิรุธ หลายประการซึ่งคาดหวังว่า คณกรรมการฯที่นายกฯตั้งขึ้นจะตรวจสอบและทำให้เกิดความโปร่งใส สามารถตอบข้อสงสัยสังคมได้ และหากต้องยกเลิกประมูลและปรับปรุงTOR ใหม่ให้เหมาะสม เช่น แยกงานระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธา และแบ่งสัญญาก่อสร้างให้มากกว่า 3 สัญญา เพื่อให้เหลือมูลค่าสัญญาละ 6-7 พันล้านบาท ผู้รับเหมาขนาดกลางจะเข้าร่วมได้หลายรายขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าจะไม่ทำให้โครงการล่าช้า ดังนั้นควรเลือกแนวทางที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศและของประชาชนทุกคน

 

·
Banned
Joined
·
37,507 Posts
คลอด พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน 19 อำเภอ 6 จังหวัด เปิดทางสร้างรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม”
เผยแพร่: 16 ก.ย. 2564 13:50 ปรับปรุง: 16 ก.ย. 2564 13:50 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินก่อสร้างรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ในพื้นที่ 19 อำเภอ 6 จังหวัด “ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครพนม” กว่า 7 พันแปลง งบกว่า 1หมื่นล้าน

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น อำเภอกุดรัง อำเภอบรบือ อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม พ.ศ. 2564

พ.ร.ฎ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ให้ใช้บังคับได้มีกำหนด 4 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสร้างทางรถไฟ เครื่องประกอบทางรถไฟ ทาง และสิ่งจำเป็นอื่นตามโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม โดยให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนตาม พ.ร.ฎ.นี้ภายใน 120 วันนับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

สำหรับรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าโครงการ 66,848.33 ล้านบาท มีวงเงินค่าก่อสร้างงานโยธาและระบบอาณัติสัญญาณ 55,462 ล้านบาท มีค่าเวนคืน 10,255.33 ล้านบาท (พื้นที่ 7,100 แปลง) หรือประมาณ 17,500 ไร่ ค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 1,131 ล้านบาท ตามแผนกำหนดเปิดเดินรถในปี 2568

ปัจจุบัน รฟท.ได้ประมูล e-bidding งานโยธา จำนวน 2 สัญญา วงเงินรวม 55,458 ล้านบาท โดยสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กม. ราคากลาง 27,123.62 ล้านบาท มีผู้ซื้อซองจำนวน 16 ราย มีผู้ยื่นเสนอราคาจำนวน 4 ราย โดยกลุ่มที่มี บริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เป็นแกนนำ เสนอราคาต่ำสุด 27,100 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางประมาณ 23 ล้านบาท

สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กม. ราคากลาง 28,333.93 ล้านบาท มีผู้ซื้อซองจำนวน 16 ราย มีผู้ยื่นเสนอราคา 4 ราย โดยกลุ่มมี บริษัท รยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ ราคาที่เสนอต่ำสุด 28,310 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางประมาณ 23 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่าการพิจารณาผลประมูล และมีการตรวจสอบการประกวดราคาจากคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นด้วย เนื่องจากมีการร้องเรียนในประเด็นการกำหนด TOR ต่างๆ ที่มีข้อครหาถึงความไม่โปร่งใส

 

·
Banned
Joined
·
37,507 Posts
เวนคืนทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม” รถไฟ 6.6 หมื่นล้าน เปิดประเทศเชื่อม AEC
วันที่ 23 กันยายน 2564 - 07:34 น.
15 กันยายน 2564 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเวนคืนสร้างรถไฟทางคู่สาย “บ้านไผ่-นครพนม”

เป็นรถไฟทางคู่สายที่รอคอยมานานอีกเส้นหนึ่ง แนวเส้นทางพาดผ่าน 6 จังหวัด ประกอบด้วย “ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครพนม” ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 6.6 หมื่นล้านบาท ค่าเวนคืน 1 หมื่นล้านบาทบวกลบ

แนวเส้นทางทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม”
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น, อ.กุดรัง อ.บรบือ อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

