SkyscraperCity banner

1 - 17 of 17 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #3
ผู้โดยสารทะลัก! “สมคิด” บี้ทอท.เร่งขยายสนามบิน”สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่-ภูเก็ต” รับท่องเที่ยวโต


วันที่ 8 มีนาคม 2561 - 21:52 น.

8 มี.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาคแล้ว ดังนั้นการรักษาระดับจะต้องไม่สร้างความลำบากกับผู้โดยสาร ต้องสามารถอำนวยความสะดวกได้ด้วย ดังนั้น จึงได้พูดคุยถึงการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

โดยในระยะยาวมีแผนในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะ 2 อยู่แล้ว โดยจะเร่งให้มีการลงทุนเร็วขึ้น ส่วนในระยะสั้น 3-4 เดือนข้างหน้า จะต้องระบายความแออัดของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ไม่ว่าจะป็นการเพิ่มช่องทาง, เพิ่มบุคลากร หรือการเพิ่มออโต้เกจ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะต้องเห็นผลชัดเจนภายใน 3 เดือน

โดยทาง ทอท. ได้รับปากว่าจะพยายามพัฒนาให้ได้​ ส่วนสนามบินดอนเมืองนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรมว.คมนาคม ได้สั่งการให้นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ไปกำกับให้การลงทุนที่ยังช้าอยู่ให้เร็วขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตนมาจี้โดยลำดับ ขณะที่สนามบินเชียงใหม่ใน 3 เดือนนี้จะต้องจัดการปัญหาด้านสถานที่จอดรถที่แออัด ให้สามารถจอดรถได้มากขึ้นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ส่วนในระยะยาวก็กำลังพิจารณาหาพื้นที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 อยู่ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวมีเพิ่มขึ้นทุกปี

ส่วนสนามบินภูเก็ตนั้น ตอนนี้มีปัญหาว่ามีรันเวย์เพียงแห่งเดียว แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาใช้บริการค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงต้องหาพื้นที่สำหรับก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับให้เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยว โดยตอนนี้ ทอท.ได้พื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว โดยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมาช่วยดูแลด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงอนาคตข้างหน้าด้วยว่า จะต้องบริหารจัดการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการประมาณ 30 ล้านคนในแต่ละปี แบ่งไปใช้บริการในจังหวัดอื่นๆที่รัฐบาลกำลังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วย จากการพูดคุยกับกรมท่าอากาศยานและทอท.ในปีนี้จะต้องเริ่มต้นในภาคตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ โดยได้กำชับเพิ่มเติมไปด้วยว่า ในพื้นที่ภาคใต้นั้น อยากให้เริ่มต้นในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.ชุมพร เพราะรัฐบาลกำลังประชาสัมพันธ์นโยบาย “ไทยแลนด์ รีเวียร่า ” อีกทั้งจ.ชุมพรและอ.หัวหิน มีศักยภาพในการเปิดไปสู่พื้นที่ภาคใต้และขึ้นมาทางภาคเหนือได้ แต่ยังติดปัญหาที่สนามบินยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร จึงอยากให้กรมท่าอาศยานและ ทอท.ประสานงานกันทำโครงการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ​

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท.ได้ปรับแผนดำเนินงานในระยะยาวใหม่ เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากเดิมแผนระยะ 10 ปี **2558-2568‬‬ ที่จะใช้งบทั้งสิ้น 2.2 แสนล้านบาท ตั้งเป้าหมายผู้มาใช้บริการ 83.5 ล้านคนต่อปี

ตอนนี้ขยายศักยภาพที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการเป็น 101 ล้านคนต่อปี แต่ไม่ทันต่อความต้องการได้ เพราะผู้มาใช้บริการจริงอยู่ 130 ล้านคนต่อปี ดังนั้น จึงจะเน้นแผนระยะสั้นกับกลางก่อน โดยเบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาใน 3 สนามบินก่อน คือ สุวรรณภูมิ , เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยรองนายกฯสมคิดจะส่งเสริมให้ทาง ทอท. แก้ปัญหาสนามบินดอนเมืองด้วย เพราะว่าอยู่ในภาวะวิกฤติ

สำหรับแผนระยะสั้น 3 เดือนนั้น ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนี้ฝั่งตะวันออกที่เป็นโร-เช็คอินเดิมของการบินไทย ได้รับการคืนพื้นที่มาแล้ว จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำพื้นที่เช็คอินและเพิ่มช่องทางตรวจค้น โดยกระจายให้มากขึ้น รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้สำหรับการเช็คอินด้วย เพื่อลดความแออัดของสนามบิน

https://www.prachachat.net/property/news-127529
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #4
“สมคิด” เร่งแผนขยายสนามบิน ทอท.จ่อทุ่มแสนล้าน ผุดเชียงใหม่-ภูเก็ตแห่งที่ 2


เผยแพร่: 8 มี.ค. 2561 18:26: ปรับปรุง: 8 มี.ค. 2561 19:46: โดย: MGR Online


“สมคิด” สั่ง ทอท.เร่งแก้ปัญหาสนามบินแออัด ระยะสั้นใน 3-4 เดือนต้องเห็นผล หวั่นนักท่องเทียวหนี ลั่นพัฒนาสนามบินรอง ปีนี้นำร่องชุมพร-หัวหิน เปิดเกตเวย์ลงใต้ บูมท่องเที่ยวเมืองรอง เชื่อม “ไทยแลนด์ริเวียรา” ด้าน ทอท.จ่อรวบบริหาร 15 สนามบินภูมิภาคของ ทย.แถมพ่วงชุมพร-หัวหิน พร้อมรับโอน ขณะที่เตรียมเสนอบอร์ดทุ่มงบอีกกว่าแสนล้าน สร้างสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตแห่งที่ 2 เหตุขยายพื้นที่เดิมไม่ได้แล้ว



วันนี้ (8 มี.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่หน่วยงานด้านขนส่งทางอากาศ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหาร‪ 7 หน่วยงาน ‬บรรยายสรุปภารกิจ ประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, สถาบันการบินพลเรือน, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด

นายสมคิดกล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารเดินทางเข้าออกประเทศไทยเกินเป้าหมายอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคแล้วซึ่งต้องรักษาต่อไป โดยจะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารมากที่สุด จึงได้สั่งการให้ ทอท.แก้ปัญหาความแออัดของสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบ เช่น สุวรรณภูมิในระยะสั้นช่วง 3-4 เดือนนี้จะต้องเพิ่มช่องทางการเข้าออกของผู้โดยสาร เพิ่มบุคลากรในแต่ละจุดในระบบ Auto Gate เป็นต้น ส่วนระยะยาวนั้นมีการพัฒนาเฟส 2 อยู่แล้ว

“ส่วนการพัฒนาสนามบินดอนเมืองที่ยังมีข้อจำกัดหลายเรื่อง ได้ให้รัฐมนตรีอาคม และรัฐมนตรีช่วยฯ ไพรินทร์ รับที่จะไปเร่งรัด ส่วนสนามบินเชียงใหม่ในช่วงเร่งด่วนจะมีการเพิ่มพื้นที่ขยายลานจอดรถ เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมกันนี้จะเร่งตัดสินใจในการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ส่วนสนามบินภูเก็ต มีข้อจำกัดรันเวย์เส้นเดียวจะต้องหาพื้นที่สร้างสนามบินแห่งที่ 2 ซึ่ง ทอท.ได้ศึกษาไว้แล้ว อยู่ระหว่างตัดสินใจ” นายสมคิดกล่าว

สำหรับในภาพรวมของการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีกว่า 30 ล้านคนต่อปีนั้น นโยบายรัฐบาลต้องการกระจายการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ได้ ซึ่งให้ ทอท.และกรมท่าอากาศยาน หารือในการพัฒนาสนามบินของเมืองรอง ซึ่งในปีนี้ต้องการให้เริ่มที่สนามบินชุมพร หรือหัวหิน เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการไทยแลนด์ริเวียรา ซึ่งมีถนนเลียบชายทะเล สนับสนุนการท่องเที่ยว

ทอท.ชงบอร์ดใน พ.ค.นี้ สร้างสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตแห่งที่ 2 ลงทุนกว่าแสนล้าน

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ปัจจุบัน 6 สนามบินของ ทอท.มีผู้โดยสารรวมถึง 130 ล้านคนต่อปี เกินศักยภาพรองรับที่ 101 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีแผนระยะยาวพัฒนาศักยภาพ 6 สนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 184 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2568 โดยขณะนี้ได้เร่งแผนพัฒนาในระยะสั้นของ 3 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ทยอยนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ส่วนสนามบินดอนเมืองที่ผู้โดยสารเติบโตสูง และมีความแออัดมาก ให้เร่งนำแผนหารือกับ รมต.ไพรินทร์ เพื่อแก้ปัญหาก่อน

โดยขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารถึง 60 ล้านคนต่อปี คาดว่าในปี 2564 ผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 90 ล้านคนต่อปี แต่ศักยภาพปัจจุบันอยู่ที่ 45 ล้านคนต่อปี ดังนั้น ในระยะสั้นจะมีการปรับปรุงพื้นที่อาคารผู้โดยสารด้านตะวันตก ฝั่งเคาน์เตอร์เช็กอินของการบินไทย ที่ได้คืนพื้นที่เลานจ์ และยังมีการกระจายจุดตรวจค้นให้มากขึ้น และปรับพื้นที่ ROW A,B รวมถึงการนำระบบอัตโนมัติต่างๆ เข้ามาให้บริการมากขึ้น ใช้งบไม่มากแต่เน้นการบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมกับการพัฒนาเฟส 2

ส่วนสนามบินภูเก็ต ปัจจุบันมีผู้โดยสารประมาณ 15-16 ล้านคนต่อปี แต่ศักยภาพรองรับที่12.5 ล้านคนต่อปี คาดว่าในปี 2565 ผู้โดยสารจะเพิ่มมากกว่า 18 ล้านคนต่อปี โดยตามแผนแม่บทจะขยายศักยภาพเป็น 25 ล้านคนต่อปี แต่เนื่องจากภูเก็ตติดปัญหารันเวย์เส้นเดียว แท็กซี่เวย์จำกัด จึงปรับแผนใหม่ซึ่งจะรื้อแผนพัฒนาใหม่โดยหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 และได้มีการศึกษาพื้นที่ใหม่ซึ่งอยู่ที่จังหวัดพังงา ที่จะรองรับได้ประมาณ 10 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะเสนอบอร์ด ทอท.ใน 1-2 เดือน เพื่อขอลงทุนประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท จากนั้นจะต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย

สำหรับสนามบินเชียงใหม่ ศักยภาพรับได้ 8 ล้านคนต่อปี แต่มีผู้โดยสารถึง 10 ล้านคนแล้ว เกิดความแออัด คาดว่าปี 2568 จะเพิ่มเป็น 18 ล้านคนต่อปี และปี 2574 จะเพิ่มเป็น 20 ล้านคนต่อปี ปัญหาของเชียงใหม่คือพื้นที่โดยรอบสนามบินซึ่งจะมีการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 นอกตัวเมือง คาดว่าจะลงทุนประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท รองรับได้ 10 ล้านคนต่อปี โดยแยกผู้โดยสารภายในประเทศมาใช้สนามบินแห่งใหม่นี้ ส่วนสนามบินเชียงใหม่เดิมจะรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยจะเสนอบอร์ด ทอท.ขออนุมัติใน 1-2 เดือนนี้เช่นกัน

ทอท.จ่อรวบบริหาร 15 สนามบินภูมิภาคของ ทย.แถมพ่วง ชุมพร-หัวหิน

นายนิตินัยกล่าวถึงการบริหารสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยานว่า รองนายกฯ ได้มอบหมายให้ ทอท.และ ทย.หารือร่วมกัน ซึ่งได้รับนโยบายเพิ่มเติมในการพิจารณาสนามบินหัวหิน หรือชุมพร เพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวเมืองรอง และไทยแลนด์ริเวียรา ที่จะเป็นการสนับสนุนด้านการบินได้ โดยจะนำแผนการบริหาร 15 สนามบินของ ทย.เดิมมาปรับร่วมกับนโยบายดังกล่าวซึ่งมีหลายโมเดลในการรับบริหาร เช่น ให้ ทย.โอนสนามบินให้กรมธนารักษ์ และ ทอท.เช่าต่อจากธนารักษ์อีกที ระยะเวลา 30 ปี เป็นต้น ซึ่งเป็นโมเดลเดิมของ 6 สนามบนที่ ทอท.บริหารอยู่

อย่างไรก็ตาม ในแง่การลงทุนพัฒนาสนามบินต่างๆ ประเมินว่าจะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของ ทอท.มากนัก โดยในปีนี้ ทอท.มีแผนเบิกจ่ายงบลงทุนประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทจากการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 และพัฒนาสนามบินภูเก็ต ขณะที่รายได้ปี 2561 มีแนวโน้มที่จะเกินเป้าหมายเนื่องจากการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสารมากกว่าประมาณการ หลังจากปลดธงแดงและหมดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยไตรมาส 1/61 (ต.ค.-ธ.ค. 60) ผู้โดยสารโตที่ 14.4% ส่วนไตรมาส 2 /61 ประเมินว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 10%

https://mgronline.com/business/detail/9610000023624
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #5
เตรียมสร้างสนามบินแห่งที่ 2 จ.พังงา 7 หมื่นล้าน จ.เชียงใหม่ 5 หมื่นล้าน

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 มี.ค. 2561

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ระบุการแก้ปัญหาสนามบินแออัดระยะยาว เตรียมเสนอคณะกรรมการพิจารณาเดือน พ.ค.นี้ ก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 จังหวัดพังงาและเชียงใหม่ สนามบินแห่งที่ 2 จ.พังงา จะใช้เงินลงทุนประมาณ 70,000 ล้านบาท สนามบินแห่งที่ 2 จ.เชียงใหม่ 50,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคนต่อปี โดย ทอท.ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่ตั้งเพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรที่ดินในพื้นที่ ส่วนกระแสการต่อต้านชุมชนในพื้นที่ยังเป็นปัจจัยนำมารวมพิจารณา ที่มาภาพประกอบ: wikimedia.org

สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2561 ว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมอบนโยบายผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำชับให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาความแออัดของสนามบินหลายแห่ง ส่งผลให้หลายครั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยและไม่ได้รับความสะดวก โดยกำชับว่าสนามบินสำคัญ เช่น สุวรรณภูมิ ขอให้หามาตรการระยะสั้นแก้ไขให้เสร็จภายใน 3 เดือน สนามบินดอนเมืองที่จะขยายเฟสต่อไป ได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงไปกำกับดูแลเร่งรัดให้เกิดความรวดเร็ว

ขณะที่สนามบินในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ขอให้พิจารณาแนวทางลงทุนก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เติบโต นอกจากนี้ โครงการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐบาลโดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ให้ ทอท.ไปพิจารณานำสนามบินแห่งใดแห่งหนึ่งระหว่างชุมพรหรือหัวหินเข้ามาช่วยพัฒนา เพื่อให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกระจายจากสนามบินแห่งอื่น

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า การแก้ปัญหาแออัดระยะสั้นที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ภายใน 3 เดือน ทอท.จะปรับพื้นที่บางส่วน เช่น ห้องรับรองของฝ่ายการบิน จะเปิดพื้นที่ให้มีจุดตรวจค้นเพื่อให้เกิดความคล่องตัวรับผู้โดยสารชั่วโมงเร่งด่วนมากขึ้น สนามบินสำคัญทั้งภูเก็ตและเชียงใหม่ ยอมรับว่า ทอท.เตรียมเสนอให้คณะกรรมการเห็นชอบหลักการลงทุนก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่และพังงา โดยจะมีการเสนอคณะกรรมการพิจารณาเดือนพฤษภาคมนี้ สนามบินพังงานั้น จะใช้เงินลงทุนประมาณ 70,000 ล้านบาท ส่วนกระแสการต่อต้านชุมชนในพื้นที่ยังเป็นปัจจัยนำมารวมพิจารณา ขณะที่สนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 จะลงทุน 50,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคนต่อปี โดย ทอท.ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่ตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรที่ดินในพื้นที่ ส่วนการพัฒนาโครงการสนามบินแห่งที่ 2 ทั้ง 2 จังหวัดนั้น จะทำได้ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ภาครัฐจะช่วยดำเนินการ โดยในส่วนของ ทอท.มีความพร้อมงานก่อสร้าง

ส่วนการรับโอนสนามบินแห่งใดแห่งหนึ่งระหว่างหัวหินหรือชุมพรมาให้ ทอท.บริหาร นายสมคิด ขีดเส้นให้เสร็จภายใน 7 เดือน ขณะที่ปัจจุบันทั้ง 2 แห่งอยู่ในการกำกับดูแลของกรมท่าอากาศยานหรือ ทย. ดังนั้น แนวทางการดำเนินการจะทำได้หลายรูปแบบ เช่น ทย.โอนสนามบินไปให้กรมธนารักษ์ เพื่อให้ ทอท.ไปเช่าใช้ประโยชน์จากกรมธนารักษ์อีกครั้ง โดยยืนยันว่า ทอท.พร้อมเข้าดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาล

https://www.tcijthai.com/news/2018/3/current/7803
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #6
2 แสนล้านผุดสนามบินแห่งที่ 2 “พังงา-บ้านธิ” แก้วิกฤต “ภูเก็ต-เชียงใหม่”


วันที่ 15 มีนาคม 2561 - 08:36 น.

เรียกว่าขยันขันแข็งเดินสายมอบนโยบายติดตามงานขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ขุนพลเศรษฐกิจรัฐบาล คสช.

นอกจากจะทำงานแข่งกับเวลา ยังต้องเร่งสปีดเค้นผลงาน เก็บคะแนนความนิยมให้กับดรีมทีมรัฐบาลปรากฏต่อสายตาประชาชน ก่อนโหมดการเลือกตั้งจะเริ่มบรรเลง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา “สมคิด” หนีบสองรัฐมนตรีคุมกระทรวงคมนาคม “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” และ “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ตรวจแถวการทำงานของ “ทอท.-บมจ.ท่าอากาศยานไทย” โดยเฉพาะการรับมือนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

เร่งแก้วิกฤตเที่ยวบิน-คนทะลัก

จนทำให้ 2 สนามบินหลัก “ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ” มีความแออัดทั้งผู้โดยสารและการจราจรทางอากาศ ซึ่งเรื่องนี้ “สมคิด” เดดไลน์ ทอท.แก้ปัญหาให้เห็นผลใน 3 เดือน ขณะที่สนามบินภูมิภาคซึ่งมีปัญหาไม่ต่างกัน ได้สั่งการให้ ทอท.เร่งแก้ไข

เริ่มจาก “สนามบินเชียงใหม่” ในระยะสั้นเร่งพัฒนาที่จอดรถเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวและให้เห็นความก้าวหน้าใน 3 เดือน ส่วนระยะยาว “ทอท.” กำลังหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 รองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ส่วน “สนามบินภูเก็ต” ซึ่งประสบปัญหามีรันเวย์เดียว ทำให้ขีดความสามารถจะรองรับนักท่องเที่ยวมีไม่เพียงพอ ทาง “ทอท.” กำลังหาพื้นที่เหมาะสมก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งใหม่ ซึ่งได้พื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว

