SkyscraperCity banner

1821 - 1840 of 3023 Posts

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,821
เตือน!! 18จังหวัด ระวังน้ำป่าหลาก-โคลนถล่ม 8จังหวัดอ่วม หนักเป็นพิเศษ!

วันที่ 2 สิงหาคม 2561 - 13:15 น.


กรมป้องกัน และ บรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 18 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้ 8จังหวัด อ่วม สั่งระวัง เป็นพิเศษ!

– เฝ้าระวัง ดินโคลนถล่ม / เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพในการอุ้มน้ำของดินต่ำลง หากมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา อาจทำให้พื้นที่ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ปภ.จึงได้ประสาน 18 จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง และอ.แม่ลาน้อย) เชียงใหม่ (อ.อมก๋อย) ลำปาง (อ.แจ้ห่ม) น่าน (อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปัว อ.บ่อเกลือ และอ.ท่าวังผา) ตาก (อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง อ.แม่สอด และอ.อุ้มผาง) จันทบุรี (อ.เขาคิชฌกูฎ) ตราด (อ.บ่อไร่ และอ.เขาสมิง) ระนอง (อ.กะเปอร์) พื้นที่เฝ้าระวัง 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ราชบุรี พังงา กระบี่ และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มอย่างใกล้ชิดในระยะนี้



นายชยพล กล่าวอีกว่า โดยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีภูเขาสูงชัน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และพื้นที่ที่เคยเกิดมาก่อนแล้ว พร้อมติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง หากฝนตกหนักถึงหนักมากและสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว ยานพาหนะ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในระยะนี้ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1397332
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,822
เผยแล้ว! ปริมาณน้ำในเขื่อนมากกว่า ‘ท่วมใหญ่ปี54’ หวั่นซ้ำรอย เตรียมรับมือ!

วันที่ 2 สิงหาคม 2561 - 10:23 น.

เลขาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยอมรับ ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่บางแห่ง มีมากกว่าในช่วงปี54 คาดน่าจะเอาอยู่ เตรียมเปิดศูนย์เฝ้าระวังใกล้ชิด 24 ชั่วโมง

ปริมาณน้ำในเขื่อน / เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 2 ส.ค.ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเชิงลึก ซึ่งต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง ที่คาดการณ์ว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าปริมาณน้ำอาจจะสูงมากกว่านี้ จึงต้องมีมาตรการพร่องน้ำ

โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ มี 2 แห่ง คือที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร และที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษให้มีการระบายน้ำมากกว่านี้ ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดำเนินการภายใน 5 วันให้ได้ โดยก่อนระบายน้ำให้แจ้งผู้ว่าฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก่อน 3 วัน เพื่อให้ภาคประชาชนรับรู้ และจัดทำรายงานผลกระทบท้ายน้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากระดับน้ำอยู่ในะดับวิกฤต นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สั่งการ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำโดยรวมขณะนี้อยู่ในเกณฑ์สีเหลืองหรือในระดับเตรียมการเท่านั้น

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ส.ค.เวลา 08.00 น.จะมีการเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วม ที่กรมชลประทาน โดยศูนย์ดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด มีเจ้าหน้าที่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนในช่วงต้นเดือนส.ค.อาจจะไม่มาก ซึ่งในภาคกลางและภาคเหนือ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นกังวล แต่ในภาคอีสานปริมาณน้ำในเขื่อนที่มากกว่าความจุร้อยเปอร์เซ็นต์ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีจำนวนมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด



จึงต้องวิเคราะห์ความสมดุลในการรับน้ำและระบายน้ำ นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกว่า 1,000 แห่ง ก็ได้มอบหมายให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแลในเบื้องต้นก่อน หากจำเป็นต้องระบายน้ำฉุกเฉินจะต้องดำเนินการแห่งใดบ้าง ซึ่งยังมีเวลาเตรียมการ 1-2 สัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ณ วันนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2554 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปริมาณน้ำเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาโดยรวมถือว่าสูงกว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ใช่ แต่มีปริมาณสูงกว่าในเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพียงบางแห่งเท่านั้น เช่นในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ โดยในภาคกลางได้มีการเฝ้าระวังเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ และเราไม่ประมาท ตามที่มีพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าพายุจะเข้ามาช่วงกลางเดือนส.ค.นี้

ขณะที่ สถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงมีการเร่งสูบน้ำระบายออก โดยที่จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ที่จ.เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ปริมาณน้ำมแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 70 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร เนื่องจากมวลน้ำอาจถูกปล่อยมาจากจีนและสปป.ลาว จึงประสานกับสองประเทศว่าจะมีปริมาณน้ำปล่อยลงมาจำนวนเท่าใด ซึ่งผู้ว่าฯได้รับทราบและแจ้งเตือนประชาชนแล้ว

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1396723
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,823
สกลนคร อ่วม 16 อำเภอจมน้ำ พื้นที่เกษตรเสียหายเกือบ 1 แสนไร่

2018-08-02

สกลนคร ชอกช้ำน้ำท่วมแล้วถึง 16 อำเภอ ยกเว้น อ.ภูพาน และ อ.วาริชภูมิ เท่านั้น ขณะที่ อ.โพนนาแก้ว และ อ.เต่างอย หนักกว่าเพื่อน ขณะที่หนองหารและเขื่อนน้ำอูน น้ำเต็มความจุจนล้นสปิลเวย์...

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสกลนครรายงานข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดสกลนคร ล่าสุด มีพื้นที่ประสบภัยแล้วใน 16 อำเภอ จาก 18 อำเภอ ยกเว้น อ.ภูพาน และ อ.วาริชภูมิ เท่านั้น มีหมู่บ้านประสบอุทกภัยรุนแรง จำนวน 2 อำเภอ 5 หมู่บ้าน คือ อ.โพนนาแก้ว ผู้ประสบภัย 76 ครัวเรือน 258 ราย ที่ บ.ปู่พื้ม ม.3 ต.บ้านโพน บ้านเชียงสือใหญ่ ม.1, บ.อุดมพัฒนา ม.5 ต.เชียงสือ บ.โพนแคใหญ่ ม.2 ต.นาตงวัฒนา และที่ อ.เต่างอย จำนวน 13 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 39 ราย ที่บ.บึงทวาย ม.1 ต.บึงทวาย รวม 89 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 297 ราย


ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายใน 16 อำเภอ 580 หมู่บ้าน จำนวน 94,934 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 16,438 ราย ปศุสัตว์ได้รับความเสียหายใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนนาแก้ว อ.พรรณานิคม อ.เมืองสกลนคร และ อ.กุดบาก รวม 8 ตำบล 10 หมู่บ้าน สัตว์เลี้ยง โค กระบือ สุกร และไก่ ได้รับผลกระทบ รวม 1,425 ตัว ด้านการประมงได้รับผลกระทบ 117 ราย ขณะที่ ด้านการคมนาคมถนน สะพาน ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 สาย บางสายระดับน้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัดสกลนคร ล่าสุด เขื่อนน้ำอูนระดับน้ำเพิ่มขึ้น 18 เซนติเมตร อยู่ที่ +185.02 ม. รทก. น้ำเข้าเขื่อน 17.058 ล้าน ลบ.ม. เก็บกัก 521.72 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100.33 เปอร์เซ็นต์ ของความจุเก็บกัก 520 ล้าน ลบ.ม. โดยมีการติดตั้งท่อกาลักน้ำเพื่อเพิ่มอัตราการระบายน้ำออกจากเขื่อน เพื่อเตรียมรับน้ำเข้ามาใหม่หากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ ขณะที่ระดับน้ำหนองหารในเช้าวันนี้อยู่ที่ 157.450 ม. รทก. สูงกว่าเล็กน้อยจากระดับเก็บกักที่ 157 ม. รทก. และยังระบายลงลำน้ำก่ำผ่านประตูระบายน้ำสุรัสวดีอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานการณ์ภายในเขตเทศบาลนครสกลนคร ยังคงสถานะเตือนภัยระดับธงเหลือง สถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ให้จัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ โดยหน่วยงานรับผิดชอบยังคงดำเนินการระบายน้ำออกจากเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยสูบน้ำลงหนองหารที่จุดสูบน้ำบ่อบำบัดน้ำเสีย และที่หนองสนม อย่างต่อเนื่อง


