SkyscraperCity banner

3201 - 3220 of 3244 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,201
ฟันธง! ไม่เกิน 10 ปี เวียดนามกินรวบตลาดอียู

14 Feb 2020

นักวิชาการห่วงไทยเสียโอกาสในตลาดอียู คาดการณ์ไม่เกิน 10 ปี เวียดนามกินรวบ ในขณะที่ไทยต้องรีบปรับตัวด่วน

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ”ถึงผลที่จะตามมาหลังจากที่รัฐสภาสหภาพยุโรป (อียู) ลงมติด้วยคะแนนเสียง 401-192 อนุมัติข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับเวียดนาม ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฏาคมนี้ยอมรับว่าหลังจากมีผลดังกล่าวไทยจะมีความยากลำบากจากการแข่งขันในตลาดอียูมากขึ้นหากไม่มีการปรับตัวหนีสินค้าเวียดนาม และคาดการณ์ว่าไม่เกิน 10 ปีนับจากนี้ไปเวียดนามจะกินรวบตลาดอียู ทั้งนี้ปัจจุบันไทยเป็นผู้นำในตลาดอียูในสินค้าสำคัญเช่น ผลไม้ประเภท มังคุด ทุเรียน มะม่วง , ปศุสัตว์,ข้าวสาร, ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ที่ส่งไปขายในตลาดอียูเป็นกลุ่มกลุ่มสินค้าที่ไทยนำหน้าอยู่

ขณะที่เวียดนามเป็นผู้นำในตลาดอียูในกลุ่มสินค้ารองเท้า เสื้อผ้า ผลไม้บางชนิด เครื่องจักรกลและเครื่องใช้ไฟฟ้า ประมง เป็นต้น

“อีกไม่เกิน 10 ปีสินค้าที่ไทยเคยนำตลาดก็จะถูกเวียดนามกลืนตลาดไป หากไทยไม่ปรับตัวหนีการผลิตสินค้ารูปแบบเดิม ก็ต้องมุ่งไปสู่สินค้าที่มีมาตรฐานดีขึ้นหรือยกระดับพรีเมียม ผลิตสินค้าที่รักษาสิ่งแวดล้อม มีมูลค่าสูงขึ้น และต้องมุ่งมั่นในการบริหารต้นทุนให้ต่ำลง ”

นอกจากนี้ยังมองว่าผลผลิตจากเวียดนามอาจมีไม่เพียงพอ ดังนั้นเวียดนามสามารถนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งห้างสรรพสินค้าในยุโรปมีแบรนด์ ดังนั้นผู้ค้าและภาครัฐต้องเข้าไปทำกิจกรรมในยุโรปให้มากขึ้นโดยส่งสินค้าระดับพรีเมียมจากประเทศไทยเข้าไปขาย

สำหรับข้อมูลทางการค้าระหว่างเวียดนามและยุโรป รวมถึงกับประเทศอาเซียนด้ในช่วงระหว่างปี 2552 ถึง 2561 เวียดนามส่งออกไปยุโรปขยายตัว 270% ซึ่งภายในปี2563 อาจจะพุ่งเป็น 300% ในขณะที่ไทย 30% เวียดนามได้ดุลการค้ากับยุโรปเพิ่มจาก 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเป็น 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ไทยได้ดุลการค้า “ทรงตัว” อยู่ที่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2561 เวียดนามเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของอาเซียนที่ส่งไปขายในยุโรป ตามด้วยสิงคโปร์ และไทย สินค้าที่ยุโรปซื้อจากเวียดนามมากเป็นอันดับหนึ่งคือ “เครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟน” และเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดและลำดับที่ของผู้ส่งออกไปยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าไทยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดส่งออกในตลาดยุโรปให้กับเวียดนามมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อ ปี 2561 เวียดนามส่งออกมากกว่าไทย 1.6 เท่า ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นมากกว่า 2 เท่าในระยะ 5 ปีข้างหน้า

ส่วนศักยภาพของแรงงานของเวียดนามจะถูกยกระดับสูงขึ้นผ่านความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมของเวียดนามโดยรวม ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ยางและผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักรกล เวียดนามจะมีศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นในระยะ 5 ปีข้างหน้า

ซึ่งเป็นผลมาจากข้อตกลงข้อตกลงการค้าเสรี อียูกับเวียดนาม และจาก FDI จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศจีน ซึ่งในอนาคตกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมาแย่งส่วนแบ่งตลาดไทย ทั้งในตลาดยุโรปและนอกยุโรป

https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/421643?
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,202
เวียดนามเล็งเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้ามากกว่า 2 เท่ารองรับเศรษฐกิจขยายตัวภายในปี 2573

เผยแพร่: 19 ก.พ. 2563 14:55 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - เวียดนามจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็น 2 เท่าในช่วง 10 ปีข้างหน้าเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่เติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามแนวทางใหม่ของยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานแห่งชาติ

เวียดนามมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานจากปัจจุบันอยู่ที่ 54 กิกะวัตต์ ให้เป็น 125-130 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573

ยุทธศาสตร์มีเป้าหมายที่จะรับรองความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ และมีทรัพยากรด้านพลังงานเพียงพอสำหรับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

เวียดนาม หนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดของภูมิภาคเอเชีย จะต้องต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากความต้องการพลังงานนั้นมีสูงกว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่

เอกสารยุทธศาสตร์ระบุว่า ประเทศจะเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนเป็น 15% และขยับเพิ่มเป็น 20% ภายในปี 2573 ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ซึ่งในปัจจุบัน การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินมีสัดส่วนอยู่ที่ 38% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

ยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานฉบับนี้ยังเรียกร้องให้โรงกลั่นดำเนินการผลิตตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปภายในประเทศให้ได้อย่างน้อย 70% และประเทศจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้สามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่ 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีภายในปี 2573

เวียดนามจะแสวงหาการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อช่วยพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ๆ และเร่งแปรรูปกิจการด้านพลังงานที่เป็นของรัฐ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลระบุว่า เวียดนามจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินและน้ำมันให้มากขึ้นในปีนี้ เพื่อลดช่องว่างของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนแล้ง.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000016820
 

·
Registered
Joined
·
22,806 Posts
รถไฟฟ้ามหานครโฮจิมินห์สาย 1 ช่วงตลาด Ben Thanh - Suoi Tien เชื่อมต่อกันสำเร็จแล้ว เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2020 เร็วกว่ากำหนด สามวัน ทำให้มีความหวังว่าจะเสร็จในปี 2021 เพราะตอนนี้ก่อสร้างสำเร็จแล้วร้อยละ 70 และ เทศบาลนครโฮจิมินห์ก็หวังว่าสิ้นปี 2020 นี้จะเสร็จร้อยละ 85

https://www.facebook.com/groups/418357742342150/permalink/601159817395274/
 

·
Registered
Joined
·
22,806 Posts
ความย้อนแย้ง

หวังจะทำรถไฟความเร็วสูงจากฮานอยไป วินห์ระยะทาง 280 กิโลเมตร และ ทางรถไฟความเร็วสูงจากไซ่ง่อน ไป ญาตรัง ระยะทาง 360 กิโลเมตร ให้เสร็จในปี 2030 ก่อนจะเชื่อมต่อกันสำเร็จ ในปี 2045
https://www.facebook.com/AeroLaos/photos/a.478515788863657/2663144170400797/

บริษัทรถไฟเวียดนามปิดซ่อมทางรถไฟสายฮานอยไปลาวกาย และ ฮานอยไปวินห์ ที่เหลือ เดินสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากขาดงบการสนับสนุนจากรัฐบาล
http://baobacgiang.com.vn/bg/xa-hoi/323690/duong-sat-co-the-phai-dung-chay-tau-neu-khong-duoc-giao-von-bao-tri.html
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,205
เวียดนามเริ่มคลายข้อจำกัดเปิดด่านชายแดนจีนช่วยธุรกิจลดความเสียหายจากไวรัส

เผยแพร่: 21 ก.พ. 2563 14:44 ปรับปรุง: 21 ก.พ. 2563 15:03 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ระบุว่า ได้ลดข้อจำกัดกับการค้าข้ามพรมแดนจีน เพื่อประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และภาคการผลิตของประเทศพึ่งพาวัสดุและอุปกรณ์จากจีน และจีนยังเป็นตลาดหลักสำหรับสินค้าเกษตรของเวียดนามอีกด้วย

เมื่อต้นเดือน เวียดนามได้ออกมาตรการระงับออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีน และปิดพรมแดนบางส่วนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนในจีนไปมากกว่า 1,200 คน

เจ้าหน้าที่ใน จ.ลางเซิน (Lang Son) ทางภาคเหนือของประเทศได้เปิดด่านพรมแดนเตินแถ่ง (Tan Thanh) ซึ่งเป็นหนึ่งในด่านชายแดนหลักระหว่างสองประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการไหลของสินค้า ตามคำแถลงของกระทรวงที่โพสต์ลงบนเว็บไซต์

ส่วนที่ด่านฮือหงิ (Huu Nghi) ที่อยู่ใกล้กัน รถบรรทุกหลายร้อยคันเตรียมขนส่งสินค้าไปยังฝั่งจีนหลังติดค้างอยู่ที่ด่านมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรทั้งหมดสวมหน้ากากอนามัย และคนขับรถบรรทุกสวมชุดป้องกันก่อนข้ามพรมแดน

“สิ่งต่างๆ เริ่มดีขึ้นอีกครั้งหลังจากรถบรรทุกได้รับอนุญาตให้ผ่านด่าน การระบาดส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก รถบรรทุกบางคันของเราติดค้างอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้นเดือน” เหวียน จ่อง กาง คนขับรถบรรทุกอายุ 51 ปี กล่าวกับรอยเตอร์

กระทรวงระบุว่า การค้าข้ามพรมแดนนี้จะยังไม่กลับมาเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยคาดการณ์ว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 น่าจะดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลานาน

“พิธีการศุลกากรจะใช้เวลานานขึ้นเนื่องจากมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันโรค” กระทรวง ระบุ

การสำรวจของสมาชิกหอการค้าสหรัฐฯ ในเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่ดำเนินการในประเทศกำลังประสบปัญหาห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

รัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงเป้าหมายการเติบโตทางเศรฐกิจของปีนี้ไว้ที่ 6.8% และจะดำเนินมาตรการขั้นตอนต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000017659
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,206
ซัมซุงเวียดนามโดนพิษไวรัสโควิด-19 กระทบการผลิตมือถือรุ่นใหม่ล่าช้า

เผยแพร่: 21 ก.พ. 2563 16:32 ปรับปรุง: 21 ก.พ. 2563 16:38 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - ภาคการผลิตของเวียดนามกำลังประสบปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ระบุ

“ผู้ผลิตรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์มือถือ กำลังประสบกับความยากลำบากในการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ เหตุถูกขัดขวางจากการระบาดของเชื้อไวรัส เวียดนามพึ่งพาวัสดุและอุปกรณ์จากจีนอย่างมาก ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงเมื่อเกิดการระบาดเช่นนี้” กระทรวงระบุในคำแถลง

เวียดนามได้คลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการค้าข้ามชายแดน เพื่อประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่มาตรการข้อจำกัดบางอย่างยังคงดำเนินอยู่เช่นเดิม

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายกตัวอย่าง เช่น บริษัทซัมซุง ที่เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ว่าการระบาดจะส่งผลกระทบต่อการผลิตโทรศัพท์รุ่นใหม่ 2 รุ่น เนื่องด้วยส่วนประกอบส่วนใหญ่มาจากจีน

