SkyscraperCity banner

1 - 20 of 57 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #3 (Edited)


ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าไปดูแล โดยมีกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ช่วยจัดการบริหารเรื่องเส้นทางที่อำนวยความสะดวกต่อการขนส่งสินค้า ขณะเดียวกัน ทางกรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะดูแลเรื่องการจัดสรรปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือ โดยสนข.จะต้องรวบรวมข้อมูล รวมทั้งข้อสังเกตทั้งหมดรายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบ

สำหรับแนวเส้นทางในการพัฒนาระบบรางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทย(ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่2) ท่าเรือฝั่งอันดามัน(ท่าเรือน้ำลึกปากบารา) โดยจากผลการศึกษาเปรียบเทียบเชิงลึกแนวรถไฟทั้งหมดรวม5 แนวทาง ซึ่งที่ปรึกษาได้เสนอให้มีการพัฒนาแนวเส้นทางรถไฟ2A(ท่าเรือน้ำลึกปากบารา-อ.ละงู-อ.ควนกาหลง-อ.รัตภูมิ-อ.หาดใหญ่-อ.นาหม่อม-อ.จะนะ-ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2) ระยะทาง142กม. ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างทางยกระดับในทะเล4.50กม. บนบก29กม.และโครงสร้างดินถม109กม. เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางรถไฟของรฟท.เส้นทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์และเส้นทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก บริเวณด้านทิศใต้ของชุมทางหาดใหญ่ พร้อมกับกำหนดระบบบริการพื้นฐานต่างๆเพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจะนำข้อมูลมาพิจารณาให้สอดคล้องกับกับโครงการพัฒนารถไฟความ เร็งสูง และการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการจัดการระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งแผนแม่บทของระบบรางและรถไฟความเร็วสูงได้กำหนดรายละเอียดแผนการเชื่อมโยงการขนส่งทางรางระหว่างจังหวัดและภูมิภาคในแนวเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตก เพื่อรองรับความต้องการด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า รวมถึงการพัฒนาทางรถไฟสายใหม่ เส้นทางสงขลา-ปากบารา

หากมีการวิเคราะห์ลงทุนในระยะเวลา30ปี การวิเคราะห์ทางการเงิน(FIRR)พบว่าการพัฒนาเส้นทางรถไฟโลจิสติกส์จะให้ผลตอบแทนทางการเงินต่ำเช่นเดียวกับโครงการลงทุนที่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางทั่วไป ในขณะที่จะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ(EIRR)สูง 17% และB/C Ratio ที่อัตราคิดลด12% เท่ากับ1.47% ซึ่งการพัฒนาเส้นทางรถไฟโลจิสติกส์ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ดีต่อประเทศในภาพรวมดีมาก

http://www.manager.co.th/mgrweekly/viewnews.aspx?NewsID=9540000077115
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #4
เปิด4เส้นทาง 'รถไฟแลนด์บริดจ์' คนสงขลา - สตูลห่วงผลกระทบสารพัด

18 ธันวาคม 2552

สนข.เสนอ 4 ทางเลือกแนวก่อสร้างทางรถไฟ เชื่อมท่าเรือน้ำลึกปากบารากับท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ใช้เวลา ศึกษา 12 เดือน ชี้ทางรถไฟไม่เกิดถ้าท่าเรือสร้างไม่ได้ ยันถึงท่าเรือสงขลา 2 ไม่เกิด ปากบาราเกิดแน่ แปลงสภาพเป็นสะพานเศรษฐกิจแนวเหนือ - ใต้

ระหว่างวันที่ 17 - 18 ธันวาคม 2552 สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดการประชุมปฐมนิเทศการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันที่จังหวัดสตูลและสงขลา โดยการประชุมที่จังหวัดสตูลจัดขึ้นที่โรงแรมสินเกียรติธานี อำเภอเมือง มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ส่วนการประชุมที่สงขลา จัดขึ้นที่โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ อำเภอหาดใหญ่

ในการประชุมทั้ง 2 วัน นายสายันต์ อิ่มสมสมบูรณ์ ผู้จัดการโครงการพร้อมคณะได้นำเสนอที่มาของโครงการและทางเลือกการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ทั้งหมด 4 เส้นทาง มีความยาวตั้งแต่ 140 - 160 กิโลเมตร โดยจะมีจุดพักสินค้า หรือ ICD ด้วย โดยใช้เวลาศึกษา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2552 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2553 สำหรับทั้ง 4 แนวทางเลือกเส้นทางรถไฟดังกล่าว ประกอบด้วย (ดูแผนที่ประกอบ)

