Skyscraper City Forum banner
1 - 15 of 15 Posts

·
Premium Member
Joined
·
38,009 Posts
What do you mean,. Is there any plan of something new rising there?
 

·
Premium Member
Joined
·
38,009 Posts
Any more details?
 

·
Registered
Joined
·
14,503 Posts
Discussion Starter · #7 ·
เดินสำรวจทำเล "สีลม ซอย 9" ปรากฏการณ์ตึกสูงล้อมสุสาน
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แทบไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ย่านศูนย์กลางธุรกิจบริเวณ "สีลม ซอย 9" ซึ่งราคาที่ดินแพงติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ประเมินกันว่าหากเกิดการซื้อขายน่าจะไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 1 ล้านบาท แต่สภาพปัจจุบันยังคงมี "สุสาน" หลายแห่งตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงมากมาย ทั้งออฟฟิศ คอนโดมิเนียม โรงแรม เสมือน "ที่ดินไข่แดง" ที่ถูกโอบล้อมด้วยอาคารสูงเสียดฟ้า

ภาพอดีต เมื่อนานมาแล้ว ที่ตั้งสุสานมักจะเป็นทำเลไกลโพ้น แต่ในยุคปัจจุบันความเจริญเข้ามาแทนที่ บวกกับราคาที่ดินนับวันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์ที่น่าติดตามคือการใช้ประโยชน์ที่ดินสุสานบางแห่งเริ่มกลายสภาพ เป็น "ที่ดินให้เช่า" และ "คอนโดฯ" กลางเมือง

สีลม ซอย 9 ดงสุสานเก่า

"ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจบริเวณสีลม ซอย 9 ทั้งพื้นที่ภายในซอยและถนนใหญ่ (ถ.สีลม) พบว่ามีสุสานอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นสุสานชาวจีน

โฟกัส จุดแรก เริ่มต้นบริเวณปากทางสีลม ซอย 9 เดิมเป็นสุสานคริสต์มาก่อน น่าแปลกใจว่าปัจจุบันกลายสภาพเป็นที่ตั้ง "แพลนท์คอนกรีตผสมเสร็จ" ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำ "บุยส์-ไทย"

หรือ "บวิค-ไทย" เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการ "มหานคร คอนโด" ทำเลติดบีทีเอสช่องนนทรี ว่าที่ตึกสูงที่สุดแห่งใหม่ในเมืองไทย (ณ ความสูง 314 เมตร) ของ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น

เมื่อสอบถาม "สมชัย ตีรพัฒนพันธุ์" เจ้าหน้าที่ดูแลสุสาน "ฮกเกี้ยนสีลม" ที่ตั้งอยู่เยื้องกับแพลนท์คอนกรีตฯของบริษัท บุยส์-ไทย ได้ข้อมูลว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้าง (บุยส์-ไทย) เข้ามาเช่าที่ดินฝั่งตรงข้าม เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ เมื่อ 3-4 เดือนก่อน สนนราคาจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท เพราะที่ดินแถบนี้แพงมาก ถ้าซื้อขาย ก็น่าจะตารางวาละ 1 ล้านบาท

ดังนั้น อนาคตถ้าหมดสัญญาเช่า ก็เป็นไปได้ที่จะถูกนายทุนซื้อหรือเช่าไปสร้างคอนโดฯ ยกตัวอย่างที่ดินก่อสร้างโครงการมหานคร เดิมก็เป็นสุสานคริสต์มาก่อน ต่อมาขอเช่าพัฒนาโครงการระยะยาว 99 ปีเต็ม สร้างปรากฏการณ์สุสานกลายสภาพเป็นตึกสูงสอดคล้องกับโครงการมหานครของ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ฯ ซึ่งเช่าที่ดินจากเจ้าของกรรมสิทธิ์คือ...มิสซังโรมันคาทอลิก ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารถึงชั้นที่ 10-20 จากทั้งหมด 77 ชั้น