อ.ศรีสมเด็จ อ.เมืองร้อยเอ็ด อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.โพธิ์ชัย อ.โพนทอง อ.เมยวดี อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด, อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร, อ.นิคมคำสร้อย อ.เมืองมุกดาหาร อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร และ อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 66,848.33 ล้านบาท โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โดยใน พ.ร.ฎ.เวนคืนระบุเหตุผลมีความจำเป็นต้องสร้างทางรถไฟสายนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค จึงกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด

และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีระยะเวลาบังคับตามกฎหมาย 4 ปี ให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตาม พ.ร.ฎ.นี้

รถไฟลงพื้นที่เคลียร์เส้นทาง 6 จังหวัด

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.ระบุว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่มีอยู่ 2 เส้นทางที่ต้องเวนคืนใหม่ทั้งเส้น เพราะไม่ได้สร้างประชิดกับรางรถไฟเดิมที่มีอยู่ นอกจากสายบ้านไผ่-นครพนมแล้ว อีกเส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

สำหรับขั้นตอนปฏิบัติหลังมี พ.ร.ฎ.เวนคืนลงประกาศในราชกิจจาฯ ทาง ร.ฟ.ท.จะจัดทีมงานลงพื้นที่ และหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 จังหวัด ที่แนวเวนคืนพาดผ่าน ประกอบด้วย “ขอนแก่น-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-มุกดาหาร-นครพนม”

ภายใต้สถานการณ์โควิดจำเป็นต้องทำงานและประสานงานอย่างรอบคอบระมัดระวัง ที่สำคัญ ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโควิดภายใต้คำสั่งของ ศบค.จังหวัดอย่างเคร่งครัด โดยการประสานงานกำลังพิจารณาใช้ช่องทางสื่อสารทางไกลเป็นหลัก

จากนั้นจะเป็นการลงพื้นที่สำรวจในรายละเอียดแนวเวนคืนตลอดเส้นทางว่า มีสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ป่าไม้ จำนวนเท่าไหร่ อยู่จุดใดบ้าง แล้วจึงทำรังวัด จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นรายจังหวัด เพื่อดำเนินการสืบหาเจ้าของโฉนดที่ดิน คาดว่าจะเริ่มต้นเบิกจ่ายค่าเวนคืนได้ภายใน 1 ปี นับจากวันประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืน อย่างเป็นทางการ



เวนคืน 1.7 หมื่นไร่ 10,080 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่เวนคืนตาม พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ เบื้องต้นเวนคืนที่สาธารณะ รวมถึงที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัยของประชาชนและเอกชนเป็นหลัก ยังไม่ได้รวมถึงการขอใช้พื้นที่ของส่วนราชการ ซึ่งประเมินตอนนี้มี 5 หน่วยงาน ที่ต้องเข้าขอใช้พื้นที่ ได้แก่ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ โดยจะต้องมีการคำนวณค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและหารือถึงแผนงานต่อไป

สภาพการใช้ประโยชน์แนวเวนคืน ส่วนมากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมพื้นที่เวนคืนทั้งหมด 17,499 ไร่ จำนวนที่ดิน 6,762 แปลง วงเงินเวนคืน 10,080.33 ล้านบาท มีระยะเวลาเบิกจ่ายและดำเนินการ 2 ปี (2565-2566) ล่าสุด สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 ให้แล้ว 1,020 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปักหลักแนวเขตทาง รังวัด กำหนดราคาทดแทน ประกาศค่าทดแทน

30 สถานี 19 อำเภอ 70 ตำบล
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สาย “บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม” มีระยะทางรวม 355 กิโลเมตร ออกแบบก่อสร้างเป็นคันทางระดับดินสูงเฉลี่ย 4 เมตร ระยะทาง 346 กิโลเมตร และเป็นทางรถไฟยกระดับ 9 กิโลเมตร เขตทางกว้าง 80 เมตร

ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 6 จังหวัด 19 อำเภอ 70 ตำบล มีสถานีรถไฟจำนวน 30 สถานี แบ่งเป็น 18 สถานีกับ 12 ที่หยุดรถ และ 1 ชุมทางรถไฟ หรือจุดเริ่มต้นโครงการ มีย่านกองเก็บตู้สินค้า (CY) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สถานีร้อยเอ็ด 2.สถานีสะพานมิตรภาพ 2 จ.มุกดาหาร และ 3.สถานีสะพานมิตรภาพ 3 จ.นครพนม

มีลานบรรทุกตู้สินค้าจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สถานีภูเหล็ก 2.สถานีมหาสารคาม 3.สถานีโพนทอง มีที่หยุดรถไฟ 12 แห่ง สถานีขนาดเล็ก 9 แห่ง สถานีขนาดกลาง 5 แห่ง สถานีขนาดใหญ่ 4 แห่ง ย่านกองเก็บตู้สินค้า 3 แห่ง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง สะพานรถไฟข้ามถนน/คลอง/แม่น้ำ 158 แห่ง

เชื่อมแขวงสะหวันนะเขต-คำม่วน สปป.ลาว
จุดตัดทางรถไฟกับถนนตามแนวเส้นทางโครงการ แบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ สะพานรถไฟข้ามถนน 158 แห่ง, สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง, ทางลอดทางรถไฟ 245 แห่ง และทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง

แนวเส้นทางเริ่มต้นที่ชุมทางบ้านหนองแวงไร่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พาดผ่าน จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ไปสิ้นสุดที่สถานีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม เชื่อมกับ สปป.ลาว ที่แขวงสะหวันนะเขต และแขวงคำม่วน

2565 เวนคืน-2566 เริ่มก่อสร้าง
อัพเดตความคืบหน้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้น แบ่งเป็น 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กิโลเมตร ราคากลาง 27,123.62 ล้านบาท มีบริษัท เอ.เอส. แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด จอยต์เวนเจอร์กับบริษัทรับเหมาท้องถิ่นเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดอยู่ที่ 27,100 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 23 ล้านบาท

สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กิโลเมตร ราคากลาง 28,333.93 ล้านบาท มีบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จอยต์เวนเจอร์กับบริษัทรับเหมาท้องถิ่นเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 28,310 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 23 ล้านบาทเช่นกัน

ในด้านการก่อสร้างตามแผนที่วางไว้ คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ต้นปี 2566 ใช้เวลาก่อสร้าง 48 เดือน หรือ 4 ปี มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570

 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
เวนคืนทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม” รถไฟ 6.6 หมื่นล้าน เปิดประเทศเชื่อม AEC
วันที่ 23 กันยายน 2564 - 07:34 น.
15 กันยายน 2564 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเวนคืนสร้างรถไฟทางคู่สาย “บ้านไผ่-นครพนม”

เป็นรถไฟทางคู่สายที่รอคอยมานานอีกเส้นหนึ่ง แนวเส้นทางพาดผ่าน 6 จังหวัด ประกอบด้วย “ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครพนม” ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 6.6 หมื่นล้านบาท ค่าเวนคืน 1 หมื่นล้านบาทบวกลบ

แนวเส้นทางทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม”
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น, อ.กุดรัง อ.บรบือ อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

อ.ศรีสมเด็จ อ.เมืองร้อยเอ็ด อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.โพธิ์ชัย อ.โพนทอง อ.เมยวดี อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด, อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร, อ.นิคมคำสร้อย อ.เมืองมุกดาหาร อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร และ อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 66,848.33 ล้านบาท โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โดยใน พ.ร.ฎ.เวนคืนระบุเหตุผลมีความจำเป็นต้องสร้างทางรถไฟสายนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค จึงกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด

และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีระยะเวลาบังคับตามกฎหมาย 4 ปี ให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตาม พ.ร.ฎ.นี้