“ซัมซุงกำลังพิจารณาที่จะใช้การขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศเพื่อนำเข้าอุปกรณ์ที่จำเป็น แต่จะเป็นการเพิ่มต้นทุนและยังกระทบต่อตารางการผลิตและไม่ตอบสนองต่อความต้องการ" กระทรวง ระบุ

ด้านซัมซุง กล่าวว่า "เราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อการปฏิบัติงานของเรา"

แม้กระทรวงจะไม่ได้บันทึกว่ามีโรงงานที่ปิดตัวเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสมากน้อยเพียงใด แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การสำรองวัสดุอุปกรณ์และสินค้า พร้อมทั้งการจัดการสินค้าคงคลัง

“หากการระบาดยังไม่สามารถควบคุมได้ภายในหนึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนครึ่ง สินค้าคงคลังจะหมดลง ผลผลิตโทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์ภายในประเทศจะตกลงอย่างมาก” กระทรวงการค้า อ้างรายงานของสมาคมธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เวียดนาม.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000017717
 

·
Registered
Joined
·
31,122 Posts
ไวรัสพ่นพิษ! ซัมซุงเวียดนามอ่วม วัสดุขาดแคลน กระทบการผลิตมือถือรุ่นใหม่ล่าช้า
By ratirita -February 22, 2020

ภาคการผลิตของเวียดนามกำลังประสบปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์
“ผู้ผลิตรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์มือถือ กำลังประสบกับความยากลำบากในการจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ เหตุถูกขัดขวางจากการระบาดของเชื้อไวรัส เวียดนามพึ่งพาวัสดุและอุปกรณ์จากจีนอย่างมาก ทำให้ประเทศมีความเสี่ยงเมื่อเกิดการระบาดเช่นนี้” กระทรวงระบุในคำแถลง

เวียดนามได้คลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการค้าข้ามชายแดน เพื่อประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่มาตรการข้อจำกัดบางอย่างยังคงดำเนินอยู่เช่นเดิม

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายกตัวอย่าง เช่น บริษัทซัมซุง ที่เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ว่าการระบาดจะส่งผลกระทบต่อการผลิตโทรศัพท์รุ่นใหม่ 2 รุ่น เนื่องด้วยส่วนประกอบส่วนใหญ่มาจากจีน

“ซัมซุงกำลังพิจารณาที่จะใช้การขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศเพื่อนำเข้าอุปกรณ์ที่จำเป็น แต่จะเป็นการเพิ่มต้นทุนและยังกระทบต่อตารางการผลิตและไม่ตอบสนองต่อความต้องการ” กระทรวง ระบุ

ด้านซัมซุง กล่าวว่า “เราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อการปฏิบัติงานของเรา”

แม้กระทรวงจะไม่ได้บันทึกว่ามีโรงงานที่ปิดตัวเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสมากน้อยเพียงใด แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การสำรองวัสดุอุปกรณ์และสินค้า พร้อมทั้งการจัดการสินค้าคงคลัง

“หากการระบาดยังไม่สามารถควบคุมได้ภายในหนึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนครึ่ง สินค้าคงคลังจะหมดลง ผลผลิตโทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์ภายในประเทศจะตกลงอย่างมาก” กระทรวงการค้า อ้างรายงานของสมาคมธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เวียดนาม

https://positioningmag.com/1265458
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,208
ไนซ์กรุ๊ป ขยายรง.เสื้อเวียดนาม คว้าสิทธิ์ส่งออกลดภาษี EVFTA-CPTPP

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

“ไนซ์ กรุ๊ป” เบอร์ 1 ผู้ผลิตเสื้อกีฬา เบนเข็มขยายฐานผลิตเวียดนาม มองข้ามชอตหวังใช้ประโยชน์ EVFTA ส่งออกอียู-CPTPP ส่งออก 11 ประเทศ ก้าวข้ามมรสุมโคโรน่า-จีเอสพีเขมร ลุยเทงบฯลงทุนขยาย 2 โรงงานเวียดนาม-ไทย 3,000 จักร ดันกำลังผลิตเพิ่มเกือบ 30 ล้านตัวใน 3 ปี

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าปีที่ผ่านมาธุรกิจผลิตเสื้อผ้าส่งออก ถือว่าเป็นธุรกิจได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าขยายตัวอย่างเงียบ ๆ สวนทางการส่งออกติดลบ ผู้ผลิตรายหลายได้กระจายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเป็นฐานการผลิตส่งออกชั้นดีที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำและรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากตลาดส่งออกหลักทั้งสหรัฐ และสหภาพยุโรป แต่มาปีนี้วิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และผลพวงจากการที่สหภาพยุโรป (อียู) ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีกัมพูชาซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญ ซึ่งทางผู้ผลิตไทย 6 รายที่เข้าไปลงทุนเริ่มรับรู้สัญญาณนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2561 และเริ่มวางทิศทางการทำงานล่วงหน้า


นายประสพ จิรวัฒน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไนซ์กรุ๊ป (ไนซ์ แอพพาเรล) ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬาเบอร์ 1 ของไทย ซึ่งผลิตให้แบรนด์เสื้อกีฬา และเป็นโรงงาน 1 ใน 6 โรงงานไทยในกัมพูชา เปิดเผยกับ“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมยอดขายปี 2563 ยังคาดว่าจะเติบโต 12-15% จากปริมาณคำสั่งซื้อที่ทำแผนรับผลิต (OEM) ระยะยาวไว้ล่วงหน้าถึงปี 2566 ให้กับแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชั้นนำของโลกไนกี้ อาดิดาส และมิซูโน่ ที่มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจาก 58 ล้านตัว เป็น 85 ล้านตัวเพื่อส่งไปยังตลาดหลัก ทั้งสหรัฐ สัดส่วน 42-43% ตลาดสหภาพยุโรป สัดส่วน 36% และเอเชีย 18-19%