สถานการณ์พื้นที่รอบหนองหารล่าสุด ยังคงระดับเตือนธงแดงต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำ จากการที่พนังกั้นลำน้ำก่ำช่วงระหว่างบ้านบึงแดง ต.โคกก่อง อ.เมืองสกลนคร ขาดชำรุดเป็นช่องยาวประมาณ 40 เมตร จากการที่แบกรับปริมาณในลำน้ำก่ำที่ระบายจากหนองหารมานานหลายวัน ส่งผลให้น้ำจากลำน้ำก่ำหลากเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวในหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ.บึงแดง ต.โคกก่อง อ.เมือง บ. ลาดค้อ และ บ.ป่าปอ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ เป็นต้น รวมพื้นที่มากกว่า 1 พันไร่ บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเล็กน้อย ส่วนการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ขาดเสียหาย ขณะนี้ยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง และยังมีระดับสูง.

https://www.thairath.co.th/content/1346986
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,824
สั่งเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง พบเขื่อนน้ำอูน-แก่งกระจานยังน่าห่วง

เผยแพร่: 2 ส.ค. 2561 10:57 ปรับปรุง: 2 ส.ค. 2561 11:42 โดย: MGR Online

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำฯ รับปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่บางแห่งมากกว่าปี 54 จริง สั่งเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง โดยเขื่อนน้ำอูน สกลนคร และเขื่อนแก่งกระจานน่าห่วงแต่ยังควบคุมได้ เตรียมเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วมเฝ้าระวังใกล้ชิด 24 ชม.

วันนี้ (2 ส.ค.) ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเชิงลึกซึ่งต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่งที่คาดการณ์ว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าปริมาณน้ำอาจจะสูงมากกว่านี้ จึงต้องมีมาตรการพร่องน้ำ โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์มี 2 แห่ง คือ ที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร และที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เราให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษให้มีการระบายน้ำมากกว่านี้ ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดำเนินการภายใน 5 วันให้ได้ โดยก่อนระบายน้ำให้แจ้งผู้ว่าฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก่อน 3 วัน เพื่อให้ภาคประชาชนรับรู้ และจัดทำรายงานผลกระทบท้ายน้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากระดับน้ำอยู่ในะดับวิกฤต นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สั่งการ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำโดยรวมขณะนี้อยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือในระดับเตรียมการเท่านั้น

นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า ในวันที่ 3 ส.ค.เวลา 08.00 น.จะมีการเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วม ที่กรมชลประทาน โดยศูนย์ดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด มีเจ้าหน้าที่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณฝนในช่วงต้นเดือน ส.ค.อาจจะไม่มาก ในภาคกลางและภาคเหนือนั้นสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นกังวล แต่ในภาคอีสานปริมาณน้ำในเขื่อนที่มากกว่าความจุร้อยเปอร์เซ็นต์ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีจำนวนมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จึงต้องวิเคราะห์ความสมดุลในการรับน้ำและระบายน้ำนอกจากนี้อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกว่า 1,000 แห่ง ตรงนี้ได้มอบหมายให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแลในเบื้องต้นก่อน หากจำเป็นต้องระบายน้ำฉุกเฉินจะต้องดำเนินการแห่งใดบ้าง ซึ่งยังมีเวลาเตรียมการ1-2 สัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ณ วันนี้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีกระแสข่าวว่าปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2554 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสมเกียรติกล่าวว่า ปริมาณน้ำเมื่อวันที่1 พ.ค.ที่ผ่านมาโดยรวมถือว่าสูงกว่า เป็นข้อเท็จจริง แต่มีปริมาณสูงกว่าในเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ โดยในภาคกลางได้มีการเฝ้าระวังเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ และเราไม่ประมาท ตามที่มีพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าพายุจะเข้ามาช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ ขณะที่สถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงมีการเร่งสูบน้ำระบายออก

โดยที่ จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ที่ จ.เลย จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 70 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร เนื่องจากมวลน้ำอาจถูกปล่อยมาจากจีนและ สปป.ลาว จึงประสานกับสองประเทศว่าจะมีปริมาณน้ำปล่อยลงมาจำนวนเท่าใด ซึ่งผู้ว่าฯ ได้รับทราบและแจ้งเตือนประชาชนแล้ว

https://mgronline.com/politics/detail/9610000076557
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,825
115 เขื่อน-อ่างวิกฤตหนัก น้ำทะลักเกินเกณฑ์ จับตาเดือนนี้เจอพายุซ้ำ

วันที่ 3 สิงหาคม 2561 - 14:41 น.

115 เขื่อน -อ่างเก็บน้ำวิกฤตหนัก น้ำทะลุเกินเกณฑ์ จับตาเดือนนี้เจอพายุซ้ำ

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประชุม “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” โดยเปิดเผยว่า สทนช.ตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ขึ้นตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีคำสั่งให้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้เชิญผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น วางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ 80-100 % แบ่งเป็น เขื่อน ขนาดใหญ่ 12 แห่ง และขนาดกลาง 103 แห่ง

ช่วงปลายเดือนส.ค.นี้คาดการณ์ว่าจะมีพายุพัดผ่านเข้ามาในไทยผ่านภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดลำน้ำโขง และฝั่งภาคตะวันตก อาทิ จังหวัด ตาก เพชรบุรี อีกระลอก ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำหรือพร่องน้ำออกจากเขื่อนให้มากที่สุดภายใน 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนมีปริมาณน้อย เพื่อรองรับปริมาณฝนตกหนักในช่วงกลางเดือนส.ค.เป็นต้นไป โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และ 3.เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี

“กรมชลฯ จะเร่งปรับแผนการระบายน้ำในเขื่อน วิเคราะห์พื้นที่ได้รับผลกระทบ ความสูงของมวลน้ำ ก่อนแจ้งไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) ให้ประชาชนในพื้นที่รับน้ำให้เตรียมตัว โดยขณะนี้กรมชลฯ กำลังเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากต้องกำหนดจุดระบายน้ำฉุกเฉินในแต่ละเขื่อนให้ได้ โดยจะให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำน้อยที่สุด คาดว่าทุกหน่วยงานจะสรุปแผนดำเนินการเสร็จภายในวันที่ 6 ส.ค. เพื่อเสนอพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป ”



นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับเขื่อนน้ำอูน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 525 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีน้ำล้นทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน ประมาณ 6 เซนติเมตร หรือคิดเป็นปริมาณน้ำล้น 1.22 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน กรมชลฯ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยในการระบายน้ำเพิ่มอีก 15 ชุด จากเดิมมีอยู่ 10 ชุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำจาก 3.60 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 656 ล้านลบ.ม. มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 219.81 ล้านลบ.ม. และมีการระบายน้ำ 9 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ส่วนการเพิ่มการระบายน้ำยังทำได้ยาก เนื่องจากลุ่มน้ำสงครามซึ่งเป็นทางผ่านน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง มีปริมาณน้ำฝนและน้ำจากเทือกเขาภูพานที่ไหลมาบรรจบกันจำนวนมาก ทำให้ระบายสู่แม่น้ำโขงได้ช้า นอกจากนี้คาดว่าปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่มจะทำให้พื้นที่ในอำเภอวานรนิวาส อากาศอำนวย พังโคน ศรีสงคราม เกิดภาวะน้ำท่วมด้วย

ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,298 ล้านลบ.ม. มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 1,038 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 36 ล้านลบ.ม. และทางกรมชลฯ เห็นว่าพื้นที่ท้ายน้ำยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีก 140 ล้านลบ.ม. จึงอยากจะปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 43 ล้านลบ.ม. เพื่อให้เขื่อนสามารถรองรับน้ำในช่วงเดือนส.ค.เพิ่มอีก ซึ่งการปรับแผนครั้งนี้จะรีบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าน้ำจำนวนนี้ถ้าระบายไปแล้ว พื้นท้ายน้ำจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1401665
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,826
น้ำเอ่อลานท่าน้ำทองผาภูมิ หลังเขื่อนวชิราลงกรณ ทยอยระบายน้ำ


วันที่ 3 August 2018 - 08:11 น.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม เวลา 07.00 น.มีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,312 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83% โดย กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ มีแผนการระบายน้ำ วันที่ 2 สิงหาคม เฉลี่ย 34 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และวันที่ 3-5 สิงหาคม จะระบายน้ำเฉลี่ย 36 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,548 ล้านลูกบาศก์เมตร ล่าสุดพบว่า การระบายน้ำดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าน้ำท่วมสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เทศบาลตำบลทองผาภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และลานกีฬาของประชาชน ติดกับริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย และพื้นที่บางแห่งในเขต อ.ไทรโยค แล้ว แต่ทาง จ.กาญจนบุรี ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหาย

นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิ กล่าวว่า ประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยแจ้งว่าปริมาณน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณท่าน้ำ สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เทศบาลฯ จึงได้ลงมาตรวจสอบ โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่เขื่อนวชิราลงกรณ ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการระบายน้ำปกติ แต่ว่าปริมาณจะมากกกว่าทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีน้ำไหลเข้าทุกวัน โดยวันนี้อยู่ที่กว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจำเป็นต้องระบายน้ำเพื่อให้น้ำในอ่างเก็บน้ำพร่องลง ทำให้น้ำเข้าท่วมลานกีฬา และลานท่าน้ำเทศบาลฯ คาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดเท่านี้ตลอดทั้งวัน ส่วนในพื้นที่เทศบาลตำบลทองผาภูมิไม่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากได้วางแผนเตรียมลอกท่อก่อนเข้าสู่ฤดูฝนไว้แล้ว


“สำหรับข่าวลือที่ว่าเขื่อนมีปัญหาจะไม่สามารถรองรับน้ำได้นั้น ขอยืนยันว่าเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรองรับน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำได้อีก แต่การระบายน้ำเป็นการบริหารจัดการน้ำให้พร่องลง เพื่อที่จะไม่ให้เกินปริมาณกักเก็บตามที่เขื่อนวชิราลงกรณตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว” นายประเทศ กล่าว

https://www.prachachat.net/breaking-news/news-199096
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,827
นครพนมอ่วมน้ำโขงสูงขั้นวิกฤตรอบ 10 ปี หนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วมหนัก ถนนเข้าหมู่บ้านตัดขาด

วันที่ 3 August 2018 - 11:41 น.


พื้นที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กำลังได้รับผลกระทบ จากน้ำโขงหนุน ทำให้ ลำห้วยทวย ที่รองรับน้ำในพื้นที่ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง แต่ไม่สามารถระบายลงน้ำโขงได้ ทำให้เกิดปัญหาเอ่อท่วม พื้นที่การเกษตร นาข้าวของเกษตรกร
น้ำโขงสูงขั้นวิกฤตรอบ 10 ปี หนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วมหนัก ถนนเข้าหมู่บ้านตัดขาด ห้วยทวยเอ่อท่วม ถนนหมู่บ้านตัดขาด อาศัยรถทหารสัญจร นาข้าวอ่วมกว่าพันไร่

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเพิ่มระดับต่อเนื่องขั้นวิกฤต มีระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 12.30 เมตร ห่างจากจุดวิกฤต ประมาณแค่ 70 เซนติเมตร ทำให้ระดับแม่น้ำโขงตามอำเภอต่างๆ ที่ติดกับแม่น้ำโขง ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ธาตุพนม อ.ท่าอุเทน อ.เมือง ได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำโขงบางจุดสูงจากริมตลิ่งกั้นแม่น้ำโขง กว่า 1 เมตร ทำให้น้ำทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร รวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังส่งผลให้ลำน้ำสาขาสายหลักแม่น้ำโขง ประกอบ ด้วย ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน รวมถึงลำห้วยสาขา มีปริมาณน้ำเกินความจุ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไม่สามารถไหลระบายลงแม่น้ำโขงได้

โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวังหวัดนครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 8 อำเภอ รวม 56 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 1.อำเภอท่าอุเทน 2.อำเภอโพนสวรรค์ 3.อำเภอธาตุพนม 4.อำเภอเรณูนคร 5.อำเภอปลาปาก 6.อำเภอเมืองนครพนม 7.อำเภอบ้านแพง และ อ.นาแก เร่งตรวจสอบให้การช่วยเหลือเร่งด่วน เบื้องต้น มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบแล้ว กว่า 50,000 ไร่ อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเร่งด่วน


เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กำลังได้รับผลกระทบ จากน้ำโขงหนุน ทำให้ ลำห้วยทวย ที่รองรับน้ำในพื้นที่ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง แต่ไม่สามารถระบายลงน้ำโขงได้ ทำให้เกิดปัญหาเอ่อท่วม พื้นที่การเกษตร นาข้าวของเกษตรกร ถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังถนนสัญจรระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างบ้านน้อยทวย กับ บ้านคำฮาก ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน ระยะทางยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยทางมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ได้สนับสนุน รถบรรทุกขนาดใหญ่ ไว้คอยบริการประชาชน ที่สัญจรไปมา เข้าออกระหว่างหมู่บ้าน ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 500 ครัวเรือน เพราะมีเส้นทางสัญจรเส้นทางเดียว

ด้าน นายศุภวิทย์ พรรณวงศ์ นายก อบต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้ยอมรับว่าระดับน้ำโขงสูงมากกว่าทุกปี สิ่งที่ตามมาคือลำน้ำสาขา มีปัญหาไหลระบายไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาคือ เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือน เช่นเดียวกันกับ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน ติดกับลำน้ำทวยลำน้ำสาขาสำคัญ คือ ลำห้วยทวย ที่รองรับน้ำจากหลายพื้นที่ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง แต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบ เอ่อท่วมถนนสัญจรระหว่างหมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่การเกษตร มีนาข้าวถูกน้ำท่วมขังแล้วกว่า 1,000 ไร่ ถนนสัญจรหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขัง ต้องขอสนับสนุนรถจากหน่วยงานทหาร มทบ.210 นครพนม และ อบจ.นครพนม นำรถบรรทุกขนาดใหญ่มาคอยบริการประชาชน คาดว่าหากระดับน้ำโขงไม่ลดลง จะส่งผลกระทบมากขึ้น และน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

https://www.prachachat.net/general/news-199226
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,828
“นายกฯ”สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจจัดการน้ำภาวะวิกฤต 24 ชม.