รถไฟลงพื้นที่เคลียร์เส้นทาง 6 จังหวัด

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.ระบุว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่มีอยู่ 2 เส้นทางที่ต้องเวนคืนใหม่ทั้งเส้น เพราะไม่ได้สร้างประชิดกับรางรถไฟเดิมที่มีอยู่ นอกจากสายบ้านไผ่-นครพนมแล้ว อีกเส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

สำหรับขั้นตอนปฏิบัติหลังมี พ.ร.ฎ.เวนคืนลงประกาศในราชกิจจาฯ ทาง ร.ฟ.ท.จะจัดทีมงานลงพื้นที่ และหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 จังหวัด ที่แนวเวนคืนพาดผ่าน ประกอบด้วย “ขอนแก่น-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-มุกดาหาร-นครพนม”

ภายใต้สถานการณ์โควิดจำเป็นต้องทำงานและประสานงานอย่างรอบคอบระมัดระวัง ที่สำคัญ ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโควิดภายใต้คำสั่งของ ศบค.จังหวัดอย่างเคร่งครัด โดยการประสานงานกำลังพิจารณาใช้ช่องทางสื่อสารทางไกลเป็นหลัก

จากนั้นจะเป็นการลงพื้นที่สำรวจในรายละเอียดแนวเวนคืนตลอดเส้นทางว่า มีสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ป่าไม้ จำนวนเท่าไหร่ อยู่จุดใดบ้าง แล้วจึงทำรังวัด จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นรายจังหวัด เพื่อดำเนินการสืบหาเจ้าของโฉนดที่ดิน คาดว่าจะเริ่มต้นเบิกจ่ายค่าเวนคืนได้ภายใน 1 ปี นับจากวันประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืน อย่างเป็นทางการ



เวนคืน 1.7 หมื่นไร่ 10,080 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่เวนคืนตาม พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ เบื้องต้นเวนคืนที่สาธารณะ รวมถึงที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัยของประชาชนและเอกชนเป็นหลัก ยังไม่ได้รวมถึงการขอใช้พื้นที่ของส่วนราชการ ซึ่งประเมินตอนนี้มี 5 หน่วยงาน ที่ต้องเข้าขอใช้พื้นที่ ได้แก่ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ โดยจะต้องมีการคำนวณค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและหารือถึงแผนงานต่อไป

สภาพการใช้ประโยชน์แนวเวนคืน ส่วนมากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมพื้นที่เวนคืนทั้งหมด 17,499 ไร่ จำนวนที่ดิน 6,762 แปลง วงเงินเวนคืน 10,080.33 ล้านบาท มีระยะเวลาเบิกจ่ายและดำเนินการ 2 ปี (2565-2566) ล่าสุด สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 ให้แล้ว 1,020 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปักหลักแนวเขตทาง รังวัด กำหนดราคาทดแทน ประกาศค่าทดแทน

30 สถานี 19 อำเภอ 70 ตำบล
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สาย “บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม” มีระยะทางรวม 355 กิโลเมตร ออกแบบก่อสร้างเป็นคันทางระดับดินสูงเฉลี่ย 4 เมตร ระยะทาง 346 กิโลเมตร และเป็นทางรถไฟยกระดับ 9 กิโลเมตร เขตทางกว้าง 80 เมตร

ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 6 จังหวัด 19 อำเภอ 70 ตำบล มีสถานีรถไฟจำนวน 30 สถานี แบ่งเป็น 18 สถานีกับ 12 ที่หยุดรถ และ 1 ชุมทางรถไฟ หรือจุดเริ่มต้นโครงการ มีย่านกองเก็บตู้สินค้า (CY) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สถานีร้อยเอ็ด 2.สถานีสะพานมิตรภาพ 2 จ.มุกดาหาร และ 3.สถานีสะพานมิตรภาพ 3 จ.นครพนม

มีลานบรรทุกตู้สินค้าจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สถานีภูเหล็ก 2.สถานีมหาสารคาม 3.สถานีโพนทอง มีที่หยุดรถไฟ 12 แห่ง สถานีขนาดเล็ก 9 แห่ง สถานีขนาดกลาง 5 แห่ง สถานีขนาดใหญ่ 4 แห่ง ย่านกองเก็บตู้สินค้า 3 แห่ง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง สะพานรถไฟข้ามถนน/คลอง/แม่น้ำ 158 แห่ง

