SkyscraperCity banner

1221 - 1240 of 1275 Posts

·
Premium Member
Joined
·
38,000 Posts
Discussion Starter · #1,221 ·


 

·
Premium Member
Joined
·
38,000 Posts
Discussion Starter · #1,222 ·
  • Like
Reactions: Xephiroth and 13OS

·
Premium Member
Joined
·
38,000 Posts
Discussion Starter · #1,223 ·
From Propholic

 

·
Premium Member
Joined
·
38,000 Posts
Discussion Starter · #1,224 ·
Here is an interesting number

The Total GFA (Gross Floor Area) of ONE BANGKOK is 1.83 Million SQM. comparing with the Tun Razax Exchange Project in KL which has 1.95 Million SQM. So both projects are quite similar in scale.

The Bukit Bintang City Center project is nowhere near this scale, it's GFA only about 622,000 SQM. (Dusit Central Park project is about 450,000 SQM. in GFA, The New Thailand National Parliament single building is 430,000 SQM.)


From Propholic

 

·
Registered
Joined
·
35,134 Posts


วัน แบงค็อก เปิดมาสเตอร์แพลนมิกซ์ยูส 1.2 แสนล้าน พื้นที่ส่วนกลางล้ำเว่อร์ มีเซ็นเซอร์ 2.5 แสนตัว
วันที่ 31 July 2019 - 12:16 น.

นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า โครงการวัน แบ็งคอก บนที่เช่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บนถนนวิทยุ 104 ไร่ มูลค่าลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ในอนาคตเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดบริการจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“เรายืนอยู่บนสถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์เคยเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นเซ็นเตอร์ของการมาเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราต้องการสร้างให้เป็นชุมชนของคนหลากวัยหลายวัฒนธรรม ผมมั่นใจว่าเรามีความแข็งแกร่งด้านความคิดสร้างสรรค์ ฐานการเงินที่แข็งแกร่งระดับโลก”

นางสาวซู หลิน ซูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วัน แบงค็อก (One Bangkok) กล่าวว่า มาสเตอร์แพลนพัฒนาโครงการวัน แบงค็อก ออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด ประกอบด้วย 4 บริเวณหลัก พื้นที่รวม. 1.83 ล้านตารางเมตร

ได้แก่ บริเวณใจกลาง Civic Plaza พื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง 10,000 ตารางเมตร , พื้นที่รีเทลและไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก โดยออฟฟิศกับเรสซิเดนซ์อยู่ส่วนบนของตึก ที่จอดรถ 12,000 คัน

รายละเอียด ดังนี้ ออฟฟิศ 5 อาคาร พื้นที่รวมกัน 500,000 ตารางเมตร รองรับคนทำงาน 50,000 คน กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566-2569

พื้นที่รีเทล 4 โซน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร รวม 450 ร้านค้า

โรงแรม 5 แห่ง เจาะเซกเมนต์บูติคโอลเทล, บิสสิเนสโฮเทล และลักเซอรี่โฮเทลโดยเดอะริทช์ คาร์ลตัน 259 ห้อง เบ็ดเสร็จในโครงการมีห้องพักรวม 1,100 ห้อง

ทั้งนี้ อาคารสำนักงานและโรงแรมหรู จะเป็น Signature Tower แห่งใหม่ของประเทศไทย และสูงติด 1 ใน 10 ของอาเซียน ด้วยความสูง 430 เมตร

คอนโดมิเนียม 3 อาคาร โดยอาคารแรกเตรียมเปิดในต้นปี 2564 สร้างอยู่เหนือโรงแรมเดอะริทช์ คาร์ลตัน ห้องชุดแบบ 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้น 130 ตารางเมตร ส่วนราคาต้องรอสรุปในช่วงใกล้เปิดตัวอีกครั้ง

มาสเตอร์แพลนยังรวมถึงพื้นที่ทั้งโครงการ 104 ไร่ ดีไซน์ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง 50 ไร่ พื้นที่ส่วนกลางล้ำสมัย ได้แก่ ระบบทำควาเย็น ระบบรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ระบบการจัดการน้ำและพลังงาน ควบคุมโดยศูนย์ข้อมู DCC-District Command Centre มีเซนเซอร์อัจฉริยะ 250,000 ตัว

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง งานเสาเข็มเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ตามแผนคาดว่าเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2566 และก่อสร้างทั้งโครงการจบในปี 2569



https://www.prachachat.net/property/news-355346


เปิดมาสเตอร์แพลน ONE Bangkok มิกซ์ยูส 104 ไร่ บนถนนวิทยุ มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท

วัน แบงค็อก (One Bangkok) เมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดตัวมาสเตอร์แพลน เจาะลึกการออกแบบทั้งโครงการ



- วัน แบงค็อก เผยมาสเตอร์แพลนระดับโลกของโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของโลก

- ชูมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการออกแบบ คุณภาพ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ (Smart City Living) พร้อมตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารระดับสากลอย่าง LEED และ WELL Platinum รวมถึงมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อม LEED Neighborhood Development Platinum

- มาสเตอร์แพลนแสดงผังภาพรวมของโครงการ ประกอบด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอ ที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ พื้นที่ร้านค้าปลีก โรงแรมหรู และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม

- Signature Tower สูง 430 เมตร จะกลายเป็นหนึ่งในสิบตึกที่สูงที่สุดในอาเซียน พร้อมมอบที่สุดแห่งวิวแบบพาโนราม่าของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ

วัน แบงค็อก เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่พัฒนาโดยกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์(ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย ชูมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ (Smart City Living) โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อมอย่าง LEED Neighborhood Development Platinum พร้อมมุ่งเป็นแลนด์มาร์คครบวงจรระดับโลกแห่งใหม่ เปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการดึงดูดบริษัทชั้นนำ นักท่องเที่ยว และคนไทย ด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่รีเทลชั้นนำ โรงแรมระดับลักชัวรี่ ที่พักอาศัย และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อทั่วถึงกันทั้งโครงการ

เป้าหมายของเราคือการยกระดับสถานะของกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ที่จะได้รับการยอมรับในระดับโลก จากมุมมองที่ได้เรียนรู้ผ่านย่านสำคัญต่างๆ ของมหานครทั่วโลก ทำให้เราตระหนักว่าการสร้างและผสานพื้นที่ของ วัน แบงค็อกตามคอนเซ็ปท์มิกซ์ยูสนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยพลังและไม่มีวันหลับใหล ด้วยขนาดที่ใหญ่ของโครงการ เราจึงวางแผนการใช้งานพื้นที่ไว้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และที่พักอาศัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่งเสริมการศึกษา การพักผ่อน สุขภาพ รวมถึงพื้นที่สำหรับศิลปะและวัฒนธรรม มีพื้นที่สาธารณะซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้ามาได้ โดยเรามุ่งหวังว่าการผสานพื้นที่ให้หลากหลายเช่นนี้จะสร้างแลนด์มาร์คที่สมบูรณ์แบบ เปี่ยมด้วยศักยภาพในการดึงดูดองค์กรชั้นนำและเป็นสถานที่ยอดปรารถนาของนักท่องเที่ยวและคนไทยอย่างแน่นอน

มาสเตอร์แพลน ผสาน 5 หัวใจหลักของโครงการไว้เป็นหนึ่งเดียว

มาสเตอร์แพลนแบบมิกซ์ยูสของ วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบเพื่อให้เป็นที่สุดของเมืองแห่งความครบครัน เพียบพร้อมด้วยอาคารสีเขียว และการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง พื้นที่ในโครงการสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมาสเตอร์แพลนประกอบด้วย 4 อาณาบริเวณที่เชื่อมต่อถึงกัน โดยมี


ใจกลางของโครงการอยู่ที่ Civic Plaza พื้นที่สันทนาการขนาด 10,000 ตารางเมตร รอบล้อมด้วยพื้นที่รีเทลและพื้นที่ไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก ส่วนพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยจะอยู่ส่วนบนของตึก มาสเตอร์แพลนของ วัน แบงค็อก ยังให้ความสำคัญอันดับแรกๆ กับการเข้าถึงและการเดินทางอย่างสะดวกสบาย ตัวโครงการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี สะดวกต่อการเดินเข้าถึงทุกจุดของโครงการ พร้อมทางเข้าออกรอบโครงการถึง 6 จุด จากฝั่งถนนวิทยุ ถนนพระราม 4 รวมถึงทางเชื่อมโดยตรงกับทางด่วนซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติ ทางเข้าออกเชื่อมต่อโดยตรงกับชั้นใต้ดินซึ่งใช้ระบบบริหารจัดการจราจรอย่างชาญฉลาด ช่วยให้การหมุนเวียนด้านการจราจรภายในสะดวกง่ายดาย ทำให้ถนนหลักภายในโครงการปลอดโปร่งและปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า โดยวัน แบงค็อก มุ่งสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อคนเดินเท้าด้วยการออกแบบให้ถนนทุกสายและทุกซอยเชื่อมต่อกัน เรียงรายด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ งานศิลปะ และพื้นที่จัดกิจกรรม เชื่อมต่อทุกส่วนประกอบของโครงการเข้าไว้ด้วยกัน ทางเดินในโครงการก็จะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนน ทำให้การเดินภายนอกท่ามกลางสภาพอากาศของกรุงเทพฯ สบายยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ในอาคารก็จะมีระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน

ด้วยทำเลทองใจกลางเมือง วัน แบงค็อก มุ่งเป็นที่ตั้งบริษัทที่ทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจในกรุงเทพฯ และจะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจแห่งใหม่ ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิของอาคารสำนักงานเกรดเอทั้ง 5 อาคารรวมกันกว่า 500,000 ตารางเมตร รองรับบุคลากรขององค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ได้มากกว่า 50,000 คน ออกแบบตามมาตรฐาน LEED และ WELL ติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยกำหนดการก่อสร้างเป็นเฟสให้แล้วเสร็จในระหว่างปี พ.ศ. 2566-2569 นอกจากนี้ อาคารสำนักงานทั้ง 5 อาคารยังสอดคล้องกับการใช้พื้นที่รูปแบบมิกซ์ยูส ตอบโจทย์คนวัยทำงาน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบด้าน ที่เชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน และการพักผ่อนได้อย่างลงตัว

วัน แบงค็อก ยังได้คำนึงถึงนิยามใหม่ให้กับย่านช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ นำเสนอมากกว่าทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งและร้านอาหาร แต่จะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มอบความครบครัน พร้อมสรรพด้วยกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับผู้มาเยือน ซึ่งจะเนรมิตให้วัน แบงค็อกกลายเป็นสถานที่ที่ไม่หลับใหล นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ต่างๆ ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยพื้นที่รีเทล 4 โซน ที่มีความแตกต่างกันและเชื่อมต่อถึงกัน พร้อมด้วยร้านค้าและร้านอาหารรวมกันกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร รังสรรค์ประสบการณ์รีเทลที่แปลกใหม่และแตกต่าง ภายในที่แห่งเดียว ถือเป็นครั้งแรกของกรุงเทพฯ

สำหรับโรงแรม 5 แห่งภายใน วัน แบงค็อก ทั้งหมดจะเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับกรุงเทพฯ เป็นทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการบริการที่ดีที่สุดรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและความสะดวกสบายครบครัน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบูทีคโฮเทล โรงแรมเพื่อธุรกิจ ไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ รวมกว่า 1,100 ห้อง ได้รับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักอย่างรอบด้าน โดยโรงแรมลักชัวรี่แห่งแรกคือ The Ritz-Carlton, Bangkok ที่จะพร้อมเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566

ส่วนที่พักอาศัยของ วัน แบงค็อก จะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของโครงการ เพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย เปิดรับวิวทั้งจากฝั่งถนนวิทยุและฝั่งสวนลุมพินี โดยมีอาคารที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ทั้งหมด 3 อาคาร พร้อมมอบเอกสิทธิ์แห่งการใช้ชีวิตที่มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติของสวนลุมพินี และวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาไร้สิ่งบดบัง ซึ่งที่พักอาศัยโครงการแรกจะตั้งอยู่เหนือโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ประกอบด้วยห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราขนาด 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้นที่ 130 ตารางเมตร พร้อมเปิดตัวช่วงต้นปี พ.ศ. 2563

สิ่งที่ถือเป็นความสำเร็จของ วัน แบงค็อก คือ Signature Tower ที่สูงกว่า 430 เมตร ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสิบตึกที่สูงที่สุดของอาเซียน โดดเด่นเป็นสง่าเติมเต็มเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ภายในประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานและโรงแรมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ พร้อมมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การชมวิวแบบพาโนราม่า สวยงามแบบไร้ขอบเขตจากยอดตึก

ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยในเมือง โดยวัน แบงค็อก มุ่งที่จะเป็นเป้าหมายของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ต้องมาเยือน และสร้างสีสันให้กับชุมชนด้วยศิลปะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พื้นที่ทั้งหมดในโครงการจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยงานศิลปะตามแนวคิดพหุประสาทสัมผัส เพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสกับศิลปะรอบตัว นอกจากนี้ ยังมีฮอลล์เอนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมศิลปะวัฒนธรรมตลอดทั้งปี

วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมที่เชิญชวน ปลอดภัย และเต็มไปด้วยสีเขียวด้วยพื้นที่สีเขียวถึง 50 ไร่ จากพื้นที่รวม 104 ไร่ ซึ่งได้รับการจัดสรรให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ซึ่งรวมถึง Civic Plaza ที่มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร สามารถเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงระดับนานาชาติและงานเทศกาลต่างๆ ของไทยได้ และสวนรอบโครงการทั้งทางฝั่งถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ที่กว้างกว่า 40 เมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เปรียบเป็นส่วนต่อขยายของสวนลุมพินี

ทั้งโครงการจะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางสุดล้ำสมัย ซึ่งนับเป็นแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเอกชน ประกอบด้วยระบบทำความเย็น ระบบรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ระบบการจัดการน้ำและพลังงาน ควบคุมดูแลโดยศูนย์ข้อมูล (District Command Centre) และเซ็นเซอร์อันชาญฉลาดมากกว่า 250,000 ตัว ที่คอยบริหารจัดการทุกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผสานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเข้ามาในทุกองค์ประกอบของโครงการ ช่วยให้ทุกคนที่อยู่ในวัน แบงค็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้มาเยือน และผู้อยู่อาศัย ล้วนได้รับประโยชน์จากการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

