SkyscraperCity banner

1 - 20 of 36 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #3
East-West Corridor ประตูฝั่งตะวันตกที่รอการเปิด

นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2551)

การเปิดตัวถนนสาย R3a จากเมืองห้วยทราย ขึ้นไปถึงชายแดนลาว-จีน เมื่อต้นปีนี้ ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวในการลงทุนและท่องเที่ยวตามเส้นทางประเทศเพื่อนบ้านฝั่งเหนือขึ้นอย่างคึกคัก ผิดกับชายแดนด้านตะวันตกติดกับพม่า ที่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทั้งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน...เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...?

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ประกาศเปลี่ยนหมายเลขเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง อ.แม่สอด กับ อ.เมือง จ.ตาก (เส้น 105 เดิม) เริ่มตั้งแต่จุดกึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ต่อเนื่องไปถึง จ.สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น (เส้น 12 เดิม) จนถึงมุกดาหาร (เส้น 209,213 และ 2042 เดิม) ไปสิ้นสุดที่ กึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 โดยให้เรียกเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 พิเศษ ตลอดเส้นทาง

"กรมทางหลวงเปลี่ยนหมายเลขเส้นทางตลอดสายให้เป็นเลขเดียวกันหมด เพื่อจะได้เห็นภาพที่ต่อเนื่องกัน และจะได้สะดวกในการดูแล การของบประมาณในการบำรุงรักษา" จงจิตร เต็งยะ ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) บอกเหตุผลกับ "ผู้จัดการ" หลังการประกาศใช้ ชื่อหมายเลขเส้นทางใหม่ได้เพียง 5 วัน

ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงความคืบหน้าเล็กๆ ของหน่วยราชการไทย ตามความร่วมมือในโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-west Economic Corridor: EWEC) ซึ่งเกิดให้เห็นไม่มากนัก นับตั้งแต่ได้เปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่ จ.มุกดาหาร เมื่อปลายปี 2549

สะพานแห่งนี้เปิดใช้อย่างเป็นทาง การในวันที่ 20 ธันวาคม 2549 เพื่อเชื่อมการเดินทางจาก จ.มุกดาหาร กับแขวงสะหวันนะเขตของลาว โดยมีถนนหมายเลข 9 ที่เชื่อมสะหวันนะเขตกับจังหวัดกวางตรีของเวียดนาม และสามารถทอดยาวลงไปถึงเมืองเว้ และท่าเรือดานัง ซึ่งเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าสำคัญแห่งหนึ่งของชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

ตามโครงการ EWEC จะมีการเชื่อม การคมนาคมระหว่างเมืองทางฝั่งตะวันออก ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ไปถึงฝั่งตะวันตก โดยเริ่มจากท่าเรือดานังของเวียดนามมาตามเส้นทางหมายเลข 9 ผ่าน เข้าลาวทางแขวงสะหวันนะเขต ข้ามแม่น้ำ โขงที่ จ.มุกดาหาร และตัดขวางประเทศไทย ผ่านเส้นทางหมายเลข 12 ไปขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก จนสุดชายแดนที่ อ.แม่สอด และข้ามแม่น้ำเมย ทางสะพานมิตรภาพไทย-พม่า เข้าสู่เมืองเมียวดี ข้ามเทือกเขาตะนาวศรี ไปจนถึงกอกะเร็ก ต่อเนื่องไปถึงเมืองพะอัน ซึ่งเป็น เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยงของพม่า ก่อนจะวกเลียบแม่น้ำสาละวินลงมาสู่ท่าเรือมะละแหม่ง อ่าวเมาะตะมะ ทะเลอันดามัน

ในเส้นทางเดียวกันยังสามารถวกข้ามแม่น้ำสาละวินขึ้นเหนือไปถึงเมืองพะโค (หงสาวดี) เลี้ยวซ้ายลงมาเชื่อมต่อไปถึงกรุง ย่างกุ้ง หรือเลี้ยวขวาขึ้นเหนือข้ามแม่น้ำสะโตง เชื่อมต่อไปยังมัณฑะเลย์ และออกสู่ ชายแดนพม่า-อินเดียที่เมืองตามู ฝั่งตรงข้าม กับเมืองมอเรย์ แคว้นมณีปุระของอินเดีย (ดูกราฟิกที่ 1 ประกอบ)

ในทางยุทธศาสตร์ EWEC ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเป็นการเชื่อมโยง ภูมิภาคสำคัญๆ ในทวีปเอเชียเข้าด้วยกัน และในอนาคตยังสามารถเชื่อมต่อไปถึงตะวันออกกลางและยุโรปได้อีกด้วย

เคยมีการศึกษากันว่าหากเส้นทาง EWEC เปิดใช้ได้เต็มโครงการจะสามารถร่นระยะเส้นทางเดินเรือจากฝั่งมหาสมุทรอินเดียมายังฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกลงมาได้มาก โดยไม่จำเป็นต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา ซึ่งทำให้ทุ่นเวลาในการขนส่งสินค้าระหว่างทั้ง 2 ฝั่งไปได้พอสมควร (ดูกราฟิกที่ 2 ประกอบ)

ถือเป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม GMS ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเส้นทางตามโครงการระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ซึ่งกำลังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เกิดขึ้นอย่างคึกคัก นับตั้งแต่มีการเปิดใช้เส้นทางสาย R3a ที่เชื่อมจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านแขวงบ่อแก้วของลาว ขึ้นไปทางเหนือไปสิ้นสุดที่บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา พรมแดนลาว-จีน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะการหลั่งไหลของทุนจาก ชาติมหาอำนาจต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ที่ถนน ตัดผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนจากจีน รวมถึงปริมาณนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้า ไปแสวงหาเส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ (อ่านเรื่อง "ประตู (อินโด) จีน เปิดแล้ว!!! เรื่องจากปกนิตยสาร "ผู้จัดการ" ฉบับเดือน สิงหาคม 2550 หรือ www.gotomanager. com ประกอบ)

หากเปรียบเทียบกันแล้ว เส้นทาง EWEC กลับมีความคืบหน้าช้ากว่ามาก โดยเฉพาะเส้นทางฝั่งตะวันตก

กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตามโครงการนี้คึกคักอยู่เฉพาะในฝั่งตะวันออก ช่วงรอยต่อระหว่างไทย ลาว และเวียดนาม ตามเส้นทางถนนหมายเลข 9 ที่เปิดใช้แล้วก่อนหน้านี้เท่านั้น โดยมีกลุ่มทุนของไทยที่เริ่มออกไปลงทุนในลาว และมีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่าง 3 ประเทศที่เพิ่มขึ้น (อ่านเรื่อง "โอกาสของธุรกิจไทยในแนวเส้นทางหมายเลข 9" นิตยสาร "ผู้จัดการ" ฉบับเดียวกันประกอบ)

ขณะที่ความเคลื่อนไหวนับจาก จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องมาจนถึง อ.แม่สอด ต่อออกไปยังพม่ายังไม่มีความเปลี่ยนแปลง ที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น

การก่อสร้างเส้นทางยังคงล่าช้า โดย เฉพาะในฝั่งพม่า และในไทยอีกบางส่วน

รูปแบบการค้าชายแดนระหว่างไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด ยังคงเป็นรูปแบบดั้งเดิม ทั้งๆ ที่ด่านชายแดนแห่งนี้สามารถสร้างมูลค่าทางการค้า และมียอดเกินดุลการค้า ให้กับไทยถึงปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

จากตัวเลขอย่างเป็นทางการ ในปี 2547 ไทยส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอด 11,736 ล้านบาท นำเข้า 644 ล้านบาท

ปี 2548 ไทยส่งออก 12,543 ล้าน บาท นำเข้า 742 ล้านบาท

ปี 2549 ส่งออก 10,948 ล้านบาท นำเข้า 1,304 ล้านบาท

ปี 2550 ส่งออก 12,309 ล้านบาท นำเข้า 1,027 ล้านบาท และ 10 เดือนแรก ของปีงบประมาณ 2551 ไทยส่งออกแล้ว 14,481 ล้านบาท นำเข้า 1,030 ล้านบาท

แต่ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ ยอด เกินดุลการค้าระหว่างไทยกับพม่า ผ่านทาง ด่านศุลกากรแม่สอด อาจสูงถึงปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท

ทั้งๆ ที่สะพานมิตรภาพไทย-พม่า ที่ข้ามแม่น้ำเมย ใน อ.แม่สอด เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2540 ก่อนสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่ จ.มุกดาหาร ถึง 9 ปี

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?

มีการวิเคราะห์สาเหตุออกไปได้หลายแนวทางด้วยกัน

แต่ทุกแนวทาง คำตอบที่ได้รับต่างเทน้ำหนักไปที่เรื่องการเมือง ทั้งในประเทศ ไทยเอง และการเมืองภายในของพม่า รวม ทั้งกฎระเบียบที่ขัดแย้งกันระหว่างหน่วยราชการไทย รวมถึงแนวคิดที่ไม่ลงรอยกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่ตกเป็นจำเลยหลักของความล่าช้าของโครงการนี้

คนส่วนใหญ่มองว่าการเมืองไทยที่ขาดเสถียรภาพต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้โครงการ ต่างๆ ที่เคยมีการดำริขึ้นมาตามโครงการ EWEC เกิดความล่าช้า เพราะไม่มีรัฐบาลที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2547 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในขณะนั้นได้มีมติให้ตั้ง อ.แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนพิเศษ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้า-การลงทุน ที่กำลังมีเพิ่มมากขึ้น ตามโครงการ EWEC รวมถึงกรอบความร่วมมือในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจ้าพระยา และแม่น้ำโขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ซึ่งมีไทย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา และกรอบ BIMSTEC (ไทย พม่า อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ และศรีลังกา) เป็นแรงผลักดัน

ตามมติ ครม.ดังกล่าววางแนวทางการพัฒนา อ.แม่สอด ไปใน 4 แนวทางด้วยกันคือ

1. ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รับผิดชอบในการวางแผนพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้าการลงทุน

2. การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่

3. พิจารณาวางระบบภาษีให้เป็นมาตรฐาน

4. การจัดการวางแผนอื่นๆ

มีแนวคิดที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นใน อ.แม่สอด มีการจัดระบบการค้าชายแดน จัดตั้งจุดตรวจสินค้า พิธีการศุลกากร วางระบบการตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ การจัดวางผังเมืองรวมแม่สอดใหม่ รวมถึงการจัดระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน อ.แม่สอด ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 4 รูปแบบ ให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ฯลฯ

แต่นับจากมีมติ ครม.ออกมาในวันดังกล่าวจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความเปลี่ยน แปลงใดๆ ตามแนวคิดดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นใน อ.แม่สอด

"เขตเศรษฐกิจชายแดนพิเศษ ทุกวันนี้ยังเป็นเพียงแค่มติ ครม." บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้า จ.ตาก กล่าว

"ตั้งแต่มีมติ ครม.ออกมาจนถึงตอนนี้เราก็กำลังรออยู่ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะมีข้อสรุปอย่างไร เกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในแม่สอด จะมีหรือไม่ หรือมีแล้วจะไปอยู่ตรงไหน ยังไม่ได้ข้อสรุป" ชัยยุทธ เสณีตันติกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตาก กล่าวในทำนองเดียวกัน

ขณะที่ภายในพม่าเองกลับมีความคืบหน้ามากกว่า เพราะได้มีการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีขึ้นมาบนพื้นที่กว่า 600 เอเคอร์ ที่บ้านพาชอง ในเขตเมืองเมียวดี ห่างจากเขตชายแดนลึกเข้าไป ประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรม, เขตพาณิชยกรรม ฯลฯ โดยรัฐบาลกลางพม่าได้ดึงกลุ่มทุนใหญ่ในย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง ของพม่า 5 กลุ่ม เข้ามาร่วมลงทุนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ล่าสุดการก่อสร้าง อาคารพาณิชย์ ตลอดจนศูนย์บริการนำเข้า-ส่งออก เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ทางการพม่าวางแผนไว้ว่าจะจัดพิธีเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีอย่างเป็นทางการ ภายในปลายปีนี้หรืออย่างช้าไม่เกินต้นปีหน้า

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนพิเศษขึ้นที่แม่สอด ทำให้ อ.แม่สอดจะต้อง มีการพัฒนาอีกหลายด้าน

ต้องมีการวางผังเมืองรวมแม่สอดใหม่ โดยจะขยายเขตตัวเมืองขึ้นไปทางเหนือเขตติดต่อกับ อ.แม่ระมาด การขยาย สนามบิน รวมถึงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งใหม่ เพราะสะพานปัจจุบันที่ใช้งานมากว่า 10 ปี ได้ทรุดตัวลงเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว จนทำให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านได้

การค้าผ่านแดนจากเดิมที่มีสะพาน เป็นเส้นทางเชื่อมสำคัญ จึงต้องกลับไปใช้รูปแบบดั้งเดิม คือการขนส่งทางน้ำ ผ่านทางท่าเรือ หรือคลังสินค้าอนุมัติเฉพาะคราวตามริมฝั่งแม่น้ำเมยที่มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 19 ท่า (เปิดบริการจริงประมาณ 11-12 ท่า)

แขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) ซึ่งรับผิดชอบในการซ่อมแซมสะพาน เพิ่งจะอนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าน้ำหนักไม่เกิน 25 ตัน วิ่งข้ามสะพานได้อีกครั้งเมื่อไม่ถึง 2 เดือนมานี้

ขณะที่สนามบินแม่สอดที่จำเป็นต้องขยายเพื่อให้สามารถรับเครื่องบินขนาด ใหญ่ขึ้น ได้มีการศึกษาพื้นที่เพื่อก่อสร้างส่วนขยายเอาไว้แล้ว แต่ยังติดปัญหาที่เป็น พื้นที่ลุ่มแม่น้ำ 1A ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจึงจะสามารถก่อสร้างได้ แต่ก็ยังไม่มีการนำเสนอ

ไม่นับการจัดรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ ซึ่งมีแนวทางว่าจะให้มีการตั้งเป็นเทศบาลนครแม่สอดขึ้นมาทดแทนการปกครองในพื้นที่เดิม ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบด้วยกัน คือเทศบาล ตำบลท่าสายลวด องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด องค์การบริหารส่วน ตำบลแม่ตาว และเทศบาลเมือง ทั้งที่มีพื้นที่รวมมากกวˆา 200 ตารางกิโลเมตร

ทำให้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค กฎระเบียบในการควบคุมการทำธุรกิจ มีความแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร

"เราตั้งใจว่าถ้าการเมืองของเรานิ่งเมื่อไรก็จะจัดทำประชาพิจารณ์เรื่องนี้ทันที เพราะการเมืองที่มีความขัดแย้งกัน คนที่ไม่เห็นด้วย ก็จะหันไปหาด้านใดด้านหนึ่ง การดำเนินการก็จะไม่จบ" ชุมพร พลรักษ์ อดีตผู้ว่าราชการ จ.ตาก ซึ่งเพิ่งจะพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการ มาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อไม่กี่วันมานี้ บอกกับ "ผู้จัดการ" เมื่อต้นเดือน ตุลาคม ก่อนที่คำสั่งย้ายจะถูกส่งมาเพียงไม่กี่วัน

ในด้านการก่อสร้างเส้นทางและระบบสาธารณูปโภค แม้ว่าจะมีการมอบหมายให้สภาพัฒน์เป็นหน่วยงานที่ดูแลภาพรวมเรื่องนี้ แต่การก่อสร้างขยายเส้นทางทั้งภายในประเทศไทยเอง และเส้นทาง ในพม่าก็มีความล่าช้า

โดยเฉพาะการก่อสร้างถนนในพม่า ซึ่งมีปัจจัยการเมืองทั้งภายในประเทศไทย และของพม่าเองเป็นตัวแปรสำคัญ

"พม่ายังกังวลเรื่องความปลอดภัย เขาต้องจัดการเรื่องชนกลุ่มน้อยให้เรียบร้อยก่อน เลยยังไม่เปิดให้เราเข้าไปได้มากนัก" ประธานหอการค้า จ.ตาก ให้เหตุผลพร้อมกับคาดการณ์ต่อไปว่า

"คงต้องรอดูว่าพม่าจะมีการเลือกตั้งได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ตามที่เขาวางแผน ไว้ได้หรือไม่ และต้องดูอีกว่าถ้ามีแล้ว หลังการเลือกตั้งรัฐบาลของเขาจะมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร"

เขตเมืองเมียวดี ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด อยู่ในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการแยกกลุ่มออกเป็นกลุ่มกะเหรี่ยงคริสต์ (KNU) กับกลุ่มกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) สร้างอิทธิพลครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่บริเวณนี้อยู่ ดังนั้นจึงยังเป็น ปัญหากับรัฐบาลกลางของพม่า ในการจัด การผลประโยชน์กับชนกลุ่มน้อยเหล่านี้

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า โดยการสร้างถนนจากเชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ฝั่งเมือง เมียวดีเข้าไปในเขตพม่า ระยะทาง 17.35 กิโลเมตร ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 119 ล้าน บาท เส้นทางนี้ไปสิ้นสุดที่เชิงเขาตะนาวศรี

เส้นทางนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้งานมาได้แล้วประมาณ 3 ปี

ตามโครงการจะต้องมีการสร้างทางเพื่อข้ามเขาตะนาวศรีต่อไปถึงเมืองกอกะเร็ก เป็นระยะทางอีกประมาณ 40 กิโลเมตร เพื่อให้การขนส่งสินค้าเป็นไปได้โดยสะดวกรวดเร็ว เพราะเส้นทางที่ใช้ในการขนส่งสินค้าปัจจุบัน ซึ่งเป็นเส้นทางบนเขานั้นแคบ รถไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ ต้องกำหนดให้มีการเดินรถขาไปและขากลับ สลับวันกัน ทำให้การขนสินค้าจากชายแดนแม่สอดไปถึงย่างกุ้งทุกวันนี้ต้องใช้เวลามากกว่า 1 วัน

กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัทเอกชน เข้าไปสำรวจเพื่อวางแนวทางสร้างเส้นทาง สายใหม่ที่จะตัดอ้อมเขาตะนาวศรีไปยังเมืองกอกะเร็กได้ โดยสามารถร่นระยะทาง ลงมาเหลือเพียง 27 กิโลเมตร และมีความลาดชันน้อยกว่า ทางเส้นนี้มีการออกแบบก่อสร้างสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เพราะติดปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะนำมา ใช้ในการก่อสร้าง (ดูกราฟิกที่ 3 ประกอบ)

"ถ้าเส้นทางช่วงนี้สร้างเสร็จ การขนส่งสินค้าจากแม่สอดไปถึงย่างกุ้ง จะเหลือเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะจากกอกะเร็กไปจนถึงพะอัน ต่อไปยังท่าตอน จนกระทั่งเข้าย่างกุ้ง มีแนวถนน เดิมที่สร้างไว้แล้ว เป็นถนนคอนกรีตที่พร้อม จะขยาย และทางช่วงนี้เป็นทางเรียบยาวต่อเนื่อง เพราะภูมิประเทศของพม่าช่วงนี้เป็นที่ราบ เหมือนกับถนนพหลโยธินช่วงจาก จังหวัดอยุธยามาถึงนครสวรรค์ของไทย" จงจิตร เต็งยะ ผู้อำนวยการแขวงการทาง ตากที่ 2 (แม่สอด) ซึ่งเคยเข้าไปสำรวจเส้นทางในเขตพม่าโดยเฉพาะในช่วงนี้มาหลายครั้ง บอก

มีการมองว่าการที่สถานการณ์ทางการเมืองของไทยขาดการต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นทาง ช่วงที่เหลืออีก 27 กิโลเมตรนี้ยังไม่สามารถ เริ่มต้นการก่อสร้างได้ เพราะช่วงที่ผ่านมา ไม่เคยมีตัวแทนรัฐบาลไทยที่ไปเจรจากับรัฐบาลพม่าเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง แม้ว่าตามแนวทางที่วางไว้ มีแนวโน้มสูงว่าจะยังคงเป็นรูปแบบการช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากรัฐบาลไทยอยู่ก็ตาม แต่รัฐบาลพม่าก็ยังอยากจะได้เงื่อนไข ที่ชัดเจนจากรัฐบาลไทยอยู่