เชื่อมแขวงสะหวันนะเขต-คำม่วน สปป.ลาว
จุดตัดทางรถไฟกับถนนตามแนวเส้นทางโครงการ แบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ สะพานรถไฟข้ามถนน 158 แห่ง, สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง, ทางลอดทางรถไฟ 245 แห่ง และทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง

แนวเส้นทางเริ่มต้นที่ชุมทางบ้านหนองแวงไร่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พาดผ่าน จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ไปสิ้นสุดที่สถานีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม เชื่อมกับ สปป.ลาว ที่แขวงสะหวันนะเขต และแขวงคำม่วน

2565 เวนคืน-2566 เริ่มก่อสร้าง
อัพเดตความคืบหน้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้น แบ่งเป็น 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กิโลเมตร ราคากลาง 27,123.62 ล้านบาท มีบริษัท เอ.เอส. แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด จอยต์เวนเจอร์กับบริษัทรับเหมาท้องถิ่นเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดอยู่ที่ 27,100 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 23 ล้านบาท

สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กิโลเมตร ราคากลาง 28,333.93 ล้านบาท มีบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จอยต์เวนเจอร์กับบริษัทรับเหมาท้องถิ่นเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 28,310 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 23 ล้านบาทเช่นกัน

ในด้านการก่อสร้างตามแผนที่วางไว้ คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ต้นปี 2566 ใช้เวลาก่อสร้าง 48 เดือน หรือ 4 ปี มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570

Royal decree on land expropriation for 355-km Ban Phai - Nakhon Phanom railway line with total price tag of 66,848.33 million Baht has become a law of the land. This line will have 346-km at grade with the height of 4 meter and 9 km of elevated tracks with 80-meter wide land strips that passes 6 provinces, 19 districts and 70 townships with 18 stations (9 small stations, 5 mid size stations and 4 large provincial stations), 12 stops and 1 junction along with 158 railway bridges.



For the cases of government land, SRT is going to negotiate with Highway Dept., Rural Highway Dept., Irrigation Dept., Treasury Dept. and Land Reform office.





So far, SRT needs to expropriate 6,762 plots of land with total area of 17,499 Rai (2799.84 Hectares) with the price tag of 10,080.33 million Baht which has to be all done by the end of 2023. There will be container yard at Phu Lek, Roy Ed, The 2nd Friendship Bridge, and 3td Friendship bridge.



Furthermore, 2 contractors who won the bidding will get the contracts signed on 29 September 2021

Contract 1: Ban Phai - Nong Phok (180 km) with the mean price of 27,123.62 million Baht. AS Associate Engineering (1964) Co.Ltd. won the bidding a 27,100 million Baht.



Contract 2: Nong Phok - Saphan Mitraphab 3 (175 km) with the mean price of 28,333.93 million Baht. Unique Engineering and Construction PCL won the bidding a 28,310 million Baht.

Construction started in 2023 and opened in 2027
เวนคืนทางคู่ "บ้านไผ่-นครพนม" รถไฟ 6.6 หมื่นล้าน เปิดประเทศเชื่อม AEC




https://mgronline.com/business/detail/9640000091923

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/060/T_0001.PDF
 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
After PM Prayut has come to make a clearance on the allegation about the bidding collusion on both 323.1-km Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong with the total price tag of 72,920 million Baht and 355-km Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Noktha - Mukdahan - Nakhon Phanom railway with the price tag of 55,458 million Baht, SRT Board is going to set up the signing ceremony for all 5 contractors in January 2022 as the Year 2022 New Year Gifts for Thai people after declaring the winners of 5 contracts on 16 December 2021.

There is no evidence of collusion as claimed by those who made allegation. If the government has to make a new bidding as requested by those who claimed for collusion, expect the 7,100 million Baht cost overrun due to the rising price of steel, fuel, transportation and other expenditures => 4,200 million Baht cost overrun for the case of Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong and 2,900 million Baht cost overrun on Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Noktha - Mukdahan - Nakhon Phanom.

