SkyscraperCity banner

3901 - 3920 of 3972 Posts

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
ดีดีการบินไทย ขอบคุณพนักงาน แสดงสปิริตลดเงินเดือนต่อ แจงฐานเงินเดือนจ่ายลาออก
ข่าวเศรษฐกิจ
ไทยรัฐออนไลน์26 มิ.ย. 2563 14:10 น.
"จักรกฤศฏ์" รักษาการดีดีการบินไทย ขอบคุณพนักงาน แสดงสปิริตยอมลดเงินเดือน หลังพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ เผยเกณฑ์ฐานเงินเดือน คิดคำนวณจ่ายค่าตอบแทน พนักงานลาออกเกษียณฯ

นายจักรกฤศฏ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการ คนที่ 2 รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทย ได้ลงนามในหนังสือ ถึงพนักงานการบินไทยและไทยสมายล์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.63 ระบุว่า ในการประชุม Staff Meeting เมื่อต้นเดือนที่ผ่นมา ตนได้มีโอกาสชี้แจงให้พนักงานทราบถึงกระบวนการเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ และตอบคำถามในประเด็นต่างๆ ที่พนักงานหลายท่านมีความกังวล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคำถามเกี่ยวกับสถานภาพของบริษัทฯ และสวัสดิการที่พนักงานได้รับตามกฎหมาย


จากการเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัทฯ จากรัฐวิสาหกิจมาเป็นเอกชน ซึ่งบางคำถามยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดของการทำแผนฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จเสียก่อน ในช่วงเวลาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู บริษัทฯ ต้องจัดเตรียมข้อมูลเอกสารทุกด้าน สำหรับนำเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณา ซึ่งมีกำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 17 สิงหาคม 2563

ระหว่างนี้ เราต้องเผชิญกับปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นช่วง Automatic Stay แต่เนื่องจากรายจ่ายที่เป็น Fixed Cost ยังคงมีอยู่ เช่น เงินเดือนของพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ที่ยังจำเป็นอยู่ บริษัทฯ จึงต้องการความช่วยเหลือ และเสียสละจากพนักงานทุกคน ที่จะสมัครใจลดเงินเดือนต่อไปอีก เพื่อให้บริษัทฯ ได้รักษากระแสเงินสดที่มีอยู่ในขณะนี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเรายังไม่ทราบว่าหลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้บริษัทฯ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และสถานการณ์ของโควิด-19 จะส่งผลให้บริษัทกลับมาทำการบินได้อีกเมื่อไหร่

โดยการขอความร่วมมือครั้งนี้ ต่างจากทุกครั้ง โดย หากพนักงานลงนามยินยอม บริษัทฯ จึงจะลดเงินเดือนได้ แต่หากพนักงานไม่ลงนามยินยอม พนักงานคนนั้นก็ยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ ซึ่งตนต้องขอขอบคุณพนักงานที่แสดงสปิริตสมัครใจลดเงินเดือนเพื่อช่วยเหลือบริษัทฯ

ส่วนประเด็นที่ยังมีพนักงานหลายคนกังวลว่า บริษัทฯ จะนำฐานเงินเดือนใดมาใช้ในการคิดคำนวณเพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนกรณีพนักงานเกษียณอายุ หรือลาออกจากบริษัทฯ ตนยืนยัน จะใช้อัตราเงินเดือนปกติก่อนที่จะมีการปรับลดเป็นฐานในการคิดคำนวณสำหรับการจ่ายค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์ต่างๆ ของพนักงาน.

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,902
บิ๊กการบินไทย ถอยเซ็นเอ็มโอยูสหภาพ ไม่ตัดเงินเดือนถ้าพนักงานไม่ยินยอม!


บิ๊กการบินไทย ยอมถอย ทำข้อตกลงร่วมสหภาพ หลังร้องปัญหาตัดเงินเดือน ต้องให้พนักงานยินยอม คงสิทธิประโยชน์ต่างๆของพนักงานไว้ตามสภาพการจ้างเดิม


นายสรยุทธ หอมสุคนธ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมาตนและตัวแทนสหภาพฯ ได้เดินทางไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อเข้าร่วมหารือกับนางสุวิมล บัวเลิศ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคล (DB) ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายบริหารของ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ตามที่กระทรวงแรงงานได้นัดให้ 2 ฝ่ายมาเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา กรณีสหภาพร้องเรียนว่าถูกละเมิดสภาพการจ้างงาน และการลดเงินเดือนไม่เป็นธรรม

หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนสถานะจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัทเอกชน และทำการออกประกาศข้อบังคับการจ้างงานฉบับใหม่บังคับใช้ ว่า กระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งให้เปิดเวทีเจรจาต่อรองร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร และสหภาพ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการหยิบยกประเด็นปัญหาขึ้นมาเจรจา จนได้ข้อยุติ
โดยภายหลังการหารือสหภาพ และฝ่ายบริหาร ได้ตกลงที่จะการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน(MOU)

โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ไม่มีการตัดเงินเดือน หากลูกจ้างไม่ยินยอม
และสำหรับพนักงานระดับล่างคือระดับ 1-7 สหภาพได้ร้องขอให้ฝ่ายบริหารมิให้หักเงินเดือนพนักงานเหล่านั้นแม้ได้เซ็นยินยอมแล้วก็ตาม

2.การสื่อสารประชาสัมพันธ์ของฝ่ายบริหารที่จะแจ้งพนักงานทราบ จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้พนักงาน ซึ่งสหภาพได้รวบรวมคำถาม และปัญหาอุปสรรคถึงผลกระทบที่พนักงานได้รับ และจะนำส่งฝ่ายบริหารเพื่อตอบข้อข้องใจต่างๆของพนักงาน

3.ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทที่เขียนขึ้นมาใหม่นั้น จะต้องคงสิทธิประโยชน์ต่างๆของพนักงานไว้ตามสภาพการจ้างเดิม จนกว่าจะมีการทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยผู้ทำแผนฯ

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายได้แจ้งกับพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานว่าจะร่วมกันปรึกษาหารือด้วยระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีต่อไป

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,903
บินไทยสั่งพนักงานออฟฟิศเริ่มกลับเข้าทำงาน ส่วนนักบิน-ลูกเรือ ให้ลาพักร้อนเพราะบริษัทยังหยุดบิน

ดีดีบินไทย สั่ง 1 ก.ค. ให้พนักงานออฟฟิศเริ่มกลับเข้าทำงาน ส่วนนักบิน-ลูกเรือ ให้ลาพักร้อนเพราะบริษัทยังหยุดบิน

บินไทยสั่งพนักงานเข้าออฟฟิศ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา นายจักรกฤษฎิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกคำสั่ง บริษัท กรบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 073/2563 เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานตั้งแต่เดือนก.ค. 2563 เป็นต้นไป ตามที่บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ") ได้ออกคำสั่งบริษัทฯ ที่ 069/2563 เรื่องข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานในระหว่างบริษัทฯ หยุดทำการบินเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลามีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 มิ.ย. 2563 นั้น มาตรการในการควบคุมเชื้อ C0VID-19 จากทางภาครัฐได้มีการผ่อนปรนมาตรการ ต่างๆ มาตามลำดับ ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอให้พนักงานถือปฏิบัติดังนี้

1. บริษัทฯ จะเปิดทำการปกติ โดยพนักงานที่ปฏิบัติงานในประเทศไทยให้มาทำงานตามตารางการทำงานปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในสำนักงานต่างประเทศให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังกับบัญชา และกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

2. สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในอากาศยานเป็นการกิจหลัก (นักบินและลูกเรือ) หรือพนักงานที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการบิน (0peatios) ที่ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากบริษัทๆ หยุดปฏิบัติการบินเป็นส่วนใหญ่ ให้ผู้บังคับบัญชาบริหารจัดการเละกำกับดูแลให้พนักงานใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปี เพื่อให้สอดคล้อง ตามระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ตอนที่ 1 สิทธิเละหน้าที่โดยทั่วไปของพนักงาน ข้อ 9.1 วรรค 2 ความว่า “ให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามจำนวนในวรรคแรกให้พนักงานล่วงหน้า หรือผู้บังคับบัญชาและพนักงานจะตกลงกันล่วงหน้า สะสมเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในรอบปีถัดไปก็ได้ แต่สะสมไม่เกิน 3 รอบปีติดต่อกัน....”