3 August 2018

สทนช.เปิดศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต ระดมพลจาก 9 หน่วยงานร่วมปฏิบัติงานในศูนย์ตลอด 24 ชม. ตีกรอบ 3 แผนปฏิบัติติดตามลุ่มน้ำในประเทศ ลุ่มน้ำระหว่างประเทศ และปริมาณน้ำในเขื่อนให้เข้าเกณฑ์ปกติโดยเร็ว กระทบพื้นที่ท้ายน้ำน้อยที่สุด

-3 ส.ค.2561- นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า สทนช. ได้ออกคำสั่งที่ 216/2561 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2561 เรื่อง จัดตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ขึ้น เนื่องจากขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีน้ำหลาก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายแห่ง มีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้


ดังนั้น เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงป้องกัน และไม่ให้เกิดความเสียหายที่เกิดจากน้ำ ทั้งลุ่มน้ำภายในประเทศ และลุ่มน้ำระหว่างประเทศ ให้เป็นเอกภาพในการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

สำหรับการทำงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต ซึ่งมีนายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้แทนหน่วยงานข้างต้นเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจแทนหน่วยงานได้ ร่วมปฏิบัติการที่ศูนย์ฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้ (3 ส.ค.61) เป็นต้นไป โดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน เป็นศูนย์ฯ ปฏิบัติการชั่วคราว

โดยทุกหน่วยงานจะร่วมบูรณาการข้อมูลทั้งการคาดการณ์แนวโน้ม สถานการณ์จริงในพื้นที่ และประเมินสถานการณ์ในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1. เพื่อติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรวมข้อมูลน้ำทั่วประเทศจากทุกหน่วยงาน มาประมวลผลเป็นข้อมูลเดียวกันใช้กับทุกหน่วยงาน 2. กำหนดเกณฑ์โค้งปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ (Reservoir Operation Rule Curves)


สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้เป็นไป อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จะพิจารณาเกณฑ์ควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) เพื่อควบคุมระดับน้ำตอนบนที่กำหนดไว้ไม่ให้มีระดับน้ำสูงเกินกว่าเกณฑ์ระดับควบคุมตอนบน เพื่อรองรับปริมาตรน้ำที่จะไหลลงอ่างฯ

3.พร่องน้ำจากอ่างฯ ที่เกินเกณฑ์ระดับควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve) ให้อยู่ในเกณฑ์ภายใน 5 วัน และ 4.การอำนวยการ กำกับ ประสาน และติดตาม แผนการเตรียมความพร้อมการรับมือน้ำหลาก ปี’61 โดยเฉพาะการพร่องน้ำ การระบายน้ำ การชดเชยเยียวยา และการแจ้งข้อมูลข่าวสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ จะรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำทุกวันต่อรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ) และนายกรัฐมนตรี ให้ทราบเป็นระยะ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจในเชิงนโยบายกรณีเกิดภาวะวิกฤตด้วย.

http://www.thansettakij.com/content/302939
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,829
สถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน วันนี้ปริมาณน้ำสูงร่วม 95%


เผยแพร่: 3 ส.ค. 2561 19:33 ปรับปรุง: 3 ส.ค. 2561 19:43 โดย: MGR Online

เพชรบุรี - สถานการณ์น้ำในจังหวัดเพชรบุรี ที่เขื่อนแก่งกระจาน ในวันนี้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 94.99 ของระดับกักเก็บ

วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำปัจจุบันพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่มีฝนตกต่อเนื่องในลุ่มน้ำเพชรบุรี บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้เพิ่มการระบายน้ำสูงสุดเพื่อลดปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ปัจจุบัน เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 674.452 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 94.99% เปิดระบายน้ำ 107.69 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทำให้คาดการณ์ว่า หากมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้ายังไม่ลด คาดว่าภายใน 3-5 วันนี้ จะมีปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไหลล้นข้ามอาคารระบายน้ำล้นลงแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแบริเวณท้ายอาคารระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจาน จนถึงเขื่อนเพชร

และเมื่อปริมาณน้ำดังกล่าวมาถึงเขื่อนเพชรจะสามารถตัดเข้าคลองชลประทานได้ในอัตรา 45-50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนปริมาณน้ำที่เหลือจะไหลผ่านเขื่อนเพชรลงแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเพชร จนถึงปลายแม่น้ำเพชรบุรี

ตั้งแต่รีสอร์ตบริเวณเส้นทางอาคารระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจาน ต.ท่ายาง ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง ต.บ้านลาด ต.ตำหรุ ต.ท่าเสน ต.ถ้ำรงค์ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด ต.บ้านกุ่ม ต.หนองโสน อ.เมือง ต.คลองกระแชง ต.ท่าราบ ต.บ้านหม้อ ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง และพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าแร้ง ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บางครก ต.บ้านแหลม ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จึงเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีให้เตรียมความพร้อมและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ในขณะที่บริเวณสปีลเวย์ เขื่อนแก่งกระจานได้มีการนำเครื่องสูบน้ำไฮดรอลิก มาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำ ก่อนที่น้ำจะล้นสปีลเวย์


โดย นายธีระ ระเด่น หน.ฝ่ายวิศวกรรมที่ 6 ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 6 สำนักเครื่องจักรกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้นำเครื่องสูบน้ำไฮดรอลิกขนาด 1 คิว จำนวน 10 เครื่อง ขนาด 2 คิว 7 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำดีเซลขนาด 12 นิ้ว 10 เครื่อง รวม 27 เครื่อง จากสำนักเครื่องจักรกลกรมชลประทาน มาติดตั้งบริเวณสปีลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน เพื่อเร่งระบายน้ำ

เนื่องจากขณะนี้น้ำได้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสมอสปีลเวย์แล้ว สำหรับการติดตั้งเครื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการพร่องน้ำ อีกทั้งหากปล่อยน้ำให้ล้นสปีลเวย์เองจะทำให้ความรุนแรงของน้ำมีมากกว่า ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการสูบเครื่องแรกได้ทันทีหลังจากติดตั้งเสร็จ

https://mgronline.com/local/detail/9610000077224
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,830
เขื่อนแก่งกระจาน ระดับน้ำจ่อล้นสปิลเวย์เที่ยงพรุ่งนี้ 5 อำเภอเสี่ยงน้ำท่วม


เผยแพร่: 4 ส.ค. 2561 21:33 โดย: MGR Online

สำนักงานทรัพยากรน้ำฯ หารือผู้ว่าฯ เพชรบุรีซักซ้อมแผนเตือนภัยรับมือน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ และการบรรเทาสาธารณภัย หลังประเมินแนวโน้มน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานหลังเที่ยงพรุ่งนี้ คาดได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ระดับน้ำท่วมสูงใกล้เคียงปีที่ผ่านมา

วันนี้ (4 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเพชรบุรี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี จากนั้นเลขาธิการ สทนช. พร้อมคณะได้ขึ้น ฮ.บินสำรวจสถานการณ์น้ำแม่น้ำเพชรบุรี เขื่อนเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจาน และเส้นทางการระบายน้ำออกจากเขื่อนแก่งกระจาน ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน จนถึงปลายแม่น้ำเพชรบุรี ก่อนลงพื้นที่ติดตามผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำที่สำคัญด้วย

นายสมเกียรติ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีข้อสั่งการให้ผมซึ่งเป็นประธานคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ติดตาม กำกับ และบูรณาการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่เสี่ยงให้ชัดเจน ดังนั้น สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี และประเมินแผนปฏิบัติการรับมือสภาพอากาศและสถานการณ์ฝนช่วงวันที่ 4 - 8 ส.ค.2561 ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณชายขอบประเทศภาคตะวันตก และ ภาคอีสาน เนื่องจากเป็นแนวปะทะของฝน โดยจะตกมากในภาคตะวันตก และมีน้ำไหลเข้าเขื่อน 4 เขื่อนมากขึ้น คือ ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ แก่งกระจาน และ ปราณบุรี ดังนั้น จึงต้องมีการหารือและเตรียมการในระดับพื้นที่เพื่อซักซ้อมแผนการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี การระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน และแผนรองรับผลกระทบจากการระบายน้ำไปยังพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด โดยประกาศให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดบ้างและจะเริ่มได้รับผลกระทบตั้งแต่วันไหนให้ชัดเจน

“จากอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า 1 วันปริมาณน้ำขึ้นมามากถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 690 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97% ปริมาณน้ำไหลเข้า 24.8 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 9.3 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเหลือพื้นที่เพียง 40 เซนติเมตรก็จะล้นทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ ที่มั่นใจว่าน่าจะล้นภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้ ( 5 ส.ค.61) คิดเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นประมาณ 300 ลบ.ม./วินาที ซึ่ง 2 เส้นทางที่น้ำจะไหลผ่าน คือ ลงแม่น้ำเพชรบุรีที่รับได้ประมาณ 150 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนเพชรบุรีรับได้ 50 ลบ.ม/วินาที ดังนั้น ปริมาณน้ำที่เอ่อท่วมก็จะส่งผลตอนล่างของเขื่อนมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 1 - 2 เมตร

อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ของเขื่อนแก่งกระจาน ตั้งแต่บริเวณด้านท้ายอาคารระบายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชร มี 5 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งกระจาน อ.ท่าลาด อ.ท่ายาง อ.บ้านแหลม และอ.เมือง ซึ่งจากการรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้ซักซ้อมแผนป้องกันและเผชิญเหตุ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งระบบการแจ้งเตือน และเตรียมช่วยเหลือประชาชน และตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อวันที่ 30 ก.ค.61 ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค. 61) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในการกู้ภัยมายังศูนย์ฯ เพื่อพร้อมดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และกรมชลประทานได้เร่งดำเนินการขุดทางเพื่อเชื่อมต่อทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้เร็วขึ้น และระดมเครื่องสูบน้ำมาในพื้นที่ โดยเฉพาะการเร่งสูบน้ำในเขตเทศบาลเมืองที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้คาดว่าน้ำที่ไหลท่วมจะระบายออกได้เร็วขึ้นอย่างน้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำก็น่าจะประมาณ 1-2 เดือน

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000077481
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,831
เฝ้าระวังอ่าง“ปราณบุรี”หลังน้ำล้นสปิลเวย์ “ทุ่งสามร้อยยอด”ได้อานิสงส์ บึงบัวสะพรั่ง


วันที่ 5 August 2018 - 13:03 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561 นายไพโรจน์ คำทอน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังปัญหาภายหลังน้ำล้นสปิลเวย์จากสภาวะฝนตกในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำปราณบุรีตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากพบว่ามีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำวันละกว่า 7.8 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จึงเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเพื่อรักษาระดับให้อยู่ในมาตรฐานเกณฑ์ควบคุม โดยเพิ่มการส่งน้ำตามคลองส่งน้ำสายใหญ่และระบายลงสู่แม่น้ำปราณบุรีรวมวันละประมาณ 9.1 ล้าน ลบ.ม. จากเดิม 8.5 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าปริมาณน้ำดิบในอ่างจะอยู่ในระดับกักเก็บที่ร้อยละ 70 ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม

“ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำปราณบุรีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดมีน้ำดิบ 306.4 ล้าน ลบ.ม.จากความจุอ่าง 391 ล้าน ลบ.ม.สำหรับการพร่องน้ำอย่างต่อเนื่อง ยังไม่ได้รับรายงานผลกระทบจากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายน้ำแม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีมีระดับเพิ่มสูงเฉลี่ย 1 เมตร” นายไพโรจน์ กล่าว


ด้านนายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า จากสภาวะฝนตกต่อเนื่องและการพร่องน้ำจากเขื่อนปราณบุรี ส่งผลดีกับระบบนิเวศวิทยาภายในบึงบัว พื้นที่ชุมน้ำทุ่งสามร้อยยอด พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ขณะนี้มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้บัวหลวง บัวเผื่อน บัวผัน บัวสาย ออกดอกบานสะพรั่ง รวมทั้งการฟื้นตัวของพืชน้ำตามธรรมชาติทั้ง ต้นกก ต้นอ้อ ธูปฤาษี หลังจากหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่บึงบัวประสบภัยแล้งต่อเนื่อง ทำให้มีผลกระทบกับพันธุ์พืชทุกชนิดและสัตว์น้ำมีจำนวนลดลง รวมทั้งกระทบกับการหากินของนกประจำถิ่นและนกอพยพ

“ล่าสุดอุทยาน อยู่ระหว่างการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติบึงบัว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมบึงบัวได้ตามปกติ ไม่มีการเก็บค่าตั๋วเข้าชม แต่ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านในพื้นที่รับจ้างนำนักท่องเที่ยวถ่อเรือชมบึงบัวจนกว่าระบบนิเวศจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่และมีการบริหารจัดการน้ำภายในบึงบัวเพื่อให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวในระยะยาว” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

https://www.prachachat.net/general/news-200101
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,832
คสช.แจ้งเตือน นับถอยหลังน้ำเขื่อนไหลท่วม 5 อำเภอเพชรบุรีคืนนี้

วันที่ 5 August 2018 - 14:02 น.

ทวิตเตอร์ @armypr_news ของทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เปิดเผยสถานการณ์น้ำที่ จ.เพชรบุรี โดยได้แจ้งเตือนการรับมือน้ำจากเขื่อน ระบุว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 10 ชม. นับตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ (5 ส.ค.) ก่อนที่จะไหลเข้าท่วมใน 5 อำเภอ ของจ.เพชรบุรี คือ อ.แก่งกระจาน อ.ท่าลาด อ.ท่ายาง อ.เมือง อ.บ้านแหลม

“แจ้งเตือนเมืองเพชรบุรีรับมือน้ำเขื่อน…เขื่อนแก่งกระจานได้ระบายน้ำออกลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเวลา 12.00 น. วันนี้ (5 ส.ค.61) และจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงก่อนที่จะไหลเข้าท่วมใน 5 อำเภอ ของจ.เพชรบุรี คือ อ.แก่งกระจาน อ.ท่าลาด อ.ท่ายาง อ.เมือง อ.บ้านแหลม


เพจ@armypr_news ระบุอีกว่า โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำในเขื่อน

“ระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน…เจ้าหน้าที่เขื่อนและทหารช่วยกันต่อท่อระบายน้ำ​ เพื่อลดปริมาณน้ำภายในเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี”

https://www.prachachat.net/general/news-200108
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,833
นายกฯ สั่งจับตาระดับน้ำที่เพชรบุรี คาดสูงกว่าปี 60 หวั่นท่วมขังนาน 1-2 เดือน

วันที่ 5 August 2018 - 13:47 น.

นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานเฝ้าระวังปริมาณน้ำโดยเฉพาะเขื่อนแก่งกระจาน สั่งเตรียมรับมือ พร้อมเตือนปชช. ขนของขึ้นที่สูง คาดระดับน้ำสูงกว่าปี 60 หวั่นน้ำท่วมขังนาน 1-2 เดือน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(ตสช.) กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังจากที่ได้รับทราบรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และมีโอกาสที่น้ำจะล้นสปิลเวย์หรือทางน้ำล้น และไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรีและตัวเมืองเพชรบุรีตามลำดับ


“ตลอดเส้นทางของน้ำจะทำให้น้ำไหลลงข้างทาง ซึ่งอาจจะกระทบบ้านเรือนริมทางน้ำ รีสอร์ท และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และอ.ท่ายาง โดยภาพรวมคาดว่าระดับน้ำในปีนี้จะสูงมากกว่าปีก่อนโดยอยู่ที่ประมาณ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร และจะส่งผลให้น้ำท่วมขังราว 1 – 2 เดือน ซึ่งนานกว่าปีก่อนที่ขังนาน 1 เดือน” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีผ่านกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง และวางแผนการดำเนินชีวิตในช่วงที่น้ำท่วม ส่วนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้เตรียมดูแลทั้งเรื่องเส้นทางคมนาคม การสาธารณสุข โรงพยาบาล ไฟฟ้า ประปา รวมถึงจุดอพยพประชาชนและการจัดหาอาหารและสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้กรมชลประทานได้เร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อน ส่วนจุดที่มีคันกั้นน้ำก็จะลดระดับ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลออก ช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือน รีสอร์ท และพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้ส่งเรือผลักดันน้ำและกำลังพลลงไปช่วยดำเนินการในพื้นที่โดยเร่งด่วนแล้ว

https://www.prachachat.net/general/news-200105
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,834
กาญจนบุรีเพิ่มระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่ เตือนพื้นที่ต่ำ-แม่กลองเตรียมรับน้ำสูง

