SkyscraperCity Forum banner
1 - 20 of 21 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #3 ·
.....
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #4 ·
กนอ.เล็งหาซื้อที่ดิน 3 หมื่นไร่ ขึ้นนิคมอุตฯใหม่รองรับEEC


วันที่ 15 มกราคม 2561 - 00:05 น.

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เตรียมงบประมาณ1.3 หมื่นล้านบาท พัฒนา 2 โครงการใหญ่ในนิคมฯมาบตาพุด ได้แก่ โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park และพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุด เฟส 3
กนอ.เล็งหาพื้นที่เฉียด 3 หมื่นไร่ สร้างนิคมฯใหม่ รับ EEC พร้อมทุ่ม 1.3 หมื่นล้าน พัฒนานิคมฯ สมาร์ทปาร์ค – ท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ในปี 2561 มีแนวโน้มนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนและการขยายธุรกิจในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้น กนอ.จึงได้เตรียมจัดสรรงบประมาณกว่า 13,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในเขตธุรกิจอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง บนพื้นที่ 1,500.97 ไร่ งบประมาณการลงทุน 2,097 ล้านบาท เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่ง แวดล้อม ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เบื้องต้นพร้อมการจัดทำร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ (EIA) คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563

ส่วนอีกโครงการคือโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่ง กนอ.ได้เตรียมพื้นที่พัฒนาท่าเทียบเรือไว้ประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่จะมีการนำเข้าประมาณ 16 – 32 ล้านตัน/ปีในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า พร้อมรองรับการขยายตัวด้านการขนส่งสินค้าเหลวและก๊าซธรรมชาติที่เป็น วัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นิคมฯ และบริเวณใกล้เคียง เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาท และพร้อมที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและ การพัฒนาท่าเทียบเรือได้ในปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 และเมื่อท่าเรือฯ เปิดดำเนินการจะสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้เพิ่มมากอีกประมาณ 20 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ กนอ. มีพื้นที่พร้อมรองรับการลงทุนใน EEC แล้วประมาณ 24,000ไร่ และเตรียมแผนการสรรหาพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก ประมาณ 16,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีแผนจะสรรหาพื้นที่เพื่อการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม และอื่น ๆ อีกประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยรองรับความต้องการของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในระดับ ต่าง ๆ ในพื้นที่ดังกล่าวทั้งในปีนี้และปีอื่นได้อย่างเหมาะสม

https://www.prachachat.net/economy/news-101093
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #5 ·
จังหวัดระยอง ร่วมพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกนิคมอุตสาหกรรม Smart Park Industry Estate 4.0 for EEC ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับ พันธมิตร 6 หน่วยงาน

7 ก.พ. 2561

วันที (7 ก.พ. 61) เวลา 14.00 น. นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มอบหมายนายกรณ์ภัฐวีญ์ ม่วงน้อย อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เข้าร่วมพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกนิคมอุตสาหกรรม Smart Park Industry Estate 4.0 for EEC ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับ พันธมิตร 6 หน่วยงาน ดร. พสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวสนับสนุนด้านนโยบายของคณะกรรมการ กนอ. ต่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับ EEC และ ดร. สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวแสดงความยินดี ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพฯ

http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/TNSOC6102070010071
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #6 ·
6 บ.ตบเท้าเข้าสมาร์ทพาร์ค เขตส่งเสริมอุตฯ”เอสเคิร์ฟ”

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 - 07:15 น.

สมาร์ทพาร์ค - พื้นที่ 1,500 ไร่ ของนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ที่จะรวม 4 อุตสาหกรรมสำคัญไว้ เช่น อุตสาหกรรมทางการแพทย์ โลจิสติกส์ การบินและอวกาศ เป็นต้น

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ขนาด 1,500 ไร่ ซึ่งอยู่ในนิคมมาบตาพุด จ.ระยอง และอยู่ในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ด้วยนั้น ได้ประกาศเป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) แล้ว ดังนั้น กนอ.จึงกำหนดอุตสาหกรรมสำคัญที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่รวม 4 กลุ่มคือ 1) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ผสมผสานการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ 2) อุตสาหกรรมโลจิสติกส์การบินและอวกาศ ที่จะเริ่มจากการบริการเพื่อขนส่ง ไปถึงการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานไร้คนขับ (drone) และระบบนำทางซอฟต์แวร์ 3) อุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และจักรกล และ 4) อุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เชื่อมต่อปัญญาประดิษฐ์ อย่างเช่นซอฟต์แวร์ที่ฝังในตัวระบบหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท

สำหรับทั้ง 4 อุตสาหกรรมจะได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) คือได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล8 ปี หรือสูงสุด 13 ปี ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 5 ปี หลังสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเกณฑ์ปกติ โดยมีเงื่อนไขต้องร่วมกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ฝึกอบรมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนพนักงานนั้น ๆ หรือขั้นต่ำ 50 คน เวลา 1 ปี ทั้งนี้นิคมอุตสาหกรรม Smart Park จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม 723.78 ไร่ พื้นที่พาณิชยกรรม 147.18 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 393.50 ไร่ พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 236.51 ไร่

“ในพื้นที่โครงการ Smart Park จะมี 6 บริษัทเข้ามาร่วมลงทุนราว 1,000 ล้านบาท อย่างเช่นบริษัท พีทีที โพลีเมอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ที่ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตั้งศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เตรียมพัฒนาการใช้พลังงานจากนวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ และบริษัท โกลบอล ยูทิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ที่จะออกแบบระบบสาธารณูปโภคให้เหมาะสมต่ออุตสาหกรรมของโครงการ เป็นต้น”

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ทั้ง 4 อุตสาหกรรมสำคัญดังกล่าวมีการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 ที่ผ่านมาแบ่งเป็น อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ขอรับการส่งเสริม 52 โครงการ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อนร้อยละ 148 มูลค่าลงทุน 13,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 68 อุตสาหกรรมโลจิสติกส์การบินและอวกาศ ขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 7 โครงการ มูลค่า 1,899 ล้านบาท

อุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และเครื่องจักรกล ขอรับส่งเสริม 21 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 75 มูลค่าลงทุน 1,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 และอุตสาหกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมีการลงทุน 92 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 มูลค่าลงทุน 53,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11

https://www.prachachat.net/economy/news-117996
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #7 ·
BTS ผนึกกนอ.บุกระยองลงทุนรถไฟฟ้ารับ”นิคมสมาร์ทพาร์ค”

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 - 07:34 น.

