SkyscraperCity banner

1 - 20 of 4363 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #2 (Edited)

·
Registered
Joined
·
10 Posts
โหลยโท่ย
หลายปีมานี้ไม่เห็นคำนี้มานาน แต่ผมว่ามันเหมาะดีนะ
"เปิดมาไม่ถึงปี" กล้าพูดออกมาได้แก้ตัวไปวันๆ เถอะครับ
รถสกปรก ก็บอกว่าเหมือนของเมืองนอก โอว
มีสายไหนบ้างที่มีคนรุมบ่นกันขนาดนี้ ขนาดผู้บริหารเขาออกมายอมรับผิดกันแล้วว่าออกแบบรายละเอียดไม่ได้เรื่อง ตรวจรับแบบก็ไม่มีความเข้าใจว่าต้อง
ให้ปรับแก้ในจุดไหนบ้าง แต่ขาประจำก็ยัง..นะ

คนละระบบ คนละวัตถุประสงค์ไม่มีใครเถียงครับ
แต่คนละระบบแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการออกแบบรายละเอียดอาคารหรือ
ทางเท้าซึ่งอยู่ด้านล่างที่เป็นการออกแบบเพื่อขอรับค่าแบบแล้วจบๆ กันไป
เดินๆ มาต้องมุดลอดใต้ป้ายบอกทาง เดินต่อไม่ได้ก็ต้องลงมาเดินบนถนน
ที่จอดรถก็มีให้เฉพาะแค่พนักงานสถานี? สมเป็น Commuter จริงๆ
ออกจากสถานีมาแล้วก็ไม่มีการอำนวยความสะดวกอะไรเลย

อย่างสถานีบ้านทับช้าง เปิดทั้งวันคนขึ้นพันกว่าคนต่อสองทิศทางสมเป็น Commuter จริงๆ วินหน้าปากซอยผมยังเยอะกว่านี้เลย สถานีนี้ไม่ทราบว่าจะให้เข้าตรงไหนครับ เอาไว้ผมว่างๆ จะลิสมาให้ซัก 20 จุดห่วยที่สมควรปรับปรุง (ในความคิดของผมนะ) ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร เคารพความเห็นของกันและกันด้วยก็เท่านั้นเอง

คงเป็นเพราะมันเป็นคนละระบบกับ BTS กับ MRT นะครับ ฉะนั้นถ้าใครเห็นว่ามันไม่สะดวกสบายหรือลำบากไปบ้างก็จงยอมรับมันเถอะ เข้าใจแล้วกรุณาอย่าบ่นกันนะครับ ใครบ่นว่าแสดงว่าไม่เข้าใจ มันก็เหมือนของเมืองนอกนั่นแหละ เคยไปหรือเปล่า?
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,585 Posts
Discussion Starter #6
ร.ฟ.ท.เตรียมเคาะประมูล 8 สถานีแอร์พอร์ตลิงก์เชิงพาณิชย์ ให้รายเดียวยาว10ปี

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 10:45:04 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ดีเดย์ปลายธ.ค.นี้ ร.ฟ.ท.ชงบอร์ดเคาะประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่โฆษณา 8 สถานีโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อหารายได้เพิ่ม หลังยอดผู้ใช้บริการพลาดเป้า เฉลี่ย 4 หมื่นคน/วัน สร้างรายได้แค่ 15 ล้าน/เดือน เปิดทางเอกชนรายเดียวบริหารจัดการระยะยาว 10 ปี กลางม.ค.ปี54 เก็บค่าโดยสารเต็มอัตรา ซิตี้ไลน์ 15-45 บาท เอ็กซ์เพรสไลน์ 150 บาท คาดรายได้เพิ่ม 45 ล้าน/เดือน

นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)และรักษาการซีอีโอบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด(แอร์พอร์ตเรลลิงก์) เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จะนำเรื่องการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บนสถานีรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิหรือแ อร์พอร์ตเรลลิงก์ ทั้ง 8 สถานี และการให้เช่าพื้นที่โฆษณาบนสถานีและตัวรถไฟฟ้าเสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด)ของร.ฟ.ท.พิจารณาอนุมัติเพื่อเปิดประมูลหาเอกชนมาดำเนินการต่อไป หลังจากที่บอร์ดคณะอนุกรรมการด้านบริหารสินทรัพย์ได้อนุมัติแล้ว คาดว่าจะประกาศเชิญชวนได้ประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้หลังบอร์ดร.ฟ.ท.อนุมัติ