บูมสนามบินหัวเมืองรอง

ขณะเดียวกัน “สมคิด” มีแนวคิดที่จะบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยกว่า 30 ล้านคนต่อปี ให้กระจายกันไปใช้บริการสนามบินจังหวัดอื่น ๆ ที่เป็นเมืองรอง สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำลังมีแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

โดยเฉพาะภาคใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ชุมพร กำลังมีการพัฒนาโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” แต่สนามบินในพื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร จึงได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ ทอท.ประสานงานกันแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว

ทอท.ทุ่มลงทุน 2.2 แสนล้าน

ด้าน “นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวเสริมว่า แผนงานต่าง ๆ ตามที่ได้วางแผนลงทุนระยะ 10 ปี (2558-2568) ใช้งบฯลงทุน 2.2 แสนล้านบาท เดิมปี 2558 วางไว้ว่า จะมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวได้ 83.5 ล้านคนต่อปี ผ่านมา 3 ปี ได้ปรับศักยภาพใหม่เป็น 101 ล้านคนต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะศักยภาพจริงนั้นรองรับอยู่ที่ 130 ล้านคนต่อปี

ดังนั้น ทอท.จะเน้นการดำเนินงานในแผนระยะสั้นและระยะกลางก่อน เพราะแผนงานในระยะยาวที่ต้องประเมินตัวเลขผู้ใช้บริการยังไม่นิ่งและมีแนวโน้มจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ทุกปี เบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาระยะสั้นในสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ตก่อน แต่มีนโยบายให้นำสนามบินดอนเมืองเข้าไปรวมด้วย เพราะมีปัญหาในระดับวิกฤตเช่นกัน

สำหรับการแก้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ ในระยะสั้นจะเพิ่มจุดเช็กอินและจุดตรวจกระเป๋าและสัมภาระ และจะใช้พื้นที่ห้องรับรอง (Lounge)ของการบินไทยที่ได้รับการคืนพื้นที่มา ทำเป็นจุดเช็กอินและจุดตรวจค้น อาจจะกระจายเพิ่มขึ้นบริเวณโรล A และ B รวมถึงการใช้ระบบ auto check-in มาใช้อีกด้วย

สุวรรณภูมิเฟส 2 ทยอยเสร็จ

ขณะที่ความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท ได้เปิดประมูลครบแล้วทุกแผนงาน ยังเหลืองานอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 วงเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท ยังติดขัดการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)

เนื่องจากการขยายพื้นที่บางส่วนจะต้องทุบกระจกบริเวณอาคารผู้โดยสารเดิม จะทำให้จุดเช็กอินหายไป 25-30% จึงต้องทำ EIA เพิ่ม ในช่วงนี้ จะก่อสร้างในบางส่วนไปก่อน เช่น อาคารจอดรถ อาคารสำนักงาน อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 จะเสร็จในเดือน พ.ย. 2562 รันเวย์ 3 แล้วเสร็จปี 2563

ส่วนการแก้ปัญหาสนามบินภูมิภาค สำหรับภาคใต้ที่มีสนามบินภูเก็ตเป็นสนามบินหลักกำลังมีปัญหานักท่องเที่ยวแออัด แม้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศจะสร้างเสร็จพร้อมให้บริการวันที่ 28 พ.ย.นี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอยู่ดี เพราะยังมีปัญหาเรื่องรันเวย์และทางขับไม่เพียงพอ

ปักธงพังงาแห่งที่ 2 สนามบินภูเก็ต

วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ หาพื้นที่ใหม่สำหรับก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 เบื้องต้นได้ศึกษาร่วมกับกระทรวงคมนาคมแล้ว น่าจะเป็นพื้นที่ใน จ.พังงาที่เป็นแผ่นดินใหญ่ (mainland) เป็นหลัก จะมีที่ดินทั้งของกรมธนารักษ์และที่ดินเอกชนปะปนกันไป เพราะเป็นสนามบินขนาดใหญ่

“คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาให้เห็นชอบในหลักการได้ในเดือน เม.ย.- พ.ค.นี้ จากนั้นก็จะขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ใช้เงินลงทุนประมาณ 75,000 ล้านบาท รองรับนักท่องเที่ยวได้ 10 ล้านคนต่อปี”

ส่วน “สนามบินเชียงใหม่” คาดการณ์ผู้มาใช้บริการปีนี้อยู่ที่ 8 ล้านคน แต่ขณะนี้ต้องรองรับผู้ใช้บริการถึง 20 ล้านคน ในเบื้องต้นก็มีการปรับการคาดการณ์โดยปรับจากเดิมปี 2568 จะรองรับได้ 18 ล้านคน มาอยู่เป็นเป้าของปี 2565 แทน ส่วนปี 2574 จะรองรับได้ 20 ล้านคน ก็ร่นมาอยู่ปี 2568 ขณะนี้ดีมานด์ของสนามบินโตไม่ทันตัวเลขผู้ใช้บริการจริง

“ปริมาณผู้ใช้บริการที่มีจำนวนมาก รองนายกฯสมคิดจึงอยากให้สร้างอีกสนามบินหนึ่งไว้รองรับลูกค้าระดับแมสที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี ขณะที่ตัวสนามบินเดิมก็ทำให้รองรับลูกค้าระดับไฮเอนด์”

เบื้องต้นกำหนดรูปแบบสนามบินแห่งใหม่ให้รองรับผู้มาใช้บริการได้ 10 ล้านคน ใช้เงินลงทุนประมาณ 54,000-60,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเสนอให้คณะกรรมการเห็นชอบในหลักการได้ในเดือน เม.ย.- พ.ค.นี้ พร้อมกับสนามบินภูเก็ต ส่วนจะเริ่มลงทุนเมื่อไหร่ต้องขึ้นอยู่กับการผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐด้วย หากสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตแห่งใหม่ไม่เสร็จใน 10 ปีนี้ความแออัดของสนามบินจะยิ่งแย่

เคาะบ้านธิ “เชียงใหม่ 2”

ขณะที่การสนับสนุนโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” ทาง ทอท.และ ทย.จะช่วยกันพิจารณาศักยภาพพื้นที่ใน อ.หัวหิน และ จ.ชุมพรเตรียมการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ว่า พื้นที่ใดมีความเหมาะสมมากกว่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ต.ค.นี้ จากนั้นถึงเริ่มกระบวนการทำแผน อาจจะวางโมเดลเหมือนกับ 6 สนามบินที่ ทอท.บริหาร คือ โอนที่ดินให้กรมธนารักษ์ดูแล ส่วน ทอท.ก็เช่ามาดำเนินการ

ด้าน “ประสงค์ พูนธเนศ” ประธานคณะกรรมการ ทอท.กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พื้นที่ก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 อยู่บริเวณ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ส่วนภูเก็ตอยู่พื้นที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จะข้ามสะพานสารสินไป โดย ทอท.จะนำเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาเร็ว ๆ นี้

https://www.prachachat.net/property/news-130266
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #7
ทอท. ทุ่มงบ 1.2 แสนล้าน ผุด “สนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต” แห่งที่ 2 ชงบอร์ด ไฟเขียว 25 พ.ค.


วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 - 19:44 น.

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาบอร์ดทอท.ได้มีมติเห็นชอบรับโอนย้าย 4 สนามบิน คือ สนามบินอุดรธานี สนามบินสกลนคร สนามบินตาก และสนามบินชุมพร จากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มาบริหาร เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาล

โดยหลังจากนี้จะเสนอไปยังคมนาคม และกระทรวงคมนาคมเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1-2 เดือนนี้ สำหรับรูปแบบการบริหารงานและขั้นตอนเพื่อโอนย้ายมาให้ ทอท. กำกับดูแลนั้น ทาง ทย. จะต้องโอนสนามบินทั้ง 4 แห่งไปให้กรมธนารักษ์ จากนั้น ทอท. จะเข้าไปเช่าสนามบินทั้ง 4 แห่ง จากกรมธนารักษ์เพื่อเข้ามาบริหารจัดการ ทั้งนี้ ในการจัดการและดำเนินการนั้นทาง ทอท. จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้

“ทอท. จะนำร่องเร่งลงทุนพัฒนาศักยภาพของสนามบินอุดร และสกลนครก่อน โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ในการปรับปรุงอุปกรณ์ภาคพื้นดิน, อาคารผู้โดยสาร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่วนอีก 2 สนามบิน คือ ตาก และชุมพร นั้น จะต้องทำการศึกษาความเหมาะสมก่อนว่าควรจะพัฒนาเป็นสนามบินเพื่อตอบสนองทางด้านไหน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาเป็นปี โดยเบื้องต้นสนามบินตาก วางเป้าหมายให้เป็นสนามบินเพื่อขนส่งสินค้าทางอากาศภายในภูมิภาคเพื่อนบ้าน เช่น พม่า โดยจะไม่เน้นขนส่งผู้โดยสาร”



นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และ สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 จากผลการศึกษาพบว่า พื้นที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เหมาะสมที่จะสร้างเป็นสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และ สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 พื้นที่ จ.พังงา เหมาะสมที่จะสร้าง โดยฝ่ายบริหาร ทอท. จะเสนอให้บอร์ด ทอท. พิจารณาเห็นชอบในหลักการลงทุนก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ทั้ง 2 ที่ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ โดยสนามบินพังงา จะใช้เงินลงทุน 70,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคนต่อปี ส่วนสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ที่ จ.ลำพูน จะใช้งบประมาณลงทุน 50,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคนต่อปี

“ทอท. จะใช้งบก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ 2 สนามบินรวมกว่า 120,000 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่กระทบต่อสภาพคล่อง และกระแสเงินสด เพราะปัจจุบัน ทอท. มีเงินสดในมือกว่า 62,000 ล้านบาท และจะมีเงินสดที่เป็นกำไรยังไม่หักค่าเสื่อมเข้ามาอีกว่าปีละ 30,000 ล้านบาท จึงไม่มีปัญหาในระยะยาว แต่อาจจะมีกระทบบ้างในปี 2563 ที่ต้องใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม หากมีสัดส่วนการกู้ก็จะเป็นการกู้ระยะสั้นเท่านั้น”

https://www.khaosod.co.th/economics/news_1032526
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #8
บอร์ด ทอท. ไฟเขียว 1.2 แสนล้าน สร้างสนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต แห่งที่ 2

วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 - 17:40 น.


นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการเพื่อดำเนินการลงทุนก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของสนามบินเชียงใหม่และสนามบินภูเก็ต (ปี 2561-66) วงเงินรวมทั้งสิ้น 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสนามบินละ 60,000 ล้านบาท

สำหรับการก่อสร้างสนามบินทั้ง 2 แห่งนั้น ตามผลการศึกษาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เห็นว่าพื้นที่บริเวณ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เหมาะสมในการสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ส่วนสนามบิน ภูเก็ตแห่งที่ 2 เหมาะสมที่จะสร้างที่ บ้านโคกกรวด จ.พังงา ซึ่งพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง มีระยะทางห่างจากสนามบินเดิมประมาณ 20-30 กิโลเมตร

“หลังจากนี้ฝ่ายบริหารทอท. จะต้องนำเสนอแผนการลงทุนให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาคาดว่าภายในสิ้นปี 2561 เมื่อขั้นตอนต่างๆ ทางเอกสารแล้วเสร็จ ทอท. จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562-66 คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จและให้บริการได้ไม่เกินปี 2568”

นายนิตินัยกล่าวว่า สำหรับงบลงทุน 120,000 ล้านบาท นั้น ยังไม่รวมงบการจัดหาที่ดินซึ่งหลังจากนี้จะต้องพิจารณาว่าจะใช้วิธีซื้อหรือเวนคืน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการลงทุนครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของทอท. ซึ่งมีแผนลงทุนสุวรรณภูมิเฟส 3 เพราะปัจจุบัน ทอท. มีเงินสดในมือกว่า 62,000 ล้านบาท และมีเงินสดที่เป็นกำไรยังไม่หักค่าเสื่อมเข้ามาอีกว่าปีละ 30,000 ล้านบาท



“สำหรับการลงทุนระยะยาวจะไม่มีผลกระทบอะไรเพราะเรามีเงินเพียงพอ แต่ระยะสั้นยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบบ้าง เช่นในปี 2563 ที่ทอท. จะต้องใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจจะต้องมีการกู้ยืมในระยะยสั้นๆ บ้าง”

สำหรับสนามบินพังงาแห่งที่ 2 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จมีมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 10 ล้านคนต่อปี ส่วนสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 รองรับผู้โดยสารได้ 10 ล้านคนต่อปีเช่นกัน

นายนิตินัย กล่าวต่อว่าที่ประชุมบอร์ด ทอท. ยังมีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทลูก โดยมีทอท. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อมาดำเนินงานเกี่ยวกับศูนย์ตรวจสอบสินค้าเน่าเสียเพื่อการส่งออกให้ได้ตามมาตรฐานของยุโรป เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าประสบปัญหาสินค้าส่งออกถูกตีกลับเพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เน่าเสีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนและขาดทุน ทอท. จึงต้องการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการการส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อทำให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ผลิตสินค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการเพิ่มรายได้จากการดำเนินการที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินโยตรงให้กับทอท. ด้วย

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของทอท. จะต้องกลับไปศึกษาและกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นในบริษัทลูก ว่า ทอท. ควรถือหุ้นเอง 100% หรือถือหุ้นร่วม คาดภายในปี 2561 จะจัดตั้งบริษัทได้ โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลาตรวจสอบสินค้าและกระจายสินค้าเน่าเสียเพื่อการส่งออกแล้ว ไปยังทวีปยุโรป และเตรียมที่จะทำตลาดในภูมิภาคเพิ่มเติมด้วย ทั้งพม่า ลาว เวียดนามและกัมพูชา

https://www.khaosod.co.th/economics/news_1128422
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #9
จ่อเวนคืนที่ 5.3 พันโฉนด! ก่อสร้าง 2 สนามบินใหม่


4 June 2018

ทอท. ขีดวงที่ดินสร้าง 2 สนามบินใหม่ "เชียงใหม่-พังงา" คลุม 5.3 พันโฉนด ชี้! เจรจาซื้อก่อนเวนคืน คาดชงขออนุมัติผู้ถือหุ้นได้ก่อนสิ้นปี ... นายหน้าค้าที่ดินคึกอีกรอบ ชี้! รายใหญ่กว้านซื้อรอนานแล้ว ปั่นราคาที่สูงเวอร์ 'สันกำแพง' ไร่ละ 15 ล้าน

บอร์ดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เห็นชอบหลักการสร้างสนามบินใหม่ แห่งที่ 2 ของเชียงใหม่และภูเก็ต ในพื้นที่ระหว่าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ต่อเนื่อง อ.บ้านธิ จ.ลำพูน และที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา มีขอบเขตทับแปลงที่ดินกว่า 5.3 พันโฉนด


นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขั้นตอนนี้ ทอท. วางไทม์ไลน์ไว้ 3 สเต็ป คือ 1.นำมติบอร์ด ทอท. เสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ ครม. พิจารณา จากนั้นจะจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขออนุมัติแผนสร้างสนามบินใหม่ภายในปีนี้

2.กระบวนการได้มาซึ่งที่ดิน และ 3.ช่วงการก่อสร้าง ซึ่งจะใช้เวลา 4 ปี แต่สนามบินจะเปิดให้บริการได้เมื่อไหร่ระบุชัดไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการได้ที่ดินมา แต่คาดว่าจะให้แล้วเสร็จก่อนสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตจะเต็มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร


ทอท. ขีดวงที่ดินที่ต้องการสร้างสนามบินแห่งละ 5-7 พันไร่ โดยสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ครอบคลุมแปลงที่ดินกว่า 5 พันโฉนด และสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 หรือที่พังงา คลุมที่ดินกว่า 300 โฉนด

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ทอท. ก็เจรจากับเจ้าของโฉนด คนหนึ่งอาจถือครองที่หลายแปลง เพราะคงมีคนไปกว้านซื้อที่ดินรอไว้นานแล้ว แต่การเจรจาซื้อต้องมีเกณฑ์ราคาประเมิน ถ้าสูงเกินไปก็ไม่รู้ไปตอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างไร ถ้าซื้อไม่ได้ก็ต้องเวนคืนต่อไป โดยงบลงทุนก่อสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง 1.26 แสนล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน

ด้าน นายสุพัฒน์ ปักษาจันทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ข่าวการสร้างสนามบินเชียงใหม่เป็นที่ฮือฮา แต่ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่า มีการซื้อขายจริงเพิ่มขึ้น บางทีก็เป็นการปั่นราคา ส่วนพวกที่ดินก็กลัวถูกเวนคืน

นายสุรชัย รัชตประทาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสันกำแพง กล่าวว่า ที่สันกำแพงมีทั้งข่าวจะสร้างสนามบินแห่งที่ 2 รถไฟฟ้าใต้ดินและมอเตอร์เวย์ก็ตื่นตัวพอสมควร ภาพรวมที่ดินราคาสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่โซนถนนสาย 1317 และถนนสายสันกำแพงสายเก่า เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากเดิมราคาไร่ละกว่า 22 ล้านบาท ขึ้นกว่า 3-4 ล้านบาทก็มี แล้วแต่แปลงที่ดิน

นายนนท์ หิรัญเชรษฐ์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ จ.เชียงใหม่ ภาคเหนือ เปิดเผยว่า ข่าวนี้ทำให้แวดวงนายหน้าค้าที่เคลื่อนไหวอีกครั้ง บางที่เมื่อ 10 ปีก่อน ไร่ละ 2-3 ล้านบาท ก็แพงมากแล้ว ปัจจุบัน ราคาถูกปั่นขึ้นมาไร่ละ 12-15 ล้านบาท อยากฝากเตือนนักลงทุน นายทุน นายหน้า ศึกษาข้อมูลให้ชัด อย่าปั่นกระแสราคาที่ดินให้แพงเกินไป จะทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีปัญหาต้นทุนในอนาคต

เช่นกัน นายชาญวิทย์ บรรจงการ เลขาธิการหอการค้า จ.พังงา กล่าวว่า ที่พังงาเริ่มมีนายทุนเข้าติดต่อสอบถามราคาที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ของการสร้างสนามบิน ขณะนี้ พบว่า มีราคาพุ่งสูงเป็นเท่าตัวของราคาปกติ โดยที่ดินบ่อกุ้งจากไร่ละ 2.5 แสนบาท เพิ่มเป็น 5 แสนบาท ส่วนที่ดินทั่วไป (ไม่ติดถนนใหญ่) ไร่ละ 5 แสนบาท เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสูงผิดปกติ


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,370 วันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2561 หน้า 01+15

http://www.thansettakij.com/content/286880
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #10
ชิงดำสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2

2018-07-23

“ทอท.-บางกอกแอร์เวย์ส” ลั่นพร้อมลงทุน

กพท.เตรียมชงแผนแม่บทพัฒนา 2 สนามบินใหม่ “เชียงใหม่–ภูเก็ต” เข้า ครม.ภายใน ส.ค.นี้ ด้าน ทอท.และบางกอกแอร์เวย์ส ชิงเดือด พร้อมลงทุนพัฒนาภูเก็ต 2 พื้นที่ จ.พังงา ประเมินวงเงิน 7.5 หมื่นล้าน “พุฒิพงศ์” ลั่นมี งบพร้อมร่วมทุนและสร้างเอง