เมืองสีเขียว - นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท พาร์ค ที่ กนอ.ร่วมกับ 6 บริษัทรายใหญ่ลงทุน 1.2 หมื่นล้านพัฒนาเป็นเมืองสีเขียวและอัจฉริยะ มีระบบขนส่งมวลชนเชื่อมการเดินทาง
กนอ.ผนึก 6 เอกชนรายใหญ่ ร่วมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ 1,500 ไร่ ภาคตะวันออก สร้างเมืองสีเขียวรับ EEC มูลค่า 1.2 หมื่นล้าน ลุยระบบขนส่งมวลชน ไฟฟ้า ประปา พลังงาน ดึงนักลงทุน ไทย จีน ไต้หวัน ปั้นฮับภูมิภาคอาเซียน บีทีเอสบุกต่างจังหวัดครั้งแรกผุดรถแทรม ปลายปีลงเข็มเดินเครื่องปี”63


นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ล่าสุด การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มีพื้นที่ 1,500.97 ไร่

ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 6 พันธมิตร ประกอบด้วย 1.บจ.พีทีที โพลีเมอร์ โลจิสติกส์ ศึกษาความเป็นไปได้ด้านโลจิสติกส์เพื่อตั้งศูนย์กระจายสินค้า รองรับการขยายธุรกิจและใช้เทคโนโลยีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2.บมจ.บีซีพีจี บริหารจัดการเรื่องความต้องการด้านการใช้ไฟฟ้าและพลังงาน

3.บจ.โกลบอล ยูทิลิตี้ เซอร์วิส บริหารจัดการระบบสาธารณูประโภค 4.บจ.บางกอก อินดัสเทรียล แก๊ส นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงทางด้านก๊าซอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาด้านประสิทธิภาพการผลิต 5.สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก สนับสนุนและส่งเสริมนักลงทุนเข้ามาร่วมประกอบกิจการในพื้นที่ของโครงการ และ 6.บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) พัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายในโครงการ

“กนอ.จะเป็นผู้จัดหาพื้นที่และลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกว่า 2,000 ล้านบาท ด้านผู้ร่วมลงทุนทั้ง 6 บริษัท จะลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ทั้งโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท”

ภายในพื้นที่นิคม 1,500 ไร่ แบ่งการพัฒนาเป็น 4 ส่วนหลัก ประกอบด้วย พื้นที่อุตสาหกรรม 723.78 ไร่ พาณิชยกรรม 147.18 ไร่ ระบบสาธารณูปโภค 393.50 ไร่ และพื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 236.51 ไร่ ซึ่งทำเลที่ตั้งถือว่ามีศักยภาพ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 154 กม. สนามบินสุวรรณภูมิ 130 กม. สนามบินอู่ตะเภา 17 กม. ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง 54 กม. และมาบตาพุด 2.5 กม.

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ได้แบ่งพัฒนาพื้นที่นิคมสมาร์ทพาร์คในรูปแบบคลัสเตอร์ ให้เกิดความคล่องตัวในการเชื่อมโยงธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมกำหนด 9 ยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อน ได้แก่ 1.ที่ตั้งอัจฉริยะ 2.ธุรกิจอัจฉริยะและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

3.สิ่งก่อสร้างประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.ระบบความปลอดภัย 5.ด้านไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ 6.ด้านสัญจรคมนาคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7.การเชื่อมโยงทุกสิ่งสู่ระบบอินเทอร์เน็ต 8.ด้านสาธารณูปโภค และ 9.เมืองสีเขียว

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.BTSC เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้พัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ มีประสบการณ์เดินรถรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ทั้งบีทีเอสและส่วนต่อขยายสายสีเขียวหมอชิต-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บริษัทพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในต่างจังหวัด ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค จ.ระยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่อีอีซีตามนโยบายของรัฐบาล บริษัทจะร่วมพัฒนาระบบขนส่งภายในโครงการเพื่อบริการในพื้นที่รองรับประชาชน ลูกค้า ผู้ประกอบการ เพื่อลดการใช้รถยนต์ โดยมีระยะทางประมาณ 4 กม. และจะเป็นระบบที่สามารถจุคนได้ 8,000 เที่ยวคันต่อชั่วโมง ส่วนจะเป็นระบบไหน เช่น โมโนเรล รถแทรม หรือรถบัส อยู่ระหว่างการศึกษา จะสรุปในเร็ว ๆ นี้” นายสุรพงษ์กล่าวทิ้งท้าย

https://www.prachachat.net/property/news-117990
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #8 ·
ประกาศแล้วเขต Smart Park อีอีซี


23 February 2018

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2561) เว็บไซต์ http://www.ratchakitcha.soc.go.th รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๔๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง กําหนดเขตส่งเสริม : นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีรายละเอียดว่า

ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ กําหนดให้คณะกรรมการนโยบาย มีหน้าที่และอํานาจในการกําหนดเขตส่งเสริมและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ ผู้อยู่อาศัย หรือผู้พํานัก ในเขตส่งเสริมแต่ละแห่งจะได้รับตามความเหมาะสม นั้น

เพื่อให้การดําเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างชัดเจน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๓ (๔) ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกจึงเห็นชอบ ในการกําหนดให้พื้นที่ ๑,๔๖๖ ไร่ บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้แนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศนี้ เป็น “เขตส่งเสริม : นิคมอุตสาหกรรม Smart Park” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และการท่องเที่ยว กลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

http://www.thansettakij.com/content/262269
 

·
Banned
Joined
·
37,049 Posts
คืบหน้า นิคมอุตฯสมาร์ทปาร์ค มาบตาพุด กนอ.โชว์ 9 ฟังก์ชันสุดสมาร์ท
เผยแพร่: 26 ก.พ. 2561 11:35: โดย: MGR Online




ผังโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คออกแบบพื้นที่โครงการไว้และจัดสรรสัดส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่



การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โชว์ความคืบหน้าโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เผยการออกแบบและการจัดสรรพื้นที่โครงการ แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่พาณิชยกรรม พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่สีเขียวและแนวกันชน

กนอ.ย้ำการออกแบบพื้นที่อยู่ในรูปแบบคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและความต่อเนื่องในการเชื่อมโยงธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมกำหนด 9 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน คาดสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2564 ชี้เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียนที่ขับเคลื่อนทุกขั้นตอนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ตามที่กนอ.มีแผนจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค” บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีการออกแบบพื้นที่โครงการไว้และจัดสรรสัดส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ออกเป็น 4 ส่วนหลัก ประกอบด้วย พื้นที่อุตสาหกรรม 723.78 ไร่ พื้นที่พาณิชยกรรม 147.18 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 393.50 ไร่ และพื้นที่สีเขียวและแนวกันชน 236.51 ไร่ ทั้งยังแบ่งพื้นที่ให้มีลักษณะเป็นกลุ่มในรูปแบบคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและความต่อเนื่องในการเชื่อมโยงธุรกิจและอุตสาหกรรมร่วมกัน

โดยแนวคิดในการวางผังแม่บทโครงการ ได้พิจารณาจากข้อจำกัดทางด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การให้บริการทางพาณิชย์ต่อชุมชน และการให้บริการด้านสาธารณูปโภคแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาตั้งพื้นที่ในโครงการ







