SkyscraperCity banner

3881 - 3900 of 3972 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,881
เปิดคำร้อง การบินไทย ยื่นฟื้นฟูกิจการ หนี้ท่วม2.8พันล้าน เจ้าหนี้แห่ทวง

เปิดคำร้อง การบินไทย ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ระบุชัดมีหนี้ล้นพ้นตัว หนี้มากกว่าทรัพย์ 2,857 ล้านบาท สารพัดเจ้านี้แห่ทวง เริ่มผิดนัดชำระหนี้แล้ว

วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้เริ่มทยอยส่งอีเมล์แจ้งเตือนมายังลูกค้า โดยระบุว่า ตามที่ได้ทราบแล้วว่า ปัจจุบัน บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ ขอแจ้งว่า ท่านอาจได้รับหนังสือ เอกสาร หรือข้อความจากศาลล้มละลายกลาง เกี่ยวกับการขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทผ่านทางระบบอีเมล์และเอสเอ็มเอส อันเป็นผลมาจากการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า แม้บริษัทจะมีความจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่บริษัท ยังคงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างดีที่สุด ในการดูแลลูกค้าทุกท่านที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) รวมถึงในเรื่องสิทธิประโยชน์ของสถานภาพสมาชิกและไมล์สะสมที่มอบให้กับสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส ที่มีคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งกับบริษัทฯ


ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการนี้ บริษัทจึงขอให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจและเชื่อมั่นว่าบริษัทจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตและอุปสรรคครั้งใหญ่นี้และกลับมาเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการบินที่แข็งแกร่ง เพื่อให้บริการแก่ท่านในฐานะลูกค้าผู้มีอุปการคุณอย่างสูงของบริษัท ได้ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ทราบถึงสิทธิของลูกค้าและความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัท ตามช่องทางต่าง ๆ ต่อไป บริษัทขอขอบพระคุณลูกค้าที่มีความเข้าใจและให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทมาโดยตลอด และบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถกลับมาให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่านได้ในอนาคตอันใกล้นี้

เผยมีหนี้ล้นพ้นตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกค้าบางรายได้รับอีเมล์จากศาลล้มละลายกลาง โดยศาลได้จัดส่งรายละเอียดของคำร้องขอฟื้นฟูกิจการฉบับสมบูรณ์ จำนวน 292 ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็น ที่บริษัทต้องยื่นขอฟื้นฟูกิจการ

โดยระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้จำนวนแน่นอนรวมกันไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 2,857 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากหนี้สินถึงกำหนดชำระลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ และยังมีหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดชำระอีกจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงเป็นเหตุอันสมควรที่ต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลาง

โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. บริษัทแจ้งว่ามีหนี้สิน รวมทั้งสิ้น 352,494 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.หนี้สินหมุนเวียน จำนวน 104,669 ล้านบาท เช่น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 13,642 ล้านบาท ,เงินกู้ยืนระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 3,768ล้านบาท, หนี้สัญญาเช่าเครื่องบิน 7,504 ล้านบาท, หุ้นกู้ 10,085 ล้านบาท, รายรับด้านขนส่งที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ 18,093 ล้านบาท เป็นต้น และ 2.หนี้สินไม่หมุนเวียน 247,824 ล้านบาท เช่น หนี้เงินกู้ระยะยาวสถาบันการเงิน 4,743 ล้านบาท, หุ้นกู้ 64,023 ล้านบาท, เงินกองทุนบำเหน็จพนักงาน 3,693 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทมีสินทรัพย์รวม 349,636 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.สินทรัพย์หมุนเวียน 52,320 ล้านบาท เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 22,947 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียน 17,120 ล้านบาท สินค้าและพัสดุคงเหลือ 4,559 ล้านบาท เป็นต้น และ 2.สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 297,316 ล้านบาท เช่น ลูกหนี้สัญญาเช่า 6,471 ล้านบาท,

เงินลงุทนในบริษัทร่วม 1,234 ล้านบาท, เงินลงทุนในบริษัทย่อย 1,810 ล้านบาท ,ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 163,848 ล้านบาท, เงินประกันการบำรุงรักษาเครื่องบิน 14,739 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าบริษัทมีภาระหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 2,857 ล้านบาท ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดบล ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน

การบินไทย เริ่มผิดนัดชำระหนี้
นอกจากนี้ ลูกหนี้ยังไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ ณ วันที่ 21 พ.ค.63 จำนวน 10,200 ล้านบาท เช่น เจ้าหนี้การค้าที่อยู่ต่างประเทศ 5,472 ล้านบาท, เจ้าหนี้ค่าน้ำมัน 2,256 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้าในประเทศ 1,333 ล้านบาท, เจ้าหนี้หน่วยงานรัฐ เช่นกรมสรรพากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 994 ล้านบาท, เจ้าหนี้สายการบินอื่นและสมาคมInternation Air Association 57 ล้านบาท, เจ้าหนี้ตันแทยขายตั๋วโดยสาร 13 ล้านบาท เป็นต้น

รวมทั้งเจ้าหนี้ทั้งในและต่างประเทศหลายราย ยังได้ส่งหนังสือปฏิเสธการผ่อนชำระหนี้ แจ้งการผิดนัด ตลอดจนทวงถามให้บริษัทชำระหนี้ และเตรียมหักเงินประกันตามสัญญาจากกรณีผิดนัดชำระหนี้มาด้วย เช่น ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน) ได้ปฏิเสธการขอขยายระยะเวลาวงเงินสินเชื่อระยะสั้นประเภทตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 1,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทผิดนัดชำระหนี้ทันที,

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ส่งหนังสือให้ชำระหนี้ค่าทำการนอกเวลาราชการเป็นจำนวนเงิน 53 ล้านบาท, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังนำมาให้บริษัทกู้ยืมต่อ จำนวน 15,000 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องบินแอร์บัส 380-800 จำนวน 2 ลำ, บริษัท แอร์แคป ไอร์แลนด์ แคปปิทัล ดีซิคเนท แอคทิวิตี้ ผู้ให้เช่าเครื่องบิน โบอิ้ง 787-8 และเครื่องยนต์ Roll Royce Trent 1000-AE จำนวน 2 เครื่อง ได้แจ้งว่าบริษัทผิดนัดชำระหนี้ค่าเช่าเครื่องบินและเงินอื่น ๆ ตามสัญญา 73 ล้านบาท ผู้ให้เช่าจึงหักเงินจำนวนดังกล่าวออกจากเงินประกัน,

บริษัท โกลด์ฟิซ ฟันดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้ให้เช่าเครื่องบิน โบอิ้ง787-9 และเครื่องยนต์ Royce Trent 1000-D2 จำนวน 2 เครื่อง ได้แจ้งว่าบริษัทผิดนัดชำระหนี้ค่าเช่า และเงินอื่น จำนวน 96 ล้านบาท ผู้ให้เช่าจึงหักเงินจำนวนดังกล่าวออกจากเงินประกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จำเป็นต่อการดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ แม้ว่าบริษัทจะหยุดทำการบินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติอเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่น ค่าจ้างพนักงาน จำนวน 21,265 คน คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท/เดือน ,ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินประมาณ 23 ล้านบาท/เดือน, ค่าบำรุงรักษาเครื่องบิน 185 ล้านบาท เป็นต้น

13/6/2563 เปิดคำร้อง การบินไทย ยื่นฟื้นฟูกิจการ หนี้ท่วม2.8พันล้าน เจ้าหนี้แห่ทวง
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,882
การบินไทยส่งคำร้องฟื้นฟูหนา 292 หน้า ถึงเจ้าหนี้ 2.5 ล้านรายแล้วทางอีเมล์

วันที่ 14 มิถุนายน 2563

การบินไทยส่งสำเนาคำร้องฟื้นฟูกิจการจำนวน 292 หน้า ถึงเจ้าหนี้กว่า 2.5ล้านรายแล้วตั้งแต่12 มิ.ย.63 เผยเป็นคดีแรกที่ศาลให้ส่งคำร้องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าจากที่ศาลนัดไต่สวนวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งสำเนาคำร้องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามกรอบรายละเอียด และวิธีที่กำหนด เนื่องจากเจ้าหนี้ในคดีมีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว และเป็นธรรม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในคดีฟื้นฟูฯ เพิ่มเติมจากที่ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขอฟื้นฟูฯ ทางไปรษณีย์ให้แก่เจ้าหนี้บางส่วนแล้ว และการบินไทยได้เริ่มส่งคำร้องขอฟื้นฟูฯ ทางอีเมล์เละทาง SMS ด้วย ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน2563

นอกจากนี้ศาลมีคำสั่งให้ประกาศคำสั่งรับคำร้องขอ และวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับไม่น้อยกว่าสองครั้งห่างกันไม่เกิน 7วัน รวมทั้งให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อเจ้าหนี้ และแก่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรมบังคับคดี และให้ส่งให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 90/9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 และให้ประกาศวันเวลานัดไต่สวนโดยลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอีกทางหนึ่ง

หากเจ้าหนี้ประสงค์คัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่า 3 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่คัดค้าน

ทั้งนี้ศาลจะมีการประกาศคำสั่งรับคำร้องขอ และวันเวลานัดไต่สวนในวันที่ 16 และ 19 มิถุนายน ลงทางหนังสือพิมพ์รายวัน และลงโฆษณาวันเวลานัดไต่สวนทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (e-notice) กับให้ดาวน์โหลดคำร้องขอฟื้นฟู ในเว็บไชต์ของศาลล้มละลาย ตามคำสั่งศาล เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูฯ อย่างแท้จริง

สำหรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบมจ. การบินไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 292 หน้า ซึ่งระบุว่า งบการเงินณสิ้น ไตรมาส1/2563 บริษัทมีหนี้สินรวม 352,494,285,416 บาท และ ณวันที่21พ.ค.2563 บมจ.การบินไทยมีหนี้ค้างชำระ 10,248 ล้านบาท

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เจ้าหนี้ตามกฎหมายของการบินไทยมีทั้งหมดกว่า2.5ล้านราย ซึ่งนอกจากเจ้าหนี้ใหญ่ในส่วนของเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้หุ้นกู้ ยังมีกลุ่มของสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส(ROP) มากกว่า 1 ล้านราย ที่ถือเป็นเจ้าหนี้ตามกฎหมาย ที่มีสิทธิเรียกร้องจากไมล์สะสม รวมทั้งในส่วนของผู้ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินที่ยังไม่ได้เดินทางจำนวนมาก ดังนั้นศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งให้การบินไทย ส่งสำเนาคำร้องขอฟื้นฟูกิจการทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(อีเมล์)ได้เป็นคดีแรก


 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,883
“ดร.สามารถ” แฉ “บิ๊กการบินไทย” ค่าน้ำมันเดือนละ 7 หมื่นบาท

วันที่ 15 มิถุนายน 2563

“ดร.สามารถ” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่า “ค่าน้ำมัน” ของผู้บริหารระดับสูงของ “การบินไทย” สูงถึง 7.5 หมื่นบาทต่อเดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวันนี้ (15 มิ.ย.) พาดพิงถึง บมจ.การบินไทย ว่ามีการจ่ายเงินค่าน้ำมันให้กับผู้บริหารระดับสูงถึงกว่า 70,000-75,000 บาท

“การบินไทยใจป้ำ จัดหนัก แถมค่าน้ำมันรถให้ผู้บริหารระดับสูง 75,000 บาท/เดือน ออนท็อปเงินเดือน 700,000 บาท” ดร.สามารถ เขียนในโพสต์ดังกล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อธิบายว่า การให้ค่าน้ำมันรถเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง นั้นถือเป็นเงื่อนไขการจ้างงานที่ทำกันได้ แต่ควรเหมาะสมและเป็นธรรมกับพนักงานทั้งหมด พร้อมทั้งแจกแจงว่าการบินไทยได้จ่ายค่าเดินทาง หรือที่เรียกกันว่าค่าน้ำมันรถให้แก่พนักงานตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไป ที่จำเป็นต้องออกไปติดต่องานภายนอก เริ่มต้นที่ 2,915 บาทต่อเดือน สำหรับผู้จัดการแผนก (ระดับ 8) ไปจนถึง 75,000 บาทต่อเดือน สำหรับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ระดับ 13)

“จะเห็นว่าค่าน้ำมันรถของพนักงานระดับ 8-10 มีความเหมาะสม ไม่สูง แต่ค่าน้ำมันรถของพนักงานระดับ 11-13 นั้นสูงมาก โดยการบินไทยอ้างว่าพนักงานระดับนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ต้องมีรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ แต่มีข้อโต้แย้งจากพนักงานที่ดำรงตำแหน่งในระดับดังกล่าวว่าตัวเองมีรถอยู่แล้ว ขอให้เปลี่ยนเป็นค่าน้ำมันและค่าจ้างคนขับแทน” ดร.สามารถ ระบุ

“การจ่ายค่าน้ำมันรถให้พนักงานระดับ 13 หรือรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (EVP) เป็นเงิน 75,000 บาท/เดือน เมื่อรวมกับเงินเดือนประมาณ 650,000-700,000 บาท และเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 9% ของเงินเดือนหรือคิดเป็น 58,500-63,000 บาท EVP จะมีรายได้รวมประมาณ 783,500-838,000 บาท/เดือน ซึ่งถือว่าสูงมาก”

“การบินไทยกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในเร็ววันนี้ หากไม่ปิดรูรั่วการใช้เงิน ระวังจะก้าวลึกเกินกว่าการฟื้นฟูกิจการ นั่นคือล้มละลาย! ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น” ดร.สามารถ กล่าวทิ้งท้าย

การบินไทย กลายเป็นองค์กรที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา หลังมีการพูดคุยถึงแนวทางช่วยเหลือกิจการ “สายการบินแห่งชาติ” ซึ่งมีผลขาดทุนติดต่อกันหลายปี ก่อนที่การบินไทยจะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายเมื่อเดือนที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การลดค่าใช้จ่ายเป็นความท้าทายหลักที่ผู้บริหารชุดใหม่ของการบินไทยต้องจัดการให้ได้ หากหวังจะพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง


 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,887
พนักงานบินไทย แห่กู้สหกรณ์ 15 วัน ยอดแตะ 400 ล้าน หลังผุดโครงการสู้โควิด

17 มิ.ย. 2563


พนักงานบินไทย แห่กู้สหกรณ์ 15 วัน ยอดแตะ 400 ล้าน หลังผุดโครงการสู้โควิด

วันที่ 17 มิ.ย. รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงาน บริษัท การบินไทย จำกัด ได้จัดทำโครงการเงินกู้สามัญเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่สมาชิกที่ประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจปี 2563 ซึ่งเกิดจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจะนำเงินราว 700 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้กับสมาชิก นำไปใช้จ่ายช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ โดยเริ่มดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.- 30 ธ.ค. 63

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาการปล่อยเงินกู้นั้น กำหนดให้สมาชิกที่มีเงินได้รายเดือนคงเหลือไม่น้อยกว่า 5% สามารถขอกู้ได้ตามสิทธิ แต่ไม่เกินรายละ 3.5 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 4% /ปี ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 180 งวด โดยคำนวณถึงอายุ 65 ปี และต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนเกษียณอายุ

ทั้งนี้การยื่นกู้ต้องมีผู้ค้ำประกัน 1 คน และผู้กู้ต้องเปิดบัญชีเงินฝากไว้เป็นประกันเงินกู้กับสหกรณ์ในอัตรา 2% ของจำนวนเงินที่กู้ กรณีกู้ไม่เกิน 90% ของค่าหุ้นและ หรือเงินฝาก ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ส่วนสมาชิกที่เคยกู้ไม่เกิน90% ของค่าหุ้นและ หรือเงินฝากไปแล้ว หากจะกู้ตามระเบียบนี้ต้องใช้บุคคลค้ำประกันเท่านั้น โดยสามารถกู้ได้เพียงครั้งเดียว และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเฉลี่ยคืน ตามส่วนแห่งดอกเบี้ยที่จ่ายให้สหกรณ์ตามสัญญา


“โครงการนี้ต้องการช่วยเหลือพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนไม่มาก ซึ่งกำลังประสบปัญหาภาระค่าครองชีพจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ และผลกระทบที่เกิดจากปัญหาโควิด อาจจะทำให้มีปัญหาด้านภาระค่าครองชีพมากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งหลังจากเปิดโครงการได้พียง15 วัน พบว่ามีสมาชิกยื่นขอกู้เงินแล้ว ราว 300-400 ล้านบาท หรือราว50% “

รายงานข่าวจาก บริษัทการบินไทย แจ้งว่า ขณะนี้พนักงานของ บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ได้รับค่าตอบแทนในช่วงอัตราที่ต่ำที่สุด คือระหว่าง 9,000-20,000 บาท มีจำนวนราวทั้งสิ้น 2,151 คน เป็นกลุ่มพนักงานที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักด้านภาระค่าครองชีพ

เนื่องจากถูกบริษัทปรับลดเงินเดือนในอัตรา 10% มาเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนแล้ว
นับตั้งแต่ เม.ย.63 และบริษัทยังขยายเวลาปรับลดเงินเดือนต่อไปอีก 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 รวมเป็นทั้งหมด 5 เดือน

รวมทั้งยังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจากวิกฤติโคววิดด้วย ส่งผลให้เงินเดือนที่น้อยอยู่แล้วไม่พอใช้ ทำให้ต้องยื่นกู้เงินสหกรณ์ฯในครั้งนี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า วงเงินกู้ที่สหกรณ์ฯปล่อยกู้รวม 700 ล้านบาท อาจจะเต็มวงเงินในเร็วๆนี้และไม่เพียงพอต่อความต้องการของพนักงาน

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
รื้อ79สัญญาการบินไทย ยึดสิทธิพิเศษ-เร่งแฮร์คัตหนี้
วันที่ 18 มิถุนายน 2563 - 17:15 น.