ส่วนที่ดินสุสานฮกเกี้ยนสีลม เป็นของสมาคมฮกเกี้ยน เกิดจากการรวมตัวของลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีน สภาพที่ดิน
ปัจจุบัน ที่ดินครึ่งหนึ่งเป็นหลุมศพ มีประมาณ 100 หลุม อีกครึ่งหนึ่งเป็นที่จอดรถให้เช่าแบบรายวัน-รายเดือน มีรายได้เดือนละ 4-5 หมื่นบาท

"ถ้าจะซื้อที่ดินผืนนี้ คิดว่ายาก เพราะยังมีศพฝังอยู่ 100 หลุม จนกว่าลูกหลานจะย้ายกระดูกบรรพบุรุษออกไปทั้งหมด สมาคมฮกเกี้ยนจึงมีสิทธิ์ขายที่ดินได้" คำกล่าวจากผู้ดูแลสุสานฮกเกี้ยนสีลม

"จีนบ่าบ๋า" แปลงใหญ่ 5 ไร่

เส้นทางสำรวจจากบริเวณปากทางสีลม ซอย 9 มุ่งหน้าไปตามถนนสีลม ถึงบริเวณสามแยกเดโช พบว่ามีป่าช้าจีน "สุสานจีนบ่าบ๋า" ตั้งอยู่ตรงกับสามแยก ซึ่งเป็นทาง 3 แพร่ง ด้านหน้ามีป้ายแจ้งให้บริการที่จอดรถ สภาพภายในสุสานมีหลุมศพชาวจีนกว่า 200 หลุม มีรถเข้า-ออกต่อเนื่อง

เมื่อสำรวจภายในสุสาน พบประกาศแจ้งเรื่องป่าช้าจีนบ่าบ๋า โดยสรุปคือที่ดินผืนนี้มีเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เจ้าของที่ดินเริ่มแรกเป็นคนเชื้อสายจีน ชื่อ "โล ไกจวย" ตั้งแต่ปี 2459 และก่อตั้งเป็นรูปแบบ "ทรัสตีป่าช้าจีนบ่าบ๋า" หรือผู้ดูแลที่ดินผืนนี้ โดยระบุวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ฝังศพชาวจีน

จาก นั้นสิทธิ์การดูแลสุสานได้ตกทอดสู่ "สมใจ กาญจนรักษ์" และ "รักษ์ บ่าบ๋า" เป็นผู้สืบทอดสิทธิ์ในปัจจุบันตามลำดับ เมื่อสอบถามผู้ดูแลสถานที่ ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในบ้านด้านหน้าสุสาน ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ แต่ มีข้อสังเกตกว่า การจัดตั้งทรัสตีป่าช้าจีนบ่าบ๋า ตามกฎหมายจัดตั้งมีอายุได้ 99 ปี จะสิ้นสุดลงในปี 2558 เมื่อถึงตอนนั้นจะมีพิธีล้างป่าช้าครั้งใหญ่ เผาศพที่มีญาติและไม่มีญาติ คล้าย ๆ พิธีล้างป่าช้าวัดดอนในสมัยก่อน

เมื่อถึงตอนนั้น ที่ดินเนื้อที่กว่า 5 ไร่ จะกลายเป็นที่ว่างเปล่า ที่มีมูลค่ายิ่งกว่าทองคำ และมีโอกาสจะถูกขายต่อ เพื่อพัฒนาเป็นตึกสูงในอนาคต
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1390312851
 

·
Registered
Joined
·
14,503 Posts
Discussion Starter · #8 ·
Plot ระหว่างซอย 9 ถึง 11 ยืนยันว่าภายในปีหน้าจะมีการปรับเป็นที่ดินเปล่าแล้วนำมาพัฒนาใหม่ :)