นอกจากนี้ เพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียนที่ขับเคลื่อนทุกขั้นตอนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมรองรับโรงงานอุตสาหกรรมกลุ่มเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลที่ชาญฉลาด กนอ.จึงขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คด้วยยุทธศาสตร์ 9 Smart ได้แก่

หนึ่ง - ด้านสถานที่ตั้ง (Smart Location) ที่ตั้งทำเลของนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คจะมีพื้นที่ติดต่อกับท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด สนามบินอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ - ระยอง โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน มีศูนย์กลางทางพาณิชย์ที่ทันสมัย และเป็นพื้นที่ที่ปราศจากมลพิษ

สอง - ด้านธุรกิจอัจฉริยะและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Smart High Technology Industrial New S-curve) พื้นที่ของนิคมฯ จะรวบรวมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในที่เดียวกัน เพื่อเป็นต้นแบบในการต่อยอดองค์ความรู้และการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศในระยะต่อไป อาทิ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

สาม - ด้านสิ่งก่อสร้างประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart Energy Building) การออกแบบอาคารต่างๆ ภายในนิคม เพื่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน ตามเกณฑ์ข้อบังคับการนิคมอุตสาหรรมเชิงนิเวศ เพื่อให้ทุกอาคารภายในนิคมสามารถใช้พลังงานธรรมชาติได้อย่างเต็มความสามารถมากที่สุด

สี่ - ด้านระบบความปลอดภัย (Smart Security) โดยนำเอาเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยขั้นสูงมาใช้ อาทิ ระบบสแกนใบหน้าและป้ายทะเบียนของรถทุกคันที่เข้า-ออกภายในนิคม

ห้า - ด้านไลฟ์สไตล์ที่สมาร์ททุกรูปแบบ (Smart Social Life) การจัดให้มีศูนย์ประชุมและพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจ รวมถึงพื้นที่สาธารณะเพื่อการสันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมดีขึ้น

หก - ด้านสัญจรและคมนาคม (Smart Transportation) โครงการได้ออกแบบระบบการสัญจรที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความอัจฉริยะในด้านพลังงาน และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยการจัดระบบที่จอดรถอัตโนมัติในจุดที่ทุกคนสะดวกในการเข้าถึง และใช้บริการขนส่งภายในของโครงการ ซึ่งระบบขนส่งภายในโครงการทั้งหมดจะเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อสามารถควบคุมได้ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

เจ็ด - การเชื่อมโยงทุกสิ่งสู่ระบบอินเทอร์เน็ต (Smart I.o.T) จัดให้มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทุกพื้นที่ในนิคม รวมทั้งการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาเชื่อมอุปกรณ์กับเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องจักรในกระบวนการผลิตรถยนต์ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ในที่พักอาศัย เป็นต้น

แปด - ด้านสาธารณูปโภค (Smart Infrastructure) ออกแบบให้การวางงานระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดอยู่ภายในอุโมงค์ใต้ดิน เพื่อความเป็นระเบียบและเกิดทัศนียภาพภายในสวยงาม

เก้า - เมืองสีเขียว (Smart environment) คือการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวในทุกพื้นที่ของนิคม ซึ่งพื้นที่สีเขียวจะอยู่โดยรอบของทุกคลัสเตอร์อุตสาหกรรม และนิคมฯ แห่งนี้ยังจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบในการพัฒนาเชิงนิเวศให้กับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คจะใช้งบก่อสร้างประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นนิคมฯ ต้นแบบที่มีระบบสาธารณูปโภคเพียบพร้อม ลดการใช้รถยนต์ รวมทั้งอาคารต่างๆ จะต้องได้มาตรฐานระดับสากล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ การทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งกนอ.คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2564

อย่างไรก็ตาม หากโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ “นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค” จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียนและประเทศไทยที่ขับเคลื่อนทุกขั้นตอนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ




ที่นี่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียนที่ขับเคลื่อนทุกขั้นตอนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ กนอ.จึงขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 9 สมาร์ท


https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9610000019456
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #10 ·
กนอ.เล็งใช้โมเดลญี่ปุ่นพัฒนานิคมฯสมาร์ทปาร์ค-ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก

เผยแพร่: 16 มี.ค. 2561 09:26: โดย: MGR Online

กนอ.เร่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค ศึกษาตัวอย่างระบบอัจฉริยะจาก NEC Corporation ญี่ปุ่น เพร้อมแนวทางการจัดประมูลของตลาดกลางโอตะ ที่เป็นตลาดกลางค้าส่ง ผัก ผลไม้ และไม้ดอก ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ กนอ.ได้มีนโยบายในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง นั้น ล่าสุด กนอ.ได้นำคณะผู้ดำเนินงานด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาศึกษาเทคโนโลยี การคิดค้นนวัตกรรม รูปแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวรวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ EEC ที่กำลังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและภูมิภาค

สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมใหม่ตามเป้าหมายของรัฐบาล และจะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 9 Smart นั้น กนอ.ได้เริ่มศึกษาเทคโนโลยีและแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Smart Security (ความปลอดภัยสาธารณะและการคมนาคมขนส่ง) จาก NEC Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้การยอมรับจากหลายๆอุตสาหกรรมทั่วโลกทั้งในเรื่องของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านเครือข่ายระบบโทรศัพท์และโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ระบบปฏิบัติการไอที ระบบการรักษาความปลอดภัย รวมถึงด้านระบบโลจิสติกส์

นอกจากนี้ NEC ยังมีนวัตกรรมที่ช่วยสร้างเมืองที่ชาญฉลาดทั่วโลก (Smart City) โดยเฉพาะเทคโนโลยีการรู้จดใบหน้า NeoFace ที่มีความถูกต้องในการตรวจสอบสูงสุดของโลก มีฟังก์ชั่นในการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เมื่อระบบสามารถตรวจจับได้ว่าใบหน้าของคนที่กำลังเข้ามาในพื้นที่ของกล้อง ตรงกับใบหน้าของคนในฐานข้อมูลลิสต์ของคนที่ควรเฝ้าระวังหรือที่อยู่ในความสนใจ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการเฝ้าระวังอาชญากรรม มีความถูกต้องและรวดเร็ว และยิ่งเมื่อรวมกับความสามารถในการทำงานร่วมกับกล้องแบบพกพาได้ยิ่งทำให้การตอบสนองสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเป็นไปอย่างทันท่วงทีอีกด้วย