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 : ปากบารา - รัตภูมิ - ควนเนียง - จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 107.4 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ระยะทาง 53.2 กิโลเมตร ระยะทางรวม 160.6 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 : ปากบารา - รัตภูมิ - หาดใหญ่ - จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 112.6 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ระยะทาง 26.5 กิโลเมตร ระยะทางรวม 139.1 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 : ปากบารา - ควนกาหลง - คลองหอยโข่ง - บ้านพรุ - จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมด ระยะทาง 133.3 กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 : ปากบารา - ควนกาหลง - สะเดา - จะนะ เป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมดเช่นกัน ระยะทาง 131.9กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

นายธนากร ไชยธีระภิญโญ รองผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า สำหรับทางรถไฟเส้นนี้ จะก่อสร้างทางเดี่ยวก่อน แล้วเพิ่มทางคู่ภายหลัง การตัดทางรถไฟสายใหม่จะมีเขตทาง 40 เมตร ในเขตชุมชนจะมีเขตทาง 70 เมตร เพื่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ส่วนการก่อสร้างในเขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะมีเขตทางสำหรับทางรถไฟในโครงการ 40 เมตร นับจากแนวรางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนการศึกษารูปแบบการลงทุน มี 4 ทางเลือก คือให้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด กับให้เอกชนลงทุนบางส่วน

นายกนก เข็มนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า จะศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) สำหรับเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว โดยจะลงไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 42 ตำบล ใน 2 จังหวัดตามแนวทางเลือกทั้ง 4 เส้นทางเลือกดังกล่าว โดยจะเริ่มในเดือนมกราคม 2553

นายกีรติ กิจมานะวัฒนา ผู้เชียวชาญด้านโลจิสติกส์ ผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า องค์ประกอบหลักของโครงการนี้คือ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ท่าเรือน้ำลึกและทางรถไฟขนส่งสินค้า ประกอบกันเป็นสะพานเศรษฐกิจ หรือแลนด์บริดจ์สงขลา - สตูล คาดว่าสะพานเศรษฐกิจจะได้ส่วนแบ่งการขนส่งสินค้า จากเส้นทางเดินเรือช่องแคบมะละกาปีละ 1 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ จากทั้งหมดปีละ 35 ล้านตู้

นายเฉลิม ทองพรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ กล่าวว่า การศึกษาผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโครงการยังไม่ชัดเจน ไม่มีการนำเสนอแผนพัฒนาขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ยังเกรงผลกระทบด้านสังคม ทำให้ชุมชนถูกแบ่งออกจากกัน เพราะการเดินทางติดต่อกันลำบาก ส่วนการเวนคืนที่ดิน มักให้ค่าเวนคืนตามราคาตลาด โดยเจ้าของที่ดินไม่เต็มใจให้เวนคืน การสร้างทางรถไฟไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะก่อสร้างเพื่อใช้ขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึก ดังนั้นต้องศึกษาให้ละเอียดไม่ให้มีปัญหาอย่างโรงแยกก๊าซไทย - มาเลเซีย หรือโรงไฟฟ้าจะนะ กลุ่มผู้คัดค้านโครงการต้องการเข้าร่วมเวทีนี้ด้วย แต่ไม่มีใครรู้

นายสมบัติ พัฒนยิ่งเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงเพชรอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ต้องการให้โครงการนี้เกิด แต่เกรงว่าการสร้างทางรถไฟผ่านชุมชนในอำเภอรัตภูมิ ตามแนวทางเลือกที่ 1 และ 2 จะทำให้ให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ

นายเรวัตร จันทรา จากสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา กรมป่าไม้ กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 เป็นแนวถนนเดิมที่กรมทางหลวงต้องการสร้าง โดยตัดผ่านป่าอนุรักษ์ แต่กรมป่าไม้ไม่อนุญาต การตัดทางรถไฟแนวนี้ จะส่งผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ

นายสมพร สิริโปรานานนท์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 น่าจะดีที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้แนวเส้นทางบัตเตอร์เวิร์ธ - ประกอบ - จะนะ ขณะเดียวกันการขุดอุโมงค์ในแนวเส้นทางนี้ อาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคง แนวทางเลือกที่ 2 น่าจะเหมาะสม เพราะผ่านนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ แต่ถ้า ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หมดไป แนวทางเลือกที่ 4 จะดีที่สุด

นายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการ สนข. กล่าวปิดการประชุมว่า คิดว่าการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะเกิดก่อนท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 หากท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ไม่เกิด สะพานเศรษฐกิจจะเปลี่ยนจากการเชื่อมชายฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย เป็นสะพานเศรษฐกิจแนวเหนือใต้ ขนส่งสินค้าจากภาคกลางและภาคเหนือลงมาผ่านท่าเรือน้ำลึกปากบาราแทน สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

สำหรับเวทีที่จังหวัดสตูล ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทางรถไฟและท่าเรือน้ำลึกปากบารา แต่ต้องการให้เป็นรถไฟโดยสารด้วย โดยให้มีการก่อสร้างสถานีตามชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงผลกระทบต่อชาวประมง จากการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #5
สนข.เลือกเส้น2Aสร้างรถไฟแลนด์บริดจ์ครึ่งทางรอเชื่อมท่าเรือสงขลา2

2010-03-07 15:44:37


ทางรถไฟแลนด์บริดจ์ – แนวเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ทางฝั่งอ่าวไทยและท่าเรือน้ำลึกปากบาราทางฝั่งอันดามันที่คณะที่ปรึกษาระบุว่ามีความเหมาะสมมากที่สุด

รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคมแจ้งว่า คณะที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ประกอบด้วยบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนบ จำกัด บริษัท โชติจินดา มูเชล ตอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท พีทีแอล คอนซัลแทนส์ จำกัด ได้เลือกแนวทางเลือกที่ 2A เพื่อเป็นแนวเส้นทางในการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างท่าเรือน้ำลึกปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล กับท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จากทั้งหมด 5 แนวทางเลือก

โดยแนวทางเลือกที่ 2A เป็นเขตแนวทางใหม่ตลอดทั้งสาย ซึ่งจะตัดผ่านเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ บริเวณตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และตัดผ่านเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่ – สุไหงโกลก บริเวณตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปยังท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 รวมระยะทาง 142 กิโลเมตร

ทั้งนี้จากการพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคมและด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า แนวทางเลือก 2A เป็นแนวทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีความเหมาะสมในหลายปัจจัย เช่น ลักษณะรูปแบบของแนวเส้นทาง การก่อสร้าง ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ การขนส่ง การเดินรถและระยะเวลา คุณภาพการให้บริการ ค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนที่ดิน การพัฒนาพื้นที่ย่านชุมชน และเป็นแนวทางเลือกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สำหรับแนวเส้นทางเลือกที่ 2A ประกอบด้วย แนวเขตทางกว้าง 40 เมตร มีสถานีรับ – ส่งผู้โดยสาร 2 แห่ง คือ สถานีละงู และสถานีควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล โดยแนวเขตทางบริเวณย่านสถานีจะมีความกว้าง 80 เมตร ในเบื้องต้นกำหนดให้มีศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) 2 แห่งคือ ศูนย์ซ่อมบำรุงควนกาหลง และศูนย์ซ่อมบำรุงบ้านคลองทิง อำเภอจะนะ และสถานีบรรจุและแยกสินค้า (Inland Container Depot, ICD) 1 แห่ง บริเวณบ้านนายสี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะทำการพิจารณาความเหมาะสมในขั้นต่อไป

โดยจะแบ่งระยะการดำเนินการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจ (Landbridge) ออกเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราและระบบรถไฟเพื่อการส่งอออกและนำเข้า ซึ่งเป็นรถไฟรางเดี่ยวแบบ Meter Gauge เชื่อกับโครงข่ายเส้นทางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยบริเวณตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่