“ผลจากอียูตัดสิทธิพิเศษทางภาษีกัมพูชาจะไม่กระทบต่อคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่วางไว้ แต่อาจะเป็นต้นทุนของลูกค้า จากภาษีเพิ่มขึ้น 12% อาจต้องปรับราคาขายปลีกสูงขึ้น เมื่อบวกกับค่าแรงกัมพูชาที่ถูกกว่าไทยประมาณครึ่งหนึ่งก็ยังพอทำได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้น แต่สินค้าเครื่องนุ่งห่มจะต่างกับสินค้าอื่น ด้วยเหตุที่มีการวางแผนระยะยาวที่ได้วางไว้ร่วมกับลูกค้าประมาณ 3 ปี
หรือจนถึงปี 2566 บริษัททำแผนการขยายกำลังการผลิตคู่ขนาน เพื่อให้สอดคล้องกับออร์เดอร์อีก 3 ปีด้วย”

ล่าสุดขณะนี้บริษัทได้ขยายการลงทุนโรงงานที่เวียดนาม 1 แห่ง ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเป็น

การลงทุนขยายจากโรงงานเดิม มีจำนวนเครื่องจักร 1,500 จักร คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและสามารถดำเนินการได้ในกลางปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะเพิ่มการลงทุน เพื่อขยายโรงงานที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มจำนวนเครื่องจักรอีก 1,200-1,500 จักร คาดว่าจะสรุปในปี 2564 และก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการได้ในปลายปี 2564

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานใน 4 ประเทศโดยประเทศไทยมีขนาดใหญ่ที่สุด 40-45%รองลงมา คือ กัมพูชา ใกล้เคียงกัน45% เวียดนาม 6% และจีน 4% ซึ่งทุก ๆฐานการผลิตก็กระจายออกไปทั่วโลกตามคำสั่งซื้อ

นายประสพกล่าวว่า การขยายการลงทุนไปในเวียดนามในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อให้สอดรับกับแผนสั่งซื้อ 3 ปีเท่านั้น แต่เวียดนามเป็นฐานผลิตที่สามารถลดภาษี เพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้เพิ่มขึ้น เพราะเวียดนามได้ทำเอฟทีเอกับอียู และยังมีความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ด้วย

ส่วนการพิจารณาโยกย้ายฐานการผลิตหรือย้ายฐานการผลิตจากกัมพูชาไปยังฐานผลิตอื่นแทนกัมพูชานั้น ขึ้นอยู่กับผลการหารือกับลูกค้าในระยะต่อไปหลังจากขึ้นภาษี โดยขณะนี้ยังไม่มีการปรับย้ายฐาน และฐานผลิตในทุกประเทศกำลังเดินเครื่องเต็มที่ 100% เพื่อเร่งส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ทันก่อนจะขึ้นภาษีในเดือนสิงหาคม และวางแผนต่อเนื่องหลังจากนั้นหากต้องการให้ช่วยเร่งผลิตก็จะช่วยต่อไป

“ส่วนผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบต่อโรงงานที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน เช่นกัน เพราะทำให้ต้องปิดยาวนานกว่าเทศกาลตรุษจีนปกติ ขยายมาอีกกว่า 1 สัปดาห์ เพิ่งจะเริ่มเปิดดำเนินการปกติ หากการแพร่ระบาดต่อเนื่องยาวไปอีก 6 เดือน ประเด็นที่กังวลไม่ใช่การผลิตที่จีน เพราะสัดส่วนที่นั่นไม่มาก แต่ผลจากการระบาดจะกระทบต่อการซัพพลายวัตถุดิบบางรายการที่ใช้ในการผลิตทั้งหมดจะต้องวางแผนบริหารจัดการเพื่อส่งมอบให้ทันตามกำหนด”

https://www.prachachat.net/economy/news-424251
 

·
Registered
Joined
·
31,122 Posts
การส่งออกของไทยกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

สยามรัฐออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2563 12:28 เศรษฐกิจ

ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)ระบุว่า เริ่มปี 2563 มาได้เพียง 2 เดือน แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักขึ้นหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มขยายวงกว้างและสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2563 ชะลอลงมาก อย่างไรก็ตามท่ามกลางข่าวร้ายยังพอมีข่าวดีอยู่บ้าง ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนมกราคม 2563 พบว่าขยายตัว 3.4% เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 6 เดือน แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่ามูลค่าส่งออกดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 เข้าไป แต่อย่างน้อยยังมีสัญญาณบวกให้เห็นในบางแง่มุมที่อาจช่วยให้การส่งออกทั้งปีไม่ได้แย่อย่างที่หลายฝ่ายกังวล ทั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ



-การส่งออกไทยยังแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศคู่แข่ง หากพิจารณาตัวเลขการส่งออกปี 2562 และเดือนมกราคม 2563 พบว่าการส่งออกของไทยอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียอื่นๆที่การส่งออกหดตัวต่อเนื่อง จากการพึ่งพาตลาดจีนเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าไทย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย เป็นต้น แม้กระทั่งการส่งออกของเวียดนามที่ขยายตัวเป็นอันดับต้นๆของโลกในปี 2562 แต่ในเดือนมกราคม 2563 กลับหดตัวกว่า 17% จากการส่งออกไปจีนและสหรัฐฯที่หดตัว นอกจากนี้แม้ว่าการส่งออกของไทยในเดือนมกราคมจะได้อานิสงส์จากการส่งออกทองคำที่ขยายตัวถึง 300% แต่หากหักทองคำแล้ว การส่งออกของไทยหดตัวเพียง 1.5% ซึ่งยังเป็นการหดตัวที่น้อยกว่าคู่แข่ง