ฮวงจุ้ยของสุสานจีนที่ถนนสีลม

ย่านธุรกิจสีลมทุกวันนี้แออัดไปด้วยอาคารใหญ่น้อยทั้งเก่าและใหม่เต็มไปหมดรวมถึงออฟฟิศคอนโดฯที่กำลังผุดขึ้นอีกมากมาย เรียกได้ว่าไม่มีที่ว่างให้อาคารใหม่ๆได้เกิด หากไม่ทุบทิ้งอาคารเก่าๆเสียก่อน

แต่ถึงกระนั้น ที่ดินผืนงามริมถนนสีลมก็ยังเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง เป็นที่ดินผืนซึ่งสงบเงียบและวังเวงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งดำรงคงอยู่อย่างต่อเนื่อง นับย้อนไปได้ถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประมาณปี 2480

แต่เดิมบริเวณสีลมเป็นที่อยู่อาศัยของกรรมกรจีนหรือที่เรียกกันว่าจับกัง ทำงานขนสินค้าตามท่าเรือย่านบางรัก ดังนั้น สีลมจึงเป็นถิ่นชานเมืองที่ค่อนข้างแย่ กล่าวในปัจจุบันก็อาจเรียกเป็นถิ่นเสื่อมโทรมได้ขณะที่บางรักเองเป็นชุมชนการค้าของพ่อค้าจีน มีโรงสีข้าวโรงเลื่อย ส่วนสาธรนั้นก็เป็นชุมชนฝรั่ง

นอกจากนี้ถนนสีลมเคยเป็นคลอง ก่อนที่จะกลายเป็นถนนเช่นในปัจจุบัน ส่วนถนนเดโชที่เชื่อมระหว่างสีลมกับสุรวงศ์นั้นมีมานานก่อนหน้าแล้ว

พรชัย ตระกูลวรานนท์อาจารย์สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยา-มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิ-โหราศาสตร์จีนกล่าวกับ “ผู้จัดการ” ว่า “การมีสุสานตั้งอยู่ที่สีลมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยก่อนและตรงบริเวณแยกเดโชที่มาตัดกับสีลมเป็นทางสามแพร่และยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลายแห่งนั้นก็เพราะในคติจีน ทางสามแพร่งจะใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆคงยาก นอกจากว่าจะใช้เป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นที่ทำการรัฐบาลหรือสุสานเท่านั้น”

พรชัยสันนิษฐานว่า “ศพที่ฝังอยู่ในสุสานจีนบริเวณสีลมเหล่านี้คาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลจีนที่เป็นใหญ่เป็นโตในปัจจุบันเว้นเสียแต่ว่าลูกหลานจะไปได้ดิบได้ดีในภายหลังเพราะสมัยก่อนนั้นไม่มีคนจีนตระกูลไหนคิดจะฝังศพญาติพี่น้องไว้ในประเทศไทย เนื่องจากคนจีนที่อพยพเข้ามาทำมาหากินในไทยไม่ได้คิดที่จะตั้งรกรากที่นี่ โดยทั่วไปคิดแต่เพียงทำงานหนักเพื่อสะสมเงินส่งกลับบ้านที่เมืองจีนเท่านั้น คนจีนที่จะฝังศพไว้ในไทยจึงเป็นพวกที่ขัดสนแร้นแค้นจริงๆก็เป็นพวกจับกังนั่นเอง จนมาสมัยที่จีนคอมมิวนิสต์ขึ้นปกครองบ้านเมือง ความคิดจึงเปลี่ยนไป”

สุสานจีนที่ถนนสีลมมี 3 แห่งคือสุสานจีนฮกเกี้ยนบาบา สุสานจีนแคะ และสุสานจีนกว่างเจ้าหรือกวางตุ้ง โดยแต่ละแห่งมีที่ดินประมาณ 2-4 ไร่