วันที่ 5 August 2018 - 09:09 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 13 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง ขอแจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่เกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของดีเปรสชั่นและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์เป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำกักเก็บ 7,403 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 83.56% ของความจุ สูงกว่าเกณฑ์การควบคุมที่กำหนดไว้ เขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำกักเก็บ 15,338 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 86.44% ของความจุสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้มอบหมายให้กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ปรับแผนการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำออกจากเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมในระดับที่สมดุล สำหรับรองรับปริมาณน้ำฝนใหม่ที่จะตกลงมาเพิ่มในช่วงเวลา 2 – 3 เดือนข้างหน้า โดยเขื่อนวชิราลงกรณจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 36 ล้านลบ.ม. เป็น 39 ล้านลบ.ม. ในวันที่ 5 สิงหาคม 2561 และเพิ่มเป็น 43 ล้านลบ.ม. ในวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์จะทยอยปรับเพิ่มจากเดิมวันละ 15 ล้านลบ.ม. เป็น 18 ล้านลบ.ม. ในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 และ เพิ่มเป็น 20 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 5 สิงหาคม 2561


จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านมาที่เขื่อนแม่กลองมีปริมาณมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้นจากเดิม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดได้รับทราบและขอความกรุณาแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ที่อาจได้รับผลกระทบได้รับทราบ ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 13 จะได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งเตือนเป็นระยะๆ ต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเขื่อนแม่กลอง เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สร้างขึ้นบนแม่น้ำแม่กลอง โดยรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด 3,100 ลบ.ม./วินาที

https://www.prachachat.net/breaking-news/news-200033
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,835
“แม่น้ำเพชรบุรี” จ่อท่วม 3 ปีซ้อน ปัญหาซ้ำซากเกิดจากอะไร?

เผยแพร่: 5 ส.ค. 2561 01:56 ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2561 08:48 โดย: MGR Online

... รายงาน

ผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายจังหวัดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เช่นเดียวกับ จ.เพชรบุรี น้ำไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แทบจะล้นทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์

ข้อมูล ณ วันที่ 4 ส.ค. อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 690 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97% จากความจุอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 710 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือพื้นที่เพียง 40 เซนติเมตรก็จะล้นสปิลเวย์

โดยน้ำจะไหลผ่านทางระบายน้ำล้นประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ ลงแม่น้ำเพชรบุรี ที่รับได้ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนเพชรบุรีรับได้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 1-2 เมตร คาดว่าจะได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งกระจาน อ.บ้านลาด อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี และ อ.บ้านแหลม

“ปีนี้ (2561) คาดว่าน้ำที่ไหลท่วมจะระบายออกได้เร็วขึ้นอย่างน้อยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำก็น่าจะประมาณ 1-2 เดือน” นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุ

ปัญหาน้ำท่วมในแม่น้ำเพชรบุรีไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 และ 2560 จังหวัดเพชรบุรีเกิดน้ำท่วมใหญ่ 2 ครั้งซ้อน แบบชนิดที่ว่าคนอายุกว่า 60 ปีบอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี น้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสูง 30-50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาต ร้านค้าต้องปิดทำการ ขายของไม่ได้นาน 3-4 วัน กว่าน้ำจะลดลง

ครั้งล่าสุด จากฝนตกหนักเมื่อวันที่ 20-21 พ.ย. 2560 พบว่ามีชาวบ้านได้รับผลกระทบ ถูกน้ำท่วม 8 อำเภอ 1 เทศบาล 17 ตำบล 285 หมู่บ้าน 8,069 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร 62,800 ไร่

น้ำท่วมซ้ำซาก 2 ปีซ้อนแบบนี้ คนเมืองเพชรทราบดี และกังวลว่าอาจจะท่วมทุกปี ปีละหลายครั้ง

ที่ผ่านมาคนเมืองเพชรไม่ได้อยู่นิ่งเฉย มีการเปิดเวทีประชาชนหารือกันมาแล้ว สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเกิดจาก "แม่น้ำเพชรถูกบุกรุก" หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย

จากเขื่อนเพชรถึงแม่น้ำเพชรบุรีรองรับน้ำได้ไม่ถึง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งที่สมัยก่อนรองรับน้ำได้ 180-200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งตลิ่งตลอดแนวเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรียังต่ำกว่าระดับน้ำในแม่น้ำอีก



เมื่อมองย้อนมายังลักษณะทางกายภาพ พบว่าแม่น้ำเพชรบุรีก่อนไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานจะมีแม่น้ำบางกลอย ห้วยบางยายมู และห้วยแม่ประโคน ไหลมาบรรจบกัน

เมื่อผ่านเขื่อนแก่งกระจานไปแล้วฝั่งทิศใต้จะต้องบรรจบกับห้วยยางชุม ห้วยสงสัย ฝั่งทิศเหนือจะต้องบรรจบกับแม่น้ำแม่ประจันต์ ที่ไหลมาจากกิ่ง อ.บ้านคา และ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ก่อนถึงเขื่อนเพชร

แม้ด้านแม่น้ำเพชรบุรีจะมีเขื่อนแก่งกระจานแล้ว แต่แม่น้ำแม่ประจันต์เขื่อนถูกขยับขึ้นไปสร้างสูงกว่าตำแหน่งเดิมที่วางไว้ อ้างว่าติดสัมปทานเหมืองแร่แห่งหนึ่ง และกักเก็บน้ำได้เพียง 42 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรีได้รับงบประมาณจากจังหวัดเพชรบุรี 327.86 ล้านบาท แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะเอาไปขุดลอกคลองและประตูระบายน้ำบางส่วน เกิดน้ำท่วมซ้ำสองในปี 2560

ที่ผ่านมาได้เสนอให้มีการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ได้แก่ ให้ขุดลอกแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ถึง อ.บ้านแหลม เพื่อให้น้ำไหลสะดวกขึ้น และเพิ่มคลองรับน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีลงสู่ทะเล

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอขุดลอกคลองเพื่อบายพาสน้ำจากคลองชลประทานสาย 3 อ.ท่ายาง ออกไปทาง ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง หากแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถระบายน้ำลงทะเลได้ประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ที่ประชุม ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 574 ล้านบาท ขุดลอกคลองบายพาสไปปึกเตียน แต่ต้องรอต้นปี 2562 กว่าจะใช้เงินงบประมาณดังกล่าว และต้องผ่านกระบวนการประกวดราคา

ยังไม่ทันจะได้เห็นขุดลอกคลอง ก็จะเจอน้ำจะท่วมสามปีซ้อนขึ้นมาอีกจนได้

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000077509
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,836
แตกตื่น!! ชาวบ้านเมืองเพชรนับร้อยเร่งกรอกกระสอบทรายเตรียมรับน้ำท่วม

เผยแพร่: 5 ส.ค. 2561 00:21 ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2561 08:12 โดย: MGR Online

เพรชบุรี - ชาวบ้านเมืองเพชรนับร้อยเร่งกรอกกระสอบทรายเตรียมรับมือน้ำท่วม หลังมีประกาศแตือนให้ประชาชนเตรียมขนของขึ้นที่สูง เนื่องจากปริมาณน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันนี้ (4 ส.ค.) บริเวณด้านหลังสำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีจำนวนหลายร้อยคนเร่งนำกระสอบทรายที่ทางเทศบาลเมืองเพชรบุรี นำมาบริการประชาชนเพื่อกรอกทรายนำไปเสริมกำแพงป้องกันหน้าบ้านของตนเอง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่มีการประกาศเตือนว่า น้ำจะเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี ที่ทางเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีการแจกทราย และถุงทรายให้แก่ชาวบ้านที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง

และล่าสุด เมื่อเวลา 21.40 น.ได้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านริมแม่น้ำเพชรบุรี ต.กลัดหลวง ต.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี ให้ขนของขึ้นที่สูงโดยด่วน และบ้านใดที่มีเด็กเล็ก คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง ควรดูแลหรือเคลื่อนย้าย เนื่องจากอาจจะมีน้ำล้นทางระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจานในวันพรุ่งนี้ และจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ต่ำ ริมแม่น้ำก่อนอันดับแรก และพื้นที่ที่อยู่ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน และบางพื้นที่มีน้ำปริ่มตลิ่งอยู่แล้ว

หากการระบายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน ทุกๆ 10 ลบ.ม.ต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีสูงขึ้นประมาณ 10-15 ซม. และเมื่อน้ำล้นตลิ่งแล้วจะไหลแผ่ขยายออกไปตามพื้นที่ราบต่ำ โดยระดับความสูงของน้ำขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่

ส่วนในแม่น้ำเพชรบุรี ใต้เขื่อนเพชรบุรี ลงมา ถึงเมืองเพชรบุรี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง เฉลี่ย 2-3 เมตร และวันนี้ ระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรบุรี ทั้งช่องระบายน้ำปกติ กาลักน้ำ เครื่องสูบน้ำ อยู่ที่ 115 ลบ.ม./วินาที ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่เมืองเพชรบุรี

https://mgronline.com/local/detail/9610000077502
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,837
น้ำโขงนครพนมจ่อเอ่อล้นตลิ่งจนเรือเทียบท่าไม่ได้-ชาวบ้านเดือดร้อน

เผยแพร่: 5 ส.ค. 2561 16:51 ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2561 17:57 โดย: MGR Online

นครพนม - น้ำโขงเพิ่มสูงต่อเนื่อง เหลือแค่ 52 ซม.จะปริ่มตลิ่ง ส่งผลกระทบผู้ใช้ท่าเทียบเรือ สะพานจักรยานขวางทางโป๊ะ ขึ้น-ลง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ส.ค.) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังน่าเป็นห่วงหลังจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง แตะที่ระดับ 12.45 เมตร ห่างจากตลิ่งเพียง 52 เซนติเมตร น้ำโขงสูงสุดในรอบสิบปี ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และนอกจากน้ำจะเอ่อไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรแล้ว ที่ท่าเทียบเรือการท่องเที่ยว ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งจะมีเรือโดยสารข้ามฝั่งไทย-ลาว คอยบริการแก่ผู้คนสองฟากฝั่ง

ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจนโป๊ะที่ใช้สำหรับรองรับผู้โดยสารไม่สามารถดันเข้าหาฝั่งที่เชิงบันไดได้





เพราะติดสะพานเหล็กที่สร้างเป็นทางจักรยานคร่อมขวางทางขึ้นลงเรือ เจ้าหน้าที่จึงแก้ไขเบื้องต้นด้วยการตัดเสาหลังคาโป๊ะออกประมาณ 3 เมตร เพื่อให้โป๊ะมุดใต้สะพานเหล็กไปรับผู้โดยสารสามารถขึ้น-ลงเรือ ได้ แต่ระดับความสูงจากพื้นโป๊ะถึงคานสะพานเหล็กห่างกันเพียง 110 เซนติเมตร ทำให้ผู้โดยสารเรือซึ่งมีทั้งคนไทยและคนลาวต้องก้มหัวลงเดินผ่านช่องดังกล่าว หลายรายเกิดอุบัติเหตุ หัวไปชนกับคานเหล็กของทางจักรยานมาแล้ว

จนเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า, ตม. และศุลกากรต้องหาป้ายมาปิดแจ้งเตือนไว้ ให้ใช้ความระมัดระวังในจุดดังกล่าว ขณะที่กรรมกรขนของลงเรือก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากต้องก้มต่ำลงเพราะมีความสูงเพียง 1.1 เมตรเท่านั้น



สำหรับเส้นทางจักรยานดังกล่าวเป็นงบประมาณจากหลายฝ่าย ในเบื้องต้นเป็นการเทงบประมาณกว่า 200 ล้านบาทมาดำเนินการก่อสร้าง เริ่มจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3(นครพนม-คำม่วน) เลาะริมแม่น้ำโขงจนถึงวัดพระธาตุพนมฯ อ.ธาตุพนม ระยะทางประมาณ 60 กม. เพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนจังหวัดนครพนมมากขึ้น

ทั้งนี้ มีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองเป็นผู้สำรวจและออกแบบก่อสร้าง แต่หลังจากก่อสร้างเสร็จได้ไม่นานก็ถูกน้ำโขงเอ่อท่วม และกัดเซาะพังเสียหายไปแล้วหลายจุด และบางจุดก็ไปกีดขวางทางขึ้นลงเรือโดยสารของท่าเทียบเรือท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองนครพนม

https://mgronline.com/local/detail/9610000077634
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,838
น้ำป่าซัดฝายร้าวใกล้แตก ผวจ.ชัยภูมิสั่งเฝ้าระวัง-อพยพ

2018-08-05

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ภายหลังได้รับรายงานเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า พบรอยร้าวขนาดใหญ่จำนวนมากบนสันฝายเก็บน้ำบ้านซับไทรทอง หมู่ 8 ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล ซึ่งเป็นฝายขนาดใหญ่ กว้างกว่า 6 เมตร ยาวกว่า 35 เมตร เก็บกักน้ำได้เป็นจำนวนมากหลาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตรจากการรับน้ำไหลผ่านจากเทือกเขาพญาฝ่อ และรอยต่อเทือกเขาพังเหย ก่อนที่จะไหลเชื่อมลงมาที่ลำน้ำเจาในเขต อ.ภักดีชุมพล และอ.หนองบัวแดง ก่อนจะไหลลงเชื่อมต่อสู่ลำน้ำชี ผ่านไป อ.หนองบัวระเหว และอีกหลายอำเภอของ จ.ชัยภูมิ โดยขณะนี้มีความเสี่ยงมากที่จะไม่สามารถรับน้ำฝนต่ออีกได้ ถ้าหากมีฝนตกลงมาต่อเนื่องอีก จึงเสี่ยงที่จะเกิดฝายแตกได้

ดังนั้น นายณรงค์ จึงได้ลงพื้นที่พร้อมนายอำเภอภักดีชุมพล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยกันสำรวจความเสียหาย และนำเครื่องจักร รถแบคโฮเร่งขุดลอกเปิดทางน้ำจุดใหม่เพิ่มเพื่อช่วยระบายน้ำออกข้างสันฝายแทน เพื่อลดแรงปะทะน้ำที่จะไม่ให้แรงน้ำไปกระทบกับสันฝายโดยตรง พร้อมสั่งจัดชุดทางจังหวัดและอำเภอ ผู้นำชุมชนทุกพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดคอยช่วยกันติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังเข้มตลอด 24 ชม.จากนี้ไป เพราะยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่บนรอยต่อเทือกเขาทั้ง 2 แห่งต่อเนื่อง คาดว่ายังจะมีปริมาณน้ำฝนสะสมไหลลงมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้สันฝายจุดนี้รับน้ำต่อไปไม่ได้จนเกิดแตกน้ำทะลักลงมาสร้างความเสียหายและผลกระทบกับชาวบ้านในจุดนี้อีกนับ 100 ครอบครัว ที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ กินบริเวณเป็นวงกว้างอีกจำนวนมากไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ ต้องฝากแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้คอยติดตามสถานการณ์การแจ้งเตือนจากทางอำเภออย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมอพยพออกจากพื้นที่และขนสิ่งของมีค่าออกไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไว้ก่อนในช่วงนี้



"หากระหว่างเกิดฝายแตก ถ้ามีราษฎรเกษตรกรที่อาจจะยังไม่ทราบข่าว และอาจจะออกไปทำไร่ทำการเกษตรในพื้นที่ใต้ฝาย ซึ่งอาจจะเสี่ยงถ้าเกิดฝายรับน้ำอีกไม่ไหวเกิดแตกลงมาจะถูกน้ำป่าทะลักดินโคลนถล่มลงมารุนแรงจนเกิดโศกนาฎกรรมสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินตามมาอีกเป็นจำนวนมากได้ในช่วงนี้ ขอให้ช่วยกันใช้ความระมัดระวังเป็นการด่วนในเรื่องนี้ให้มากด้วย" ผวจ.ชัยภูมิ กล่าว