323.1-km Denchai - Chiang rai - Chiang Khong railway has 3 contracts:
Contract 1: Denchai - Ngao (104 km) - ITD PCL - Naowarat Phatthanakarn PCL won at 26,568 million Baht from the mean price of 26,599 Million Baht

Contract 2: Ngao - Chiang Rai (135 km) CKST-DC2 won at 26,900 million Baht from the mean price of 26,913 Million Baht
Contract 3: Chiang Rai - Chiang Khong (84 km) CKST-DC3 won at 19,390 million Baht from the mean price of 19,406 million Baht

It will take 6 year for the construction to get 323.1-km Denchai - Chiang rai - Chiang Khong railway done and opened by the end of December 2028.

355-km Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Noktha - Mukdahan - Nakhon Phanom has 2 contracts including:
Contract 1 Ban Phai - Nong Phok (180 km) AS-Ch. Thawee and Associates won at 27,100 million Baht from the mean price of 27,123.62 million Baht
.
Contract 2 Nong Pok - Thai - Lao Friendship Bridge 3 (175 km) Unique Engineering and Construction won at 28,310 million Baht from the mean price of 28,333.93 million Baht

It will take 4 year for the construction to get 355-km Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Noktha - Mukdahan - Nakhon Phanom railway done and opened by the end of December 2026.

 

·
Banned
Joined
·
37,507 Posts
เซ็นสัญญาส่งท้ายปี!รถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงราย”และ”บ้านไผ่-นครพนม” 5 สัญญา 1.28 แสนล.
เผยแพร่: 29 ธ.ค. 2564 09:09 ปรับปรุง: 29 ธ.ค. 2564 09:09 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีอุทธรณ์ รถไฟทางคู่2 สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย”และ”บ้านไผ่-นครพนม” รฟท.จ่อเซ็นรับเหมา 5 สัญญา วันนี้ (29 ธ.ค.) ปิดจ๊อบส่งท้ายปี “ศักดิ์สยาม”เผยผลตรวจสอบโปร่งใส สั่งเร่งงานตามแผน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ว่า หลังจากที่ คณะกรรมการตรวจสอบการประกวดราคา ที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้น สรุปผลว่าการประกวดราคาทั้ง 2 โครงการ เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และล่าสุด คณะกรรมการ(บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้อนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างแล้ว ซึ่งตนได้เร่งรัดให้รฟท.ดำเนินการโดยเร็ว
ทั้งนี้ เนื่องจาก กระบวนการประกวดราคาโครงการล่าช้ามาหลายเดือนแล้ว และส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณด้วย ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันการดำเนินงาน ยึดระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี หากมีการสงสัยก็สามารถตรวจสอบให้ชัดเจนได้ ซึ่งโครงการรถไฟทางคู่ เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า การดำเนิน โครงการขนาดใหญ่ ทำยาก มีหลายประเด็น ที่ส่งผลให้ล่าช้า

“รฟท.ได้รายงานการดำเนินงานมาที่กระทรวงคมนาคมให้รับทราบแล้ว ส่วนการลงนามเป็นอำนาจของรฟท. ที่ต้องทำตามระเบียบและข้อกฎหมายให้ครบถ้วนซึ่งหากลงนามได้เร็วจะเตรียมข้อมูลรายงานนายกรัฐมนตรี ที่จะมีการประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดนครนพม ในช่วงเดือนม.ค.65 ต่อไป “

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการฯ รฟท.เปิดเผยว่า หลังจากบอร์ดรฟท. มีมติอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้าง โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงิน 72,920 ล้านบาท จำนวน 3 สัญญา และ รถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงินรวม 55,458 ล้านบาท จำนวน 2 สัญญา เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 รฟท.ได้มีการประกาศผลผู้ชนะ ตามขั้นตอนการประกวดราคาด้วยระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ในวันที่ 17 ธ.ค.2564 เป็นเวลา 7 วันทำการ (17 ธ.ค.64 -27 ธ.ค.64) ตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 117 ไม่มีการอุทรธณ์ ซึ่งได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอน โดยรฟท.และผู้รับจ้างมีความพร้อมในการลงนามสัญญาในวันนี้(29ธ.ค.)และถือเป็นของขวัญปีใหม่และเพื่อให้ผู้รับจ้างได้เตรียมพร้อมเพื่อเข้าเริ่มงานก่อสร้างได้เร็วที่สุด