การบินไทยเร่งแก้ 79 สัญญาหลังพ้นรัฐวิสาหกิจ จับตาสัญญาให้สิทธิประกอบกิจการกับ AOT อาจต้องแปลงเป็น “สัญญาร่วมลงทุน” พร้อมส่งทรัพย์สินบางส่วนคืนให้ธนารักษ์ ก่อนศาลไต่สวน 17 ส.ค. นี้ ดึงแบงก์กรุงไทยปล่อยกู้ระยะสั้นเติมสภาพคล่อง เร่งเจรจาเจ้าหนี้ “แฮร์คัต” กางแผน “ลดทุน” ก่อนหาผู้ลงทุนใหม่ ด้าน ทอท.ชี้ประชุมบอร์ด 17 มิ.ย. ถกนโยบายการทำธุรกิจร่วมกับการบินไทย

แก้สัญญาติดเงื่อน “รัฐวิสาหกิจ”
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทยว่า คณะกรรมการติดตามฯที่มีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม)เป็นประธาน จะมีการนัดประชุมกับทางการบินไทยถึงปัญหาข้อสัญญาต่าง ๆจากที่การบินไทยได้ทำไว้ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเมื่อพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจแล้ว ก็ต้องดำเนินการปรับแก้สัญญาต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ

รวมถึงต้องทบทวนบทบาทของการบินไทยที่มีตัวแทนเข้าไปร่วมใน “คณะกรรมการ” หรือ “คณะทำงาน” ในฐานะรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเมื่อไม่เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว เป็นเพียงบริษัทมหาชนก็อยู่ในกรรมการไม่ได้ เพราะจะกลายเป็น conflict of interest ที่มีความได้เปรียบกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น คณะกรรมการผู้แทนรัฐบาลในการเจรจาทำความตกลงการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ

“ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯแก้ไขปัญหาการบินไทยก็จะให้การบินไทยมานำเสนอว่ามีสัญญาอะไรบ้างที่จะต้องปรับแก้ ตอนนี้ทีมกฎหมายของการบินไทยกำลังรวบรวม โดยการแก้สัญญาต่าง ๆ ก็ควรทำให้เรียบร้อยก่อนวันที่ศาลนัดไต่สวน (17 ส.ค. 2563) เพราะหากยังไม่แก้ให้สมบูรณ์อาจมีปัญหาในช่วงการทำแผนฟื้นฟู ก็จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้มีอุปสรรคในการฟื้นฟู ทุกคนก็รับทราบและรับโจทย์นี้แล้ว” นายประภาศกล่าวและว่า

สำหรับสัญญาเช่าเครื่องบิน เท่าที่สอบถาม การทำสัญญาไม่ได้มีการใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด รวมทั้งสิทธิการบินและเส้นทางบินที่การบินไทยเคยได้รับอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบจากการพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ

รื้อสัญญาการบินไทย-AOT
นายประภาศอธิบายว่า ข้อสัญญาที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษน่าจะเป็นสัญญากับ บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT เพราะมีจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเปลี่ยนเป็น “สัญญาร่วมลงทุน” ตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนแทน

“ทีมที่ปรึกษากฎหมายของการบินไทยได้เตรียมดูข้อกฎหมายไว้แล้ว ถ้าต้องแก้ในส่วนไหน คณะกรรมการติดตามฯก็จะเรียกหน่วยงานนั้นมาเลย จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเจรจา”

อย่างไรก็ตามการแก้สัญญาจะไม่ให้กระทบถึงสิทธิของคู่สัญญา เป็นการปรับแก้สัญญาเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสัญญาเดินมาถึงจุดไหนก็มาต่อเชื่อมได้ใน พ.ร.บ.ร่วมลงทุน

นายประภาศกล่าวว่า หลังจากที่การบินไทยพ้นสถานะจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังก็ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแล โดยกระทรวงการคลังมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (49%) และเจ้าหนี้ และถ้าศาลล้มละลายมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ อำนาจก็จะหมดไป ซึ่งอำนาจจะไปอยู่กับผู้ทำแผน บอร์ดก็มีหน้าที่แค่ติดตามการทำงานของผู้ทำแผน




เปิด 79 สัญญาที่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเอกสารรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ปัญหาของ บมจ.การบินไทย เมื่อ 8 มิ.ย. 2563 ระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของการบินไทยมีความเกี่ยวพันกับรัฐหรือหน่วยงานของรัฐค่อนข้างมาก เช่น การใช้พื้นที่ท่าอากาศยาน การกู้เงินต่อจากกระทรวงการคลัง การแก้ไขปัญหาหุ้นกู้ของการบินไทย เป็นต้น

การพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของการบินไทย ที่เดิมมีการใช้ทรัพย์สินของรัฐ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในบางกรณีจำเป็นต้องส่งคืนทรัพย์สินให้กับกระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) และบางกรณีจะต้องเจรจากับหน่วยงานรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ หรืออาจจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยการบินไทยอยู่ระหว่างการรวบรวมสัญญาทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องมีการทบทวนประมาณ 79 สัญญา แบ่งเป็นสัญญาเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานกับธนาคารของรัฐจำนวน 5 สัญญา, สัญญาให้สิทธิประกอบกิจการกับ ทอท.จำนวน 47 สัญญา, สัญญาเช่าที่ดินและสถานที่กับกรมท่าอากาศยาน 17 สัญญา และสัญญาอื่น ๆ 10 สัญญา

เกมเจรจา “แฮร์คัตหนี้”
นายประภาศกล่าวว่า ในส่วนการเจรจากับเจ้าหนี้ ทีมกฎหมายการบินไทยกำลังเร่งเจรจา โดยเฉพาะเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เพื่อให้เห็นชอบกับการฟื้นฟูและผู้ทำแผนที่บริษัทเสนอ ซึ่งเป็นการเจรจาแบบไม่เป็นทางการ ก่อนวันที่ศาลนัดไต่สวน (17 ส.ค. 63) ถ้าเจ้าหนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง หรือมีข้อโต้แย้งน้อยที่สุด จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูสามารถดำเนินการได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในกระบวนการนี้ถือว่าสำคัญมาก อย่างไรก็ตามจะเกิดผลอย่างเป็นทางการได้เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งคณะผู้ทำแผน

โดยศาลจะพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ มีเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอ เจ้าหนี้คัดค้านหรือไม่ ซึ่งเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการคิดว่าจะไม่มีประเด็นโต้แย้ง เนื่องจากเข้าข้อกฎหมายทุกอย่างที่จำเป็นต้องฟื้นฟู และหากสุดท้ายเจ้าหนี้ไม่มีข้อโต้แย้งเรื่อง “ผู้ทำแผน” ศาลก็อาจจะไม่ต้องไต่สวน

นายประภาศกล่าวว่า โอกาสการเจรจาเจ้าหนี้สำเร็จน่าจะเป็นไปได้สูง ในภาวะที่อุตสาหกรรมการบินประสบปัญหาทั่วโลก ซึ่งถ้าเจ้าหนี้จะขอรับหนี้เท่าเดิมก็คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งในหลักการเจ้าหนี้ก็รับรู้อยู่แล้วว่าต้องมีการ “แฮร์คัตหนี้” ซึ่งการเจรจานอกรอบก็จำเป็นต้องพูดถึงกรอบดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะเห็นชอบคำร้องและตั้งผู้ทำแผน ซึ่งเป็นสิทธิของเจ้าหนี้แต่ละราย ทั้งนี้หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของการบินไทย ก็อาจร่วมกันเพื่อคัดค้านและเสนอผู้ทำแผนขึ้นแข่งได้ โดยเจ้าหนี้ที่ยื่นคัดค้านต้องมีหนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของหนี้ทั้งหมด

เจ้าหนี้ 2.5 ล้านรายเป็นใคร
“เจ้าหนี้หลัก ๆ จะมีอยู่ประมาณ 100-200 รายเท่านั้น จากจำนวนเจ้าหนี้ทั้งหมดราว 2.5 ล้านราย เหตุที่เจ้าหนี้การบินไทยมีจำนวนมากเพราะมีกลุ่มสมาชิกรอยัล ออคิด พลัส (ROP) ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้ตามกฎหมายด้วย เนื่องจากมีสิทธิในการเรียกร้อง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหนี้กลุ่มผู้ซื้อตั๋วเครื่องบินที่ยังไม่ได้เดินทางอีกจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้”

โดยการบินไทยต้องส่งคำร้องขอฟื้นฟูให้เจ้าหนี้ทั้งหมด 2.5 ล้านราย ซึ่งถือเป็นปัญหายุ่งยากในการจัดการ โดยประมาณ 80% เป็นกลุ่ม ROP อย่างไรก็ตามก่อนที่การบินไทยจะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูฯ ศาลได้แก้ข้อบังคับให้ลูกหนี้สามารถส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าหนี้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) ได้ จึงทำให้กระบวนการต่าง ๆ สะดวกคล่องตัวขึ้น และเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับคำร้องครบถ้วนเพื่อไม่ให้มีข้อโต้แย้ง ก็จะมีการแจ้งผ่านทางสื่อออนไลน์ด้วย

เปิดเจ้าหนี้ 3.5 แสนล้าน
นายประภาศกล่าวว่า โดยหนี้ที่ยื่นคำร้องศาลฯมูลหนี้ 352,484 ล้านบาท เป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศ 65% และเจ้าหนี้ในประเทศ 35% โดยเจ้าหนี้หลัก ๆ จะเป็นเจ้าหนี้การค้า อย่างผู้ให้เช่าเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีมูลหนี้สูงสุด และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ทั้งแบงก์พาณิชย์และแบงก์รัฐ รวมถึงกระทรวงการคลังก็เป็นเจ้าหนี้ 1.3 หมื่นล้านบาท เพราะในอดีตกระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อมาให้การบินไทยกู้ต่อเพื่อลดต้นทุนเรื่องดอกเบี้ย ทำให้ตอนนี้กระทรวงการคลังนอกจากเป็นผู้ถือหุ้นการบินไทยก็มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ด้วย

สำหรับรายละเอียดของหนี้ ประกอบด้วยหนี้ตามสัญญาเช่าเครื่องบิน (42 ลำ) 97,449 ล้านบาท, หนี้สัญญาเช่าทางการเงิน (32 ลำ) 47,797 ล้านบาท, หุ้นกู้ 74,180 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้า 13,642 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 15,010 ล้านบาท, เงินกู้สถาบันการเงิน 12,511 ล้านบาท, เงินกู้กิจการที่เกี่ยวข้อง 26,583 ล้านบาท, รายรับล่วงหน้า (ขายตั๋ว) 18,093 ล้านบาท, หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 32,049 ล้านบาท และหนี้สินอื่น ๆ 15,236 ล้านบาท

