SkyscraperCity banner
1 - 20 of 29 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #1 · (Edited)
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #2 ·
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3 ·
รมต.คมนาคมตามปัญหาการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตพบยังติดทำรายงาน สวล.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2555 18:04 น.

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดตามปัญหาการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต พบว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีระบุ จะนำปัญหาเข้าหารือใน ครม.แก้ไข เพราะไม่ได้เกิดเฉพาะภูเก็ต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้มาติดตามปัญหาการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด โดยมีนายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5, นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือน้ำลึกสงขลาและภูเก็ต, นายวิศิษฐ์ ใจอาจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

โดยนายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือน้ำลึกสงขลาและภูเก็ต บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเพื่อขยายท่าเรือนำลึกภูเก็ตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือสำหรับรองรับเรือขนาด 9,000-20,000 เดทเวทตันเข้าจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าได้สะดวกตลอดเวลา และให้สามารถรองรับความต้องการในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารทางน้ำได้เพิ่มขึ้น ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดของท่าเรือมีประมาณ 106 ไร่ มีท่าเทียบเรือ 2 ท่า สำหรับสินค้าทั่วไป ความยาวท่าละ 180 เมตร รวมความยาว 360 เมตร มีโรงพักสินค้าขนาด 3,600 ตร.ม. ร่องน้ำท่าเรือยาว 1.5 กม.กว้าง 120 ม. ลึก 9 ม. จากระดับน้ำทะเลต่ำสุด ขนาดเรือใหญ่สุดที่รับได้มีความยาวไม่เกิน 210 ม. กว้างไม่เกิน 27.5 ม. กินน้ำลึกไม่เกิน 9.4 ม.

มีเครื่องมืออุปกรณ์ประจำท่าเรือ ประกอบด้วย เรือลากจูง 1 ลำ ขนาด 1,600 แรงม้า รถยกสินค้าทั่วไป น้ำหนัก 3 ตัน จำนวน 10 คัน รถยกทั่วไป น้ำหนัก 5-7 ตัน จำนวน 8 คัน ขีดความสามารถในการรองรับสินค้าทั่วไปประมาณ 360,000 ตันต่อปี ผู้โดยสาร (เข้า-ออก) 300,000 คนต่อปี ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของสินค้าที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นจากปี 2010 ซึ่งมีจำนวน 203,652 ตัน เป็น 211,578 ตันในปี 2011 ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ MDF กับยางพารา ซึ่งส่งออกไปยังอเมริกากับตะวันออกกลาง ขณะที่จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในปี 2010 อยู่ที่ 164,422 คน เป็น 200,559 คนในปี 2011 ทั้งจากเอเชียและยุโรป มีเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 150-200 ลำต่อปี

นายวัฒนชัย กล่าวต่อไปว่า ข้อได้เปรียบของท่าเรือภูเก็ต คือ ไม่มีท่าเรือน้ำลึกอื่นในฝั่งอันดามัน ยกเว้นท่าเรือระนอง แต่หากเป็นเรือขนาดใหญ่จำต้องใช้ท่าเรือภูเก็ต, ร่องน้ำมีความลึกที่เรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบได้ ไม่ต้องขุดลอกบำรุงรักษามาก, บริษัทฯ มีประสบการณ์ทำงานต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น และยังบริหารท่าเรือสงขลาด้วย และท่าเรือมีพื้นที่ใช้สอยที่สามารถขยายเพื่อใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ส่วนของจุดอ่อน คือ การออกแบบมาเป็นท่าเรือสินค้า ไม่ใช่ท่าเรือโดยสาร แต่ปัจจุบัน เป็นท่าเรือโดยสารหลักของภาคใต้ฝั่งอันดามัน, ความยาวหน้าท่ายาวไม่สามารถเทียบเรือขนาดใหญ่ได้พร้อมกัน 2 ลำ เรือโดยสารมี berth priority เหนือเรือสินค้า ทำให้เรือสินค้าต้องทิ้งสมอคอย, พื้นที่ใกล้เคียงท่าเรือไม่มีฐานสินค้า เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องพึ่งสินค้าจากพื้นที่ห่างไกล

นายวัฒนชัย กล่าวว่า แนวทางในการแก้ปัญหา และโครงการพัฒนาท่าเรือภูเก็ตนั้น จะต้องเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว โดยจัดแบ่งพื้นที่ระหว่างสินค้า และผู้โดยสารออกจากกัน และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ขยายความยาวของท่าเทียบเรือออกไปทางทิศใต้อีก 60 เมตร โดยทำเป็นหลักเทียบเรือ (Berthing Dolphin) พร้อมกับสร้างสะพานเชื่อมต่อกับหน้าท่าเดิม ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ก่อสร้างถนน และลานจอดรถสำหรับจอดรถโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้มีการเสนอจัดทำโครงการขยายท่าเรือฯ ดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี โดยอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณา และให้นำกลับมาแก้ไข และจะต้องชี้แจงรายละเอียดในบางประเด็น