โดยรูปแบบการพัฒนาที่ทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์(ศศินทร์)ได้ทบทวนจากแผนเดิมนั้น จะให้เอกชนรายเดียวเช่าระยะยาว เป็นเวลา 10 ปีในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชน์ทั้ง 8 สถานี พื้นที่รวม 5,788 ตารางเมตร คือ สถานีพญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ โดยรูปแบบประเภทร้านค้าจะคล้ายๆกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน คือ จะเป็นร้านค้าให้เช่า ร้านสะดวกซื้อ การบริการ เป็นต้น

“ร.ฟ.ท.จะได้ผลตอบแทนโดยรวม 10 ปี เป็นเงิน 70 ล้านบาท โดยเอกชนที่ชนะประมูลจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเบื้องต้นให้ร.ฟ.ท.เป็นเงินก้อนคิดเป็น 70%ของผลตอบแทนรวม คือเริ่มต้น 40 ล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับการแข่งขันขอเอกชนหากใครเสนอมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนที่เหลือกระจายเป็นค่าเช่ารายปี ปีแรกอยู่ที่ 2.3 ล้านบาทและทุก 5 ปี จะปรับค่าเช่าขึ้น15% “

นายภากรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่โฆษณา มีพื้นที่รวม 6,800 ตารางเมตร เป็นตัวรถไฟฟ้า 1,800 ตารางเมตร ที่เหลือเป็นพื้นที่รายสถานี คือ มักกะสัน 2,001 ตารางเมตร สุวรรณภูมิ 480 ตารางเมตร พญาไท 400 ตารางเมตร ส่วนราชปรารภ รามคำแหง หัวหมาก บ้านทับช้าง ลาดกระบัง อยู่ที่ 400 ตารางเมตร/สถานี

โดยจะให้เอกชนรายเดียวบริหารจัดการเช่นกัน เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยร.ฟ.ท.จะได้ผลตอบแทนรวม 146 ล้านบาท ซึ่งเงื่อนไขอื่นๆจะเป็นเงื่อนไขเดียวกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ คือ มีค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์เบื้องต้น 70% ของผลตอบแทนรวม ค่าเช่าปีแรกอยู่ที่ 7.5 ล้านบาท จากนั้นปรับเพิ่มขึ้น 15% ทุก 5 ปี

“ที่ต้องให้ระยะเวลายาว 10 ปี เพราะต้องการให้เอกชนที่จะมาลงทุนมีความคุ้มทุนในการลงทุน แต่จากผลการศึกษาแม้ว่าจะขยายไป 10 ปียังขาดทุน กำลังเป็นที่หนักใจเหมือนกันว่าจะมีเอกชนรายไหนกล้าเข้ามาลงทุนหรือไม่”

นายภากรณ์กล่าวอีกว่า หลังจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เปิดบริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมเป็นต้นมา โดยเก็บค่าโดยสารระบบซิตี้ไลน์ 15 บาทตลอดสาย และระบบเอ็กซ์เพรสไลน์ 100 บาท/เที่ยว พบว่ายังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ยังมีผลประกอบการที่ขาดทุน โดยปริมาณผู้โดยสารในปัจจุบันโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 คน/วัน แยกเป็นระบบซิตี้ไลน์ 33,000 คน ระบบเอ็กซ์เพรสไลน์ 700 คน คิดเป็นรายได้อยู่ที่ 15 ล้านบาทเดือน ขณะที่ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 31 ล้านบาท/เดือน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2554 เป็นต้นไป จะเก็บค่าโดยสารเต็มอัตรา โดยระบบซิตี้ไลน์ อยู่ที่ 15-45 บาท ระบบเอ็กซ์เพรสไลน์ 150 บาท/เที่ยว คาดว่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 45 ล้านบาท/เดือนหรือประมาณ 540 ล้านบาท/ปี และคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นการเปิดบริการสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งระบบเช็คอินกระเป๋าที่สถานีมักกะสันจะเปิดให้บริการวันที่ 15 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป จะทำให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิมีความสะดวกสบายมากขึ้น

อีกทั้งมีการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่น จุดจอดแล้วจร(พาร์คแอนด์ไรล์) ตามสถานี เช่น หัวหมาก เป็นต้น รวมถึงการร่วมกับขสมก.ปรับสายรถโดยสารประจำทางเข้ามารับคนภายในสถานี คือ สาย 76 ให้บริการ จากแสมดำ – แอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์สถานีมักกะสัน ช่วงเวลา 06.00- 24.00 น. สาย 145 ปากน้ำ-สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร โดยผ่านรถไฟฟ้าสถานีหัวหมาก เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ใช้บัตรสมาร์คการ์ด จะมีส่วนลดค่าโดยสารให้ระยะแรก 10- 15%
 

·
Piling higher and Deeper
Joined
·
2,217 Posts
คงเป็นเพราะมันเป็นคนละระบบกับ BTS กับ MRT นะครับ ฉะนั้นถ้าใครเห็นว่ามันไม่สะดวกสบายหรือลำบากไปบ้างก็จงยอมรับมันเถอะ เข้าใจแล้วกรุณาอย่าบ่นกันนะครับ ใครบ่นว่าแสดงว่าไม่เข้าใจ มันก็เหมือนของเมืองนอกนั่นแหละ เคยไปหรือเปล่า?
^^

อันนี้ผมเห็นด้วยนะ คือจะมาอ้างเอาว่าก็ SARL มันไม่ได้เป็นระบบเหมือน BTS อะไรนี่ แล้วไม่ปรับปรุงการบริการมันก็ไม่ใช่เรื่อง จริงๆมันจะระบบอะไรมันก็เอาไว้ขนคนเข้าออกเมืองเหมือนกัน ประชาชนทั่วไปเขาจะมารู้ มาสนใจหรือเปล่าว่า commuter train กับ metro มันต่างกันยังไง โดยเฉพาะกับโซนตัวเมืองชั้นในที่ SARL มันก็วิ่งอยู่ด้วยอย่างนี้ความแตกต่างทางทฤษฏีมันยิ่งมองแทบไม่เห็นเข้าไปใหญ่ในทางปฏิบัติจริงๆ เขาเห็นรถของ BTS มันมาทุกสามนาที ทุกห้านาที แต่ SARL ล่อไปซะ 15 นาที เขาก็ด่าอยู่แล้ว ..... คงไม่มีใครมาแคร์มาสนใจหรอกว่า 'อ้อ มันเป็น commuter train นะ ดังนั้นอนุญาติให้ไม่ต้องวิ่งถี่ๆได้' งั้นหรอ?

เรื่องที่คนบ่นว่าเก้าอี้เล็ก ไม่เหมาะกับการรับส่งผู้โดยสารสนามบินที่มีกระเป๋าใหญ่ๆอันนี้ ส่วนนึงก็จริงที่ผู้โดยสารดันมาขึ้น city line เอาเองทั้งที่มันก็มี express ที่เขาออกแบบมาดีๆ ที่นั่งกว้างๆ มีที่วางกระเป๋าอยู่แล้วดันไม่ไปใช้ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าตัว Express เองมันก็ไม่ได้โน้มน้าวให้คนมานั่งเท่าไหร่เลยด้วยเหมือนกัน สาเหตุหนึ่งคือมันไปไม่ถึงพญาไทที่จะต่อกับ BTS ได้ ไปลงแค่มักกะสันมันก็ไม่มีทางเชื่อมไป MRT อีกสาเหตนึงก็คือความถี่ Express ที่วิ่งทุกครึ่ง ชม. (ตอนผมไปนั่งนะ ไม่รู้จริงๆมันต้องทุก 20 นาทีหรือเปล่า) นี่ยิ่งแย่ใหญ่ ... มันจะเป็น express ไปได้ยังไงถ้ามันไปถึงสนามบินช้ากว่า city line แล้วใครจะยอมจ่ายแพงขึ้นอีกร้อยกว่ามาคอยมันทั้งที่เห็น city line วิ่งผ่านเราไปเอาๆ แล้วรถเรามันก็ยังไม่มาซะที?