ดึงกรุงไทยเติมสภาพคล่อง
นายประภาศกล่าวถึงสภาพคล่องของการบินไทยว่า จากที่ผู้บริหารการบินไทยรายงานสภาพคล่องบริษัทน่าจะอยู่ได้ถึงเดือน ส.ค. แต่จะปล่อยให้ถึงเวลานั้นไม่ได้ จะต้องมีเงินสำรอง เพราะถ้าศาลรับทำแผนฟื้นฟู ตั้งคณะผู้ทำแผนแล้วจะได้ไม่มีปัญหา ดังนั้นตอนนี้จึงพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ขัดข้อง จึงต้องมีการหาสภาพคล่องระยะสั้นเข้าไปเพื่อให้การบินไทยสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้การบินไทยส่วนใหญ่ก็เป็นแบงก์รัฐ ตอนนี้ก็มีการหารือเพื่อที่ธนาคารกรุงไทยจะช่วยปล่อยเงินกู้เสริมสภาพคล่องระยะสั้น แม้ว่าแบงก์ที่ใส่เงินให้ช่วงก่อนที่ศาลฯจะเห็นชอบตั้งผู้ทำแผน แบงก์จะไม่ได้บุริมสิทธิ (สิทธิเหนือเจ้าหนี้อื่น) แต่เพื่อให้แบงก์กล้าใส่เงิน ก็จะต้องมีเงื่อนไขพิเศษคือต้องไม่ถูกแฮร์คัตเหมือนเจ้าหนี้เดิม ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องมีการเจรจาทำความตกลงกับเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้รับรู้ว่าการบินไทยจะมีการใส่เงินเข้าไปใหม่แลกกับเงื่อนไข ซึ่งโดยภาวะขณะนี้เชื่อว่าเจ้าหนี้เก่าไม่คัดค้าน เพื่อให้การบินไทยมีเงินหมุนเวียนเพื่อสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

สำหรับในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามแผนฟื้นฟู นายประภาศกล่าวว่า ตามหลักการหลังจากที่มีการ “แฮร์คัตหนี้” และ “ลดทุน” ในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งก็ต้องดูว่าผู้ทำแผนจะเสนอให้ลดทุนเหลือศูนย์หรือไม่ และหลังจากนั้นกระทรวงการคลังหรือภาครัฐจะกลับเข้ามาเพิ่มทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลต้องการให้สถานะของการบินไทยหลังการฟื้นฟูฯเป็นอย่างไร รวมถึงความเป็นไปได้ในการหาพันธมิตรร่วมทุนใหม่

ยื่นคุ้มครองรายประเทศ
นายประภาศกล่าวเพิ่มเติมถึงการปกป้องทรัพย์สินของการบินไทยในต่างประเทศว่า ปัจจุบันการบินไทยได้ยื่นขอรับรองการฟื้นฟูกิจการของไทยในต่างประเทศ (recognition) โดยเป็นการยื่นขอรับรองต่อศาลประเทศนั้น ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นเรียบร้อยแล้ว 2 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศสและญี่ปุ่น

ส่วนกรณีมีคำถามว่า จะต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ Chapter 11 ในศาลสหรัฐหรือไม่ เท่าที่ทีมกฎหมายพิจารณาขณะนี้ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเป้าหมายต้องการคุ้มครองเครื่องบินเป็นหลัก เมื่อเปิดทำการบินไปต่างประเทศ จึงเลือกการยื่นศาลประเทศนั้น ๆ เพื่อให้ต่างประเทศรับรองถึงการยื่นฟื้นฟูที่ศาลในประเทศไทย และถ้าดึงเจ้าหนี้มาฟื้นฟูในศาลไทยได้ทั้งหมด และไม่ใช้สิทธิในต่างประเทศ ก็ไม่จำเป็นต้องยื่น Chapter 11 ศาลสหรัฐ

ทอท.รอ สคร.เคาะสิทธิบินไทย
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 17 มิ.ย.จะมีประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. จะมีวาระเรื่องการบินไทยคู่สัญญาเช่าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนในวันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยให้บอร์ดพิจารณาเร่งด่วนว่า ทอท.จะมีจุดยืนอย่างไร เช่น เรื่องการเงิน เรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเรื่องความต่อเนื่องในการปฏิบัติการที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วนก่อนที่ศาลจะนัดไต่สวน

“ปัจจุบันการบินไทยมีสัญญาเช่ากับ ทอท.จำนวนมากในการเช่าพื้นที่อาคาร โรงซ่อมอากาศยาน ฝ่ายครัวการบิน ฝ่ายคลังสินค้า เคาน์เตอร์เช็กอิน จนถึงพื้นที่เลานจ์ ทั้งสัญญาระยะสั้นและระยะยาว ใน 6 สนามบินอยู่ในความดูแลของ ทอท. ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง หาดใหญ่”

นายนิตินัยกล่าวอีกว่า ทอท.ยังได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง สคร.ถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากที่การบินไทยเปลี่ยนสถานะจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชนแล้ว จะยังคงสัญญาเช่าต่อตามเดิมหรือต้องเริ่มต้นใหม่ตามกฎหมายร่วมทุน รอคำตอบจาก สคร.อยู่





 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,890
การบินไทยแจงลูกค้า ROP สิทธิประโยชน์ยังอยู่ แต่คนที่ขอคืนเงินยังไม่ได้ชั่วคราว

เผยแพร่: 18 มิ.ย. 2563


การบินไทยออกคลิปประชาสัมพันธ์ถึงลูกค้า ตั้งใจรักษาสิทธิประโยชน์ผู้โดยสารและสมาชิก ROP อย่างดีที่สุด ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ยันไมล์สะสมยังอยู่และจะขยายให้อีก ส่วนคนที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร ยังคืนเงินไม่ได้ชั่วคราว แต่ไม่จำเป็นต้องยื่นขอรับชำระหนี้และดำเนินการตามกฎหมาย เพราะแผนฟื้นฟูกิจการรับรองไว้แล้ว

วันนี้ (18 มิ.ย.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกวิดีโอคลิปประชาสัมพันธ์ถึงลูกค้า กรณีที่การบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและดำเนินการภายใต้กระบวนการศาลล้มละลาย สาระสำคัญระบุว่า การบินไทยได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นและตั้งใจที่จะรักษาสิทธิประโยชน์ให้กับผู้โดยสารทุกคนอย่างดีที่สุด ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทั้งในส่วนของการคืนค่าบัตรโดยสาร การดูแลสมาชิกสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส (ROP) และสิทธิการใช้บัตรโดยสารที่มีอยู่เดิม

สำหรับสมาชิกสะสมไมล์ ROP สถานภาพและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังคงอยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการนี้ และจะสามารถใช้สิทธิไมล์สะสมได้ตามปกติ เมื่อบริษัทฯ กลับมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนไมล์สะสมที่กำลังจะหมดอายุ ทางบริษัทฯ กำลังดำเนินการขยายไมล์สะสมและสถานภาพบัตรออกไป ในส่วนของผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารของการบินไทย ทั้งสำหรับเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ และยังมีความประสงค์จะใช้บัตรโดยสาร ยังมีสิทธิใช้บัตรโดยสารเดินทาง เมื่อบริษัทฯ กลับมาให้บริการด้านการบินตามปกติ ถึงตอนนั้นผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารที่มีอยู่แล้วนำมาใช้เดินทางได้เลย

สำหรับลูกค้าที่ยื่นขอคืนค่าบัตรโดยสาร หรือมีความประสงค์ที่จะขอคืนค่าบัตรโดยสารนั้น ทางบริษัทฯ ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทางบริษัทฯ ยังไม่สามารถคืนค่าบัตรโดยสารให้แก่ทุกคนได้เป็นการชั่วคราว ผู้โดยสารทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องยื่นขอรับชำระหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ หรือดำเนินการตามกฎหมายใดๆ เพราะแผนฟื้นฟูกิจการจะรับรองสิทธิของผู้โดยสารไว้แล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าและผู้โดยสารจะเข้าใจในสถานการณ์ของบริษัทฯ และขอให้มั่นใจว่า การบินไทยจะดูแลสิทธิประโยชน์อย่างดีที่สุด

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางได้ส่งอีเมล และ SMS แจ้งให้กับลูกค้าการบินไทย และสมาชิก ROP ระบุถึงคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมลิงก์เอกสารอย่างละเอียด ทำให้การบินไทยต้องออกมาชี้แจงว่า สำหรับหนังสือ เอกสารหรือข้อความจากศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ผ่านทางระบบอีเมล หรือ SMS อันเป็นผลมาจากการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ในฐานะที่เป็นลูกค้าที่มีความสำคัญต่อบริษัทฯ และควรที่จะรับทราบการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ

อย่างไรก็ดี ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ ในการยื่นขอรับชำระหนี้ เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายและความมุ่งมั่นที่จะตั้งใจในการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดในฐานะลูกค้าที่สำคัญภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทั้งในส่วนของการคืนค่าบัตรโดยสาร การดูแลสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส (ROP) และบัตรโดยสารที่ถืออยู่ จึงขอให้ลูกค้าไว้วางใจ และเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะสามารถก้าวผ่านวิกฤตและอุปสรรคในครั้งนี้ และกลับมาบริการตามปกติ ภายหลังมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่เกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยได้รับการผ่อนปรน

อนึ่ง ปัจจุบันการบินไทยมีสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส (ROP) ซึ่งเป็นสมาชิกสะสมไมล์เมื่อเดินทางกับการบินไทย และสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ รวมถึงการสะสมไมล์กับคู่สัญญาท่องเที่ยว และคู่สัญญาด้านธุรกิจการเงินต่างๆ เช่น คะแนนหรือไมล์สะสมจากบัตรเครดิต ประมาณ 3 ล้านคนทั่วโลก

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,892
รื้อ 79 สัญญาการบินไทย ยึดสิทธิพิเศษ-เร่งแฮร์คัตหนี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2563