-สินค้าไทยยังมีโอกาสเข้าไปแทนสินค้าจีนได้ต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการส่งออกของไทยไปตลาดที่มีจีนเป็นคู่เป็นแข่งสำคัญ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯที่สินค้าไทยยังได้เปรียบสินค้าจีนจากแต้มต่อด้านภาษีนำเข้า สะท้อนได้จากการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ปี 2562 และเดือนมกราคม 2563 ขยายตัว 11.8% และ 9.9% ตามลำดับ ขณะเดียวกันในระยะถัดไปอาจได้อานิสงส์เพิ่มเติมในระยะสั้นหลังจีนเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและโลจิสติกส์ของจีนบางส่วน

-สินค้าไทยมีความหลากหลายและมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่แม้เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่สินค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และยังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก อาทิ ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง (ขยายตัว 26.2%) ไก่แปรรูป (4.9%) เครื่องดื่ม (2.8%) เครื่องสำอางและสบู่ (13.8%) เครื่องปรุงรส (15.7%) รวมถึงเครื่องปรับอากาศ (25%) ที่ได้รับผลดีจากภาวะโลกร้อน เป็นต้น

-ผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มเบาบางลง สะท้อนได้จากกลุ่มสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าเป็นอย่างมาก แต่กลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในเดือนมกราคม 2563 อาทิ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ยางพารา ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เป็นต้น

แม้การส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 จะยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบของ COVID-19 ได้ชัดเจนนัก แต่ตัวเลขส่งออกในช่วงที่ผ่านมาก็สะท้อนได้บางส่วนว่า การส่งออกของไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าอดีต อีกทั้งผู้ส่งออกไทยเริ่มปรับตัวรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้นผ่านการพัฒนาสินค้าและการหาตลาดใหม่ๆ ซึ่ง EXIM BANK พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ส่งออกทั้งด้านข้อมูล บริการทางการเงิน และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเพื่อช่วยผลักดันให้การส่งออกของไทยปี 2563 กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง

https://siamrath.co.th/n/135069
 

·
Registered
Joined
·
31,122 Posts
สิ่งทอเวียดนามจ่อเจอศึกหนัก ‘โควิด-19’ ทำวัตถุดิบขาดแคลนช่วงไตรมาส 2
เผยแพร่: 25 ก.พ. 2563 14:47 ปรับปรุง: 25 ก.พ. 2563 15:08 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - ประธานสมาคมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเวียดนามเผยวันนี้ (25) ว่า ผู้ผลิตเสื้อผ้าเวียดนามจะเผชิญต่อปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขัดขวางห่วงโซ่อุปทาน

สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นภาคส่วนที่ทำรายได้จากการส่งออกใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเวียดนาม รองจากสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มในเวียดนามพึ่งพาวัตถุดิบจากจีนเป็นหลัก

“บริษัทภายในประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตจนถึงปลายไตรมาสแรก แต่หลายบริษัทจะเผชิญต่อการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เพราะพวกเขาจะเผชิญปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบจากผู้ส่งหลักในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้” หวู ดึ๊ก ซาง กล่าวกับรอยเตอร์

ซาง ระบุว่า มากกว่า 50% ของวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มของประเทศส่งมาจากจีน

“เรายังไม่ทราบขอบเขตของผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อการผลิตเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามในปีนี้ แต่เราคาดการณ์ว่า การผลิตเครื่องนุ่งห่มในไตรมาสแรกจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อนหน้า” ซาง กล่าว

ประธานสมาคมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเวียดนามยังกล่าวว่า ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มหลายรายจะต้องยกเลิกหรือชะลอการจัดส่งผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

“เรากำลังพยายามที่จะกระจายแหล่งวัตถุดิบของเราเพื่อบรรเทาผลกระทบของไวรัส” ซาง กล่าว และเสริมว่า บางบริษัทกำลังผลิตหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลศุลกากรของรัฐบาล ระบุว่า การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามปีที่ผ่านมา ขยายตัวขึ้น 7.8% ที่ 32,850 ล้านดอลลาร์.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000018932
 

·
Registered
Joined
·
31,122 Posts
เวียดนามผวาโควิด-19 สั่งแบนนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ระบาดในเกาหลีใต้
เผยแพร่: 26 ก.พ. 2563 14:32 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - ทางการเวียดนามสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ ความเคลื่อนไหวที่ซ้ำเติมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศซึ่งกำลังย่ำแย่อยู่แล้วจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่สูญหาย

รัฐบาลเวียดนามระบุในคำแถลงว่าผู้ที่มาจากพื้นที่เหล่านั้นที่จำเป็นต้องเดินทางมายังเวียดนามด้วยเหตุผลอื่นต้องถูกกักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วัน เมื่อเดินทางถึงประเทศ ซึ่งคำแถลงของทางการล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ พุ่งเกินกว่า 1,100 คน

นักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวที่เยือนเวียดนามทั้งหมด 18 ล้านคนเมื่อปีก่อน ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดรองจากจีน

ในเมืองญาจาง เมืองรีสอร์ตทางภาคใต้ของประเทศ ชายหาดว่างเปล่าไร้ผู้คน รถทัวร์จอดนิ่งสนิทริมข้างทาง ร้านค้าหลายร้านปิดให้บริการ ซึ่งในยามปกติแล้วเวลานี้จะเป็นฤดูท่องเที่ยวที่คึกคัก

“โรงแรมแถวนี้ว่างเกือบหมด นักท่องเที่ยวจีนหายเกลี้ยง และตอนนี้ก็นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ด้วย” เจ้าของโรงแรมรายหนึ่งบนถนนเจิ่มฝู กล่าวทางโทรศัพท์

เล จ่อง วีง เจ้าของบริษัทที่ดำเนินกิจการโรงแรม 5 แห่งในเมืองญาจาง กล่าวว่า แขกของโรงแรมมากกว่า 20% ยกเลิกการจองในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่เดินทางมาเที่ยวเมืองญาจางเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าในปีก่อน ที่ 305,000 คน