3. กรณีที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้พนักงานเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามจริง ตามระเบียบบริษัทๆ ที่กำหนดไว้

4. สำหรับบัตรโดยสารพนักงานยังคงระงับการใช้บัตรโดยสารพนักงานทุกประเภทในทุกเส้นทางบินระหว่างประเทศของบริษัทฯ และเส้นทางบินของสายการบินคู่สัญญา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ยกเว้นบัตรโดยสารประเกท SI และ SII ที่ได้รับอนุมัติจากกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) รวมถึงบัตรโดยสารพนักงานที่เดินทางก่อนประกาศฉบับนี้บังคับบใช้ (Homebound ID Tickets) จึงเเจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน สั่ง ณ วันที่ 30 มิ.ย. พ.ศ. 2563

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
"การบินไทย" แต่งตั้งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คนใหม่
ข่าวเศรษฐกิจ
ไทยรัฐออนไลน์1 ก.ค. 2563 19:01 น.
ที่ประชุมคณะกรรมการ การบินไทย มีมติอนุมัติการลาออกจากตำแหน่งรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ "จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล" พร้อมตั้ง "ชาญศิลป์ ตรีนุชกร" ขึ้นแทน มีผล 2 ก.ค.63 เป็นต้นไป

วันที่ 1 กรกฎาคม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษ โดย พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติการลาออกจากตำแหน่งรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล โดยยังคงดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการคนที่ 2 ของบริษัทฯ และแต่งตั้ง นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ ดำรงตำแหน่ง รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป.

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,906
เร่งตั้งศูนย์ดูแลผู้ถือหุ้นกู้ “การบินไทย” หวั่นรายย่อยเคว้ง

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563



ผู้เกี่ยวข้องเร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ถือหุ้นกู้ “บินไทย” หวั่น “รายย่อย” เคว้งไม่มีสถาบันการเงิน “ผู้แทน” ดูแลหลังศาลรับคำร้องฟื้นฟูกิจการแล้ว “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” เผยหุ้นกู้ “THAI” กว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ไร้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เหตุออกก่อนเกณฑ์ ก.ล.ต.บังคับ ฟากคลังจ่อตัดทิ้งแผนบริหารหนี้การบินไทยกว่า 5 หมื่นล้านบาท เร็ว ๆ นี้ หลังพ้นสถานะรัฐวิสาหกิจ


แหล่งข่าวจากวงการตลาดตราสารหนี้เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน one stop service เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.การบินไทย (THAI) ทั้งหมด มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท หลังจากศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2563 และนัดไต่สวนในวันที่ 17 ส.ค. 2563

ทั้งนี้ หุ้นกู้ของ บมจ.การบินไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในมือผู้ถือหุ้นกู้รายย่อย และสหกรณ์ออมทรัพย์อีกกว่า 80 แห่ง โดยหุ้นกู้รุ่นเก่า ๆ ที่ออกก่อนเดือน เม.ย. 2561 จะไม่มีสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (bond holder representative) เพราะเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มากำหนดให้ต้องมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เมื่อราว 2 ปีก่อน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ประสานงาน one stop service ขึ้นมาดูแล

“ศูนย์ประสานงาน one stop service จะทำหน้าที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้ถือหุ้นกู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการโหวตแผนฟื้นฟูกิจการด้วย เนื่องจากหุ้นกู้รุ่นเก่า ๆ ที่ออกก่อนเดือน เม.ย. 2561 มักจะไม่มีสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ดังนั้น หากไม่มีศูนย์ประสานงานขึ้นมาผู้ถือหุ้นกู้กลุ่มนี้ก็จะเคว้งไม่รู้จะไปพึ่งใคร” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) น่าจะเป็นผู้ดูแลศูนย์ประสานงาน one stop service ดังกล่าว

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หุ้นกู้ บมจ.การบินไทย วงเงินรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาทไม่ได้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ทุกรุ่น โดยหุ้นกู้รุ่นที่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ลงทุนในการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่าหุ้นกู้รุ่นที่ไม่มีผู้แทนมีมูลค่าถึง 44,320 ล้านบาท ส่วนรุ่นที่มีผู้แทนมีเพียง 24,288 ล้านบาท

“ยังไม่แน่ใจว่าจะตั้งใครเป็นตัวแทนในการติดต่อ โดยจากที่มีการหารือกันล่าสุด รุ่นที่ไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้กลับไปติดต่อผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ (underwriter) เพื่อให้เป็นเซ็นเตอร์ให้ก่อน เวลามีปัญหาอะไรจะได้ให้ข้อมูลได้ โดยเฉพาะกับนักลงทุนรายย่อยที่เป็นบุคคล เพราะนักลงทุนสถาบัน อาทิ สหกรณ์, บริษัทประกันภัย, บริษัทนิติบุคคล อาจจะไม่ลำบากมากนัก จึงเป็นที่มาว่าควรจะมีศูนย์ประสานงาน one stop service ที่จะต้องตามข้อมูลเพื่อรวบรวมเอกสาร ยอดมูลหนี้ต่าง ๆ เพื่อไปยื่นแสดงเป็นเจ้าหนี้ให้เสร็จก่อนวันที่ 17 ส.ค. 2563 ไม่เช่นนั้นอาจจะหลุดไปเลย” นางสาวอริยากล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจาก บมจ.การบินไทยได้ลดสถานะจากเดิมที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เหลือเพียงสถานะบริษัทมหาชน และมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มลายไปแล้วนั้น กระทรวงการคลังจะต้องปรับแผนบริหารหนี้ใหม่ โดยตัดแผนในส่วนของ บมจ.การบินไทยออกไป ซึ่งเดิมในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) นี้ บริษัทได้กำหนดแผนกู้เงินทั้งสิ้น 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็นกู้เงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการทั่วไปวงเงิน 32,000 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป credit line วงเงิน 24,800 ล้านบาท

“จะต้องประชุมคณะกรรมการนโยบายหนี้สาธารณะที่ รมว.คลังเป็นประธานเพื่ออนุมัติตัดแผนการกู้เงินของการบินไทยออกจากแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2563 นี้ เนื่องจากการบินไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังนอกจากเป็นผู้ถือหุ้นแล้วยังมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ บมจ.การบินไทยด้วย เนื่องจากเคยมีการให้กู้ต่อแก่บริษัทตั้งแต่ในอดีต ซึ่งมีวงเงินคงค้างอยู่ราว 13,000 ล้านบาท

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,907
บินไทยเผย 5 เดือนแรกปีนี้ ผู้โดยสารหาย 4.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน


การบินไทย เผยช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ปริมาณผู้โดยสารลดลง 4.5 ล้านคน เหลือแค่ 3.5 ล้านคน ฉุดเคบิ้นเฟคเตอร์หดลงเหลือ 69%

รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)แจ้งถึงปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งในช่วง 5 เดือนแรก(ม.ค.-พ.ค.)ปี2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ไทย และทั่วโลกประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ว่า มีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 3.5 ล้านคน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 7.97 ล้านคน ลดลง 4.47 ล้านคน หรือลดลง 56.2%

ส่วนปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) พบว่าลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 44.9% โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ลดลง 50.9% แบ่งเป็น เส้นทางภายในประเทศ ลดลง 51.7% ,เอเชีย ลดลง 61.3% ,ออสเตรเลีย ลดลง 41.4% และยุโรป ลดลง 40.6%

รายงานข่าวแจ้งถึงอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร(เคบิ้นเฟคเตอร์) ในช่วง 5 เดือนปี 2563 ว่า เท่ากับ 69.8% ลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 78.3 % หรือลดลง 11% ทั้งนี้แบ่งออกเป็น อัตราบรรทุกเส้นทางภายในประเทศ เท่ากับ 73% ลดลงจาก 80.4%ช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง 9.3% , เอเชีย เท่ากับ 61.5 % ลดลงจาก76.5% ในปีก่อน หรือลดลง19.6% ,ออสเตรเลีย เท่ากับ 78.4% ลดลงจาก 81.2 %ในปีก่อน หรือลดลง3.4% และยุโรป เท่ากับ75.4%ลดลงจาก79.8% ในปีก่อน หรือลดลง5.5%

ส่วนปริมาณการผลิตด้านพัสดุภัณฑ์ ลดลง44.6% ปริมาณขนส่งพัสดุภัณฑ์ลดลง43.3% ขณะที่อัตราการขนส่งพัสดุภัณฑ์เท่ากับ 54.9% เพิ่มขึ้นจาก 53.7% ช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือเพิ่มขึ้น 2.3%

2/7/2563 บินไทยชี้ 5 เดือนปี63 ยอดผู้โดยสารวูบ 4.47 ล้านคน เหลือแค่ 3.5 ล้านคน
 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
“ชาญศิลป์” ถกที่ปรึกษาเร่งทำแผนฟื้นฟูฯ บินไทย ยื่นศาล 17 ส.ค.นี้
เผยแพร่: 3 ก.ค. 2563 13:10 ปรับปรุง: 3 ก.ค. 2563 13:20 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ชาญศิลป์” รักษาการดีดีบินไทย เร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการฯ เพื่อยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ส่วนการเปิดบินรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการอำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่ศาลกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบริษัท โดยเบื้องต้นแผนฟื้นฟูจะมีแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการบินไทยให้เร็วที่สุด โดยแผนระยะสั้นจะดำเนินการให้สำเร็จภายใต้ความร่วมมือกับกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหนี้บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการหารือกับเจ้าหนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แผนฟื้นฟูฯ ยังไม่เรียบร้อย คงต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยจะหารือร่วมกับที่ปรึกษาฯ แล้วยื่นต่อศาลฯ ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