การบินไทยเร่งแก้ 79 สัญญาหลังพ้นรัฐวิสาหกิจ จับตาสัญญาให้สิทธิประกอบกิจการกับ AOT อาจต้องแปลงเป็น “สัญญาร่วมลงทุน” พร้อมส่งทรัพย์สินบางส่วนคืนให้ธนารักษ์ ก่อนศาลไต่สวน 17 ส.ค. นี้ ดึงแบงก์กรุงไทยปล่อยกู้ระยะสั้นเติมสภาพคล่อง เร่งเจรจาเจ้าหนี้ “แฮร์คัต” กางแผน “ลดทุน” ก่อนหาผู้ลงทุนใหม่ ด้าน ทอท.ชี้ประชุมบอร์ด 17 มิ.ย. ถกนโยบายการทำธุรกิจร่วมกับการบินไทย

แก้สัญญาติดเงื่อน “รัฐวิสาหกิจ”
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ บมจ.การบินไทยว่า คณะกรรมการติดตามฯ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน จะมีการนัดประชุมกับทางการบินไทยถึงปัญหาข้อสัญญาต่าง ๆจากที่การบินไทยได้ทำไว้ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเมื่อพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจแล้ว ก็ต้องดำเนินการปรับแก้สัญญาต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ

รวมถึงต้องทบทวนบทบาทของการบินไทยที่มีตัวแทนเข้าไปร่วมใน “คณะกรรมการ” หรือ “คณะทำงาน” ในฐานะรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเมื่อไม่เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว เป็นเพียงบริษัทมหาชนก็อยู่ในกรรมการไม่ได้ เพราะจะกลายเป็น conflict of interest ที่มีความได้เปรียบกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น คณะกรรมการผู้แทนรัฐบาลในการเจรจาทำความตกลงการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ

“ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามฯแก้ไขปัญหาการบินไทยก็จะให้การบินไทยมานำเสนอว่ามีสัญญาอะไรบ้างที่จะต้องปรับแก้ ตอนนี้ทีมกฎหมายของการบินไทยกำลังรวบรวม โดยการแก้สัญญาต่าง ๆ ก็ควรทำให้เรียบร้อยก่อนวันที่ศาลนัดไต่สวน (17 ส.ค. 2563) เพราะหากยังไม่แก้ให้สมบูรณ์อาจมีปัญหาในช่วงการทำแผนฟื้นฟู ก็จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้มีอุปสรรคในการฟื้นฟู ทุกคนก็รับทราบและรับโจทย์นี้แล้ว” นายประภาศกล่าวและว่า

สำหรับสัญญาเช่าเครื่องบิน เท่าที่สอบถาม การทำสัญญาไม่ได้มีการใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด รวมทั้งสิทธิการบินและเส้นทางบินที่การบินไทยเคยได้รับอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบจากการพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ

รื้อสัญญาการบินไทย-AOT
นายประภาศอธิบายว่า ข้อสัญญาที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษน่าจะเป็นสัญญากับ บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT เพราะมีจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเปลี่ยนเป็น “สัญญาร่วมลงทุน” ตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนแทน

“ทีมที่ปรึกษากฎหมายของการบินไทยได้เตรียมดูข้อกฎหมายไว้แล้ว ถ้าต้องแก้ในส่วนไหน คณะกรรมการติดตามฯก็จะเรียกหน่วยงานนั้นมาเลย จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเจรจา”

อย่างไรก็ตามการแก้สัญญาจะไม่ให้กระทบถึงสิทธิของคู่สัญญา เป็นการปรับแก้สัญญาเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสัญญาเดินมาถึงจุดไหนก็มาต่อเชื่อมได้ใน พ.ร.บ.ร่วมลงทุน

นายประภาศกล่าวว่า หลังจากที่การบินไทยพ้นสถานะจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังก็ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแล โดยกระทรวงการคลังมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (49%) และเจ้าหนี้ และถ้าศาลล้มละลายมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ อำนาจก็จะหมดไป ซึ่งอำนาจจะไปอยู่กับผู้ทำแผน บอร์ดก็มีหน้าที่แค่ติดตามการทำงานของผู้ทำแผน



เปิด 79 สัญญาที่มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเอกสารรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ปัญหาของ บมจ.การบินไทย เมื่อ 8 มิ.ย. 2563 ระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของการบินไทยมีความเกี่ยวพันกับรัฐหรือหน่วยงานของรัฐค่อนข้างมาก เช่น การใช้พื้นที่ท่าอากาศยาน การกู้เงินต่อจากกระทรวงการคลัง การแก้ไขปัญหาหุ้นกู้ของการบินไทย เป็นต้น

การพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของการบินไทย ที่เดิมมีการใช้ทรัพย์สินของรัฐ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในบางกรณีจำเป็นต้องส่งคืนทรัพย์สินให้กับกระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) และบางกรณีจะต้องเจรจากับหน่วยงานรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ หรืออาจจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยการบินไทยอยู่ระหว่างการรวบรวมสัญญาทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องมีการทบทวนประมาณ 79 สัญญา แบ่งเป็นสัญญาเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานกับธนาคารของรัฐจำนวน 5 สัญญา, สัญญาให้สิทธิประกอบกิจการกับ ทอท.จำนวน 47 สัญญา, สัญญาเช่าที่ดินและสถานที่กับกรมท่าอากาศยาน 17 สัญญา และสัญญาอื่น ๆ 10 สัญญา

เกมเจรจา “แฮร์คัตหนี้”

นายประภาศกล่าวว่า ในส่วนการเจรจากับเจ้าหนี้ ทีมกฎหมายการบินไทยกำลังเร่งเจรจา โดยเฉพาะเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เพื่อให้เห็นชอบกับการฟื้นฟูและผู้ทำแผนที่บริษัทเสนอ ซึ่งเป็นการเจรจาแบบไม่เป็นทางการ ก่อนวันที่ศาลนัดไต่สวน (17 ส.ค. 63) ถ้าเจ้าหนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง หรือมีข้อโต้แย้งน้อยที่สุด จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูสามารถดำเนินการได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในกระบวนการนี้ถือว่าสำคัญมาก อย่างไรก็ตามจะเกิดผลอย่างเป็นทางการได้เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งคณะผู้ทำแผน
โดยศาลจะพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ มีเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอ เจ้าหนี้คัดค้านหรือไม่ ซึ่งเหตุที่จะฟื้นฟูกิจการคิดว่าจะไม่มีประเด็นโต้แย้ง เนื่องจากเข้าข้อกฎหมายทุกอย่างที่จำเป็นต้องฟื้นฟู และหากสุดท้ายเจ้าหนี้ไม่มีข้อโต้แย้งเรื่อง “ผู้ทำแผน” ศาลก็อาจจะไม่ต้องไต่สวน

นายประภาศกล่าวว่า โอกาสการเจรจาเจ้าหนี้สำเร็จน่าจะเป็นไปได้สูง ในภาวะที่อุตสาหกรรมการบินประสบปัญหาทั่วโลก ซึ่งถ้าเจ้าหนี้จะขอรับหนี้เท่าเดิมก็คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งในหลักการเจ้าหนี้ก็รับรู้อยู่แล้วว่าต้องมีการ “แฮร์คัตหนี้” ซึ่งการเจรจานอกรอบก็จำเป็นต้องพูดถึงกรอบดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะเห็นชอบคำร้องและตั้งผู้ทำแผน ซึ่งเป็นสิทธิของเจ้าหนี้แต่ละราย ทั้งนี้หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของการบินไทย ก็อาจร่วมกันเพื่อคัดค้านและเสนอผู้ทำแผนขึ้นแข่งได้ โดยเจ้าหนี้ที่ยื่นคัดค้านต้องมีหนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของหนี้ทั้งหมด

เจ้าหนี้ 2.5 ล้านรายเป็นใคร

“เจ้าหนี้หลัก ๆ จะมีอยู่ประมาณ 100-200 รายเท่านั้น จากจำนวนเจ้าหนี้ทั้งหมดราว 2.5 ล้านราย เหตุที่เจ้าหนี้การบินไทยมีจำนวนมากเพราะมีกลุ่มสมาชิกรอยัล ออคิด พลัส (ROP) ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้ตามกฎหมายด้วย เนื่องจากมีสิทธิในการเรียกร้อง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหนี้กลุ่มผู้ซื้อตั๋วเครื่องบินที่ยังไม่ได้เดินทางอีกจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้”

โดยการบินไทยต้องส่งคำร้องขอฟื้นฟูให้เจ้าหนี้ทั้งหมด 2.5 ล้านราย ซึ่งถือเป็นปัญหายุ่งยากในการจัดการ โดยประมาณ 80% เป็นกลุ่ม ROP อย่างไรก็ตามก่อนที่การบินไทยจะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูฯ ศาลได้แก้ข้อบังคับให้ลูกหนี้สามารถส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าหนี้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) ได้ จึงทำให้กระบวนการต่าง ๆ สะดวกคล่องตัวขึ้น และเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับคำร้องครบถ้วนเพื่อไม่ให้มีข้อโต้แย้ง ก็จะมีการแจ้งผ่านทางสื่อออนไลน์ด้วย

เปิดเจ้าหนี้ 3.5 แสนล้าน

นายประภาศกล่าวว่า โดยหนี้ที่ยื่นคำร้องศาลฯมูลหนี้ 352,484 ล้านบาท เป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศ 65% และเจ้าหนี้ในประเทศ 35% โดยเจ้าหนี้หลัก ๆ จะเป็นเจ้าหนี้การค้า อย่างผู้ให้เช่าเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีมูลหนี้สูงสุด และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ทั้งแบงก์พาณิชย์และแบงก์รัฐ รวมถึงกระทรวงการคลังก็เป็นเจ้าหนี้ 1.3 หมื่นล้านบาท เพราะในอดีตกระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อมาให้การบินไทยกู้ต่อเพื่อลดต้นทุนเรื่องดอกเบี้ย ทำให้ตอนนี้กระทรวงการคลังนอกจากเป็นผู้ถือหุ้นการบินไทยก็มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ด้วย