ด้านนายแป้ แนวสุภาพ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 บ้านซับไทรทอง หมู่ 8 ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ตนปลูกอ้อยไว้ 20 ไร่ โดยมีที่ดินอยู่ต้นน้ำ หากฝายแตกจริงคงได้รับความเสียหายเต็มๆ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านที่ทำการเกษตรอีกกว่า 50 ครัวเรือนที่ทำไร่ใกล้บริเวณดังกล่าวที่จะได้รับผลกระทบรุนแรง อยากวอนผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน ซึ่งหากภายใน 1-2 วันนี้ฝนตกหนักก็อาจทำให้มวลน้ำจากเทือกเขาไหลลงมาสู่ฝายจำนวนมากก็อาจทำให้ฝายต้านแรงน้ำไม่อยู่ คงเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมาเป็นแน่นอน ตนและเพื่อนบ้านต่างหวาดกลัวเพราะหากฝายแตกในขณะที่พาลูกหลานมาทำสวนแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังไม่รู้เช่นกัน.

https://www.dailynews.co.th/regional/658907
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,839
9จ.ยังอ่วมฤทธิ์'เซินติญ' เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย

2018-08-05

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน “เซินติญ” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. – 4 ส.ค. 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 27 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ประจบคีรีขันธ์ ระนอง เพชรบุรี ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ อำนาจเจริญ พะเยา เชียงราย กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร ร้อยเอ็ด และยโสธร รวม 85 อำเภอ 303 ตำบล 1,941 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,701 ครัวเรือน 99,629 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 18 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัด รวม 51 อำเภอ 246 ตำบล 1,745 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 34,054 ครัวเรือน 89,241 คน ได้แก่ นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครพนม อ.เรณูนคร พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 179,704 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น มุกดาหาร น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ดงหลวง อ.เมืองมุกดาหาร อ.นิคมคำสร้อย พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับความเสียหาย 28,582 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัวอำนาจเจริญ น้ำในลำน้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอำนาจเจริญ อ.เสนางคนิคม ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว อุบลราชธานี น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เขมราฐ อ.โพธิ์ไทร อ.โขงเจียม ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

นายชยพล กล่าวอีกว่า บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองบึงกาฬ อ.บุ่งคล้า ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว สกลนคร น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนนาแก้ว อ.เต่างอยปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว ร้อยเอ็ด น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ และอ.โพนทอง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย และอ.ฆ้องชัย รวม 18 ตำบล 68 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 877 ครัวเรือน 1,646 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ยโสธร น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองยโสธร อ.ไทยเจริญ อ.ป่าติ้ว รวม 24 ตำบล 105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,892 ครัวเรือน 3,548 คน ปัจจุบันระดับน้ำในลุ่มน้ำเซบายลดลง ส่วนระดับน้ำในลุ่มน้ำชีทรงตัว ทั้งนี้ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.

https://www.dailynews.co.th/politics/658877
 

·
Liberty, Equality, Frate
Joined
·
108,614 Posts
Discussion Starter #1,840
แฉ 117 เขื่อนวิกฤติหนัก - น้ำทะลุเกินเกณฑ์

2018-08-04

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำว่าช่วงวันที่ 5-9 ส.ค.ประเทศไทยจะกลับมามีฝนตกมากขึ้น เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น กับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนตกมากในบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยลุ่มน้ำเพชรบุรี มีปริมาณฝนตกบริเวณต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 5-8 ส.ค.นี้ .ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น รวมทั้งร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในบริเวณจ.เชียงราย พะเยา น่าน หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ 3 เขื่อนเฝ้าระวัง เขื่อนแก่งกระจาน จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้น ในวันที่ 5 ส.ค.61 ลงแม่น้ำเพชรบุรีให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเพชร บริเวณอ.บ้านลาด อ.ท่ายาง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ทั้งนี้จ.เพชรบุรีได้แจ้งขอรับการสนับสนุนเรือยนต์ผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ จำนวน 20 ลำ ส่วนเขื่อนน้ำอูน มีน้ำ 101 เปอร์เซนต์ เพิ่มการระบายน้ำเป็น 4.15 ล้านลูกบาศ์กเมตร (ลบ.ม.) /วัน มีการระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำและเครื่องสูบน้ำอีก 0.6 ล้าน ลบ.ม.พร้อมการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งเตือนและให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ นครพนม ที่ลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม ไหลผ่าน และเขื่อนวชิราลงกรณ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 7,351 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83 เปอร์เซนต์ ปริมาณน้ำไหลเข้า 87.3 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 34.2 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง

ส่วนสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย จากเพิ่มการระบายน้ำให้เป็น 43 ล้าน ลบ.ม./วัน การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ สำหรับแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลจากประเทศจีนยังคงที่ แต่ฝนที่ตกสะสมในประเทศลาว ทำให้ยังมีมวลน้ำไหลลงมายังแม่น้ำโขงส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำล้นตลิ่งบริเวณ นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี และมีแนวโน้มที่ระดับน้ำจะสูงเพิ่มขึ้น เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและลาว จะทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในบริเวณดังกล่าว



ส่วนการติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีอ่างเก็บน้ำ ที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 1 แห่ง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (3ส.ค.)ดังนี้ อ่างเก็บน้ำน้ำอูน (101%) ขนาดกลาง 41 แห่ง (ลดลง จากวานนี้ 3 แห่ง) เป็น ตะวันออกเฉียงเหนือ 39 แห่ง (ลดลง 2 แห่ง) ตะวันออก 2 แห่ง (ลดลง 1 แห่ง) ภาคใต้ – (ลดลง 1 แห่ง) ส่วนอ่างฯเฝ้าระวัง (มากกว่า 80 – 100%) : ขนาดใหญ่ 3 แห่ง เขื่อนแก่งกระจาน (95% วานนี้ 92%) เขื่อนศรีนครินทร์ (86% วานนี้ 86%) เขื่อนวชิราลงกรณ์ (83% วานนี้ 82%) ขนาดกลาง 60 แห่ง ลดจากวานนี้ 8 แห่ง (เหนือ 14 แห่ง เท่าวานนี้ ตะวันออกเฉียงเหนือ 33 แห่ง ลดลง 6 แห่ง ตะวันออก 8 แห่ง ลดลง 1 แห่ง ภาคตะวันตก 1 แห่ง ภาคกลาง 2 แห่ง ใต้ 2 แห่ง เท่าวานนี้ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำ จำนวน 12 อ่าง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง คือ เขื่อนสิริกิติ์) ได้แก่ ภาคเหนือ 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบรูณ์ชล อ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 แห่ง อ่างเก็บน้ำน้ำอูน อ่างเก็บน้ำน้ำพุง อ่างเก็บน้ำจุฬาภรณ์ อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ อ่างเก็บน้ำสิรินธร อ่างเก็บน้ำลำปาว ภาคกลาง 1 แห่ง อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ ภาคตะวันตก 1 แห่ง อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ์ ภาคใต้ 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำปราณบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน
.
มีพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม ริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ อ่างฯขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 12 แห่ง โดยเฉพาะอ่างฯที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80 เปอร์เซนต์ เขื่อนแก่งกระจาน แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้น ในวันที่ 5 ส.ค.61 ลงแม่น้ำเพชรบุรี ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ภายใน 5 วัน จัดทำมาตรการเตรียมความพร้อมลดความเสี่ยงอุทกภัย กรณีการระบายน้ำฉุกเฉินของอ่างเก็บน้ำและกรณีเขื่อนวิบัติ สำรวจความแข็งแรงของเขื่อน และสร้างการรับรู้ภาคประชาชนต่อเนื่อง โดยสทนช.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต จาก 9 หน่วยงานร่วมปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. ที่อาคาร SWOC กรมชลประทาน สามเสน

https://www.dailynews.co.th/politics/658771
 
1821 - 1840 of 3023 Posts
Top