โดยการบินไทยมีการตั้งที่ปรึกษาเข้ามาดูแลด้านต่างๆ อาทิ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ที่ปรึกษาด้านบัญชี บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ที่ปรึกษากฎหมาย และ บล.ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านแอร์ไลน์มาช่วยในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยการบินไทยพยายามที่จะดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้กลุ่มสหกรณ์ การเช่าเครื่องบิน ธนาคาร เจ้าหนี้การค้า รวมถึงลูกค้าที่จองซื้อตั๋วเครื่องบินแต่ไม่ได้เดินทาง โดยกฎหมายล้มละลายเปิดช่องให้บริษัทฯ เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการกลับเข้ามาเปิดบินอีกครั้งคงต้องรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการก่อน

การบินไทยได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โดยศาลล้มละลายกลางได้มีการรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทในวันที่ 17 สิงหาคม 2563








“ชาญศิลป์”ถกที่ปรึกษาเร่งทำแผนฟื้นฟูฯบินไทยยื่นศาล17ส.ค.นี้
เผยแพร่: 3 ก.ค. 2563 13:10 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ชาญศิลป์”รักษาการดีดีบินไทย เร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการฯเพื่อยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ส่วนการเปิดบินรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการอำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่ศาลกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบริษัทฯ โดยเบื้องต้นแผนฟื้นฟูจะมีแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

ทั้งนี้บริษัทฯจะเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการบินไทยให้เร็วที่สุด โดยแผนระยะสั้น จะดำเนินการให้สำเร็จภายใต้ความร่วมมือกับกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหนี้บริษัท ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทฯได้มีการหารือกับเจ้าหนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แผนฟื้นฟูฯยังไม่เรียบร้อย คงต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยจะหารือร่วมกับที่ปรึกษาฯ แล้วยื่นต่อศาลฯในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

โดยการบินไทยมีการตั้งที่ปรึกษาเข้ามาดูแลด้านต่างๆ อาทิ บริษัทอีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ที่ปรึกษาด้านนัญชี บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ที่ปรึกษากฎหมาย และ บล.ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านแอร์ไลน์มาช่วยในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยการบินไทยพยายามที่จะดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้กลุ่มสหกรณ์ การเช่าเครื่องบิน ธนาคาร เจ้าหนี้การค้า รวมถึงลูกค้าที่จองซื้อตั๋วเครื่องบินแต่ไม่ได้เดินทาง โดยกฎหมายล้มละลายเปิดช่องให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการกลับเข้ามาเปิดบินอีกครั้ง คงต้องรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการก่อน

การบินไทย ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โดยศาลล้มละลายกลางได้มีการรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2563


 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
'ดีดีบินไทย' สั่งพนักงานทำงานที่บ้าน หวังลดค่าใช้จ่ายถึง 31 ก.ค.นี้
3 กรกฎาคม 2563
0
“ชาญศิลป์” ออกประกาศสั่งพนักงานบินไทยกลับทำงานที่บ้านตามเดิม เริ่ม 3 – 31 ก.ค.นี้ หวังประหยัดค่าใช้จ่าย หลังยังหยุดบินต่อเนื่อง
รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) ได้ออกประกาศคำสั่ง เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานในเดือน ก.ค. 2563 โดยระบุว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ออกกำสั่งบริษัท เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 เป็นต้นไปลงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการเปิดทำการตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2563

แต่พบว่าปริมาณงานของบริษัทฯ ยังคงมีปริมาณน้อยมาก เนื่องจากสถานการณ์การบินยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะที่จะปฏิบัติงานเต็มรูปเบบได้ ยกเว้นการดำเนินงานในเรื่องของการให้บริการภาคพื้นและอุปกรณ์ภาคพื้น ครัวการบิน การขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ การซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่ได้เริ่มดำเนินการและเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินทางในประเทศ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ

ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวและเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงานและบริษัทฯ จึงให้ยกเลิกคำสั่ง บริษัทฯ เรื่อง ข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 เป็นต้นไปและบริษัทฯ ให้พนักงานถือปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ตั้งแต่ วันที่ 3 ถึง 31 ก.ค.2563 ดังนี้


1.ฝ่ายบริหารทั่วไป (DW) จะเปิดสำนักงานใหญ่ และสำนักงานศูนย์ปฏิบัติการ (OPC) ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ในระหว่างเวลาทำงานปกติ และให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานให้เข้ามาปฏิบัติงานในระหว่างเวลาทำงานและบันทึกเวลาทำงานตามปกติของตน ส่วนอาคารสำนักงานที่อยู่ในความดูแลของแต่ละหน่วยงาน ให้ EVP MD และ VP ที่รับผิดชอบพิจารณาตามความเหมาะสม

สำหรับวันจันทร์ และวันอังคารให้ EVP MD และ VP สามารถพิจารณาให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พำนัก (Work from home) หากงานที่ไม่สามารถมอบหมายให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พำนัก (Work from home) ได้ ให้ต้นสังกัดเป็นผู้พิจารณาให้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำการของบริษัทฯ ตามความจำเป็น และให้พนักงานบันทึกเวลาเข้า-ออก ตามจริง


2.สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานที่สนามบิน หรือ ปฏิบัติงานการบินหรือสนับสนุนการบิน (Opertions) ให้เป็นดุลยพินิจของ EVP MD และ VP ต้นสังกัดในการมอบหมายการปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงการบริการลูกค้าและปริมาณงานอย่างเหมาะสม

3.ในระหว่างที่พนักงานปฏิบัติงานจากที่พำนัก (Work fr om home) ให้พนักงานปฏิบัติตามข้อกำหนด และข้อปฏิบัติต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศเกี่ขวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID- 19 อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนเละได้รับโทษตามกฎหมายบริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยด้วย และให้ผู้บังคับบัญชาบริหารจัดการเตรียมความพร้อม สำหรับการปฏิบัติงานจากที่พำนัก (Work from home) ตามประกาศฝ่ายงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ 1/2563

4.กรณีที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้พนักงานเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามจริง ตามระเบียบของบริษัทฯ ที่กำหนดไว้

5.ในกรณีที่พนักงานต่างหน่วยงานที่มีจิตอาสามาช่วยปฏิบัติงานด้วยความสมัครใจ ให้พนักงานดังกล่าว บันทึกเวลาตามจริงได้ที่หน่วยงานที่ตนไปช่วยงานโดยไม่มีค่าตอบแทน

6.บริษัทฯ จะให้บริการแก่พนักงานตามวัน เวลา ดังนี้
6.1 สำนักงานแพทย์ (IM) ที่สำนักงานใหญ่ จะเปิดให้บริการทุกวันพุธวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 07.30 น. - 16.30 น. สำหรับสำนักงานแพทย์ตามหน่วยธุรกิจ จะเปิดตามความจำเป็นตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548
6.2. กองสวัสดิการสิทธิประโยชน์และบริการงานบุคคล (IE)
6.2.1. ศูนย์บริการงานบุคคล (HR Service Center) ที่สำนักงานใหญ่ จะเปิดให้บริการทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 08.00 น. - 16.30 น.
6.2.2. บัตรโดยสารพนักงานยังคงระงับการใช้บัตรโดยสารพนักงานทุกประเกทในทุกเส้นทางบินระหว่างประเทศของบริษัท และเส้นทางบินของสายการบินคู่สัญญา ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2563 ทั้งนี้ ยกเว้นบัตรโดยสารประเภท SI และ SII ที่ได้รับอนุมัติจากกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) รวมถึงบัตรโดยสารพนักงานที่เดินทางก่อนประกาศฉบับนี้บังคับใช้ (Homebound ID Tickets)
6.3 บริษัทฯ จะจัดรถรับส่ง พนักงาน ตามความจำเป็น
รายงานข่าว ยังเผยด้วยว่า การทำงานในปัจจุบันจะพบว่าพนักงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานอยู่ เนื่องจากมีหน่วยธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น ครัวการบิน ศูนย์ซ่อม และคาร์โก้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีโครงการสมัครใจลดเงินเดือน ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วม เพราะยังทำงานได้ตามปกติ จึงมีประกาศฉบับก่อนหน้าที่สั่งให้พนักงานกลับมาทำงานตามปกติ
โดยส่วนตัวมองว่าอาจเป็นเพราะโครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการสมัครใจลดเงินเดือนไม่เข้าเป้า จึงมีประกาศให้กลับมาทำงานปกติ แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อพนักงานกลับมาทำงานแล้ว ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่น่าจะลดได้ในช่วงที่ยังไม่ได้กลับมาทำการบิน จึงมีการพิจารณากลับมาปิดสำนักงานอีกครั้ง เปิดทำการเฉพาะวัน พุธ พฤหัสบดี และศุกร์
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,910
“ชาญศิลป์” ถกที่ปรึกษาเร่งทำแผนฟื้นฟูฯ บินไทย ยื่นศาล 17 ส.ค.นี้