สำหรับรายละเอียดของหนี้ ประกอบด้วยหนี้ตามสัญญาเช่าเครื่องบิน (42 ลำ) 97,449 ล้านบาท, หนี้สัญญาเช่าทางการเงิน (32 ลำ) 47,797 ล้านบาท, หุ้นกู้ 74,180 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้า 13,642 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 15,010 ล้านบาท, เงินกู้สถาบันการเงิน 12,511 ล้านบาท, เงินกู้กิจการที่เกี่ยวข้อง 26,583 ล้านบาท, รายรับล่วงหน้า (ขายตั๋ว) 18,093 ล้านบาท, หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 32,049 ล้านบาท และหนี้สินอื่น ๆ 15,236 ล้านบาท

ดึงกรุงไทยเติมสภาพคล่อง

นายประภาศกล่าวถึงสภาพคล่องของการบินไทยว่า จากที่ผู้บริหารการบินไทยรายงานสภาพคล่องบริษัทน่าจะอยู่ได้ถึงเดือน ส.ค. แต่จะปล่อยให้ถึงเวลานั้นไม่ได้ จะต้องมีเงินสำรอง เพราะถ้าศาลรับทำแผนฟื้นฟู ตั้งคณะผู้ทำแผนแล้วจะได้ไม่มีปัญหา ดังนั้นตอนนี้จึงพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ขัดข้อง

จึงต้องมีการหาสภาพคล่องระยะสั้นเข้าไปเพื่อให้การบินไทยสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้การบินไทยส่วนใหญ่ก็เป็นแบงก์รัฐ ตอนนี้ก็มีการหารือเพื่อที่ธนาคารกรุงไทยจะช่วยปล่อยเงินกู้เสริมสภาพคล่องระยะสั้น แม้ว่าแบงก์ที่ใส่เงินให้ช่วงก่อนที่ศาลฯจะเห็นชอบตั้งผู้ทำแผน แบงก์จะไม่ได้บุริมสิทธิ (สิทธิเหนือเจ้าหนี้อื่น) แต่เพื่อให้แบงก์กล้าใส่เงิน ก็จะต้องมีเงื่อนไขพิเศษคือต้องไม่ถูกแฮร์คัตเหมือนเจ้าหนี้เดิม ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องมีการเจรจาทำความตกลงกับเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้รับรู้ว่าการบินไทยจะมีการใส่เงินเข้าไปใหม่แลกกับเงื่อนไข ซึ่งโดยภาวะขณะนี้เชื่อว่าเจ้าหนี้เก่าไม่คัดค้าน เพื่อให้การบินไทยมีเงินหมุนเวียนเพื่อสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

สำหรับในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามแผนฟื้นฟู นายประภาศกล่าวว่า ตามหลักการหลังจากที่มีการ “แฮร์คัตหนี้” และ “ลดทุน” ในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งก็ต้องดูว่าผู้ทำแผนจะเสนอให้ลดทุนเหลือศูนย์หรือไม่ และหลังจากนั้นกระทรวงการคลังหรือภาครัฐจะกลับเข้ามาเพิ่มทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลต้องการให้สถานะของการบินไทยหลังการฟื้นฟูฯเป็นอย่างไร รวมถึงความเป็นไปได้ในการหาพันธมิตรร่วมทุนใหม่

ยื่นคุ้มครองรายประเทศ

นายประภาศกล่าวเพิ่มเติมถึงการปกป้องทรัพย์สินของการบินไทยในต่างประเทศว่า ปัจจุบันการบินไทยได้ยื่นขอรับรองการฟื้นฟูกิจการของไทยในต่างประเทศ (recognition) โดยเป็นการยื่นขอรับรองต่อศาลประเทศนั้น ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นเรียบร้อยแล้ว 2 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศสและญี่ปุ่น

ส่วนกรณีมีคำถามว่า จะต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ Chapter 11 ในศาลสหรัฐหรือไม่ เท่าที่ทีมกฎหมายพิจารณาขณะนี้ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเป้าหมายต้องการคุ้มครองเครื่องบินเป็นหลัก เมื่อเปิดทำการบินไปต่างประเทศ จึงเลือกการยื่นศาลประเทศนั้น ๆ เพื่อให้ต่างประเทศรับรองถึงการยื่นฟื้นฟูที่ศาลในประเทศไทย และถ้าดึงเจ้าหนี้มาฟื้นฟูในศาลไทยได้ทั้งหมด และไม่ใช้สิทธิในต่างประเทศ ก็ไม่จำเป็นต้องยื่น Chapter 11 ศาลสหรัฐ

ทอท.รอ สคร.เคาะสิทธิบินไทย

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 17 มิ.ย.จะมีประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. จะมีวาระเรื่องการบินไทยคู่สัญญาเช่าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนในวันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยให้บอร์ดพิจารณาเร่งด่วนว่า ทอท.จะมีจุดยืนอย่างไร เช่น เรื่องการเงิน เรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเรื่องความต่อเนื่องในการปฏิบัติการที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วนก่อนที่ศาลจะนัดไต่สวน

“ปัจจุบันการบินไทยมีสัญญาเช่ากับ ทอท.จำนวนมากในการเช่าพื้นที่อาคาร โรงซ่อมอากาศยาน ฝ่ายครัวการบิน ฝ่ายคลังสินค้า เคาน์เตอร์เช็กอิน จนถึงพื้นที่เลานจ์ ทั้งสัญญาระยะสั้นและระยะยาว ใน 6 สนามบินอยู่ในความดูแลของ ทอท. ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง หาดใหญ่”

นายนิตินัยกล่าวอีกว่า ทอท.ยังได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง สคร.ถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากที่การบินไทยเปลี่ยนสถานะจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชนแล้ว จะยังคงสัญญาเช่าต่อตามเดิมหรือต้องเริ่มต้นใหม่ตามกฎหมายร่วมทุน รอคำตอบจาก สคร.อยู่



 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,893
“หมอเสริฐ” ตอบแล้วซื้อ-ไม่ซื้อหุ้นการบินไทย

วันที่ 19 มิถุนายน 2563

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า การลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งนพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายปราเสริฐถึงความสนใจจะซื้อหุ้น บมจ.การบินไทยหรือไม่ นพ.ปราเสริฐหัวเราะ ก่อนกล่าวสั้นๆ ว่า

”ผมมีแล้วหุ่นเรือบินการบินไทย ไปถามศาลฟื้นฟูดีกว่า ผมยังไม่เคยพูดสักคำว่าสนใจจะซื้อหุ้นการบินไทย”

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,894
คิดแบบ “ซิลิคอน คราฟท์ฯ” มุ่งเน้นเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม

วันที่ 19 มิถุนายน 2563

บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีแนวทางการดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานที่มุ่งหวังจะสร้างสรรค์นวัตกรรมสมัยใหม่ที่แตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้าและผู้ใช้งาน ทั้งยังก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์ RFID (radio frequency identification) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทมีความเชื่อว่า “core asset” ของบริษัทคือเทคโนโลยีที่มาจากคน ดังนั้น เรื่อง “คน” จึงถือเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

“ดร.นัยวุฒิ วงษ์โคเมท” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซิลิคอน คราฟท์ฯเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกและรายเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์วงจรรวม

“ธุรกิจไมโครชิปอัจฉริยะเป็นธุรกิจที่ยาก จึงทำให้มีคู่แข่งน้อย แต่เราทำธุรกิจนี้ด้วยใจรัก ซึ่งตอนเริ่มธุรกิจ 3 ปีแรกไม่มียอดขายเลยเพราะบริษัทลงทุนกับเรื่องการวิจัยและพัฒนา (research and development-R&D) และการออกแบบสูงมาก เทียบเคียงได้กับบริษัทชั้นนำในซิลิคอนวัลเลย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทมองหาว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกเพื่อนำมาพัฒนาสิ่งนั้น ซึ่งการลงทุนช่วยให้เราสามารถพัฒนาผลิตไมโครชิปตอบสนองความต้องการผู้ใช้ระดับโลกได้ โดยผลิตภัณฑ์ของเราส่งออก 99% ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในหลายประเทศทั่วโลก เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน, สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในทวีปยุโรป และทวีปออสเตรเลีย”

“ไมโครชิปอัจฉริยะของซิลิคอน คราฟท์ฯ ผลิตเพื่อส่งต่อให้บริษัทที่ทำอุปกรณ์ระบุรหัสประจำตัวสัตว์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID animal identification), ไมโครชิปสำหรับระบบเข้า-ออกอาคาร (access control), ไมโครชิปที่ใช้ในดอกกุญแจสำรองและเครื่องอ่านรหัสกุญแจสำรองแบบเข้ารหัสของยานยนต์ (immobilizer) และไมโครชิปในกลุ่มคลื่นความถี่สูงแบบไร้สายในระยะประชิด (NFC) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าในกลุ่มเครื่องตรวจวัดค่าทางไฟฟ้า กายภาพ และเคมี”



“ดร.นัยวุฒิ” อธิบายต่อว่า ซิลิคอน คราฟท์ฯปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นให้องค์กรก้าวไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมผ่านการปฏิบัติงานจากผู้บริหารสู่พนักงานทุกระดับ ภายใต้การบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม สามารถนำไปปฏิบัติได้