สำหรับควาบคืบหน้าของการก่อสร้าง งานเสาเข็มของโครงการได้สำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเฟสแรกในปี พ.ศ. 2566 และก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2569



https://www.home.co.th/hometips/det...ซ์ยูส-104-ไร่-บนถนนวิทยุ-มูลค่า-12-แสนล้านบาท

เปิดมาสเตอร์แพลน วัน แบงค็อกศูนย์กลางธุรกิจระดับโลกค่า1.2แสนล้าน
31 Jul 2019
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ฯ เปิดมาสเตอร์แพลนวัน แบงค็อก เผยมาสเตอร์แพลนของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรและใหญ่สุดในไทย มูลค่าลงทุนกว่า 1.2 แสนล้าน นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด เผยว่า วัน แบงค็อก จะสร้างนิยามใหม่และพลิกโฉมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในฐานะโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ความมุ่งมั่น คือการเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดหลักความยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และผสานเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างสมบูรณ์ เชื่อมั่นว่า วัน แบงค็อกจะมอบสิ่งที่คู่ควรกับกรุงเทพฯ พร้อมชูให้ประเทศไทยโดดเด่นเป็นสง่าในเวทีโลก และเติบโตในฐานะศูนย์กลางของประเทศอาเซียนต่อไป

ด้านนางสาวซู หลิน ซูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วัน แบงค็อก (One Bangkok) กล่าวว่า เป้าหมายคือการยกระดับสถานะของกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ที่จะได้รับการยอมรับในระดับโลก จากมุมมองที่ได้เรียนรู้ผ่านย่านสำคัญต่างๆ ของมหานครทั่วโลก ทำให้ตระหนักว่าการสร้างและผสานพื้นที่ของ วัน แบงค็อก ตามคอนเซ็ปท์มิกซ์ยูสนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยพลังและไม่มีวันหลับใหล ด้วยขนาดที่ใหญ่ของโครงการ จึงวางแผนการใช้งานพื้นที่ให้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และที่พักอาศัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่งเสริมการศึกษา การพักผ่อน สุขภาพ รวมถึงพื้นที่สำหรับศิลปะและวัฒนธรรม มีพื้นที่สาธารณะซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้ามาได้ โดยมุ่งหวังว่าการผสานพื้นที่ให้หลากหลายเช่นนี้จะสร้างแลนด์มาร์คที่สมบูรณ์แบบ เปี่ยมด้วยศักยภาพในการดึงดูดองค์กรชั้นนำ และเป็นสถานที่ยอดปรารถนาของนักท่องเที่ยวและคนไทยอย่างแน่นอน



สำหรับมาสเตอร์แพลน แบบมิกซ์ยูสของ วัน แบงค็อก นั้นจะผสาน 5 หัวใจหลักของโครงการไว้เป็นหนึ่งเดียว โดยเพียบพร้อมด้วยอาคารสีเขียว และการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง พื้นที่ในโครงการสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมาสเตอร์แพลนประกอบด้วย 4 อาณาบริเวณที่เชื่อมต่อถึงกัน โดยมีใจกลางของโครงการอยู่ที่ Civic Plaza พื้นที่สันทนาการขนาด 10,000 ตร.ม. รอบล้อมด้วยพื้นที่รีเทลและพื้นที่ไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก ส่วนพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยจะอยู่ส่วนบนของตึกมาสเตอร์แพลนของ วัน แบงค็อก ยังให้ความสำคัญอันดับแรกๆ กับการเข้าถึงและการเดินทางสะดวกสบาย ตัวโครงการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี สะดวกต่อการเดินเข้าถึงทุกจุดของโครงการ พร้อมทางเข้าออกรอบโครงการถึง 6 จุด จากฝั่งถนนวิทยุ ถนนพระราม 4 รวมถึงทางเชื่อมโดยตรงกับทางด่วนซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติ ทางเข้าออกเชื่อมต่อโดยตรงกับชั้นใต้ดิน ซึ่งใช้ระบบบริหารจัดการจราจรอย่างชาญฉลาด ช่วยให้การหมุนเวียนด้านการจราจรภายในสะดวกง่ายดาย ทำให้ถนนหลักภายในโครงการปลอดโปร่งและปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า โดยวัน แบงค็อก มุ่งสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อคนเดินเท้าด้วยการออกแบบให้ถนนทุกสายและทุกซอยเชื่อมต่อกัน เรียงรายด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ งานศิลปะ และพื้นที่จัดกิจกรรม เชื่อมต่อทุกส่วนประกอบของโครงการเข้าไว้ด้วยกัน ทางเดินในโครงการร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนน ทำให้การเดินภายนอกท่ามกลางสภาพอากาศของกรุงเทพฯ สบายยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ในอาคารมีระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงานด้วยทำเลทองใจกลางเมือง วัน แบงค็อก มุ่งเป็นที่ตั้งบริษัทที่ทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจในกรุงเทพฯ และจะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจแห่งใหม่ ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิของอาคารสำนักงานเกรดเอทั้ง 5 อาคารรวมกันกว่า 500,000 ตร.ม. รองรับบุคลากรขององค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ได้มากกว่า 50,000 คน ออกแบบตามมาตรฐาน LEED และ WELL ติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
โดยกำหนดการก่อสร้างเป็นเฟสให้แล้วเสร็จในระหว่างปี พ.ศ. 2566-2569 นอกจากนี้ อาคารสำนักงานทั้ง 5 อาคารยังสอดคล้องกับการใช้พื้นที่รูปแบบมิกซ์ยูส ตอบโจทย์คนวัยทำงาน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบด้าน ที่เชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน และการพักผ่อนได้อย่างลงตัว