ขณะที่จารุพงศ์ กล่าวภายหลังการรับฟังบรรยายสรุป ว่า จากที่ได้รับฟังพบว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการพิจารณานั้นในส่วนของรัฐบาลไม่สามารถที่จะเข้าไปควบคุมได้ เพราะกรรมการสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นองค์กรอิสระ แต่จากปัญหาดังกล่าวซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภูเก็ต แต่มีในหลายๆ พื้นที่ ก็ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กันในคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะหาแนวทางว่าเป็นไปได้หรือไม่ ควรกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขเพียง 1-2 ครั้ง และควรให้แยกระหว่างโครงการสาธารณะกับโครงการของเอกชน ไม่เช่นนั้นปัญหาก็ไม่จบ โดยเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม เช่น การตัดถนนผ่านที่ป่าชายเลน 600 เมตร ของภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งทราบว่าต้องรอมาร่วม 10 ปี จนส่งผลให้ปัจจุบัน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องตกเป็นจำเลยของสังคม

http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000080311&TabID=3&
 

·
Registered
Joined
·
1,554 Posts
เรือสำราญภูเก็ตวอนรัฐทำท่าเรือน้ำลึกหนุนท่องเที่ยว




ผู้ประกอบการเรือสำราญระหว่างประเทศขนาดใหญ่ ชี้ท่าเรือภูเก็ตตื้นต้องใช้เรือเล็กถ่ายคนลงไปมาทำให้ไม่สะดวก วอนภาครัฐสร้างท่าเรือน้ำลึก-ขุดร่องน้ำให้ใหญ่ขึ้น ระบุเกาะภูเก็ตยังดึงดูดเรือสำราญจากทั่วโลกได้อีกเป็นจำนวนมาก…
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2555 นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวหลังนำผู้ประกอบการเรือโดยสารท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือเรือสำราญ 2 บริษัทที่ใช้บริการนำเรือเข้าท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต อ่าวมะขาม ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย เรือ Royal Caribbian Cruises และเรือ Princess Cruises เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผวจ.ภูเก็ต เพื่อหารือการแก้ปัญหาธุรกิจเดินเรือโดยสารที่เข้ามาจอดเทียบท่ายัง จ.ภูเก็ต ทั้งในเรื่องท่าเรือที่สั้นเกินไป-ไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ รวมถึงร่องน้ำที่ตื้นและแอ่งกลับเรือว่า ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นของท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ส่งผลให้เรือสำราญขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าจอดเทียบท่าได้ เช่น เรือ Royal Caribbian Cruises ที่เป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ยาว 312 เมตร และกว้าง 3 เมตร เดินทางเส้นทางประเทศสิงคโปร์-มาเลเซีย-ภูเก็ต ไม่สามารถจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตได้ ต้องจอดลอยลำอยู่กลางทะเลห่างจากท่าเรือกว่า 4 กิโลเมตร จะต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้เรือเล็กขนถ่ายนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง สร้างความไม่สะดวกให้กับเรือสำราญที่ต้องการมาจอดเทียบท่าที่ภูเก็ต

“แม้ว่าท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตจะมีปัญหาไม่สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ๆ ได้ทุกลำ แต่เรือสำราญยังต้องการที่จะเดินทางเข้ามายังเกาะภูเก็ต เพราะภูเก็ตยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการที่จะเข้ามา เช่น กรณีเรือ Royal Caribbian Cruises ได้ทดลองเข้ามายังเกาะภูเก็ตแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกเข้ามาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ครั้งที่ 2 วันที่ 5 มิ.ย.และครั้งที่ 3 วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนำนักท่องเที่ยวเข้ามาครั้งละประมาณ 6,000 คน โดยมาจอดที่ภูเก็ต 2 วัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นมาท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเชื่อว่าหาก จ.ภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องการจอดเทียบท่าของเรือสำราญขนาดใหญ่ได้มากกว่านี้ เรือสำราญจากทั่วโลกจะกำหนดให้เกาะภูเก็ตอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญมากกว่านี้อย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าว
นายภูริพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตมีโครงการที่จะเพิ่มศักยภาพท่าเรือน้ำลึกให้สามารถรองรับเรือท่องเที่ยวได้มากขึ้น โดยได้ออกแบบรายละเอียดการลงทุนเพิ่มด้วยการขยายหน้าท่าให้ยาวขึ้น และทำทุ่นผูกเรือเพิ่มในทะเล 2 จุด รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.


ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
 

·
Registered
Joined
·
1,554 Posts
Phuket Harbour needs improvements quickly


On 15th July 2012, Mr.Phuripat Theerakulpisuth of Phuket Marine Department took 2 cruise operators, Royal Caribbian Cruises and Princess Cruises, to meet with Phuket Governor Mr.Tri Akaradecha to discuss solutions for problems faced by them at Phuket Harbour at Vichit Muang Phuket.
Mr.Phuripat said “Some international cruise operators have said Phuket Harbour’s channel is too small and shallow. It is inconvenient for passengers, and they have requested improvements be made. Once improvements have been made, Phuket will see an increase in the amount of cruise liners arriving at the Harbour.”
Due to the problems encountered large cruise liners arriving from Singapore & Malaysia, such as those operated by Royal Caribbean Cruises which are 312 meters long and 3 meters wide cannot dock at Phuket. The problem is currently solved using small boats to bring tourists ashore. However, this is of great inconvenience to both the cruise operators and the tourists.
Mr.Phuripat added that the proposed Phuket Deep Sea Port Project will solve the problems. Once completed it will allow more ships to dock at the harbour and will also provide tourists with improved facilities once ashore. However, this project is currently in the process of being presented to the Environmental Board, who is assessing what impact the changes will have on the environment.
 