รายงานข่าวจาก รฟท.แจ้งว่า หลังปิดรับคำอุทธรณ์วันที่ 27ธ.ค. 2564 ไม่มีการอุทรธณ์ วันที่ 28 ธ.ค.64 รฟท.จึงออกหนังสือถึงผู้ได้รับงานทั้ง 5 สัญญา แจ้งให้มาลงนามสัญญา โดยภาพรวมรฟท.มีความพร้อมในการลงนาม โดยอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาทั้งหมดแล้ว และมีการจัดทำ รายละเอียด BOQ (Bill of Quantities) ซึ่งเป็น รายการแสดงปริมาณงานและราคาวัสดุก่อสร้าง เพื่อแนบกับสัญญา จัดทำเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ ได้มีการรายงานไปยังรมว.คมนาคม รับทราบมติบอร์ดรฟท.และขั้นตอนในการดำเนินการแล้ว

สำหรับเอกชนนั้น จะต้องเตรียมเอกสารหลักประกันสัญญา ซึ่งต้องรอหนังสือที่รฟท.ส่งแจ้งให้เข้าลงนามสัญญา ไปประกอบการจัดทำหลักประกันสัญญากับสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะเอกชนประสานกับแบงก์เตรียมพร้อมคู่ขนานไปได้

ซึ่งหลังลงนามสัญญา คาดว่าจะทยอยเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ประมาณกลางปี 2565 โดยโครงการก่อสร้าง รถไฟทางคู่สาย เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. เจ้าหน้าที่รฟท. ได้ลงสำรวจรังวัด และติดตั้งป้ายประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ตามพ.ร.บ.เวนคืนปี2562 โดยการสำรวจมีพื้นที่เวนคืน จำนวน 7,292 แปลง ที่ดิน 9,661 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง 1,200 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา เชียงราย มีค่าเวนคืน 10,660 ล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565 ส่งมอบที่ดินแปลงแรกเพื่อการก่อสร้างโครงการในเดือน มิ.ย. 2565

ส่วน สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม) ระยะทาง 355 กม. มีพื้นที่เวนคืนทั้งหมด 17,499 ไร่ ที่ดิน 6,762 แปลง ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครพนม มีค่าเวนคืน 10,080.33 ล้านบาท

 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts


Singing 5 contracts for 2 new lines on 29 December 2021 as the New year Gifts for Thai people including:
1. Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong line (323.1 km at 79,720 million Baht with 3 contracts) and
2. Ban Phai - Nakhon Phanom line (354.783 km at 55,458 million Baht with 2 contracts)

After signing the contract, three contractors of Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong railway project would be at the construction site in mid 2022, after SRT has started paying the expropriation payments of 10,660 million Baht to the bank accounts of the land owners and building owners (7,292 land plots on 9661 Rai [1545.76 hectares] owned by 1200 households in 4 provinces - Phrae, Lampang, Phayao and Chiang Rai ) in May 2022 before transferring the first sections of the land to the contractors in June 2022.

Similar things can be said about those two contractors who are going to deal with Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Mukdahan - Nakhon Phatom after SRT has started paying the expropriation payments of 10,080.33 million Baht to the bank accounts of the land owners and building owners (6,762 land plots on 17,499 Rai [2799.84 hectares] in 6 provinces - Khonkaen, Mahasarakham, Roy Ed, Yasothon, Mukdahan, Nakhon Panom).

 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
Three contractors for Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong are:

Contract 1 : Denchai - Ngao including the new station building for Denchai and Ngao station (103 km with the mean price of 26,599.16 million Baht) - Italian Thai Development PCL (ITD) and Naowarat Phatthanakarn PCL (NWR) won the bidding at 26,568 million Baht.