“บริษัทส่งเสริมประชาธิปไตยในองค์กร พนักงานทุกคนมีสิทธิออกความคิดเห็น และสื่อสารกับผู้บริหารได้อย่างเป็นกันเอง เป็นองค์กรที่มีคนเก่งเยอะมาก พนักงานของเรามีประมาณ 110 คน และกว่า 60% เป็นวิศวกรสายอิเล็กทรอนิกส์ นอกนั้นเป็นฝ่ายการเงิน การออกแบบการผลิตในลักษณะประสานงานกับคู่ค้าประเทศต่าง ๆ เป็นต้น”

“คนที่มีความรู้ด้านเทคนิคที่แข็ง มีใจรักในสายงานอิเล็กทรอนิกส์ รักความท้าทายและชอบแก้ปัญหา เป็นคุณสมบัติของคนที่จะมาทำงานที่ซิลิคอน คราฟท์ฯได้ดี ที่สำคัญบริษัทโชคดีที่ได้คนที่มีความรักในงาน นอกจากนั้น เรายังมีสภาพแวดล้อมในองค์กรที่ท้าทาย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชอบเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง ทำให้พนักงานรู้สึกสนุกกับการทำงานและได้ทำในสิ่งที่เขารัก รวมถึงสบายใจกับผลตอบแทนที่ดี ส่งผลให้ความสามารถในการดึงดูดคนให้อยู่กับองค์กรสูง และอัตราการลาออกของเราต่ำ”

“ทั้งนี้ ซิลิคอน คราฟท์ฯ มีทรัพยากรที่เป็นองค์ความรู้ส่งต่อให้พนักงานมีความสามารถเพิ่มขึ้น ดังนั้น การหาคนมาทำงานที่ซิลิคอน คราฟท์ฯจึงไม่ใช่เรื่องยาก โดยอุปสงค์อุปทานในตลาดแรงงานก็พอดีกัน ที่สำคัญเรามีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยประมาณ 3-4 แห่ง ด้วยการทำโครงการวิจัยร่วมกัน มีการให้ทุนและให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับซิลิคอน คราฟท์ฯกับนักศึกษา ทำให้พวกเขาเห็นตัวตนขององค์กรและสนใจที่จะมาทำงานกับเรา”

ส่วนเส้นทางการเติบโตในสายงาน (career path) ของที่นี่ ให้โอกาสพนักงานทุกแผนกเลือกเติบโตข้ามสายงานได้ เช่น วิศวกรมี career path แบ่งเป็น 2 สาย หนึ่ง เลือกเติบโตไปในสายบริหารองค์กรและคน, สอง เติบโตเป็นช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ

“ดร.นัยวุฒิ” กล่าวถึงการทำงานในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดว่า ซิลิคอน คราฟท์ฯสามารถจัดการบริหารงานได้ดี เพราะองค์กรมีความเชี่ยวชาญด้านไอที ดังนั้น การย้ายแพลตฟอร์มการทำงานไปเป็นออนไลน์จึงไม่มีปัญหา

“เรากำลังอยู่ในเฟสที่ทำการวางแผน และสรุปว่าหลังจากโควิด-19 เราจะทำงานในรูปแบบไหน เพราะจากการทำงานที่บ้าน (work from home) 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่างานบางสายทำงานที่บ้านแล้วมี productivity สูงขึ้น เช่น งานสายออกแบบ และการทำงานที่บ้านยังช่วยพนักงานประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง ในด้านขององค์กรเราอาจจะต้องผลักดันในเรื่องของการวัดผลและแบบทดสอบประเมินผล result base มากขึ้น”

นับว่าซิลิคอน คราฟท์ฯกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการออกแบบไมโครชิปอัจฉริยะได้อย่างดีทีเดียว

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,895
ดีดีการบินไทย โต้ สหภาพฯยันไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ "จ้างงาน-ลดเงินเดือน"

ดีดี การบินไทยออกหนังสือชี้แจง ยืนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย กรณีปรับลดเงินเดือนเพราะใช้วิธีสมัครใจ ส่วนการออกข้อบังคับการทำงานใหม่ ไม่ได้ตัดสิทธิประโยชน์พนักงาน

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการคนที่ 2 รักษาการแทนกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อหลายฉบับลงข่าวเกี่ยวกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ได้ไปยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับการที่บริษัทฯ ออกข้อบังคับฉบับใหม่ และอ้างว่าข้อบังคับดังกล่าวได้ลดทอนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของพนักงาน รวมถึงได้ร้องเรียนเรื่องการปรับลดเงินเดือนของพนักงานว่า ไม่เป็นไปตามข้อกฎหมายนั้น ขอชี้แจงว่า ตามที่ บริษัทฯ ได้พ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ และมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านแรงงานของบริษัทเอกชนหลายฉบับ

รวมทั้ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้บริษัทฯ ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานเกี่ยวกับการจ้างงาน และประกาศใช้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯ พ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ในระหว่างการจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับดังกล่าว บริษัทฯ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ของกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานอย่างใกล้ชิด และบริษัทฯ ทราบดีว่า สิทธิประโยชน์ของพนักงานที่มีอยู่ก่อนการพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ จะยังมีอยู่ตามเดิมจนกว่าบริษัทฯ และพนักงานจะได้ดำเนินกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามวิธีการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด


ส่วนกรณีที่บริษัทฯ ออกประกาศที่ 046/2563 เรื่อง ขอความร่วมมือให้พนักงานทุกคนสมัครใจปรับลดเงินเดือนลงในอัตราร้อยละ 10 - 50 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความยินยอมจากพนักงานทุกคน ให้ลดเงินเดือนลงบางส่วนด้วยความสมัครใจ ในสภาวะที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการหยุดทำการบินเป็นการชั่วคราว (จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563) โดยให้พนักงานลงชื่อแสดงเจตนารมณ์ช่วยเหลือบริษัทฯ และยินยอมให้บริษัทฯ ลดเงินเดือนด้วยความสมัครใจของพนักงานเอง แต่ในส่วนของพนักงานที่ไม่ได้ให้ความยินยอมให้ลดเงินเดือนนั้น บริษัทฯ จะยังคงจ่ายค่าจ้างในอัตราที่พนักงานคนนั้นได้รับ โดยจะไม่หักค่าจ้างตามประกาศบริษัทฯ ดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การดำเนินการทั้ง 2 กรณี ของบริษัทฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายแรงงานแต่อย่างใด และบริษัทฯ ยังได้ดำเนินการต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของพนักงานที่พึงได้รับตามขอบเขตของกฎหมายบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสื่อมวลชนจะเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ได้ชี้แจงมาข้างต้น และเผยแพร่ให้สาธารณะชนได้รับทราบต่อไป

21/6/2563 ดีดีบินไทย โต้ สหภาพฯ ยันไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ "จ้างงาน-ลดเงินเดือน"
 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
'ทอท.' คาด 'การบินไทย' ลดขนาดฝูงบิน จ่อเรียกคืนเคาร์เตอร์เช็คอินสุวรรณภูมิ 50%
22 มิถุนายน 2563
145
ทอท.จ่อเรียกคืนพื้นที่เคาน์เตอร์เช็คอิน และอาคารเทียบเครื่องบิน “การบินไทย” สนามบินสุวรรณภูมิ 50% หลังเข้าฟื้นฟูกิจการรับแผนลดเครื่อง และเส้นทางบินรับวิกฤตโควิดฉุดเที่ยวบินวูบคาดปีหน้าหายกว่า 66%
แหล่งข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยว่า ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิเตรียมขอคืนพื้นที่เคาน์เตอร์เช็คอินจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ราว 50% จากปัจจุบันที่ใช้บริการอยู่ 3-4 แถว เนื่องจากขณะนี้การบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลายกลาง โดยในแผนฟื้นฟูกิจการยังพบว่าการบินไทยจะลดจำนวนฝูงบิน และเส้นทางบินลง ซึ่งกระทบต่อความต้องการใช้เคาน์เตอร์เช็คอินที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

“อดีตการบินไทยเคยเป็นผู้ใช้บริการรายใหญ่จากการจำนวนเที่ยวบินที่คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 20% ของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อลดเครื่องบิน และลดเส้นทางบินลง เคาน์เตอร์เช็คอินก็ต้องลดการใช้งานตาม ซึ่งตามเป้าหมาย ทอท.จะนำเคาน์เตอร์เช็คอินที่เรียกคืนไปบริหารจัดการให้สายการบินอื่นที่มีความต้องการต่อไป”

นอกจากนี้ ทอท.ยังเตรียมขอคืนพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินบางส่วนจากการบินไทยคืนด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเครื่องบินที่การบินไทยที่จะปรับลดลง และนำอาคารเทียบเครื่องบินไปบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดต้นทุนบริหารจัดการ โดยอาจจะประสานขอให้สายการบินต่างๆ เข้ามาใช้พื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินในบริเวณเดียวกัน ในลักษณะของการยุบรวมพื้นที่การให้บริการให้เหมาะสม โดยหากพื้นที่ส่วนใดว่างก็จะปิดพื้นที่เพื่อประหยัดต้นทุนการดำเนินงานของ ทอท.ในภาพรวมให้ลดลงจากเดิม

นอกจากนี้ในรายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากสายการบินพาณิชย์ยังไม่สามารถทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศได้ ขณะที่แนวโน้มการเดินทางของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกปรับลดลง

โดยคาดว่า ปี 2564 แนวโน้มเที่ยวบินของสนามบินสุวรรณภูมิจะปรับลดลงเหลือปีละ 1.26 แสนเที่ยวบิน หรือลดลงราว 66% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 3.7 แสนเที่ยวบิน



 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,897
"การบินไทย" ขึ้นทะเบียน "ประกันสังคม" พนักงาน 2.1 หมื่นราย หลังพ้นรัฐวิสาหกิจ จ่ายกองทุนทดแทน 6.4 ล้านบ.