เผยแพร่: 3 ก.ค. 2563

“ชาญศิลป์” รักษาการดีดีบินไทย เร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการฯ เพื่อยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ส่วนการเปิดบินรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการอำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่ศาลกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบริษัท โดยเบื้องต้นแผนฟื้นฟูจะมีแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการบินไทยให้เร็วที่สุด โดยแผนระยะสั้นจะดำเนินการให้สำเร็จภายใต้ความร่วมมือกับกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหนี้บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการหารือกับเจ้าหนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แผนฟื้นฟูฯ ยังไม่เรียบร้อย คงต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยจะหารือร่วมกับที่ปรึกษาฯ แล้วยื่นต่อศาลฯ ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้

โดยการบินไทยมีการตั้งที่ปรึกษาเข้ามาดูแลด้านต่างๆ อาทิ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ที่ปรึกษาด้านบัญชี บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด ที่ปรึกษากฎหมาย และ บล.ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านแอร์ไลน์มาช่วยในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยการบินไทยพยายามที่จะดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้กลุ่มสหกรณ์ การเช่าเครื่องบิน ธนาคาร เจ้าหนี้การค้า รวมถึงลูกค้าที่จองซื้อตั๋วเครื่องบินแต่ไม่ได้เดินทาง โดยกฎหมายล้มละลายเปิดช่องให้บริษัทฯ เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการกลับเข้ามาเปิดบินอีกครั้งคงต้องรอการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการก่อน

การบินไทยได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โดยศาลล้มละลายกลางได้มีการรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทในวันที่ 17 สิงหาคม 2563

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
การบินไทย เสิร์ฟเมนู5 เชฟนานาชาติ สั่งผ่านแอปส่งถึงบ้าน
เผยแพร่: 3 ก.ค. 2563 17:49 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
การบินไทย เปิดครัวการบิน เสิร์ฟอาหารถึงบ้าน สั่งผ่านออนไลน์ ส่งความอร่อย Destination Menu by THAI Catering โดย 5 เชฟนานาชาติ หลากหลายเมนู “ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส อินเดีย อาหรับ”

นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เปิดตัว “Destination Menu by THAI Catering” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยจากเมนูอาหารที่รังสรรค์พิเศษเพื่อลูกค้าที่ชื่นชอบการเดินทางโดย 5 เชฟนานาชาติจากครัวการบินไทยภายใต้แนวคิด “รสชาติของการเดินทาง” (The Taste of Travel) ผ่านทางแอปพลิเคชัน LINEMAN GrabFood และร้าน Puff & Pie (สาขาที่ร่วมรายการ) เริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การบินไทยขานรับพฤติกรรมใหม่ในการใช้ชีวิตประจำวันแบบวิถีชีวิตใหม่ New Normal นิยมสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านหรือที่ทำงาน ฝ่ายครัวการบินจึงได้
รังสรรค์ “Destination Menu by THAI Catering”เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูอาหารพิเศษที่การันตีคุณภาพ ความอร่อย สะอาด ด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปีของครัวการบินไทย ในการผลิตและบริการอาหารสำหรับการบินไทยและสายการบินลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มาให้บริการลูกค้าของการบินไทยที่ชื่นชอบการเดินทางภายใต้แนวคิด “รสชาติของการเดินทาง” (The Taste of Travel) โดย 5 เชฟนานาชาติของฝ่ายครัวการบินที่จะรังสรรค์เมนูต่างๆ ที่จะทำให้คุณนึกถึงจุดหมายในฝันเสมือนได้เดินทางไปรับประทานที่ประเทศนั้นๆ เอง อาทิ

- เมนูข้าวหน้าปลาไหลเสิร์ฟพร้อมเนื้อผัดขิง (Grilled Eel and Ginger Beef with Japanese Rice) จากฝีมือเชฟชาวญี่ปุ่น

- เมนูบะหมี่อีฟู่ราดหน้ากุ้ง(Braised Ee-Fu Noodles with Prawn) จากฝีมือเชฟชาวจีน

- เมนูเนื้อแกะย่างซอสมัสตารด์และไธม์ (Lamb Chops Mustard and Thyme/Mustard Sauce) จากฝีมือเชฟชาวฝรั่งเศส

- เมนูอกไก่ทันดูรีครีมซอสมะเขือเทศ (Tandoori Chicken Breast with Tomato Cream Sauce) จากฝีมือเชฟชาวอินเดีย

- ข้าวหมกไก่ย่างชิตาวอค (Grilled Chicken ShishTawoq with Biryani Rice) จากฝีมือเชฟชาวอาหรับ

ทั้งนี้ เมนูความอร่อย Destination Menu by THAI Catering จะเปลี่ยนเมนูไปในแต่ละช่วงเวลา โดยสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น LINEMAN GrabFood เลือกคำว่า THAI Catering (Puff&Pie) ในช่องค้นหารวมทั้งร้านพัฟฟ์แอนด์พายในสาขาที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
เปิดแนวคิด 'ชาญศิลป์' รักษาการ DD คนใหม่ เร่งทำแผนฟื้นฟู 'การบินไทย'
4 กรกฎาคม 2563 | โดย ณัฐณิชา ดอนสุวรรณ : วรรณิกา จิตตินรากร
2,580
“ชาญศิลป์” เผย เร่งทำแผนฟื้นฟู “การบินไทย” ยื่นศาลล้มละลาย 17 ส.ค.นี้ มั่นใจคลี่คลายปัญหาได้ พร้อมสั่งพนักงานกลับทำงานที่บ้านตามเดิม เริ่ม 3–31 ก.ค.นี้ หวังประหยัดค่าใช้จ่ายหลังหยุดบินต่อเนื่อง

ศาลล้มละลายกลางมีกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งแรกในวันที่ 17 ส.ค.2563 โดยการบินไทยอยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเสนอศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบ

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดกับกรุงเทพธุรกิจเผยว่า การบินไทยกำลังเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเสนอต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลล้มละลายได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ

แผนฟื้นฟูกิจการจะระบุถึงแนวทางบริหารธุรกิจทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้ศาลล้มละลายกลางเห็นภาพว่า การบินไทย จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไรต่อไป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ทั้งนี้ เบื้องต้นแผนฟื้นฟูกิจการมีหลายแนวทางที่จะดำเนินการให้มีความเหมาะสม เช่น

1.การวางแผนจัดการสินทรัพย์ที่ไม่คุ้มค่า

2.การวางแผนจัดการหน่วยธุรกิจที่แข่งขันไม่ได้

3.อาจเปิดให้มีการร่วมทุนหรือการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งอาจต้องลดทุนหรือเพิ่มทุนจะต้องมาพิจารณาแนวทางอย่างละเอียด

สำหรับการบริหารระหว่างนี้ จะดำเนินการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีช่องทางที่จะดำเนินการให้สำเร็จได้ภายใต้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหนี้และลูกหนี้

“ปัญหาที่เกิดขึ้นจะพยายามแก้ไขให้เร็วที่สุด ซึ่งมีหลายปัจจัยแวดล้อม ทั้งสภาพการแข่งขัน ความร่วมมือ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย สุดท้ายแล้วมีช่องทางในการที่จะปรับปรุงได้อยู่แล้ว ก็ต้องดูความร่วมมือของทุกฝ่ายด้วย เพราะกฎหมายล้มละลายมีไว้เพื่อต้องการให้ธุรกิจเดินต่อได้ และไม่ต้องการให้มีคนตกงาน แต่ต้องมีการวางแผนเรื่องเงิน เรื่องเจ้าหนี้ต้องทำอย่างไร”


นายชาญศิลป์ กล่าวว่า การบินไทยได้ตั้งที่ปรึกษาเพื่อช่วยดูแลหลายด้าน ประกอบด้วย

1.ด้านกฎหมาย มีที่ปรึกษาจากบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด

2.ด้านบัญชี มีที่ปรึกษาจากบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด

3.ด้านการเงิน มีที่ปรึกษาจากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า รวมทั้งมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการบินด้วย ซึ่งจะเข้ามาร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า การบินไทย พยายามดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหนี้ที่ได้หารือกันต่อเนื่องทั้งในส่วนของเจ้าหนี้หุ้นกู้ของกลุ่มสหกรณ์ ,การเช่าเครื่องบิน ,เงินกู้ธนาคาร ,น้ำมัน รวมถึงลูกค้าที่จองซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินทางได้ต้องมาดูว่าจะมีแนวทางดำเนินการได้อย่างไร

ส่วนการบินไทย จะสามารถกลับมาเปิดทำการบินได้เมื่อใดนั้น ยังต้องรอทางการออกประกาศเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งขณะนี้ ก็เตรียมพร้อมกลับมาเปิดทำการบินระหว่างประเทศให้เร็วที่สุด


ขอค้างหนี้น้ำมันกับ ปตท.