สื่อทางการเวียดนามรายงานเมื่อต้นเดือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวของเวียดนามสูญไปราว 5,900-7,700 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเลี่ยงที่จะเดินทางมายังภูมิภาคนี้

สายการบินเวียดนาม สายการบินแบมบูแอร์เวย์ส และสายการบินเวียดเจ็ท ต่างประกาศปรับลดเที่ยวบินที่เดินทางไปเกาหลีใต้แล้ว.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000019377
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,213
ประธาน F1 ยันเดินหน้า ‘ฮานอยกรังด์ปรีซ์’ ตามกำหนดแม้กังวลโควิด-19

เผยแพร่: 27 ก.พ. 2563 17:34 ปรับปรุง: 27 ก.พ. 2563 17:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - การแข่งขันฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรกของเวียดนามจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ในวันที่ 5 เม.ย. ฟอร์มูล่าวันเผยวานนี้ (26) ท่ามกลางความวิตกกังวลเพิ่มสูงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การแข่งขันสนามจีนต้องยกเลิกไป

การแข่งขันในกรุงฮานอยจะเป็นการแข่งขันรายการที่ 3 ของฤดูกาล และผู้จัดการแข่งท้องถิ่น เผยว่า สนามแข่งช่วง 150 เมตรสุดท้ายของสนามระยะทางรวม 5.6 กิโลเมตร 23 โค้ง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับจุดเริ่มต้นและเส้นชัยของสนาม

“เราพร้อมแล้ว และรอแทบไม่ไหวที่จะได้ต้อนรับโลกสู่กรุงฮานอยเร็วๆ นี้” เล หง็อก จี๊ ซีอีโอบริษัท Vietnam Grand Prix Corporation ระบุในคำแถลง

เชส แครีย์ ซีอีโอเอฟวัน (F1) กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า ทุกอย่างพร้อมแล้ว และเขาจะเดินทางเยือนกรุงฮานอยในวันที่ 16 มี.ค. หนึ่งวันหลังเปิดฤดูกาลการแข่งขันฟอร์มูล่าวันที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

“เวียดนามกรังด์ปรีซ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 เม.ย.ในกรุงฮานอย เราจะดำเนินการตามแผนการแข่งขัน เรากำลังมุ่งหน้าไปที่เมลเบิร์น บาห์เรน และฮานอย” แครีย์ กล่าว

สำหรับไชนีสกรังด์ปรีซ์ที่มีกำหนดจัดการแข่งขันที่เซี่ยงไฮ้ในวันที่ 19 เม.ย. ได้ประกาศยกเลิกการแข่งไปในเดือนนี้ ซึ่งการประกาศดังกล่าวทำให้เกิดการคาดเดาถึงโอกาสที่การแข่งขันในเวียดนามจะเกิดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไปทั่วโลก

สำหรับผู้จัดการแข่งขันออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์ กำลังวางแผนสำหรับการเปิดฤดูกาลที่จะเกิดขึ้นที่อัลเบิร์ตพาร์ค ในวันที่ 15 มี.ค. ขณะที่รัฐบาลแดนจิงโจ้เตือนว่า ทุกทางเลือกรวมถึงการยกเลิกการแข่งขันจะถูกนำมาพิจารณาหากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ด้านกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ออกคำแถลงเมื่อวันอังคาร (25) ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้ง 16 คนในประเทศ ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว และตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000019963
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,214
เศรษฐกิจเวียดนาม สะเทือนหนักจาก “โควิด-19”

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563


ถึงวันที่ 23 ก.พ. เวียดนามยังพบผู้ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วในประเทศเพียง 16 รายเท่านั้น โดยยังไม่พบว่ามีผู้ใดเสียชีวิต

แต่ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ต่อเวียดนาม ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสกว่าการระบาดของเชื้อโรคหลายเท่าตัวนัก

นับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นในจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ทางการเวียดนามพยายามดำเนินมาตรการหลายต่อหลายอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นภายในประเทศ รวมทั้งการขยายวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษญวนหรือปีใหม่ของเวียดนามออกไปในหลายเมือง และระงับการค้าบริเวณด่านชายแดนทางด้านเหนือของประเทศที่ติดต่อกับประเทศจีนลงทั้งหมด

ถึงวันที่ 20 ก.พ. หลายด่านศุลกากรเหล่านั้น ยังคงเปิดดำเนินงานอย่างจำกัด ภายใต้เงื่อนไขป้องกันที่เคร่งครัด เช่น คนขับรถบรรทุกสินค้าทุกคนที่ขับรถผ่านเข้ามา จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ และจำกัดการออกจากรถบรรทุกไว้เข้มงวดอีกด้วย

ภายในประเทศ โรงเรียนยังคงปิดเรียน นักท่องเที่ยวที่เคยมากมายหลงเหลือให้เห็นเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับราว 20% ของแรงงานในโรงงานต่าง ๆ ตกอยู่ในสภาพไม่มีงานทำชั่วคราว ทั้งเนื่องจากความต้องการสินค้าจากจีนหดหายไป หรือจากการที่ชิ้นส่วนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตชะงักงันไปตามสภาวะปั่นป่วนของห่วงโซ่การผลิตทั้งหลาย

ภาคคมนาคมขนส่ง ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสในจีนอย่างหนัก รายงานเบื้องต้นของบรรดาสายการบินทั้งหลายของเวียดนามที่ระงับการบินไปและกลับจากจีนมาตั้งแต่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ระบุว่า เสียหายไปแล้วคิดเป็นมูลค่าราว 435 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การรถไฟเวียดนาม ซึ่งเป็นวิสาหกิจของรัฐ รายงานว่า รายได้ในช่วง 19 วันแรกของเดือน ก.พ. ลดลงไปราว 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องชดใช้ค่าบัตรโดยสารคืนให้กับผู้ใช้บริการ ที่ไม่ต้องการเดินทางในสภาวะสุ่มเสี่ยงตามคำแนะนำของทางการนั่นเอง