วัน แบงค็อก ยังได้คำนึงถึงนิยามใหม่ให้กับย่านช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ นำเสนอมากกว่าทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งและร้านอาหาร แต่จะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มอบความครบครัน พร้อมสรรพด้วยกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับผู้มาเยือน ซึ่งจะเนรมิตให้วัน แบงค็อกกลายเป็นสถานที่ที่ไม่หลับใหล นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ต่างๆ ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยพื้นที่รีเทล 4 โซน ที่มีความแตกต่างกันและเชื่อมต่อถึงกัน พร้อมด้วยร้านค้าและร้านอาหารรวมกันกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตร.ม. รังสรรค์ประสบการณ์รีเทลที่แปลกใหม่และแตกต่าง ภายในที่แห่งเดียว ถือเป็นครั้งแรกของกรุงเทพฯสำหรับโรงแรม 5 แห่งภายใน วัน แบงค็อก ทั้งหมดจะเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับกรุงเทพฯ เป็นทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการบริการที่ดีที่สุดรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและความสะดวกสบายครบครัน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบูทีคโฮเทล โรงแรมเพื่อธุรกิจ ไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ รวมกว่า 1,100 ห้อง ได้รับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักอย่างรอบด้าน โดยโรงแรมลักชัวรี่แห่งแรกคือ The Ritz-Carlton, Bangkok ที่จะพร้อมเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566ส่วนที่พักอาศัยของ วัน แบงค็อก จะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของโครงการ เพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย เปิดรับวิวทั้งจากฝั่งถนนวิทยุและฝั่งสวนลุมพินี โดยมีอาคารที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ทั้งหมด 3 อาคาร พร้อมมอบเอกสิทธิ์แห่งการใช้ชีวิตที่มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติของสวนลุมพินี และวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาไร้สิ่งบดบัง ซึ่งที่พักอาศัยโครงการแรกจะตั้งอยู่เหนือโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ประกอบด้วยห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราขนาด 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้นที่ 130 ตร.ม.พร้อมเปิดตัวช่วงต้นปี พ.ศ. 2563

สิ่งที่ถือเป็นความสำเร็จของ วัน แบงค็อก คือ Signature Tower ที่สูงกว่า 430 เมตร ซึ่งจะเป็น1ใน10ตึกที่สูงที่สุดของอาเซียน โดดเด่นเป็นสง่าเติมเต็มเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ภายในประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานและโรงแรมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ พร้อมมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การชมวิวแบบพาโนราม่า สวยงามแบบไร้ขอบเขตจากยอดตึกศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยในเมือง โดยวัน แบงค็อก มุ่งที่จะเป็นเป้าหมายของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ต้องมาเยือน และสร้างสีสันให้กับชุมชนด้วยศิลปะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พื้นที่ทั้งหมดในโครงการจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยงานศิลปะตามแนวคิดพหุประสาทสัมผัส เพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสกับศิลปะรอบตัว นอกจากนี้ ยังมีฮอลล์เอนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมศิลปะวัฒนธรรมตลอดทั้งปี

วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมที่เชิญชวน ปลอดภัย และเต็มไปด้วยสีเขียวด้วยพื้นที่สีเขียวถึง 50 ไร่ จากพื้นที่รวม 104 ไร่ ซึ่งได้รับการจัดสรรให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ซึ่งรวมถึง Civic Plaza ที่มีพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. สามารถเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงระดับนานาชาติ และงานเทศกาลต่างๆ ของไทยได้ และสวนรอบโครงการทั้งทางฝั่งถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ที่กว้างกว่า 40 เมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เปรียบเป็นส่วนต่อขยายของสวนลุมพินีทั้งโครงการจะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางสุดล้ำสมัย ซึ่งนับเป็นแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเอกชน ประกอบด้วยระบบทำความเย็น ระบบรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ระบบการจัดการน้ำและพลังงาน ควบคุมดูแลโดยศูนย์ข้อมูล (District Command Centre) และเซ็นเซอร์มากกว่า 250,000 ตัว ที่คอยบริหารจัดการทุกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผสานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเข้ามาในทุกองค์ประกอบของโครงการ ช่วยให้ทุกคนที่อยู่ในวัน แบงค็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้มาเยือน และผู้อยู่อาศัย ล้วนได้รับประโยชน์จากการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นสำหรับความคืบหน้าของการก่อสร้าง งานเสาเข็มของโครงการแล้วเสร็จเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเฟสแรกในปี พ.ศ. 2566 และก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2569 มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.2 แสนล้านบาทสำหรับ วัน แบงค็อก เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่พัฒนาโดยกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย ชูมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ (Smart City Living) โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อมอย่าง LEED Neighborhood Development Platinum พร้อมมุ่งเป็นแลนด์มาร์คครบวงจรระดับโลกแห่งใหม่ เปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการดึงดูดบริษัทชั้นนำ นักท่องเที่ยว และคนไทย ด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่รีเทลชั้นนำ โรงแรมระดับลักชัวรี่ ที่พักอาศัย และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อทั่วถึงกันทั้งโครงการ

https://www.thansettakij.com/content/406231




https://www.home.co.th/hometips/det...ซ์ยูส-104-ไร่-บนถนนวิทยุ-มูลค่า-12-แสนล้านบาท


ส่อง“ที่สุด”มาสเตอร์แพลนมิกซ์ยูส 1.2 แสนล้าน One Bangkok ปั้นแลนด์มาร์คโลก เปิดเฟสแรกปี 2566
by Rattiya
31-07-2019 19:02:25

“ทีซีซี กรุ๊ป”อาณาจักรธุรกิจของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ One Bangkok (วัน แบงค็อก) ครั้งแรกในปี 2560 ภายใต้การลงทุนของบริษัทในเครือ “ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย)” ร่วมทุนกับ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ถือเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รวบรวมความเป็น “ที่สุด” ระดับประเทศ

มิกซ์ยูสใหญ่ที่สุดในไทย
“วัน แบงค็อก” ได้เผยโฉม “มาสเตอร์แพลน” โครงการที่สร้างสถิติ “ที่สุด” ของประเทศไทย ไล่มาตั้งแต่ “ที่ดิน” ก่อสร้างโครงการบริเวณโรงเรียนเตรียมทหารเดิม หรือทำเลทองบริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 เนื้อที่ 104 ไร่ ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ให้สิทธิ์เช่าที่ดิน 60 ปี มูลค่าการลงทุนโครงการ 1.2 แสนล้านบาท พื้นที่รวม 1.83 ล้านตร.ม.
ถือเป็นโครงการอสังหาฯ รูปแบบ “มิกซ์ยูสใหญ่ที่สุด” ในประเทศไทย วางเป้าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของโลก
โครงการจัดสรร พื้นที่สีเขียว 50 ไร่ จากพื้นที่รวม 104 ไร่ ออกแบบเป็นพื้นที่โล่งเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ พื้นที่ Civic Plaza กว่า 10,000 ตารางเมตร พื้นที่รีเทลและไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก เป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงระดับนานาชาติและงานเทศกาลต่างๆ

อาคารสูงที่สุดในอาเซียน
หนึ่งในอาคารของ “วัน แบงค็อก” คือ Signature Tower สูง 430 เมตร เมื่อแล้วเสร็จจะกลายเป็น 1 ใน 10 อาคารสูงที่สุดในอาเซียน และสูงสุดที่สุดในประเทศไทยแทนอาคารมหานคร ที่ครองสถิติในขณะนี้ และเป็นหนึ่งในเดสทิเนชั่นชมวิวแบบพาโนราม่าของกรุงเทพฯ
วัน แบงค็อก ถือเป็น “แลนด์มาร์ค”ครบวงจรระดับโลกแห่งใหม่ ดึงดูดบริษัทชั้นนำ นักท่องเที่ยว และคนไทย ด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่รีเทลชั้นนำ โรงแรมระดับลักชัวรี่ ที่พักอาศัย และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม

พื้นที่สำนักงานเกรดเอ 5 อาคาร 5 แสนตร.ม.
ทำเลทองใจกลางเมืองแห่งนี้ วางเป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจแห่งใหม่ ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิของอาคารสำนักงานเกรดเอ 5 อาคาร รวมกันกว่า 500,000 ตร.ม. รองรับบุคลากรขององค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ 500 บริษัท จำนวนกว่า 50,000 คน อาคารออกแบบตามมาตรฐาน LEED และ WELL
รีเทล 4 โซน พื้นที่ 1.8 แสนตร.ม.
สำหรับพื้นที่รีเทล 4 โซน ที่มีความแตกต่างกันและเชื่อมต่อถึงกันด้วยร้านค้าและร้านอาหารกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตร.ม. สร้างประสบการณ์รีเทลแปลกใหม่และแตกต่าง ภายในที่แห่งเดียว ถือเป็นครั้งแรกของกรุงเทพฯ
5 โรงแรมครบทุกเซ็กเมนต์
บิ๊กโปรเจกต์ “วัน แบงค็อก” มีโรงแรม 5 แห่ง โดยทั้งหมดจะเป็น “แบรนด์ใหม่” สำหรับกรุงเทพฯ ตั้งแต่ระดับบูทีคโฮเทล โรงแรมเพื่อธุรกิจ ไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ รวมกว่า 1,100 ห้อง โดยโรงแรมลักชัวรี่แห่งแรกคือ The Ritz-Carlton Bangkok เปิดให้บริการในปี 2566
สำหรับโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ใช้งบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ชั้น 1 ถึงชั้น 25 ของอาคารสูง 50 ชั้น ความสูงโดยรวม 250 เมตร ประกอบด้วยห้องพัก 259 ห้อง, ห้องชุดสวีท 32 ห้องและห้อง Ritz-Carlton Suite 1 ห้อง

เรสซิเดนท์หรู 3 อาคาร
ส่วนที่พักอาศัยในโครงการ วัน แบงค็อก มี 3 อาคาร บริเวณทิศเหนือ เห็นวิวจากฝั่งถนนวิทยุและฝั่งสวนลุมพินีแบบพาโนรามา โดยมีอาคารที่พักอาศัยระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ และลักชัวรี่
พื้นที่เรสซิเดนท์ โครงการแรกจะตั้งอยู่เหนือโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ประกอบด้วยห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราขนาด 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้นที่ 130 ตร.ม. เปิดตัวและขายช่วงต้นปี 2563 การก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2566

เดินทางเข้าออก 6 จุด คนเข้า 2 แสนคนต่อวัน
“มาสเตอร์แพลน” การเข้าถึงและการเดินทางไปยังโครงการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี ทางเข้าออกรอบโครงการถึง 6 จุด จากฝั่งถนนวิทยุ ถนนพระราม 4 รวมถึงทางเชื่อมตรงกับทางด่วน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติ
โดยผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT วันธรรมดาอยู่ที่ 1 ล้านคน ที่สามารถเข้ามายังโครงการ คาดการผู้เข้ามาใช้บริการในโครงการวันละ 200,000 คน
ในโครงการมีศูนย์ข้อมูล (District Command Centre) และเซ็นเซอร์กว่า 250,000 ตัว

“วัน แบงค็อก”เสริมแกร่งทำเลพระราม 4
ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ยืนยันว่า บิ๊กโปรเจกต์ “วัน แบงค็อก” พร้อมเปิดเฟสแรก ด้วยอาคาร The Ritz-Carlton, Bangkok และเรสซิเดนท์ 110 ห้อง ในปี 2566 และทั้งโครงการวัน แบงค็อก จะสมบูรณ์ในปี 2569 ปัจจุบันยังยืนยันกำหนดการเดิมและงบลงทุนเดิมที่ 1.2 แสนล้านบาท
การเปิดตัวของวัน แบงค็อก ยังเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพย่านธุรกิจ “พระราม 4” ให้แข็งแกร่ง โดยมีโครงการของ ทีซีซี กรุ๊ป อยู่ในย่านนี้ 5 โครงการ คือ The PARQ (เดอะ ปาร์ค) ,อาคาร FYI Center ,ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, สามย่านมิตรทาวน์ และ วัน แบงค็อก

บิ๊กโปรเจกต์ “วัน แบงค็อก”นี้ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธาน ทีซีซี กรุ๊ป ได้ให้วิสัยทัศน์ไว้ว่า “คือการสร้างสรรค์สถานที่ที่ผู้คนจะตกหลุมรักและอยากมาใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในที่แห่งนี้ ทำให้ทุกคนในกรุงเทพฯ รู้สึกว่าที่นี่ คือ ส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของกรุงเทพฯ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะกลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกที่ยกระดับ ภาพลักษณ์ที่ดีงามของกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้โดดเด่นเป็นสง่าบนเวทีโลก”

https://positioningmag.com/1241028
https://www.facebook.com/thestandardth/posts/2170047409954806/
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1605820
 

·
(~--)~
Joined
·
1,356 Posts
ตึกพิกุลแบบเก่าก็ว่าไม่ประทับใจแล้วนะ แบบใหม่ยิ่งง่อยเข้าไปอีกกก
 

·
Registered
Joined
·
3,413 Posts
มีพื้นที่เหลือให้สร้างเมกาทอลไหม
 

·
Premium Member
Joined
·
38,000 Posts
Discussion Starter · #1,231 ·
I have a very solid feeling that on the top of the signature tower it will be a Bvlgari Hotel, like the Yaesu 2 Chome North District Redevelopment at Tokyo Station.