ระยะที่ 2 ขยายทางรถไฟจากระยะที่ 1 ไปเชื่อมต่อกับท่าเรือสงขลา 2 ระยะที่ 3 ขยายขีดความสมารถของระยะที่ 1 โดยก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นรถไฟทางคู่ระบบ Meter Gauge ตลอดแนว และระยะที่ 4 อาจจะมีการก่อสร้างแบบ Meter Gauge หรือ Standard เป็นเส้นทางอิสระ โดยไม่เชื่อมโยงกับโครงข่ายเส้นทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ในการเป็นสะพานเศรษฐกิจ

สำหรับโครงการศึกษาความเหมาะสมดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2552 เป็นต้นมา โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2553 โดยก่อนหน้านี้มีการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เพื่อเสนอผลการศึกษาแนวทางเลือก การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันไปแล้ว เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการพัฒนาโครงการ ทั้งหมด 6 กลุ่มย่อยประกอบด้วย ระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2553 กลุ่มที่ 1 และ 2 ที่อำเภอคลองหอยโข่งและอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กลุ่มที่ 3 ที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลุ่มที่ 4 ที่จังหวัดสตูล กลุ่มที่ 5 ที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และกลุ่มที่ 6 ที่อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เหตุที่ต้องมีการดำเนินการระบบรถไฟในระยะที่ 1 ถึงอำเภอหาดใหญ่ก่อนเนื่องจากต้องระความชัดเจนของการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ก่อน เนื่องยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะก่อสร้างที่ตำบลนาทับอำเภอจะนะหรือที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา รวมทั้งปัญหาจากการต่อต้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ด้วย
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #6
สนข.คาดสรุปโครงการรถไฟเชื่อมท่าเรือปากบารา-ท่าเรือสงขลาให้คมนาคม ก.ย.นี้

MCOT 28 เม.ย. - นายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ พ.ศ.2550-2554 โดยได้บรรจุโครงการที่จะสนับสนุนการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจหรือแลนด์บริดจ์ เชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอ่าวไทยท่าเรือสงขลาและท่าเรือฝั่งอันดามันท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้น สนข.ได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันขึ้น

นายจุฬา กล่าวว่า จากผลการศึกษาปรากฏว่าแนวเส้นทางรถไฟที่เหมาะสมที่สุดคือ เส้นทาง 2A (ปากบารา-รัตภูมิ-หาดใหญ่-จะนะ) ระยะทางรวม 142 กิโลเมตร โดยบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ และ สนข.สรุปเสนอกระทรวงคมนาคมได้ในเดือนกันยายนนี้ โดยค่าก่อสร้างระบบทางรถไฟจะอยู่ที่กิโลเมตรละประมาณ 100 ล้านบาท รวมประมาณ 14,200 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบมอบหมายให้กรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างต่อไป โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี คือระหว่างปีงบประมาณ 2553-2558 งบประมาณก่อสร้างประมาณ 9,700 ล้านบาท ซึ่งอาจให้ภาคเอกชนบริหาร

ส่วนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ปัจจุบันกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างการนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานฉบับสมบูรณ์ในส่วนของการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้กรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างต่อไป วงเงินก่อสร้างประมาณ 10,000 ล้านบาท นายจุฬา กล่าวว่า ทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันจะช่วยส่งเสริมการใช้ท่าเรือทั้งสองแห่ง ช่วยลดต้นทุนทางโลจิสติกส์ของประเทศ และลดการพึ่งพาประตูการค้าของต่างประเทศ ช่วยสนับสนุนโครงข่ายการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ โดยคาดว่าเส้นทางรถไฟที่พัฒนาขึ้นจะรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือทั้งสองกับแหล่งผลิต การบริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งจีนตอนใต้ รวมประมาณ 300,000 ทีอียู

ในปีเปิดให้บริการ พ.ศ.2561 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านทีอียู ในปี 2570 ส่วนการขนส่งสินค้าในลักษณะทางเรือ (Transshipment) ผ่านเส้นทางที่พัฒนาขึ้นนี้ คาดว่าจะมีการขนส่งประมาณ 400,000 ทีอียู ในปี 2563 ที่มีการเปิดให้บริการเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองท่าเรือ และเพิ่มขึ้นเป็น 700,000 ทีอียู ในปี 2570 ทั้งนี้ การขนส่งสินค้า Transshipment ผ่านเส้นทางแลนด์บริดจ์จะช่วยลดเวลาในการเดินเรือได้ 2 วัน เทียบกับการ Transshipment ที่ท่าเรือในช่องแคบมะละกา คิดเป็นมูลค่าที่ประหยัดได้ประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเรือขนาด 40,000 DWT