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กพท.อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานในไทย ซึ่งมีข้อสรุปชัดเจนถึงความสำคัญที่จะต้องเร่งพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 และท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 ซึ่งจะพัฒนาใน จ.พังงา พร้อมเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนหลักการการลงทุน เบื้องต้นเปิดกว้างสำหรับเอกชนทุกรายที่สามารถยื่นเสนอแผนพัฒนาที่เหมาะสมมายัง กพท.พิจารณาได้ แต่ปัจจุบันพบว่าบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เริ่มศึกษาการพัฒนาทั้ง 2 ท่าอากาศยานเรียบร้อยแล้ว

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ขณะนี้ ทอท.มีความพร้อมในการลงทุนก่อสร้างท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง ที่ กพท.กำลังศึกษาความเหมาะสม พร้อมเสนอเข้าคณะกรรมการอนุมัติหลักการแล้ว คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 120,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นงบพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 บริเวณอำเภอบ้านธิ วงเงิน 50,000 ล้านบาท และท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 จังหวัดพังงา วงเงิน 75,000 ล้านบาท

“ตามแผนเพิ่มขีดความสามารถของ ทอท. ในการพัฒนาท่าอากาศยาน แห่งใหม่ นอกจากจะขอเข้าไปพัฒนา 4 ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แล้ว ทอท.ยังศึกษาการลงทุนท่าอากาศยานแห่งใหม่ 2 แห่ง สอดคล้องกับแผนแม่บทของ กพท. ซึ่งย้ำว่า ขณะนี้เรามีความพร้อมสำหรับการลงทุน เหลือเพียงรอนโยบายของทางรัฐบาลที่จะศึกษาความเหมาะสมในการมอบให้พัฒนาเท่านั้น”

ด้านนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ พบว่ายังมีสัญญาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บางกอกแอร์เวย์สยังให้ความสำคัญในการลงทุนเพิ่มศักยภาพของธุรกิจท่าอากาศยานในภาคใต้ โดยเล็งเห็นว่า จ.พังงา ยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และพบว่าปัจจุบันภาครัฐอยู่ระหว่างศึกษาก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ในพื้นที่ จ.พังงา ซึ่งบางกอกแอร์เวย์สก็มีความพร้อมเข้าร่วมทุน หรือลงทุนเอง หากภาครัฐเปิดโอกาส

“ตอนนี้เรามี 3 ท่าอากาศยานที่บริหารอยู่ คือ สุโขทัย ตราด และสมุย ซึ่งในส่วนของสมุยพบว่ามีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามองโอกาสที่อยากขยายท่าอากาศยานแห่งใหม่ในภาคใต้ เพื่อกระจายปริมาณผู้โดยสารด้วย แต่คงต้องรอฟังนโยบายทางรัฐบาลว่าจะให้เอกชนเข้าร่วมทุนหรือไม่”.

https://www.thairath.co.th/content/1339778
 

·
Registered
Joined
·
32,917 Posts
ทอท.จ่อชง ครม.เคาะไฟเขียวสนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ตแห่งที่2 วงเงิน 1.25แสนล้านบาท

17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 09:26 น.

ทอท.จ่อชงครม.เคาะไฟเขียวสนามบินแห่งที่2พร้อมแจงแผนลงทุน 1.25 แสนล้านบาท เล็งโยกไฟลท์ภายในประเทศไปสนามบินใหม่ทั้งหมด ส่วนสนามบินเดิมรับไฟลท์อินเตอร์ – ไม่หวั่นจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1.4 หมื่นไร่

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ ทอท.เปิดเผยว่าความคืบหน้าแผนลงทุนสนามบินแห่งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ตเพื่อแก้ปัญหาสนามบินแออัดตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้นขณะนี้ด้านเอกสารแผนลงทุนและรายละเอียดการพัฒนานั้นขณะนีได้เสนอไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาและขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่นาน คาดว่าน่าจะเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายปลายในปีนี้ เพื่อนำผลการศึกษามาถอดแบบราคาและร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)และเปิดประมูลโครงการต่อไปในปี 2562

สำหรับวงเงินการลงทุนก่อสร้างโดยไม่รวมค่าซื้อที่ดินนั้นแบ่งเป็น สนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทบริเวณ อ.บ้านธิ พื้นที่ 7 พันไร่ ขณะที่สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 วงเงิน 7.5 หมื่นล้านบาทนั้นจะอยู่ในจังหวัดพังงา พื้นที่ 7 พันไร่เช่นกัน โดยการออกแบบรายละเอียดสนามบินแต่ละโครงการนั้นเบื้องต้นจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 หลัง อาคารจอดรถรวมถึงอาคารสำนักงานรวมถึงการสร้างรันเวย์เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดกลางเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทเครื่องบินภายในประเทศที่มีลำตัวไม่กว้างมาก

อย่างไรก็ตาม ทอท.ตั้งเป้าว่าสนามบินใหม่ทั้ง 2 แห่งนี้จะเปิดขึ้นมาเพื่อรองรับเที่ยวบินภายในประเทศ (Domestic Flight) เพียงเท่านั้นในช่วงเบื้องต้น เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดภายในสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตในปัจจุบันที่มีปริมาณผู้โดยสารสูงเกินกว่าขีดความสามารถการรองรับ (Over Capacity) อีกทั้งสนามบินเดิมทั้งสองแห่งยังมีพื้นที่น้อยมากเพียงไม่กี่ร้อยไร่ต่อแห่ง ทำให้สนามบินเดิมจะเปิดทำการบินเพียงแค่เที่ยวบินระหว่างประเทศ (International Flight) ดังนั้นจึงยังจะไม่มีการลงทุนติดตั้งเครื่องสแกนร่างกายและเครื่องตรวจสอบวัตถุอันตรายตามมาตรฐานของยุโรปและเอฟเอเอในช่วงแรก ทว่าจะเตรียมพื้นที่ในอาคารเผื่อไว้ในอนาคตหากดีมานต์เที่ยวบินต่างชาติในสนามบินหลักทั้งสองแห่งสูงเกินรับไหว

นายนิตินัย กล่าวว่าสำหรับจุดพื้นที่ชัดเจนในการก่อสร้างสนามบินนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้เพราะกลัวจะกระทบกับราคาของที่ดิน อย่างไรก็ตามเรื่องอุปสรรคการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวนกว่า 1.4 หมื่นไร่ส่วนใหญ่ปัญหาจะอยู่ที่การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 เนื่องจากผู้ถือโฉนดที่ดินมีจำนวนหลายรายทำให้ต้องใช้เวลาในการเจรจาพอสมควร ขณะที่สนามบินภูเก็ต 2 นั้นสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่าเพราะมีผู้ถือโฉนดที่ดินเพียงไม่กี่ราย อย่างไรก็ตามรูปแบบในการได้มาซึ่งที่ดินนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือการเวนคืนและการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งนี้หากตกลงเรื่องราคากันได้ก็จะใช้รูปแบบการจัดกรรมสิทธิ์หรือซื้อที่ดินต่อ แต่ถ้าหากมีปัญหาเจรจายืดเยื้อเรื่องที่ดินจนทำให้โครงการส่อแววสะดุดนั้น ทอท.คงต้องพิจารณาใช้รูปแบบการเวนคืนที่ดินตามราคาท้องตลาด ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะทำให้ผู้ซื้อทีดิ่นเกร็งราคาต้องขาดทุนก็เป็นได้แค่นี้


https://www.thaipost.net/main/detail/13552
https://www.ryt9.com/s/tpd/2857599



บางกอกแอร์รอรัฐเคาะสนามบินพังงา
วันที่ 09 มิ.ย. 2561 เวลา 10:30 น.

บางกอกแอร์เวย์สยันรอทางการอนุมัติสร้างสนามบินพังงา แม้ AOT เพิ่งเคาะก่อสร้าง เล็งเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่แน่นอนในธุรกิจการบินต่อ
นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานการเงินและบัญชี บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ผู้ประกอบการสาย การบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า บริษัทรอทางการอนุมัติสร้างสนามบินพังงาโซนการท่องเที่ยวแถบทะเลพังงาต่อ แม้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) จะอนุมัติสร้างสนามบินที่พังงาแล้ว แต่หาก AOT ยังไม่มีกำหนดก่อสร้างบริษัทยังรออนุมัติต่อไป เมื่อ AOT ลงทุนก่อสร้างจึงจะเลิกแผนงานดังกล่าว เพราะจะทับเส้นทางการบิน



.... อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/market/news/553842
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #12
“เทอร์มินอล 2” สุวรรณภูมิยังไม่จบ เร่งสร้างสนามบินใหม่ “เชียงใหม่-ภูเก็ต” รับฮับโลก

วันที่ 25 October 2018 - 10:54 น.