นอกจากนี้ในการจัดตั้งโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) ภายในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park กนอ. ยังได้ ร่วมศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการจาก Ota Wholesale Market หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดกลางโอตะ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่ง ผัก ผลไม้ และไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีระบบการประมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยการเข้ามาศึกษาตัวอย่างการดำเนินงานในครั้งนี้จะนำประโยชน์จากการระบบตลาดประมูลมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการต่อรองราคา ต่อเนื่องถึงการจัดทำห้องเย็นขนาดใหญ่สำหรับกักตุนผลผลิตที่รวบรวมได้จากเกษตรกร ก่อนกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ โดยจะมีการศึกษา 4 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ 1.การตรวจสอบสินค้าก่อนประมูล (Inspection prior to auction) ขั้นตอนที่ผู้รับช่วงค้าส่งและผู้มีสิทธิ์ซื้อ จะตรวจสอบสินค้าก่อนการประมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะนำไปขายต่อในราคาเท่าไหร่ 2.การเริ่มประมูล (Start of the auction) ขั้นตอนที่สินค้าทั้งหมดจะถูกนำมาประมูล โดยผู้ที่ให้ราคาที่สูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยการประมูลนั้นจะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้มีสิทธิ์ร่วมประมูลจะประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต และพ่อค้าคนกลาง เท่านั้น 3.การตรวจสุขอนามัยของสินค้า (Hygiene Checks) เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นลงจะมีการตรวจเช็คคุณภาพของสินค้า โดยจะมีหน่วยงานตรวจสอบสุขอนามัย ในสถานที่ประมูล สถานที่จำหน่าย และตรวจสอบมาตรฐาน คุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งหากตรวจพบว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะถูกระงับไม่ให้จำหน่ายทันที และ 4)การกระจายสินค้า (Distribution) โดยผู้รับช่วงค้าส่ง จะนำสินค้าที่ประมูลได้ออกจำหน่ายให้ผู้ซื้อในเวลาที่กำหนดไว้

https://mgronline.com/business/detail/9610000026380
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #11 ·
บอร์ด กนอ.ยึดโมเดลญี่ปุ่นต้นแบบอีเอฟซีมั่นใจเกิดใน 3 ปี


วันที่ 19 มีนาคม 2561 - 15:15 น.

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยระหว่างการนำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนเยี่ยมชม Ota Wholesale Market (ตลาดกลางโอตะ) แหล่งค้าส่งสินค้าเกษตร 4 ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยวิธีการประมูล ประกอบด้วย ปลา ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ประเทศญี่ปุ่น ว่า กนอ.อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีเอฟซี) เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค จ.ระยอง ซึ่งจะเป็นนิคมฯต้นแบบด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล องค์ประกอบสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ดังนั้นจึงเตรียมนำระบบของญี่ปุ่นไปพิจารณา เพราะของญี่ปุ่นมีการกำหนดการรับซื้อที่เป็นธรรม หากเป็นสินค้าพรีเมี่ยมมีผู้ประกอบการค้าส่ง 4 รายที่ทำหน้ารับซื้อสินค้าจากเกษตรกร และมาเปิดประมูลให้พ่อค้าคนกลางที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐ จากนั้นจะพ่อค้าคนกลางจะกระจายสินค้าสู่ตลาด ซึ่งระบบนี้จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระบบที่ดี ส่วนสินค้ามาตรฐานทั่วไปจะขายระบบปกติคล้ายตลาดไทของไทย นอกจากนี้รูปแบบตลาดกลางโอตะพบว่าหน่วยงานรัฐของญี่ปุ่นได้มีการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินการ ดังนั้นในส่วนของไทยจะพิจารณาอีกครั้งว่าจำเป็นต้องปรับแก้กฎหมาย หรือจะใช้วิธีออกเป็นประกาศแทน

“ภายใน 2-3 ปี อีเอฟซีจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบ เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญเพื่อดูแลเกษตรกรในภาคตะวันออก ประกอบด้วย จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และตราด ดังนั้นขณะนี้ กนอ.จึงอยู่ระหว่างการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สอบถามข้อมูล โดย กนอ.มีแผนจะชักจูงการลงทุนในขั้นตอนต่อไป” นายพสุกล่าว

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า การจัดตั้งโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีเอฟซี) ภายในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค กนอ.ยังได้ร่วมศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการจาก Ota Wholesale Market หรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดกลางโอตะ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่ง ผัก ผลไม้ และไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีระบบการประมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยการเข้ามาศึกษาตัวอย่างการดำเนินงานในครั้งนี้จะนำประโยชน์จากการระบบตลาดประมูลมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการต่อรองราคา ต่อเนื่องถึงการจัดทำห้องเย็นขนาดใหญ่สำหรับกักตุนผลผลิตที่รวบรวมได้จากเกษตรกร ก่อนกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ

นายวีรพงศ์กล่าวว่า โดยจะมีการศึกษา 4 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ 1.การตรวจสอบสินค้าก่อนประมูล ขั้นตอนที่ผู้รับช่วงค้าส่งและผู้มีสิทธิ์ซื้อ จะตรวจสอบสินค้าก่อนการประมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะนำไปขายต่อในราคาเท่าไหร่ 2.การเริ่มประมูล ขั้นตอนที่สินค้าทั้งหมดจะถูกนำมาประมูล โดยผู้ที่ให้ราคาที่สูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยการประมูลนั้นจะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้มีสิทธิร่วมประมูลจะประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต และพ่อค้าคนกลาง เท่านั้น 3.การตรวจสุขอนามัยของสินค้า เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นลงจะมีการตรวจเช็คคุณภาพของสินค้า โดยจะมีหน่วยงานตรวจสอบสุขอนามัย ในสถานที่ประมูล สถานที่จำหน่าย และตรวจสอบมาตรฐาน คุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งหากตรวจพบว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะถูกระงับไม่ให้จำหน่ายทันที และ 4.การกระจายสินค้า โดยผู้รับช่วงค้าส่ง จะนำสินค้าที่ประมูลได้ออกจำหน่ายให้ผู้ซื้อในเวลาที่กำหนดไว้

นายวีรพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ระบบการประมูลสินค้าเกษตรในรูปแบบนี้จะช่วยให้เกิดการรวบรวมสินค้าในปริมาณที่มากและหลากหลาย จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สามารถควบคุมราคาโดยอาศัยหลักพื้นฐานของการประมูลผู้ให้ราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล เพื่อสร้างราคาที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกร สามารถตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานของผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างทั่วถึง มีข้อมูลที่สามารถตรวจเช็กได้ว่าเป็นสินค้าจากที่ไหน จำนวนเท่าใด ถูกส่งขายไปจำหน่ายต่อยังที่ใดบ้าง และราคาขายส่ง ณ วันนั้น อยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งสำหรับประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านการผลิตผลไม้เมืองร้อน ทั้งผลไม้สดและแปรรูป ส่งผลไทยเป็นประเทศถือครองส่วนแบ่งตลาดผลไม้เมืองร้อนของโลกมากที่สุด สามารถคุมกลไกการค้าผลไม้เมืองร้อนได้ และทำให้เกิดการสร้างแบรนด์ประเทศไทยกับผลไม้ ให้ผู้บริโภครับรู้ว่าผลไม้ไทย เป็นผลไม้เมืองร้อนที่ดีที่สุด

https://www.prachachat.net/economy/news-132096
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #12 ·
กนอ. ควงบีซีพีจี พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ค


วันที่ 20 มีนาคม 2561 - 18:08 น.