·
ChapterSC
Joined
·
532 Posts
^^
อะโห้ย มันคือสิ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากจะเห็นที่ภูเก็ตมาตั้งแต่เห็นเรือสำราญครั้งแรกแล้วล่ะครับ
== เช่นเคย , ถ้ามี ขอ พัทยา กับ หัวหินด้วยนะครับ :banana:
 

·
Registered
Joined
·
1,554 Posts
Development plan of Phuket Boat Lagoon COMING end of 2013


Gateway & Community mall



GIANTIC SIGNAGE

ดูสวยทันสมัยมากๆเลย จะได้ทัดเทียมต่างประเทศได้ :banana:
 

·
Registered
Joined
·
1,554 Posts
รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงภูเก็ตเตรียมดันขยายท่าเทียบเรือน้ำลึก ยกระดับการท่องเที่ยว


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต พร้อมแก้ไขปัญหากรณีการสร้างอาคารเทียบเรือแห่งใหม่ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่เทียบจอดเรือโดยสารกับเรือขนส่งสินค้า

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (4 พ.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารท่าเรือน้ำลึก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายขรจ วีระใจ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุมรับฟังบรรยายสรุปกรณีการก่อสร้างโครงการขยายท่าเทียบเรือภูเก็ต จาก 360 เมตร เป็น 420 เมตร เพื่อให้สามารถจอดเรือขนาดใหญ่พร้อมกันได้ 2 ลำ รวมทั้งสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร ลานจอดรถ และถนน เพื่อเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีนายโสภณ เมืองประทับ ผู้จัดการท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต นายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายโสภณ เมืองประทับ ผู้จัดการท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันท่าเทียบเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต มีเนื้อที่ประมาณ 105 ไร่ สามารถรองรับเรือสินค้าได้ 360,000 ตันต่อปี และผู้โดยสาร 300,000 คนต่อปี โดยในปีที่ผ่านมา มีเรือโดยสารขนาดใหญ่มาใช้บริการท่าเทียบเรือ จำนวน 84 เที่ยวต่อปี ส่วนใหญ่จะมาแบบวันเดียว การจอดเทียบท่าแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ขณะที่เรือขนส่งสินค้า เข้ามาใช้บริการประมาณ 43 เที่ยวต่อปี ใช้เวลาเทียบท่าแต่ละครั้งจำนวน 7-8 วัน

“สำหรับการให้บริการท่าเทียบเรือดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนของเรือท่องเที่ยวพบว่า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอ ท่าเทียบเรือไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ให้จอดพร้อมกันได้ 2 ลำ เนื่องจากความยาวหน้าที่ไม่เพียงพอ ไม่มีอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง สิ่งเหล่านี้จึงสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไข คือ เรื่องของการขยายความยาวหน้าท่า จาก 360 เมตร เป็น 420 เมตร หรือขยายออกไป จำนวน 60 เมตร ซึ่งจะทำให้สามารถจดเรือพร้อมกัน 2 ลำได้ รวมทั้งสร้างอาคารรองรับนักท่องเที่ยว สร้างถนน ที่จอดรถ และเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย ปรับให้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เดินทางมากับเรือสำราญ ที่ต้องการจะแวะมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม นักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาเยอะกว่าที่ผ่านมา” นายโสภณกล่าว

ด้าน นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวระหว่างการประชุมว่า เรื่องการปรับปรุงท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต ทางกรมเจ้าท่าได้มีการศึกษาโครงการ พร้อมกับส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ ยังติดอยู่ที่คณะกรรมการสำนักนโยบายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเสนอไปนานกว่า 2 ปี แล้วตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2556 สผ.ได้ส่งกลับมาขอให้มีการนำปรับปรุงแผนโครงการดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 5 ข้อ จึงขอให้ทางรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ช่วยประสานพร้อมร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“สภาพท่าเรือน้ำลึกนั้น ไม่สามารถอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับยังเกิดความขัดแย้งระหว่างเรือขนส่งสินค้า กับเรือโดยสารให้บริการนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ หากภาครัฐเร่งดำเนินการในแผนงานปรับปรุง เชื่อว่าในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญมากขึ้น เนื่องจากว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ หากโครงการแล้วเสร็จ ก็น่าจะรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ ประกอบกับใช้ระยะเวลาเพียง 13 เดือน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็จะเสร็จสิ้น รอเพียงแค่ทางภาครัฐอนุมัติงบประมาณ” นายภูริพัฒน์ กล่าว



^^
แบบเ๊ช๊ย เชย
 

·
Bangkok-Hatten
Joined
·
2,196 Posts
ไทยมากกกกกเลยอ่ะ ตลกอ่ะ ไม่ได้ตลกความเป็นไทยนะ ตลกคนออกแบบคือเท่านี้จริงๆเหรอ ไปดูแบบมาจากศาลาการเปรียญวัดไหนละโยม 5555
 
  • Like
Reactions: Appleich and marut

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #10 ·
เจ้าท่าภูเก็ตเร่งขยายร่องท่าเรือน้ำลึก รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2556 21:20 น.