ยังคงต้องลุ้นจะฉลุยหรือถูกเก็บใส่ลิ้นชัก โครงการก่อสร้าง “อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2” ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่กำลังถูกหลากหลายวิชาชีพค้านหัวชนฝา และส่งเสียงวิจารณ์หลากหลายแง่มุม ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง รูปแบบอาคาร และมูลค่าโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูง 4.2 หมื่นล้าน หลายคงมีข้อกังขา งานนี้ “ทอท.-บมจ.ท่าอากาศยานไทย” ทำไมเสกอาคารหลังใหม่แทรกขึ้นมาแบบเร่งด่วน มีวาระอะไรซ่อนเร้น

ฝั่ง “ทอท.” ถึงจะเปิดพื้นที่แถลงข่าวและขึ้นเวทีดีเบตกับสภาสถาปนิก หวังดับกระแสดราม่า แต่ดูเหมือนข้อมูลที่นำมาแจกแจงต่อสาธารณะ ยังไม่สามารถคลายข้อสงสัย มีทีท่าจะบานปลายและไร้ซึ่งข้อยุติ

ม.เกษตรฯเสนอทางเลือกใหม่

ล่าสุด “ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร” ประธานคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านการขนส่งทางอากาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาเผยถึงแผนแม่บทจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ของประเทศ ที่ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ศึกษา และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) และกระทรวงคมนาคมแล้ว

โดยแผนแม่บทฉบับนี้จัดทำแผนระยะยาว 20 ปี ชี้วัดอุตสาหกรรมการบินซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าปี 2578 จะมีผู้โดยสาร 333 ล้านคนต่อปี เที่ยวบิน 2.026 ล้านเที่ยวบินต่อปี และสินค้า 1.51 ล้านตันต่อปี ซึ่งประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาค


นอกจากแผนจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ประเทศ ยังมีข้อแสนอแนะการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และพื้นที่สร้างสนามบินแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ

รันเวย์ปัญหาใหญ่สุวรรณภูมิ

“ปัญหาของสุวรรณภูมิ คือ รันเวย์ที่เป็นคอขวดต่อเที่ยวบินขึ้นลง ไม่ได้อยู่ที่อาคารผู้โดยสาร การที่ ทอท.จะสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A เป็นการลงทุนไม่สมเหตุสมผล ต้องใช้เงินลงทุน 4.2 หมื่นล้าน พื้นที่ก็มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับอาคารปัจจุบัน และไม่มีความสมดุลระหว่างจำนวนผู้โดยสารจะรองรับได้ 30 ล้านคนต่อปี กับหลุมจอดประชิด 14 หลุมจอด อีกทั้งยังเสียหลุมจอดระยะไกลหรือรีโมตปาร์กกิ้ง”

ในผลศึกษา มีข้อเสนอ ทอท.ปรับแผนแม่บทและสมมุติฐานใหม่ ให้ทบทวนสร้างรันเวย์ 4 ให้เร็วขึ้น จากแผนเดิมสร้างในเฟส 5 (2568-2573) เพราะมีการเวนคืนที่ดิน 1,200 ไร่ สร้างเป็นรันเวย์ระยะไกลถัดจากรันเวย์ 2 ประมาณ 1.1 กม. เยื้องขึ้นไปด้านทิศเหนือให้เป็นอิสระ จะรองรับได้ 135-140 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินตรงกลางระหว่างรันเวย์ 2 และ 4 จะรองรับผู้โดยสารได้อีก 35-40 ล้านคนต่อปี

ผู้โดยสารติดอันดับ 10 ของโลก

“10 ปีข้างหน้า ไออาต้าประเมินสุวรรณภูมิจะติดอันดับ 10 ของโลก ที่มีปริมาณผู้โดยสารมากที่สุด สิ่งแรก ทอท.ควรปรับปรุงระบบเทคโนโลยีเพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร จากนั้นเร่งขยายฝั่งตะวันออกและตะวันตกอาคารเดิมที่รับ 30 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้อีก 5-10 ปี และใช้เงินลงทุนประมาณ 1-2 หมื่นล้าน ซึ่งสามารถปรับรูปแบบอาคารให้สอดรับกับอาคารปัจจุบันได้ ไม่เสียอัตลักษณ์อย่างที่ ทอท.ระบุ และเมื่อ ทอท.ปรับรันเวย์ 4 แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ด้านทิศใต้ ตอนนี้เทอร์มินอล 2 และรันเวย์ 3 และ 4 ยังไม่ผ่านรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อยู่ที่รัฐจะนำมาทบทวนหรือไม่”

ทั้งนี้ หากรัฐไม่ปรับรันเวย์ 4 ก็ควรจะหาพื้นที่สร้างสนามบินกรุงเทพฯแห่งที่ 3 จากผลการศึกษามองว่าควรจะอยู่ด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ รัศมีไม่เกิน 100 กม. พื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 10,000-15,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นสนามบินรองรับการเติบโต สำหรับกิจกรรมการบินด้านธุรกิจ และชาร์เตอร์ไฟลต์ เนื่องจากการขนส่งทางอากาศพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเติบโตสูง จะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก

“ไม่เห็นด้วยที่รัฐจะให้อู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ ควรจะเป็นสนามบินของอีอีซีเท่านั้น เพราะไม่สมเหตุสมผลเรื่องค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง และ 10 ปีแรก อู่ตะเภาจะโตช้ามาก เพราะรถไฟความเร็วสูงจะขนคนมาที่สุวรรณภูมิหมด และไม่มีทางที่จะมีเที่ยวบินมากเท่ากับสุวรรณภูมิในทันที”

เปิดที่ตั้งแห่งที่ 2 ภูเก็ต-เชียงใหม่

นอกจากนี้ในผลศึกษายังเสนอให้สร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่ จ.เชียงใหม่และภูเก็ต โดยพื้นที่เหมาะสมของ จ.เชียงใหม่จะเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง “เชียงใหม่-ลำพูน” เนื้อที่ 4,300 ไร่ ตั้งอยู่ ต.แช่ช้าง ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เป็นพื้นที่เอกชน พื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรและชุมชนบางส่วน อยู่ใกล้กับทางหลวง 1317 ทางหลวง 1147 ทางหลวง 1189 และ ลพ.4015 ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ ประมาณ 20 กม. ใช้เวลาเดินทาง 21 นาที ห่างจากสถานีรถไฟสารภี ประมาณ 12 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 19 นาที ใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 46,139 ล้านบาท แยกเป็น ค่าก่อสร้างเขตการบิน (airside) 26,445 ล้านบาท ค่าก่อสร้างนอกเขตการบิน (landside) 7,037 ล้านบาท และต้นทุนที่ดิน 12,657 ล้านบาท

“เชียงใหม่ควรจะต้องมีสนามบินแห่งที่ 2 ได้แล้ว เพราะสนามบินปัจจุบันด้วยเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นการรบกวนเมือง ต้องไปสร้างอยู่ที่ใหม่ที่ไกลเมืองออกไป และปรับบทบาทสนามบินเดิมรองรับเที่ยวบินส่วนบุคคลและเครื่องทหารเท่านั้น แต่ ทอท.จะใช้ทั้ง 2 ที่ อยู่ที่นโยบายของรัฐ”

ส่วนสนามบินแห่งที่ 2 จ.ภูเก็ต มีพื้นที่ 4,700 ไร่ ตั้งอยู่ ต.โคกกลอย ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เป็นพื้นที่ของรัฐและบางส่วนเป็นพื้นที่ชุมชน อยู่ใกล้ทางหลวง 402 และ พง.1016 ห่างจากสนามบินภูเก็ต ประมาณ 25 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน 45,122 ล้านบาท แยกเป็น ค่าก่อสร้างเขตการบิน 26,445 ล้านบาท ค่าก่อสร้างนอกเขตการบิน 10,240 ล้านบาท และต้นทุนที่ดิน 8,438 ล้านบาท

ทอท.เดินหน้าต่อเทอร์มินอล 2

ด้าน “นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ทอท. กล่าวว่า จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ทาง ทอท.ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องชะลอการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินออกไป เนื่องจากภารกิจเร่งด่วนของ ทอท.คือ การแก้ปริมาณผู้โดยสารล้นอยู่ที่ 60 ล้านคนต่อปี ขีดความสามารถของสนามบินจะรับได้ 45 ล้านคนต่อปี

ขณะนี้โครงการผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.ไปแล้ว อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากสภาพัฒน์ และรายงานอีไอเอ ซึ่งได้ขออนุมัติเป็นภาพรวมทั้งหมด มีทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ 3 และ 4 ส่วนเรื่องการออกแบบรอการตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมาย คาดว่าน่าจะเดินหน้าได้เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากทางกลุ่มดวงฤทธิ์ที่ชนะประมูลจะยืนราคา 329 ล้านบาทไปถึงเดือน ธ.ค.นี้

สำหรับการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่เชียงใหม่และภูเก็ต ใช้เงินลงทุนกว่า 1.25 แสนล้านบาท ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดแล้ว รอ กพท.เสนอ ครม.อนุมัติคาดว่าจะเริ่มสร้างปลายปี 2562 แล้วเสร็จในปี 2566 แต่ละแห่งจะรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคนต่อปี

https://www.prachachat.net/property/news-239489
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #13
ส่วนการก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ที่โคกกลอย จังหวัดพังงา ได้เตรียมพื้นที่ การวิเคราะห์และเตรียมงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว ต้องรอทางสภาพัฒน์พิจารณานำเสนอต่อ ครม.ชุดใหม่ให้การเห็นชอบต่อไป

13/6/2562 https://www.prachachat.net/local-economy/news-337863
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #14
ลุยสนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต-นครปฐม รัฐเวนคืนที่ 1.7 หมื่นไร่ “บ้านธิ-โคกกลอย-บางเลน”

วันที่ 11 July 2019 - 17:20 น.