เผยแพร่: 22 มิ.ย. 2563


การบินไทย ขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม-กองทุนเงินทดแทน ให้พนักงานกว่า 2.1 หมื่นคนแล้ว หลังพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ พร้อมจ่ายสมทบกองทุนเงินทดแทน 6.4 ล้านบาท

วันนี้ (22 มิ.ย.) นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ และมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2563 บริษัทฯ ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 โดยวันที่ 22 มิ.ย. บมจ.การบินไทย ได้มาขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนที่ สปส.กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 พร้อมทั้งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเป็นจำนวนเงิน 6.4 ล้านบาท

นายทศพลกล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ บริษัทฯ ในฐานะนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกคนเป็นผู้ประกันตน โดยกองทุนประกันสังคมจะเก็บเงินสมทบจากนายจ้างร้อยละ 5 ลูกจ้างร้อยละ 5 สำหรับกองทุนเงินทดแทน จัดเก็บจากนายจ้างฝ่ายเดียว ตามอัตราความเสี่ยงของประเภทกิจการ สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างผู้ประกันตนในระบบจะได้รับมี 7 กรณีคือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน สำหรับกองทุนเงินทดแทน จะให้ความคุ้มครองลูกจ้างนับจากวันที่เป็นลูกจ้างหรือขึ้นทะเบียนวันแรก

ทั้งนี้ บมจ.การบินไทย ได้ขึ้นทะเบียนให้พนักงานจำนวนกว่า 21,000 คน ส่งผลให้ได้รับความคุ้มครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม สปส.กทม.พื้นที่ 2 ได้ให้ความรู้ความเข้าใจงานประกันสังคม แก่ตัวแทนผู้บริหารบริษัท เพื่อให้รับทราบการดำเนินงานของระบบประกันสังคม

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,899
“ศักดิ์สยาม”ตัดอำนาจ 2 รมช.คมนาคม!!

Dailynews 23/6/2563

*ห้ามสั่ง/อย่ามายุ่งเรื่องคน-งบ
*ข้าราชการเมาท์ระเบิดระเบ้อ

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 63 นางบุษยา สุระมานะ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เรื่องคำสั่งกระทรวงคมนาคม ที่ 429/2563 พร้อมแนบสำเนาคำสั่ง เรื่อง มอบอำนาจให้ รมช.คมนาคม กำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทน รมว.คมนาคม ซึ่งลงนามโดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ส่งไปยัง นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม

โดยคำสั่งฉบับนี้มีรายละเอียดว่า กระทรวงการคลังได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงต่ำกว่า 50% ทำให้บริษัทฯ หลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยเด็ดขาด แจ้งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.63

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งต่อว่า ประกอบกับบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และบริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์เอเชีย จำกัด หลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจด้วย ดังนั้นเพื่อให้การบริหารราชการกระทรวงคมนาคมสอดคล้องกับมติ ครม.ดังกล่าว และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด

จึงให้ยกเลิกคำสั่งที่ 242/2562 สั่ง ณ วันที่ 22 ส.ค.62 เรื่อง มอบอำนาจให้ รมช.คมนาคม สั่งและปฏิบัติราชการแทน รมว.คมนาคม และให้ใช้คำสั่งนี้แทน โดยมอบอำนาจให้ รมช.คมนาคม กำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทน รมว.คมนาคม ดังนี้

1.มอบอำนาจให้ นายอธิรัฐ มีอำนาจในการกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทนโดยทั่วไป ยกเว้นการบริหารงานบุคคล, การอนุมัติงบประมาณ, การอนุมัติ, การอนุญาต, การออกใบอนุญาตใดๆ ที่เป็นอำนาจของ รมว.คมนาคมตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของครม. สำหรับงานของส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กรมเจ้าท่า และการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)

2.มอบอำนาจให้ นายถาวร มีอำนาจในการกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทนโดยทั่วไป ยกเว้นการบริหารงานบุคคล, การอนุมัติงบประมาณ, การอนุมัติ, การอนุญาต, การออกใบอนุญาตใดๆ ที่เป็นอำนาจของ รมว.คมนาคมตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติของครม. สำหรับงานของส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.), สถาบันการบินพลเรือน(สบพ.), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด

3.ในการกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทนนั้น รมว.คมนาคม อาจมอบอำนาจการอนุมัติ อนุญาต การออกใบอนุญาตใดๆ หรือการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติ ครม. อันอยู่ในอำนาจของ รมว.คมนาคมให้แก่ รมช.คมนาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือ ทั้งนี้บรรดาเอกสารใดๆ ที่ รมช.คมนาคมได้สั่ง หรือลงนามในฐานะผู้ปฏิบัติราชการแทน ให้นำเสนอ รมว.คมนาคมเพื่อทราบในโอกาสแรก

4. ในกรณีที่ รมว.คมนาคม พิจารณาเห็นว่า เรื่องใดเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล หรือมีผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาล หรือผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อน และความไม่ยุติธรรมแก่ประชาชน รมว.คมนาคมสามารถสั่งการในเรื่องนั้นได้โดยตรง

5.ในกรณีที่ รมช.คมนาคม ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ อำนาจในการกำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทนให้เป็นอำนาจของ รมว.คมนาคม และ6.ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบอำนาจนี้ ให้ รมช.คมนาคม ยึดมั่นในหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 นอกจากนี้ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550 ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.63 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งมอบอำนาจ รมช.คมนาคม ซึ่งลงนามโดยนายศักดิ์สยามฉบับล่าสุดนี้ ได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัย และมีการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ผู้บริหาร และข้าราชการของกระทรวงคมนาคมอย่างมาก ทั้งที่เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รมว.คมนาคม ในตอนแรกนั้น ยังมอบอำนาจให้ รมช.สามารถกำกับดูแล และสั่งการได้ แม้ต้องผ่านนายศักดิ์สยามก่อนก็ตาม

แต่คำสั่งฉบับล่าสุดนี้นอกจากจะไม่ให้กำกับดูแลแบบเบ็ดเสร็จแล้ว ยังไม่สามารถสั่งการอะไรได้เลย เหมือนกับไม่มีบทบาทอะไร ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีหน่วยงานในกำกับดูแลเหลือ 20 หน่วยงาน มอบให้นายอธิรัฐกำกับดูแล 2 หน่วยงานเหมือนเดิม ขณะที่นายถาวร ลดเหลือ 4 หน่วยงาน จาก 7 หน่วยงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คำสั่งฉบับนี้ยังถือเป็นคำสั่งที่แตกต่างจากคำสั่งมอบอำนาจ รมช.คมนาคม ของรมว.คมนาคมในยุคอื่นๆ ด้วย เช่น ในสมัยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม ก็มีคำสั่งมอบอำนาจให้ รมช.คมนาคม กำกับดูแล และสามารถสั่ง รวมถึงอนุมัติ หรืออนุญาตในเรื่องต่างๆ ได้ แต่ในยุคของนายศักดิ์สยาม ให้กำกับดูแลได้อย่างเดียว แต่ห้ามสั่ง หรืออนุมัติใดๆ รวมทั้งฉบับล่าสุดนี้ยังระบุชัดไม่ให้มีอำนาจเรื่องการบริหารงานบุคคล และการอนุมัติงบประมาณด้วย.
 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
ดีดีบินไทย ขอพนักงานเสียสละลดเงินเดือน เผยรอบนี้แตกต่างจากเดิม!
เศรษฐกิจ

ดีดีบินไทย วอนพนักงานเสียสละลดเงินเดือน ยื้อกระแสเงินสดให้นานที่สุด ยืนยันจ่ายค่าตอบแทนเกษียณอายุหรือลาออก ตามฐานเงินเดือนเดิมก่อนถูกปรับลด

วันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา จักรกฤศฏ์ พาราพันธกุล รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือชี้แจ้งไปยังพนักงานของการบินไทยและไทยสมายล์ว่า ระหว่างที่บริษัทรอการไต่สวนของศาลล้มละลายในวันที่ 17 ส.ค.นั้น บริษัทยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่พักชำระหนี้อัตโนมัติ (Automatic Stay) แต่เนื่องจากรายจ่ายที่เป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ยังคงมีอยู่ เช่น เงินเดือนของพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ที่ยังจำเป็นอยู่

โดยการขอความร่วมมือสมัครใจลดเงินเดือนในครั้งนี้ แตกต่างจากการขอความร่วมมือในครั้งก่อนกล่าวคือ หากพนักงานลงนามยินยอม บริษัทจึงจะลดเงินเดือนได้ แต่หากพนักงานไม่ลงนามยินยอมพนักงานคนนั้นก็ยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณพนักงานที่แสดงสปิริตสมัครใจลดเงินเดือนเพื่อช่วยเหลือบริษัทฯ

ส่วนประเด็นที่ยังมีพนักงานหลายคนกลัวว่า บริษัทจะนำฐานเงินเดือนใดมาใช้ในการคิดคำนวณเพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนกรณีพนักงานเกษียณอายุหรือลาออกจากบริษัท ขอยืนยันให้ทุกคนมั่นใจว่าบริษัทจะใช้อัตราเงินเดือนปกติก่อนที่จะมีการปรับลดเป็นฐานในการคิดคำนวณสำหรับการจ่ายค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ของพนักงาน


อย่างไรก็ตาม ขอให้พนักงานทุกคนจะมีความเข้าใจถึงความจำเป็นของบริษัท ซึ่งยังต้องการความเสียสละ และความช่วยเหลือครั้งสำคัญนี้ จากพนักงานทุกคน รวมทั้งยังเป็นการแสดงให้สาธารณชนและเจ้าหนี้ได้รับรู้ถึงความเสียสละของพนักงานที่จะช่วยกอบกู้ให้บริษัท ให้ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วยกัน

 
3881 - 3900 of 3972 Posts
Top