SkyscraperCity banner
1 - 16 of 16 Posts

·
Serving the Country
Joined
·
969 Posts

·
Registered
Joined
·
8,097 Posts
Aquamadoor said:
Hmm... is this the future? because I don't recall the BTS going beyond Catuchak
Yes of course, the future.
Now bangkok only have BTS with northend at Mochit, southend at Taksin and east at Onnut + subway from Hualampong to Bangsue. ;)
Still have a quite long time to wait for an integrated system shown in Khun Zoowatch's map. And it seems that our government(especially MOF) like to change the plan for many times. :(
 

·
Zimoune
Joined
·
2,615 Posts
hope in the future. from now, it is a dream! tahe the SRT from airport and change in Payathai, wow! i already start to look at the change iw ill have to do... so excited!!!! and what will be the nearest station for Ramindra and Watcharapol...
 

·
Registered
Joined
·
27,360 Posts
For such acase you better drive all the way from Soi Watcharaphon to ride Airport Transit from Klong Tan Station though ... :eek:
 

·
Zimoune
Joined
·
2,615 Posts
10 years is fast already! look at other metro network that took 30-40 years and still expand. i like the SRT system, hope it will not be too expensive. And also, i want to say that pBTS/MRTA should be cheaper as, if you are two/ people, you would rather take Taxi for short distance (35 - 70 bahts).
 

·
Rukpong
Joined
·
4,406 Posts
WOW!!!!!!!!!...............
the MRT will go under water right???????.......
cool............
but still like BTS better......
seeing the views..........
 

·
Zimoune
Joined
·
2,615 Posts
well, for the view inside the train, i p[refer BTS, but for the view outside the train i prefer MRTA. BTS station and railway make the city more busy/dirty.
 

·
Banned
Joined
·
162 Posts
Seems like all the lines except the Pak Kret-Min Buri (monorail?) link and Lat Phrao-Sri Nakarindra yellow line have been finalized here. I do hope the other two lines will be put under consideration in the future....or does this mean that they will be shelved for good? That would suck then....because my home is on Th. Chaneg Watana. :( :bash:


คลังสรุปวงเงินลงทุนเมกะโปรเจกต์กว่า 1.7 ล้านล้านบาท
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2548 14:15 น.

กระทรวงการคลังสรุปการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ในช่วงปี 48-52 มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.702 ล้านล้านบาท เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากลาง มิ.ย.นี้ พร้อมยืนยันการลงทุนดังกล่าวจะควบคุมไม่ให้กระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่เม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากงบประมาณและเงินกู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการลงทุนภาครัฐแถลงความคืบหน้าในการจัดทำแผนการลงทุนสำหรับโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ของภาครัฐในช่วงปี 2548-2552 ว่า ตัวเลขการลงทุนจะมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 1.702 ล้านล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยอยู่ภายใต้สมมติฐานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะเติบโตร้อยละ 5 และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ ร้อยละ 2.5-3 ซึ่งได้รวมปัจจัยเรื่องปัจจัยน้ำมันเข้าไปแล้ว และยืนยันได้ว่า ตัวเลขการลงทุนดังกล่าวไม่กระทบต่อกรอบความยั่งยืนทางการคลัง โดยรัฐบาลยังสามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้ แม้จะมีเงินกู้เพื่อมาลงทุน ส่วนหนี้สาธารณะจะอยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 50 ของจีดีพี สัดส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกินร้อยละ 15

สำหรับแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการเมกะโปรเจกต์ประกอบด้วยงบประมาณ ร้อยละ 38.5 เงินรายได้รัฐวิสาหกิจร้อยละ 14.5 เงินกู้ทั้งในและต่างประเทศร้อยละ 36.9 และการระดมทุนด้วยวิธีอื่นๆ อีกร้อยละ 10.1 ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังมีแผนจัดทำ EXIT PLAN เพื่อบริหารหนี้เงินกู้และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยรวมถึงการเพิ่มสัดส่วนเงินทุนหรือรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและการนำนวัตกรรมการเงินต่างๆ มาใช้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการชำระหนี้เงินกู้และเพื่อใช้ในการลงทุนใหม่ เช่น การทำซีเคียวรีไทเซชั่น รายได้จากค่าสัมปทานหรือรายได้ในอนาคต ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า แต่การเริ่มต้นจัดสรรงบลงทุนโครงการขนาดใหญ่จะเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 ตามวงเงินที่จำเป็น ซึ่งการตัดสินใจจะเป็นไปตามกรอบการพิจารณางบประมาณตามปกติ โดยกระทรวงการคลังจะสรุปและนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากลางเดือนมิถุนายนนี้

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า การลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์จะครอบคลุมด้านต่างๆ แบ่งเป็นพลังงาน ร้อยละ 23.6 คมนาคมร้อยละ 18.4 การขนส่งมวลชนร้อยละ 16.9 ที่อยู่อาศัยร้อยละ 13.8 ทรัพยากรน้ำร้อยละ 11.7 การศึกษาร้อยละ 5.7 สาธารณสุขร้อยละ 5.6 และอื่นๆ ร้อยละ 4.3

ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนในระบบรางของรถไฟฟ้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการทั้งหมด 7 สาย มีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 563,117 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 425,190 ล้านบาท โดยรัฐจะเป็นผู้ลงทุน การลงทุนในระบบรถไฟฟ้าประมาณ 137,927 ล้านบาท โดยให้รัฐและเอกชนร่วมลงทุนประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงทุนตั้งแต่ปี 2548-2555 รวม 80,583 ล้านบาท สายสีน้ำเงิน รฟม. ลงทุน 56,212 ล้านบาท สายสีส้ม รฟม.ลงทุน 65,072 ล้านบาท สายสีแดงเข้ม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงทุน 76,629 ล้านบาท สายสีแดงอ่อน รฟท. ลงทุน 39,992 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 368,488 ล้านบาท และการลงทุนระบบรางของกรุงเทพมหานคร (กทม.) อีก 2 สาย คือ สายสีเขียวเข้ม 40,361 ล้านบาท สีเขียวอ่อน 16,341 ล้านบาท รวมตัวเลขการลงทุนทั้งหมด 425,190 ล้านบาท เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรัฐจะเป็นผู้ลงทุน ซึ่งจะใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีประมาณร้อยละ 30 และเงินกู้ประมาณร้อยละ 70 แบ่งเป็นกู้ต่างประเทศประมาณร้อยละ 30 และกู้ในประเทศประมาณร้อยละ 40

ส่วนตัวรถไฟฟ้าและสัมปทานเดินรถรัฐและเอกชนจะร่วมลงทุน โดยมีการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนี เพื่อให้การบริหารระบบการเดินรถเป็นแบบระบบเดียว หรือซิงเกิลโอเปอเรเตอร์

ด้านผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด นายศุภรัตน์ กล่าวว่า จากการศึกษาร่วมกับธนาคารแหง่ประเทศไทย (ธปท.) แล้ว พบว่าจะมีผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัดไม่สูงนัก โดยคาดว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 ของวงเงินลงทุน คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากทยอยนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศในกรอบระยะเวลา 5 ปี ซึ่ง ธปท.จะดูแลเพื่อไม่ให้การลงทุนดังกล่าวกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด โดยกำหนดยุทธศาสตร์ให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของจีดีพี หากเกินจะบริหารจัดการร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยอาจชะลอหรือเลื่อนการลงทุนโครงการที่สำคัญน้อยออกไปก่อน
 
1 - 16 of 16 Posts
Top