ขนบธรรมเนียมของจีนจะไม่มีการเผาศพแต่จะใช้การฝังศพซึ่งสำหรับผู้ที่มีฐานะจะมีการฝังศพ 2 ครั้ง พรชัยอธิบายกับ “ผู้จัดการ” ว่า “การฝังครั้งแรกเพื่อทำลายอาถรรพ์ของความชั่วร้าย ฝังให้ผีเลวกลายเป็นผีดีคือเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ เมื่อครบ 3 ปีแล้วจะมีการขุดกระดูกออกมาเพื่อทำการเสี่ยงทายลักษณะกระดูกโดยผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำไปฝังครั้งที่สองที่บ้านเกิดหากฝังบรรพบุรุษไว้ในที่ดีลูกหลานก็จะทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง”

สถานที่ที่ดีสำหรับการตั้งสุสานฝังบรรพบุรุษมีหลักเกณฑ์มากมาย เช่นต้องอยู่บนที่สูงดินไม่แห้งหรือเหนียวจนเกินไปมีการระบายน้ำดี อากาศถ่ายเท ลมโกรก ไม่มีพายุ หากเป็นที่ราบเนินเขาและหันไปทางทิศใต้จะดีมาก ซึ่งที่ที่เหมาะสมในเมืองไทยคือสระบุรี ชลบุรีและภูเก็ต

จะเห็นได้ว่าลักษณะภูมิศาสตร์ที่ดีเหล่านี้ไม่ใช่บริเวณสุสานที่ถนนสีลมในปัจจุบันแน่นอนและจากการสอบทานจากผู้รู้หลายท่านให้ความเห็นตรงกันว่าสุสานจีนตรงถนนสีลมเป็นสุสานคนยากคนจนโดยแท้

สุสานเหล่านี้เป็นสมบัติของสมาคมหรือมูลนิธิจีนกลุ่มต่างๆซึ่งทำงานเพื่อการกุศลเพื่อสวัสดิการแก่ชุมชนโดยผู้มีฐานะได้บริจาคที่ดินเพื่อให้ฝังศพคนยากจนซึ่งไม่มีปัจจัยจะนำศพบรรพบุรุษกลับไปฝังที่เมืองจีนได้

อย่างไรก็ดีสุสานจีนเหล่านี้ได้กลายเป็นสุสานปิดมาเป็นเวลาช้านาน ไม่มีศพใหม่ๆเข้ามาฝังอีกนับได้ 20-30 ปีแล้ว ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คนจีนในไทยเริ่มนิยมฝังศพบรรพบุรุษแถบชลบุรี สระบุรีกันแล้ว

ทั้งนี้การขนศพไปฝังในจีนเป็นการยุ่งยากมาก แม้จะเคยมีบริษัทในซัวเถารับจัดการขนศพบรรพบุรุษไปฝังในจีนก็ตามแต่ปรากฏว่าเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในจีนและมีการปิดประเทศในเวลาต่อมานั้น ทำให้การขนส่งศพลำบากมาก ต่อมามีบริษัทในฮ่องกงรับจัดการขนศพในลักษณ์เดียวกัน แต่ก็ปรากฎว่าไม่สามารถทำได้อย่างสะดวก และมีศพซึ่งในเวลาต่อมาได้ทำการเผาเหลือแต่กระดูกตกค้างอยู่ที่ฮ่องกงเป็นจำนวนนับพันๆราย ที่ยังไม่สามารถนำกลับไปฝังที่เมืองจีนได้

พรชัยเล่าว่า “ในบรรดากระดูกนับพันๆรายที่ฮ่องกงนั้น มีอัฐิที่ส่งไปจากเมืองไทยเพื่อไปฝังที่เมืองจีนเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว เพราะการส่งศพกลับไปฝังยังแผ่นดินเกิดนี้เป็นประเพณีที่คนจีนทุกกลุ่มปฏิบัติเหมือนกันหมด”

สำหรับสุสานปิดที่สีลมได้โดยประเพณีมีว่าหากเวลาผ่านไปเรื่อยๆไม่มีลูกหลานมาไหว้ ก็จะมีการล้างป่าช้า แล้วทำสุสานเปิดใหม่