โรงงานผลิตรองเท้าที่จังหวัดทันห์ ฮัว ติดกับชายแดนจีน คนงานจำนวนเกือบ 12,000 คนถูกขอร้องให้หยุดงานถึง 2 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะโรงงานไม่มีวัตถุดิบหลงเหลือให้แรงงานเหล่านั้นทำงานตามปกติได้

แต่โรงงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปอีกมากมายทั่วเวียดนามกลับเผชิญปัญหาอีกแบบ แรงงานในโรงงานเหล่านั้นพากันหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ เพราะความกลัวว่าเพื่อนแรงงานจากประเทศจีนที่เดินทางกลับมาทำงานหลังวันหยุดเทศกาลปีใหม่ จะนำพาเอาเชื้อโควิด-19 มาให้ ถึงขนาดสหภาพแรงงานที่รัฐบาลควบคุมอยู่จำเป็นต้องใช้มาตรการ “แจก” หน้ากากอนามัยและให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อออกมาบังคับใช้

ทั้งหมดเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามกระทบกระเทือนหนักไม่น้อย แม้ว่าจะไม่สาหัสสากรรจ์เท่ากับที่จีนได้รับผลกระทบอยู่ในเวลานี้ก็ตามที สาเหตุสำคัญประการหนึ่งนั้นเป็นเศรษฐกิจของเวียดนามพึ่งพาจีนอยู่สูงมาก

คณะกรรมการที่ปรึกษาการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ทีเอบี) ของเวียดนาม เพิ่งประเมินสถานการณ์เมื่อไม่นานมานี้ พบว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบินของประเทศนั้นสูงมาก

ทีเอบีชี้ว่า เฉพาะในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว ความสูญเสียต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะมากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หากภาวะการระบาดยังคงมีต่อเนื่องไป จนกระทั่งสิ้นสุดไตรมาส 2 ความเสียหายจะมากถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

เคบี ซีเคียวริตีส์คาดว่า ปริมาณการบริโภคสินค้าในจีนจะลดลงอย่างมากจากภาวะการแพร่ระบาด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องทำให้จีนลดการนำเข้าสินค้าจากเวียดนามลงตามไปด้วย ตอนนี้จีนคือผู้บริโภคสินค้าเกษตรจากเวียดนามรายใหญ่ที่สุด มูลค่าการนำเข้าเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่มีใครรู้ชัดว่าจะหดหายไปเท่าใดจากการระบาดครั้งนี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา กระทรวงนโยบายและการลงทุน (เอ็มพีไอ) ของเวียดนาม เผยแพร่รายงานซึ่งจัดทำเมื่อ 12 ก.พ. คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเวียดนาม จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการแพร่ระบาดครั้งนี้

โดยหากการระบาดสามารถ “ควบคุมได้” ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ จีดีพีตลอดปีของเวียดนามจะขยายตัวอยู่ที่เพียง 5.96% ซึ่งแม้จะดูไม่เลว แต่สำหรับเวียดนามแล้ว นั่นคือระดับการขยายตัวที่ต่ำที่สุดรอบ 7 ปีเลยทีเดียว

เอ็มพีไอยอมรับว่า เวียดนามเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในจีนหนักหน่วงที่สุด

อีก 3 ประเทศที่เหลือไม่ใช่อื่นไกล คือ ประเทศอย่างสิงคโปร์ ไทย และเขตปกครองพิเศษฮ่องกงนั่นเอง

https://www.prachachat.net/world-news/news-425937
 

·
Registered
Joined
·
31,122 Posts
จะรอดหรือครับเอฟวัน ยุโรปอิตาลี ที่เป็นที่ตั้งสนามมอนซ่าในอิตาลี่ ระบาดหนักที่สุดในยุโรปแล้ว สงสัยคงจะได้เลิกจัดเอฟวันแล้วปีนี้
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,216
เวียดนามดึง FDI กว่า 6 พันล้านดอลลาร์ใน 2 เดือนแรก

ในรอบ 2 เดือนแรกปี 2020 นี้เวียดนามดึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้เป็นมูลค่า 6.47 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 23.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อน จากการเปิดเผยของสำนักงานการลงทุนต่างประเทศ (Foreign Investment Agency)

การเบิกใช้เงินลงทุน ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ลดลง 5% มีจำนวน 2.45 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มีการอนุญาตการลงทุนกับโครงการใหม่ 500 โครงการรวมมูลค่าลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง 4 พันล้านดอลลาร์เป็นการลงทุนในโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในจังหวัดบากเลียว ที่อยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ทำให้บากเลียวเป็นแหล่งใหญ่สุดของลงทุนด้านผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

ส่วนการลงทุนอีก 638 ล้านดอลลาร์เป็นการลงทุนเพิ่มในโครงการที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว 151 โครงการ และอีก 827 ล้านดอลลาร์เป็นการเพิ่มทุนกับการซื้อหุ้น

สิงคโปร์เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่สุดในเวียดนามในรอบ 2 เดือนนี้จากมูลค่าลงทุน 4.12 พันล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ จีน 720.4 ล้านดอลลาร์และเกาลหลีใต้ 425.4 ล้านดอลลาร์

ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ การลงทุนโดยตรงของต่างชาติในเวียดนามที่ดำเนินการอยู่มีจำนวน 31,345 โครงการรวมทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 369.4 พันล้านดอลลาร์ โดย 214.23 พันล้านดอลลาร์ได้มีการเบิกใช้แล้ว

ส่วนการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของเวียดนามมีมูลค่า 30.3 ล้านดอลลาร์ โดยที่ 21.4 ล้านดอลลาร์เป็นโครงการใหม่ ส่วนที่เหลือ 8.9 ล้านดอลลาร์เป็นการลงทุนในโครงการเดิมที่มีอยู่