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า สำหรับภาระหนี้น้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสายการบิน โดยส่วนของหนี้เก่าที่ค้างจ่ายกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ต้องคงค้างไว้ก่อนหลังได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ส่วนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นใหม่หลังทำการบินก็จะต้องมีการเจรจาในรายละเอียดต่อไป ซึ่งก็เป็นกระบวนการปกติของการทำธุรกิจ

รายงานข่าวจากการบินไทย ระบุว่า ในช่วงที่การบินไทยยื่นคำขอเข้าฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ได้ปัญหาบริหารจัดการภายในเนื่องจากหลังศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการทำให้นำเงิยส่วนกลางออกมาบริหารจัดการรายจ่ายไม่ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายน้ำมัน น้ำดื่ม กระดาษ อุปกรณ์สำนักงาน

สำหรับปัญหานี้ทำให้วันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ปตท.งดจ่ายน้ำมันให้การบินไทย เพราะว่าติดปัญหาการตัดเครดิตส่วนกลางและการวางเงินเครดิตเติมน้ำมันหมดลง ซึ่งทำให้รถยนต์ที่ใช้งานในสนามบิน และสำนักงานไม่สามารถเติมน้ำมันตามเครดิตที่เคยทำ ซึ่งต่อมา ปตท.ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายจากเดิมการให้เครดิต 30 วัน เป็นการจ่ายในรูปแบบเงินสด

ขณะที่หนี้น้ำมันเดิมที่การบินไทยที่ติดหนี้ ปตท.ประมาณ 760 ล้านบาท ทำให้ ปตท.เป็นเจ้าหนี้การค้า ซึ่งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการต้องจัดลำดับความสำคัญของเจ้าหนี้ และเจ้าหนี้น้ำมันถือว่ามีความสำคัญในลำดับต้นต้น เนื่องจากมีความสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการบินไทยเดินหน้าต่อได้

"ชาญศิลป์"สั่งทำงานที่บ้านเหมือนเดิม

รายงานข่าวจากการบินไทย ระบุว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2563 นายชาญศิลป์ ยกเลิกคำสั่งที่ให้พนักงานกลับมาทำงานตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะปริมาณงานมีน้อยมาก รวมทั้งสถานการณ์การบินยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะที่จะปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ ยกเว้นการดำเนินงานให้บริการภาคพื้นและอุปกรณ์ภาคพื้น ครัวการบิน การขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ การซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เริ่มดำเนินการและเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินทางในประเทศ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ

ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวและเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของพนักงานและบริษัทจึงให้ยกเลิกคำสั่งให้กลับมาทำงานตามปกติ โดยตั้งแต่วันที่ 3-31 ก.ค.2563 ให้ปฏิบัติดังนี้

1.ฝ่ายบริหารทั่วไป (DW) เปิดสำนักงานใหญ่และสำนักงานศูนย์ปฏิบัติการ (OPC) ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ในระหว่างเวลาทำงานปกติ และให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานให้เข้ามาปฏิบัติงานในระหว่างเวลาทำงานและบันทึกเวลาทำงานตามปกติของตน

สำหรับวันจันทร์และวันอังคารสามารถให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พำนัก (Work from home) หากเป็นงานที่ให้ทำที่พำนักไม่ได้ให้ต้นสังกัดพิจารณามาปฏิบัติงานที่สำนักงาน

2.สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานที่สนามบิน หรือปฏิบัติงานการบิน หรือสนับสนุนการบิน (Operations) ให้เป็นดุลยพินิจของต้นสังกัด โดยคำนึงถึงการบริการลูกค้าและปริมาณงาน

3.ในระหว่างที่พนักงานปฏิบัติงานจากที่พำนักให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติที่รัฐบาลประกาศเกี่ยวกับการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

4.กรณีที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ให้พนักงานเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ตามจริง ตามระเบียบของบริษัทที่กำหนดไว้

5.ในกรณีที่พนักงานต่างหน่วยงานที่มีจิตอาสามาช่วยปฏิบัติงานด้วยความสมัครใจให้พนักงานดังกล่าว บันทึกเวลาตามจริงได้ที่หน่วยงานที่ตนไปช่วยงานโดยไม่มีค่าตอบแทน

6.บริษัทจะให้บริการพนักงานตามวันเวลา สำหรับสำนักงานแพทย์ตามหน่วยธุรกิจจะเปิดตามความจำเป็นตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 พร้อมทั้งบัตรโดยสารพนักงานยังคงระงับทุกประเภทในทุกเส้นทางบินระหว่างประเทศของบริษัทและเส้นทางบินของสายการบินคู่สัญญา ถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้




 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,913
การบินไทย เตรียมเปิดบริการอิเล็กทรอนิกส์คืนค่าตั๋วผู้โดยสาร

วันที่ 4 กรกฎาคม 2563

ข่าวสด รายงานว่า วันนี้ (4 กรกฎาคม 2563) เวปไซต์ Thai Airways ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ข้อความ ชี้แจงกระบวนการยื่นขอรับชำระหนี้ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร ระบุว่า

ตามที่มีข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์แสดงความเห็นว่า แม้ว่าการบินไทยจะรับรองสิทธิของเจ้าหนี้ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารในแผนฟื้นฟูกิจการไว้ แต่หากเจ้าหนี้ที่มีหนี้ข้างมาก ไม่เห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการในหนี้ของเจ้าหนี้ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร และขอให้แก้ไขแผนโดยตัดหนี้หรือลดหนี้ของเจ้าหนี้กลุ่มนี้ โดยที่เจ้าหนี้กลุ่มนี้ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ จะทำให้เจ้าหนี้ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารหมดสิทธิได้รับเงินค่าบัตรโดยสารคืนนั้น

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่ากระบวนการยื่นขอรับชำระหนี้นั้น จะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากการไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2563 และศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และตั้งผู้ทำแผนแล้ว ซึ่งจะมีการประกาศแจ้งให้ท่านทราบต่อไป โดยในชั้นไต่สวนคำร้องนี้ ศาลจะพิจารณาเพียงว่าสมควรให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือไม่เท่านั้น

ดังนั้น ในขั้นตอนดังกล่าว ท่านไม่มีความจำเป็นต้องไปศาลเพื่อแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหนี้หรือดำเนินการใดๆ เว้นเสียแต่ว่าท่านประสงค์ที่จะยื่นคัดค้านว่า บริษัทฯ ไม่ควรเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินที่บริษัทฯ เผชิญอยู่

สำหรับที่บริษัทฯ ได้แจ้งว่า ลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร ไม่จำเป็นต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้นั้น สืบเนื่องมาจากความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะดูแลสิทธิของลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารทุกท่านอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ เพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้


โดยบริษัทฯ มีนโยบายที่จะรับรองสิทธิของลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งตามกฎหมายแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบโดยเจ้าหนี้ ที่มีจำนวนหนี้รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของภาระหนี้ทั้งหมดของบริษัทฯ


ดังนั้น สิทธิของเจ้าหนี้ทั้งหลายทั้งหมดทุกราย รวมถึงลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร ไม่ว่าจะมายื่นขอรับชำระหนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับแผนฟื้นฟูกิจการที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้เสียงข้างมากทั้งสิ้น ทั้งนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทฯ เป็นเจ้าหนี้ทางการเงินและตราสารอนุพันธ์ ซึ่งรวมถึงเจ้าหนี้หุ้นกู้ โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้รายใหญ่ และจะต้องมีการเสนอแผนฟื้นฟูกิจการที่จะได้กำหนดรองรับสิทธิของลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารทุกท่านให้เจ้าหนี้ทั้งหลายพิจารณาต่อไป

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าลูกค้าหลายท่านอาจยังมีความกังวล และต้องการจะใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งบริษัทฯ มีความยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ประสงค์จะยื่นขอรับชำระหนี้ และเพื่อดูแลทุกท่านอย่างดีที่สุดให้ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ จึงได้เข้าหารือกับกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดเตรียมระบบการยื่นคำขอรับชำระหนี้ทางอิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบ e-filling สำหรับเจ้าหนี้ที่เป็นลูกค้าขอคืนเงินค่าบัตรโดยสาร และเจ้าหนี้อื่นๆ ที่มูลหนี้ไม่มีความซับซ้อน

พร้อมทั้งจะเผยแพร่คำแนะนำในการกรอกแบบฟอร์มคำขอรับชำระหนี้และเอกสารประกอบที่จำเป็น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทุกท่านสามารถยื่นขอรับชำระหนี้ได้โดยสะดวกที่สุด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมและพัฒนาระบบออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารสามารถเข้ามาตรวจสอบยอดหนี้ของทุกท่านได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งด้วย

การบินไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าที่ขอคืนเงินค่าบัตรโดยสารทุกท่านอย่างดีที่สุด และขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้บริษัทฯ ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้การบินไทยกลับมาเป็นสายการบินที่ทุกคนรักและผูกพันต่อไป

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,916
ปั้มรายได้ “ครัวการบิน” โหมขายเมนูใหม่ผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่!