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กนอ. ร่วมกับบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ทำการศึกษาข้อมูลปริมาณใช้ไฟฟ้าแต่ละช่วงของโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ค จ.ระยอง บนพื้นที่ 1500.97 ไร่ของพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการนำไปสู่แนวทางพัฒนาและลงทุนใช้พลังงานจากนวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ ซึ่งอาจมีการลงทุนในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐ (พีพีพี) หรือเช่าพื้นที่ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาที่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 3 เดือนนับจากนี้

“กนอ. มีแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ต กริด) ในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ค โดยโรงงานผู้ผลิตจะผลิตไฟฟ้าใช้เองและเมื่อเหลือใช้จะขายให้โรงงานใกล้เคียงภายในนิคมเท่านั้น รวมทั้งจะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์) บนหลังคาโรงงาน โซลาร์แบบทุ่นลอยน้ำ ซึ่งจากผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ 10 ไร่ สามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ 1 เมกะวัตต์ จึงประเมินว่าพื้นที่สมาร์ต ปาร์ค จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 60-100 เมกะวัตต์ คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 240-400 ล้านบาท”



นอกจากนี้ บีซีพีจียังมีความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพลังงานทดแทนด้วย ซึ่งการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ต กริด) ยังช่วยลดภาระการจ่ายกระแสไฟฟ้าของ กฟผ. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ถือเป็นสมาร์ต กริด แห่งแรกในประเทศของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ค คาดใช้งบลงทุน 2,097 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคตตามเป้าหมายของรัฐบาล อาทิ อุตสาหกรรมดิจิตอล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันโครงการ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงจัดทำร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ (อีไอเอ) คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563

https://www.khaosod.co.th/economics/news_863836
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #13 ·
รายงานพิเศษ : กนอ.ดูงานNECเรียนรู้ “เจแปนโมเดล” ต้นแบบ “สมาร์ต ปาร์ก” ไทยแลนด์

วันที่ 8 เมษายน 2561

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดย นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. นำคณะผู้ดำเนินงานด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม พร้อมสื่อมวลชนเดินทางดูงาน NEC Corporation ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาเทคโนโลยี การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และรูปแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย



เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม สมาร์ต ปาร์ก (Smart Park) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กำลังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและภูมิภาค



ที่สำคัญเพื่อเป็นพื้นที่รองรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมดิจิตอล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความปลอดภัยสาธารณะและการคมนาคมขนส่ง (Smart Security)



โดย NEC มีนวัตกรรมที่ช่วยสร้างเมืองที่ชาญฉลาดทั่วโลก (สมาร์ต ซิตี้) โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเรียนรู้จดจำใบหน้า (NeoFace) ที่มีความถูกต้องในการตรวจสอบสูงสุดของโลก มีฟังก์ชันแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เมื่อระบบสามารถตรวจจับได้ว่าใบหน้าของคนที่กำลังเข้ามาในพื้นที่ของกล้อง ตรงกับใบหน้าของคนในฐานข้อมูลลิสต์ ของคนที่ควรเฝ้าระวังหรือที่อยู่ในความสนใจ



ระบบดังกล่าวช่วยให้ระบบการเฝ้าระวังอาชญากรรม มีความ ถูกต้องและรวดเร็ว และยิ่งเมื่อรวมกับความสามารถในการทำงาน ร่วมกับกล้องแบบพกพาได้ยิ่งทำให้การตอบสนองสถานการณ์ที่ สุ่มเสี่ยงเป็นไปอย่างทันท่วงทีด้วย



ในโอกาสนี้ กนอ.ศึกษารูปแบบการดำเนินงานของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Industrial Technology Research Institute : TIRI) ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกรุงโตเกียวและปริมณฑลกว่า 900,000 ราย



กนอ.จะนำแนวทางและรายละเอียดการพัฒนาผู้ประกอบการของ TIRI มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industry Transformation Center : ITC) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวม 10 แห่งให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นภายในเดือนส.ค.2561 นี้

เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ ผู้ประกอบการรายใหม่ (สตาร์ตอัพ) ในประเทศไทยได้รับสิทธิประโยชน์และ การบริการรูปแบบใหม่ๆ อย่างเต็มที่



TIRI ให้การสนับสนุนเอสเอ็มอีที่น่าสนใจและสามารถนำมาใช้เป็นต้นแบบในการตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต 7 ด้าน ได้แก่

1.รับจ้างทดสอบผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษา

2.ให้บริการเช่าห้องทดลอง และเครื่องมือเครื่องจักร

3.วิจัยร่วมกัน

4.พัฒนาบุคลากร ให้การฝึกอบรม

5.เผยแพร่ข้อมูลอุตสาหกรรม เช่น จัดนิทรรศการ พิมพ์บทความ

6.จัดการสิทธิบัตรจากการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ


และ 7.จับคู่ธุรกิจที่เชื่อมโยงในคลัสเตอร์เดียวกัน



กนอ.จึงเตรียมนำต้นแบบการให้การสนับสนุนซึ่งแบ่งเป็น 6 ระดับจาก TIRI มาปรับใช้ คือ

1.การให้บริการทั่วไปสำหรับทุกสถานะของกิจการโดยมีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ และสนับสนุนจ้างงานพัฒนาบุคลากร

2.การให้บริการสำหรับสถานะสร้างกิจการ โดยสนับสนุนการเตรียมพร้อมความรู้เบื้องต้น ทำแผนธุรกิจ รวมทั้งให้บริการเช่าสถานที่เริ่มต้นสร้างกิจการ

3.สำหรับสถานะดำเนินกิจการ ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือด้านนวัตกรรมการออกแบบ พร้อมมีเงินกองทุนสนับสนุนในการเริ่มวิจัย การวิจัยสินค้าหรือเทคนิคใหม่ การขอใบ รับรองมาตรฐานในต่างประเทศ เช่น ISO และการเปิดตลาดสินค้า

4.สำหรับสถานะเติบโตและมั่นคง มีศูนย์ข้อมูลกลางรวบรวมความต้องการซื้อจาก ผู้ผลิตขนาดใหญ่ และจับคู่รับช่วงการผลิต ให้กับ SMEs รวมทั้งสนับสนุนการบุกเบิกตลาดใหม่ โดยจัดตั้งจุดบริการให้คำปรึกษา โดยผู้มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยง

5.สำหรับสถานะสืบทอดหรือฟื้นฟูกิจการ ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการ SMEs ที่ประสบปัญหาหรือมีหนี้สิน หรืออยู่ในภาวะใกล้ล้มละลาย โดยจัดผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหา ให้คำแนะนำวิธีที่ดีที่สุด ในการฟื้นฟูหรือสืบทอดกิจการ

6.สถานะประกอบธุรกิจในระดับสากล ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบการลงทุน จัดหาผู้มีประสบการณ์ คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ



นายวีรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กนอ.ยังเดินทางไปศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการตลาดกลางโอตะ (Ota Wholesale Market) เป็นตลาดค้าส่ง ผัก ผลไม้ และไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีระบบการประมูลที่ได้รับการยอมรับระดับโลก เพื่อนำระบบตลาดประมูลมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC หรืออีเอฟซี) ที่จะจัดตั้งขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ก

โดยการศึกษา 4 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ

1.การตรวจสอบสินค้าก่อนประมูล ขั้นตอนที่ผู้รับช่วงค้าส่งและ ผู้มีสิทธิ์ซื้อ จะตรวจสอบสินค้าก่อนการประมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะนำไปขายต่อในราคาเท่าไหร่

2.การเริ่มประมูล ขั้นตอนที่สินค้าทั้งหมดจะถูกนำมาประมูล โดยผู้ที่ให้ราคาที่สูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยการประมูลนั้นจะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้มีสิทธิ์ร่วมประมูลจะประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต และพ่อค้าคนกลาง เท่านั้น

3.การตรวจสุขอนามัยของสินค้า เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นลงจะมีการตรวจเช็กคุณภาพของสินค้า โดยจะมีหน่วยงานตรวจสอบสุขอนามัย ในสถานที่ประมูล สถานที่จำหน่าย และตรวจสอบมาตรฐาน คุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งหากตรวจพบว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐานจะถูกระงับไม่ให้จำหน่ายทันที

และ 4.การกระจายสินค้า โดยผู้รับช่วงค้าส่งจะนำสินค้าที่ประมูลได้ออกจำหน่ายให้ผู้ซื้อในเวลาที่กำหนดไว้

ระบบการประมูลสินค้าเกษตรในรูปแบบนี้ ช่วยให้เกิดการรวบรวมสินค้าในปริมาณที่มากและหลากหลาย จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สามารถควบคุมราคาโดยอาศัยหลักพื้นฐานของการประมูล ผู้ให้ราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล เพื่อสร้างราคาที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกร สามารถตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานของผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างทั่วถึง



“สำหรับประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านการผลิตผลไม้เมืองร้อน ทั้งผลไม้สดและแปรรูป ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศถือครองส่วนแบ่งตลาดผลไม้เมืองร้อนของโลกมากที่สุด สามารถคุมกลไกการค้าผลไม้เมืองร้อนได้ และทำให้เกิดการสร้างแบรนด์ผลไม้ประเทศไทยให้ผู้บริโภครับรู้ว่าเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ดีที่สุดในโลก” นายวีรพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีห้องเย็นขนาดใหญ่สำหรับกักตุนผลผลิตที่รวบรวมได้จากเกษตรกร ก่อนกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ คาดว่าโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก จะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้เต็มรูปแบบภายใน 2-3 ปี

ช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการ ต่อรองราคา โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และตราด

หากทำได้จริงตามแผนคงยกระดับเกษตรกรไทยให้มี ชีวิตที่ดีขึ้น

https://www.khaosod.co.th/economics/news_938020
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #14 ·
กนอ.จับมือ 3 พันธมิตรร่วมพัฒนาสมาร์ทปาร์ค ลุยโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ

วันที่ 23 มกราคม 2562 - 18:52 น.


กนอ.จับมือ 3 พันธมิตรร่วมพัฒนาสมาร์ทปาร์ค ลุยโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ มั่นใจปิดรับซองแข่งประมูลท่าเรือมาบตาพุด 6 ก.พ. มีเอกชนยื่นซองมากกว่า 1 ราย

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กับ 3 พันธมิตร ว่า กนอ. ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบดิจิตอลและสื่อสารโทรคมนาคมอัจฉริยะ โครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ รวมถึงสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคตโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (นิว เอส-เคิร์ฟ) ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

ทั้งนี้ คาดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะใช้งบประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป คาดกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ และสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทันที และเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในปี 2565 เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)

“หากอีไอเอผ่านการพิจารณาเห็นชอบแล้ว ก็จะสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้ ทั้งถนน ระบบสาธารณูปโภค ระบบน้ำ โทรคมนาคม ควบคู่กับการโรดโชว์ชักชวนนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุน ซึ่งเบื้องต้นมีเอกชนเริ่มให้ความสนใจเข้ามาลงทุนบ้างแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเอกชนที่ดำเนินธุรกิจนิว เอส-เคิร์ฟ” น.ส.สมจิณณ์ กล่าว


นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ (สมาร์ท เอนเนอร์ยี่) ที่จะนำไปใช้ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทดแทน และการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับบริการระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการสนับสนุนทางด้านแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ทางการตลาด การจัดการผลิตภัณฑ์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ควบคู่กับการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2126350
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #15 ·
บอร์ดกนอ.เร่งเครื่องนิคมฯสมาร์ทปาร์คให้เสร็จเร็วขึ้นจากแผนเดิมปี'65

เผยแพร่: 23 ม.ค. 2562 18:09 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บอร์ดกนอ.เร่งรัดการพัฒนาโครงการนิคมสมาร์ทปาร์ค 1,500 ไร่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เสร็จเร็วขึ้นจากแผนเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2565 หากเป็นไปได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำ EIA ล่าสุดผนึกกำลังรัฐวิสาหกิจเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค (Smart Park ) ว่า เมื่อเร็ว ๆนี้คณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)กนอ.ได้มอบหมายให้กนอ.เร่งรัดการพัฒนานิคมฯดังกล่าวให้เกิดขึ้นเร็วขึ้นซึ่งมีพื้นที่ 1,500 ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมฯมาบตาพุด จ.ระยอง เงินลงทุนทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาทแต่เฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน 2,800 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย(New S Curve) ที่ขณะนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติสนใจมากกว่า 5 ราย

" แผนกนอ.กำหนดไว้ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ในปี 2565 ซึ่งเราก็จะเร่งให้เสร็จซึ่งขณะนี้อยู่ขั้นตอนการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) จากนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และนำเสนอแผนการลงทุนให้กับคณะรัฐมนตรีอนุมัติซึ่งหวังว่า EIA จะผ่านได้มิ.ย.และก.ค.นี้หากก่อสร้างภายในปีนี้ก็จะใช้เวลา 2 ปีก็อาจจะเสร็จได้ในปี 2564 ได้"น.ส.สมจิณณ์กล่าว

อย่างไรก็ตามล่าสุดกนอ.ได้มีการลงนาม(MOU) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านในนิคมฯสมาร์ทปาร์ค ได้แก่ 1. การลงนามการพัฒนาเทคโนโลยีระบบสารสนเทศและสื่อสารโทรคมนาคมอัจฉริยะระหว่างกนอ.และบมจ.ทีโอที 2. ความร่วมมือพัฒนาพลังงานอัจฉริยะระหว่างกนอ.และการไฟ้ฟานครหลวง(กฟน.) ขณะเดียวกันยังมีการลงนามระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) กับ ทีโอที ความร่วมมือกับ กฟน. และ บริษัท ทีโอที เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและการสื่อสาร เพื่อนำไปสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)