ส่วนการก่อสร้างถนนภายในประเทศไทย ซึ่งมีบางส่วนจำเป็นต้องขยาย เพิ่มเติม ก็ยังมีแนวคิดที่ขัดแย้งกันอยู่ ทั้งระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานราชการ และระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกันเอง โดยเฉพาะเส้นทางช่วงจาก อ.เมืองตาก มายัง อ.แม่สอด ซึ่งกินระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร

ภาคเอกชนเองต้องการให้มีการเร่งขยายเส้นทางช่วงนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ถนนเป็น 4 เลน เพื่อให้การขนถ่ายสินค้ามีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น รองรับ ปริมาณการจราจรที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เพราะปริมาณการค้าชายแดนระหว่างแม่สอดกับพม่ามีการขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแม่สอดมีมากขึ้น

แต่ตามแผนของกรมทางหลวง การขยายเส้นทางสายนี้มีอุปสรรคตรงที่ต้องผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้กรมทาง หลวงขยายพื้นที่ในแนวเส้นทางได้ ทำให้ต้องมีการเจรจาระหว่าง 2 หน่วยงาน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะยังไม่มีคนที่มีอำนาจ ตัดสินใจในระดับรัฐมนตรีมาเป็นคนตัดสิน

"4-5 เดือนที่แล้ว กรมอุทยานก็มีหนังสือสอบถามเรามาว่าจะขยายอย่างไร เราก็ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ออกแบบ เขาก็บอกว่าถ้าจะขยายก็ให้ขยายเฉพาะตามแนวเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเราก็มองว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต" ผู้อำนวยการ แขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) เล่าความ คืบหน้า

การออกแบบก่อสร้างเพื่อขยายเส้นทางช่วงจากตากมาถึงแม่สอด ทุกวันนี้ จึงยังคงล่าช้า โดยกรมทางหลวงเพิ่งจะขยายเส้นทางให้เป็น 4 เลนได้ ในช่วง 12 กิโลเมตรแรกจาก อ.แม่สอด ออกมาโดยใช้งบประมาณปี 2552 และตามงบประมาณที่กรมทางหลวงได้เคยขอเอาไว้ คาดว่ากว่าที่เส้นทางนี้จะสามารถขยายเสร็จได้ตลอดแนว ก็ต้องกินเวลาไปถึงปี 2557

ปัญหาเดียวกันยังเกิดขึ้นกับเส้นทาง ช่วงตั้งแต่ จ.พิษณุโลก ไปถึง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีช่วงทางที่ต้องผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะทางประมาณไม่ถึง 20 กิโลเมตร ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถขยายถนนได้ เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติเช่นกัน

ประเด็นการขยายเส้นทางจาก อ.เมือง จ.ตาก มายัง อ.แม่สอด นอกจากกฎระเบียบที่ขัดแย้งกันระหว่างกรมทาง หลวงกับกรมอุทยานแห่งชาติแล้ว ยังมีประเด็นแนวคิดที่ไม่ลงรอยกันระหว่างข้อเสนอของภาคเอกชนกับอดีตผู้ว่าราชการ จ.ตาก ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง

ทำให้ที่ผ่านมา ในฐานะผู้ว่าราชการ จังหวัด จึงไม่ได้ดำเนินบทบาทการเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างกรมทางหลวง กับกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการขยายเส้นทางเส้นนี้อย่างเต็มที่นัก

ในช่วงเวลาที่ชุมพร พลรักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.ตาก และได้รับรู้ถึงข้อเรียกร้องของภาคเอกชนที่ต้องการให้มีการขยายถนนจากตากไปยังแม่สอดเป็น 4 เลน ที่มีความล่าช้า เขากลับมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ฉีกแนวออกไปโดยสิ้นเชิง

เขามองว่าการขยายเส้นทางสายตาก-แม่สอดเป็น 4 เลน ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงมีแนวคิดใหม่ที่จะให้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายตาก-แม่สอดขึ้นมาแทน

แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เขาได้ศึกษาแผนแม่บทในการพัฒนาพื้นที่ย่านนี้ของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ที่มีการวางโครงข่ายการคมนาคมระบบรางเอาไว้ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟตั้งแต่ปากีสถาน อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ขึ้นไปถึงจีน

แต่โครงข่ายดังกล่าวนี้ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก และต้องใช้เวลาอีกนาน จึงจะเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

"จริงอยู่ แม้โครงข่ายทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี จึงจะเกิด แต่เราก็สามารถสร้างเฉพาะส่วนระหว่างตากกับแม่สอดขึ้นมาก่อนได้" ชุมพรบอก พร้อมให้เหตุผลเสริมว่า

"เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วระหว่างถนน 4 เลนกับระบบราง ระบบรางจะถูก ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสามารถขนส่งทั้ง คนและสินค้าได้มากกว่า แทนที่จะเอางบประมาณสัก 2 หมื่นล้านไปทำตรงนั้น (ถนน 4 เลน) มันไม่ได้ประโยชน์ เอามาทำ ตรงนี้ (ทางรถไฟ) จะดีกว่า"

ชุมพรได้ว่าจ้างบริษัทอินทิเกรดเทด เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา เคยศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้มาเป็นผู้ศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางรถไฟสายตาก-แม่สอด ซึ่งผลการศึกษาที่เพิ่งเสร็จ สรุปว่ามีความเป็นไปได้ และคุ้มค่ากับการลงทุน

เขาบอกกับ "ผู้จัดการ" เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า กำลังจะนำผลการ ศึกษาดังกล่าวไปเสนอกับสภาพัฒน์ แต่เขา ก็ถูกย้ายเสียก่อนจึงยังไม่ทราบว่าปัจจุบันโครงการนี้ได้มีความคืบหน้าไปเช่นไร

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับความล่าช้าของโครงการ EWEC โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตก ชุมพรให้ความเห็นว่าไม่ได้มีปัจจัยหลักมาจากเรื่องการเมืองทั้งภายในไทยและพม่าเพียงอย่างเดียว

"ถ้าถามในสายตาผู้ว่าฯ ผมว่าไม่ใช่ เพราะโดยภาพรวมของโครงการ มีสภาพัฒน์คอยดูแลอยู่แล้ว"

แต่เขากลับมองว่าความตื่นตัวของภาคเอกชนในพื้นที่ต่อโครงการนี้มีน้อยเกินไป

"ตั้งแต่ผมมาเป็นผู้ว่าฯ ผมคุยกับเขาตลอด ถามเขาตลอด ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรมว่าเขาเตรียมพร้อมไว้อย่างไร ถ้าพม่าพัฒนาขึ้นมา ภาคเอกชนเราจะรองรับกับความเจริญ ที่จะเพิ่มขึ้นมาได้หรือไม่" เป็นคำถามทิ้งท้ายของอดีตผู้ว่าราชการ จ.ตาก ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง

ประเด็นที่ชุมพรทิ้งเอาไว้น่าสนใจไม่น้อย เพราะในความเห็นของภาคเอกชนใน จ.ตาก โดย เฉพาะแม่สอดเอง แม้จะเห็นถึงความสำคัญของโครงการ EWEC เป็นอย่าง ยิ่ง แต่ลึกๆ ก็ยังกังวลอยู่ว่า หากโครงการนี้เดินหน้า มีการพัฒนาเกิดขึ้นในพื้นที่ จริง รูปแบบการทำธุรกิจการค้าของแม่สอดต้องพลิกโฉมหน้าจากปัจจุบันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

ซึ่งอาจต้องกระทบกับธุรกิจการค้าของพวกเขาเหล่านั้น

"ผมว่าลุ่มๆ ดอนๆ อย่างนี้ ด่านเปิดบ้างปิดบ้าง แต่เรายังค้าขายได้ แต่หาก พัฒนาขึ้นมา มีทุนจากที่อื่นเข้ามา ผมกลัวว่าเมื่อถึงวันนั้น ทุนใหญ่จะฮุบเอาไปกินหมด" บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธาน หอการค้า จ.ตาก ยอมรับ

ความรู้สึกของบรรดานักธุรกิจใน อ.แม่สอด ไม่แตกต่างจากความรู้สึกของนักธุรกิจใน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญของโครงการระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไม่ด้อยไปกว่าโครงการ EWEC เพียงแต่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากกว่าโครงการ EWEC อย่างเห็นได้ชัด

ภาพผลกระทบอันเนื่องมาจากความ เคลื่อนไหวของทุนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะมาจากในประเทศไทยด้วยกันเอง หรือจากต่างประเทศที่มีต่อรูปแบบการค้าดั้งเดิมใน ท้องถิ่นได้เริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว

หอการค้า จ.เชียงราย ตื่นตัว และให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่จากโครงการนี้พยายามเรียกร้องให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่จากส่วนกลาง เข้ามาเป็นผู้นำในการลงทุนในพื้นที่ เพื่อให้ สามารถต่อกรกับทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนที่กำลังหลั่งไหล ลงมา หลังจากถนนสาย R3a สร้างเสร็จ

ล่าสุดกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ถึงกับรวมตัวกัน จัดตั้งหอการค้า อำเภอแม่สายขึ้นมา เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ (รายละเอียดอ่านเรื่อง "พลังต่อรองของทุนชายแดน" ประกอบ)

ตัวแปรสำคัญที่ทำให้โครงการระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เดินหน้าไปได้มาก เพราะได้รับแรงผลักดันอย่างสูงจากจีน ที่ต้องการให้โครงการนี้เดินหน้าโดยเร็ว เพื่อเปิดพื้นที่ออกทะเลให้กับสินค้า และผู้คนจากมณฑลของจีนทางตอนใต้

รัฐบาลกลางของจีนตั้งชื่อเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองคุนหมิง มลฑลยูนนาน ลงมาทางใต้สู่กรุงเทพฯ ว่า "คุน-มั่ง กงลู่" ซึ่งแปล ตรงตัวว่าทางด่วนระหว่างคุนหมิง-กรุงเทพฯ เปรียบเทียบ เส้นทางนี้ว่าเป็น "เส้นทาง สายไหม" เส้นใหม่

ถนนสาย R3a และ R3b ที่เชื่อมจากมณฑลยูนนานของจีนผ่านลาวและพม่า เข้ามาประเทศไทยทาง อ.เชียง ของ และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งสร้างเสร็จแล้วก็ได้ทุนจากจีนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากจีน เพื่อให้การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวแล้วเสร็จ

รวมถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ที่กำลังจะสร้างข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ ก็เป็นการร่วมทุนกันระหว่างไทยและจีน ฝ่ายละ 50%

หากสะพานนี้สร้างเสร็จในอีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า สินค้าจากจีนจะสามารถส่งผ่านลงมาตามเส้นทางสาย R3a และ R3b เข้าประเทศไทย ทาง จ.เชียงราย ลงมาตามเส้นทางจนสามารถไปออกทะเลทางอ่าวไทยได้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโครงการ EWEC ที่ไม่มีข่าวว่าจีนได้เข้ามามีส่วนสนับสนุนเส้นทางนี้แต่อย่างใด เพราะดูจากแนวของเส้นทางแล้ว จีนแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเส้นทางนี้

เดิมเคยมีความเชื่อว่าจีนอาจให้การสนับสนุนโครงการนี้ เพราะสามารถนำสินค้าจากจีนตอนใต้ออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกได้ที่ท่าเรือดานังของเวียดนาม โดยนำสินค้าลงมาทางเส้นทาง R3 แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางเส้นทางหมายเลข 9

แต่หากดูจากแผนที่ จีนสามารถนำ สินค้าเข้าสู่เวียดนามได้โดยตรงผ่านทางมณฑลกวางสีที่อยู่ติดกับเวียดนามทางตอน เหนือ ซึ่งน่าจะสะดวกกว่า

การเปิดเส้นทางสินค้าออกสู่ทะเลอันดามันผ่านทางท่าเรือมะละแหม่งของพม่า ตามแนวเส้นทาง EWEC โดยนำสินค้า ลงมาตามเส้นทาง R3 แล้วเลี้ยวขวาที่ จ.ตาก เพื่อเข้าสู่ อ.แม่สอด ต่อไปยังพม่า

แต่ปัจจุบันท่าเรือมะละแหม่งซึ่งเป็นท่าเรือเก่าที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอังกฤษปกครองพม่า ยังไม่ได้มีการพัฒนาให้เป็นท่าเรือน้ำลึกเพื่อขนถ่ายสินค้าได้เต็มรูปแบบ มีเพียงสินค้าประมงที่ถูกนำขึ้นมาเพื่อส่งเข้าไปขายในจีนและไทยผ่านทาง อ.แม่สอดเท่านั้น

เปรียบไม่ได้กับท่าเรือดานังของเวียดนาม ทางฝั่งตะวันออกที่ใหม่ และพัฒนามากกว่า

อีกทั้งจีนยังสามารถนำสินค้าผ่านลงมาตามเส้นทาง R3b ที่เข้าพม่าแต่ตรงลงไปเลย โดยไม่ต้องผ่านเข้าไทย ก็สามารถออกสู่ทะเลอันดามันได้เช่นกัน

มีการมองกันว่า การที่จีนให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายฝั่งแถบมหาสมุทรอินเดียนั้น นอกจากต้องการเส้นทางที่นำไปสู่ท่าเรือเพื่อระบายสินค้าออกสู่ทะเลแล้ว ยังต้องการเส้นทางที่จะทำเป็นแนววางท่อก๊าซธรรมชาติที่มีจำนวนมากในน่านน้ำของพม่าและอินเดีย เพื่อนำไปใช้ในจีนผ่านทางมณฑลยูนนาน

ดังนั้นแนวถนนที่จีนต้องการจึงต้อง ตรงและสั้น ไม่ผ่านพื้นที่ป่าเขาหรือชุมชนจำนวนมาก

แนวเส้นทาง EWEC ช่วงจากพม่า มายังตาก ที่สามารถต่อขึ้นไปถึงเชียงราย ผ่านลาวหรือพม่า ก่อนจะเข้าสู่ดินแดนของ จีน จึงไม่เหมาะ เพราะต้องผ่านชุมชนหลาย แห่งและกินพื้นที่ของหลายประเทศ

แนวทางที่มีการมองกันไว้ คือเส้นทางจากยะไข่ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเล อยู่ทางเหนือจากปากแม่น้ำอิรวดีขึ้นไปทางชายแดนพม่า-อินเดีย ซึ่งหากทำแนวถนน หรือท่อก๊าซจากจุดนี้จะสามารถวางแนวผ่าน ตอนกลางของพม่า ซึ่งเป็นพื้นที่ราบขึ้นไปถึงมลฑลยูนยานของจีนผ่านทางรัฐฉาน หรือคะฉิ่นได้ โดยเป็นเส้นทางตรงและใช้ระยะทางที่สั้นกว่า

ซึ่งพื้นที่ทางตอนเหนือของพม่าทั้ง 2 แห่ง ปัจจุบันจีนได้เข้าไปสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเอาไว้เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

ไม่เฉพาะจีนเท่านั้น อินเดียซึ่งเป็นอีกประเทศปลายทางสำคัญของโครงการ EWEC ทางฝั่งตะวันตก ก็ดูเหมือนจะให้ การสนับสนุนโครงการนี้ไม่มากนัก ทั้งที่ตามโครงการมีกรอบความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างไทย พม่า อินเดีย เกี่ยวกับการสร้าง ถนนตามแนวของโครงการนี้อยู่

ความคืบหน้าเท่าที่ปรากฏขณะนี้ คืออินเดียให้การช่วยเหลือแบบให้เปล่าในการสร้างถนนจากเมืองมอเรย์เข้ามาในเขตพม่า เป็นระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร และสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

หลังจากนั้นมายังไม่ปรากฏข่าวว่าอินเดียได้ให้ความช่วยเหลือโครงการนี้เพิ่มเติมในด้านใดอีก

"เป็นธรรมชาติของชุมชนในย่านเอเชียของเราที่เศรษฐกิจมักจะพัฒนาตามแนวจากเหนือลงใต้ คือพัฒนาลงมาตามแนวลำแม่น้ำ ของไทยก็ตามแนวลำน้ำเจ้าพระยา ของพม่าเองก็เหมือนกัน" ปณิธิ ตั้งผาติ อดีตประธานหอการค้า จ.ตาก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาหอการค้า เปรียบเปรยให้เห็นภาพ เมื่อถามถึงเหตุผล ของความล่าช้าของโครงการ EWEC ทางฝั่งนี้

ปณิธิถือเป็น 1 ในผู้ส่งออกรายใหญ่ ใน อ.แม่สอด คร่ำหวอดกับการค้าชายแดน ไทย-พม่าด้านนี้มาหลาย 10 ปี รวมทั้งมีสายสัมพันธ์อันดีกับจีน โดยปัจจุบันยังมีตำแหน่งเป็นประธานชมรมโรงเรียนสอนภาษาจีนภาคเหนือแห่งประเทศไทย

ซึ่งหากตีความจากคำพูดเปรียบเปรยของปณิธิ การที่โครงการ EWEC มีความล่าช้าอาจเป็นเพราะเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจตามธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ เพราะเป็น การพัฒนาตามแนวขวาง ตัดข้ามลำน้ำสาย ต่างๆ ถึงหลายสายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเมย แม่น้ำสาละวิน รวมถึงแม่น้ำอิรวดี

อย่างไรก็ตาม จะด้วยสาเหตุใดที่ทำให้โครงการ EWEC ล่าช้า ไม่ว่าจะมาจากเรื่องของการเมืองภายในประเทศไทย การเมืองภายในพม่า การขาดการตื่นตัวของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขาดการผลักดันจากประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีน หรืออินเดีย

ก็ต้องยอมรับว่าโครงการพัฒนาตามเส้นทาง EWEC เป็นโครงการที่มีความ สำคัญทางยุทธศาสตร์อีกเส้นหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ หากโครงการนี้สามารถ เดินหน้าได้เต็มรูปแบบ

การที่ภาคธุรกิจในแม่สอดที่ดูจะไม่มีความเคลื่อนไหวต่อโครงการนี้มากนักในช่วงที่ผ่านมา อาจไม่ใช่เป็นเพราะไม่มีความตื่นตัว อย่างที่ชุมพร พลรักษ์ อดีตผู้ว่าราชการ จ.ตาก เข้าใจเสียทั้งหมด

เป็นไปได้ว่า พวกเขาเหล่านี้เห็นว่าจากความล่าช้าของโครงการทำให้เขายังมีเวลา อย่างน้อยก็อีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี จนกว่าจะถึงเวลาที่พม่ามีการเลือกตั้ง และการเมืองไทยมีเสถียรภาพขึ้น

พวกเขาสามารถใช้เวลาช่วงนี้เตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หากโครงการ EWEC เริ่มเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

http://info.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=74636
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #4
ส่องเส้นทาง EWEC "แม่สอด-มุกดาหาร" ขยายถนน 4 เลนสะดุด-ลงทุนบางตา

updated: 09 พ.ค. 2557 เวลา 21:00:33 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

การเชื่อมโยงระบบการคมนาคมระหว่างไทยกับ 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า ภายใต้โครงการ GMS Economic Corridors หรือระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย 3 เส้นทาง คือ 1) แนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 เชื่อมโยงพื้นที่ด้านตะวันออกจากเวียดนาม ผ่าน สปป.ลาว เข้าไทยด้านจังหวัดมุกดาหาร สิ้นสุดที่เมียนมาร์ ระยะทางประมาณ 1,450 กิโลเมตร (กม.)

2) แนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เชื่อมโยงพื้นที่จีนตอนใต้ จุดปลายของเส้นทางจะแยกออกเป็น 2 ทาง โดยจะผ่านถนนในแนวเหนือ-ใต้ของไทยและเวียดนาม

และ 3) แนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ใน 3 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ/ปอยเปต-พนมเปญ-โฮจิมินห์ซิตี-วังเตา ระยะทาง 1,005 กม. เส้นทางกรุงเทพฯ-ตราด/เกาะกง-สแรแอมปึล-กัมปอต-ฮาเตียน-กามู-นำเชา ระยะทาง 907 กม. และกรุงเทพฯ-เสียมเรียบ-สตรึงเตร็ง-รัตนคีรี-Oyadav (กัมพูชา)-Play Ku-Quy Nhon (เวียดนาม) 1,150 กม.

โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2541 และประเทศไทยได้ลงนามในกรอบความร่วมมือตั้งแต่ปี 2535 หรือกว่า 16 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันแนวเส้นทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากที่สุดคือ แนวตะวันออก-ตะวันตก ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ตัดผ่านประเทศไทยด้านจังหวัดมุกดาหาร ไปสิ้นสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระยะทางประมาณ 770 กม.

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางขนส่งทางบกที่จะช่วยย่นระยะทางและเวลาในการขนสินค้าจากทางเรือที่มาจากทางตะวันตกจากเดิมที่ต้องอ้อมไปทางสิงคโปร์ ก่อนจะขึ้นไปยังเวียดนาม หลายฝ่ายหวังว่า จะสร้างมูลค่าการค้าให้กับไทยมหาศาล

7 จว.รับอานิสงส์เส้นทาง EWEC

อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศจะต้องมีการลงทุนโครงการพื้นฐานเพื่อรองรับการขนส่งระหว่างกัน ซึ่งประเทศไทยกำลังขยายถนนให้เป็น 4 เลนตลอดเส้นทางผ่าน 7 จังหวัด คือ มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย และตาก

ล่าสุดทีมข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก โดยมีจุดเริ่มต้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปสิ้นสุดที่แยกหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของถนนเส้นนี้ พบว่า จากช่วงแยกแม่สอด-ตาก ประมาณ 80 กม. ในช่วงหัว-ท้ายถนน คือ ก่อนเข้าแม่สอด และบริเวณแยกแม่สอด ระยะทางช่วงละประมาณ 15 กม. มีการก่อสร้างถนนเป็นระยะ

ปัจจุบันเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางขนส่งที่อันตรายมากที่สุด เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถนนมีความลาดชันและคดเคี้ยว มีรถบรรทุกสินค้าเข้าออกในแต่ละวันจำนวนมาก ทำให้ผู้สัญจรต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก

ลงทุนเมืองพิษณุโลกหนาแน่น

จากแยกแม่สอดมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองจังหวัดตาก ไปตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 หรือทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข AH 16 ผ่านจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก เป็นถนนที่ยกระดับเป็น 4 เลนเกือบทั้งหมด การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบาย ปริมาณรถสัญจรยังไม่มากนัก

ขณะนี้โซนที่มีการค้า การลงทุนคึกคักมากที่สุดคือ ช่วงที่ผ่านตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลกไปบรรจบแยกอินโดจีน โดยมีการลงทุนเกิดขึ้นหนาแน่น อาทิ โรงแรม โมเดิร์นเทรด ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ บ้านจัดสรร เป็นต้น

จากนั้นมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จะเริ่มเข้าสู่โหมดของการก่อสร้างเป็นระยะ ตลอดเส้นทางไปถึงแยกหล่มสัก ซึ่งงานก่อสร้างมีความยุ่งยากไม่ต่างจากช่วงแม่สอด-ตาก เพราะเป็นทางขึ้นเขามีความคดเคี้ยวมาก

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นยังคงกระจุกตัวอยู่ในช่วงหัวท้าย เนื่องจากเป็นประตูการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่อำเภอแม่สอดและจังหวัดมุกดาหาร ส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีศักยภาพสูง จากการเป็นเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของเส้นทาง EWEC และเป็นเมืองสี่แยกอินโดจีน

ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก กำลังถูกจับตามองให้เป็นพื้นที่การค้าการลงทุนใหม่ในกลุ่มอนุภาคแม่น้ำโขง "โจทย์" ท้าทายอยู่ที่ว่าประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของเส้นทางนี้

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1399562454
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #5
กรมทางหลวงเดินหน้าขยายถนนแนวอีสต์-เวสต์ จากแม่สอด-มุกดาหาร เป็น 4 ช่องจราจร ต.ค.นี้ ลุยมอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย

วันที่: 9 ก.ค. 59 เวลา: 17:33 น.

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ทล.เตรียมประกวดราคาขยายช่องจราจรถนนจาก 2 ช่อง เป็น 4 ช่องจราจร ในช่วงหล่มสัก-น้ำหนาว ระยะทาง 81 กิโลเมตร(กม.) วงเงินประมาณ 5.4 พันล้านบาท และช่วงนาไคร้-คำชะอี(จังหวัดกาฬสินธุ์-มุกดาหาร) ระยะทาง 36 กม. วงเงินประมาณ 2.4 พันล้านบาท ภายใต้โครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงตามแนวตะวันออก-ตะวันตก(อีสต์-เวสต์ คอริดอร์) จากแม่สอด(เขตเศรษฐกิจพิเศษ)-สุโขทัย-พิษณุโลก-หล่มสัก-น้ำหนาว-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร(เขตเศรษฐกิจพิเศษ) หลังจากทั้ง 2 ช่วงดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(คชก.)แล้ว คาดว่าจะประกวดราคาหาผู้รับเหมาเข้ามาก่อสร้างได้ในเดือนตุลาคมนี้

นายธานินทร์ กล่าวว่า โครงการทางหลวงถนนตามแนวตะวันออก-ตะวันตกดังกล่าว ระยะทางรวมประมาณ 777 กม. ที่ผ่านมาได้ขยายเป็น 4 ช่องจราจรเกือบครบทั้งหมดแล้ว ยกเว้น 2 ช่วงดังกล่าว ดังนั้นหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าและการเดินทางจากพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงการเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันได้ง่ายขึ้นด้วย “เมื่อขยายเป็น 4 ช่องจราจรได้ตลอดแนวเส้นก็จะเป็นถนนที่เชื่อมแนวอีสต์-เวสต์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายธานินทร์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมาการขยายถนนช่วงนาไคร้-คำชะอีมีปัญหาเรื่องของพื้นที่เขตทางที่จะใช้ก่อสร้างไม่พอ เนื่องจากมีบ้านเรือนของประชาชนอยู่ใกล้ชิดกับถนนเป็นจำนวนมาก ทล.จึงได้ปรับแนวเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ทั้ง 2 ฝากฝั่งของถนน

นายธานินทร์ กล่าวว่า สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลเซีย มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบ ใกล้เสร็จแล้ว จากนั้นจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และต้องนำเข้า คชก. คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ

http://www.matichon.co.th/news/206337
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #6
การพัฒนาเส้นทางจากแม่สอด-เพชรบูรณ์-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร ที่จะขยายให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรตลอดเส้นทาง แต่ปัจจุบันพบว่าช่วง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ยังไม่ผ่านรายงานอีไอเอ จึงขอให้เร่งรัดดำเนินโครงการ

เนื่องจากจะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงการค้า การลงทุนในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันพบว่าปริมาณการค้าในพื้นที่ จ.มุกดาหาร มีมูลค่า 7-8 หมื่นล้านบาท และมีสัญญาณจะเติบโตถึง 1 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับด่านการค้าในแม่สอดที่มีปริมาณการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย ดังนั้นหากภาครัฐฯ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็จะเป็นปัจจัยหนุนการค้าเป็นอย่างดี

2 กันยายน 2559 http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/715706
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #7
สำหรับโครงข่ายถนนแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก “ถนนช่วงแม่สอด-ตาก-สุโขทัย-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์มุกดาหาร” นั้น หอการค้าเสนอให้เร่งเชื่อมช่วงที่ยังไม่ได้ขยายจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ล่าสุดช่วงน้ำหนาวตอน 2 ซึ่งมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุมัติ EIA แล้ว รวมถึงได้รับงบประมาณในปี 2560 เพื่อดำเนินการแล้ว

ส่วนช่วงนาไคร้-คำชะอี ระยะทาง 71 กม.ได้รับงบประมาณปี 2560 วงเงิน 2,400 ล้านบาท ดังนั้น ภายในปี 2560 จะเริ่มงานก่อสร้างช่วงที่ยังตอนอยู่ได้ โดยก่อสร้าง 3 ปีจะทำให้ถนนเชื่อมตะวันออก-ตะวันตกด้านบนเป็น 4 ช่องจราจรสมบูรณ์

1 กันยายน 2559 http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000087991
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #8
อัดฉีด 5.4 พันล้านเร่งขยาย 4 เลน เชื่อม 4 ประเทศปลุกศก.อาเซียน

updated: 10 ต.ค. 2559 เวลา 20:25:23 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.บิ๊กตู่ เร่งถนน 4 เลนเชื่อม 4 ประเทศระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก "เมียนมา-ไทย-ลาว-เวียดนาม" ผ่อนผันช่วง "ตาก-แม่สอด" สร้างผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำ 1A แลกปลูกป่าทดแทน 1.2 พันไร่ ทางหลวงชงหล่มสัก-น้ำหนาว อีก 4 ตอน วงเงิน 5.4 พันล้าน ขอไฟเขียวตัดผ่านอุทยาน เซ็นสัญญา พ.ย.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่อนผันมติ ครม.วันที่ 13 พ.ย. 2550 การใช้พื้นที่ลุ่มน้ำ 1A ก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจรอยู่ในแนวทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงตาก-แม่สอด ที่กรมทางหลวง (ทล.) กำลังเร่งก่อสร้างโครงการ

ซึ่งการขยาย 4 ช่องจราจรตอนตาก-อ.แม่สอด เริ่มจากบริเวณสามแยก แม่สอด-แยกอุ้มผาง รวม 76 กม. ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตอน 1 และ 2 เสร็จแล้วอยู่ระหว่างก่อสร้างตอน 3 และ 4 อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1A

"ต้องขยายเป็น 4 เลน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมจากย่างกุ้ง เมียวดี ของประเทศเมียนมา มายังแม่สอด พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น และมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยเชื่อมไปสะหวันนะเขต ประเทศลาว และเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม" นายอาคมกล่าวและว่า

นอกจากนี้ ครม.ยังกำชับให้ ทล.ดำเนินการตามมาตรการที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมมีความเห็นเพิ่มเติมในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ประกอบด้วย 1.ปลูกป่าทดแทนจากเดิม 386 ไร่ เพิ่มเป็น 3 เท่า หรือ 1,200 ไร่

2.ต่อไปการก่อสร้างทางหลวง ที่ตัดผ่านพื้นที่ป่าไม้ให้พิจารณาถนนบางช่วงให้เป็น รูปแบบ อุโมงค์ทางลอด หรือเส้นทาง ธรรมชาติ รวมทั้งพิจารณาทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงตัดต้นไม้ โดยอาจย้ายหรือขุดล้อมต้นไม้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการหลีกเลี่ยงตัดต้นไม้ริมทาง