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ว่าฯเร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการขยายร่องน้ำท่าเรือน้ำลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ รวมทั้งอำนวยความสะดวกการคมนาคม

วันนี้(19 พ.ย.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อเร่งดำเนินการขยายร่องน้ำท่าเรือน้ำลึก โดยมี นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 กรมเจ้าท่า เรือเอกชลลิต หมื่นศรี เจ้าพนักงานนำร่องกรมเจ้าท่า นายปรีดา ทวีวงศ์ ผู้แทนจากธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ต ผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือสินค้าในจังหวัดภูเก็ต ร่วมประชุมการจัดระเบียบท่าเทียบเรือในจังหวัดภูเก็ต

เรือเอกชลลิต หมื่นศรี เจ้าพนักงานนำร่องกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ในการขยายร่องน้ำท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใช้ในการคมนาคม การรับส่งสินค้าและรองรับเรือท่องเที่ยวเดินสมุทรขนาดใหญ่เนื่องจากปัจจุบันร่องน้ำของท่าเทียบเรือน้ำลึกเดิมไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ จึงต้องมีการขยายเพื่อรองรับขนาดของเรือสินค้าและเรือขนส่งผู้โดยสารขนาดใหญ่ในการเข้าเทียบท่า เจ้าหน้าที่จะมีการแนะนำนายเรือ หรือผู้ควบคุมเรือให้ปฏิบัติตามกฎข้อระเบียบบังคับในการเข้าใช้ร่องน้ำ ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งลักษณะร่องน้ำของจังหวัดภูเก็ตมีความยาว 2.7 เมตร มีความกว้าง 150 เมตร มีแอ่งกลับลำเส้นผ่าศูนย์กลาง 360 เมตร สามารถรองรับเรือที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 210 เมตร กว้างไม่เกิน 27.5 เมตร และอัตรากินน้ำลึกสูงสุดไม่เกิน 9.4 เมตร ทั้งนี้ทางเจ้าท่าจึงมีมติขยายร่องร่องน้ำท่าเรือให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในส่วนของเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าข้อบังคับนั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าก่อนเข้าเทียบท่าทุกครั้ง

ด้าน นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกเป็นประตูทางเข้าจังหวัดอีกทางหนึ่งที่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามายังจังหวัดภูเก็ตได้ ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ตสามารถให้บริการเรือสินค้า เรือโดยสารสินค้าในปัจจุบันจะเป็นสินค้าประเภท แผ่นไม้ MDF (Medium Density Fiber Board) ส่งออกไปยังอิหร่าน และอาหรับตอนใต้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ทั้งนี้ยังมีเรือที่เข้ามาเทียบท่าเพื่อการท่องเที่ยว ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีปริมาณที่มากขึ้นเช่นกัน โดยความต้องการดังกล่าวเป็นปัญหาที่ตัวแทนเรือจำหน่ายสินค้า และตัวแทนเรือโดยสาร เจ้าท่า ต้องให้ความชัดเจน ในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาได้อย่างชอบธรรม หากมีการขยายท่าเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะทำให้จังหวัดภูเก็ตสามารถรองรับเรือสินค้า เรือผู้โดยสาร หรือเรือรบจากอเมริกาและประเทศอื่น ๆ มาเทียบท่าเป็นประจำในทุก ๆ ปีซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตและประเทศต่อไป

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000144033
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #12 ·
'บิ๊กตู่'สั่งคลังสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่

สมหมาย เผย นายกฯกำชับพิจารณาโครงการสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ หากดำเนินการได้ จะช่วยหนุนท่องเที่ยวคึกคักใช้จ่ายมากขึ้น

วันอังคาร 13 มกราคม 2558 เวลา 22:10 น.

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการหารือร่วมกับผู้นำภาคเอกชนรายใหญ่ และประธานสมาคมด้านธุรกิจ 25 ราย กับที่ประชุม ครม. ว่า ข้อเสนอของภาคเอกชน ที่ นายกรัฐมนตรี กำชับมา คือให้พิจารณาโครงการสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (เรือครูซ) จ.ภูเก็ต จากปัจจุบันที่มีเฉพาะท่าเทียบเรือยอร์ช2-3แห่งเท่านั้น ลักษณะเดียวกันกับต่างประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าได้สะดวก ไม่ต้องต่อเรือจากกลางทะเล โดยปัจจุบันมีเรือครูซ ที่เข้ามาจอดแวะส่งนักท่องเที่ยวสัปดาห์ละ1-2ลำ หากดำเนินการได้ก็จะทำให้การท่องเที่ยวคึกคักเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น