" กนอ. ประเมินจะมีเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนในพื้นที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ซึ่งเบื้องต้น บมจ.ปตท.และบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือบีไอจี (BIG) ได้แสดงความสนใจลงทุนลงนามสัญญาร่วมทุนโครงการหน่วยแยกอากาศ โดยใช้พลังงานความเย็นเหลือทิ้งจากก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ในการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม หรือ Air Separation Unit (ASU) ในพื้นที่นี้ตามโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EFC) ที่จะกันพื้นที่ในนิคมฯสมาร์ทปาร์คไว้ 20 ไร่ ขณะเดียวกันปตท.เองก็ยังสนใจลงทุนปิโตรเคมีขั้นสูงในสมาร์ทปาร์คเช่นกัน"ผู้ว่ากนอ.กล่าว

นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่ากฟน.กล่าวว่า กนอ.จะเน้นศึกษาการพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Energy) โดยจะมองในเรื่องของการพัฒนาพลังงานทดแทนซึ่งคงจะต้องมาพิจารณาว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยหรือเชื้อเพลิงประเภทใดอีกครั้งที่เหมาะสม และบางส่วนจะต้องเชือมโยงกับระบบผลิตของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยระบบสายส่งจะเน้นการวางระบบใต้ดิน เป็นสำคัญ

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารคมนาคมไปสู่ดิจิทัล 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมที่อยุ่ในนิคมฯสมาร์ทปาร์ค และนำไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยการวางระบบเครือข่ายจะพัฒนาไปพร้อมกับสายส่งไฟฟ้าที่จะลงดินพร้อมกัน

https://mgronline.com/business/detail/9620000008063
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #16 ·
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2562 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีมติรับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 (เพิ่มเติม) และครั้งที่ 4/2562 และเรื่องมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2562 (ทส.) ประกอบด้วย รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากที่ประชุม กก.วล. ครั้งที่ 3/2562 (เพิ่มเติม) จำนวน 5 โครงการ การประชุม กก.วล.ครั้งที่ 4/2562 จำนวน 3 โครงการ และการประชุม กก.วล. ครั้งที่ 5/2562 จำนวน 6 โครงการ รวมทั้งสิ้น 14 โครงการ ดังนี้

1. โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยตั้งอยู่ในเขตตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 1,383.76 ไร่ (ครั้งที่ 5/2562)

https://www.prachachat.net/property/news-395519
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #17 ·
กนอ.เร่งสมาร์ทปาร์ค ดึงเงินลงทุน5.3หมื่นล้าน

5 กรกฎาคม 2563

กนอ.เร่งแผนนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค จ.ระยอง เริ่มพัฒนาต้นปี 2564 หวังดึงเงินลงทุน 5.3 หมื่นล้านบาท

เป้าหมายสำคัญประการหนึ่งของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คือ การดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในอีอีซี เพื่อยกระดับการผลิตของประเทศไปสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง รวมทั้งผลักดันให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

การที่จะดึงอุตสาหกรรมชั้นสูงให้เข้ามาลงทุนนั้น จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเข้ามารองรับ ดังนั้น กนอ.จึงเร่งตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค เพื่อเป็นต้นแบบบนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อดึงการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย

สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค อ.เมือง จ.ระยอง มีความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบที่ทันสมัย ทั้งทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ระบบการสื่อสาร ระบบการขนส่ง ระบบพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต หรือ New S-Curve

กนอ.ได้แบ่งเป็นลักษณะกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster) ซึ่งจะมีระบบรักษาความปลอดภัย และแนวกันชนด้วยพื้นที่สีเขียวซึ่งมีไม้ยืนต้นปลูกเป็นแนวรอบแต่ละคลัสเตอร์ สร้างความร่มรื่นต่อพื้นที่ มีการนำระบบไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคลงใต้ดิน เพื่อความสวยงามทางด้านทัศนียภาพและความปลอดภัย มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมพื้นที่ประกอบกิจการเชิงพาณิชยกรรม เพื่อเชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของภูมิภาค

นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค มีพื้นที่ 1,383.76 ไร่ แบ่งเป็น

พื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่

พื้นที่พาณิชยกรรม 150.54 ไร่


พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 373.35 ไร่

พื้นที่สีเขียวและกันชน 238.32 ไร่

มีมูลค่าการลงทุนของโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คประมาณ 2,370.72 ล้านบาท เพื่อรองรับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 299.70 ไร่ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ 180.84 ไร่ กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 74.17 ไร่ และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล 66.84 ไร่


นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คมีข้อได้เปรียบเหนือนิคมอุตสาหกรรมแห่งอื่น ในประเด็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ในอีอีซี ซึ่งทำให้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด มีสถานีระบบขนส่งมวลชนทางรางเชื่อมต่อหน้าโครงการ สะดวกด้วยระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ และอากาศ มีระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ที่ช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“นิคมฯนี้อยู่ภายใต้การกำกัดดูแลของ กนอ.ที่จะเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานการขอใบอนุมัติอนุญาตต่างๆ กับหน่วยงานราชการ”

สำหรับผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการนี้ จะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะเกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม 53,000 ล้านบาท ส่วนผลที่เกิดจากการจ้างงานเพิ่มในช่วงของการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะเกิดการจ้างงาน 200 คน ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชน 23.7 ล้านบาทต่อปี

หากเปิดนิคมอุตสาหกรรมและมีการลงทุนตั้งโรงงานเต็มพื้นที่แล้ว จะเกิดการจ้างงาน 7,459 คน การจ้างงานจะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ 1,342 ล้านบาทต่อปี (คิดอัตราฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ 15,000 บาท)

“แม้ว่านิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้มีพื้นที่ไม่มากแต่สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าสูงมาก เพื่อเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง"

รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย และยกระดับผู้ผลิตซัพพลายเชนคนไทยให้ก้าวไปสู่การผลิตสินค้าที่ไฮเทค ที่มีความแม่นยำและมาตรฐานสูง จึงก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับประเทศชาติในระยะยาว เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากการลงทุนในที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง

ส่วนความคืบหน้าของโครงการนี้ ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2562 เห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) ต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการนี้ และการประชุมคณะกรรมการ กนอ.เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2563 อนุมัติการลงทุนโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ

นอกจากนี้ วันที่ 27 พ.ค.2563 คณะอนุกรรมการด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้เห็นชอบการลงทุนโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์คของ กนอ.ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ทำให้แผนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้มีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

รวมทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างนำวาระเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายในเดือน ก.ค.2563 เพื่อให้ความเห็นต่อการลงทุนโครงการก่อนเสนอ ครม. และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี หรือแล้วเสร็จภายในปี 2567

สำหรับภายในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค จะมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน ได้แก่