วันที่ 6 กรกฎาคม 2563


“ครัวการบินไทย” ปรับตัวรับนิวนอมอล ขายอาหารเดลิเวอรี่หารายได้ใน Puff & Pie สั่งได้แล้วผ่านแอปฯ “ไลน์แมน-แกรบฟู๊ด” พร้อมออก 5 เมนูใหม่จาก 5 เชฟนานาชาติ

นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า การบินไทยขานรับ New Normal สั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านหรือที่ทำงาน ฝ่ายครัวการบินจึงได้รังสรรค์ “Destination Menu by THAI Catering” เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูอาหารพิเศษ 5 อย่างภายใต้แนวคิด “รสชาติของการเดินทาง” (The Taste of Travel) ขายในร้านพัฟฟ์แอนด์พาย โดยสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น LINEMAN และ GrabFood

เพียงแค่เลือกคำว่า THAI Catering (Puff&Pie) ในช่องค้นหารวมทั้งร้านพัฟฟ์แอนด์พายในสาขาที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทุกเมนูการันตีคุณภาพ ความอร่อย สะอาด ด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปีของครัวการบินไทย ในการผลิตและบริการอาหารสำหรับการบินไทยและสายการบินลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

โดยเมนูจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา โดย 5 เมนูแรก ได้แก่

– เมนูข้าวหน้าปลาไหลเสิร์ฟพร้อมเนื้อผัดขิง (Grilled Eel and Ginger Beef with Japanese Rice) จากฝีมือเชฟชาวญี่ปุ่น

– เมนูบะหมี่อีฟู่ราดหน้ากุ้ง(Braised Ee-Fu Noodles with Prawn) จากฝีมือเชฟชาวจีน

– เมนูเนื้อแกะย่างซอสมัสตารด์และไธม์ (Lamb Chops Mustard and Thyme/Mustard Sauce) จากฝีมือเชฟชาวฝรั่งเศส

– เมนูอกไก่ทันดูรีครีมซอสมะเขือเทศ (Tandoori Chicken Breast with Tomato Cream Sauce) จากฝีมือเชฟชาวอินเดีย

– ข้าวหมกไก่ย่างชิตาวอค (Grilled Chicken ShishTawoq with Biryani Rice) จากฝีมือเชฟชาวอาหรับ

 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,917
อยากบินก็ต้องเสี่ยง! การบินไทยเปิดขายตั๋วเครื่องบิน 36 เมือง 37 จุด บินทั่วโลก ส.ค.นี้

เผยแพร่: 7 ก.ค. 2563


พบการบินไทยเปิดให้สำรองที่นั่งเที่ยวบินระหว่างประเทศแล้ว เริ่มทำการบินช่วง 1-3 ส.ค. รวม 36 เมือง 37 จุดบินทั่วโลก พบราคาตั๋วช่วงแรกแพง ก่อนจะค่อยๆ ลดในช่วงหลัง แต่เสี่ยงตรงที่ลุ้นมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ถ้าบินไม่ได้โอกาสคืนเงินเร็วเป็นไปได้ยาก เพราะกำลังลุ้นแผนฟื้นฟูศาลล้มละลายกลาง

วันนี้ (7 ก.ค.) เฟซบุ๊ก HFlight.net ตั๋วเครื่องบิน รีวิว สายการบิน โรงแรมและการท่องเที่ยว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีการเปิดให้สำรองที่นั่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศในเส้นทางบินต่างๆ ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดผ่านระบบจัดจำหน่ายและสำรองที่นั่งทั่วโลก (Global Distribution System - GDS) พบว่า การบินไทยจะกลับมาทำการบินในเดือนสิงหาคมนี้ จากฐานการบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่กรุงเทพฯ ไปยังเมืองต่างๆ รวม 36 เมือง 37 จุดบินทั่วโลก (ไม่รวมฐานการบินที่กรุงเทพฯ)

โดยวันที่ 1 ส.ค. เริ่มทำการบินเส้นทางโคเปนเฮนเกน (CPH) ประเทศเดนมาร์ก วันละ 1 เที่ยวบิน, นิวเดลี (DEL) ประเทศอินเดีย วันละ 1 เที่ยวบิน, แฟรงก์เฟิร์ต (FRA) ประเทศเยอรมนี วันละ 1 เที่ยวบิน, ฮานอย (HAN) ประเทศเวียดนาม วันละ 1 เที่ยวบิน, โฮจิมินห์ (SGN) ประเทศเวียดนาม วันละ 1 เที่ยวบิน, ฮ่องกง (HKG) วันละ 1 เที่ยวบิน, อิสลามมาบัด (ISB) ประเทศปากีสถาน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, การาจี (KHI) ประเทศปากีสถาน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, ลอนดอน (LHR) สหราชอาณาจักร วันละ 1 เที่ยวบิน, เมลเบิร์น (MEL) ประเทศออสเตรเลีย สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน, มิวนิก (MUC) ประเทศเยอรมนี สัปดาห์ละ 6 เที่ยวบิน, โอซากา (KIX) ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, พนมเปญ (PNH) ประเทศกัมพูชา วันละ 1 เที่ยวบิน

โซล (ICN) ประเทศเกาหลีใต้ สัปดาห์ละ 6 เที่ยวบิน, ไทเป (TPE) ไต้หวัน วันละ 1 เที่ยวบิน, โตเกียว (นาริตะ) (NRT) ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, โตเกียว (ฮาเนะดะ) (HND) ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, เวียงจันทน์ (VTE) ประเทศลาว วันละ 1 เที่ยวบิน, ย่างกุ้ง (RGN) ประเทศเมียนมา วันละ 1 เที่ยวบิน, กวางโจว (CAN) ประเทศจีน สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน, ปารีส (CDG) ประเทศฝรั่งเศส สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, ซิดนีย์ (SYD) สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน, เดนปาซาร์ (DPS) ประเทศอินโดนีเซีย สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, ธากา (DAC) ประเทศบังกลาเทศ สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน, ละฮอร์ (LHE) ประเทศปากีสถาน สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, นาโงยา (NGD) ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และ ซูริก (ZRH) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน

วันที่ 2 ส.ค. เริ่มทำการบินเส้นทางปักกิ่ง (PEK) ประเทศจีน สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน, บริสเบน (BNE) ประเทศออสเตรเลีย สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ประเทศมาเลเซีย สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน, มะนิลา (MNL) ประเทศฟิลิปปินส์ สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน, เพิร์ธ (PER) ประเทศออสเตรเลีย สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, เซี่ยงไฮ้ (PVG) ประเทศจีน สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน, สิงคโปร์ (SIN) สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน และบรัสเซลส์ (BRU) ประเทศเบลเยียม สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน, วันที่ 3 ส.ค. เริ่มทำการบินเส้นทางโอคแลนด์ (AKL) ประเทศนิวซีแลนด์ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และ จาการ์ตา (CGK) ประเทศอินโดนีเซีย สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

สำหรับจุดบินที่เคยทำการบินในช่วงตารางการบินฤดูหนาว 2019/2020 และยังไม่กลับมาทำการบินในเดือนสิงหาคมนี้ ได้แก่ กาฐมาณฑุ (KTM) ประเทศเนปาล, โคลัมโบ (CMB) ประเทศศรีลังกา, มุมไบ (บอมเบย์) (BOM) ประเทศอินเดีย, กัลกัตตา (CCU) ประเทศอินเดีย, ไฮเดอราบัด (HYD) ประเทศอินเดีย, เบงกาลูรู (BLR) ประเทศอินเดีย, เจนไน (MAA) ประเทศอินเดีย, ซัปโปโร (CTS) ประเทศญี่ปุ่น, เซ็นได (SDJ) ประเทศญี่ปุ่น, ฟุกุโอกะ (FUK) ประเทศญี่ปุ่น, ปูซาน (PUS) ประเทศเกาหลีใต้, เซี่ยะเหมิน (XMN) ประเทศจีน, เฉิงตู (CTU) ประเทศจีน, คุนหมิง (KMG) ประเทศจีน, ดูไบ (DXB) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, มัสกัต (MCT) ประเทศโอมาน, โรม (FCO) ประเทศอิตาลี, มิลาน (MXP) ประเทศอิตาลี, มอสโก (SVO) ประเทศรัสเซีย, เวียนนา (VIE) ประเทศออสเตรีย, สตอกโฮล์ม (ARN) ประเทศสวีเดน และออสโล ประเทศนอร์เวย์ (OSL)