เรื่องที่ผมอยากจะติจริงๆหลักๆก็มีเท่านี้แหละ

1 ความถีขบวนรถ ถ้าเป็นไปได้ควรจะวิ่งให้มันถี่มากขึ้นกว่านี้ ถ้ารถมันไม่พอก็ควรจะวางแผนซื้อรถเพิ่มได้จะดีมาก
2 สถานีมักกะสัน ควรจะเร่งทำทางเชื่อมอย่างด่วน แล้วช่วงนี้ที่มันยังไม่มีก็ไปติดไฟส่องสว่างเพิ่มให้ด้วย ให้คนเดินจาก CAT ออกไปถนนใหญ่แล้วต้องมาลุ้นว่าจะโดนจี้โดนปล้นไหมมันก็ไม่ใช่เรื่องเลย
3 CAT เขาออกแบบมาดีอยู่แล้ว มี ramp ให้่ขับรถขึ้นไปรับส่งผู้โดยสารได้ถึงชั้นขายตั๋วข้างหน้า มีทางเข้าออกอาคารหลากหลายทาง ทั้งทางเดินทั้งทางรถ ก็กรุณาเปิดๆใช้มันให้หมดด้วย ไม่ใช่นึกอยากจะปิดก็เอากรวยยางไปตั้งขวางไว้ คนขับรถมาก็งงกันหมดว่าตกลงทางเข้ามันอยู่ไหน เพราะไปทางไหนมันก็มาตั้งกั้นไว้หมด ดูร้างๆ ดูไม่มีคนดูแล แล้วมาเปิดแค่ทางเข้าที่จอดรถอยู่แค่ทางเดียวที่ต้องอ้อมไปข้างหลังก่อนรอบนึงถึงจะเข้าไปได้ ถ้ายามไม่พอดูแล ก็จ้างเพิ่มซะ มันทุเรศ เหมือนไม่เต็มใจจะเปิด
 

·
Registered
Joined
·
4,681 Posts
เท่าที่ดูเนี่ย น่าจับคนออกแบบมาประจาน ถ้ามีนอกมีในเดียวก็แฉกันยาวเองแหละ

เพราะเท่าที่ดู อย่างของมาเลย์เนี่ย ออกแบบมาเพื่อดึงดูดคนให้ใช้ Express มากที่สุด แต่ของไทยกลับไม่ใช่อย่างนั้น อย่างที่บอก Express มาทุกครึ่งชั่วโมง พลาดแล้วแบบว่าไป City Line ยังไวกว่า ตอนนี้ดูแล้วยังไม่มีอะไรดึงดูดคนให้มาใช้รถ Express เลย ให้มันวิ่งเปล่าๆเนี่ย เสียมูลค่าไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

ล้างบางองค์กรที่ดูแลด้วยก็จะดีมาก นี่เป็นตัวอย่างสะท้อนถึงองค์กรเลย

ถึงผมจะเข้าใจในระบบ แต่มันก็ออกแบบมาขัดๆใจๆมากๆ ไม่นับการดีไซน์สถานีที่อยากบอกว่า....ไม่เข้ากับบ้านเราเลยจริงๆ

แต่ยังไงสร้างมาแล้วก็ต้องแก้ไขกันไป
 

·
Registered
Joined
·
4,681 Posts
ถ้าจะจูงใจให้คนมาใช้ Express มายิ่งขึ้น เท่าที่คิดได้คือ

1. เปิดใช้ระบบเช็คอิน
2. สร้างทางเชื่อมกับ MRT ถ้าจะให้ดีคือสร้างทางใต้ดิน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ แล้วก็หวังว่าทางเชื่อมที่ออกมาคงจะดี ไม่ใช่เดินแบกกระเป๋าแล้วทุลักทุเลอยู่
3. หาร้านค้าเข้ามาเปิดบริการในสถานีมักกะสัน ถ้าให้ดีเอา duty free มาเปิด
4. จัดรถ shuttle bus ฟรีไปยังโรงแรมในย่านรัชดาภิเษก ย่านเพชรบุรี บลาๆ

และท้ายที่สุด (ยากมาก)

5. สร้างศูนย์มักกะสันให้เสร็จโดยไว
 

·
Registered
Joined
·
8,097 Posts
เห็นด้วยครับที่รถด่วนควรต้องเพิ่มให้ถี่มากขึ้น ไม่งั้นมันจะไม่มีข้อดีเลยเรื่องเวลา
ถ้าไปถึงสถานีแล้วพลาดไปหน่อยเดียว ขึ้นขบวนนี้ไม่ทัน มันก็จะกลายเป็นรถธรรมดาไปถึงสนามบินก่อน
แถมซื้อตั๋วเข้าไปแล้ว จะคืนตั๋วแล้วออกไปนั่งรถธรรมดาเหรอ ก็ยุ่งยากอยู่