ถนนภายในนิคมอุตสาหกรรม สายประธานเขตทางกว้าง 50 เมตร 4 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทาง โดยมีเกาะกลางถนนกว้าง 4 เมตร ทางเท้าและทางจักรยานกว้าง 3.70 เมตร ความยาวประมาณ 4.34 กิโลเมตร ถนนสายรองเขตทางกว้าง 20 เมตร 2 ช่องจราจรพร้อมไหล่ทาง ความยาวประมาณ 0.81 กิโลเมตร

ถนนภายในคลัสเตอร์ ของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเขตทางกว้าง 12 เมตร 2 ช่องจราจร ความยาวประมาณ 6.77 กิโลเมตร พร้อมระบบไฟฟ้าส่องสว่างถนน

ระบบระบายน้ำ ใช้ระบบท่อระบายน้ำร่วมกับรางระบายน้ำ ซึ่งจะวางอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนนชิดขอบถนน เพื่อรับน้ำจากพื้นที่ถนนและพื้นที่โครงการเพื่อรวบรวมลงบ่อหน่วงน้ำของโครงการ และยังมีอ่างเก็บน้ำสำรองขนาดความจุประมาณ 1.60 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบบน้ำประปาเป็นแบบ Surface Water Treatment ด้วยระบบ Ultra Filtration (UF) ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 1.2 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ระบบบำบัดน้ำเสีย ใช้ระบบบำบัดด้วยกระบวนการทางชีวภาพแบบตะกอนเร่ง มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียประมาณ 6 พันลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน ด้านระบบการรักษาความปลอดภัย จะมีศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีระบบ CCTV กระจายตามจุดต่างๆของโครงการ และการควบคุมการเข้าออกพื้นที่ภายในแต่ละคลัสเตอร์


 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #18 ·
เอกชนห่วงตกขบวน CPTPP ทำ 'ทุนเทค' หันลุยเวียดนาม

6 กรกฎาคม 2563

สอท.ห่วงไทยพลาดร่วม CPTPP ปีนี้ ทำความน่าสนใจลงทุนเปลี่ยน ผวาทุนเทคโนโลยีใหม่หันตั้งฐานในเวียดนามเหตุมีข้อตกลงการค้ามากกว่าเพิ่มโอกาสซับพลายเชนและการตลาด ด้านหอการค้า ระบุยิ่งช้ายิ่งเจรจายาก


นิคมในไทย ไม่ต้องสร้างแล้วครับ

รัฐทหารเผด็จการอนุรักษ์นิยม ไม่เอาการค้าเสรี

ต่างชาติที่ไหนจะมาลงทุน ขนาดเอกชนรายใหญ่ในไทย ยังไม่ลงทุนกันเอง แบรนด์อะไรก้ไม่มี
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #19 ·
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงการของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2563


นายสุริยะ ได้ติดตามการพัฒนา โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาที่มุ่งเน้นการเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบในการพัฒนา Smart Eco และใช้นวัตกรรมในการให้บริการระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นศูนย์กลางทางพาณิชย์ของชุมชนที่ทันสมัย รองรับการเจริญเติบโตการใช้บริการภาคธุรกิจในพื้นที่

นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีพื้นที่โครงการประมาณ 1,383.76 ไร่ ปัจจุบันสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีมติเห็นชอบการลงทุนโครงการ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2563 และเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง

โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 และใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการโครงการฯได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน ประมาณ 7,459 คน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 1,342,620,000 บาทต่อปี (คิดฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ 15,000 บาท)

“นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค มีมูลค่าการลงทุนระยะแรก 2,480.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าออกแบบแนวคิดโครงการและการจัดทำ EIA และค่าดำเนินการก่อสร้าง"

ทั้งนี้ จะเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation & Logistics) กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ (Medical Device) กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital)

นอกจากนี้ มีความได้เปรียบในเรื่องของระบบคมนาคมขนส่งทั้งระบบขนส่งทางอากาศสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระบบขนส่งทางบก อันได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางด่วนมอเตอร์เวย์ เป็นต้น และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2564 โดยจะแล้วพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567


25/8/2563 กนอ.ถมทะเลต้นปีหน้า เร่งแผนมาบตาพุดเฟส 3
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
121,819 Posts
Discussion Starter · #20 ·
ไฟเขียว นิคมฯ Smart Park ระยอง 2,370 ล้านบาท หนุนลงทุนพื้นที่ EEC

วันที่ 29 กันยายน 2563

ครม. เห็นชอบ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park จังหวัดระยอง พื้นที่รวม 1,383 ไร่ มูลค่า 2,370 ล้านบาท เพื่อตอบสนองการลงทุนในพื้นที่ EEC คาดช่วยจ้างงานกว่า 7,459 คน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการลงทุนโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park จังหวัดระยอง พื้นที่รวม 1,383 ไร่ มูลค่าประมาณ 2,370 ล้านบาท ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลสำหรับการลงทุนในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ตั้งอยู่ในตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีระยะทางห่างจากท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 7 กิโลเมตร สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา 17 กิโลเมตร ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ 29 กิโลเมตร ท่าเรือแหลมฉบัง 53 กิโลเมตร และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ 150 กิโลเมตร เนื้อที่โครงการทั้งหมด 1,383 ไร่


2.แบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินออกเป็น 1.พื้นที่อุตสาหกรรม จำนวน 621.55 ไร่ 2.พื้นที่พาณิชยกรรม จำนวน 150.54 ไร่

3.พื้นที่สาธารณูปโภค เช่น พื้นที่จอดรถส่วนกลาง ระบบผลิตน้ำประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย สถานีไฟฟ้าย่อย และถนน จำนวน 373.35 ไร่ และ4.พื้นที่สีเขียวและแนวกันชน จำนวน 238.32 ไร่

3.เป้าหมายของโครงการจะมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล และกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์

4.ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางการเงินและเศรษฐกิจของโครงการระยะเวลา 30 ปี มีความคุ้มทุนในทางการเงินและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 585.74 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของโครงการ (IRR) ร้อยละ 8.91 ซึ่งมากกว่าต้นทุนถัวเฉลี่ย ถ่วงน้ำหนักของเงินทุน (WACC) ของ กนอ. (ร้อยละ 7.25) และมีระยะเวลาคืนทุน 14 ปี

น.ส.รัชดา กล่าวว่า โครงการนี้จะใช้เวลาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ประมาณ 3 ปี และจะจัดทำแผนการตลาดเพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการและนักลงทุน โดยคาดว่าพื้นที่จะถูกเช่าหมดภายใน 4 ปี หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเกิดการจ้างงานประมาณ 7,459 คน มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจพื้นที่ประมาณ 1,342 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องยึดหลักการดูแลสิ่งแวดล้อมและหลักสิทธิมนุษยชน ทุกส่วนราชการจะต้องเข้มงวดในเรื่องการติดตามและประเมินผล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน

 
1 - 20 of 21 Posts
This is an older thread, you may not receive a response, and could be reviving an old thread. Please consider creating a new thread.
Top