ผู้สื่อข่าว MGR Online ได้ตรวจสอบการจำหน่ายบัตรโดยสารผ่านระบบ Royal e-Booking ทางเว็บไซต์ Thaiairways.com เมื่อเวลา 17.00 น. พบว่าได้เปิดขายตามที่เฟซบุ๊ก HFlight.net ระบุไว้จริง โดยพบว่าช่วงแรกที่ทำการบินราคาบัตรโดยสารจะสูงที่สุด เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอนดอน (BKK-LHR) วันที่ 1 ส.ค. ราคาเริ่มต้นที่ 35,085 บาท ยาวไปจนถึงวันที่ 21 ส.ค. ก่อนที่วันที่ 22 ส.ค. เป็นต้นมา ราคาจะลดลงมาเหลือเริ่มต้นที่ 20,635-22,785 บาท ก่อนที่ในช่วงวันที่ 29 ส.ค. และวันที่ 1-2 ก.ย. ราคาเริ่มต้นที่ 35,085 บาท และหลังจากวันที่ 3 ก.ย. ราคาเริ่มต้นที่ 20,635 บาท

แต่ถึงกระนั้นยังมีความเสี่ยงจากการกำหนดมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยจากรัฐบาล โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และการกำหนดมาตรการเข้า-ออกนอกประเทศ โดยประเทศปลายทาง และหากไม่สามารถทำการบินได้การคืนเงินยังไม่สามารถทำได้โดยเร็ว เนื่องจากบริษัทฯ ยังอยู่ในขั้นตอนการเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งจะนัดไต่สวนวันที่ 17 ส.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ประกาศว่า การเดินทางเข้าประเทศไทยให้ทำได้เฉพาะบุคคลตามข้อยกเว้น 11 ประเภท เครื่องบินพาณิชย์สำหรับนักท่องเที่ยว ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องตรวจสอบว่าเป็นบุคคลตามข้อยกเว้น 11 ประเภทหรือไม่ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขบุคคลแต่ละประเภท ติดต่อสถานทูตไทยหรือกงสุลไทย ประจำประเทศต้นทางเพื่อยื่นเอกสารที่จำเป็น และปฏิบัติตามเงื่อนไขการจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อขอหนังสือรับรอง Certificate of Entry หรือ COE

วันเดินทางจะต้องยื่นเอกสารต่อสายการบิน ได้แก่ เอกสารแสดงตน เช่น หนังสือเดินทาง (Passport), หนังสือรับรอง COE, ใบรับรองการตรวจโควิด-19 (COVID-19 FREE) โดยวิธี RT-PCR มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง เฉพาะบุคคลบางประเภท, ประกันภัยครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด-19 ตลอดระยะเวลาในไทย ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (3,123,650 บาท) เฉพาะบุคคลบางประเภท และหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ตามปริมาณที่สายการบินกำหนด โดยต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และปฏิบัติคำสั่งของเจ้าหน้าที่หรือลูกเรืออย่างเคร่งครัด

เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ผู้เข้ามาระยะสั้น ไม่เกิน 14 วัน จะต้องตรวจเชื้อโดยวิธี RT-PCR ที่สนามบิน และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อใช้ติดตามอาการและการเข้าสถานที่ต่างๆ ส่วนผู้เข้ามาระยะยาวมากกว่า 14 วัน จะต้องตรวจคัดกรองอาการ ทางเดินหายใจและวัดไข้ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อใช้ติดตามอาการและการเข้าสถานที่ต่างๆ และเข้ารับการกักตัว 14 วัน

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
“การบินไทย” ขอคมนาคมยก-ลดหนี้-คงสิทธิพิเศษสัญญาเช่าจนกว่าจะครบดีล
วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 - 19:31 น.

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะทำงานชุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองเรื่องแผนฟื้นฟูบมจ.การบินไทยให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุมครั้งล่าสุดได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ซึ่งเคยกำกับดูแลการบินไทยไปพิจารณาเรื่องการช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ แม้จะเปลี่ยนสภาพเป็นบริษัทเอกชนมิใช่รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคมแล้วก็ตาม แต่ยังมีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่และยัคงเป็นสายการบินแห่งชาติอยู่

โดยการบินไทยได้ร้องขอความช่วยเหลือ คือ 1.ขอให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ผูกพันสัญญาต่อกันช่วยยกหนี้ให้ เช่น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือทอท. กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บจ.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) 2. หากไม่สามารถยกหนี้ได้ ขอให้ลดภาระหนี้ลง และ 3. ขอให้คงสัญญาที่ยังไม่ครบกำหนดให้คงสิทธิเดิมต่อไปจนกว่าสิ้นสุดสัญญา

“ได้ให้คู่สัญญาการบินไทยไปพิจารณาคำร้องจะให้การช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด ให้นโยบายว่าการช่วยเหลือ ต้องอยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะการบินไทยมิใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว ซึ่งสัญญาบางงานที่เคยดำเนินการร่วมกันในฐานะรัฐวิสาหกิจอาจต้องปรับมาใช้ตามพ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (PPP) และการช่วยเหลือจะต้องคำนึงถึงการไม่เลือกปฏิบัติตามหลักการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ด้วย เพราะถ้าให้การบินไทยแล้ว ต้องให้สายการบินอื่นด้วย ให้เกิดความเท่าเทียมกัน”

ทั้วนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนกำหนดที่ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการการบินไทยในวันที่ 17 สิงหาคมนี้หรือไม่ เนื่องจากสัญญามีจำนวนมาก อีกทั้งบางเรื่องเช่นการพิจารณายกหรือลดหนี้ให้นั้น ทางทอท.ก็ต้องเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ก่อน จึงจะนำส่งเรื่องมายังกระทรวงคมนาคม

“เราพยายามที่จะช่วยเท่าที่ทำได้ ถ้าอันไหนทำไม่ได้จริงๆก็ต้องยอมรับ เพราะตอนนี้ทุกคนได้รับผลกระทบเรื่องโควิด-19 กันหมด ซึ่งทอท.เองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย รายได้หายไปเยอะ แล้วต้องมายกหนี้ให้อีกจะไหวหรือไม่” นายชัยวัฒน์ กล่าว












“คมนาคม” สั่งเร่งเช็กยอดหนี้การบินไทย ย้ำคงสิทธิพิเศษสัญญา “ทอท.” ต้องไม่ผิดกฎหมาย
เผยแพร่: 8 ก.ค. 2563 18:03 ปรับปรุง: 8 ก.ค. 2563 18:35 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“คมนาคม” สั่ง ทอท. ทย. บวท.เร่งเช็กหนี้การบินไทย และตรวจข้อกฎหมายคงสิทธิสัญญาประกอบธุรกิจไปจนครบอายุได้หรือไม่ ย้ำต้องไม่ผิดกฎหมายและไม่เอาเปรียบสายการบินอื่น เผยไม่แน่ใจ ส.ค.จะกลับมาบินได้ หลังเปิดขายตั๋วเส้นทางระหว่างประเทศ

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแผนการฟื้นฟู บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า คณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการติดตามงานเป็นระยะ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท การบินไทย ได้ยื่นขอให้พิจารณาหนี้ที่มีอยู่และขอให้คงสิทธิที่การบินไทยมีสัญญากับหน่วยงานต่างๆ ไปจนกว่าจะครบอายุสัญญา โดยรองฯ วิษณุได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาประเด็นที่การบินไทยร้องขอให้ช่วยเหลือ ในส่วนของหน่วยงานคมนาคมว่าสามารถให้ได้หรือไม่ เนื่องจากเมื่อการบินไทยพ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจไปเป็นเอกชนเต็มตัวแล้ว สิทธิต่างๆ ที่เดิมเคยได้รับมาก่อนหน้านี้จะหมดไปด้วย

โดยการพิจารณาช่วยเหลือการบินไทยภายใต้หลักการ 2 ข้อ คือ 1. ต้องไม่ผิดกฎหมายหรือการช่วยเหลือนั้นๆ ต้องมีกฎหมายรองรับ 2. จะต้องพิจารณาในส่วนของสายการบินอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ไปเร่งพิจารณา
ทั้งนี้ ในส่วนของ ทอท.นั้นมีทั้งเรื่องค่าเช่าต่างๆ และที่การบินไทยเป็นคู่สัญญาอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีสัญญาที่ยังไม่หมดอายุ ทอท.สามารถคงสัญญาไปตามเงื่อนไขเดิมจนถึงวันครบอายุสัญญาได้หรือไม่ มีกฎหมายรองรับให้ทำได้หรือไม่ หรืองานที่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ แต่ที่ผ่านมาการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ สัญญาจึงไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายร่วมทุน แบบนี้สัญญาจะทำต่อได้ไปจนครบอายุได้หรือไม่ เป็นต้น