รออนุมัติ - การท่องเที่ยวและอตุ สาหกรรมการบินที่เติบโตทกุ ปี ทำให้ ทอท.เตรียมลงทุน 1.26 แสนล้าน ก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่เชียงใหม่และภูเก็ต ปัจจุบันบอร์ดอนุมัติแล้ว รอรัฐบาลเคาะเดินหน้าโครงการ
เปิดแม่บทพัฒนาอากาศยาน กพท. เผยอีก 10 ปีสร้างใหม่ที่ภาคใต้และภาคเหนือ ทอท.เคาะเวนคืนบ้านธิ 7 พันไร่ กว้านซื้อที่ดิน ต.โคกกลอย 7 พันไร่ สร้าง “เชียงใหม่-ภูเก็ต” แห่งที่ 2 ค่าก่อสร้าง 1.26 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่เคาะเดินหน้า คาดภูเก็ตสร้างได้เร็วกว่า กรมท่าอากาศยานปักหมุดบางเลน-นครชัยศรี 3,500 ไร่ รับเที่ยวบินอาเซียน
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนแม่บทท่าอากาศยานที่ กพท.ศึกษาระยะเวลา 20 ปี (2561-2580) เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาสนามบินใน 38 แห่ง ให้สนามบินที่มีอยู่ในปัจจุบันมีการพัฒนา airside (พื้นที่เขตการบิน) และ landside (พื้นที่นอกการบิน) รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

คาดมีสนามบินใหม่ 2 แห่ง

ส่วนสนามบินที่จะสร้างแห่งใหม่ในแผนแม่บทระบุว่ามี 2 แห่ง ภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ต จะสร้างแห่งที่ 2 มีพื้นที่เหมาะสมที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ สร้างบนพื้นที่รอยต่อเชื่อมกับลำพูน พื้นที่เหมาะสมอยู่ อ.สันกำแพง และ อ.บ้านธิ โดย บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จะเป็นผู้ศึกษารายละเอียดและลงทุน

“เราทำแผนแม่บท จะดูพื้นที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน ใน 10 ปีนี้จะมีการสร้างใหม่ที่เชียงใหม่กับภูเก็ตเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นยังรับได้อยู่ไม่ต้องสร้างเพิ่ม เช่น ภาคอีสานไม่พบว่าจะต้องมีสนามบินแห่งใหม่ แต่เจ้าของหน่วยงานทั้งกรมท่าอากาศยาน และ ทอท.ก็สามารถขยายในพื้นที่เดิมได้หากดีมานด์เกินขีดความสามารถแล้ว เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ส่วนสนามบินนครปฐมทางกรมท่าอากาศยานกำลังศึกษา”

ขณะที่สนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือในแผนแม่บทระบุว่า สามารถขยายได้ แต่อาจจะมีนโยบายที่เปลี่ยนไป เพราะรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเป็นเมืองการบิน เป็นกิจกรรมพิเศษ รองรับสนามบินสุวรรณภูมิ รัฐจึงสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น




รอ ครม.ใหม่เคาะเชียงใหม่-ภูเก็ต

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า โครงการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่ภูเก็ตและเชียงใหม่ ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.แล้วเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ คาดว่าจะเป็นรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา หลังได้รับอนุมัติแล้ว ทอท.ถึงจะเดินหน้าโครงการได้

โดยกำหนดกรอบเงินลงทุนทั้ง 2 สนามบินไว้แล้ว เฉพาะค่าก่อสร้างอยู่ที่ 126,000 ล้านบาท แยกเป็นสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ประมาณ 75,000 ล้านบาท และสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ประมาณ 54,000-60,000 ล้านบาท

เวนคืนกว้านซื้อที่ 1.4 หมื่นไร่

พื้นที่เหมาะสมของ จ.เชียงใหม่อยู่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เพราะสภาพพื้นที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างรันเวย์ จะใช้พื้นที่ 7,000 ไร่ เวนคืนที่ดินกว่า 5,000 โฉนด เนื่องจากพื้นที่มีจุดอ่อนไหว เช่น มีวัด ชุมชน โรงพยาบาล

ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ ต.โคกกลอย ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พื้นที่ 7,000 ไร่ โฉนดกว่า 200-300 แปลง มีเจ้าของที่ดินหลัก 10 ราย จะซื้อขายง่ายกว่าการเวนคืนที่ดิน

“หลัง ครม.อนุมัติ ทอท.จะไปเร่งจัดหาที่ดินเพื่อประเมินราคา มีทั้งซื้อและเวนคืน ดูแล้วการหาที่ดินสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 จะเร็วกว่าสนามบินเชียงใหม่แห่ง 2 หลังได้ที่ดินจะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากผ่านทุกขั้นตอนถึงจะเปิดประมูลใช้เวลาสร้าง 4 ปี”

จากการประมาณการณ์สนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตแห่งที่ 2 คาดว่าจะมีปริมาณจราจรทางอากาศสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2581 สนามบินเชียงใหม่คาดการณ์จะมีผู้โดยสาร 23.33 ล้านคน และเที่ยวบิน 137,790 เที่ยวบิน ซึ่งจากแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่จะสามารถพัฒนาจนเต็มศักยภาพในปี 2568 มีความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อปี

ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งใหม่ในปี 2581 คาดมีผู้โดยสาร 42.42 ล้านคน เที่ยวบิน 211,150 เที่ยวบิน จากแผนแม่บทพัฒนาจะพัฒนาจนเต็มศักยภาพในปี 2565 รองรับผู้โดยสารที่ 18 ล้านคนต่อปี

นครปฐมรับบินอาเซียน

นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมจัดตั้งสนามบินนครปฐม เพื่อบรรเทาความคับคั่งท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เกิดความแออัดของการจราจรทางอากาศในบริเวณท่าอากาศยาน

โดยจะเปรียบเทียบพื้นที่ทางเลือกที่มีศักยภาพในการก่อสร้างสนามบิน พิจารณาในหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแบบก่อสร้าง ซึ่งผลศึกษาจะแล้วเสร็จวันที่ 20 ธ.ค.นี้

นายจรุณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาได้กำหนดพื้นที่เหมาะสมแล้ว อยู่ที่ ต.บางระกำ, ต.ลำพญา อ.บางเลน และ ต.บางแก้วฟ้า, ต.บางพระ และ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี คาดว่าจะใช้พื้นที่ 3,500 ไร่ สร้างทางวิ่ง 1 แห่ง ความยาว 2,500 เมตร และอาคารผู้โดยสารจะมีขนาดใกล้เคียงกับสนามบินภูมิภาคที่กรมดูแลอยู่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ในปี 2563 จะเสนอผลศึกษาให้กระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ เนื่องจากโครงการมีการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท หากได้รับอนุมัติจะเริ่มเวนคืนที่ดินในปี 2564 จะใช้เวลา 2 ปี ก่อสร้าง 3 ปี ตั้งเป้าเปิดบริการปี 2568 มีผู้โดยสารช่วงแรก 2 ล้านคน/ปี แต่จะรองรับได้ถึง 20 ล้านคน/ปี

เป้าหมายเพื่อรองรับการบินทั่วไปที่ไม่ใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เครื่องบินส่วนตัว เป็นต้น โดยเป็นเส้นทางทั้งในประเทศและต่างประเทศในแถบอาเซียน สำหรับรูปแบบการลงทุนมีหลายทางเลือก เช่น รัฐเป็นผู้ลงทุน หรือรัฐและเอกชนร่วมกันลงทุน ซึ่งหากเป็นการร่วมทุนจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ทั้งนี้ เลือกนครปฐมเป็นพื้นที่สร้างสนามบินแห่งใหม่ เนื่องจากมีความเหมาะสมและสะดวกในการเดินทาง มีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม สำคัญ เช่น มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี วงแหวนถนนรอบที่ 3 มอเตอร์เวย์ชลบุรี-สระบุรี-นครปฐม

https://www.prachachat.net/property/news-348835
 

·
Registered
Joined
·
32,917 Posts
“ถาวร” ควง “จุรินทร์” ล่องใต้ดูจุดก่อสร้าง “สนามบินพังงา” ลดแออัดภูเก็ต
วันที่ 25 October 2019 - 19:36 น.

เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2562นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมรับฟังบรรยายสรุปโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานพังงา ณ ห้องประชุมท่าอากาศยานภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ร่วมประชุม

เนื่องจากท่าอากาศยานถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการขนส่งทางอากาศ ในการก่อสร้างท่าอากาศยานต้องใช้เงินลงทุนสูง นอกจากนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อดำเนินการให้เป็นตามมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย

โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้จัดทำแผนแม่บทการจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ของประเทศ โดยแบ่งกลุ่มท่าอากาศยานในประเทศไทยออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อกำหนดบทบาทและแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ท่าอากาศยานที่เป็นศูนย์กลางหลัก ท่าอากาศยานศูนย์กลางรอง ท่าอากาศยานระดับภาค และท่าอากาศยานระดับจังหวัดเพื่อให้ประเทศไทยมีแนวทางพัฒนาท่าอากาศยานที่มีอยู่ในปัจจุบันและก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับท่าอากาศยานภูเก็ต บริหารงานโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) สามารถรองรับผู้โดยสารในประเทศและระหว่างประเทศโดยมีเที่ยวบินทั้งแบบประจำและไม่ประจำรองรับเที่ยวบินเพื่อธุรกิจเที่ยวบินเพื่อการฝึกเที่ยวบินการบินไทยทางทหารและเที่ยวบินในวัตถุประสงค์อื่น ๆ

สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดคือ B747-400 มีจำนวนทางวิ่ง 1 ทางวิ่ง รองรับด้วยทางขับอากาศยานขนานจำนวน 1 ทางขับ และทางขับอากาศยานเชื่อมต่อกับทางวิ่งจำนวน 7 ทางขับ ทำให้ท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถรองรับอากาศยานได้สูงสุด 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง อาคารผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 12.5 ล้านคนต่อปี โดยรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศและผู้โดยสารภายในประเทศได้ 9,000 คนต่อชั่วโมง ในปี 2561 มีจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 18 ล้านคน มีเที่ยวบินจำนวน 118,136 เที่ยวบิน

ทั้วนี้มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จึงเพิ่มขีดความสามารถได้เท่าที่พื้นที่มีอยู่ ไม่สามารถขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับกับความต้องการในอนาคตเนื่องจากมีข้อจำกัดในการขยายทางวิ่ง จำเป็นต้องหาพื้นที่การก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

จากการศึกษาพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่บริการและใกล้เคียงท่าอากาศยานภูเก็ตพบว่า พื้นที่ที่เหมาะสมมากที่สุดในการก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 คือบริเวณตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เนื่องจากขนาดพื้นที่มีความเหมาะสม รวมทั้งมีระยะทางห่างจากท่าอากาศยานภูเก็ตเพียง 23 กิโลเมตร

และมีโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งทางถนนและทางราง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่เพื่อการท่องเที่ยวเส้นทางสุราษฎร์ธานี – พังงา – ภูเก็ต โครงการศึกษาความเหมาะสมออกแบบและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต (รถไฟฟ้ารางเบา) เป็นต้น ซึ่งสามารถเชื่อมโยงระหว่างท่าอากาศยานภูเก็ตและพังงาได้อย่างสะดวก ทั้งนี้เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 25 ล้านคนต่อปี

โดยนายจุรินทร์ ได้มอบให้ นายถาวร เสนเนียม หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างท่าอากาศยานพังงาระหว่างกรมท่าอากาศยาน และ ทอท. พร้อมทั้งมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาติดตามและรายงานเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

https://www.prachachat.net/property/news-384566








"จุรินทร์"รุกสร้าง"สนามบินพังงา"รองรับท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน
วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.36 น.