สำหรับการสร้างท่าเทียบเรือครูซ สอดคล้องกับการหารือกับนักธุรกิจ ที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ จ.ภูเก็ตให้เป็นท่าเรือ ที่ทำให้เรือท่องเที่ยวมาจอดพักในลักษณะเป็นริเวียร่า แห่งเอเชียเพื่อให้ไทยเป็นดูไบ แห่งตะวันออกหรือศูนย์กลาง ช็อปปิ้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

http://www.dailynews.co.th/Content/economic/293631/_บิ๊กตู่_สั่งคลังสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #13 ·
รัฐบาลเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึก"ภูเก็ต" รับเรือครุยซ์ เล็งทำเล"กระบี่-สมุย"

updated: 28 ก.ค. 2558 เวลา 19:06:11 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันที่ 28 ก.ค. 2558 เวลา 14.00 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักประจำนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในกรณีการกำหนดแผนพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ อย่างยอร์ชและเรือครุยซ์ เพื่อการท่องเที่ยวไทย โดยเห็นว่ามีทำเลที่น่าสนใจคือ จ.กระบี่ และ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าที่ใดเหมาะสมมากกว่ากัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมเจ้าท่าพบว่าท่าเทียบเรือยอร์ชมีทั้งหมด 11 แห่ง อยู่ในอันดามัน 6 แห่ง และอ่าวไทย 5 แห่ง ซึ่งรวมแล้วสามารถรองรับเรือยอร์ชได้ 2 พันลำ แต่ส่วนใหญ่เป็นท่าเรือสามารถรองรับเรือที่กินน้ำลึก 2-5 เมตรเท่านั้น มีเพียงบางท่าเรือที่สามารถรองรับเรือที่กินน้ำลึกได้ถึง 8-10 เมตร จึงถือว่าไทยยังไม่มีศักยภาพเพียงพอจะเป็นศูนย์กลางของท่าเรือยอร์ชในภูมิภาคได้

โดยทางกรมเจ้าท่า ได้ทำการศึกษาว่าประเทศไทยสามารถสร้างท่าเรือยอร์ชได้อีก 33 พื้นที่ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน แบ่งเป็นฝั่งอ่าวไทย 22 แห่ง และฝั่งอันดามัน 11 แห่ง ซึ่งระหว่างนี้กรมเจ้าท่ากำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเตรียมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกต่อเรือยอร์ชที่จะเข้ามาในประเทศไทย หากได้มีการดำเนินการจริง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของเรือครุยซ์ ปัจจุบันประเทศไทยมีท่าเรือยอร์ช 3 แห่งใหญ่ คือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งทั้ง 3 ท่าเรือนี้เป็นท่าเทียบเรือสินค้า ไม่ใช่ท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว และปกติท่าเทียบเรือทั้ง 3 แห่งนั้น ที่ภูเก็ตรองรับเรือที่กินน้ำลึกได้ 8 เมตร แต่ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะเรือครุยซ์ ส่วนใหญ่กินน้ำลึก 9-12 เมตร

ดังนั้น กรมธนารักษ์จึงจะต้องประสานกับผู้ที่ได้สัมปทานเดิมว่าเขาจะทำต่อ หรือหาผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งต้องคิดถึงประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ หรือจะลงทุนร่วมกันแบบ PPP หรือจะดำเนินการโดยภาครัฐ ต้องหาข้อสรุปต่อไป

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ไทยมีความเหมาะสมที่จะดำเนินการขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเพื่อรองรับ กับการเป็นท่าเทียบเรือครุยซ์ เพราะประเทศไทยอยู่ในเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยวของเรือครุยซ์ ในภูมิภาค อีกทั้ง ท่าเรือน้ำลึกที่ภูเก็ตได้มีการผ่าน EIA ไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 จึงต้องจะมีการพัฒนาต่อ ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่น่าสนใจอีก 2 แห่ง คือ จ.กระบี่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าใน 2 จุดที่จะพัฒนาใหม่นี้จะต้องมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนกันยายน ในปีนี้ว่าที่ใดเหมาะสมกว่ากัน

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1438081794
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #14 ·
ขณะเดียวกันให้ไปศึกษาพื้นที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือครุยส์แห่งใหม่ที่จ.ภูเก็ต แทนจ.กระบี่ ที่ชะลอออกไปก่อน เนื่องจากไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา จท.ว่าจ้างกลุ่มบริษัท ปัญญาคอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท นิวเอสเซท แอดไว เซอรี่ จำกัด วงเงิน 44.7 ล้านบาท เพื่อศึกษารายละเอียดของท่าเทียบเรือที่รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ว่าจะต้องมีรูปแบบอย่างไรบ้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนก.ย.59”

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1468849541
 

·
Registered
Joined
·
36,181 Posts
รมช.คมนาคม ตรวจเยี่ยมท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และรับฟังแผนการขยายท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