 
  • Like
Reactions: Icanfly and wwc234

·
Registered
Joined
·
6,988 Posts
wow...would be cool if Bangkok got a Bulgari Hotel :cheers:

in Asian, only in Bali, Beijing, Shanghai and soon Tokyo...
 

·
W. So Thai
Joined
·
662 Posts
ว่าไปแล้วก็ดูคล้ายตึกในจาการ์ต้าอยู่นะครับ
 

·
not student anymore
Joined
·
4,002 Posts
ตึก pikul... ในแง่ developer ทรงตึกแบบใหม่ทำให้ floorplan มีประสิทธิภาพกว่าแบบเก่า แบบเก่าเหลี่ยมมุมคดเคี้ยว พื้นที่ขายหายเยอะ จัด floorplan ยาก
 

·
泰国
Joined
·
1,590 Posts
งานฐานรากโครตใหญ่ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เล่นเว็บว่างจากงานคงมาสิงในบอร์ดนี้เหมือนเดิม:)
https://youtu.be/IN19_2Atn1Q
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,821 Posts
วัน แบงค็อก เปิดมาสเตอร์แพลนมิกซ์ยูส 1.2 แสนล้าน พื้นที่ส่วนกลางล้ำเว่อร์ มีเซ็นเซอร์ 2.5 แสนตัว

วันที่ 31 July 2019 - 12:16 น.


นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า โครงการวัน แบ็งคอก บนที่เช่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บนถนนวิทยุ 104 ไร่ มูลค่าลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ในอนาคตเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดบริการจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“เรายืนอยู่บนสถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์เคยเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นเซ็นเตอร์ของการมาเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราต้องการสร้างให้เป็นชุมชนของคนหลากวัยหลายวัฒนธรรม ผมมั่นใจว่าเรามีความแข็งแกร่งด้านความคิดสร้างสรรค์ ฐานการเงินที่แข็งแกร่งระดับโลก”




นางสาวซู หลิน ซูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วัน แบงค็อก (One Bangkok) กล่าวว่า มาสเตอร์แพลนพัฒนาโครงการวัน แบงค็อก ออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด ประกอบด้วย 4 บริเวณหลัก พื้นที่รวม. 1.83 ล้านตารางเมตร

ได้แก่ บริเวณใจกลาง Civic Plaza พื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง 10,000 ตารางเมตร , พื้นที่รีเทลและไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก โดยออฟฟิศกับเรสซิเดนซ์อยู่ส่วนบนของตึก ที่จอดรถ 12,000 คัน

รายละเอียด ดังนี้ ออฟฟิศ 5 อาคาร พื้นที่รวมกัน 500,000 ตารางเมตร รองรับคนทำงาน 50,000 คน กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566-2569

พื้นที่รีเทล 4 โซน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร รวม 450 ร้านค้า

โรงแรม 5 แห่ง เจาะเซกเมนต์บูติคโอลเทล, บิสสิเนสโฮเทล และลักเซอรี่โฮเทลโดยเดอะริทช์ คาร์ลตัน 259 ห้อง เบ็ดเสร็จในโครงการมีห้องพักรวม 1,100 ห้อง



ทั้งนี้ อาคารสำนักงานและโรงแรมหรู จะเป็น Signature Tower แห่งใหม่ของประเทศไทย และสูงติด 1 ใน 10 ของอาเซียน ด้วยความสูง 430 เมตร

คอนโดมิเนียม 3 อาคาร โดยอาคารแรกเตรียมเปิดในต้นปี 2563 สร้างอยู่เหนือโรงแรมเดอะริทช์ คาร์ลตัน ห้องชุดแบบ 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้น 130 ตารางเมตร ส่วนราคาต้องรอสรุปในช่วงใกล้เปิดตัวอีกครั้ง

มาสเตอร์แพลนยังรวมถึงพื้นที่ทั้งโครงการ 104 ไร่ ดีไซน์ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง 50 ไร่ พื้นที่ส่วนกลางล้ำสมัย ได้แก่ ระบบทำควาเย็น ระบบรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ระบบการจัดการน้ำและพลังงาน ควบคุมโดยศูนย์ข้อมู DCC-District Command Centre มีเซนเซอร์อัจฉริยะ 250,000 ตัว

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง งานเสาเข็มเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ตามแผนคาดว่าเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2566 และก่อสร้างทั้งโครงการจบในปี 2569

https://www.prachachat.net/property/news-355346
 
1221 - 1240 of 1275 Posts
Top