นายจุฬา กล่าวว่า การพัฒนาระบบโครงข่ายเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและบริการขนส่งในมิติบูรณาการนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงการขนส่งเรือ 2 ฝั่งทะเล รองรับกิจกรรมท่าเรือ และการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ที่จะสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ (เซาเทิร์นซีบอร์ด) ตามนโยบายการพัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงมหภาคของรัฐบาล. -สำนักข่าวไทย
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #7
สนข.หนุนสร้างรถไฟเชื่อม ท่าเรือปากบารา-สงขลา2

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 29 เมษายน 2553 01:00


สนข.ผลักดันสร้างทางรถไฟเชื่อมท่าเรือปากบารา-สงขลา 2 หวังเชื่อมขนส่งสินค้าฝั่งอันดามัน-ฝั่งอ่าวไทย วงเงินกว่า 3 หมื่นลบ.คาดสรุปผลศึกษาก.ย.นี้

นายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยหลังเป็นประธานงานสัมมนาวิชาการเรื่องทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน วานนี้ (28 เม.ย.) ว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาการขนส่งในพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีโครงการท่าเรือปากบารา จ.สตูล ฝั่งอันดามัน และท่าเรือสงขลา 2 จ.สงขลา ฝั่งอ่าวไทย พร้อมสร้างรถไฟเชื่อม 2 ท่าเรือดังกล่าว วงเงิน 3.37 หมื่นล้านบาท

โดยปัจจุบันกรมเจ้าท่า กำลังดำเนินโครงการท่าเรือปากบารา วงเงิน 9,700 ล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้ แล้วเสร็จและเปิดให้บริการปี 2557 ขณะที่โครงการท่าเรือสงขลา 2 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

"กระทรวงคมนาคม มีแผนจะพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อม 2 ท่าเรือ เพื่อการให้บริการสอดคล้องกัน ซึ่งเบื้องต้นพบว่า แนวเส้นทางที่เหมาะสม คือ ปากบารา-ควนกาหลง-หาดใหญ่-สงขลา 2 ระยะทาง 142 กม. วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท คาดผลศึกษาเสร็จเดือนก.ย. นี้ "

ทั้งนี้ประโยชน์จากการสร้างรถไฟเชื่อมฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จะรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือทั้ง 2 กับแหล่งผลิต การบริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งจีนตอนใต้ ประมาณ 3 แสนทีอียู ในปี 2561 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านทีอียู ในปี 2570 ส่วนการขนส่งสินค้าในลักษณะทางเรือ ผ่านเส้นทางนี้ คาดว่าจะมีการขนส่งประมาณ 4 แสนทีอียู ในปี 2563 และเพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนทีอียู ในปี 2570

ด้าน นายสุวัฒน์ อัศวทองกุล ประธานสมาคมเจ้าของและตัวแทนเดินเรือกรุงเทพ กล่าวว่า การลงทุนก่อสร้างท่าเรือและทางรถไฟเชื่อมฝั่งอันดามันและอ่าวไทยนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนของผู้ประกอบการ และกำหนดนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจน เพื่อให้เอกชนเข้ามาใช้บริการหรือลงทุน โดยหากต้นทุนสูง เอกชนก็จะไม่สนใจเข้ามาลงทุนและโครงการจะประสบปัญหาความไม่คุ้มค่าการลงทุน
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #8
สนข.เร่งประชาพิจารณ์ทางรถไฟเชื่อมท่าเรือ “อ่าวไทย-อันดามัน” 2 ส.ค.นี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2553 14:07 น.