อีกอย่างต้องไม่ลืมว่าคนกรุงเทพต้องการรถไฟฟ้าแบบเมโทรมากๆ
อะไรเสร็จก่อนเขาก็ใช้แบบเมโทรนั่นแหละ ถ้าสายสีแดงกับARLเสร็จพร้อมๆกัน ผมว่าปัญหาข้อบ่นข้อติจะหมดไปได้พอควร
แต่นี่ยังไม่มีวี่แววว่าสายสีแดงจะเสร็จเมื่อไร ต้องรอไปอีกอย่างน้อยเร็วสุดก็5ปี
ARLต้องถูกบ่นอยู่แล้ว สถานีห่างกัน4-5กิโล แถมรถก็วิ่ง15นาที/คัน ทางเข้าก็ไม่วางแผยเตรียมและประสานงานกันไว้ล่วงหน้า มีเวลาตั้งนานช่วงรอเปิดให้บริการ จะแก้ตัวว่าไม่ลองเปิดไม่รู้ก็คงไม่ได้เพราะคุณมีหน้าที่ที่จะต้องรู้และวางแผนทำงาน

หลายๆคนที่ผมรู้จัก เขาก็ไม่ขึ้นรถด่วนกันเพราะมันใช้เวลาต่างกันไม่มาก แถมไปมักกะสันไม่สะดวกอีก
ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเป็นแบบนี้
 

·
Registered
Joined
·
4,681 Posts
อีกอย่าง รถไฟฟ้า MRT เส้นทางมันไม่ผ่านอะไรที่สำคัญๆเท่า BTS
 

·
BoZR
BoZR
Joined
·
1,306 Posts
ถ้าจำไม่ผิดสาย Express ตอนนี้ก็วิ่งทุก 15 นาทีนะครับ
 

·
Registered
Joined
·
1,289 Posts
ผมว่าถ้าสายสีแดงสร้างเสร็จทั้ง 4 ทิศ แล้วคนใช้บริการเยอะจริง
โดยจากมหาชัย รังสิต ศาลายา มาถึงบางซื่อภายใน 25-30 นาที (หรือ 20 นาทีจากรังสิต) โดยรถด่วน
แล้วขยาย express ของ ARL ไปถึงบางซื่อ น่าจะทำให้ขายได้ครับ เพราะตรงบางซื่อจะรับคนจากทั้งเมืองเต็มๆ


แต่ ณ ปัจจุบัน การเปิด check in จะช่วยได้จริงรึเปล่า เพราะแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟไปเช็คที่สนามบินมันก็ไม่ได้ลำบากขนาดถึงกับที่จะต้องเช็คอินที่มักกะสัน เพื่อให้แบกกระเป๋าน้อยลง 20-25 นาที
อย่างนั่ง city line จากพญาไท ผมว่านั่งยาวไปอีกประมาณไม่เกิน 20 นาทีจากมักกะสัน ก็ถึงสนามบินแล้ว ผู้โดยสารส่วนนี้คงไม่ลงที่มักกะสันเพื่อให้ "พลาด" รถไฟที่จะไปถึงสนามบินในอีกไม่ช้า และที่สำคัญ ตัวผู้โดยสารเองกำลังนั่งอยู่บนนั้น เพียงเพราะเพื่อแลกกับการเปลี่ยนสถานที่เช็คอินเฉยๆ
 

·
Registered
Joined
·
4,681 Posts
การเปิดเชคอินอย่างน้อยช่วยคนที่จะเชคอินแล้วไปทำธุระแล้วไปขึ้นเครื่องได้

แต่สามสิบนาทีนี่รับไม่ค่อยไหวเท่าไหร่
 

·
Registered
Joined
·
1,202 Posts
ความจริง Cityline ควรจะมีความถี่ให้น้อยกว่า Expressline นะครับแล้วไปเน้นขบวนรถให้มันยาวขึ้นแทน
เพื่อที่จะได้เก็บผู้โดยสารให้หมดเพราะกลุ่มเป้าหมายที่จะมาใชบริการ Cityline ก็คือคนที่ทำงานหรือนักเรียน
ซึ่งจะต้องเดินทางเป็นเวลาอยู่แล้วเขาก็ควรที่จะรู้เวลาว่ารถไฟที่จะต้องขึ้นจะออกเมื่อไหร่
แต่เป้าหมายของ Expressline คือผู้โดยสารจากสนามบินที่เข้ามาตลอดทั้งวันซึ่งดูยังไงก็ควรจะเป็นสายที่วิ่งถี่กว่า
จะได้ดูสมเหตุสมผลกับค่าตั๋วที่จ่ายไป ให้ตั๋วแพงวิ่งถี่ ตั๋วถูกวิ่งเป็นเวลาน่าจะเหมาะสมกว่า
 