เงินลงทุนส่วนใหญ่ 14.3 ล้านดอลลาร์ อยู่ในธุรกิจร้านอาหารและบริการจัดเลี้ยงคิดเป็น 48% ของการลงทุนรวม ส่วนมูลค่าลงทุนในการผลิตและแปรรูป อยู่ที่ 8.9 ล้านดอลลาร์หรือ 29.4% ตามมาด้วยธุรกิจค้าส่งค้าปลีก โลจิสติกส์ และอื่นๆ และมีการลงทุนมากที่สุดในสหรัฐฯ 20 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ กัมพูชา 8.9 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งมีการลงทุน ฮ่องกง สหราชอาณาจักร เมียนมา และประเทศอื่นๆ รวม 12 ประเทศ

29/2/2563 https://thaipublica.org/2020/02/asean-weekly-roundup-28/?
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,217
‘ซัมซุง’ ลงทุน $220 ล้าน สร้างศูนย์วิจัยพัฒนาในฮานอย คาดพร้อมใช้ปี 65

เผยแพร่: 2 มี.ค. 2563 19:04 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เริ่มสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนามูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ในเวียดนาม ตามการเปิดเผยของบริษัทในเครือวันนี้ (2)

การก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาในกรุงฮานอยจะแล้วเสร็จในปลายปี 2565 ตามคำแถลงของบริษัทซัมซุงเวียดนาม ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะจ้างงานราว 2,200-3,000 ตำแหน่ง

แต่อย่างไรก็ตามพิธีวางศิลาฤกษ์ที่เดิมกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสเป็นผลให้ทางการเวียดนามจำกัดการเดินทางกับชาวเกาหลีใต้ ตามการเปิดเผยของรองประธานหอการค้าเกาหลีในเวียดนาม และโฆษกหญิงของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ได้ยืนยันถึงการยกเลิกงานดังกล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติม

ซัมซุงเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 17,000 ล้านดอลลาร์

ศูนย์แห่งนี้ตามแผนที่วางไว้จะเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการวิจัยของบริษัทในด้านต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of things) บิ๊กดาต้า (Big Data) และ 5G เป็นต้น

สำหรับการส่งออกสมาร์ทโฟนและชิ้นส่วนอะไหล่ของเวียดนาม ที่ส่วนใหญ่ผลิตโดยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวขึ้น 4.4% ในปีก่อน ที่ 51,380 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลศุลกากรของรัฐบาลเวียดนามระบุ.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000021229
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,218
เวียดนามงัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ $1,160 ล้าน ช่วยธุรกิจรับมือโควิด-19

เผยแพร่: 4 มี.ค. 2563 14:46 ปรับปรุง: 4 มี.ค. 2563 17:56 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - เวียดนามวางแผนที่จะใช้งบประมาณราว 27 ล้านล้านด่ง (1,160 ล้านดอลลาร์) ช่วยธุรกิจต่างๆ รับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ 6.8% ในปีนี้ ตามการรายงานของสื่อทางการ

แผนของรัฐบาลประกอบด้วย การลดหย่อนภาษี การชะลอการจ่ายภาษี และการปรับลดค่าธรรมเนียมการเช่าที่ดิน รวมถึงเร่งการใช้จ่ายของรัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ตามการรายงานของสถานีโทรทัศน์เวียดนามที่อ้างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเหวียน ซวน ฟุ้ก

ธนาคารกลางเวียดนามมีคำสั่งในวันที่ 24 ก.พ. ให้ธนาคารพาณิชย์ยกเลิก ปรับลด หรือชะลอการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่บริษัทต่างๆ ที่เผชิญต่อความสูญเสียอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

รัฐบาลเวียดนาม ระบุว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดของประเทศประกอบด้วย การท่องเที่ยว การขนส่ง อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร และประกันภัย นอกจากนั้น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอาจทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศหายไปราว 7,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเลี่ยงที่จะเดินทางในช่วงนี้.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000021944
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,785 Posts
Discussion Starter #3,219
‘ซัมซุง’ ย้ายฐานผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียมไปเวียดนามชั่วคราวหนีโควิด-19

เผยแพร่: 8 มี.ค. 2563 14:50 ปรับปรุง: 8 มี.ค. 2563 15:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ เผยว่า บริษัทจะย้ายการผลิตสมาร์ทโฟนบางส่วนจากเกาหลีใต้ไปยังเวียดนามเป็นการชั่วคราว หลังพบว่าพนักงานของบริษัทมีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก ทำให้บริษัทต้องปิดโรงงาน

โฆษกหญิงของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า บริษัทได้ระงับการดำเนินงานของโรงงานในเมืองกูมิ (Gumi) หลังพบคนงานมีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก โดยโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานที่ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียม เช่น S20 และ Z Flip อย่างไรก็ตาม โรงงานแห่งนี้จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งเมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้น

นับตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.เป็นต้นมา มีพนักงานของบริษัทในโรงงานที่เมืองกูมิ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 6 คน โดยเมืองกูมินั้นอยู่ใกล้กับเมืองแทกู ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ เป็นเหตุให้โรงงานต้องหยุดการผลิตเป็นการชั่วคราว

ซัมซุงออกคำแถลง ระบุว่า การย้ายการผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมียมบางรุ่นไปยังเวียดนาม เพื่อให้บริษัทสามารถจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา

“เมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงแล้ว เราวางแผนที่จะย้ายกลับมาผลิตที่กูมิเช่นเดิม” คำแถลงระบุ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซัมซุงได้ย้ายสายการผลิตสมาร์ทโฟนของบริษัทไปยังเวียดนามแล้วมากกว่า 50% ของการผลิตทั้งหมด และจนถึงตอนนี้ผลกระทบที่เกิดกับการผลิตมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000023303
 
3201 - 3220 of 3244 Posts
Top