สนข.จัดประชุมรับฟังความเห็นประชาชน นำเสนอข้อมูลผลการศึกษาทางรถไฟเชื่อมท่าเรืออ่าวไทย-อันดามัน 2 ส.ค.นี้ เพื่อการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยนำเสนอข้อมูลผลการศึกษาความเหมาะสม และการออกแบบเบื้องต้น ทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือของทั้ง 2 ฝั่งทะเล

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยกลุ่มที่ปรึกษาได้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552 รวมระยะเวลาดำเนินการศึกษา 12 เดือน

ทั้งนี้ สนข.เห็นว่า เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนและถูกต้องของการศึกษา รวมถึงการมีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อให้ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น

ดังนั้น สนข.จึงกำหนดให้กลุ่มที่ปรึกษาจัดประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2553 ระหว่างเวลา 13.00-16.30 น.ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลรุ่งทิพย์ อำเภอเมืองสตูล เพื่อชี้แจงผลการศึกษาความเหมาะสม รูปแบบโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงรับฟังความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ จากผู้เข้าร่วมประชุมก่อน

นอกจากนี้ สนข.ยังได้มอบหมายกลุ่มที่ปรึกษาพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมประเด็นความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ รวมถึงมาตรการจัดการกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ในรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ต่อ
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #9
คมนาคมดัน"แลนด์บริดจ์-ปากบารา"

เศรษฐกิจ 10 มิถุนายน 2554 - 00:00

คมนาคมเตรียมเปิดเวทีแจงความเหมาะสมลงทุน "แลนด์บริดจ์-ท่าเรือน้ำลึกปากบารา" 15 มิ.ย.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม จะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน (แลนด์บริดจ์) และความจำเป็นในการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของภาคเอกชนเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือยืนยันขอดำเนินโครงการดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมขออนุมัติงบดำเนินการก่อสร้างในกรอบวงเงิน 9,741.130 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2560

แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษารายงานว่าหากมีการลงทุนในระยะ 30 ปี พบว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะให้ผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ต่ำ เช่นเดียวกับการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางโดยทั่วไป ขณะที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) สูง 17.5% และมี B/C Ratio (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน) ที่อัตราคิดลดร้อยละ 12 เท่ากับ 1.47

นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษายังรายงานว่า ในปี 2561 ซึ่งเป็นการพัฒนาในระยะที่ 1 เปิดให้บริการเส้นทางรถไฟจากท่าเรือน้ำลึกปากบารา-ชุมทางหาดใหญ่ จะมีจำนวนตู้สินค้าขนส่งผ่านท่าเรือน้ำลึกปากบารารวม 654,000 TEU และท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 จำนวน 412,000 TEU และเมื่อเปิดเต็มรูปแบบในปี 2563 ตู้สินค้าขนส่งผ่านท่าเรือน้ำลึกปากบารารวม 920,000 TEU และท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 จำนวน 570,000 TEU และมีสินค้าเปลี่ยนถ่ายรวม 378,000 TEU.

http://www.thaipost.net/news/100611/39959
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #10
2) สร้างทางรถไฟสายใหม่เชื่อมโครงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ระหว่างท่าเรือน้ำลึกปากบารากับท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ระยะทาง 142 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 42,782 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา ก่อสร้าง 5-7 ปี
แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 (2556-2560) เงินลงทุน 26,338 ล่้านบาท สร้างทางรถไฟรางเดียว (ขนาด 1 เมตร) จากท่าเรือน้ำลึกปากบาราเชื่อมรถไฟที่สถานีหาดใหญ่

ส่วนระยะที่ 2 (2559-2561) เงินลงทุน 7,571 ล้านบาท สร้างทางรถไฟจากสถานีหาดใหญ่ไปท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และ

ระยะที่ 3 (2561-2562) เงินลงทุน 8,873 ล้านบาท จะสร้างทางรถไฟเพิ่มอีก 1 รางเพื่อขยายขีดความสามารถการให้บริการของระยะที่ 2 ความคืบหน้าล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ได้ขอจัดสรรงบประมาณปี 2556 เพื่อจัดทำแบบรายละเอียดโครงการแล้ว

http://bhs.doh.go.th/node/147
 

·
Registered
Joined
·
24,988 Posts
^^^
งานนี้ถ้าทำเสร็จ ย่าน ทรส หาดใหญ่ (สถานี 2) คงวุ่นวายมากกว่านี้่ เผลอๆ ต้องสร้าง Container Yard รองรับเพิ่มอีกต่างหาก
 

·
Registered
Joined
·
310 Posts
ได้แต่อธิษฐานครับ โครงการนี้ขอให้ได้สร้างเถอะ
 

·
Registered
Joined
·
1,077 Posts
การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน
http://www.otp.go.th/index.php/project/25-2551/3458-itsi.html