·
Registered
Joined
·
4,681 Posts
ง่ายสุด: ขาออกจากสุวรรรณภูมิไม่ให้ขึ้น City Line ซะเลย :p
ผมว่าทำแบบมาเลย์ดีกว่า ใครไปลงสุวรรณภูมิ ไม่ว่าใช้สายไหน ถ้าขึ้นมาก่อนสถานีมักกะสันเก็บราคาเท่ากันหมด หรือในทางกลับกัน ขึ้นจากสุวรรณภูมิ ไปสถานีไหนที่ไกลกว่ามักกะสันก็เก็บเท่ากันหมด :lol:


ในใจผมนะ สร้างสายสีแดง (ด้านตะวันออก) เข้าสุวรรณภูมิก็หมดเรื่องแหละ ไม่เห็นต้องสร้างมาหลายๆสายในเส้นทางเดียวกันให้มันซ้ำซ้อนกันเลย
 

·
Registered
Joined
·
1,074 Posts
นายสุพจน์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้ง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เพื่อบริหารโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้ โดยสารในเมือง(แอร์พอร์ต ลิ้งค์) ว่า จะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ ส่วนการขอเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 500 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนยังรอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติอยู่ คาดว่าจะอนุมัติทันในปีนี้เช่นกัน

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553 21:56:37 น.

http://www.ryt9.com/s/nnd/1032254/
 

·
Registered
Joined
·
4,367 Posts
ความจริง Cityline ควรจะมีความถี่ให้น้อยกว่า Expressline นะครับแล้วไปเน้นขบวนรถให้มันยาวขึ้นแทน
เพื่อที่จะได้เก็บผู้โดยสารให้หมดเพราะกลุ่มเป้าหมายที่จะมาใชบริการ Cityline ก็คือคนที่ทำงานหรือนักเรียน
ซึ่งจะต้องเดินทางเป็นเวลาอยู่แล้วเขาก็ควรที่จะรู้เวลาว่ารถไฟที่จะต้องขึ้นจะออกเมื่อไหร่
แต่เป้าหมายของ Expressline คือผู้โดยสารจากสนามบินที่เข้ามาตลอดทั้งวันซึ่งดูยังไงก็ควรจะเป็นสายที่วิ่งถี่กว่า
จะได้ดูสมเหตุสมผลกับค่าตั๋วที่จ่ายไป ให้ตั๋วแพงวิ่งถี่ ตั๋วถูกวิ่งเป็นเวลาน่าจะเหมาะสมกว่า
นี่ก็ห่างแล้วนะครับ ยังมีคนบ่นเลย ขืนห่างกว่านี้แย่แน่

แต่เร็ว ๆ นี้ รฟท. คงต้องเพิ่มความยาวขบวนแน่นอน เพราะเมืองฝั่งตะวันออกขยายตัวเร็วมาก 2-3 ปีข้างหน้านี้อาจจะแน่นขั้นสุด

express จะให้คนใช้ก็ต้องมี
เอารถเมล์เข้า
เอาแทกซี่เข้า เอา shuttle bus เข้า (เช่น ทำสายพิเศษ ปรับอากาศ สยาม-ราชประสงค์-นานา-อโศก-เพชรบุรี-ประตูน้ำ มีที่วางเกระเป่๋า เก็บ 20 บาท)
check in ได้

และที่สำคัญ ทางเชื่อมต่อ MRT และทำให้ MRT มีช่องสำหรับกระเป๋าเข้าแล้วใช้เครื่อง scan แบบสนามบิน ไม่ใช่ไปเปิดกระเป๋าชาวบ้าน
 

·
The Train Photo Spotter
Joined
·
8,723 Posts
การเปิดเชคอินอย่างน้อยช่วยคนที่จะเชคอินแล้วไปทำธุระแล้วไปขึ้นเครื่องได้

แต่สามสิบนาทีนี่รับไม่ค่อยไหวเท่าไหร่
15 นาทีครับ ไปเอามาจากไหนว่า 30 ?

ที่จริง City Line น่าจะวิ่งซัก 5 นาที/ขบวน/6 คัน โดยปลายทางเป็นหัวตะเข้ ใครลงเครื่องบินแล้วจะขึ้น City Line ให้นั่ง Shuttle Bus ไปขึ้นที่หัวตะเข้เอง ส่วน Express Line 15 นาที/ขบวน/4 คัน แบบนี้ก็น่าจะ OK แล้ว
 
1 - 20 of 4363 Posts
Top