3.ให้นำข้อมูล รายละเอียดรถยนต์และความแตกต่างพวงมาลัยของประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ประกอบการออกแบบให้เหมาะสม หรือ ปรับโค้งให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับการสัญจรระหว่างประเทศ รวมทั้งการเก็บค่าผ่านทางจากผู้ที่สัญจรประเทศเพื่อนบ้าน และ 4.หามาตรการระบายน้ำ ลดการกีดขวางทางน้ำ

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเร่งก่อสร้าง ตอนที่ 3 ช่วงหล่มสัก-น้ำหนาวระยะทาง 10 กม. ขยายถนนเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 507 ล้านบาท มีบริษัท สระหลวงก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 690 วัน

"ช่วงนี้ทำอุโมงค์ต้นไม้ประมาณ 30% แนวเส้นทางเริ่มจาก สี่แยกพ่อขุนผาเมือง ผ่านบ้านหนองไขว่ บ้านหนองปลาซิว บ้านโนนทอง ต.หนองไขว่ บ้านปากดุก ต.ปากดุก และบ้านน้ำดุก บ้านหนองนาเชือก บ้านหน้าศูนย์ ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์"

ส่วนตอนที่ 4 แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ตอน ค่าก่อสร้าง 5,400 ล้านบาท เป็นโครงการผูกพันปี 2560-2562 ได้แก่ ตอนที่ 1 อ.หล่มสัก - อ.น้ำหนาว ตอน บ.น้ำดุก - ต.ปากช่อง จ.เพชรบูรณ์ ระยะทาง 20 กม.วงเงิน 1,250 ล้านบาท ตอนที่ 2 อ.หล่มสัก-อ.น้ำหนาว ตอน ต.ปากช่อง-ต.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ระยะทาง 20 กม. วงเงิน 1,370 ล้านบาท, ตอนที่ 3 อ.หล่มสัก-อ.น้ำหนาว ตอน ต.น้ำหนาว-ต.ทุ่งพระ จ.เพชรบูรณ์ ระยะทาง 12.50 กม. วงเงิน 1,350 ล้านบาท และตอนที่ 4 อ.หล่มสัก-อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ตอน ต.ทุ่งพระ-อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ระยะทาง 28 กม.วงเงิน 1,430 ล้านบาท

ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกวดราคาและการพิจารณาจากคณะกรรมการอีไอเอ คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ในเดือน พ.ย.นี้ หลังจากนี้ก็จะทำเรื่องขออนุญาตพื้นที่อุทยานน้ำหนาวต่อไปเช่นเดียวกับช่วงตาก-แม่สอด

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1476080142
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #9
ครม.อนุมัติกรมทางหลวงก่อหนี้ผูกพัน สร้างโครงข่ายทางหลวงตามแนวตะวันออก-ตะวันตก

updated: 28 ก.พ. 2560 เวลา 18:32:16 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณสำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งกรมทางหลวงจะดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สายบ้านนาไคร้-อำเภอคำชะอี ตอนที่ 1 (บ้านนาไคร้-อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร) ระยะทาง 16.6 กม. วงเงิน 1,196 ล้านบาท และตอน 2 (อ.หนองสูง-อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร) ระยะทาง 19.708 กม. วงเงิน 1,196 ล้านบาท ขยายจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งจะเป็นโครงข่ายทางหลวงตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (E-W Corridor) แม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบผลการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา (ด้านเหนือ) ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2 บรรจบทางหลวงหมายเลข 2068 (ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 กับทางหลวงหมายเลข 290) จ.นครราชสีมา ระยะทาง 5.4 กม. วงเงิน 1,394.8 ล้านบาท และรับทราบผลประมูลทางหลวงหมายเลข 3 สายตราด-หาดเล็ก ตอนทางแยกเข้า ตำบลไม้รูด-บ้านคลองจาก จ.ตราด ระยะทาง 23.45 กม. วงเงิน 985.47 ล้านบาท และเห็นชอบการประมูลก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1421 สายเชียงราย-อ.ขุนตาล ตอนบ้านห้วยดอย-บ้านใหม่มงคล จ.เชียงราย ระยะทาง 19 กม. วงเงิน 1,088 ล้านบาท

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1488281553
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #10
ขอเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณในปี 2560 ที่ได้รับจัดสรรสำหรับโครงการขยายถนน 4 ช่องจราจรช่วง อ.หล่มสัก-อ.น้ำหนาว วงเงิน 5,400 ล้านบาท ซึ่งโครงการช่วงนี้ถูกชะลอไว้ก่อนเพื่อแก้ปัญหาช่วงตัดผ่านพื้นที่อุทยานน้ำหนาว จึงจะเสนอขอปรับเงินมาใช้ในมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จำนวน 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 3, 11, 18 ซึ่งจะใช้วงเงินขั้นต้นหลังลงนามสัญญาประมาณ 20% หรือ 1,000 ล้านบาท

6 มีนาคม 2560 http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000022712
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #11
ถนนใหม่ไทย-เมียนมาแค่45นาที

ทล.สร้างถนนเชิงเขาตะนาวศรี - กอกะเร็ก 2 ช่องจราจร ขนส่งสินค้า เชื่อมไทย พม่า
ลดเวลาเดินทาง 45 นาที ถึงเมืองเมียวดี

พฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 08.00 น.

นายจงจิต เต็งยะ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่4 กรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า
ทล.ได้ก่อสร้างถนนสายเชิงเขาตะนาวศรี - กอกะเร็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระยะทาง
28.204 กม.ขนาด 2 ช่องจราจรไปกลับ พร้อมปรับปรุงทางเดิมสายเมียวดี -เชิงเขาตะนาวศรี
เมียนมา อีก 17.242 กม. รวม 45.446 กม. ด้วยงบประมาณก่อสร้าง 1,320
ล้านบาทแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่แก่เมียนมาตั้งแต่ปี58
โดยโครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย– เมียนมาแห่งที่1
ผ่านด่านข้ามแดน ตรงไปเข้าทางหลวงหมายเลข85เลี้ยวซ้ายบริเวณกม.17
เข้าถนนสายใหม่สิ้นสุดโครงการที่จังหวัดกอกะเร็กเมืองเมียวดี
หากตรงไปจะเป็นถนนสายเดิมขนาด2 ช่องทางไปกลับเช่นกัน ต้องผ่านหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก
ย่นเวลาเดินทางจากไทยไปเมืองเมียวดีได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้แต่เดิมผ่านเส้นทาง(สายเมียวดี -เชิงเขาตะนาวศรี)ช่องทางแคบ รถสวนทางกัน
เขตทางกว้าง3เมตร ใช้เวลาเดินทาง6-7ชม.
แต่ทางสายใหม่ลัดเขาใช้เวลาจากไทยไปเมืองเมียวดีแค่เพียง45นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้เส้นทางสายใหม่ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเมืองเมาะละแหม่งเข้าอ่าวเมาะตะมะเมืองชายทะเลของเมียนมาได้อีกด้วย
ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าคนไทย-เมียนมา ใช้งานวันละไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 คัน
ถือว่ายังน้อยอยู่หากเทียบกับเส้นทางใหม่ที่มีผ็ใช้สูงกว่า2 เท่า
เพราะชินกับเส้นทางเดิมจึงขอเชิญชวนมาใช้เส้นทางนี้เพราะช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้อย่างมาก

นายจงจิต กล่าวต่อว่า
สำหรับงานก่อสร้างถนนใหม่และบูรณะถนนเดิมนั้นอยู่ในโครงการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลไทยแบบให้เปล่าเนื่องจากเป็นประโยชน์ในการเชื่อมเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอีกทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างแ
ๆในภูมิภาคและระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (East-West EconomicCorridor)
เสริมสร้างเครือข่ายระบบโลจิสติกส์ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศส่งเสริมการกระจายสินค้าง
เพิ่มมูลค่าการลงทุน
ที่สำคัญยังเชื่อมทางหลวงหมายเลข12(สายแม่สอด)และเชื่อมโครงการก่อสร้างทางหลวงหมาย130(สายทางเข้าสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่2)ขนาด4ช่องที่มีกำหนดเปิดให้บริการต้นปี61

https://www.dailynews.co.th/economic/566517
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #12
ไทยให้เมียนมา1.8พันล. สร้างถนนเชื่อมระเบียงศก.ไทย เมียนมา อินเดีย

2 June 2017

ไทยทุ่มงบ 1.8 พันล้านให้เมียนมาสร้างถนนกอกาเรก-เอ่งดุ่-ผาอัน เชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก กระตุ้นการค้า-โลจิสติกส์และการท่องเที่ยว ระหว่างไทยและอินเดีย

นายจงจิตร เต็งยะ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 4 (ตาก) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยให้งบประมาณ 1,800 ล้านบาท สนับสนุนรัฐบาลเมียนมาในการก่อสร้างถนนเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อจาก จ.กอกาเรก ไปเมืองหลวงผาอัน-เมืองพะโคและกรุงหงสาวดี ระยะทางอีกประมาณ68 กม. โดยจะเชื่อมจากจังหวัดกอกาเรกไปยังเมืองเอ่งดุ่ ก่อนที่จะถึงเมืองผาอันประมาณ 30 กม.ต่อไปยังเมืองตะโถ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมา ได้กู้เงิน ADBในการดำเนินการก่อสร้างเองส่วนที่เหลือต่อจากเมืองเอ่งดุ่ ไปตะโถ่ง-ผาอัน-เมืองพะโค และกรุงหงสาวดี นั้น รัฐบาลไทยสนับสนุน 1,800 ล้านบาท เป็นถนนลาดยางแอลฟัลติก กว้าง10 เมตร โดยจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรี จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง โดยเส้นทางที่รัฐบาลไทยสนับสนุนรัฐบาลเมียนมาสายนี้จะเป็นเส้นทางเพื่อเชื่อมการค้า-การท่องเที่ยวและศาสนาวัฒนธรรม ทั้ง 2 ประเทศ โดยเส้นทางสายนี้ได้มีประโยชน์อย่างมหาศาลในการขนส่งสินค้า ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor)




รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายนเรนทระ ทาโมทรทาส โมที นายกรัฐมนตรี อินเดียได้ มีนโยบายพัฒนาระบบคมนาคม-โลจิสติกส์และขนส่งโดยสร้างทางหลวงที่อินเดีย สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมอินเดีย เมียนมา ถึงไทย ได้เริ่มดำเนินการแล้วโดยอยู่ในระยะทาง 1,600 กิโลเมตรจากเมืองโมเรห์ เมืองชายแดนของแคว้นมณีปุระของอินเดียผ่านเข้าประเทศเมียนมา มาถึงเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ3 ของเมียนมา ต่อมาจนถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ของไทยโดยจะก่อสร้างเสร็จในช่วงปลายปี 2561 และคาดว่าในต้นปี 2562 จะเปิดใช้งาน ซึ่งประชาชนทั้ง 3 ประเทศคือไทย อินเดียเมียนมา สามารถใช้ทางหลวงสายนี้ในการคมนาคมได้สะดวกจากเมืองโมเรห์ ในแคว้นมณีปุระ ประเทศอินเดีย มาถึงชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก ประเทศไทยซึ่งจะช่วยด้านการค้าและการท่องเที่ยว ระหว่าง ไทยและอินเดียให้ดีมากขึ้น สอดรับการผลักดัน“นครแม่สอด” เป็นประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน Asean Economics Community-AEC

นายบัควันท์ ซิงห์ บิชนอยเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวเพรสทรัสต์ของอินเดีย ว่าโครงการทางหลวงเชื่อมอินเดียเมียนมา ไทย ใกล้แล้วเสร็จในอีก 18 เดือน โดยกำลังสร้างสะพานเชื่อมทางหลวงสายนี้ ด้วยการซ่อมแซมสะพานเก่าในยุคอาณานิคม สร้างในสมัยที่อังกฤษปกครองเมียนมา จำนวน 73สะพานให้ใช้การได้ใหม่ โดยทางรัฐบาลอินเดียเป็นผู้ออกทุนในการซ่อมแซมให้ หากว่าสะพานเหล่านี้แล้วเสร็จ ประชาชนใน 3ประเทศสามารถใช้ทางหลวงสายนี้ในการคมนาคมได้สะดวก จากเมืองโมเรห์ ในแคว้นมณีปุระประเทศอินเดีย มาอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยด้านการค้าโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว ระหว่าง ไทยและอินเดียให้ดีมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

http://m.thansettakij.com/content/155268
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #13
ยันขยายสาย12ผ่านอุทยานน้ำหนาว

ทล.ลุขยายสาย 12 ผ่านอุทยานน้ำหนาว เผยศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเสร็จแล้ว
แต่ยังถูกคัดค้าน “อาคม” ส่งคนเจรจานักอนุรักษ์ เตรียมนำปัญหารายงานนายกรัฐมนตรี

อาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2560 เวลา 17.11 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รมว. คมนาคมพร้อมนายสราวุธ ทรงศิวิไล รองอธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) นายสุจิณ มั่งนิมิตร
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัยทล.และคณะได้ติดตามโครงข่ายคมนาคมของทล.
โดยเฉพาะโครงการขยายช่องทางจราจรทางหลวงสาย 12(แม่สอด-มุกดาหาร)
ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East- West Economic Corridor : EWEC)
บริเวณกม.447 (บ้านคอนสาร) และ บริเวณผาเทวดา ( กม.443)

โดยช่วงพิษณุโลก-หล่มศักดิ์ ทล.ได้ขยายจาก 2ช่องจราจรไปกลับเป็น 4
ช่องไปกลับเกือบทั้งหมด ยังเหลือช่วงอ.หล่มสัก-น้ำหนาว ตอนน้ำดุก-อ.คอนสาร
ระยะทาง81กม.ที่ส่วนหนึ่งพาดผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์
ได้รับงบประมาณมาแล้วประมาณ 6พันล้านบาท
แต่ติดปัญหากลุ่มอนุรักษ์ไม่ให้เข้าใช้พื้นที่ก่อสร้างในเขตอุทยานฯ
โดยเสนอให้ขยายทางหลวงสาย2216 ซึ่งมีขนาด 2ช่องทางไปกลับเช่นกันแทน
ทั้งนี้นายอาคมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเส้นทาง2216
ที่ถูกเสนอให้เป็นทางเลี่ยงในการใช้พื้นที่อนุรักษ์ แต่พบว่าเป็นทางโค้ง
ลาดชันและคดเคี้ยวระยะทาง126 กม.
จะเป็นจุดเสี่ยงในการเดินทางและเสียเวลาเพราะวิ่งอ้อมใช้เวลาเดินทางเพิ่มถึง3 ชม.
ขณะที่สาย 12แค่ 1 ชม.เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการขยายทางหลวงสาย12ช่วงผ่านอุทยานฯน้ำหนาว
ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
โดยในพื้นที่อนุรักษ์ได้ลดผลกระทบ อาทิ การก่อสร้างสะพานทางยกระดับขนาด
2ช่องบนทางหลวงสาย12 ทดแทน การขยายเป็น4ช่อง รวมทั้งสร้างอุโมงค์ให้ช้างเดินลอด
แต่ก็ยังถูกคัดค้าน ซึ่งนายอาคมได้มอบหมายผู้เกี่ยวข้องไปเจรจานักอนุรักษ์
รวมทั้งจะนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปรายงานนายกรัฐมนตรีต่อไป
นอกจากนี้คณะของนายอาคมยังตรวจสะพานห้วยตองทางหลวงหมายเลข12ช่วง กม. 373 ซึ่งเป็น 1
ใน4จุดเสี่ยงที่ทล.ร่วมกับญี่ปุ่นแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ
โดยนายอาคมสั่งการให้เพิ่มป้ายยัวร์สปีดเพื่อกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วลง
ทาพื้นสีแดงกันลื่น และทำจุดพักรถชมวิวให้นักท่องเที่ยว
ซึ่งใช้งบประมาณรวมทั้งหมดราว 4ล้านบาท

https://www.dailynews.co.th/economic/580421
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #14
ครม.อนุมัติเวนคืน "บ้านนาไคร้-คำชะอี" ขยาย4เลน เสริมโลจิสติกส์ระเบียงศก.แม่สอด-มุกดาหาร

updated: 27 มิ.ย. 2560 เวลา 17:00:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2560 คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อก่อสร้างและขยายทางหลวงหมายเลข 12 สายแม่สอด(เขตแดน)-มุกดาหาร ตอนบ้านนาไคร้ –อ.คำชะอี พ.ศ....

โดยจะขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งเป็นแนวทางตัดใหม่ ระยะทาง 36.308 กิโลเมตร กรอบวงเงิน 2,650 ล้านบาทแบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 2,400 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 250 ล้านบาท ประกอบด้วยที่ดิน 630 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 162 ราย ต้นไม้ยืนต้น 340 ราย

แนวเส้นทางผ่านพื้นที่ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และตำบลโดนยาง เทศบาลตำบลหนองสูง(ตำบลสูงเหนือ) อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีจุดเริ่มต้นที่กม.704+400.000-กม.740+708.297

"โครงการนี้ได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว 2 ราย รายหนึ่งเข้าพื้นที่ได้ รายหนึ่งยังเข้าพื้นที่ไม่ได้จึงต้องมีการประกาศเวนคืน ช่วงนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี คาดว่าแล้วเสร็จเดือนต.ค.ปี′62" นายอาคมกล่าวและว่า

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายแม่สอด(เขตแดน)-มุกดาหาร ตอนบ้านนาไคร้ –อ.คำชะอีเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งโครงการพัฒนาเส้นทางระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมระหว่างเมียนมาร์-ไทย-ลาว-เวียดนาม เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณจราจร 1,4551 คันต่อวัน รวมทั้งเป็นเส้นทางในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวและการขนส่งโลจิกติกส์ให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1498557591
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #15
“บิ๊กป้อม” สั่งทบทวนขยายถนนผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หวั่นกระทบป่าต้นน้ำ

วันที่ 26 มกราคม 2561 - 15:55 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งห้ามขยายถนน เส้นทางระหว่าง จ.เพชรบูรณ์ ถึง จ.ขอนแก่น ที่ผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ว่าไม่อยากให้ไปทำลายป่าต้นน้ำ จึงให้ไปสำรวจใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรด้บ้าง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญ ได้สั่งการให้ระงับไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม หากการสำรวจครั้งใหม่ ได้ผลว่าไม่กระทบต่อป่าต้นน้ำจะหาวิธีดำเนินการต่อไป

https://www.prachachat.net/general/news-107544
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #16
เผยโฉม “ดอยรวก” ถนนตาก-แม่สอด หลังระเบิดหินขยายถนน


เผยแพร่: 26 ม.ค. 2561 18:45:00 ปรับปรุง: 26 ม.ค. 2561 20:07:00 โดย: MGR Online

เผยโฉม “ดอยรวก” ทางลาดชันบนถนนสายตาก - แม่สอด ที่เคยได้รับสมญานาม “ดอยรวกร้อยศพ” เพราะอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผู้รับเหมาขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรแล้วเสร็จ

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. เฟซบุ๊ก “โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สาย ตาก - อ.แม่สอด ตอน 3 ส่วน 2” เปิดเผยให้เห็นถึงสภาพถนนสายตาก - แม่สอด ช่วงดอยรวก ซึ่งก่อสร้างเป็นถนนลาดยางขนาด 4 ช่องจราจรแล้วเสร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ได้มีการใช้วัตถุระเบิดระเบิดหินภูเขาเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะทยอยระเบิดทีละนิดเป็นระยะเวลา 9 เดือน จากนั้นทำการปรับพื้นที่ก่อสร้างขยายถนนจนแล้วเสร็จ

สำหรับดอยรวก เป็นจุดทางขึ้นลงเขา บนถนนสายตาก - แม่สอด ในพื้นที่ ต.แม่ท้อ อ.เมืองฯ จ.ตาก มีความลาดชันเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร ที่ผ่านมา ชาวบ้านเรียกว่า “ดอยรวกร้อยศพ” เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นับตั้งแต่เปิดใช้ถนนสายตาก - แม่สอด เมื่อปี 2513 โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2557 รถบัสสองชั้นตกเหว มีผู้เสียชีวิต 31 คน หรือเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2557 รถพ่วงเบรกแตกชนรถโดยสารเสียชีวิต 14 คน เป็นต้น