​วันที่ 25 ต.ค.2562 เวลา 14.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางตรวจราชการ ราชการจังหวัดภูเก็ตและพังงา ได้ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 6 ของรองนายกรัฐมนตรี ภาคใต้ฝั่งอันดามันซึ่งเป็นเขตตรวจราชการในอำนาจรับผิดชอบ ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล เวลา 14.30 น.นายจุรินทร์ เป็นประธานการประชุมกำกับติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ในวาระการก่อสร้างสนามบินพังงงา โดยภายหลังการประชุม

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่เป็นประธานรับผิดชอบ วันนี้ได้เดินทางมากับ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ประเด็นสำคัญก็คือ การติดตามการคืบหน้าการก่อสร้างสนามบินพังงา ซึ่งสถานการณ์ผู้โดยสารและการท่องเที่ยวในเขตอันดามัน ปัจจุบันนี้สนามบินหลัก ที่ต้องรองรับผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดก็คือสนามบินภูเก็ต ปรากฏว่าในสถานการณ์ปัจจุบันหลังจากที่ได้มีการขยายทุกอย่างแล้วนาทีนี้ ศักยภาพของสนามบินภูเก็ตสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 12 ล้านคน แต่ข้อเท็จจริงขณะนี้มีผู้โดยสารรวมกันแล้ว 18 ล้านคนซึ่งเกินศักยภาพที่จะรองรับได้ไป 5.5 ล้านคน






นายจุรินทร์ กล่าวว่า จึงเป็นที่มาที่จำเป็นต้องมีสนามบินอีกแห่งในเขตอันดามันที่มารองรับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ล้นจากสนามบินภูเก็ต โครงการสนามบินจังหวัดพังงาซึ่งเกิดขึ้น ซึ่งได้มีการศึกษาเบื้องต้นเตรียมการที่จะก่อสร้างสนามบิน จะรองรับผู้โดยสารเที่ยวรวมกันที่ 25 ล้านคนซึ่งผลจากการหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่า 1.มีความจำเป็นในการสร้างสนามบินเพื่อร่วมกันทำงานเพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทุกวันในฝั่งอันดามันรวมทั้งนักท่องเที่ยว 2.ที่ประชุมมีมติรัฐมนตรีช่วยคมนาคมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาข้อสรุปว่าจากดำเนินการเพื่อให้สนามบินพังงามีความคืบหน้าต่อไปภายใต้การดำเนินการของหน่วยงานในส่วนของกระทรวงคมนาคมหน่วยใดระหว่างกรมการท่าอากาศยาน กับ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) 3.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาติดตามเรื่องนี้โดยใกล้ชิดต่อไป และ 4.ให้ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีติดตาม รายงานการตรวจราชการ นี้

ภารกิจตรวจราชการในครั้งนี้ นายจุรินทร์เดินทาง ภายหลังเสร็จจากภารกิจช่วงเช้า คือ การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ครั้งที่ 2/2562 นายจุรินทร์ และคณะประกอบด้วย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อดีตส.ส.ภูเก็ต นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีตส.ส.ภูเก็ต นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา ร่วมกับ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯภูเก็ต นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา ผู้ว่าฯพังงา เรืออากาศตรี ธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นางชัชชิดา อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลนุทธ์องค์กร และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ประชุม หารือ และลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อตรวจสอบพิกัดพื้นที่การสร้างสนามบินพังงา สำหรับรองรับประชาชนชาวพังงา และการท่องเที่ยงฝั่งทะเลอันดามัน โดยการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่นั้น มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการก่อสร้างสนามบินประมาณกว่า 7,300 ไร่ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ภายในจังหวัดภูเก็ตไม่มีพื้นที่ว่างเพียงพอและไม่มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมจึงพิจารณาหาพื้นที่จับหวัดพังงา

https://www.banmuang.co.th/news/economy/167739
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #16
คมนาคมลุยศึกษาก่อสร้างสนามบินภูเก็ต – สนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2

28 กรกฎาคม 2563

คมนาคมมอบ ทอท.เดินหน้าศึกษาความเหมาะสมสร้างสนามบินภูเก็ต และเชียงใหม่แห่งที่ 2 คาดเห็นภาพชัดในปีหน้า ด้าน ทอท.พร้อมอัดงบลงทุนกว่า 1.2 แสนล้าน มั่นใจหนุนดีมานด์เดินทางหัวเมืองหลัก

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต และเชียงใหม่ แห่งที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้เห็นชอบให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ทำการศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ดังกล่าว ซึ่งกำชับให้ ทอท.ดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาในการทำการศึกษาโครงการ

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า กพท.ได้ศึกษาแผนแม่บทท่าอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งพบว่าจะต้องมีการพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ 2 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการเดินทางทางอากาศ โดย 2 แห่งดังกล่าว จะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ คือ สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 มีพื้นที่เหมาะสมที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และภาคเหนือ สนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2 พื้นที่เหมาะสมอยู่ใน อ.บ้านธิ จ.ลำพูน

“กพท.ได้ทำการศึกษาแผนแม่บท และรายงานไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งทราบว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้ ทอท.เป็นผู้ศึกษารายละเอียดและการลงทุน โดยก่อนหน้านี้ได้ทราบข่าวว่ามีเอกชนสนใจจะพัฒนาสนามบินในพื้นที่ภาคใต้ หรือภูเก็ตแห่งที่ 2 แต่ก็ไม่ได้ยื่นรายละเอียดขอพัฒนาโครงการเข้ามายัง กพท. ทำให้แผนแม่บทที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาก็ต้องเดินหน้าต่อ”

นายจุฬา ยังกล่าวอีกว่า แผนแม่บทพัฒนาสนามบิน จะดูพื้นที่เหมาะสมว่าควรพัฒนาที่ใด เพื่อเพิ่มศักยภาพของการเดินทางทางอากาศ ซึ่งหลังจากนี้ หาก ทอท.พัฒนาสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ใน จ.พังงา ก็ไม่ควรมีการพัฒนาสนามบินเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ขณะที่พื้นที่ก่อสร้างในจังหวัดอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น แต่หากเจ้าของสนามบิน ทั้งกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ทอท. หรือเอกชน จะขยายขีดความสามารถของสนามบินก็สามารถทำได้

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เผยว่า ขณะนี้ ทอท.ได้รับมอบหมายจากกระทรวงฯ ให้จ้างที่ปรึกษาในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ต และเชียงใหม่ แห่งที่ 2 โดยประเด็นของการศึกษาจะวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าทางการเงิน และความต้องการใช้บริการของผู้โดยสาร (ดีมานด์) คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี

“แน่นอนว่าการพัฒนาสนามบินแห่งทั้งสองแห่ง จะเข้ามาช่วยรองรับดีมานด์การเดินทางในหัวเมืองหลักอย่างเชียงใหม่ และภูเก็ต อีกทั้งจะเพิ่มศักยภาพให้กับการจราจรทางอากาศ และยังช่วยเชื่อมต่อจุดบินระหว่างภูมิภาคให้สะดวกมากขึ้น”


รายงานข่าวจาก ทอท. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้ศึกษารายละเอียดของการลงทุนพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ทั้ง 2 พื้นที่ พร้อมทั้งกำหนดกรอบวงเงินลงทุนรวมคาดว่าเฉพาะค่าก่อสร้างจะสูงอยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น ค่าก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท และสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ประมาณ 5.4 – 6 หมื่นล้านบาท

สำหรับพื้นที่เหมาะสมของการพัฒนาสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 จะตั้งอยู่ ต.โคกกลอย ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ต้องใช้พื้นที่ราว 7 พันไร่ รวมโฉนดที่ดินกว่า 200-300 แปลง ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจก่อนหน้านี้ พบว่ามีเจ้าของที่ดินหลัก 10 ราย ส่วน จ.เชียงใหม่ พื้นที่เหมาะสมอยู่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เนื่องจากไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทางวิ่ง (รันเวย์) โดยคาดว่าต้องจัดใช้พื้นที่ 7 พันไร่ เวนคืนกว่า 5 พันแปลง

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #17
เร่งขยายสนามบินภูเก็ต

และในระยะยาวมีแผนจะสร้าง “สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2” ที่ อ.โคกกลอย อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เนื้อที่ประมาณ 7,000 ไร่ ใช้เงินลงทุน 75,000 ล้านบาท

26/10/2563 ครม.สัญจรภูเก็ต บูมเมกะโปรเจ็กต์ 2.9 แสนล้าน ปลุกเศรษฐกิจอันดามัน
 
1 - 17 of 17 Posts
Top