อย่างไรก็ดีคาดว่าคงจะไม่มีการล้างป่าช้าเหล่านี้มาทำเป็นสุสานเปิดใหม่เพราะสีลมปัจจุบันแตกต่างไปจากสมัย 50-70 ปีก่อนยิ่งเสียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือพลิกกลับสามตลบ

ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงสมาคมจีนกล่าวว่าหากนับรวมๆกันแล้วที่ดินบริเวณที่เป็นสุสานทั้งจีนและฝรั่งคิดรวมเป็นหลายสิบไร่ บริเวณที่กำลังสร้างออฟฟิศคอนโดฯและคอนโดฯในซอยศึกษาวิทยาปัจจุบันก็เป็นที่ดินสุสานมาก่อน แต่ได้มีการล้างป่าช้าไปแล้วมาปลูกคอนโดฯขึ้นแทน

อย่างตรงทาวเวอร์ อินน์ ที่สร้างเยื้องๆกับทางสามแพร่งถนนเดโชเล็กน้อยนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิ-โหราศาสตร์ให้ความเห็นว่าเคยเป็นที่ตั้งสุสานมาก่อนและเป็นทำเลที่ไม่ดีและจึงไม่น่าแปลกใจว่าการทำมาค้าขายบริเวณนี้ไม่ค่อยจะรุ่งเรืองสักเท่าใด

พรชัยซึ่งมีความรู้เรื่องทำเลที่ตั้งในวิชาตี่ลี่กล่าวกับ “ผู้จัดการ” ว่า “หากจะสร้างอาคารทำมาค้าขายตรงบริเวณสามแพร่งจริงๆ อาจทำได้โดยทำวงเวียนตรงสุดทางสามแพร่นั้นเพื่อเบนมหันตภัยออกไปซึ่งก็จะต้องทำวงเวียนที่ใหญ่พอที่จะคุ้มภัยให้ตัวอาคารที่จะสร้างขึ้นด้านในได้”

ผู้ดูแลสุสานจีนรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “บริเวณที่ทำคอนโดฯอยู่ในเวลานี้ก็ล้วนเป็นที่สุสานมาก่อนเหมือนกันมีสุสานบางแห่งที่คณะกรรมการสมาคมฯได้ตัดสินใจแล้วว่าจะรื้อล้าง แล้วเอาที่ดินมาทำสาธารณประโยชน์โดยจะสร้างเป็นโรงเรียนหรือโรงพยาบาลแต่บางแห่งก็ยังไม่มีแผนการอะไร”

ทั้งนี้สุสานฝรั่งใกล้ๆกันก็มีแผนการจะเคลื่อนย้ายศพออกไปฝังในต่างจังหวัดเพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาทำประโยชน์เพื่อการกุศลด้วยเช่นกัน

เป็นที่สงสัยว่า หากมีการล้างสุสานจีนเหล่านี้ออกไปแล้วนำที่ดินมาพัฒนาทำธุรกิจ ซึ่งเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการใช้ที่ดินเหล่านี้เพื่อสาธารณกุศลแล้ว กิจการนั้นๆจะมีความรุ่งเรืองสักแค่ไหน !!

แม้นว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่จะไม่สนใจเรื่องศาสตร์แห่งทำเลที่ตั้ง แต่เป็นไปได้ว่าเมื่อลงทุนลงแรงไประยะหนึ่งแล้วไม่ประสบความสำเร็จพวกเขาอาจจะหวนกลับมานึกถึงศาสตร์ว่าด้วยทำเลที่ตั้งและย้อนทวนความเป็นมาของที่ดินผืนงามซึ่งสงบเงียบแห่งนี้ก็เป็นได้ !!!
http://info.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=37344
 

·
Registered
Joined
·
2,362 Posts
อย่างน้อยขอให้ย้ายสุสานออกไปก็ดีแล้ว มันเป็นมลภาวะทางสายตามากเวลามองจากบน Bts โดยเฉพาะตรงข้างมหานคร
 
1 - 15 of 15 Posts
Top