14 เม.ย. 2560 | (23 ผู้เข้าชม ) | พิมพ์หน้านี้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และรับฟังแผนการขยายท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต
วันนี้ (14 เม.ย. 60) ที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า และผู้บริหารกรมเจ้าท่า เดินทางมาตรวจท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และรับฟังแผนการขยายท่าเรือน้ำลึกเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต
โดยท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตนั้น ทางกรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2531 และส่งมอบให้กรมธนารักษ์ดูแล ซึ่งปัจจุบันหน้าท่ามีความกว้างเพียง 360 เมตร จึงไม่เพียงพอที่จะรองรับเรือสินค้าและเรือโดยสารขนาดใหญ่เมื่อเข้ามาเทียบท่าพร้อมกัน รวมทั้งไม่มีอาคารผู้โดยสารสำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ทางกระทรวงการคลังจึงได้เห็นชอบให้กรมธนารักษ์เปิดประมูลเพื่อให้เอกชนลงทุนปรับปรุงท่าเรือภูเก็ตโดยการขยายหน้าท่าจากเดิม 360 เมตร เป็น 420 เมตร และสิ่งอำนวยความสะดวก มูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 116 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 13 เดือน โดยกรมธนารักษ์ได้พิจารณาคัดเลือกผู้ประมูลบริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิการลงทุนโครงการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกดังกล่าว โดยจะขยายหน้าท่าออกไปอีก 60 เมตร มีการก่อสร้างหลักผูกเรือขึ้นใหม่ในทะเลทางด้านทิศใต้ของท่าเรือเดิม เพื่อให้สามารถรองรับเรือโดยสารระหว่างประเทศขนาดใหญ่ และเรือสินค้าเข้าจอดหน้าท่าได้พร้อมกัน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร เป็นอาคาร 1 ชั้น รูปแบบสอดคล้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย พื้นที่ทำการสำหรับเจ้าหน้าที่ CIQ พื้นที่นั่งพักสำหรับผู้โดยสาร พื้นที่จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม และของที่ระลึก Duty Free shop ห้องสุขา และการก่อสร้างลานจอดรถเพื่อรองรับรถโดยสารจำนวนมาก
ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การท่องเที่ยวโดยใช้เรือท่องเที่ยวมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันในการเทียบเรือขนาดใหญ่จะต้องจอดอยู่นอกฝั่งแล้วนั่งเรือเล็กเข้ามา ดังนั้นถ้าสามารถนำเรือขนาดใหญ่มาจอดได้ที่ท่าโดยตรงก็จะทำให้เกิดความสะดวกสบาย รวมถึงจะเป็นผลดีในเรื่องของการขนส่งสินค้าจึงจำเป็นที่จะต้องขยายท่าเรือเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่

http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNSOC6004140010122
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #17 ·
ขยายท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เคาะมูลค่าลงทุน116 ล้าน

22 April 2017

เปิดแผนลงทุนท่าเรือนํ้าลึกภูเก็ต 116 ล้าน ขยายหน้าท่าเทียบเรือจาก 360 เป็น420 เมตร หวังรองรับเรือโดยสารและเรือสินค้าขนาดใหญ่ พร้อมอาคารผู้โดยสาร


นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ท่าเรือนํ้าลึกภูเก็ตปัจจุบันหน้าท่ามีความกว้างเพียง 360 เมตร จึงไม่เพียงพอที่จะรองรับเรือสินค้าและเรือโดยสารขนาดใหญ่เมื่อเข้ามาเทียบท่าพร้อมกัน รวมทั้งไม่มีอาคารผู้โดยสารสำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

"ทางกระทรวงการคลังจึงได้เห็นชอบให้กรมธนารักษ์เปิดประมูลเพื่อให้เอกชนลงทุนปรับปรุงท่าเรือภูเก็ตโดยการขยายหน้าท่าจากเดิม 360 เมตร เป็น 420 เมตร และสิ่งอำนวยความสะดวก มูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 116 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 13 เดือน โดยกรมธนารักษ์ได้พิจารณาคัดเลือกผู้ประมูลบริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิการลงทุนโครงการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกดังกล่าว โดยจะขยายหน้าท่าออกไปอีก 60 เมตร มีการก่อสร้างหลักผูกเรือขึ้นใหม่ในทะเลทางด้านทิศใต้ของท่าเรือเดิม เพื่อให้สามารถรองรับเรือโดยสารระหว่างประเทศขนาดใหญ่ และเรือสินค้าเข้าจอดหน้าท่าได้พร้อมกัน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ"

นายศรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร เป็นอาคาร 1 ชั้น รูปแบบสอดคล้องกับวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย พื้นที่ทำการสำหรับเจ้าหน้าที่ CIQ พื้นที่นั่งพักสำหรับผู้โดยสาร พื้นที่จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม

ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การท่องเที่ยวโดยใช้เรือท่องเที่ยวมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันในการเทียบเรือขนาดใหญ่จะต้องจอดอยู่นอกฝั่งแล้วนั่งเรือเล็กเข้ามา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,254 วันที่ 20 - 22 เมษายน พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/141746
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #18 ·
ธนารักษ์ดึงเอกชนลงทุนท่าเรือภูเก็ต 30 ปี หนุนศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำ เพิ่มอีก 10% ต่อปี

วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 - 18:03 น.

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามในสัญญาให้บริษัทภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เป็นผู้รับสิทธิลงทุนและบริหารจัดการท่าเรือภูเก็ตเป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อพัฒนาจากท่าเรือร้างเป็นท่าเรือสำหรับท่องเที่ยว รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่เป็นแห่งแรกของภาคใต้ และแห่งที่สองของประเทศไทยต่อจากท่าเรือแหลมฉบัง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำตามนโยบายของรัฐบาล

“โครงการนี้มีการดำเนินการมานานกว่า 2 ปี โดยผู้ชนะการประมูลเป็นบริษัทภูเก็ต ดีพ ซีพอร์ต ซึ่งเสนอค่าธรรมเนียมการจัดหาผลประโยชน์มาให้กรมฯ สูงสุดที่ 345 ล้านบาท มากกว่าเงื่อนไขที่กรมกำหนด 139 ล้านบาท และยังมีแผนลงทุนพัฒนาอีกกว่า 132 ล้านบาท เพื่อขยายหน้าท่าเรือ สร้างอาคารผู้โดยสาร การขูดเพิ่มความลึกล่องน้ำ และปรับปรุงลานจอดรถอีก ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากต่างชาติได้ เพราะปกติคนที่โดยสารมาทางเรือสมุทรขนาดใหญ่จะมีกำลังการใช้จ่ายสูงกว่าทางเครื่องบินมาก”