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สาย ตาก - อ.แม่สอด แบ่งออกเป็น 4 ตอน ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 ตอน กำลังก่อสร้างอีก 2 ตอน ได้แก่ ตอน 3 ส่วนที่ 1 ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 49+266 ถึง 61+791 ระยะทาง 12.525 กิโลเมตร งบประมาณ 706 ล้านบาท สิ้นสุดสัญญา 9 ก.พ. 2561

ตอน 3 ส่วนที่ 2 ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 61+791 ถึง 73+891 (รวมดอยรวก) ระยะทาง 12.100 กิโลเมตร งบประมาณ 690.5 ล้านบาท สิ้นสุดสัญญา 10 ม.ค. 2561 ก่อสร้างโดย บริษัท เทิดไทแอนด์โค จำกัด

ส่วนตอน 4 ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 28+814 ถึง 49+266 ระยะทาง 26.451 กิโลเมตร งบประมาณ 1,437.59 ล้านบาท สิ้นสุดสัญญา 16 พ.ค. 2562 ก่อสร้างโดย บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) จำกัด

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000008647













 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #17
ตันจุดเลี่ยง 'เพชรบูรณ์-ชุมแพ' ศึกษาแล้วไม่คุ้มซ้ำพื้นที่อนุรักษ์

2018-01-28

นายธานินท์ สมบูมณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าได้ดำเนินการยุติโครงการขยายทางหลวงจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 หมายเลข 12 จากหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถึง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นระยะทางกว่า 50 กม. แล้ว หลังที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติไม่เห็นด้วยที่จะให้กรมทางหลวงขยายทางหลวง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมฯได้พยามหาทางเลี่ยงอุทยานแล้ว แต่ผลการศึกษาไม่ส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนที่ใช้ทาง โดยแนวทางที่ 1 ถนนเส้นใหม่ขึ้นทางเหนือของอุทยาน 100 กม. แนวทางที่ 2 สร้างทางยกระดับลงใต้ ไปอีก 100 กม.ก็ไม่คุ้มค่าแถมทางยังมีความลาดชัน และยังต้องผ่านพื้นที่อุทยาน ดังนั้น กรมฯจำเป็นต้องยุติและปีที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้มีการจัดหาผู้ว่าจ้างแล้ว เหลือขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่ในเมื่อมีมติออกมาไม่ให้สร้าง กรมทางหลวงก็ได้ยกเลิกการประกวดราคาดังกล่าวไปแล้ว

นายธานินท์ กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดขยายถนนสาย 12 ในช่วงอื่นๆ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็น 4 ช่องจราจรทั้งหมด ตั้งแต่แม่อ.สอด จ.ตาก ถึง จ.กาฬสินธุ์ สำหรับความคืบหน้าการขยายถนนสาย 12 (ตาก-แม่สอด)ในช่วงอื่นๆ ระยะทาง 76.13 กม.บประมาณ 7,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็น4ช่องจราจรทั้งหมด เพื่อเป็นการรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและการค้าชายแดนเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีประเทศเมียนมาหรือEast – West Economic Corridor ล่าสุดบางตอนที่มีการก่อสร้างขยายช่องจราจรเสร็จเรียบร้อย ได้แก่ ตอนที่1 ตาก-น้ำตกลานสาง ระยะทาง ระยะทาง 12 กม. ตอนที่ 2 วงเงียนแม่สอด-ศาลพระวอ ระยะทาง 13.3 กม. เหลือตอนที่ 3 ช่วงบ้านลานสาง-ดอยสน ระยะทาง 31 กม. แบ่งเป็น2ตอนย่อย ตอน3ส่วนที่1 ช่วงน้ำตกลานสาง-ดอยคา ความคืบหน้า 90% คาดก่อสร้างแล้วเสร็จ ปลาย ก.พ.61

ตอนที่ 3 ส่วน 2 ช่วงน้ำตกลานสาง-ห้วยตาหมื่น ความคืบหน้า 95% ขณะนี้อยู่ระหว่างตีเส้นจราจร คิดตั้งราวกันตก ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง คาดจะติดตั้งแล้วเสร็จต้นเดือน ก.พ. 61 ส่วนตอนที่ 4 ช่วงดอยคา-ศาสพะวอ ระยะทาง 36 กม. คืบหน้า23% ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการระเบิดภูเขาและปิดจราจรจนกว่างานจะแล้วเสร็จ โดยจะทำการระเบิดในช่วงเวลา 09.00-09.45 น.ของทุกวัน มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ เดือนมิ.ย.62

https://www.dailynews.co.th/economic/624011
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #18
นายธานินท์ สมบูมณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าได้ดำเนินการยุติโครงการขยายทางหลวงจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 หมายเลข 12 จากหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถึง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นระยะทางกว่า 50 กม. แล้ว หลังที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติไม่เห็นด้วยที่จะให้กรมทางหลวงขยายทางหลวง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมฯได้พยามหาทางเลี่ยงอุทยานแล้ว แต่ผลการศึกษาไม่ส่งผลประโยชน์ต่อประชาชนที่ใช้ทาง โดยแนวทางที่ 1 ถนนเส้นใหม่ขึ้นทางเหนือของอุทยาน 100 กม. แนวทางที่ 2 สร้างทางยกระดับลงใต้ ไปอีก 100 กม.ก็ไม่คุ้มค่าแถมทางยังมีความลาดชัน และยังต้องผ่านพื้นที่อุทยาน ดังนั้น กรมฯจำเป็นต้องยุติและปีที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้มีการจัดหาผู้ว่าจ้างแล้ว เหลือขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แต่ในเมื่อมีมติออกมาไม่ให้สร้าง กรมทางหลวงก็ได้ยกเลิกการประกวดราคาดังกล่าวไปแล้ว
สรุปยกเลิก ใช้ถนน 2 เลน อย่างเดิม 50 กิโล
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
109,005 Posts
Discussion Starter #19
เร่งถนน 4 เลนตาก-แม่สอด เชื่อมระเบียงตะวันออก-ตก


31 January 2018

โครงการเส้นทางถนน 4 เลน ตาก-แม่สอด คืบหน้ามาก คาด ปี 2562 เสร็จสมบูรณ์ หวังเชื่อมเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ EWEC ที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก

ดร.สนิท ทองมา ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) จังหวัดตาก เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างถนน 4 ช่องทางจราจร โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 หรือ AH 1 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-แม่สอด (อ.เมืองตาก- อ.แม่สอด) จังหวัดตาก ว่า โครงการเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์สายดังกล่าว มีทั้งหมด 4 ตอน ซึ่ง ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงของการดำเนินการก่อสร้างในตอนที่ 3 และตอนที่ 4 ซึ่งจะเชื่อมกับตอนที่ 1 และ 2 แบบเสร็จสมบูรณ์แบบ โดยตอนที่ 3 นั้น ล่าสุดได้ดำเนินการไปแล้ว ประมาณ 92% คาดว่าในตอนที่ 3 จะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้

ส่วนตอนที่ 4 ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วประมาณ25% คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2562 แบบเสร็จสมบูรณ์ 100% ของถนนทางหลวงหมายเลข 12 โดยในตอนที่ 3 และตอนที่ 4 ที่กำลังก่อสร้างนั้น ใช้งบประมาณกว่า 2,600 ล้านบาท ส่วนตอนที่ 1 และตอนที่ 2 นั้นได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 1,200 และ 1,500 ล้านบาท โดยตลอดทั้งสาย กว่า 86 กม.นั้น ใช้งบกว่า 4 ,000 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 4 เลน สายตาก-แม่สอด จะไปเชื่อมกับเส้นทางไปยังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาข้ามแม่นํ้าเมย แห่งที่ 1 และ แห่งที่ 2 ที่ต่อเนื่องเชื่อมต่อกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก East West Economic Corridor-EWEC และเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-WEC ในฐานะที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ถือเป็นประตูหน้าด่านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งเป็นเกตเวย์ตะวันตก ที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และถนน สายนี้ยังถือว่าเป็นเส้นทางที่ สวยงาม มีเสน่ห์และงดงามแห่งหนึ่งในเมืองไทย

นายสนิท ทองมา ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) เปิดเผยว่า ถนนสาย 130 ระยะทาง 17 กิโลเมตรเลี่ยงเมืองเชื่อมสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ขณะนี้เสร็จเรียบร้อย คงขาดแค่อาคารบริการจำนวน 7 หน่วยงาน 7 อาคารยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เพราะเจ้าของที่ดินรายเดิมคือนายแก้ว อินทรักษ์ ไม่ยอมส่งมอบที่ดิน ทั้งที่ที่ดินผืนนี้ถูก ม.44 ที่ 17/2558 ให้ที่ดินตกเป็นที่ราชพัสดุรวมกับแปลงอื่นๆ รวม 99 แปลง แต่ยังติดเพียงรายเดียวที่ยังไม่ยอมส่งมอบที่ดิน แต่ไปฟ้องศาลปกครอง และล่าสุดศาลปกครองจำหน่ายคดีออกจากสารบบ เพื่อให้ผู้ฟ้องไปฟ้องต่อศาลยุติธรรม ซึ่งคดีกำลังอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี ส่งผลให้การก่อสร้างอาคารบริการล่าช้าไม่เสร็จทันตามกำหนด

ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) ยังกล่าวต่อว่า งานก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว ได้หยุดชะงักมาเป็นเวลานาน จนกระทบต่อแผนการดำเนินงานของกรมทางหลวง หากไม่เร่งรัดดำเนินการ คาดว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบโครงข่ายทางหลวง กระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เป็นวงกว้าง ประกอบกับงานที่เหลืออยู่เป็นงานจ้างเหมา และระยะเวลาดำเนินการเหลือน้อย จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง ทำให้แผนการดำเนินงานมีความยากลำบากขึ้น ทางกรมทางหลวงได้แจ้งเจ้าของที่ดินให้รีบย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,335 วันที่ 28 - 31 มกราคม พ.ศ. 2561

http://www.thansettakij.com/content/253876
 
1 - 20 of 36 Posts
Top