มี Final report ด้วยครับ โหลดมาดูแล้ว ก็โอเคในระดับหนึ่ง
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #14
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน หาดใหญ่ - สงขลา ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเปิดเดินรถในเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เส้นทางดังกล่าว ไม่สามารถเปิดเดินรถได้ เนื่องจากประชาชนรุกล้ำ และปลูกสิ่งก่อสร้างบนรางรถไฟ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) ได้ทำการศึกษาไว้แล้ว

http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=401454
 
Joined
·
1,204 Posts
3 ก.ย. 55


---------------
คมนาคมปัดฝุ่น เส้นทางรถไฟ จาก'หาดใหญ่' แล่นไปสงขลา หลังเลิกวิ่ง 34 ปี
แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินเกี่ยวข้องของกระทรวงคมนาคม โดยมีการหารือถึงแผนรื้อฟื้นโครงการรถไฟเส้นทางหาดใหญ่ - สงขลา ระยะทาง 29 กิโลเมตร ซึ่งหยุดเดินรถตั้งแต่ พ.ศ 2521ให้เปิดเดินรถใหม่อีกครั้งหนึ่ง

โดยในขณะนี้เส้นทางรถไฟสายดังกล่าวนั้นได้มีการบุกรุกเข้ามาใช้พื้นที่ และมีการสร้างที่อยู่อาศัยทับบริเวณทางรถไฟ สภาพรางรถไฟก็ชำรุดทรุดโทรม ตามกาลเวลา หลังจากหยุดเดินรถมานานถึง 34 ปี ทางคณะกรรมการได้มอบหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับหน้าที่ไปดำเนินการศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ผลดีและผลเสีย ศึกษารายละเอียดเส้นทาง งบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการในโครงการ

นางสร้อยทิพย์กล่าวเพิ่มเส้นทางรถไฟ สายหาดใหญ่ - สงขลา หากสามารถที่จะดำเนินการให้สามารถเปิดเดินรถใหม่ได้นั้น ก็จะมีผลดีแก่ระบบการขนส่งภายในตัวเมืองหาดใหญ่ กับ จังหวัดสงขลา เพราะตัวเมืองหาดใหญ่ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจของภาคใต้ ทั้งสามารถลดการจราจรที่แออัดภายในตัวเมืองหาดใหญ่ได้ ถือเป็นโครงการที่ทางกระทรวงมีแนวคิดที่จะบูรณะเส้นทางสายดังกล่าวขึ้นมาใหม่ แต่ทั้งนี้ต้องศึกษาถึงผลกระทบด้วย เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่รุกล้ำเข้าไปใช้พื้นที่
 

·
The Train Photo Spotter
Joined
·
8,723 Posts
เออ เอาแต่เป็นห่วงผลกระทบต่อประชาชนที่ "รุกล้ำ" เข้าไปใช้พื้นที่

แล้วประชาชีตาดำๆ อีกเป็นล้าน ที่ต้องการระบบขนส่งมวลชนดีๆ ล่ะครับ ??
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
119,573 Posts
Discussion Starter #17
คุณหม่อง อยู่สงขลาลองไปสุ่มถ่ายภาพสายสงขลานี้หน่อยสิครับ

ผมเคยเห็นคนโพสเมื่อ 5 ปีก่อน มีโครงการทาวน์เฮาส์สร้างทับรางรถไฟ ไม่รู้ออกโฉนด ต่อน้ำ ต่อไฟขึ้นโครงการกันได้ยังไง บนที่การรถไฟ
 
Joined
·
1,204 Posts
ขอบคุณครับ ตามลิงก์ของคุณ Wisarut ไปได้เลยครับ

ขอนำภาพนี้มาลงไปพลางก่อน ไว้มีโอกาสจะบุกเข้าไปถ่ายมาอัพเดทให้ครับ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 22 เม.ย. 52 ครับ 3 ปีกว่าแล้ว

พิกัดอยู่ตรงนี้ครับ ภายในเขตเทศบาลนครสงขลา ด้านใต้ของสถานีรถไฟสงขลา สร้างทับรางกันเลย โผล่เหลือแต่สะพานข้ามคลองระบายน้ำ
http://map.longdo.com/?gmap=1&hybri...25130778957&res=262144&map=epsg3857&locale=th

 
1 - 20 of 57 Posts
Top