“ทอท. ทย. บวท.จะต้องไปดูว่าสัญญาที่มีมาแต่เดิม และยังไม่หมดอายุ ในช่วงนี้เมื่อการบินไทยเปลี่ยนสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นเอกชนแล้ว จะยังคงสัญญาต่อไปจนครบอายุได้หรือไม่โดยไม่ผิดกฎหมาย ต้องแยกแต่ละสัญญาก่อนว่าสัญญาไหนเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ อะไรไม่เข้า แล้วพิจารณาต่อไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าจะเดินต่อไปจนจบสัญญาได้หรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณา โดยได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานไปพิจารณา เพราะจะต้องสรุปข้อมูลเพื่อรายงานต่อที่คณะกรรมการชุดรองวิษณุฯ ต่อไป”

รายงานข่าวระบุว่า ทอท.ให้สิทธิประกอบกิจการกับการบินไทยจำนวน 47 สัญญา, ทย.ให้สัญญาเช่าที่ดินและสถานที่กับการบินไทย 17 สัญญา และมีสัญญาอื่นๆ อีกประมาณ 10 สัญญา

@ ไม่การันตีการบินไทยได้บิน ส.ค. ชี้ต้องรอ ศบค.พิจารณาเปิดบินระหว่างประเทศ

ส่วนกรณีที่ข่าวว่า บริษัท การบินไทย มีการเปิดให้สำรองที่นั่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผ่านระบบจัดจำหน่ายและสำรองที่นั่งทั่วโลก (Global Distribution System - GDS) และการบินไทยจะกลับมาทำการบินในเดือน ส.ค.นี้ จากสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองต่างๆ รวม 36 เมือง 37 จุดบินทั่วโลก นั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ยังไม่มีการรายงานเป็นทางการ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นแผนทางธุรกิจที่การบินไทยจะดำเนินการ ส่วนจะบินได้หรือไม่นั้นจะต้องรอประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พิจารณาในเรื่องการเปิดบินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ในการเปิดบินยังจะต้องมีเงื่อนไขในการรับส่งผู้โดยสารหรือไม่ และการเข้าออกประเทศจะต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศด้วย เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ยังไม่รู้ว่าการบินไทยจะเปิดบินแบบไหน ผู้โดยสารเป็นใคร จะเป็นเฉพาะคนไทยหรือไม่ เพราะขณะนี้มีคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ศบค.นั้นจะพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่ง ก.สาธารณสุขจะต้องประเมินสถานการณ์ แม้การติดเชื้อมีเฉพาะคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเท่านั้น เพราะมีตัวอย่างหลายประเทศที่ปลดล็อก และเปิดให้เดินทางระหว่างประเทศแล้วเกิดติดเชื้อระบาดระลอกสอง

นอกจากนี้ กรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้เปิดบินระหว่างประเทศแบบจับคู่ประเทศ หรือ Travel Bubble แต่หากสาธารณสุขบอกว่ายังไม่อยากเสี่ยง และยังมีคนไทยในต่างประเทศที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยอีกจำนวนมากแต่ยังไม่ได้กลับมา และเมื่อเข้ามาต้องกักตัวตามเงื่อนไข ดังนั้นการจะเปิดบินให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว อาจถูกมองสองมาตรฐานได้ จึงยังไม่รู้ว่าการบินไทยจะเปิดบินได้หรือไม่

 

·
Registered
Joined
·
32,335 Posts
“ชาญศิลป์” ตั้งทีม “การบินไทย” ทำแผนธุรกิจฟื้นฟูระยะเร่งด่วน
เผยแพร่: 9 ก.ค. 2563 16:05 ปรับปรุง: 9 ก.ค. 2563 16:15 โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ชาญศิลป์” เซ็นตั้งคณะทำงานการบินไทย จัดทำแผนธุรกิจระยะเร่งด่วนและระยะสั้นเดินหน้าฟื้นฟูกิจการ ขณะที่บอร์ดเคาะโยกย้ายผู้บริหาร ดึง “นนท์ กลินทะ” ผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ ควบรักษาการรองดีดี สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในคำสั่งการบินไทย ที่ 078/2563 แต่งตั้งคณะทำงาน Survival Term เพื่อจัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ในระยะเร่งด่วน และระยะสั้น (9 ก.ค. 63-31 ต.ค. 63) ในการฟื้นฟูกิจการ ตามที่บริษัทฯ ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการโดยศาลล้มละลายกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท

โดยมีนายชาย เอี่ยมศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจปิโตรเลียมประกันภัย และสิ่งแวดล้อมการบิน (D3) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และผู้บริหารสายงานต่างๆ เป็นคณะทำงานรวม 21 คน โดยมีรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์, สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน, สายปฏิบัติการ, ฝ่ายช่าง เป็นที่ปรึกษา

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการดีดี บริษัท การบินไทย ยังได้ลงนามในคำสั่ง บริษัทฯ ที่ 077/2563 แต่งตั้งพนักงานระดับบริหาร จำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยครั้งพิเศษที่ 13/2563 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2563

ได้แก่ 1. นาวาอากาศตรี สรเดช นามเรืองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ (DO) และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการถวายบิน 904 เฉพาะกิจ การบินไทย (DD-O) และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (รักษาการ DY) พ้นจากรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (รักษาการ DY) โดยดำรงดำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ (DO) และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการถวายบิน 904 เฉพาะกิจ การบินไทย (DD-O)



2. นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารพันธมิตรการบินและกลยุทธ์การพาณิชย์ (S8) สายการพาณิชย์ ดำรงตำแหน่งรักษาการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (รักษาการ DY) อีกตำแหน่ง โดยมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามตำแหน่งที่รักษาการ โดยให้มีผลตั้งแต่ 8 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป




 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
114,514 Posts
Discussion Starter #3,920
สหกรณ์ออมทรัพย์การบินไทย ออกมาตรการพักชำระหนี้ค่าหุ้น 6 เดือน

สหกรณ์ออมทรัยพ์การบินไทย ออกมาตรการพักชำระหนี้ค่าหุ้น 6 เดือน อุ้มสมาชิกที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ จากพิษโควิดและการถูกปรับลดเงินเดือน

รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด ได้ออกมาตรให้ความช่วยเหลือด้านหนี้สิน และการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิ-19 และผลจากการที่บริษัทต้องเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยกำหนดให้สมาชิกสามารถหยุดถือหุ้นรายเดือนเป็นการเช่าคราวได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือครึ่งปี เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.-ธ.ค.63 โดยสมาชิกที่สนใจจะต้องติดต่อขอใช้สิทธิ์มายังสหกรณ์ฯได้ภายในวันที่ 30 พ.ย. 63

“ช่วงนี้การบินไทยหยุดบิน และยังเข้าสู่ขั้นตอนแผนฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายกลางด้วย ทำให้ที่ผ่านมาบริษัทจำเป็นต้องลดภาระค่าใช้จ่าย มาตรการหนึ่งคือการตัดเงินดือนพนักงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่ตกลงซื้อหุ้นไว้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งมีภาระต้องส่งเงินค่าหุ้นเป็นประจำทุกเดือน ดังนั้นเพื่อบรรเทาภาระผลกระทบด้านรายได้ให้แก่สมาชิก สหกรณ์ฯจึงมีมติให้สมาชิกสามารถพักส่งค่าหุ้นรายเดือนได้ เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มจาก ก.ค.-ธ.ค.63”

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานะบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน ของสหกรณ์ฯ ณ วันที่ 31 พ.ค. 63 ที่ผ่านมาว่า สหกรณ์ฯมีทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้น 49.46 ล้านบาท มีหนี้สิ้น รวมทั้งสิ้น 28.6 ล้านบาท มีทุนสหกรณ์ รวมทั้งสิ้น 20.8 ล้านบาท ทำให้รวมหนี้สินและทุนของสหกรณ์อยู่ที่ 49.46 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สหกรณ์ฯ ได้ประกาศสรรหาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล เข้ามาบริหารจัดการการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลให้กับบริษัท โดยจะเปิดให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่สนใจเสนอราคา ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. ที่ส่วนงานเงินลงทุนและสินเชื่อสถาบัน สหกรณ์ฯ สำนักงานลาดพร้าว ชั้นที่ 3

9/7/2563 สหกรณ์ออมทรัยพ์บินไทย ออกมาตรการพักชำระหนี้ค่าหุ้น 6 เดือน
 
3901 - 3920 of 3972 Posts
Top