Contract 2: Ngao - Chiang Rai without either Ngao station or Chiang Rai station (132 km with the mean price of 26,913.78 million Baht) - Ch. Karnchang PCL (CK) - Sino-Thai Engineering and Construction PCL (STECON) won the bidding at 26,900 million Baht.

Contract 3: Chiang Rai - Chiang Khong includuing Chiang Rai station (87 km with the mean price of 19,406.31 million Baht) - Ch. Karnchang PCL (CK) - Sino-Thai Engineering and Construction PCL (STECON) won the bidding at 19,390 million Baht.

Two contractors for Ban Phai - Nakhon Phnom are:

Contract 1 : Ban Phai - Nong Phok including the new Ban Nong Waeng Rai junction (180 km with the mean price of 27,123.62 million Baht) - AS Associate Engineering Co.Ltd. (1964) won the bidding at 27,100 million Baht.


Contract 2: Nong Phok - Third Friendship bridge (175 km with the mean price of 28,333.93 million Baht) - Unique Engineering and Construction PCL (UNIQ) and the local contractor won the bidding at 28,310 million Baht.






CK-STEC-ITD-NWR-UNIQ เตรียมเซ็นสัญญารถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสาน 1.2 แสนลบ.บ่ายนี้ : อินโฟเควสท์
 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
Survey on the land to be expropriated to construct Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Nok Tha - Mukdahan - Nakhon Phanom on Roy Ed section and the surveyors have learnt that the line is going to pass through the paddy field and Thung Kula field indeed.

 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
Progress on 2 new Lines (Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong [323.1 km at 72900 million Baht] and Ban Phai - Nakhon Phanom)

1. SRT has started the land expropriation payment contracts with the local people at 1000 million Baht out of 1620 million funds of Year 2022 for the 323.1-km Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong line which the hope to get the contracts for land expropriation done by the end of September 2022. For those local people who do not satisfy with the compensation payment, they can appeal to the court.

For the case of land expropriation on the 323.1-km Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong linem it will cover 8665 land plots with the total area of 12076 Rai (1932.16 Hectares). 7704 land plots have land deeds, 783 land plots has Sor Por Kor, 13 land plots are forest areas, and 465 land plots are land of other usages. There is also the need for compensation payment on 5053 buildings at 10,000 million Baht. There will be 5,000 million Baht fund for land expropriation in 2023 and 4,000 million Baht funds for the land expropriation in 2024.
For the land which been expropriated, SRT is going to tell the contractors to set up the office and start their works and SRT has already transferred the land for land expropriaion to all 3 contractors to start working on permanent way construction after opening their field offices.

Three contractors are:
Section 1: Denchai - Ngao (104 km) => ITD - NWP
Section 2: Ngao - Chiang Rai (135 km) => CKST-DC2
Section 3: Chiang Rai - Chiang Khong (84 km) => CKST-DC3

Hope that the 323.1-km Denchai - Chiang Rai - Chiang Khong line will be done in 2028.

For the case of the 354-784 km Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Mukdahan - Nakhon Phanom at 66,800 million Baht, they are still working on the mean price for compensation payments before making the actual land expropriation contracts with the local people on 9,012 land plots with the total area of 18,462 Rai (2982.72 Hectares) along with 2,368 buildings and the trees on 6,711 land plots with compensation payment of 10,000 million Baht. Hope that the land expropriation will be done by the end of 2022 and hope to get this line done in 2026.

 

·
Registered
Joined
·
32,602 Posts
Survey on the land to be expropriated to construct Ban Phai - Mahasarakham - Roy Ed - Loeng Nok Tha - Mukdahan - Nakhon Phanom on Roy Ed section and the surveyors have learnt that the line is going to pass through the paddy field and Thung Kula field indeed.

Survey on Mahasarakham station at km 69 of Ban Phai - Nakhon Phanom railway after surveying around Roy Ed station at km 105 of Ban Phai - Nakhon Phanom railway
 
321 - 340 of 343 Posts
Top