ส่วนแผนการพัฒนาท่าเรือที่เหลือของกรมธนารักษ์ ในส่วนท่าเรือสงขลา อยู่ระหว่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาเนื่องจากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตามระเบียบจะต้องเข้ากระบวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ซึ่งคาดจะเสร็จและเริ่มประมูลได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ส่วนท่าเรือเชียงแสน ได้ให้เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนเป็นผู้พัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลได้ทำแผนพัฒนาทางท่องเที่ยวเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับทราบเรียบร้อยแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการต่อสัญญาการเช่าที่ราชพัสดุของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าในปี 2565 ขณะนี้ได้ข้อสรุปราคาค่าเช่าแล้ว โดยกรมธนารักษ์จะต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้กับบริษัทไทยออยล์ไปอีก 30 ปี รวมค่าเช่าตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี สูงกว่าราคาขั้นต่ำและราคาที่แจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ 8,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ครม.พิจารณาได้ในเร็วๆนี้



“เบื้องต้นไทยออยล์จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมก้อนแรกประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยการต่ออายุสัญญานั้นจะมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2565-10 ก.ย. 2595 พร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 80 รายการ โดยสัญญาเช่าที่ราชพัสดุจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ย. 2565 ส่วนการจัดเก็บรายได้ปีนี้ ธนารักษ์คาดว่าปีนี้จะสามารถจัดเก็บรายได้จากการให้เช่าที่ราชพัสดุได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดเก็บได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท”

นายวัลลภ พงษ์เลื่องธรรม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาท่าเรือภูเก็ตระยะแรกจะใช้เงินกว่า 132 ล้านบาท เพื่อทำการขยายหน้าท่าให้มีความกว้างขึ้นอีก 60 เมตร จากปัจจุบัน 360 เมตร เป็น 420 เมตร ซึ่งจะช่วยให้รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นจากลำละ 2,500 คน เพิ่มเป็น 8,000 คนต่อเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางเรือสมุทรได้ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี จากปัจจุบันที่มีเดินทางเข้ามา 2-3 แสนคนต่อปี

“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายสนใจเดินเรือเข้ามาไทยแต่มาไม่ได้เพราะท่าเรือใหญ่ไม่พอ ดังนั้นแผนการพัฒนาท่าเรือแห่งนี้จะทำเป็นท่าเรือสำราญขนาดใหญ่แห่งแรกในฝั่งอันดามันของไทย ช่วยเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวได้อีกมาก โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน ทำเสร็จและเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทันฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2562 และจากการที่บริษัทไปโร้ดโชว์ล่วงหน้ามาหลายแห่ง ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เดินเรือสำราญจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ ตลอดจนเรือสำราญจากยุโรป หรือแม้แต่ไมอามีจากสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาจองล่วงหน้าเต็มไปถึงปี 2563-2564”

9 พฤษภาคม 2561 https://www.khaosod.co.th/economics/news_1065430
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #19 ·
เปิดแผนพัฒนาท่าเรือภูเก็ต เอกชนเจ้าของสัมปทานพร้อมลงทุนเป็นฮับเรือสำราญ

เผยแพร่: 5 มิ.ย. 2561 15:58: โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต เปิดแผนพัฒนาท่าเรือภูเก็ต หลังได้รับสัมปทานจากกรมธนารักษ์ เข้าดำเนินธุรกิจ 30 ปี ประเดิมเฟสแรก ขยายหน้าท่าอีก 60 เมตร รับเรือสำราญได้ 2 ลำ พร้อมอาคารรองรับผู้โดยสาร ปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เสร็จภายใน 180 วัน ด้วยเงินลงทุนก้อนแรกพันล้านบาท วางแผนพัฒนาต่ออีก 3 เฟส ทั้ง ดิวตี้ฟรี ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า โรงแรมหรู คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท หวังให้เป็นศูนย์กลางของเรือสำราญจากทั่วโลก



นายวัลลภ พงษ์เลื่องธรรม ผู้จัดการท่าเรือ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เปิดเผยภายหลังเปิดโครงการท่าเรือภูเก็ต (Phuket Cruise Home Port) โดยมีนายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เป็นประธาน พร้อมด้วย นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวัลลภ พงษ์เลื่องธรรม ผู้จัดการท่าเรือ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เข้าร่วม ณ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต วันนี้ (5 มิ.ย.)



เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนานาท่าเรือภูเก็ต รวมถึงรับฟังความคิดเห็นแผนพัฒนาท่าเรือภูเก็ต ภายหลังบริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต ได้รับสัมปทานในการดำเนินการบริหารท่าเรือภูเก็ต เป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป ว่า



ภายหลังจากที่ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด ได้รับสัมปทานจากกรมธนารักษ์ให้เข้ามาดำเนินการบริหารท่าเรือภูเก็ต เป็นเวลา 30 ปี ในเนื้อที่ 106 ไร่ ทางบริษัทจึงได้กำหนดแผนในการพัฒนาออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสแรกนั้น จะต้องดำเนินการเป็นไปตามสัญญาใน TOR ที่ทำไว้กับกรมธนารักษ์ ด้วยการลงทุนก่อสร้างอาคารสำหรับรองรับผู้โดยสารในพื้นที่ 900 ตรม.มีการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบๆท่าเรือภูเก็ตให้เกิดความสวยงาม รวมถึงการขยายหน้าท่าให้สามารถรองรับเรือโดยสารหรือเรือสำราญให้ได้มากยิ่งขึ้น



เนื่องจากท่าเรือภูเก็ตได้ถูกออกแบบให้เป็นท่าเรือสำหรับขนส่งสินค้าตั้งแต่เริ่มต้น แต่เมื่อปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือลดลง ในขณะที่การท่องเที่ยวทางเรือมีการเติบโตเพิ่มขึ้น จึงมีเรือสำราญเข้ามาจอดเทียบท่าเพิ่มสูงขึ้น ทำให้หน้าท่าที่มีอยู่ในขณะนี้มีศักยภาพไม่เพียงพอในการรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้



ทางบริษัทจึงได้เสนอแผนในการขยายหน้าท่าเพิ่มอีก 60 เมตร ด้วยการลงทุนขยายหน้าท่าให้ลักษณะของเสาผูกเรือ จากเดิมที่หน้าท่ามีความยาว 360 เมตร เป็น 420 เมตร สามารถรองรับเรือสำราญ หรือเรือครุย ที่มีความยาว 240 เมตร ได้พร้อมกัน 2 ลำ เป็นการเพิ่มศักยภาพของท่าเรือภูเก็ตในการรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลด้วยเรือสำราญมากยิ่งขึ้น



นอกจากนี้ เท่าที่ทราบในอีก 2 ปี ทางกรมเจ้าท่ามีโครงการที่จะขุดลอกล่องน้ำของท่าเรือภูเก็ตเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ จากขณะนี้ที่ล่องน้ำลึกประมาณ 8 เมตร สามารถรองรับเรือที่เกินน้ำลึกได้ 200-240 เมตร ให้ลึก 12 เมตร เพื่อรับเรือขนาด 360 เมตร



โดยการปรับปรุงและขยายขีดความสามารถท่าเรือภูเก็ตจะแล้วเสร็จภายใน 18 เดือนนับจากนี้ ซึ่งเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จจะทำให้ท่าเรือภูเก็ตมีศักยภาพและนักท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายในการใช้ท่าเรือภูเก็ตมากยิ่งขึ้น โดยในเฟสที่ 1 นี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท และท่าเรือภูเก็ตจะลดการรองรับเรือบรรทุกสินค้าลงไปเรื่อยๆ คาดว่าภายใน 5 ปีนับจากนี้การขนส่งสินค้าจะหมดไปจากท่าเรือภูเก็ต



นายวัลลภ เปิดเผยต่อว่า การเข้ามาดำเนินการบริหารท่าเรือภูเก็ตของบริษัทนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการปรับปรุงในเฟส 1 เท่านั้น แต่บริษัทมีเป้าหมายที่จะทำพัฒนาให้ครบทั้ง 4 เฟส ตามแผน เพื่อทำให้ท่าเรือภูเก็ตเป็นศูนย์กลางหรือฮับของเรือสำราญจากทั่วโลก ทั้งจากฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเดินทางมาจอดเทียบท่าที่ท่าภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก มีเรือสำราญจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาจอดเทียบท่าที่ภูเก็ต แต่ที่ยังไม่เข้ามาในขณะนี้จากความไม่พร้อมในเรื่องของท่าเรือ



บริษัทจึงได้วางแผนที่จะพัฒนาต่อในเฟสที่ 2 หลังจากเฟสแรกดำเนินการแล้วเสร็จในอีก 180 วันนับจากนี้ โดยการขอใช้พื้นที่อีก 40 ไร่ ในส่วนที่อยู่ถัดไปจากพื้นที่ 106 ไร่ ในเฟสแรก ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งขณะนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตและกรมศุลากร เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ทั้งร้านอาหาร ดิวตี้ฟรี ร้านจำหน่ายของที่ระลึก อาคารสำนักงาน และอื่นๆ และตามมาด้วย เฟสที่ 3 ที่วางแผนจะพัฒนาเป็นศูนย์ประชุมหรือศูนย์แสดงสินค้า และเฟสที่ 4 คือ การเจรจาขอซื้อที่ดินจากเอกชนแปลงที่อยู่ติดกับท่าเรือ พัฒนาเป็นโรงแรมหรูต่อไป

นายวัลลภ เผยเพิ่มว่า การพัฒนาท่าเรือภูเก็ตทั้ง 4 เฟส ตามที่บริษัทวางแผนไว้ คาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 - 10,000 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าของบริษัทมีความพร้อมในเรื่องของเม็ดเงินลงทุน หากสามารถขอใช้พื้นที่ได้ตามแผนที่กำหนดไว้

https://mgronline.com/south/detail/9610000055713





 
  • Like
Reactions: gend0

·
Registered
Joined
·
2,333 Posts
น่าทำนานละครับ ภูเก็ตยังไงก็ขายได้ จะได้การท่องเที่ยวทางเรือเพิ่มขึ้นมาอีก
 
1 - 20 of 29 Posts
Top